<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43664</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2019 08:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2019 08:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ศักดิ์สยาม”แนะบินไทยแจงข้อมูลซื้อเครื่องบินให้ละเอียด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 ส.ค.62 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงการจัดซื้อเครื่องบินใหม่ 38 ลำ วงเงิน 1.56 แสนล้านบาท นั้นทางผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) ยืนยันว่าจะไม่เป็นภาระของงบประมาณ โดยจะทำการกู้ในนามบริษัทและรับภาระความเสี่ยงไว้แต่เพียงผู้เดียว ซึ่งตนก็ได้แนะนำไปว่าต้องจัดซื้อเครื่องบินที่ได้มาตรฐานโลกเพื่อแข่งขันกับสายการบินรายอื่นให้ได้ โดยการบินไทยให้เหตุผลที่จัดซื้อเครื่องบินจำนวนมากในครั้งนี้ เนื่องจากเป็นการปรับปรุงฝูงบิน (Overhual) ครั้งใหญ่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามการจัดซื้อครั้งนี้นั้นการบินไทยจัดซื้อแบบผสมผสานจากสองบริษัทคือ บริษัทแอร์บัส และบริษัทโบอิ้ง แบ่งเป็น 2 ล็อตอย่างละครึ่ง ซึ่งการบินไทยชี้แจงว่า เหตุผลที่ต้องจัดซื้อแบบผสมผสานนั้นเพราะไม่อยากผูกติดแผนส่งมอบเครื่องบินไว้กับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง เกรงว่าจะกระทบกับการดำเนินงานหากมีการส่งมอบล่าช้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคมเปิดเผยว่าปัญหาการจัดซื้อเครื่องบินของการบินไทยว่าปัญหาที่เกิดขึ้นของการจัดซื้อเครื่องบินใหม่ในอดีตคือการบินไทยไม่ดำเนินการตามหลักลงทุนคือ ต้องวางแผนก่อนเป็นอันดับแรก (Plan) ก่อนเริ่มการจัดซื้อ (Buy) และทำการบิน (Fly)&amp;nbsp;แต่การบินไทยเริ่มซื้อก่อน (Buy) แล้วทำการบินแบบไม่มีแผน (Fly without Plan) ส่งผลให้ขาดทุนมากถึงหลายพันล้านบาท ดังนั้นการเสนอแผนเช่าเครื่องบินก่อน 3 ลำแรกของการบินไทยนั้นตนไม่ขัดข้องหากสามารถชี้แจงได้ว่ารายรับมากกว่ารายจ่าย สามารถซื้อได้เลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จะต้องเรียกขอข้อมูลหลากหลายด้านประกอบด้วย ทั้งการวิเคราะห์ตลาด พฤติกรรมลูกค้าเป้าหมาย รายละเอียดเส้นทางบิน ค่าใช้จ่าย รายได้ที่จะเกิดขึ้นและความคุ้มค่าการใช้เครื่องบิน (Aircraft Utilization) เป็นต้น นอกจากนี้กระบวนการเช่ายังต้องเปิดกว้างให้ทุกบริษัทยื่นข้อเสนอได้ โดยเลือกข้อเสนอที่ดีสุด&amp;rdquo;นายถาวรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายถาวรกล่าวถึงการเปิดเสรีน่านฟ้าจนส่งผลกระทบต่อรายได้ของการบินไทยนั้นถือว่าเป็นเรื่องในอดีตที่เกิดขึ้นในยุคของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ถือเป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้วหากจะกลับมาจำกัดน่านฟ้าตอนนี้คงเป็นไปไม่ได้ วันนี้ก็ไม่มีสิทธิ์บ่นแล้วต้องคิดว่าทำอย่างไรจะบริหารให้อยู่รอดเพราะสายการบินอื่นที่ดำเนินธุรกิจในไทยก็ยังมีกำไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายถาวรกล่าวต่อว่าส่วนประเด็นด้านตั๋วโดยสารที่มีราคาแพงกว่าสายการบินอื่นนั้นตนคิดว่าไม่ใช่ปัจจัยโดยตรงที่จะทำให้ผู้โดยสารไปใช้บริการสายการบินอื่น เนื่องจากลูกค้ามีกลุ่มความต้องการที่หลากหลาย มีกลุ่มลูกค้าที่ดูเรื่องคุณภาพบริการด้วยไม่ใช่แค่เรื่องราคา ดังนั้นจึงต้องเจาะกลุ่มลูกค้าที่สามารถสร้างรายได้จำนวนมาก ส่วนการแข่งขันกับสายการบินต้นทุนต่ำกับไทยสมายล์นั้นเปรียบได้กับการขายสินค้าราคา 50 บาทมีบริการที่ดีกว่าสินค้าราคา 30 บาท แต่คนขายสินค้า 30 บาทมีกำไรทุกวัน ขณะที่คนขายสินค้า 50 บาทขาดทุนลงเรื่อยๆ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43664</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, ซื้อเครื่องบินใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190816/image_big_5d5656c5b2e57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18087</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2018 08:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2018 08:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สมคิด&quot;ขีดเส้น3เดือนบินไทยทำแผนลดขาดทุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สมคิด&amp;quot;ขีดเส้น3 เดือนจี้บินไทยเสนอแผนยุทธศาสตร์ด้านบินไทยตั้งเป้าเพิ่มรายได้นอนคอร์ หวังแก้ขาดทุนภายใน 2 ปี จับมือทีมไทยแลนด์ดึงลูกค้าเพิ่ม ฝันติดท็อป 5 ของโลกใน 5 ปี ขู่ก่อนเลือกตั้งมีเวลาโยกย้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายในงานเสวนา &amp;ldquo;สานพลังงานพันธมิตรเพื่อไทยก้าวไกลอย่างยั่งยืน ว่าได้มอบนโยบายให้การบินไทยเร่งจัดแผนยุทธศาสตร์การเพิ่มรายได้และลดรายจ่ายให้แล้วเสร็จพร้อมเสนอฝ่ายนโยบายภายใน 3 เดือนทั้งการลงทุนจัดซื้อเครื่องบินใหม่ 1 แสนล้านบาทว่าจะจัดซื้อทีละเท่าไหร่ มีขั้นตอนอย่างไร รวมถึงการปรับเส้นทางการบินเพิ่มรายได้ตลอดจนแผนพัฒนาบุคลากรและคุณภาพบริการขององค์กรให้สามารถแข่งขันได้ในสภาวะตลาดการบินที่รุนแรง ดังนั้นการบินไทยจำเป็นต้องมองหาพันธมิตรอื่นมาเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ สิ่งสำคัญที่จะต้องดำเนินการหลังจากนี้ทุกฝ่ายต้องร่วมกันไม่ว่าสหภาพฯ หรือพนักงานทุกคนต้องร่วมมือ เพื่อให้องค์กรพลิกฟื้นกลับมาเข้มแข็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เชื่อว่าสถานการณ์ขององค์กรยังเดินต่อได้ ถ้าการบินไทยไปได้ทุกคนจะไปได้ ไม่มีการทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง ต้องทำให้การบินไทยเป็นสายการบินที่ทุกคนภูมิใจ การขาดทุนไม่ใช่เรื่องใหญ่ต้องสู้ที่ยุทธศาสตร์และการหารายได้เพิ่ม เครืองบินต้องดี รีบวางแผนเส้นทางบินให้เสร็จเพื่อตัดสินใจในการซื้อฝูงบินต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การเริ่มกระบวนการใหม่ภายใน 3 เดือนนี้ผมต้องการคำตอบ อาหารทำอย่างไรให้อร่อย ที่เขาคุยว่าดีแบบเจ้ไฝ ไม่มีไฝก็ได้ ให้มันอร่อย น้ำซุปต้องร้อน คือพูดแล้ว ผมทำจริงๆ ไม่มีการพูดเล่นๆ เวลา 2-3 เดือนก่อนเลือกตั้งมีเวลาเหลือเฟือในการโยกย้าย ทำให้ได้อย่างที่พูดมา และอย่าคิดว่าเป็นสายการบินรัฐวิสาหกิจแล้วจะเจ๊งไม่ได้ เพราะเคยเกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นมาแล้ว ยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมสนับสนุนแต่องค์กรจำเป็นต้องช่วยตัวเองให้รอดเสียก่อน&amp;quot;นายสมคิดกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) กล่าวว่าหลังจากนี้การบินไทยจะเร่งเพิ่มรายได้จากธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก (Non-Core Business) ให้มีสัดส่วน 15-20% จากปัจจุบัน 10% ควบคู่ไปกับรายได้เสริมให้มีสัดส่วน 5-20% จากปัจจุบัน 2.2% โดยมีแหล่งรายได้หลักจากธุรกิจครัวการบินและศูนย์ซ่อมอากาศยาน ส่วนธุรกิจทางการบินนั้นจะต้องเพิ่มปริมาณบรรทุกผู้โดยสารไม่ต่ำกว่า 80%ควบคู่ไปกับการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจเพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเมธ กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;ตั้งเป้าว่าภายในสองปีหรือในปี 2563 การบินไทยจะต้องหยุดขาดทุนให้ได้จากนั้นในปี 2565 จะต้องล้างขาดทุนสะสมและพยายามพลิกกลับมาทำกำไรให้ได้ ขณะที่เรื่องการซื้อเครื่องบินนั้นตนย้ำว่าจำเป็นต้องมีเครื่องบินใหม่เข้ามาเพื่อแข่งขันในตลาดที่รุนแรงเพราะคู่แข่งต่างเร่งเพิ่มฟลีทเที่ยวบินช่วงชิงโอกาส จากสถิติพบว่าในปี 2558 การบินไทยส่วนแบ่งทางการตลาด 37% โดยมีเครื่องบิน 100 ลำ ในปี 2561 องค์กรมีเครื่องบินเพิ่ม 3 ลำ ส่วนแบ่งลดลงเหลือ 27.3% ทั้งนี้ หากการบินไทยไม่มีการซื้อเครื่องบินมาเพิ่มจะทำให้ส่วนแบ่งของสายการบินแห่งชาติลดลงเหลือ 10% และจะหายไปในที่สุดการบินไทยตั้งเป้าหยุดขาดทุนในปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานกรรมการการบินไทย กล่าวว่า หลังจากคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) อนุมัติแผนฟื้นฟูการบินไทยและกำหนดเป้าหมายขับเคลื่อนองค์กรในอนาคต เพื่อให้เป็นสายการบินชั้นนำ 1 ใน 5 ของโลกภายในปี 2565 และเป็นสายการบินแห่งชาติระดับพรีเมี่ยม (International Premium Airlines) ซึ่งการผลักดันไปสู่เป้าหมายดังกล่าวนอกจากพัฒนาองค์กรตนเองแล้วจำเป็นต้องมีพันธมิตรร่วมมือกันอย่างมีประสิทธิภาพสอดคล้องนโยบายรองนายกรัฐมนตรีที่ให้รัฐวิสาหกิจ 4 แห่ง ประกอบด้วย การบินไทย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ธนาคารกรุงไทย และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกันเป็นพันธมิตร เพื่อแชร์ข้อมูลหรือบิ๊กดาต้าใช้ประโยชน์ร่วมกัน นอกจากทำให้การบินไทยพลิกฟื้นกลับมาเข้มแข็งแล้วยังส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวของประเทศอย่างยั่งยืน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18087</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, ซื้อเครื่องบินใหม่, ลดขาดทุนการบินไทย, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, สุเมธ ดำรงชัยธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180618/image_big_5b278756b8aeb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13245</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2018 22:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2018 08:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมคิดบี้งานคมนาคมสั่งเร่งเปิดประมูลโครงการก่อนเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สมคิด&amp;rdquo; ตรวจคมนาคม จี้เร่งเปิดประมูลทุกโครงการ ย้ำ 7-8 เดือน ก่อนเลือกตั้ง จี้ บินไทยประชุมบอร์ด ครั้งหน้า เรื่องตั้ง ดีดี เตรียมชง ครม.ซื้อเครื่องบินใหม่ 23 ลำ &amp;ldquo;อาคม&amp;rdquo;ติง ทอท.เน้นพัฒนาสนามบินรองรับบริการผู้โดยสาร อย่าเน้นแต่เชิงพาณิชย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานในโครงการของกระทรวงคมนาคม ว่า ได้มาติดตามเร่งรัดให้กระทรวงคมนาคมดำเนินการ โครงการต่าง ๆเพื่อให้ทุกอย่างกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี ที่ผ่านมาคมนาคมเร่งขับเคลื่อนไปได้ด้วยดี เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทุกอย่างเริ่มเคลื่อนตัวและความมั่นใจเริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้ให้ช่วยเร่งรัดการทำงานเพื่อให้ 7-8 เดือนที่เราจะมีการเลือกตั้งในปี 2562 ให้เป็นการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์มากที่สุด เป้าหมาย ต้องไม่ให้มีการดีเดย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ได้สั่งการให้กรมทางหลวง (ทล.) เร่งเปิดประมูล โครงการต่าง ๆ เช่น โครงการก่อสร้างที่เกี่ยวเนื่องกับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โครงการมอเตอร์เวย์โดยเฉพาะเส้นทางบางใหญ่-บ้านโป่ง ที่ยังล่าช้า ที่ยังติดปัญหาด้านกฎหมายได้สั่งให้รีบเคลียร์เพื่อการจัดซื้อจัดจ้างจะได้เริ่มเกิดขึ้น ส่วนกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ให้นำโครงการสร้างทางส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวภาคใต้ &amp;ldquo;ไทยแลนด์ ริเวียร่า&amp;rdquo;นำเข้ามาอยู่ในแผนดำเนินงานงบประมาณปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการในความรับผิดชอบของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นทาง กทม.-หัวหิน และโครงการรถไฟทางคู่ &amp;nbsp;ให้ รฟท.ศึกษาเพิ่มเส้นทางเชื่อมไปยังสุราษฎร์ธานี ส่วนเส้นทางรถไฟเพื่อการท่องเที่ยวไปยังเมืองรองให้เพิ่มเส้นทางไปภาคเหนือและภาคตะวันออก ส่วนการโอนย้าย 4 สนามบินของกรมท่าอากาศยาน (ทย.) มายังบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.นั้น ให้เร่งดำเนินการให้เสร็จปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมคิด กล่าวว่า ส่วนบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ให้เร่งประชุมเพื่อเลือกผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งประธานบอร์ดการบินไทยคนใหม่ เนื่องจากกระทรวงการคลังเสนอชื่อให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส อธิบดีกรมสรรพากร เป็นประธานบอร์ดการบินไทย รวมถึงผู้ผ่านการสรรหาตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี ) การบินไทยคนใหม่ ก็ให้การบินไทยเร่งดำเนินการเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในส่วนของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)ทอท.นั้น หลังรับมอบ 4 ท่าอากาศยานของกรมท่าอากาศยาน ( ทย.) ไปบริหารจัดการ ที่ประกอบไปด้วย ท่าอากาศยานอุดรธานี ท่าอากาศยานแม่สอด ท่าอากาศยานชุมพร และท่าอากาศยานสกลนคร โดยเร่งรัดให้ออกร่างเอกสารประกวดราคา (TOR)และเปิดประมูลให้ได้ภายในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม กล่าวว่า จะเร่งรัดหลายโครงการ ซึ่งมั่นใจว่าระหว่างเดือนสิงหาคมถึงตุลาคมจะมีหลายโครงการที่ถูกนำเข้าเสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ทั้งโครงการรถไฟทางคู่ 9 เส้นทางใหม่ที่จะนำเสนอครบทั้ง 9 เส้นทางภายในปีนี้&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตามในส่วนการบินไทยที่จะอนุมัติการจัดซื้อเครื่องบินใหม่ 23 ลำเข้ามาทดแทนเครื่องบินเดิมในฝูงบินที่ปัจจุบันที่การบินไทยมีอยู่ 105 ลำ วงเงินประมาณ 100,000 ล้านบาท ระหว่างปี 2561-2564 ซึ่งคาดว่าจะนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เดือนสิงหาคมก่อนนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี(ครม.)เดือนกันยายนปีนี้ โดยโครงการดังกล่าวการบินไทยจะกำหนดแบบของเครื่องบินให้ตรงต่อความต้องการใช้งาน รวมถึงในอนาคตการบินไทยยังมีแผนการจะเช่าเครื่องบินเพิ่ม นอกจากนี้ได้กำชับให้การบินไทยเดินหน้าแผนในเรื่องของศูนย์บริการซ่อมบำรุงอากาศยาน(MRO)ที่ได้ร่วมทุนกับบริษัทแอร์บัสให้เป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในส่วนของการรับโอนย้ายสนามบินจาก กรมท่าอากาศยาน(ทย.) จำนวน 4 สนามบินคือ สนามบินตาก ,อุดรธานี,ชุมพร,สกลนคร มาอยู่ในความรับผิดชอบ ทอท.นั้น มองว่า การดำเนินการก็เป็นไปตามขั้นตอนแต่อยากให้ ทอท. ดำเนินการพัฒนาสนามบินให้มีศักยภาพ เน้นในเรื่องของ ความสะดวกสบาย และความสะอาดในการให้บริการผู้โดยสารที่มาใช้บริการ &amp;nbsp;มากกว่าเน้นไปเรื่องของการพัฒนาเชิงพาณิชย์ เรื่องนี้ต้องเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค &amp;nbsp;ซึ่งหากจะเปรียบเทียบระหว่างสนามบินที่อยู่ในความรับผิดชอบของ ทย. กับ ทอท.จะเห็นได้ว่าแม้ ทย.จะมีการพัฒนาขยายสนามบินแต่ศักยภาพการบริการผู้โดยสารก็ได้รับความสะดวกสบายด้วย &amp;nbsp;รวมถึงการดำเนินงานเป็นไปตามแผน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอุษณีย์ แสงสิงแก้ว รักษาการกรรมการผู้อำนวยการ ใหญ่บริษัทการบินไทย กล่าวว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้การบินไทยเร่งดำเนินการแผนลงทุนตามเป้าหมายที่ได้วางเอาไว้ทั้งเรื่องงานเพิ่มคุณภาพบริการและพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงเป็นต้น โดยเฉพาะแผนลงทุนจัดซื้อเครื่องบินใหม่ 23 ลำ วงเงินลงทุน 1 แสนล้านบาท โดยขณะนี้การบินไทยอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้และความเหมาะสมของประเภทเครื่องบินไปพร้อมกับเจรจาเอกชนผู้ผลิต คาดว่าจะสามารถจัดซื้อได้ทั้งหมดภายในปีนี้ มีระยะเวลาการส่งมอบ 2-3 ปี เบื้องต้นคาดว่าจะแบ่งประเภทเครื่องบินเป็นดังนี้ 1.เครื่องขนาดลำตัวกว้าง(Wide body) 13 ลำ 2.เครื่องบินขนาดปกติ 10 ลำ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13245</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมท่าอากาศยาน, กระทรวงคมนาคม, ซื้อเครื่องบินใหม่, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, เร่งก่อสร้างรถไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180711/image_big_5b46256e98a76.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
