<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71155</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2020 21:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2020 21:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สอบครูผู้ช่วย สพฐ. เริ่มส่งกลิ่นซื้อขายตำแหน่ง “อำนาจ” ส่งนิติกร ตามติดใกล้ชิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11ก.ค.63-ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าล่าสุด การสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีความจำเป็นหรือที่มีเหตุพิเศษ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ประจำปี 2563 ณ ที่โรงเรียนวรนารีเฉลิม จ.สงขลา ซึ่ง นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พร้อมด้วย นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสนามสอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายอำนาจ &amp;nbsp;กล่าวว่า สพฐ.ขอย้ำว่าในการสอบดังกล่าวห้ามมีเรื่องการทุจริตอย่างเด็ดขาด เนื่องจากขณะนี้มีกระแสข่าวรายงานว่ามีการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งเกิดขึ้น รวมถึงการเปิดติวข้อสอบโดยข้าราชการสพฐ.ดังนั้นเรื่องนี้หากเราตรวจสอบพบว่ามีการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นจริงจะต้องมีโทษทางวินัยอย่างแน่นอน ซึ่งตนได้มอบหมายฝ่ายนิติกรของ สพฐ.ลงพื้นที่ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดแล้ว เพราะตนให้ความสำคัญการแก้ไขปัญหาเรื่องทุจริต และต้องการคนเก่งมีความสามารถเข้ามาสู่วงการศึกษา สำหรับปีนี้เป็นการเปิดสอบทั้งหมด 77 กศจ.โดยมีผู้สมัครสอบจำนวน 22,490 คน มีตำแหน่งว่าง 4,697 อัตรา กลุ่มวิชาที่เปิดสอบ 89 กลุ่มวิชา ทั้งนี้ผู้มีสิทธิสอบรวมทั้งสิ้น 22,397 คน ส่วนการออกข้อสอบได้จ้างสถาบันอุดมศึกษาออกทั้งหมด 76 กศจ. และออกข้อสอบเอง 1 กศจ. ทั้งนี้สอบข้อเขียนวันที่ 11 กรกฎาคม สอบสัมภาษณ์วันที่ 12 กรกฎาคมและประกาศผลสอบคัดเลือก 16 กรกฎาคม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71155</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., ซื้อขายตำแหน่ง, สอบครูผู้ช่วย, อำนาจ วิชยานุวัติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191115/image_big_5dce73edde2d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45192</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2019 13:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2019 10:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ใหญ่ขอมา!&#039;วราวุธ&#039;ถอนแจ้งความ&#039;หมอธี&#039;ยุติปมซื้อขายตำแหน่ง600ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ย.62 - นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวถึงกรณีนายสัตวแพทย์ธีทัชฐ์ &amp;nbsp;เกียรติลดารมย์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บางขุนเทียน พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) อ้างคลิปเสียงเกี่ยวกับการซื้อขายตำแหน่งอธิบดีกรมอุทยานฯ 600 ล้านบาท ว่าจะไปถอนแจ้งความนายสัตวแพทย์ธีทัชฐ์ เนื่องจากให้เกียรติทางพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นพรรคใหญ่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรว่าการกระทวงกลาโหม ก็ได้ส่งร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้ามาเคลียร์ ซึ่งเราก็ให้เกียรติเพราะในเมื่อผู้ใหญ่ขอให้มาช่วยเคลียร์ เราในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องพูดคุยกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราวุธ กล่าวว่าตนไม่ได้รู้สึกน้อยใจว่าเป็นพรรคร่วมรัฐบาลแต่มากล่าวหากันเอง แต่มองในมุมนึงว่าผู้ใหญ่ให้ความสำคัญ จึงได้ส่งคนมาช่วยดำเนินการจนทุกอย่างยุติลง เพราะถ้ายังไม่จบตนก็เตรียมฟ้องร้องอยู่แล้ว และมั่นใจว่าผมก็ชนะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เมื่อเรื่องมันเคลียร์แล้วก็จะต้องเตรียมไปถอนฟ้อง เพราะทุกอย่างก็ถือว่าจบแล้ว ซึ่งในส่วนของพรรคร่วม เราให้เกียรติและทำงานถ้อยทีถ้อยอาศัยกันเหมือนเดิม ซึ่งตนรู้ว่าเป็นใคร ประเภทพวก 5 สลึงเกินร้อยไปหน่อยอยู่เบื้องหลัง ซึ่งตำแหน่งอธิบดีเหลืออีก 6 เดือน และเรายังไม่รู้ว่าครบ 4 ปีแล้วจะให้อธิบดีอยู่ต่อหรือจะย้าย ยังไม่ได้ตัดสินใจอะไรเลย เหลืออีกแค่ 6 เดือน แต่รอไม่ได้ คนที่อยากจะมาอยู่เดือดร้อนอะไรขนาดนั้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณข้อมูลจาก dailynews&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45192</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซื้อขายตำแหน่ง, วราวุธ ศิลปอาชา, สัตวแพทย์ธีทัชฐ์  เกียรติลดารมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190907/image_big_5d7322f33d192.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42583</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟุ้งแต่งตั้งดร.ห้ามซื้อขายเก้าอี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ประชุม ก.ตร.นัดแรก ชงผุด &amp;ldquo;ศูนย์หลอกลวงไซเบอร์-ศูนย์ปฏิบัติงานเร่งด่วนรัฐบาล&amp;rdquo; ลั่นยุคนี้ห้ามมีซื้อขายตำแหน่งเด็ดขาด โดยบิ๊กแป๊ะจัดทำบัญชีโยกย้ายตำรวจยึดหลักอาวุโสเหมือนทหาร &amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; แย้มจ่อประชุมปรับโครงสร้างดีเอสไอ โละ &amp;ldquo;ตร.-สกรีนคดีพิเศษ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ ในเวลา 13.15 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 7/2562 โดยทันทีที่นายกฯ มาถึง ได้ร่วมพิธีตรวจแถวกองเกียรติยศ ณ บริเวณด้านหน้าอาคาร 1 สตช. ก่อนวางพานพุ่มถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 4 และถวายราชสักการะพระบรมรูปหล่อรัชกาลที่ 9 จากนั้นเป็นประธานประชุม ก.ตร. ที่ห้องศรียานนท์ โดยนายกฯ มีสีหน้าเคร่งขรึม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่มาตรการในการรักษาความปลอดภัยโดยรอบพื้นที่ สตช. เป็นไปด้วยความเข้มงวด โดยมีกองอารักขาและควบคุมฝูงชน จากกองบังคับการตำรวจนครบาล 6 กว่า 50 นาย กระจายกำลังดูแลโดยรอบ สตช.ตลอด ตั้งแต่ ถ.พระรามที่ 1 หน้า รพ.ตำรวจ มาจนถึงแยกเฉลิมเผ่า ต่อเนื่องไปจนถึงสถาบันนิติเวชวิทยา โดยจะมีการเดินตรวจตราในทุกชั่วโมง เพื่อสังเกตวัตถุต้องสงสัย บุคคลต้องสงสัย และสิ่งผิดปกติ รวมทั้งเจ้าหน้าหน่วยตรวจสอบและเก็บกู้วัตถุระเบิด (อีโอดี) เข้าตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ ก่อนที่นายกฯ มาถึง นอกจากนี้ ยังมีการกันพื้นที่บนสกายวอล์กไม่ให้ประชาชนยืนติดรั้วที่หันหน้าเข้ามายัง สตช.ด้วย แต่ให้เดินผ่านได้ตามปกติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ก่อนนายกฯ จะเดินทางมาประชุม ในเวลาประมาณ 10.45 น. ได้เกิดฝนตกลงมาพร้อมกับลมพัดแรงจนทำให้ธงตราโล่ของ สตช.ที่ตั้งอยู่กับแท่นพิธีที่นายกฯ จะยืนรับทำความเคารพจากกองเกียรติยศได้ล้มลงจนเสาธงหัก เจ้าหน้าที่ต้องรีบนำเสาใหม่มาเปลี่ยนทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในเวลา 15.10 น. พล.อ.ประยุทธ์แถลงผลการประชุมว่า ได้มีโอกาสพูดคุยหารือผู้นำระดับสูงของ สตช. ที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง ส่วนการมอบนโยบายส่วนใหญ่ไม่มีความแตกต่างมากนัก มีแต่ในรายละเอียดที่จำเป็นต้องเข้าถึงการปฏิบัติเกี่ยวกับการปฏิรูปตำรวจมีหลายข้อที่ต้องปฏิบัติ โดยหลายกิจกรรมปฏิบัติไปบ้างแล้ว อันไหนที่ยังปฏิบัติไม่ได้ก็ให้สรุปมาให้ทราบว่ามีปัญหาอยู่ตรงไหน ซึ่งการปฏิรูปจำเป็นต้องปฏิรูปทั้งบุคลากร องค์กร และการปฏิบัติงาน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;วันนี้ได้ดูโครงสร้างตำรวจทั้งหมดแล้ว มี 9 ส่วนด้วยกัน ในการบริหารหน้าที่เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจต่างๆ ของ สตช. ซึ่งมี 10 ศูนย์ วันนี้ได้ให้เพิ่ม เนื่องจากเป็นประเด็นหลักให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ในเรื่องการปราบปรามการหลอกลวงไซเบอร์ต่างๆ ให้ตั้งเป็นศูนย์ให้ชัดเจน และอีกอันเป็นนโยบายเร่งด่วนรัฐบาล อย่างไอยูยู ให้เพิ่มขึ้นมาอีกศูนย์ เป็นศูนย์ปฏิบัติการนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล คือเรื่องสำคัญที่เป็นวาระแห่งชาติ จะได้มีความรับผิดชอบที่ชัดเจนมากขึ้น&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ได้มีการแก้ไขกฎระเบียบ ก.ตร.ข้อหนึ่งคือ การเลื่อนตำแหน่ง ต้องมีการนับอาวุโสคล้ายคลึงกับของทหารในปัจจุบัน ซึ่งในการนับอาวุโสต่างๆ ถ้าอาวุโสเท่ากันก็นับย้อนลงไป โดยปฏิบัติมาแล้วตั้งแต่ปี 2557 ก็ไม่มีปัญหาอะไร ในส่วนการแต่งตั้งต่างๆ ให้เป็นความรับผิดชอบของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นผู้รับผิดชอบในภาพรวมก่อนพิจารณา ซึ่งต้องรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอบัญชีต่างๆ ที่กองกำกับหรือภาคเสนอขึ้นมาพิจารณา จากนั้นก็พิจารณาในเรื่องความเหมาะสมกับตำแหน่งต่างๆ ตามสัดส่วนที่มีอยู่เดิม ตามอาวุโสที่เสนอมา มีกรอบการทำงานชัดเจนอยู่แล้ว ให้ทุกคนทำตามหน้าที่ตามกรอบกฎหมาย กติกาต่างๆ ของ ก.ตร.ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมยืนยันว่าไม่ให้มีการซื้อขายตำแหน่งโดยเด็ดขาด และการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจต้องเป็นไปด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ยุติธรรม ไม่ให้ถูกกล่าวอ้าง ถูกกล่าวหาโน่นนี่ มันเสียชื่อ ซึ่งผมคิดว่าไม่ได้มากมายนักหรอก อาจจะมีอยู่บ้าง แต่ต้องแก้ไขให้ได้มากที่สุด&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว และว่า ส่วนเรื่องการทำงานของ สตช. ต้องทำงานสนองนโยบายของทุกรัฐบาลด้วย แต่ต้องเป็นรัฐบาลที่โปร่งใส เป็นรัฐบาลที่ทำถูกต้องทุกอย่างตามกฎหมาย นี่คือสิ่งที่ฝากไว้กับ สตช. การเป็นนายกฯ ต้องดูแลในฐานะเป็นหัวหน้ารัฐบาล ในการมาดูแล สตช.ก็เพียงมากำกับดูแลควบคุมให้เป็นไปตามกฎระเบียบ กติกาที่เขาทำอยู่ มันมีอยู่แล้วกฎหมายไม่มีละเมิด ไม่มีสร้างปัญหาต่างๆ ก็จบหน้าที่แค่นั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ถูกมองว่ารวบอำนาจหลังกำกับดูแล สตช.และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า เชื่อว่าอีกสักพักคงมีการพูดคุยเพื่อปรับโครงสร้างดีเอสไอ โดยต้องหารือร่วมกันระหว่างนายกฯ, รมว.ยุติธรรม, สำนักงาน ก.พ.ร. และตนเองในฐานะรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย โดยนายกฯ ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการทำงานของดีเอสไอมาหลายเดือนแล้ว เพราะเห็นว่ามีตำรวจปฏิบัติงานอยู่มากเกินไป และอยากได้นักกฎหมายที่ไม่ใช่จาก สตช.มาทำงานด้วย พร้อมกันนี้ยังจะเน้นการให้ความเป็นธรรม ซึ่งดีเอสไอต้องดูแลคดีพิเศษเท่านั้น โดยมี 2 แนวทางในการพิจารณาคดีพิเศษ 1.อธิบดีดีเอสไอเป็นผู้พิจารณา และ 2.ให้คณะกรรมการคดีพิเศษเป็นผู้พิจารณา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทุกวันนี้กลายเป็นว่าประชาชนไปร้องตำรวจ แล้วตำรวจเกิดเมินเฉย ช้า ไม่ได้ดั่งใจ จึงยกขบวนมาดีเอสไอ บางทีมาเยอะเหมือนม็อบ มานอนอยู่หน้าดีเอสไอ ซึ่งถ้าดีเอสไอไปรับเข้า บางครั้งก็ทำให้เสียระบบ จึงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ หากตำรวจช้าก็ต้องเล่นงานตำรวจ ไม่ใช่ช้าก็โอนมาดีเอสไอ เพราะไม่งั้นถ้าดีเอสไอช้าก็คงตั้งกรมอื่นแทนดีเอสไอ ข้อสำคัญคือต้องวางหลักเกณฑ์ให้ดี เพราะที่ผ่านมาเรื่องนี้ทำให้ตำรวจและดีเอสไอขัดแย้งกัน&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวว่า ยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้กำกับดูแลดีเอสไอด้วยตัวเอง เพราะหวังใช้ดีเอสไอดำเนินการในเรื่องคดีความต่างๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการเมือง เพราะแม้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ลงไปคุมด้วยตัวเอง แต่หากต้องการใช้จริงก็ใช้ได้อยู่แล้ว จึงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะลงไปเปิดตัว แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการลงไปดูเพื่อให้การทำงานเป็นระบบมากขึ้น โดยหลังจากนี้คาดว่าคดีความต่างๆ ที่จะเข้าดีเอสไอต้องมีการสกรีนมากขึ้น เพราะที่ผ่านมานั้นดีเอสไอย่อหย่อน เนื่องจากชาวบ้านมาร้องขอ ซึ่งเมื่อดีเอสไอทำคดีได้เร็ว ตำรวจก็เกิดความน้อยใจ ทั้งนี้ อะไรที่เป็นหน้าที่ของตำรวจ ตำรวจก็ต้องทำ เพราะคดีที่จะเป็นคดีพิเศษต้องเข้าเกณฑ์ หรือเป็นคดีที่มีอิทธิพล คดีสำคัญ ซึ่งตำรวจไม่สามารถดำเนินการได้ โดยคดีพิเศษนั้นอัยการสามารถลงมาสอบด้วยได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42583</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซื้อขายตำแหน่ง, ศูนย์ปฏิบัติงานเร่งด่วนรัฐบาล, ศูนย์หลอกลวงไซเบอร์, หนังสือพิมพ์, แต่งตั้งตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190802/image_big_5d4445c0a188c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22066</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2018 22:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2018 22:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชำแหละ!วงจรอุบาทว์ซื้อขายตำแหน่งจ่ายส่วยสินบนแนะให้อำนาจหลายหน่วยงานดำเนินคดีได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;15 พ.ย.61-ที่ห้องประชุม 2 ชั้น 2 พุทธวิชชาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏพระ นคร เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ (Police Watch) ร่วมกับสภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดการเสวนา เรื่อง &amp;ldquo;ปฏิรูประบบการดำเนินคดีอาญาตามมาตรฐานสากล&amp;rdquo; โดยนายดำรงศักดิ์ เครือแก้ว อุปนายกฝ่ายปฏิบัติการ สภาทนายความฯ กล่าวว่า การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมต้องเริ่มที่ต้นทาง ไม่ใช่พนักงานสอบสวน ต้องอยู่ที่ผู้สืบจับกุมที่ทำตามความเป็นจริง ส่วนบันทึกการจับกุมมีทั้งความเท็จความจริงอยู่ในที่เดียวกันแยกไม่ออก ขณะที่ปัญหาผู้เสียหายบางรายไม่เสียหายจริง แต่ไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน&amp;nbsp; ซึ่งกฎหมายบังคับให้รับการร้องทุกข์ หากไม่รับก็เสี่ยงละเว้นการปฏิบัติหน้าที่&amp;nbsp; เพราะไม่มีระบบตรวจสอบว่าผู้ร้องทุกข์เป็นผู้ได้รับความเสียหายจริง มือ สะอาดจริงหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร ผู้เขียนหนังสือ &amp;ldquo;วิกฤตตำรวจและการสอบสวน จุดดับกระบวนการยุติธรรม&amp;rdquo; กล่าวว่า ปัญหากระบวนการยุติธรรมจะทำให้ชาติล่มสลาย ประเทศไทยมีปัญหากระบวนการยุติธรรมต้นทางสารพัด กรณีตำรวจ รับส่วยและสินบน ซึ่งคนก็พร้อมที่จะจ่ายมากกว่าสู้คดี เพราะไปศาลก็มีประวัติติดตัว หรือ ปัญหาตำรวจไม่รับร้องทุกข์ ความจริงประชาชนสามารถแจ้งต่ออำเภอได้ แต่อำเภอก็ไม่พร้อม ส่วนการแจ้งข้อหานั้น พบว่าตำรวจยากที่จะเสนออัยการสั่งไม่ฟ้อง เพราะเจ้านายไม่เชื่อถามหาซอง จนมีคำกล่าวว่า &amp;ldquo;สั่งไม่ฟ้องซองอยู่ไหน&amp;rdquo; คนที่รักความยุติธรรมจะสั่งไม่ฟ้องก็ไม่มี อนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับข้อเสนอการปฏิรูปนั้น พ.ต.อ.วิรุตม์ มองว่า ต้องปฏิรูปการลงบันทึก ประจำวันรับแจ้งความลงในระบบคอมพิวเตอร์ ผู้แจ้งอ่านออกแก้ไขได้ ไม่ใช่ลงบันทึกลายมือลงกระดาษแบบสมุดข่อย คล้ายภาษาขอมอ่านไม่ออก พออ่านไม่ออกปวดหัวไม่อ่านก็เป็นวิกฤติ และการปฏิรูปการสอบสวนที่บันทึกถาม-ตอบ ไม่ครบถ้วน ต้องมีการบันทึกภาพและเสียง รวมถึงการสืบพยานในชั้นศาลก็ต้องบันทึกภาพและเสียง ให้ศาลสูงตรวจสอบได้ไม่ใช่ดูแต่เอกสาร เพื่อสะท้อนความจริงให้ตรงที่สุด ในประเทศเจริญแล้วคดีศาลยกฟ้องแทบไม่มี เพราะต้องแม่นมาตั้งแต่ต้น ไทยยกฟ้องถึง 40% ส่งคนไปศาลเดือดร้อน ซึ่งไม่ใช่ทางออก ในส่วนคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจชุดนายมีชัย ฤชุ พันธุ์ ก็ยังไม่มีหลักประกันเรื่องความยุติธรรม มีแต่เรื่องโครงสร้างแต่งตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายน้ำแท้ มีบุญสล้าง อัยการจังหวัดสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิ์และช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดี&amp;nbsp; จ.กาญจนบุรี กล่าวว่า ความยุติธรรมเริ่มตั้งแต่ชั้นจับกุม สืบสวน สอบสวน&amp;nbsp; อัยการ ศาลมีคำพิพากษา ถ้ามีความผิดพลาดแต่แรกก็ยาก ศาลมักจะให้เหตุผลในคำพิพากษาว่าพยานเจ้าหน้าที่ไม่มีเหตุโกรธเคืองกับจำเลย แต่ความจริงเจ้าหน้าที่ไม่โกรธ แค่อยากได้ผลประโยชน์ก็กลั่นแกล้งได้ หัวใจสำคัญของหลักนิติธรรม ทุกคนต้องเสมอภาคภายใต้กฎหมาย ขณะที่ความจริงมีคนอยู่เหนือกฎหมาย คนถูกบังคับใช้เป็นคนจน เหตุไม่เสมอภาคเพราะเงินซื้อการทำงานได้ ไม่เหมือนต่างประเทศที่เงินซื้อไม่ได้ เพราะในระบบทุกคนเห็นพยานหลักฐานหมดไม่มีใครบิดเบือนได้ ต้องมีระบบอะไรที่จำกัดการทำเลวได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;วงจรอุบาทว์ส่วยสินบน คือการจ่ายเงินเพื่อเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ ไม่มีคดีเกิดขึ้น สิ่งผิดกฎหมายอยู่ได้ เพราะตำรวจต้องเอาเงินไปซื้อตำแหน่ง ซึ่งระบบในต่างประเทศนั้นจะมีหลายหน่วยงานที่สามารถดำเนินคดีอาญาได้ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานด้านป่าไม้ ศุลกากร ที่ดิน&amp;nbsp; รวมถึงอัยการก็จับกุมได้ คนจ่ายเงินก็ไม่รู้ว่าจะไปจ่ายใคร&amp;nbsp; ไม่ใช่เคลียร์ตำรวจอย่างเดียว และไม่เป็นการซับซ้อนเพราะถ้าใครไม่ทำก็มีคนทำ ผู้เสียหาย แจ้งท้องที่แล้วไม่ดำเนินการสามารถแจ้งอัยการให้สั่งสอบได้ เป็นระบบถ่วงดุลไม่พึ่งใครคนหนึ่ง ทั้งนี้พวกผมเสนอต่อสู้เรื่องการปฏิรูปจนผู้คนเข้าใจ แต่เสนอแล้วก็ไปตายที่คนกลุ่มหนึ่ง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายน้ำแท้ ได้สรุปเรื่องวงจรอุบาทว์ส่วยสินบนและการแก้ปัญหาว่า การ ซื้อขายตำแหน่งทำให้คนเลวได้ตำแหน่ง ไม่มีทางไปทำสิ่งดี ต้องช่วยเหลือคนจ่ายเงินแล้วคนชั่วลอยนวล การแก้ปัญหาได้ต้องทำให้กฎหมายเป็นกฎหมาย มีการจ่ายเงินไปก็ถูกคนอื่นจับกุมอยู่ดีถ้าเป็นเช่นนี้จะไม่ซื้อขายตำแหน่ง ได้คนดีคนเก่งมาทำงาน คนจนได้ความยุติธรรม คือต้องตัดช่องทางการบิดเบือนกระบวนการยุติธรรม และให้อำนาจหลายหน่วยงานดำเนิน คดีได้ ส่วนปัญหาศาลยกฟ้องมากสะท้อนว่ารัฐบกพร่อง เพราะย่อมหมาย ความว่าเอาคนบริสุทธิ์ไปขังระหว่างพิจารณา หรือหากกระทำผิดจริงก็เป็น การปล่อยคนชั่วลอยนวล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาย หอมลออ อดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชน สภาทนายความฯ กล่าวว่า คนจน คนชายขอบติดคุก แต่คนมั่งมีมักไม่ติดคุก&amp;nbsp; คนเหล่านี้เข้าถึงความยุติธรรมหรือไม่ เหตุที่ไม่สามารถเข้าถึงได้เพราะ ปัญหาด้านระบบ เช่น กรณีอัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง ปัจจุบันต้องส่งกลับ ไปให้ผู้บัญชาการตำรวจภาคมีความเห็น ทั้งที่พนักงานสอบสวนเป็นผู้ส่งฟ้อง&amp;nbsp; เป็นการกลับไปหาตำรวจอีกหรือกรณีระบบวิ่งเต้น ที่เวลาชาวบ้านถูกจับกุม จะนึกถึงญาติหรือเพื่อนที่เป็นตำรวจ ข้าราชการหรือไม่ก่อน ไม่มีก็ไปถามครู&amp;nbsp; ถามเจ้าอาวาส บางคนบอกจะช่วยขอเงินวิ่งเต้น นึกถึงทนายความเป็นคนสุดท้าย พอมาหาทนายก็ไม่มีเงินเอาไปวิ่งเต้นหมด เป็นปัญหาที่คนไม่เชื่อมั่น และไม่เข้าถึงความยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;การปฏิรูปนั้นรัฐต้องมีหน้าที่ปกป้องสิทธิคุ้มครองประชาชน โดยต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานสิทธิมนุษยชน จะจับใครต้องมีพยานหลักฐานแน่นหนาพอสมควร และคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เจ้าหน้าที่ไม่มีอำนาจละเมิด&amp;quot;นายสมชาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22066</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่ายส่วยสินบน, ซื้อขายตำแหน่ง, ดร.น้ำแท้ มีบุญสร้าง, ดำรงศักดิ์ เครือแก้ว, พ.ต.อ.วิรุฒม์ ศิริสวัสดิบุตร, สภาทนายความ, สมชาย หอมลออ, เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181115/image_big_5bed88572adb8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11215</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2018 16:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2018 16:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ทหารทำให้ดูเป็นตัวอย่างแล้ว!&#039;บิ๊กตู่&#039;ลั่นปฏิรูปตำรวจต้องปลอดซื้อขายเก้าอี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มิ.ย.61- ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมครม.สัญจรว่า ได้สั่งการได้ที่ประชุมถึงเรื่องการปฏิรูปตำรวจ 1 ปีที่ผ่านมา ทำในสิ่งที่ทำได้ก่อน ส่วนเรื่องการแต่งตั้ง ขอให้เกิดความชัดเจน ต้องไม่มีการทุจริตเรียกเงินเรียกทอง มันมีวิธีการอยู่ ตรงนี้ทหารเขาทำได้ ตำรวจก็ต้องทำได้ ฉะนั้นมันมีทั้ง 2 อย่างคือ จริงบ้างไม่จริงบ้าง บางอย่างก็ไม่บอกกัน บางอย่างก็อ้างกัน ฉะนั้น จะทำอย่างไรนั้นตนมอบหมายไปแล้ว การแต่งตั้งต้องเป็นธรรม ซึ่งมีสัดส่วนของมันอยู่ ทั้งเรื่องอาวุโส และความเหมาะสม ซึ่งต้องมีฟาสแทร็คขึ้นมาด้วย หากเอาความอาวุโสอย่างเดียวบางทีมันไม่ได้ ทหารก็เหมือนกันบางทีเราอาวุโสอย่างเดียว มันก็อาจไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง ต้องเตรียมคนรุ่นใหม่ไว้พร้อมกัน ไม่เช่นนั้นความอาวุโสที่เท่ากัน เมื่อขึ้นมาแล้วเกษียณพร้อมกันหมด ไม่เกิดความต่อเนื่องจึงต้องดูสัดส่วนตรงนี้ให้เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ในเรื่องงานสอบสวน คงต้องดูแลส่วนนี้อยู่ ต้องมีกลไกเพื่อให้เกิดการประสานสอดคล้อง เมื่อรับเรื่องร้องเรียนเข้ามาแล้วไม่เป็นธรรมแล้วจะทำอย่างไร ทั้งนี้ ในส่วนของการโอนหน้าที่ ที่ไม่ใช่หน้าที่ของตำรวจโดยตรง เช่น ตำรวจรถไฟ ตำรวจจราจร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การเจริญเติบโตของตำรวจ และการปรับปรุงโครงสร้างของดีเอสไอว่าควรทำหน้าที่อะไร ในเมื่อตั้งขึ้นมาเพื่อทำคดีพิเศษ ไม่ใช่บางคดี ไม่ให้ตำรวจทำ ตำรวจก็เอาไปให้ดีเอสไอทำ เพราะดีเอสไอตั้งมาเป็นหน่วยงานพิเศษ เหมือนสกอตแลนด์ยาร์ด หรือเอฟบีไอ จะทำอย่างไร ไม่ใช่ทางเลือก แต่มันเป็นหน้าที่หรือพันธกิจที่ต้องทำให้เกิดความชัดเจนขึ้น แล้วบุคลากรของดีเอสไอควรจะเป็นอย่างไร มาจากตำรวจทั้งหมดได้หรือไม่ มันก็ต้องลดสัดส่วนตรงนี้ลงไป เอาบุคคลภายนอกที่เรียนรู้เรื่องกฎหมายระหว่างประเทศหรืออะไรมาอยู่ในดีเอสไอ นี่คือเรื่องการปรับโครงสร้างตำรวจคร่าวๆ ยังคงอีกหลายเรื่องเช่นกันพิสูจน์หลักฐาน บางทีมันทำงานร่วมกัน ลำบาก ฉะนั้นควรจะต้องแยกแยะให้เกิดความชัดเจนหรือไม่ตรงไหนจะทำอะไรอย่างไรมันทำได้ ซึ่งก็อยู่ที่ความบริสุทธิ์ใจ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ทุกคน อันนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลเป็นห่วงผมได้ย้ำเตือนไปเเล้ว&amp;quot;พล.อ.ประยุทธ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11215</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.สัญจร, ซื้อขายตำแหน่ง, นครสวรรค์, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ปฏิรูปตำรวจ, เรียกเงินวิ่งเต้นสอบบรรจุครู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180612/image_big_5b1f96325bb34.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9789</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2018 13:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2018 13:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กโจ๊ก&#039;ชี้โทษหนักถึงไล่ออก 6 ตำรวจซื้อตำแหน่ง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ค.61 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท.กล่าวถึงกรณีที่ตำรวจจับกุมนายไพจิตร์ สายยา คนขับแท็กซี่ ที่ได้ปลอมแอปพลิเคชั่นไลน์แอบอ้างเป็นตัวเอง หลอกลวงข้าราชการตำรวจสามารถโยกย้ายเลื่อนตำแหน่งได้ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ บช.ภ.4 ตกเป็นเหยื่อ 6 นายตั้งแต่รอง ผบก.-ผบ.หมู่ จ่ายเงินกว่า 4 ล้านบาท ว่า จากนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.คงมีคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบวินัยร้ายแรง แก่ข้าราชการตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทั้ง 6 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ &amp;nbsp;กล่าวว่า ในส่วนความผิดทางอาญาพนักงานสอบสวนท้องที่เกิดเหตุจะต้องมีการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 6 นาย ได้เข้าแจ้งความในฐานะผู้เสียหาย จากการถูกหลอกลวงและฉ้อโกง ถ้าผู้เสียหายเป็นบุคคลธรรมดาคงไม่เป็นไร แต่คดีในฐานะที่ทั้ง 6 นาย เป็นข้าราชการตำรวจ จะต้องถูกพนักงานสอบสวนแจ้งความดำเนินคดีด้วย ในฐานะเป็นผู้มีส่วนสนับสนุนให้มีการกระทำความผิด ดังนั้นข้าราชการตำรวจต้องถูกดำเนินการใน 2 ส่วน คือ เรื่องวินัยและอาญา ความผิดในลักษณะเช่นนี้ ข้าราชการเป็นผู้กระทำความผิดเสียเอง เป็นความผิดร้ายแรงมีโทษถึงไล่ออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ &amp;nbsp; กล่าวด้วยว่าในอดีตที่ผ่านมาเมื่อมีเหตุในลักษณะเช่นนี้มักจะมีการดำเนินการแค่ด้านเดียว คือด้านคนหลอก วันนี้ต้องดำเนินการทั้ง 2 ด้าน ต่อไปตำรวจจะได้ไม่กล้า จากนี้เมื่อตำรวจพบเห็นว่ามีการกระทำเช่นนี้ จะต้องรายงานผู้บังคับบัญชาและตรวจสอบ ไม่ใช่ตำรวจเป็นผู้ส่งเสริมเสียเอง กรณีนี้เมื่อรู้กลับไปจ่ายเงินด้วย ผู้ต้องหาคงใช่ผู้ที่เริ่มก่อน แต่เป็นเพราะตำรวจเราเป็นผู้ไปเริ่มต้นก่อน ไปเปิดช่องให้ผู้ต้องหา เป็นผู้เสนอให้ผู้ต้องหา เลยเหมือนหมูเข้าปากหมา จึงตกเบ็ดเสียเลย จึงได้เกิดขบวนการนี้ขึ้นมา ในส่วนการตั้งคณะกรรมการผบ.ตร.จะเป็นผู้ตั้งเอง ซึ่งคงให้กองวินัยดำเนินการ ส่วนทางอาญาตนได้เรียนผบช.ภ.4 แล้ว ต่อไปจะได้ไม่มีใครกล้าทำอย่างนี้อีก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9789</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซื้อขายตำแหน่ง, ตำรวจ, บิ๊กโจ๊ก, ปฏิรูปตำรวจ, พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af550cab5fa0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
