<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>24042</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2018 08:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2018 08:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซีไอเอ็มบีประเมินเศรษฐกิจไทยปี 62 มีลุ้นโต 3.5-4%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซีไอเอ็มบี ไทย เล็งเศรษฐกิจไทยรอความหวังหลังเลือกตั้ง แนะอยากให้ปฏิรูปมากกว่าการใช้นโยบายกระตุ้น พร้อมคาดการณ์เศรษฐกิจ ปี 62 ยังขยายตัวต่อได้ที่กว่า 3.5-4%

นายอมรเทพ จาวะลา ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB) เปิดเผยว่า ในปี 2562 เศรษฐกิจของประเทศไทยยังคงมีการขยายตัวได้ในทิศทางที่ดี ซึ่งสำนักวิจัยคาดการณ์เศรษฐกิจไทยจะยังคงเติบโตได้ที่ประมาณ 3.5-4.0% นอกจากนี้ในปีหน้าประเทศไทยกำลังเผชิญภาวะสังคมสูงอายุอย่างรวดเร็ว สัดส่วนวัยแรงงานกำลังลดลง การออมเพื่อใช้ยามเกษียณไม่เพียงพอ ทักษะแรงงานยังต้องเพิ่มขีดความสามารถ การเติบโตทางเศรษฐกิจยังเต็มไปด้วยความเหลื่อมล้ำของรายได้ ธุรกิจเอสเอ็มอีและฐานรากยังอ่อนแอ

&amp;ldquo;ในปีหน้าประเทศไทยยังต้องมีสิ่งที่ต้องรอการแก้ไขอีกหลากหลายประการ ซึ่งตอกย้ำว่า แม้มีสิ่งดีๆ ที่รัฐบาลชุดนี้ได้เดินหน้าปฏิรูปเศรษฐกิจไปแล้ว การปฏิรูปเศรษฐกิจยังไม่สิ้นสุด และยังคงต้องฝากความหวังให้กับรัฐบาลชุดต่อไปหลังเลือกตั้งว่าจะเลือกเดินข้างการปฏิรูประยะยาวมากกว่าการใช้นโยบายกระตุ้นระยะสั้นแต่ไม่ยั่งยืน ซึ่งทำให้ในปีหน้านักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ยาก&amp;rdquo;นายอมรเทพ กล่าว

อย่างไรก็ตามในปี 2561 นี้การบริโภคภาคเอกชน มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 5% ซึ่งการบริโภคภาคเอกชนโตเร็วกว่า จีดีพีโดยภาพรวม ในส่วนของการลงทุนภาคเอกชน เริ่มมีสัญญาณการลงทุนที่ชัดเจนขึ้นกว่าในอดีต เช่น การนำเข้าสินค้าทุนประเภทเครื่องจักร อาจเพื่อทดแทนแรงงานขาดแคลน หรือเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต แต่การลงทุนภาครัฐมีความผันผวนมาก โดยเฉพาะการก่อสร้างภาครัฐที่ล่าช้า และหากโครงการสำคัญถูกเลื่อนออกไป อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นภาคเอกชนปีหน้า

ส่วนการบริโภคภาครัฐ แม้จะมีการเติบโตเพียง 2% แต่เริ่มมีนโยบายเพิ่มสวัสดิการให้คนสูงอายุและคนจน เห็นได้ว่าส่วนการโอนเงินจากรัฐสู่ประชาชนเติบโตสูง แต่ต้องเข้าใจว่าการแจกเงินช่วยค่าใช้จ่ายเหล่านี้เป็นเพียงการช่วยประคองคนกลุ่มระดับล่างไม่ให้มีปัญหาเศรษฐกิจหนักไป ขณะที่ราคาสินค้าเกษตรโดยมากยังลดลง ซึ่งมาตรการนี้คงไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ หากไม่สามารถเพิ่มความสามารถของคนเหล่านี้ในการหารายได้เองในระยะยาว เช่นร่วมกับการฝึกอาชีพ หรือหาตลาดสำหรับสินค้าเกษตรเพื่อเพิ่มรายได้ ลดค่าใช้จ่ายหรือตัดตัวแทนคนกลางออกด้วยการขายตรง

สำหรับภาคการส่งออกส่งสัญญาณเป็นบวกตั้งแต่ช่วงครึ่งแรกของปีแต่กลับอ่อนแรงลงช่วงไตรมาสสาม จากการส่งออกที่หดตัวในเดือนกันยายน และจากรายได้ภาคการท่องเที่ยวที่ชะลอตัว ซึ่งถ้ามองไปในปี 2562 สำนักวิจัยฯคาดว่าการส่งออกยังคงเติบโตได้ราว 3-4% จากเศรษฐกิจโลกที่ยังคงเติบโตได้ต่อเนื่อง แม้จะชะลอไปบ้างจากปัญหาสงครามการค้าและการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน แต่เมื่อปัญหาต่างๆ มีความชัดเจนมากขึ้นแล้วก็น่าจะช่วยสนับสนุนการค้าโลกได้ต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามในปีนี้ สำนักวิจัยคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ที่ 4%และคาดว่าในปี 2562 จะมีการาขยายตัวได้ที่ 3.7% ส่วนค่าเงินบาท คาดว่าจะกลับมาแข็งค่าเล็กน้อยเทียบดอลลาร์สหรัฐ โดยประมาณการค่าเงินบาทปลายปีนี้ที่ระดับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และในปี 2562 ที่ระดับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ด้านอัตราดอกเบี้ย มีโอกาสสูงที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในอีก 12 เดือนข้างหน้า ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายปลายปี 62 อยู่ที่ 2%
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24042</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีไอเอ็มบี, เศรษฐกิจไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181212/image_big_5c106b07ee256.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4310</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2018 15:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2018 15:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซีไอเอ็มบี ไทยยันไม่มีแผนลดพนักงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ซีไอเอ็มบี ไทย&amp;rdquo; สวนกระแส! ยันไม่มีแผนลดพนักงาน แย้มอาจขยายกำลังคนเพิ่ม มองแบงกิ้ง เอเย่นต์ให้คุณประโยชน์ทั้งประชาชน-สถาบันการเงิน ยืนยันหาก ธปท. ไฟเขียวพร้อมดำเนินการทันที วาดแผนปี 2561 ปั้นสินเชื่อ-เงินฝากโต 5% ปรับกลยุทธ์ชู &amp;ldquo;FAST FORWARD&amp;rdquo; ดันติดท็อป 3 แบงก์ขนาดกลางทุบตลาดอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;05 มี.ค. 61- นายอดิศร เสริมชัยวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจรายย่อย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ธนาคารยังไม่มีแผนที่จะปรับลดสาขาแต่อย่างใด โดยปัจจุบันธนาคารมีสาขาทั่วประเทศรวมกันประมาณ 80 กว่าสาขา รวมถึงยังไม่มีแผนที่จะปรับลดพนักงาน แต่อาจจะมีการเพิ่มพนักงานอีกด้วย เนื่องจากแผนระยะกลาง (5ปี) ตั้งเป้าหมายขยับเป็นธนาคารขนาดกลางที่แข็งแกร่งที่สุดด้านอาเซียนในประเทศไทย ดังนั้นแต่แต่ปี 2560 ที่ผ่านมา ธนาคารจึงได้มีการปรับฐานและปรับกระบวนการวิธีการทำงาน รวมถึงเพิ่มอัตรากำลังในธุรกิจที่ธนาคารมีศักยภาพ เพื่อให้มีประสิทธิภาพและรองรับการเติบโตที่เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับกรณีการแต่งตั้งตัวแทนของธนาคารพาณิชย์ (Banking Agent : แบงกิ้ง เอเย่นต์) ว่า เรื่องดังกล่าวจะเป็นประโยชน์โดยตรงกับประชาชนผู้รับบริการทางการเงินให้มีโอกาสและช่องทางในการเข้าถึงแหล่งเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพและมากขึ้น ขณะที่สถาบันการเงินเอง ก็จะได้ประโยชน์ในแง่การลดต้นทุนในการเปิดสาขาด้วย ส่วนกรณีที่จะมีการแต่งตั้งแบงกิ้ง เอเย่นต์ของแต่ละสถาบันการเงินนั้น เชื่อว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะมีการพิจารณาเรื่องนี้ตามหลักเกณฑ์อย่างละเอียด โดยยืนยันว่าหาก ธปท. มีการประกาศเรื่องนี้ออกมาอย่างชัดเจนแล้ว ซีไอเอ็มบี ไทย ก็พร้อมจะดำเนินการได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกิตติพันธ์ อนุตรโสตถิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ในปี 2561 ธนาคารตั้งเป้าหมายขยายสินเชื่อและเงินฝากให้เติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 5% และจะรักษาระดับส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิต่อสินทรัพย์เฉลี่ย (NIM) ให้อยู่ประมาณ 3.8% รวมถึงจะควบคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ไม่ให้เกิน 5% หลังจากปี 2560 สินเชื่อขยายตัวได้ที่ระดับ 3.2% ขณะที่กำไรก่อนหักสำรองปรับเพิ่มขึ้น 5% เป็น 5.7 พันล้านบาท จาก 5.5 พันล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้อย่างดี และการกระจายตัวมากขึ้นจากภาคการส่งออกและท่องเที่ยว รวมถึงการบริโภคภายในประเทศที่เริ่มปรับตัวดีขึ้นเป็นลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในปี 2561-2562 ถือเป็นก้าวแรกของโครงการ FAST FORWARD คือ การเดินหน้าสู่เป้าหมายการก้าวขึ้นเป็น 1 ใน 3 ของธนาคารระดับกลางที่แข็งแกร่งที่สุดด้านอาเซียนในประเทศไทย ภายในปี 2565-2566 นั่นหมายความว่าจะต้องมีกำไรเพิ่มขึ้นเป็น 1.2-1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเชื่อมั่นว่าโครงการดังกล่าวจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราไปสู่เป้าหมายได้ เพราะเป้าหมายถือเป็นความหวัง และความฝัน แม้ว่าหนทางจะยังไม่ชัด แต่การปรับกลยุทธ์การทำงานน่าจะทำให้เราดีขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง ยิ่งเมื่อรวมกับปัจจัยเสริมจากเศรษฐกิจที่ดีขึ้นก็น่าจะช่วยขับเคลื่อนให้ธนาคารเติบโตได้ตามแผน&amp;rdquo; นายกิตติพันธ์ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4310</URL_LINK>
                <HASHTAG>CIMB, ซีไอเอ็มบี, ธนาคาร, ลดพนักงาน, สินเชื่อ, อดิศร เสริมชัยวงศ์, เงินฝาก, แบงก์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180305/image_big_5a9cfb78e9da0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
