<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112274</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2021 09:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2021 09:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>THG ยันร่วมมือนำเข้าวัคซีน mRNA กับหน่วยงานรัฐ! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค. 2564 &amp;nbsp;บมจ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป(THG) &amp;nbsp;ออกหนังสือแจ้งว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (&amp;ldquo;สำนักงาน ก.ล.ต.&amp;rdquo;) มีหนังสือลงวันที่ 4 สิงหาคม 2564 โดยใช้อำนาจมาตรา 58 (1) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (&amp;ldquo;พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ&amp;rdquo;) ให้ผู้บริหาร บริษัท ชี้แจงข้อมูลและนำส่งเอกสาร หลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และเปิดเผยคำชี้แจงดังกล่าวผ่านระบบสารสนเทศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายใน 7 วันนับตั้งแต่วันที่ในหนังสือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
บริษัทฯ ขอชี้แจงว่า บริษัทฯ ได้รับหนังสือจาก สำนักงาน ก.ล.ต.แล้วโดยจะดำเนินการชี้แจงโดยละเอียดตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด โดยขอให้ข้อมูลเบื้องต้นได้ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1. บริษัทฯ &amp;ldquo;ไม่ได้ให้ข้อมูลการทำสัญญาหรือจะทำสัญญาร่วมกับกระทรวงกลาโหม&amp;rdquo; ตามที่ได้ชี้แจงไปแล้ว ทั้งนี้บริษัทฯ ได้ลงนามความร่วมมือกับองค์กรที่มีความเกี่ยวข้องกับรัฐเพื่อร่วมกันนำเข้าวัคซีนจริงโดยจะเปิดเป็นเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้สำนักงาน ก.ล.ต.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2. บริษัทฯ ไม่ได้ใช้เงินสด เงินกู้ หรือทรัพย์สินของบริษัทฯ ในการวางมัดจำหรือค่าปรับมัดจำวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3. วัคซีนจำนวน 20 ล้านโดสที่ได้มีการเจรจากับผู้แทนจำหน่ายแล้วนั้น ยังไม่มีการลงนามสั่งซื้อจากหน่วยงานที่มีหน้าที่ตามระเบียบของรัฐแต่บริษัทฯ ยังไม่ละทิ้งความพยายาม โดยจำนวนวัคซีน และระยะเวลาการนำเข้าวัคซีนไม่สามารถระบุได้ เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อนึ่งขอเรียนให้ท่านทราบว่า&amp;ldquo;แม้บริษัทฯ ไม่ใช่ผู้มีหน้าที่ในการดำเนินการสั่งซื้อวัคซีนโควิด 19 ตามกำหนดของรัฐ&amp;rdquo; แต่เป็นการ&amp;ldquo;ทำหน้าที่ในฐานะเอกชนและพลเมือง&amp;rdquo; ที่ไม่เพิกเฉยต่อสถานการณ์การระบาดของโรคที่มีในปัจจุบัน เพื่อช่วยให้วิกฤตนี้ผ่านพ้นไปโดยเร็ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112274</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซื้อวัคซีน, บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), สำนักงาน ก.ล.ต.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210805/image_big_610b4ef81fea7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109922</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 11:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 11:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้บริหารธนบุรี เฮลท์แคร์ โชว์เช็ค780ล้านสั่งซื้อวัคซีนผ่านอภ.ลั่นไม่กุเรื่องมาซื้อหุ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค.6 4- ดร.สุวดี พันธุ์พานิช เลขานุการบริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (THG) ได้โพสต์ผ่านทวิตเตอร์ ดร.นิค ไม่ได้เป็นหมอฯ @DrSuwadee ระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่กุเรื่องดองค่าวัคซีนมาซื้อหุ้นนะคะ คนทำงานเสียกำลังใจค่ะ #saveหมอบุญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใครมีโอกาสได้วัคซีนให้รีบรับ ตอนนี้ระบาดมาก ป้องกันอาการหนัก เราดูแลคนไข้โควิดกว่า 2,400 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนใครรับวัคซีนแล้วให้ระวังตัวให้มาก เพราะวัคซีนที่มีป้องกันการติดเชื้อได้ไม่ดีค่ะ #ไม่ได้เป็นหมอแต่เป็นห่วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.สุวดี ยังได้โพสต์ ภาพสำเนาเช็คเงินสด780 ล้าน พร้อมข้อความว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอนไปแล้วค่าาา รูปนี้ถ่ายที่ อภ ส่วนหุ้นก็ซื้อทั้งปีค่ะ ไม่มีหยุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (THG) ได้มีหนังสือถึง กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย&amp;nbsp; ลงวันที่ 15 ก.ค.2564 ในหัวข้อเรื่อง ชี้แจงการนำเข้าวัคซีน โควิด-19 เทคโนโลยี mRNA โดยเนื้อหาระบุว่า ตามที่นักลงทุนจำนวนมากได้ให้ความสำคัญกับข่าวการเจรจานำเข้าวัคซีน โควิด-19 เทคโนโลยี mRNA ของ บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (THG) โดยที่มีข่าวที่อาจก่อให้เกิดความสับสน เนื่องจากมีการสอบถามไปยังบริษัทผู้ผลิตวัคซีนนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ THG ได้มีการตกลงซื้อวัคซีนจริง โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการด้านเอกสารกับตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศ ในส่วนของระยะเวลาหากมีชัดเจนแล้วจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง เนื่องจากยังต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
THG มุ่งหวังให้ประเทศไทยผ่านวิกฤตินี้ไปโดยเร็วที่สุดโดยได้ทุ่มเทกับการป้องกันและรักษาชีวิตของประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถจึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลงนามโดย ดร.สุวดี พันธุ์พานิช เลขานุการบริษัท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109922</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซื้อวัคซีน, ดร.สุวดี พันธุ์พานิช, นพ.บุญ วนาสิน, บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f10425005ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105861</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตีกรอบปลดล็อกอปท.ซื้อวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; เรียก &amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; หารือประเด็นให้เอกชน-อปท.จัดหาวัคซีนหลังออกประกาศในราชกิจจาฯ&amp;nbsp; &amp;ldquo;ณัฐพล&amp;rdquo; ย้ำไม่ใช่เดินดุ่มๆ ไปซื้อเองได้ ต้องซื้อผ่านหน่วยงานรัฐที่กำหนดไว้ หวังให้ อปท.แค่ทำหน้าที่สนับสนุน เพราะกลัวซ้ำซ้อนแผน ศบค. &amp;ldquo;หมอหนู&amp;rdquo; เล็งเพิ่มโควตาวัคซีนให้ กทม. ชี้หากคนกรุงมีภูมิเท่ากับแก้ทั้งประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ ยังคงมีความต่อเนื่องในกรณีประกาศศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ
ไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เรื่องแนวทางการบริหารจัดการวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 138 ตอนพิเศษ 123 ง ที่สาระสำคัญคือการให้สถานพยาบาลเอกชน, เอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สามารถจัดหาวัคซีนเองได้
โดยมีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เรียกนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เข้าพบประมาณ 1 ชั่วโมง โดยคาดว่าเป็นการหารือถึงข้อกฎหมายและรายละเอียดการปลดล็อกให้ อปท.สามารถจัดซื้อวัคซีนฉีดให้ประชาชนในพื้นที่เองได้ โดยต้องผ่านความเห็นชอบจาก ศบค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข กล่าวเรื่องนี้ว่า การฉีดวัคซีนหากมีหน่วยงานใดเข้ามาให้การสนับสนุนช่วยเหลือและเป็นประโยชน์กับประชาชน สธ.ก็ยินดีและขออนุโมทนาสาธุ พร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่ ซึ่งในส่วนของ สธ.นั้น อปท.ยังไม่มีใครประสานมา ถ้าติดต่อมาก็ต้องพิจารณา แต่เรื่องนี้ต้องชี้แจงว่า สธ.จัดซื้อนั้นมีการใช้เงินภาษีของประชาชน ดังนั้นวัคซีนที่ได้มาต้องเป็นวัคซีนที่ฉีดให้ประชาชนฟรี ซึ่งขณะนี้ก็ครอบคลุมกลุ่มประชากร ดังนั้นถ้า อปท.จะจัดซื้อและฉีดก็ต้องดูแผนของ ศบค. ต้องไม่ซ้ำซ้อนกัน การจัดซื้อต้องเป็นไปตามกฎหมาย เป็นไปตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง&amp;nbsp; เป็นไปตามพระราชบัญญัติยา
&amp;ldquo;ย้ำว่าสิ่งที่ทำจะต้องเกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง แต่หากผลประโยชน์เกิดกับคนใดคนหนึ่ง กระทรวงสาธารณสุขก็ไม่ยอม&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษก ศบค.แถลงว่า&amp;nbsp; พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศปก.ศบค.) ได้ชี้แจงเกี่ยวกับประกาศ ศบค.เรื่องดังกล่าวต่อที่ประชุม โดยสาระสำคัญคือการให้กรมควบคุมโรค, องค์การเภสัชกรรม, สถาบันวัคซีนแห่งชาติ,&amp;nbsp; สภากาชาดไทย และราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ หรือหน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่และอำนาจในการให้บริการทางการแพทย์หรือสาธารณสุขแก่ประชาชนร่วมมือกันจัดหาวัคซีน ส่วนที่เปิดให้ อปท.รวมถึงสถานพยาบาลภาคเอกชนจัดหาวัคซีนนั้น ก็ต้องดำเนินการจัดหากับหน่วยงานข้างต้น ไม่ได้หมายความว่า อปท.จะนำเข้าวัคซีนได้เอง และต้องทำตามกฎหมายโดยสอดคล้องกับงบประมาณ ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดและคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดคอยกำกับดูแล
พล.อ.ณัฐพลให้สัมภาษณ์เรื่องนี้อีกครั้งว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินทำข้อเสนอแนะมาที่ ศบค. โดยอยากให้ ศบค.กำหนดแนวปฏิบัติเกี่ยวกับวัคซีน จึงเรียนให้ พล.อ.ประยุทธ์รับทราบ และได้ออกเป็นประกาศในราชกิจจานุเบกษามีผลบังคับใช้ในทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า การสั่งซื้อต้องซื้อจากหน่วยงานรัฐที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร ไม่สามารถซื้อโดยตรงกับบริษัทผู้ผลิตใช่หรือไม่ พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า ในระยะนี้ขอให้เป็นแบบนี้ไปก่อน เนื่องจากวัคซีนมีปริมาณจำกัด ซึ่งแต่ละประเทศผู้ผลิตกำหนดเงื่อนไขจำหน่ายให้คือ จำหน่ายให้หนึ่งประเทศหนึ่งสัญญา สมมุติว่าถ้าทั้งรัฐและเอกชนต้องการซื้อต้องแบ่งปริมาณกัน ก็จะมีข้อจำกัดมากขึ้น โดยเนื้อหาประกาศมี 3 ส่วนสำคัญ คือ 1.กำหนดหน่วยงานที่สามารถนำเข้ามา 2.ให้เอกชนและ รพ.เอกชนสามารถสั่งซื้อจากหน่วยงานที่กล่าวข้างต้น ไม่สามารถซื้อโดยตรงจากบริษัทได้ และ 3.ให้ อปท.ดูกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง แผนงานงบประมาณ แผนกระจายวัคซีนของ ศบค. เนื่องจาก&amp;nbsp; อปท.ต้องใช้เงินแผ่นดิน จึงต้องใช้งบให้คุ้มค่ามากที่สุดและสอดคล้องกับแผนวัคซีนที่กำหนดแนวทางไว้
&amp;ldquo;หากเป็นไปได้อยากให้ อปท.ทำหน้าที่แค่สนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการจัดประชาชนเข้ามาฉีดวัคซีนตามที่ ศบค.หรือกระทรวงสาธารณสุขดำเนินการอยู่แล้ว&amp;rdquo; พล.อ.ณัฐพลระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า อปท.ควรให้ ศบค.พิจารณาว่าจะจัดซื้อได้จำนวนเท่าไหร่ โดยดูจากรายได้เงินอุดหนุนของรัฐด้วยหรือไม่ พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่าคงไม่ถึงขนาดนั้น แต่ย้ำว่าต้องดูกฎหมาย ดูแผนงานที่ ศบค.แจกจ่ายให้ ซึ่งเราพิจารณาอย่างเหมาะสมแล้ว และไม่ได้หมายความว่า&amp;nbsp; อปท.ทุกแห่งจะซื้อได้ ต้องดูหลักเกณฑ์แนวทางนี้และพิจารณามาตามลำดับ ตั้งแต่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการเป็นประธาน จากนั้นนำเข้า ศบค.พิจารณาอย่างรอบคอบ ไม่ใช่ว่าประกาศออกไปแล้ว อปท.สามารถซื้อได้เองทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า จำนวนที่จะให้เอกชนหรือหน่วยงานซื้อได้กำหนดช่วงเวลาของการจัดซื้อในช่วงเวลาใด พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่าไม่ได้กำหนด เพราะยิ่งได้ฉีดมากขึ้นเร็วขึ้นยิ่งดี&amp;nbsp; แต่เราจะดูปริมาณที่มา ขณะนี้รัฐบาลเตรียมวัคซีนให้ประชาชน 100 ล้านโดส สำหรับ 50 ล้านคน คนไทยมีประมาณ 67 ล้านคน ต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยประมาณ 2.6 ล้านคน รวมประมาณ 70 ล้านคน การที่เตรียมไว้สำหรับ 50 ล้านคนเพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ แต่ถ้าสามารถฉีดให้ได้มากกว่านี้ก็ดี
อนุทินเล็งเพิ่มวัคซีนให้ กทม.
นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp; (มท.) ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า&amp;nbsp; ได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดให้ดำเนินการตามแนวทางการบริหารจัดการวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&amp;nbsp; ตามประกาศ ศบค.อย่างเคร่งครัด ส่วนการจัดหาวัคซีนของ อปท.นั้น หากจะจัดหาวัคซีนมาให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่ ให้จัดหาจากกรมควบคุมโรค, องค์การเภสัชกรรม, สถาบันวัคซีนแห่งชาติ, สภากาชาดไทย และราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ หรือหน่วยงานของรัฐ และต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ หรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง และหลักเกณฑ์หรือแผนการใช้จ่ายงบประมาณของ อปท.รวมทั้งสอดคล้องกับ ศบค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายอนุทินพร้อมคณะลงตรวจเยี่ยมศูนย์ฉีดวัคซีนเดอะมอลล์ บางแค โดยนายอนุทินกล่าวภายหลัง ว่า การฉีดวัคซีนนอกสถานพยาบาลถือเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อให้บริการฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึง ซึ่งการฉีดเป็นไปตามนโยบายของ ศบค. โดยส่วนของกรุงเทพมหานคร (กทม.) เห็นได้ชัดว่า สธ.จัดส่งมาตามคำร้องขอของกรุงเทพฯ ก่อนกระจายไปยังจุดฉีดทั้งในและนอกสถานพยาบาล แต่จากการมาตรวจเยี่ยมที่เดอะมอลล์ บางแค มีความพร้อมรองรับคนได้วันละ 3,000&amp;nbsp; คน แต่ได้รับการจัดสรรวัคซีนเพียงวันละ 500 โดส ดังนั้นสิ่งที่อยู่ในหัวคือจัดสรรวัคซีนเพิ่ม ดังนั้นต้องหารือกับ สธ.และ ศบค.เพื่อทำการเพิ่มประสิทธิภาพในการฉีดให้ได้มากที่สุด ครอบคลุมประชากรมากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จริงๆ กรุงเทพฯ ได้รับการจัดสรรวัคซีนจำนวนมาก&amp;nbsp; 2 ล้านโดส เพราะระบาดมาก ส่วนในต่างจังหวัดสถานการณ์เบาลงแล้ว มีเพียง 3-4 จังหวัดที่ยังมีคลัสเตอร์อยู่ แต่ก็ควบคุมได้ ดังนั้นวันนี้ปัญหาใหญ่คือกรุงเทพฯ ถ้าแก้ปัญหาในกรุงเทพฯ ได้เท่ากับแก้ปัญหาของประเทศไทยได้ เพราะเป็นศูนย์กลางที่ผู้คนทั่วประเทศมาทำมาหากิน&amp;nbsp; ดังนั้นเราจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับกรุงเทพฯ&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
เมื่อถามถึงการจัดสรรวัคซีนไปยังพื้นที่ต่างๆ ที่ยังมีไม่เพียงพอ เช่น อ.สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ที่มีรายงานว่าได้วัคซีนเพียง 1 ขวด จะพิจารณาจัดสรรเพิ่มเติมหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า การจัดสรรวัคซีนจะคำนวณจากจำนวนวัคซีนหารด้วยจำนวนจังหวัด และหารด้วยจำนวนประชากรในจังหวัด แล้วมาเทียบกับปัจจัยเสี่ยงในพื้นที่ ก็จะออกมาเป็นตัวเลขของวัคซีนในแต่ละจังหวัด&amp;nbsp; ซึ่งไม่มีจังหวัดไหนที่ได้เท่ากันแน่นอน แต่เป็นการจัดสรรอย่างเป็นธรรม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีข่าวหญิงอายุ 46 ปีเสียชีวิตจากฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้านั้น นายอนุทินกล่าวว่า ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต สธ.มีการเฝ้าระวังติดตามเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ภายหลังได้รับวัคซีนโควิด- 19 (AEFI) โดยมีการสอบสวนโรค ชันสูตร รวบรวมข้อมูล นำสู่เข้าที่ประชุมคณะกรรมการ AEFI เพื่อพิจารณาว่าเกี่ยวข้องกับวัคซีนหรือไม่ หากทราบผลการพิจารณาจะชี้แจงสร้างความเข้าใจกับครอบครัวและสังคมต่อไป และได้สั่งการให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เร่งเยียวยาเบื้องต้นให้เร็วที่สุดแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า ทันทีเมื่อทราบข่าวการเสียชีวิตก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่จากสำนักงาน สปสช. เขต 13 ลงไปในพื้นที่เพื่อติดตามประสานงานในเรื่องการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว
พิสูจน์แล้วดับ 12 ไม่เกี่ยววัคซีน &amp;nbsp;
นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค&amp;nbsp; (คร.) กล่าวถึงกรณีพบคนหนุ่มสาวมีอาการไข้หลังได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าว่า เป็นเรื่องปกติของการรับวัคซีน&amp;nbsp; ไม่ว่าจะเป็นวัคซีนป้องกันโรคอื่นหรือโควิดก็จะมีปฏิกิริยาคล้ายคลึงกัน ส่วนใหญ่เป็นอาการชั่วคราว ไม่นานก็หาย&amp;nbsp; สามารถรับประทานยาแก้ปวด ลดไข้ เพื่อบรรเทาอาการได้&amp;nbsp; แต่หากอาการไม่ดีขึ้นก็สามารถมาพบแพทย์
นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กล่าวว่า&amp;nbsp; ตั้งแต่เริ่มฉีดวัคซีนวันที่ 28 ก.พ. มีจำนวนวัคซีนที่จัดสรรซิโนแวค 4,982,313 โดส แอสตร้าเซนเนก้า 1,774,180 โดส รวมทั้งสิ้นการจัดสรรวัคซีนสองชนิด 6,756,493 โดส ซึ่งถ้าแยกจำนวนการฉีดวัคซีนในวันที่ 7-8 มิ.ย.จะเห็นว่าสามารถฉีดได้เกินวันละ 400,000 โดส ทั้งนี้ยอดรวมของการฉีดมาตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.คือ 5,107,069 โดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เฉวตสรรยังกล่าวถึงกรณีผู้เสียชีวิตหลังรับวัคซีนว่า มีรายงานมาแล้ว 28 ราย แต่หลังจากตรวจชันสูตรแล้วพบว่ามี 12 รายสาเหตุการเสียชีวิตไม่เกี่ยวกับวัคซีน ส่วนอีก 16 รายนั้นอยู่ระหว่างตรวจสอบ จึงขอให้ประชาชนมั่นใจในความปลอดภัยของวัคซีน และจะติดตามเรื่องเหล่านี้มานำเสนอให้ทราบเป็นระยะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยแถลงว่า เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีการฉีดวัคซีนทั้งสิ้น 472,128 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 428,549&amp;nbsp; ราย เข็มสอง 43,669 ราย ทำให้ยอดรวมสะสมการฉีดวัคซีนตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. มีทั้งสิ้น 5,107,069 โดส
สำหรับการฉีดวัคซีนในพื้นที่ต่างๆ ในวันที่ 3 นั้น พบว่ายังคงคึกคักอยู่ต่อเรื่อง โดยที่ จ.ปทุมธานียังมีผู้ลงทะเบียนเดินทางมาใช้บริการต่อเนื่อง โดยนางสาวเรวิญานันท์ ทาเกิด หรือเบญ นักแสดงนางร้ายหน้าสวย&amp;nbsp; เจ้าของบทบาทลาวทองในละครเรื่องวันทอง ก็ได้เดินทางมาฉีดวัคซีนพร้อมเชิญชวนให้ทุกคนมาร่วมฉีดด้วย
ส่วนที่ จ.ขอนแก่น ซึ่งตั้งเป้าการฉีดไว้ 70% คือ 1,285,000 คน ขณะนี้ได้ฉีดวัคซีนไปแล้ว 7.12% หรือ 91,504 ราย โดยแยกเป็นการฉีดเข็มที่ 1 จำนวน 63,576 ราย และเข็มที่ 2 จำนวน 27,828 ราย และจากการตรวจสอบภาวะไม่พึงประสงค์ที่ฉีดมา 2 วันนั้น พบว่ามีเพียง 2.2% เท่านั้นมีอาการความดันโลหิตสูง ปวดบวม ปวดศีรษะ วิงเวียน คลื่นไส้&amp;nbsp; และเหนื่อยอ่อนเพลีย ส่วน จ.ภูเก็ตก็ตั้งเป้าเช่นกันว่าจะฉีดให้ประชากรบนเกาะให้เสร็จสิ้นภายใน 30 มิ.ย.เพื่อให้เกาะปลอดโรค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105861</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, จัดหาวัคซีน, ฉีดวัคซีน, ซื้อผ่านหน่วยงานรัฐ, ซื้อวัคซีน, วัคซีนโควิด, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อปท., โควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c0d11e250bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102144</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซื้อวัคซีน150ล้านโดส บิ๊กตู่สั่งเร่งจัดหาสำรองไว้/ตั้งเป้าก.ค.ฉีดวัยทำงานครึ่งประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; สั่งทุกหน่วยทำงานเชิงรุกเร่งเจรจาหาวัคซีนเพิ่มให้ได้ 150 ล้านโดส ฉีดคนไทย 60 ล้านคน รับมือสถานการณ์โควิด พร้อมปรับแผนเดือน ก.ค.ต้องฉีดเข็มแรกวัยทำงานให้ได้ครึ่งประเทศ &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; เผยไฟเซอร์ตกลงส่งวัคซีนเข้าไทยไตรมาส 3-4 กว่า 10-20 ล้านโดส เล็งฉีดให้เด็ก 12-18 ปี &amp;quot;คกก.โรคติดต่อ&amp;quot; ไฟเขียวฉีดซิโนแวคผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไปได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 พ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวในรายการ PM PODCAST ว่า เมื่อเราพิจารณาสถานการณ์ในภาพรวมที่เกิดขึ้นทั่วโลก เตือนให้เราเห็นว่าการระบาดของโควิด-19 ไม่น่าจะหายไปจากโลกนี้ได้โดยเร็ว เราต้องเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตตั้งแต่ตอนนี้ สิ่งที่เราต้องทำเรื่องแรกคือ เราต้องเพิ่มจำนวนวัคซีนในมือของเราให้มากกว่านี้ วันนี้ตนสั่งการไปแล้วว่าประเทศไทยควรหาวัคซีนเพิ่มเติมให้เรามีถึง 150 ล้านโดสให้ได้ หรือมากกว่านั้น แม้ว่าบางส่วนอาจจะส่งมอบให้เราในปีหน้าก็ตาม เพื่อเตรียมการรับความเสี่ยงเรื่องวัคซีนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ปัจจุบันเราได้ตั้งเป้าไว้เดิมจัดซื้อวัคซีน 100 ล้านโดส เพื่อให้เพียงพอสำหรับฉีดให้ประชาชน 50 ล้านคน โดยหวังว่าจะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ภายในประเทศได้ แต่คิดว่าเท่านั้นยังไม่พอ เพราะทุกวันนี้ถ้าเราฟังจากสถานการณ์ทั่วโลกก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่จากไวรัสตัวนี้จะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่และจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ตนก็ยังมีความกังวลในเรื่องนี้ ระยะต่อไปคงต้องมีแผนสำรองตลอดเวลา แต่วันนี้เราก็ได้รับคำยืนยันแล้วทั่วโลกว่าฉีดดีกว่าไม่ฉีด และฉีดเข็มเดียวก็ดีกว่าไม่ฉีด ดังนั้นเราควรจะต้องมีวัคซีนให้เพียงพอสำหรับคนไทยทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประเทศเรามีประชากรผู้ใหญ่อยู่ประมาณ 60 ล้านคน เท่ากับว่าเราจะต้องมีวัคซีนอย่างน้อย 120 ล้านโดส และเราต้องคำนึงแรงงานอื่นๆ ที่อยู่ในภาคธุรกิจของเรา นอกจากนั้นเราจะต้องมีวัคซีนเผื่อไว้เพียงพอสำหรับความเสี่ยงและความไม่แน่นอนอื่นๆ ด้วย อาจจะต้องถึง 150-200 ล้านโดสในระยะต่อไป แต่ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงอายุการใช้งานของวัคซีนและสถานการณ์ในปีหน้าด้วย&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานทำงานเชิงรุกให้มากยิ่งขึ้นเพื่อให้การเจรจาสั่งซื้อวัคซีนของเรามีความคืบหน้าที่เร็วกว่านี้ ให้มีการเจรจากับผู้ผลิตหลายรายเพื่อเพิ่มโอกาสในการได้วัคซีนเพิ่มขึ้น เราได้มีการเจรจากับผู้ผลิตวัคซีนถึง 7 ราย และจะมีการเจรจาเพิ่มเติมอีก รวมถึงวัคซีนใหม่ๆ จากผู้ผลิตรายใหม่ด้วย โดยต้องเป็นไปตามขั้นตอนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ที่จะต้องพิจารณาให้รวดเร็วขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้รับการยืนยันว่าเราจะได้วัคซีนเพิ่ม 3,500,000 โดส และจะมีการส่งมอบให้กับประเทศไทยในเดือนนี้ ตรงนี้ถือเป็นจำนวนที่เพิ่มเติมขึ้นจากยอดเดิมที่เราได้ดำเนินการไว้เพื่อใช้ในเดือน พ.ค. จากจำนวนที่ได้รับการยืนยันมาก่อนหน้านี้ ขอขอบคุณกระทรวงสาธารณสุข ทุกกระทรวง และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ช่วยดำเนินการอย่างรวดเร็ว ซึ่งเรื่องนี้ก็ผ่านช่องทางของกระทรวงการต่างประเทศโดยรัฐบาลด้วย&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การตัดสินใจในภาพใหญ่อีกเรื่องคือ เรื่องการปรับแนวทางการฉีดวัคซีน ซึ่งจะมีการเร่งเครื่องการฉีดวัคซีนเข็มแรกหลังจากการหารืออย่างเข้มข้นจากผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์และสาธารณสุข เราก็ต้องปรับมาให้ความสำคัญในการฉีดวัคซีนเข็มแรกให้ประชาชนจำนวนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เนื่องจากทางการแพทย์มีความเห็นไปในทางเดียวกันว่า หลังจากที่ได้รับการฉีดวัคซีนแม้แต่เพียงเข็มแรก ก็จะสามารถช่วยลดโอกาสในการรับเชื้อลดความรุนแรงของอาการและลดโอกาสในการเสียชีวิตไปได้อย่างมาก ถึงแม้จะมีผลข้างเคียงอยู่บ้างก็จะดำเนินการแก้ไขต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อพวกเรารู้อย่างนี้แล้วเราควรจะต้องร่วมมือกันช่วยกันเร่งเครื่องเดินหน้าให้เร็ว ปูพรมฉีดวัคซีนเข็มแรกให้ได้จำนวนมากที่สุดให้กับประชาชน โดยประมาณเดือน ก.ค.นี้ เราควรจะมีประชากรผู้ใหญ่จำนวนครึ่งหนึ่งของทั้งประเทศที่จะได้รับการฉีดวัคซีนเข็มแรกแล้ว และได้รับการปกป้องจากอันตรายของโควิด-19 ในระดับที่มากพอสมควร&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
วัคซีนไฟเซอร์เข้าไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า ไฟเซอร์มาแล้ว ประชุมแผนการจัดหาวัคซีนไฟเซอร์มาให้ประชาชน คาดว่าจะได้รับวัคซีนจำนวน 10-20 ล้านโดส เริ่มส่งได้ตั้งแต่ไตรมาสที่ 3-4 ปีนี้ ความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุขกับบริษัท ไฟเซอร์ ประเทศไทย เป็นไปด้วยดี อย.จะอำนวยความสะดวกการขึ้นทะเบียนวัคซีนไฟเซอร์ให้เร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้ผลิตวัคซีนรายอื่นๆ หากมีความพร้อมด้านการจัดส่งวัคซีนให้ประเทศไทยแบบกำหนดเวลาที่แน่ชัดได้ สามารถติดต่อเข้ามาได้ กระทรวงสาธารณสุขพร้อมรับข้อเสนอ และพร้อมให้ความร่วมมือ&amp;quot; นายอนุทินระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายอนุทินแถลงอีกครั้งยืนยันบริษัทไฟเซอร์มีนโยบายขายวัคซีนผ่านภาครัฐบาลก่อน โดยเรามีแผนจะกระจายวัคซีนไฟเซอร์ให้กับเด็กที่มีอายุ 12-18 ปี เพื่อครอบคลุมประชากร เพราะเป็นวัคซีนเดียวในขณะนี้ที่มีการอนุมัติใช้ในผู้อายุต่ำกว่า 18 ปี ส่วนราคาจัดซื้อยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ตามข้อตกลงของบริษัทผู้ผลิต แต่ยืนยันว่าจะเจรจาให้ได้ราคาที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากบริษัทผู้ผลิตอาจมีปัญหากับคู่ค้าประเทศอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้ ครม.ได้อนุมัติงบกลางเพื่อดำเนินการจัดซื้อวัคซีน เพื่อนำมาฉีดให้กับคนไทยครอบคลุมประชากรในประเทศ ยืนยันรัฐบาลไม่ได้ประวิงเวลาจัดซื้อวัคซีนไฟเซอร์เข้ามาในประเทศ เพราะที่ผ่านมามีการเจรจาหารือกับบริษัทมาโดยตลอด&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายอนุทินเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 5/2564 รวมกับคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง โดยนายอนุทินกล่าวหลังประชุมว่า ในปลายเดือน พ.ค.นี้จะมีการกระจายวัคซีนฉีดจำนวนมาก ดังนั้นคณะกรรมการมีมติให้ สธ.ร่วมกับมหาดไทย, สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, สภาอุตสาหกรรม, สภาหอการค้าและภาคเอกชน จะมาร่วมในการฉีดวัคซีนในประชากรวัยแรงงานรวม 16 ล้านคน โดยมีสํานักงานประกันสังคม และทางจังหวัดเป็นผู้รวบรวมจำนวนและรายชื่อแรงงานที่จะรับวัคซีนในโอกาสต่อไป รวมทั้งเพิ่มจุดฉีดวัคซีนที่นอกเหนือจากสถานพยาบาลของรัฐ ในกรุงเทพฯ 82 แห่ง และต่างจังหวัดประมาณ 300 แห่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้มีมติเห็นชอบแนวทางในการฉีดวัคซีนของซิโนแวคให้กับผู้มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป เป็นไปตามหลักเกณฑ์ทางการแพทย์ เนื่องจากผลการศึกษาของต่างประเทศจีนมีความชัดเจนมากขึ้นแล้ว จากนี้จะส่งเรื่องให้ อย.ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป จึงจะดำเนินการฉีดในกลุ่มที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การฉีดวัคซีนในกลุ่มวัยแรงงานจะทำคู่ขนานกับผู้สูงอายุ เนื่องจากขณะนี้การลงทะเบียนฉีดวัคซีนในหมอพร้อมมีจำนวนไม่มาก โดยคาดว่าจะเริ่มฉีดในเดือน มิ.ย.นี้ ซึ่งในส่วนของการฉีดจะให้ผู้ประกอบการรวมกลุ่มนัดหมาย จากนั้นกำหนดวันฉีด ส่งเรื่องมายังประกันสังคมเพื่อประสานกระทรวงสาธารณสุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอให้ความเชื่อมั่นนโยบายของรัฐบาล เราจะจัดหาวัคซีนให้ประชาชนคนไทยโดยที่ไม่คิดมูลค่า อย่างน้อย 100 ล้านโดส ครอบคลุมประชากรอย่างน้อย 50 ล้านคน ซึ่งรวมถึงชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทยด้วย&amp;quot; อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการ อย. ชี้แจงกรณีบริษัท คินเจน ไบโอเทค จำกัด ได้ให้ข้อมูลทางสื่อต่างๆ ถึงปัญหากระบวนการพิจารณาขึ้นทะเบียนวัคซีนสปุตนิก วี ว่า เมื่อวันที่ 19 เม.ย.64 บริษัท คินเจน ไบโอเทค จำกัด ได้เข้าหารือเพื่อขอยื่นเอกสารแบบต่อเนื่อง และได้ยื่นเอกสารเพื่อขอขึ้นทะเบียนวัคซีนสปุตนิก วี กับ อย. โดยผู้เชี่ยวชาญได้เริ่มประเมินข้อมูลที่ยื่นมาแล้ว แต่สามารถประเมินได้เพียงบางประเด็นเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ทาง อย.จึงได้ทำหนังสือแจ้งทางบริษัท คินเจนฯ เพื่อขอให้จัดส่งข้อมูลสำคัญที่ใช้ในการพิจารณาเพิ่มเติม โดยทางบริษัทแจ้งแก่ อย.ว่าจะดำเนินการส่งข้อมูลที่ขาดให้ครบถ้วนภายในเดือน พ.ค.64
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะทำงานพิจารณาการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่มี นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร เป็นประธานว่า ที่ประชุมได้สรุปการจัดหาวัคซีนโควิด-19 เพิ่มเติมสำหรับภาครัฐ ประกอบด้วย ไฟเซอร์, สปุตนิก วี และจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ซึ่งในการจัดหาวัคซีนของสถานพยาบาลเอกชนนั้น ที่ประชุมคณะทำงานมีความเห็นว่าควรเป็นวัคซีนโควิด-19 ในรายการอื่นๆ ที่ไม่ได้ให้บริการโดยภาครัฐและสถานพยาบาลของรัฐ เพื่อให้เป็นวัคซีนทางเลือกอย่างแท้จริง และไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกับภาครัฐ เช่น โมเดอร์นา, ชิโนฟาร์ม หรือวัคซีนอื่นที่มีการขึ้นทะเบียนต่อไปในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอให้มีการควบคุมราคาการให้บริการในการฉีดวัคซีนทางเลือกให้กับประชาชนในสถานพยาบาลเอกชนให้สมเหตุสมผล และมีราคาที่เหมาะสม โดยจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าไม่ปลอดภัย และสถานพยาบาลเอกชน/ภาคเอกชนที่ประสงค์จะนำเข้าวัคซีนโควิด-19 ทางเลือก จะเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนอื่นที่เกี่ยวข้อง&amp;quot; โฆษกรัฐบาลกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102144</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, จัดหาสำรองไว้, ซื้อวัคซีน, รับมือสถานการณ์โควิด, วัคซีนโควิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หาวัคซีนเพิ่ม, โควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210507/image_big_609542d634eaf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
