<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76103</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยอมตัดงบเรือดำนํ้า ทร.ชงกมธ.หั่นเอง/นายกฯสั่งชะลอแต่ไม่หยุดซื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ใช้บทบาท รมว.กลาโหมสั่งกองทัพเรือชะลอซื้อเรือดำน้ำลำที่ 2-3 ไปอีก 1 ปี&amp;nbsp; ชี้เห็นถึงความห่วงใยประชาชนและปัญหาเศรษฐกิจ มอบ ทร.ไปเจรจากับจีน ยันไม่หยุดซื้อเพราะเป็นแผนพัฒนาของกองทัพ &amp;ldquo;ปลัดบัญชีทหารเรือ&amp;rdquo; ฉับไวทำหนังสือถึง กมธ.วิสามัญฯ ให้ตัดงบ 3,925 ล้านบาทเหลือ 0 บาท ยอมกลืนเลือดใช้ศักยภาพที่มีอยู่ปฏิบัติภารกิจเต็มกำลัง กมธ.ลงมติเอกฉันท์ 63&amp;nbsp; เสียงเห็นชอบลดงบ ส่วน &amp;ldquo;เพื่อไทย&amp;rdquo; มิวายให้เลิกซื้อไปเลย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงการจัดซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำของกองทัพเรือ วงเงิน 22,500 ล้านบาท โดยในปี 2564 ได้ขออนุมัติงบประมาณจำนวน 3,375 ล้านบาทว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (กห.) ได้พูดคุยเป็นการภายในใน กห. โดยเฉพาะกองทัพเรือ (ทร.) ได้ข้อสรุปว่าขอให้ ทร.พิจารณาชะลอการจัดซื้อเรือดำน้ำลำที่ 2 และ 3 ไปก่อน เพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความเข้าใจของนายกฯ ที่ได้เห็นถึงความห่วงใยของประชาชน สังคม และคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ที่จะต้องนำงบประมาณไปใช้ในส่วนอื่น ไม่ว่าจะเป็นการดูแลปากท้องประชาชนและเรื่องอื่นๆ ที่คิดว่าเหมาะสม
นายอนุชากล่าวต่อว่า วันนี้นายกฯ ในฐานะ รมว.กลาโหมให้ กมธ.พิจารณาเรื่องนี้อีกทีเพื่อให้เกิดความเหมาะสม โดยกระทรวงกลาโหมและกองทัพเรือจะชี้แจง กมธ.อีกครั้งหนึ่ง ความเหมาะสมจะเป็นอย่างไร การเจรจากับจีนเพิ่มเติมในการชะลอหรือเลื่อนจัดซื้อไปอีก 1 ปีจะมีผลออกมาอย่างไร ทร.จะเป็นผู้ให้รายละเอียดเรื่องนี้ หลังจากนี้คงเป็นการพูดคุยกับจีนอีกครั้งหนึ่งถึงความจำเป็นที่เราต้องชะลอจัดซื้อไปก่อน ส่วนการจัดซื้อเรือดำน้ำนั้นเป็นการดำเนินการแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ที่ถูกต้องทั้งหมด โดยดำเนินการมาตั้งแต่การจัดซื้อของลำที่ 1 แล้ว ในส่วนของลำที่ 2 และ 3 เป็นเรื่องที่จะส่งมอบต่อเนื่องเท่านั้นเอง เพราะงบประมาณทั้งหมดที่ตั้งไว้สำหรับซื้อทั้งหมด 3 ลำ อยู่ที่ 36,000 ล้านบาท
&amp;ldquo;นายกฯ เห็นถึงความสำคัญที่ประชาชนห่วงใยและกังวลเรื่องเศรษฐกิจ ดังนั้นหากชะลอไปได้อีก 1&amp;nbsp; ปี คิดว่าอย่างน้อยก็สามารถนำเงินกว่า 3 พันล้านบาทไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้พอสมควร และคงต้องให้กองทัพเรือพิจารณาในการดำเนินการอย่างอื่นที่จะไม่มีปัญหาทางด้านความมั่นคงต่อไปด้วย&amp;quot; นายอนุชาระบุ
ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงกรณีนี้ว่า เรื่องดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนของ กมธ.และเป็นเรื่องของ ทร.ต้องไปชี้แจง เนื่องจากได้ให้แนวทางไปแล้วว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่ โดย ทร.ก็ต้องไปคุยกับจีนในฐานะคู่สัญญาว่าจะชะลอการจ่ายเงินในปีหน้าได้หรือไม่ อีกทั้งต้องรอความเห็นของ กมธ.งบประมาณก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่าเราจะเดินหน้าซื้อเรือดำน้ำต่อ เพียงแต่ชะลอการจ่ายเงินไปปีหน้าใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;quot;จะไปหยุดอย่างไร เพราะเป็นแผนการพัฒนาของกองทัพ และที่สำคัญเรามีหลักการ และเหตุผลที่ได้ชี้แจงไปแล้ว เนื่องจากเป็นแผนงานการพัฒนาทางเรือ และต้องไปดูว่าขณะนี้สถานการณ์รอบประเทศเป็นอย่างไร ถึงแม้ว่ามองดูเหมือนว่าไกล แต่ก็ไม่ไกลมากนัก โดยเฉพาะ 200&amp;nbsp; ไมล์ทะเลที่เกี่ยวกับน่านน้ำของเรา ก็ต้องระมัดระวังตรงนี้เอาไว้&amp;quot;
ใครครอบงำใครก้าวล่วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่านำการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ในแต่ละช่วงมาเปรียบเทียบกัน วันนี้ต้องมองไปข้างหน้า หากช้าเกินไปอาจไม่ทันเวลา สิ่งที่มีก็เพื่อการป้องกันรักษาทรัพยากรทางทะเลของไทย การประมงนอกน่านน้ำและในน่านน้ำ ปัจจุบันเราต้องใช้กองกำลังทางเรือเป็นจำนวนมาก&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าได้คุยกับ ผบ.ทร.อย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ย้ำว่า ได้ให้แนวทางไปแล้วว่าให้ไปคุยเจรจากับจีน&amp;nbsp; ส่วนงบประมาณจำนวนกว่า 3,000 ล้านบาทก็ไม่สามารถโยกไปทำอะไรได้ ก็ต้องตีตกกลับมา และเงินตัวนี้เป็นไปตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินและการคลังอยู่แล้วว่าจะนำไปใช้ทำอะไรได้บ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่าหลังจากที่นายกฯ ได้ให้แนวทางชะลอเรื่องเรือดำน้ำ พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการครอบงำระบบนิติบัญญัติ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;quot;ไม่ใช่ เพียงแต่ให้แนวทางกับกองทัพเรือในฐานะที่เป็น รมว.กลาโหม อยากให้เข้าใจว่ามี 2 บทบาท โดยบทบาทแรกคือนายกฯ ที่ต้องรับฟังความคิดเห็นและมองให้รอบด้าน อีกบทบาทหนึ่งคือ รมว.กลาโหมที่ต้องดูแลกองทัพ อะไรก็ตามที่เป็นแผนงานของกองทัพและเป็นเรื่องที่เสนอมาในกรอบวงเงินของเขาที่มีอยู่ ก็บอกว่าหากมีปัญหาเช่นนี้อยากให้ลองไปเจรจากับคู่สัญญาดู เนื่องจากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) มอบหมายให้กองทัพเรือไปเจรจา จะมาบอกว่าปีหน้าเดี๋ยวก็มีปัญหาอีกก็ทำอะไรกันไม่ได้ ทำไมถึงไม่คิดว่าอำนาจนิติบัญญัติกำลังก้าวล่วงอำนาจบริหารบ้าง อยากให้ฟังสองทาง ถ้าเป็นเรื่องที่เสนอใหม่ก็เป็นอีกเรื่อง แต่เรื่องนี้มีการอนุมัติไว้แล้วชั้นต้นก็ต้องไปหารือกับมิตรประเทศ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรค พท.เป็นผู้ให้สัมภาษณ์ โดยตั้งคำถามถึงการที่ พล.อ.ประยุทธ์ให้ชะลอการซื้อเรือดำน้ำไป 1 ปีว่า เป็นการกระทำเข้าข่ายครอบงำการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติหรือไม่ ถ้าภาคประชาชนไม่ส่งสัญญาณเตือนแรงๆ พล.อ.ประยุทธ์จะถอยหรือไม่ สงสัยว่าเหตุที่ พล.อ.ประยุทธ์ถอยเพราะจำนนต่อหลักฐาน หรือเดินฝ่าแรงต้านไปไม่ไหว ไม่ใช่การถอยแบบมีสำนึก ถ้าสำนึกต้องไม่ใช่แค่เลื่อนหรือชะลอไว้ 1 ปี แต่ต้องเลื่อนให้นานกว่านั้น หรือยุติการจัดซื้อเรือดำน้ำลำที่ 2 และ 3 ไปเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน พล.ร.อ.สิทธิพร มาศเกษม เสนาธิการทหารเรือ เดินทางมาร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน (กบฉ.) ครั้งที่ 63 แต่ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ให้ ทร.ไปเจรจากับจีนเพื่อชะลอการจัดซื้อเรือดำน้ำ เช่นเดียวกับ พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ&amp;nbsp; (ผบ.ทร.) ที่เดินทางมาร่วมประชุมสภากลาโหมก็ปฏิเสธตอบคำถามดังกล่าว โดยทำเพียงยิ้มและยกมือปัดเป็นเชิงว่าปฏิเสธที่จะตอบคำถามก่อนยกนิ้วโป้ง และเดินเข้าห้องประชุมทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษก กห.แถลงภายหลังการประชุมสภากลาโหมถึงโครงการจัดหาเรือดำน้ำว่า เป็นโครงการภายใต้วงเงินของ ทร.ผูกพันงบประมาณข้ามปี 2563 ซึ่งผ่านสภาผู้แทนราษฎรและได้บรรจุในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 แล้ว ไม่ใช่โครงการผูกพันงบประมาณปี 2564 อย่างที่เข้าใจกัน เป็นในตามกรอบงบประมาณที่ ทร.ได้รับการจัดสรรในทุกปี ไม่ได้ขอรับการจัดสรรงบเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งในปี 2563 ทร.ได้ชะลอโครงการเรือดำน้ำไปแล้ว งบประมาณส่วนหนึ่งได้ส่งคืนรัฐบาลเพื่อใช้แก้ไขปัญหาโควิด-19 ประมาณ 3,375 ล้านบาท และปี 2564 ก็ได้เลื่อนไปก่อนอีก 3,925 ล้านบาท ก็อยู่ที่ กมธ.วิสามัญงบฯ จะพิจารณา ทั้งนี้ไม่อยากให้มีการบิดเบือนเพราะส่วนนี้เป็นงบประมาณของ ทร.เอง ไม่ได้รับการจัดสรรให้มากขึ้น ในภาพรวมกองทัพได้งบประมาณทั้งหมด&amp;nbsp; 6.77% ของงบประมาณทั้งหมด
ทัพเรือร่อนหนังสือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ร.ท.ธีรกุล กาญจนะ ปลัดบัญชีทหารเรือ ทำการแทน ผบ.ทร.ได้ลงนามในหนังสือ เรื่อง การปรับลดงบประมาณการจัดหาเรือดำน้ำ จำนวน 2 ลำ เเจ้งไปยังประธานคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 สภาผู้แทนราษฎร ใจความว่า &amp;quot;ตามร่าง&amp;nbsp; พ.ร.บ.งบประมาณ 2563 มีรายการจัดหาเรือดำน้ำจำนวน 2 ลำ และตามร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2564&amp;nbsp; มีวงเงินงบประมาณสำหรับการจัดหาเรือดำน้ำ 2 ลำ จำนวน 3,925 ล้านบาทนั้น มีสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ กองทัพเรือพิจารณารอบคอบแล้ว เห็นว่าการลดงบรายการนี้ลง ถึงแม้ว่าจะเกิดผลกระทบเป็นความเสียหายต่อการดำเนินการตามแผนงานโครงการของกองทัพเรือ ส่งผลต่อความสำเร็จในการปฏิบัติงานตามภารกิจของกองทัพเรือ ที่กำหนดไว้ตามกฎหมาย และที่ได้รับมอบหมาย อันจะส่งผลกระทบถึงประโยชน์ของประเทศชาติในภาพรวมอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ด้วยก็ตาม แต่เพื่อให้สอดคล้องกับความจำเป็นตามภาวการณ์ของประเทศในปัจจุบัน กองทัพเรือตระหนักถึงประเด็นดังกล่าว และขอปรับลดงบในการจัดหาเรือดำน้ำ จำนวน 2 ลำ ในปีงบประมาณ 2564 ทั้งหมด คงเหลืองบประมาณในปีงบประมาณ 2464 จำนวน 0 ล้านบาท ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ กองทัพเรือขอเรียนว่าจะมุ่งมั่นพัฒนาและใช้ขีดความสามารถที่มีอยู่เพื่อลดความเสียหายและความเสี่ยงที่เกิดจากการต้องเลื่อนการจัดหาเรือดำน้ำออกไป ให้มีความเสี่ยงอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ จะปฏิบัติหน้าที่ และภารกิจอย่างเต็มกำลังความสามารถ เป็นกองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเคลื่อนไหวที่รัฐสภา นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษกคณะ กมธ.วิสามัญฯ กล่าวเรื่องนี้ว่าต้องรอดูคณะ กมธ.จะถอนการจัดซื้องบเรือดำน้ำตามที่รัฐบาลให้สัมภาษณ์หรือไม่ จะโหวตกันอีกหรือไม่ หรือจะถอนโดยไม่ต้องลงมติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีถอย คณะ กมธ.สามารถปรับลดทั้งหมดเลยได้หรือไม่ นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า การทำงานของคณะ กมธ.กับฝ่ายบริหารไม่เกี่ยวกัน ซึ่งเป็นเรื่องของ กมธ.ที่จะพิจารณา การจะถอยหรือไม่ถอยอยู่ที่ผลการประชุมของคณะ กมธ.มากกว่า ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นว่านายกฯ สั่งให้ถอยแล้ว กมธ.ถอยตาม แบบนี้กลายเป็นว่าฝ่ายบริหารครอบงำการทำงานของคณะ กมธ.
ต่อมาที่ห้องประชุมงบประมาณชั้น 6 มีการประชุม กมธ.วิสามัญฯ โดยมีการพิจารณารายงานของคณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน โดยช่วงเริ่มการประชุมนายสุพล&amp;nbsp; ฟองงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ฯ&amp;nbsp; ได้ชี้แจงผลการประชุมว่า ได้ประชุมและปรับลดงบประมาณ 4,521 ล้านบาท จำแนกเป็นปรับลดในแผนงานพื้นฐาน 567 ล้านบาท ปรับลดในแผนยุทธศาสตร์ 3,954 ล้านบาท&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะ กมธ.วิสามัญฯ กล่าวว่า งบประมาณสำหรับจัดซื้อเรือดำน้ำควรชะลอไปก่อน ซึ่งจะทำให้เราได้รับเรือดำน้ำในปี 2571 จึงควรให้ที่ประชุมคณะ กมธ.วิสามัญฯ มีมติให้ปรับลดงบประมาณในส่วนนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง หนึ่งในประธานการประชุมกล่าวว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาได้เชิญ กมธ.แต่ละพรรคมาหารือถึงความเหมาะสมเกี่ยวกับเรือดำน้ำ จากการสอบถามได้มีข้อสรุปเห็นตรงกันว่า การมีเรือดำน้ำมีความจำเป็นอย่างยิ่ง จำนวน 3 ลำน้อยเกินไปด้วยซ้ำ เนื่องจากไทยมีทะเลถึงสองฝั่งและพื้นที่ชายฝั่งทะเล 12 ไมล์ทะเล และยังมีพื้นที่ทับซ้อนด้านความมั่นคงที่เป็นผลประโยชน์ของประชาชน เรือดำน้ำได้ผ่านออกมาเป็นงบประมาณตั้งแต่ปีงบประมาณ 2563 แต่ด้วยความปรารถนาดีและเห็นแก่เศรษฐกิจของประเทศ กองทัพเรือได้ส่งงบประมาณคืนเพื่อให้รัฐบาลไปแก้ปัญหาโควิด ต้องขอบคุณกองทัพเรือด้วย และจะมีการดำเนินการคืนงบประมาณให้ในปีงบประมาณ 2564 ต่อไป แต่เมื่อมาถึงการพิจารณางบประมาณปี 2564 ปรากฏว่าการแพร่ระบาดของโควิดยังไม่คลี่คลาย เนื่องจากยังไม่มีวัคซีน ดังนั้น กมธ.วิสามัญฯ เห็นว่าแม้เรือดำน้ำมีความจำเป็นแต่ยังไม่เหมาะในเวลานี้ เพราะโควิดอาจเกิดการระบาดรอบสองได้ &amp;nbsp;
มติเอกฉันท์ตัดงบเหลือศูนย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กระทรวงกลาโหมและกองทัพเรือได้แจ้งมายัง กมธ.ว่าในปี 2564 กองทัพเรือยินดีให้ปรับงบประมาณจำนวน 3,925 ล้านบาทในส่วนที่จะต้องไปจ่ายออกไปก่อนให้เป็นศูนย์ และให้กองทัพเรือไปใช้งบประมาณในปีถัดไปตามเห็นสมควร และให้กองทัพเรือไปเจรจากับผู้ผลิตว่าจะดำเนินการอย่างไรในการทำให้ไทยมีเรือดำน้ำตามความประสงค์ ปีนี้เลื่อนงบประมาณงวดแรกในการจ่ายเรือดำน้ำออกไป&amp;nbsp; กองทัพเรือได้มีหนังสือแล้ว ส่วนเงินที่ปรับออกไปนั้นคงเป็นหน้าที่ของหน่วยปรับงบประมาณและสำนักงบประมาณจะไปพิจารณา&amp;quot; นายสันติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายสันติได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า ขอใช้สิทธิ์ในฐานะ กมธ.เพื่อเสนอญัตติให้ กมธ.วิสามัญฯ ปรับลดงบประมาณในส่วนนี้ตามที่ ทร.ได้ทำมาเป็นหนังสือถึงคณะ กมธ.วิสามัญฯ ซึ่ง กมธ.วิสามัญฯ ในสัดส่วนของพรรคก้าวไกล อาทิ นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย และนายพิจารณ์ได้ขอที่ประชุมให้ทำการบันทึกว่า กมธ.วิสามัญฯ ในส่วนพรรคก้าวไกลไม่ได้คุยกับนายสันติตามที่กล่าวอ้างว่าทุกพรรคเห็นควรให้มีการซื้อเรือดำน้ำ พรรคยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับการจัดซื้อเรือดำน้ำ และการเลื่อนออกไปเพียงหนึ่งปีงบประมาณนั้นไม่น่าเป็นประโยชน์
นายพิจารณ์ยังได้สอบถามต่อที่ประชุมและตัวแทนสำนักงบประมาณว่า ปีงบประมาณ 2565 จะมีการพิจารณางบเรือดำน้ำใหม่หรือไม่อย่างไร หรืองบส่วนนี้จะตกไปและ ทร.ต้องตั้งงบประมาณเข้ามาใหม่หรือไม่ รวมถึงแนวทางของคณะ กมธ.วิสามัญฯ ในปีหน้าจะเป็นอย่างไรต่อไป ซึ่งตัวแทนสำนักงบประมาณชี้แจงว่า เรือดำน้ำมีการอนุมัติตั้งแต่ปี 2563 ส่วนการดำเนินการในปีงบประมาณ 2565 ต้องรอความชัดเจนจากกองทัพเรือว่าได้เจรจากับผู้ผลิตอย่างไรก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายยุทธพงศ์กล่าวว่า ก่อนลงมติควรให้คณะอนุ กมธ.ได้กล่าวรายงานเรื่องดำน้ำต่อที่ประชุมก่อนว่ามีรายละเอียดเรื่องเรือดำน้ำอย่างไรบ้าง แต่ปรากฏว่านายวราเทพ รัตนากร ที่ทำหน้าที่ร่วมประธานการประชุมตอบโต้ว่า เมื่อประธาน กมธ.วิสามัญฯ ได้เสนอญัตติให้ที่ประชุมลงมติแล้วต้องไปสู่ขั้นตอนของการลงมติ ส่วนเรื่องรายละเอียดของคณะอนุ กมธ.นั้นดูได้จากเอกสารอยู่แล้ว หากนายยุทธพงศ์จะขออภิปรายก็ทำได้เฉพาะกรณีที่ไม่เห็นด้วยกับการปรับลดงบประมาณการจัดซื้อเรือดำน้ำเท่านั้น ทำให้นายยุทธพงศ์ยุติการขออภิปรายไป
จากนั้นที่ประชุมคณะ กมธ.วิสามัญฯ มีมติเอกฉันท์เห็นด้วย 63 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง ปรับลดงบประมาณตามที่นายสันติเสนอ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76103</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.วิสามัญ, กลาโหม, กองทัพเรือ, ชะลอซื้อเรือดำ, ซื้อเรือดำ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200831/image_big_5f4d0a6ba62c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
