<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111832</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2021 14:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2021 14:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยุทธพงศ์&#039;กาหัวกมธ.ฝ่ายรัฐบาล ร้องป.ป.ช.สอบยกพวง เอี่ยวงบซื้ออาวุธ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ส.ค.64 - ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย แถลงข่าวกรณีการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 &amp;nbsp;โดยนายยุทธพงศ์ กล่าวว่า การพิจารณางบประมาณจัดซื้อยุทโธปกรณ์ของกองทัพเมื่อวันที่ 31 ก.ค. คณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 จำนวน 3.1 ล้านล้านบาท ในชั้นกรรมาธิการ ปรับลดงบประมาณไปได้เพียง &amp;nbsp;16,363 ล้านบาท และในวันที่2 ส.ค. จะมีนัดประชุมเพื่อแปรญัติยอดปรับลดที่รัฐมนตรีเสนอมา 1.2 แสนล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ ระบุว่า &amp;nbsp;ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการพิจารณางบฯ​ คือการปรับลดงบประมาณกองทัพเรือ จากคำของบฯ &amp;nbsp;41,307 ล้าน ปรับลงเพียง 1 รายการ คือรถประจำตำแหน่งพลเรือเอก จำนวน 5 คัน คันละ 1.67 ล้าน รวม 8.38 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับหน่วยงานอื่น เช่น กองทัพบก คำของบประมาณ 99,377 ล้านบาท ปรับลด 1,100 ล้านบาท กองทัพอากาศ คำของบฯ 38,404 ล้านบาท ปรับลด 510 ล้านบาท &amp;nbsp;แต่เหตุใดกองทัพเรือ คำของบฯ &amp;nbsp;41,307 ล้านบาท กลับปรับลดเพียง 8.38 ล้านบาทเท่านั้น จึงอยากสอบถามว่า สิ่งที่เกิดขึ้น เป็นเพราะมีคำสั่งจากบิ๊กรัฐบาลให้ช่วยเหลือกองทัพเรือ จริงหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า ความไม่โปร่งใสของกองทัพมีหลายข้อ ได้แก่ ปลัดบัญชีทหารเรือ มีหน้าที่โดยตรงในการชี้แจงการของบประมาณ ไม่เคยเข้ามาชี้แจงงบฯ แต่กลับส่งพลเรือเอกธีรกุล กาญจนะ เสนาธิการทหารเรือ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงแทน &amp;nbsp;รวมทั้งไม่ให้เอกสารรายละเอียดการจัดซื้อและเหตุผลในการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ ในการสั่งซื้อเรือรบ LPD ราคา 6,200 ล้านบาท ฝ่ายค้านท้วงติงชะลอการสั่งซื้อ เพราะต้องมีงบฯ เพื่อจัดซื้ออาวุธตามมา แต่กรรมาธิการฯฝั่งรัฐบาลกลับบอก มีเรือรบได้โดยไม่จำเป็นต้องมีอาวุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ ระบุด้วยว่า &amp;nbsp;อยากสอบถามว่าหากเรือรบที่ไม่มีระบบอาวุธ จะสั่งซื้อทำไม นอกจากนี้ยังไม่เลื่อนการสั่งซื้อโดรน 3 ตัว ตัวละ 1,400 ล้านบาท สัญญาผูกพันไปถึงปี 2568 มูลค่ารวม 4,100 ล้านบาท &amp;nbsp;โดยให้เหตุผลความจำเป็นด้านความมั่นคง กรรมาธิการฯฝั่งรัฐบาลทั้งหมดยกมือให้ผ่าน แต่พรรคร่วมฝ่ายค้านยืนยันไม่ร่วมสังฆกรรมในการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ใดๆ จึงขอวอล์กเอาต์ และตั้งคำถามว่า กมธ.ของรัฐบาลทั้ง 36 คน เข้าข่ายกระทำผิด ม.144 มีส่วนได้เสียทางตรงหรือทางอ้อมกับหน่วยงานเหล่านั้นหรือไม่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า อยากให้ประชาชนจดจำใบหน้าของกรรมาธิการฯ ฝั่งรัฐบาลทั้ง 36 คนในการเลือกตั้งครั้งหน้าด้วย อาทิ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ นายสันติ พร้อมพัฒน์ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ โดยเฉพาะนายเรืองไกร คือเจ้าของญัตติเสนอให้ผ่านงบฯ กองทัพเรือ และเตรียมยื่นหนังสือถึงประธาน ป.ป.ช. และนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ให้ตรวจสอบที่มาของรถหรูป้ายแดงที่นายเรืองไกรกล่าวอ้างว่า มีผู้ใหญ่ใจดีมอบให้ &amp;nbsp;มีส่วนได้เสียทางตรงหรือทางอ้อม กับการพิจารณางบฯ 65 หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า &amp;nbsp;พรรคเพื่อไทยเตรียมยื่นขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจวันที่ 12 สิงหาคมนี้ ก่อนการอภิปรายงบประมาณประจำปี 2565 ในวาระ 2-3 &amp;nbsp;โดยได้สงวนคำแปรญัติลดงบกองทัพเรือลง 5,000 ล้านบาท และให้โหวตอย่างเปิดเผย ส่วนตัวขอจองกฐิน พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม &amp;nbsp;ถึงความไม่ชอบมาพากล ส่อถึงความไม่โปร่งใสของกองทัพที่จัดซื้ออาวุธท่ามกลางความอดอยากของประชาชน กองทัพเห็นอาวุธสำคัญกว่าความอดอยากเดือดร้อนของประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรพงษ์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดการพัฒนาขีดความสามารถกองทัพ เพื่อเอาเงินมาเยียวยาประชาชนเร่งด่วน 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ เร่งเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยง และเพิ่มค่าเสี่ยงภัย &amp;nbsp;2.กลุ่มผู้ป่วย ผู้เสียชีวิต ขาดเสาหลัก ไม่มีเงินดำรงชีวิตต่อไป และ 3.กลุ่มบุคคลทั่วไป เพราะสถานการณ์ขณะนี้ประชาชนช่วยเหลือกันเอง รัฐช่วยเหลืออะไรประชาชนได้บ้าง เงินกู้ 1.5 ล้านล้านบาท หายไปไหน หนี้ครัวเรือนเพิ่ม การเยียวยาประชาชน ม.33 เพียง 2,000-5,000 บาท เฉพาะ 13 จังหวัดไม่เพียงพอ เพราะประชาชนเดือนร้อนทั่วประเทศ ขอย้ำว่า ต้องเอาเงินกองทัพมาเยียวยาเพิ่มเติมประชาชน ขอให้ทำงานประชาชนมากกว่านี้ อย่าปิดปากประชาชนที่ออกมาเรียกร้องความเป็นธรรม.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111832</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณ, ซื้ออาวุธ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210801/image_big_61064635d415a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101116</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2021 07:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2021 07:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช่วยตอบหน่อย!&#039;ทอน&#039;ตามจิก งบฯกลาโหม ถามจะมีผู้นำไปทำไม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 เม.ย.64-นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thanathorn Juangroongruangkit - ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ระบุรายละเอียดว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1)
&amp;ldquo;ที่กองทัพบอกว่ามีความจำเป็นต้องเอางบไปซื้ออาวุธในช่วงนี้ ถูกต้องแล้วเพราะเป็นไปตามขั้นตอนปกติ ผมขอถามว่าอย่างนั้นเราจะมีผู้นำไปทำไม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน้าที่ของผู้นำในภาวะวิกฤติคือการจัดสรรทรัพยากร ต้องโยกคนไปที่ไหน ต้องโยกงบประมาณไปที่ไหน จะเอางบประมาณจากที่ไหนไปที่ไหน ฯลฯ นี่คือผู้นำ เพราะผู้นำคือคนที่มีอำนาจ คือคนที่มีทรัพยากร คือคนที่จะต้องกระจายทรัพยากรไปในหน่วยงาน ไปในประเด็น ไปในพื้นที่ที่ต้องการ เหมาะสม ตามแต่ยุทธศาสตร์และวิสัยทัศน์ของผู้นำคนนั้นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น ถ้าจะบอกว่าทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน แล้วเราจะมีผู้นำไปทำไม? ถ้าทุกอย่างเป็นแบบล่างขึ้นบนทั้งหมด เราก็ไม่ต้องมีผู้นำก็ได้ ประเทศนี้ปกครองโดยข้าราชการไปเลย ไม่ต้องมีการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจัดสรรทรัพยากรในประเทศไทยมีปัญหาแบบนี้มาตลอด ผมยกตัวอย่าง ในปี 2560 กระทรวงกลาโหมมีบุคลากรทั้งหมด 3.96 แสนคน ผ่านไปสามปีเพิ่มขึ้นเป็น 4.8 แสนคน เท่ากับว่าในเวลาเพียงสามปี ตั้งแต่ 2560-2563 จำนวนบุคลากรของกระทรวงกลาโหม (ถ้าไม่นับทหารเกณฑ์) เพิ่มขึ้น 21.2%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในช่วงเวลาเดียวกัน 2559 ประเทศไทยมีจำนวนอัตราพยาบาลวิชาชีพอยู่ที่ 1.08 แสนคน ผ่านไปสี่ปี ในปี 2564 เพิ่มขึ้นเป็น 1.18 แสนคน หรือเพิ่มขึ้นเพียง 9.48% ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลองใช้สามัญสำนึกตัดสินดู ว่าใน 5 ปีที่ผ่านมาเราควรเพิ่มจำนวนบุคลากรของกระทรวงกลาโหมหรือควรจะเพิ่มบุคลากรพยาบาลวิชาชีพมากกว่า? คุณไม่ต้องจบสูงเลย ใช้สามัญสำนึกง่ายๆ ผมก็คิดว่าเราน่าจะตัดสินกันได้ ว่านี่คือการจัดสรรทรัพยากรที่ผิดฝาผิดตัวหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกหนึ่งตัวอย่างก็คืองบปี 2565 โดยภาพรวมลดลงประมาณ 6% แต่ทราบไหมว่างบประมาณของบุคลากรกระทรวงกลาโหมเพิ่มขึ้น 1% ในขณะที่งบประมาณแผ่นดินทั้งภาพรวมของปี 2565 ลดลง 6%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำถามคือ จังหวะนี้ควรจะต้องเพิ่มบุคลากรของกองทัพหรือว่าหมอ/พยาบาล? ทำไมคุณถึงปล่อยให้งบประมาณบุคลากรของกระทรวงกลาโหมเพิ่มขึ้น 1% ขณะที่งบประมาณภาพรวมลดลง 6%&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101116</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณ, ซื้ออาวุธ, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, วัคซีน, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210429/image_big_6089ff9e9bba7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92062</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2021 11:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2021 10:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้อนฉ่า! &#039;เจี๊ยบคอนถม&#039; ชน &#039;บิ๊กบี้&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.พ.64 - นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล หรือ &amp;quot;เจี๊ยบ&amp;quot; ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้วิจารณ์ &amp;nbsp;พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กรณีอาวุธยุทโธปกรณ์ ว่าบ่งบอกสติปัญญาแม่ทัพนายกอง ขอถามว่าราคาและความจำเป็นมันเหมือนกันมากใช่ไม๊&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92062</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซื้ออาวุธ, บิ๊กบี้, ผบ.ทบ., อมรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210205/image_big_601cc00e36aba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92004</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2021 19:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2021 19:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปฏิรูปกองทัพ!ทบ.ขึงขังเลิก-ลดซื้ออาวุธจากต่างประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.พ.64 - พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่าหนึ่งในแนวทางการปฏิรูปกองทัพ คือยกเลิกหรือลดจำนวนโครงการจัดหายุทโธปกรณ์ราคาสูงจากต่างประเทศให้มากที่สุด และสนับสนุนการใช้ผลิตภัณฑ์ภายในประเทศมาใช้มากขึ้น ลดการใช้งบประมาณสำหรับกองทัพบกเพื่อนำไปใช้บรรเทาความเดือนร้อนประชาชนด้านอื่น ๆ รวมไปถึงการปรับปรุงโครงสร้างกำลัง ทบ.ไปสู่การจัดหน่วยแบบ เบา ประหยัด มีความคล่องตัวสูง และมีประสิทธิภาพ บริหารจัดการตนเองภายใต้ข้อจำกัดของงบประมาณ &amp;nbsp;แต่ในปัจจุบันการพัฒนาเทคโนโลยีด้านอาวุธก้าวหน้าไปมาก สิ่งใดที่เราดำเนินการเองไม่ได้ ก็ต้องจัดหาสำหรับการที่ฝ่ายค้านต้องการให้ตัดงบประมาณปี 2565 &amp;nbsp;ของกองทัพบกวงเงิน 6 พันล้านในหมวดจัดหายุทโธปกรณ์นั้น อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 &amp;nbsp;โดยภาพรวมถูกปรับลดลงไป 5- 6% &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกกองทัพบก &amp;nbsp;ยกตัวอย่างว่า แนวทางของกองทัพบกในปีนี้ในการจัดทำโครงการจัดหาอาวุธได้มีการปรับเปลี่ยนโครงการจัดหาอากาศยานเดินทางของผู้บัญชา หรือ บุคคบลสำคัญ มาเป็นเครื่องบินลำเลียงขนาดกลาง &amp;nbsp;C -295 มีขีดความสามารถในการบรรทุกกำลังพลถึง &amp;nbsp;71 นาย สามารถทำการบินได้สูงถึง 1.3 &amp;ndash; 3 หมื่นฟุต ทำการฝึกโดดร่มได้ทั้งแบบ ฮาโล และ Static &amp;nbsp; &amp;nbsp;และในกรณีที่ใช้ในภารกิจโดดร่มสามารถบรรทุกเครื่องอุปกรณ์และกำลังพลได้ประมาณ 54 นาย &amp;nbsp;ถือว่าเป็นประโยชน์มากกว่าเครื่องบินวีไอพีที่สามารถบรรทุกคนได้เพียง 10 ที่นั่ง &amp;nbsp;ซึ่งงบประมาณที่ใช้ในโครงการนี้ใกล้เคียงกับเครื่องบินสำหรับผู้บังคับบัญชา แต่คุ้มค่า และสามารถใช้ในภารกิจบรรเทาสาธารณภัย &amp;nbsp;ช่วยเหลือประชาชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92004</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพบก, ซื้ออาวุธ, ปฏิรูปกองทัพ, พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201009/image_big_5f800da0b3757.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90213</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2021 16:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2021 16:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ.เดินหน้าซื้ออาวุธตามแผนงบปี65 เมินพท.ขวาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ม.ค. 64 - พล.ต.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่นายยุทธพงษ์ จรัสเสถียร&amp;nbsp; ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ออกมาเรียกร้องให้ตัดงบประมาณการจัดซื้ออาวุธ เช่นเฮลิคอปเตอร์-ยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์ในการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 เพื่อนำเงินไปเยียวยาประชาชนที่ได้รับกระทบจากสถานการณ์โรคโควิด 19 ว่า ที่ผ่านมาเรามีคณะกรรมการประสานงาน เมื่องบประมาณของทุกส่วนราชการผ่านสภาไปแล้วจะเข้าสู่ขั้นตอนการไปชี้แจงต่อคณะอนุกรรมาธิการฯของรัฐสภา ผู้ที่ทำหน้าที่ได้มีการทบทวน จัดสรร พูดคุยกัน และได้ชี้แจงถึงความจำเป็นว่ามากน้อยแค่ไหน และว่าอันไหนควรจะมีหรือไม่มี มีคณะกรรมการดูแลชัดเจน ทุกอย่างเมื่อผ่านขั้นตอนไปแล้ว ตอนนี้ยังไม่มีประเด็น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า จะมีการปรับลดงบการจัดซื้ออาวุธในงบประมาณ ปี 2565 ที่ผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีไปแล้วมาช่วยเรื่องโควิด 19 หรือไม่ พล.ต.สันติพงศ์ กล่าวว่า โดยหลักการ เป็นเรื่องหารือระหว่างกองทัพกับรัฐบาล ตอนนี้ยังไม่มีการคุยตรงนี้.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90213</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพบก, งบปี65, ซื้ออาวุธ, ทบ., พล.ต.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210118/image_big_60054afd8e8a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64129</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2020 15:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2020 15:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พันธ์ศักดิ์-พะเยาว์&#039; บุกกองทัพบกยื่นจม.เปิดผนึก &#039;บิ๊กแดง&#039; หยุดใช้ภาษีปชช.ซื้ออาวุธ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 เม.ย.63 - &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ พ่อของนายสมาพันธ์ ศรีเทพ ที่เสียชีวิตตากดหตุการณ์สลายการชุมนุมปี 53 และนางพะเยาว์ อัคฮาด แม่น้องเกิด พยาบาลอาสา เดินทางมายื่นจดหมายเปิดผนึกถึงพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เรื่องขอให้ยุติการนำภาษีของประชาชนไปซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ในช่วงวิกฤติโรคระบาดไวรัสโควิด-19 ซึ่งในจดหมายเปิดผนึกระบุว่า เนื่องจากปัจจุบันประเทศกำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้โรงพยาบาลต่างๆที่รักษาประชาชนขาดแคลนอุปกรณ์การแพทย์ รวมถึงประชาชนต้องประสบกับความยากลำบากจึงควรจะนำเงินในส่วนนี้มาช่วยเหลือด้านสาธารณสุขและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยในขณะนี้ประชาชนได้ประสบภาวะไร้งานทำ ขาดแคลนอาหารและอุปกรณ์ป้องกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงพยาบาลหลายแห่งประสบภาวะ ขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์และเวชภัณฑ์ในการรักษา ดังปรากฎในข่าวรายวันว่ามีคนฆ่าตัวตายอันเนื่องมาจากการขาดแคลนอาหาร ความสิ้นหวัง ไร้รายได้ ประชาชนจำนวนมากต้องรอรับการบริจาคอาหารจากผู้มีจิตเมตตา ประเทศตกอยู่ในภาวะวิกฤติอันยากจะเยียวยา ทั้งในปัญหาเฉพาะหน้าและในระยะฟื้นฟู ซึ่งต้องใช้วลาอีกหลายปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จดหมายเปิดผนึกระบุต่อว่า ขณะเดียวกันกองทัพบก ซึ่งสังกัดกระทรวงกลาโหมกลับดำเนินการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมาก สวนทางกับภาวะที่ประเทศประสบปัญหา ทั้งที่ประเทศไม่ได้อยู่ในภาวะสงครามหรือมีภัยคุกคามอันถึงขนาดต้องตระเตรียมการรบแต่อย่างใด มิหนำซ้ำยังซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ในหลายรายการที่จัดซื้อก็เป็นการใช้เงินภาษีของประชาชนอย่างสิ้นเปลือง ไม่สมเหตุสมผลในการจัดซื้อ ทั้งในแง่ราคาที่สูงเกินสมควรและความจำเป็นในการซื้อ ทำประหนึ่งว่าประเทศมีเงินมากมายมหาศาล ทั้งที่ประชาชนในประทศยากแค้นแสนข็ญ และกำลังประสบภาวะวิกฤติอย่างแสนสาหัส ในฐานะประชาชนมิอาจทนนิ่งดูพวกท่านผลาญงบประมาณแผ่นดินโดยมิคำนึงถึงประชาชนในชาติ จึงขอยื่นข้อเรียกร้องต่อกองทัพขอให้งดเว้นการจัดซื้ออาวุธตามงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 รวมทั้งงบผูกพันอันจะต้องจ่ายของกองทัพทั้หมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาทหารสิบเวรที่ปฎิบัติงานเป็นตัวแทนออกมารับหนังสือดังกล่าว ก่อนที่นายพันธ์ศักดิ์และนางพะเยาว์จะแยกย้ายเดินทางกลับด้วยความเรียบร้อย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64129</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพบก, ซื้ออาวุธ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200424/image_big_5ea2a95032469.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61540</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2020 08:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2020 08:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการ ชี้ทุก 1 หมื่นล้านบาทที่ซื้ออาวุธ คือทุก 1 หมื่นล้านบาทที่สามารถนำไปซื้ออาหารให้เด็ก ยาให้ผู้ป่วย และอุปกรณ์การแพทย์ให้หมอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 มี.ค.63 - นายประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความผ่านทวีตเตอร์ระบุว่า ทุก 1 หมื่นล้านบาทที่ซื้ออาวุธ คือ ทุก 1 หมื่นล้านบาทที่สามารถนำไปซื้ออาหารให้เด็ก ยาให้ผู้ป่วย และอุปกรณ์การแพทย์ให้หมอ นี่คือเหตุผลที่ทำไมงานวิจัยด้านสันติภาพ จึงเรียกการทุ่มงบประมาณของรัฐไปซื้ออาวุธ ว่าเป็น &amp;ldquo;ค.รุนแรงเชิงโครงสร้าง&amp;rdquo; (structural violence)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61540</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบกองทัพ, ซื้ออาวุธ, นักวิชาการ, ประจักษ์ ก้องกีรติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191012/image_big_5da10baaf2d4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
