<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115653</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2021 11:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2021 11:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เรืองไกร&#039; ชง ปปช. ไต่สวน &#039;วิสาร&#039; หา &#039;บิ๊กตู่&#039; จ่ายหัวละ 5 ล้านซื้อเสียง ส.ส. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ย. 64 - นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เปิดเผยว่าตามที่นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส. เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวหาในลักษณะยืนยันข้อเท็จจริงว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จ่ายเงินให้ ส.ส. หัวละ 5 ล้านบาท ที่อาคารรัฐสภา ชั้น 3 เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ที่ผ่านมานั้น &amp;nbsp;คำกล่าวหาดังกล่าว พูดถึงการกระทำที่เกิดขึ้นนอกห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร แม้ผู้พูดจะอยู่ในห้องประชุม แต่น่าจะไม่ได้รับความคุ้มครองรัฐธรรมนูญ มาตรา 124 วรรคหนึ่ง เพราะอาจเป็นการพูดใส่ร้ายที่ขัดต่อข้อบังคับการประชุม ข้อ 69 วรรคสอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกร กล่าวว่า ตามมาตรฐานทางจริยธรรม ที่ใช้กับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จึงมีข้อกำหนดไว้หลายข้อ ซึ่งหากมีข้อเท็จจริงตามที่นายวิสาร กล่าวหา เรื่องนี้จะเป็นความผิดทางอาญาตามมาได้ ทั้งตัวนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกกล่าวหาว่าให้เงิน และตัว ส.ส. ที่ถูกกล่าวหาว่ารับเงิน คนละ 5 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้น เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องใหญ่ ที่จะพูดโดยไม่รับผิดชอบ โดยอ้างเอกสิทธิ์ หาได้ไม่ เพราะกระทบความน่าเชื่อถือทั้งฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายบริหาร ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงตามมาได้ เรื่องนี้ย่อมมีผลกระทบและเสียหายมาก หากไม่มีการไต่สวนให้ได้ข้อเท็จจริง ซึ่งแม้แต่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ยังต้องรีบตั้งคณะกรรมการมาตรวจสอบข้อกล่าวหาของนายวิสาร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกร กล่าวต่อว่า หากพิจารณาคำกล่าวหาของนายวิสาร แล้ว จะเห็นได้ว่า องค์กรที่มีหน้าที่และอำนาจไต่สวนเรื่องนี้ คือ ป.ป.ช. เพราะคำกล่าวหาดังกล่าว มีทั้ง พรป.ปปช. และมาตรฐานทางจริยธรรม เข้ามาเกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในเบื้องต้น เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับมาตรฐานทางจริยธรรม อย่างน้อย 3 ข้อ คือ 1. หากคำกล่าวหาของนายวิสาร ไม่เป็นความจริง มีการบิดเบือน ใส่ร้าย อาจผิดมาตรฐานทางจริยธรรม ข้อ 15 และหาก ป.ป.ช. เห็นว่า เป็นกรณีร้ายแรง ย่อมชี้มูลความผิด และส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิจารณาพิพากษาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. หากนายกรัฐมนตรีมีการจ่ายเงินให้ ส.ส. คนละ 5 ล้านบาท จริง ก็อาจเข้าข่ายผิดมาตรฐานทางจริยธรรม ข้อ 17 ซึ่งควรเป็นเรื่องร้ายแรง ป.ป.ช. ก็ต้องชี้มูล และส่งให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ พิจารณาพิพากษาได้เช่นกัน.และ 3. หากมี ส.ส. รับเงินคนละ 5 ล้านบาท จากนายกรัฐมนตรี จริง ส.ส. ก็อาจจะผิดมาตรฐานทางจริยธรรม ข้อ 9 และถือเป็นเรื่องร้ายแรงทันที ป.ป.ช. ต้องชี้มูลและส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ พิพากษาเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกร กล่าวว่า เรื่องนี้ จึงมีความสำคัญ ที่ ป.ป.ช. ต้องรีบเข้ามาไต่สวนตามหน้าที่และอำนาจโดยเร็ว ซึ่งตาม พรป.ปปช. มาตรา 46 วรรคหนึ่ง ป.ป.ช. ต้องไต่สวนต้นเรื่อง คือนายวิสาร ก่อนเป็นลำดับแรก เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องตรงตามความจริงที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นคุณหรือเป็นโทษต่อนายกรัฐมนตรี หรือ ส.ส. ที่ถูกกล่าวหา หากไม่มีมูลความจริง และเป็นการใส่ร้าย บิดเบือน ก็ควรดำเนินการกับนายวิสาร ตามมาตรฐานทางจริยธรรมต่อไป แต่หากมีมูล ก็ต้องดำเนินการกับนายกรัฐมนตรี และ ส.ส. ที่เกี่ยวข้อง ตามมาตรฐานทางจริยธรรม และดำเนินการทางอาญา ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกร สรุปว่า ด้วยเหตุและผลที่กล่าวมาข้างต้น จึงจำเป็นต้องร้องให้ ป.ป.ช. ไต่สวนข้อเท็จจริงจาก นายวิสาร ก่อนเป็นลำดับแรก ตนจึงจะส่งหนังสือถึง ป.ป.ช. ในเช้าวันที่ 6 ก.ย.นี้ ทางไปรษณีย์ EMS&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115653</URL_LINK>
                <HASHTAG>5ล้าน, การเมือง, ซื้อเสียง, วิสาร เตชะธีราวัฒน์, เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210905/image_big_61344bfa19077.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100753</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 12:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 12:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;ร้องสอบผอ.กกต.ปทุมธานี ปล่อยซื้อเสียงเลือกตั้งเทศบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย. 64 - ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อ กกต. เพื่อขอให้พิจารณาสอบสวนหรือเอาผิดทางวินัยและจริยธรรม ผอ.สำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดปทุมธานี กรณีเพิกเฉยต่อการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น 2562 หลังมีการร้องเรียนว่ามีการซื้อเสียงเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและสมาชิกเทศบาลเมืองลาดสวาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจากกกต.ประจำเทศบาลเมืองลาดสวาย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ได้จัดให้มีการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลเมืองลาดสวายและนายกเทศมนตรีเมืองลาดสวาย กรณีพ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุอื่นใดนอกจากครบวาระในวันที่ 28 มี.ค.64 ที่ผ่านมา ซึ่งได้มีประชาชนนำความไปร้องเรียนต่อ ผอ.กกต.ประจำจังหวัดปทุมธานี พร้อมพยานหลักฐานว่า มีหัวคะแนนของผู้สมัครบางรายนำเงินไปซื้อเสียงผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในหมู่บ้านและชุมชน อันถือเป็นเหตุอันควรสงสัยที่ควรเชื่อได้ว่าจะทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม และเป็นการฝ่าฝืน มาตรา 65 ของ พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น 2562 ซึ่งชอบที่ ผอ.กกต.ประจำจังหวัดจะต้องรีบรายงานให้ กกต.กลางทราบโดยเร็ว ตาม มาตรา 106 วรรคสาม เพื่อที่ กกต.จะได้ดำเนินการไต่สวนโดยพลันหรือสั่งการให้เป็นไปตาม มาตรา 106 วรรคสี่และห้า แต่ทว่า ผอ.กกต.ประจำจังหวัดปทุมธานี กลับเพิกเฉยเสีย อีกทั้งยังกล่าวหาบุคคลอื่นต่อหน้าผู้ไปร้องเรียนให้เสียหายอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ​ กล่าวว่า การกระทำดังกล่าว นอกจากจะไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น 2562 แล้ว ยังอาจถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนระเบียบ กกต. ว่าด้วยประมวลจริยธรรมของกรรมการการเลือกตั้ง กรรมการการเลือกตั้งประจําจังหวัด และพนักงานของสํานักงานกกต. 2551 อีกด้วย ซึ่งเป็นหน้าที่ของเลขาธิการ กกต. ที่จะต้องดำเนินการสอบสวนเอาผิดทางวินัยและจริยธรรมตามระเบียบกกต.ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล 2547 ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น กกต. ต้องรีบดำเนินการไต่สวน กรณีตามคำร้องเรียนของผู้สมัครเลือกตั้งโดยพลัน ถ้าผลการไต่สวนปรากฏว่ามีมูล จะได้มีคำสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ เว้นแต่การฝ่าฝืน หรือความไม่สุจริตหรือไม่เที่ยงธรรมดังกล่าวมิได้เกี่ยวข้องกับผู้ได้คะแนนในลำดับที่จะได้รับเลือกตั้ง ในกรณีเช่นนี้ต้องดำเนินการเพื่อให้มีการลงโทษผู้กระทำความผิดที่เป็นผู้ซื้อเสียงดังกล่าวต่อไปโดยเร็ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100753</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ซื้อเสียง, ปทุมธานี, ศรีสุวรรณ, เลือกตั้งนายกเทศมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_60864fa81318f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97086</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2021 09:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2021 09:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่อเค้าเดือดแน่!ขอนแก่นจับซื้อเสียงเลือกนายกฯเล็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค.2564 - ที่ สภ.เมืองขอนแก่น พ.ต.อ.ปรีชา &amp;nbsp;เก่งสาริกิจ ผกก สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า เมื่อช่วงกลางดึกของคืนที่ผ่านมาพนักงานสอบสวน สภ.ย่อยศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น ได้รับการส่งตัวผู้ต้องหาจากตำรวจสันติบาล คือนายสุนันท์ &amp;nbsp;วรวงษ์ อายุ 70 ปี อยู่บ้านเลขที่ 129 ม.25 บ.โกทา ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น &amp;nbsp;พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีแดง หมายเลขทะเบียน 1กฬ-3842 ขอนแก่น ,บัญชีรายชื่อประชาชนในเขตพื้นที่บ้านโกทา รวมหลายรายการ หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลจับกุมตัวได้ในเขตพื้นที่ บ.โกทา ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ทำการแจกจ่ายเงินซื้อเสียงให้กับผู้สมัครนายกเทศมนตรีรายหนึ่ง ในเขตพื้นที่ ต.ศิลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ปรีชา กล่าวว่า แม้ผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธในชั้นพนักงานสอบสวน แต่พฤติกรรมและหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมมอบให้กับพนักงานสอบสวนนั้นชัดเจน โดยผู้ต้องหารายดังกล่าวทำหน้าที่ขับรถจักรยานยนต์ไปพร้อมกับพวกอีก 1 คนที่หลบหนีการจับกุมไปได้ ตระเวนขับรถไปตามบ้านของประชาชนที่ปรากฏอยู่ในบัญชีรายชื่อ โดยในจังหวะที่ผู้ต้องหาแจกจ่ายเงินเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้แสดงตัวและเข้าจับกุมทันที ซึ่งผู้ที่ทำหน้าที่จ่ายเงินได้อาศัยจังหวะช่วงชุลมุนหลบหนีไปได้ และขณะนี้เจ้าหน้าที่รู้ตัวบุคคลที่หลบหนีแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ในระหว่างการสอบสวนผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมตัวได้ สำหรับผู้ต้องหาอีก 1 คนที่หลบหนีไปนั้นเจ้าหน้าที่รู้ตัวแล้วว่าเป็นใครซึ่งจะทำการออกหมายเรียกให้มาพบพนักงานสอบสวนตามขั้นตอนของกฎหมาย และแม้ว่าผู้ต้องหารายนี้จะให้การปฏิเสธ แต่ด้วยหลักฐานตามที่ชุดจับกุมส่งมอบและพฤติการณ์ที่ปรากฏ จึงตั้งข้อกล่าวหาตามความผิด พรบ.เลือกตั้งสมาชิกสภาและผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 ก่อนควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97086</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับกุม, ซื้อเสียง, นายกเทศมนตรี, พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ, สภ.เมืองขอนแก่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605a9ff6b49fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69590</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2020 14:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2020 14:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นั่นไง! &#039;เสรีพิศุทธ์&#039; แถลงเสรีรวมไทยแพ้เลือกตั้งซ่อมส.ส.ลำปาง เพราะถูกโกง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มิ.ย.63 - พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย แถลงถึงผลการเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จ.ลำปางเมื่อวันที่20มิ.ย.ว่า จากการการลงพื้นที่เพื่อช่วยผู้สมัครพรรคเสรีรวมไทยหาเสียงเลือกตั้งซ่อม ได้รับจดหมายน้อยและบัตรสนเท่ห์มากมายเกี่ยวกับการวางตัวไม่เป็นกลางและใช้อำนาจรัฐจากนายอำเภอบางแห่งในพื้นที่ให้ช่วยเหลือผู้สมัครบางพรรคการเมือง มีการร้องเรียนแจ้งถึงข้อมูลการแจกเงินซื้อเสียง 300บาทต่อหัว เรื่องนี้พรรคเสรีรวมไทยได้ยื่นเรื่องต่อกกต.ลำปาง ให้ตรวจสอบการทุจริตที่เกิดขึ้นแล้ว รวมถึงให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐที่วางตัวไม่เป็นกลาง ขอให้กกต.ลงมาตรวจสอบอย่างจริงจัง ไม่ใช่เห็นว่าเป็นบัตรสนเท่ห์แล้วไม่สนใจ ถ้าตรวจสอบดีๆก็สามารถสอบหาพยานหลักฐานได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ล่าสุดมีหลักฐานใหม่เป็นอ้างเป็นรายชื่อผู้ทำโพล แต่รายละเอียดเป็นรายชื่อชาวบ้าน 30คนในหมู่ 3บ้านแม่เติน อ.เถิน มีทั้งบ้านเลขที่ และเลขที่บัตรประชาชน โดยมีการจ่ายเงินให้ชาวบ้าน 30 คนๆละ 300บาท ไม่ให้ไปเลือกตั้ง แต่มีเจ้าหน้าที่เป็นผู้กาบัตรแทน และเซ็นชื่อบนบัตรเลือกตั้งแทนให้ ทำกันแบบนี้ 300หน่วย แล้วพรรคเสรีรวมไทยจะไม่แพ้ได้อย่างไร สมัยผมเป็นตำรวจ ปี2537 เคยไปจับซื้อเสียงที่จ.บุรีรัมย์ หัวละ 300บาท ผ่านมา 30ปี ก็ยัง 300 บาทเท่าเดิม ไม่ลงทุนเลย ผู้ที่จ่ายเงินดูถูกพี่น้องประชาชนชาวลำปาง เอาเงินมาให้&amp;nbsp;300&amp;nbsp;บาทเพื่อให้รัฐบาลนี้ทำงานไป&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ปี หรือ&amp;nbsp;1,460&amp;nbsp;วันหรือเท่ากับจ้างชาวบ้านวันละ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;สตางค์ต่อวัน&amp;rdquo;หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า ขอให้กกต.จริงจังตรวจสอบเรื่องนี้ สมัยที่ตนจับกำนันเป๊าะ ก็เริ่มต้นจากบัตรสนเท่ห์ใบเล็กนิดเดียว บอกมีการทุจริตที่พัทยาก็ไปตามจับมาจนได้ ขอย้ำให้ประชาชนในจังหวัดลำปางรักศักดิ์ศรี ถ้าใครมีข้อมูลหลักฐานการซื้อเสียงก็สามารถส่งมาให้ตนได้โดยตรง หรือส่งให้กกต.ก็ได้ เพราะกกต.มีระเบียบนำจับเรื่องการทุจริตเรืองการทุจริตเลือกตั้ง ถ้าให้เบาะแสจนนำไปสู่การทุจริตได้ จะมีรางวัลนำจับ 1-3แสนบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69590</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซื้อเสียง, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส, เลือกตั้งซ่อมลำปาง, เสรีรวมไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200624/image_big_5ef302dad9350.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52940</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.ลั่นแพ้ไม่ได้ ร้องซื้อเสียงว่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ปธ.กกต.&amp;quot; มั่นใจเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 7 ขอนแก่น วันอาทิตย์ 22 ธ.ค.นี้ ปชช.ใช้สิทธิ์ไม่น้อยกว่า 71% &amp;quot;สมพงษ์&amp;quot; ควง &amp;quot;หญิงหน่อย&amp;quot; ลงพื้นที่หาเสียงโค้งสุดท้าย พร้อมบุกร้อง กกต.มีแจกเงินหัวละ 1.5 พันบาท แถมขู่ย้าย ขรก.ถ้าไม่ช่วยเหลือ ลั่น พท.แพ้ไม่ได้ &amp;quot;รองโฆษก พปชร.&amp;quot; เชื่อเสียงผู้สมัครดีคว้าเก้าอี้ได้แน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โค้งสุดท้ายการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เขต 7 จังหวัดขอนแก่น ในวันอาทิตย์ที่ 22 ธ.ค.2562 เป็นไปอย่างคึกคัก โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เตรียมสถานที่ใช้สิทธิเลือกตั้งให้พร้อมที่สุด เช่นเดียวกับผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.จากพรรคการเมืองต่างๆ เร่งลงพื้นที่หาเสียงกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย (พท.) บรรดาแกนนำต่างช่วยผู้สมัครหาเสียงอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หอประชุมอเนกประสงค์ อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น วันที่ 20 ธ.ค. นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. พร้อมด้วยนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น, พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น และนายอภินันท์ จันทร์อุปละ ผอ.กกต.ขอนแก่น ร่วมเปิดกิจกรรมรณรงค์โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง ส.ส.ขอนแก่น เขตเลือกตั้งที่ 7 แทนตำแหน่งที่ว่าง โดยมีนักเรียน นักศึกษา และประชาชนในเขต อ.หนองเรือ เข้าร่วมกิจกรรมรวมกว่า 2,000 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคณะของนายอิทธิพรได้ร่วมกันเดินรณรงค์ให้ประชาชนชาว อ.หนองเรือไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส.ที่กำหนดจัดการเลือกตั้งในวันที่ 22 ธ.ค.2562 ด้วยการเดินรณรงค์ไปตามถนนสายต่างๆ ของ อ.หนองเรือ เพื่อแจกเอกสารประชาสัมพันธ์ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าใจขั้นตอนการเลือกตั้งและการลงคะแนน รวมไปถึงการเชิญชวนให้ออกมาเลือกตั้งในการเลือกตั้งครั้งนี้กันให้มากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิทธิพรกล่าวว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ เขตเลือกตั้งที่ 7 มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งรวม 132,569 คน แยกเป็น อ.มัญจาคีรี มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 57,790 คน และ อ.หนองเรือ มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และมีจำนวนหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 271 หน่วยเลือกตั้ง ซึ่งในการเปิดปฏิบัติการรณรงค์ให้ผู้มีสิทธิออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งนี้ จากการเดินรณรงค์เลือกตั้ง พบว่าประชาชนตื่นตัวที่จะไปใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เหมือนให้คำมั่นสัญญาว่าในวันอาทิตย์ 22 ธ.ค.นี้จะไปใช้สิทธิเลือกตั้งกันเป็นจำนวนมาก เพื่อใช้สิทธิ รักษาสิทธิ เลือกคนดีเข้าสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธาน กกต.ยืนยันว่า กกต.มีความพร้อมในการจัดเลือกตั้งครั้งนี้อย่างมาก โดยมีการอบรมเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งได้กำชับให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบ รัดกุม ยึดมั่นกฎหมาย ปราศจากการชี้นำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยังคงมั่นใจว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่น้อยไปกว่าร้อยละ 71 จึงขอเชิญชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง อ.หนองเรือ อ.มัญจาคีรี รวมพลังออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งให้มากที่สุด โดยเลือกตั้งคนดีเข้าสภา เพราะเลือกตั้งคือพลังของประเทศ&amp;rdquo; ประธาน กกต.กล่าว
พท.ลุยโค้งสุดท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พรรคเพื่อไทย (พท.) ตั้งแต่เวลา 07.30 น. นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค พร้อมด้วยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย, นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่หน้าโรงเรียนหนองเรือวิทยา อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ช่วยนายธนิก มาสีพิทักษ์ ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 7 ของพรรคหาเสียง โดยได้เดินทักทายผู้ค้าบริเวณหน้าโรงเรียน และพบเยาวชนเพื่อประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 22 ธ.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมพงษ์กล่าวว่า ในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้มีข่าวลือมีคนแจกเงินครั้งละ 500 บาทให้กับประชาชน ซึ่งประชาชนรับแล้วต้องตัดสินใจเองว่ารับแล้วจะเลือกใคร เพราะจากการปราศรัยทุกคนก็พยายามชี้แจงว่าต่อให้มีคนมาจดบัตรประชาชน มันไม่เกี่ยวว่าเราจะถูกตรวจสอบหากไม่เลือก ซึ่งคุณหญิงสุดารัตน์ก็ปราศรัยชัดเจนแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมตั้งข้อสังเกตว่าขณะที่พรรคเพื่อไทยสนธิกำลังกันเข้ามา แต่ไม่เห็นอีกฝ่ายกระตือรือร้น มีแต่ข่าวลือจดเลขบัตรประชาชนชาวบ้าน ก็ไม่รู้ว่าต้องการรู้จักประชาชนผู้ถือบัตรมากขึ้นหรืออย่างไร ไม่อยากปรักปรำ แต่ที่เขาไม่ลงหาเสียงชุดใหญ่เหมือนพรรคเพื่อไทย เป็นห่วงว่าจะเกี่ยวกับเรื่องเม็ดเงิน&amp;quot; นายสมพงษ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้าพรรค พท.กล่าวว่า พรรคมีกระแสในภาคอีสานมากว่า 10 ปี แม้จะเสียเปรียบด้วยอำนาจรัฐ อย่างที่ได้ให้สัมภาษณ์ถึงข่าวลือและข้อเท็จจริงว่าผู้ใหญ่ของจังหวัดก็ลงมาทำหน้าที่เป็นหัวคะแนน ไม่อยากใช้คำว่าแจกเงิน แต่ทำจริง และมีข้อแลกเปลี่ยนว่าถ้าเลือกตั้งซ่อมสำเร็จก็ได้ตำแหน่งเพิ่ม แต่ถ้าไม่ได้อาจจะถูกย้าย ซึ่งไม่ควรทำ วันนี้ตนจะไปร้องประธาน กกต.เพื่อให้ความเป็นธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลังจากพรรคอนาคตใหม่ขับ ส.ส.งูเห่าออกจากพรรค 4 คน เราต้องพยายามให้ได้ ส.ส.เขต 7 ขอนแก่นมา รวมทั้งการเลือกตั้งซ่อมที่จะเกิดขึ้นในจังหวัดกำแพงเพชรกับจังหวัดสมุทรปราการในอนาคตด้วย เพราะหากหายไป 4 คน ได้กลับมา 3 คนก็ยังโอเค เราต้องสู้เต็มที่ โดยพยายามทำให้พี่น้องประชาชนเข้าใจว่ามันเป็นยังไง ทุกวันนี้ผมลงพื้นที่เห็นสายตาประชาชนที่มีความมั่นใจในพรรค&amp;quot; หัวหน้าพรรค พท.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เวลา 08.15 น. คุณหญิงสุดารัตน์พร้อมนายรัฐภูมิเดินทางต่อมายังตลาดหลังอำเภอหนองเรือเพื่อพบปะผู้ค้า ซึ่งได้รับกำลังใจอย่างเนืองแน่น โดยซื้อหาอาหารเช้าติดมือกลับไปรับประทานบนรถ จากนั้นได้ขึ้นรถแห่เพื่อขอคะแนนภายในพื้นที่หลังอำเภอหนองเรือ สลับกับการเดิน เพื่อพบปะพี่น้องประชาชนตามบ้านเรือน ซึ่งได้รับคำอวยพรขอให้โชคดีในการเลือกตั้ง พร้อมจะสนับสนุนผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า สำหรับความไม่โปร่งใสในการเลือกตั้ง ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นเพียงบางจุดเท่านั้น แต่เท่าที่ลงพื้นที่ปราศรัยที่ อ.หนองเรือ หรือปราศรัยในพื้นที่ต่างๆ มีพี่น้องประชาชนมาร้องเรียนเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสอยู่ตลอด ทราบว่า กกต.ลงตรวจพื้นที่ จึงอยากให้ กกต.กำชับหน่วยงานทุกหน่วยงานให้เป็นกลาง โดยเฉพาะข้าราชการปกครองทหารตำรวจ ที่เข้าไปทำงานต้องปฏิบัติตัวเป็นกลาง ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้ทำหนังสือร้องเรียนหัวหน้าพรรค ขอให้ กกต.ตรวจสอบการไม่ปฏิบัติตามระเบียบ เช่น การขานคะแนนไม่โชว์ให้ประชาชนเห็นป้าย การนับคะแนนเข้าไปอยู่ข้างในลึกมองไม่เห็น การขานคะแนนไม่โปร่งใส รวมถึงการรวมคะแนน บัตรเชิญบัตรเขย่งต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราหวังว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งเขตเดียว อย่าให้เกิดปัญหาความไม่โปร่งใสในคูหาเลือกตั้ง ความไม่โปร่งใสในการนับคะแนน ในการขานคะแนนและการจดคะแนน&amp;quot; คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายธนิก ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค พท. ขึ้นเวทีอ้อนขอคะแนนพี่น้องชาวมัญจาคีรี รับเป็นหนี้บุญคุณพี่น้องในพื้นที่แห่งนี้ ในฐานะเป็นลูกเป็นหลาน ตั้งใจจะเข้ามาดูแล เข้ามาช่วยเหลือประชาชนตามที่ได้เรียกร้อง ทวงสัญญาจากบางพรรคการเมือง และมั่นใจว่าด้วยการสนับสนุนของพรรคเพื่อไทยที่ต่อเนื่องมาจากพรรคไทยรักไทยจะมีอุดมการณ์ที่มั่นคงยืนอยู่เคียงข้างพี่น้องช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มความสามารถ
พปชร.มั่นใจชนะแน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 12.30 น. คุณหญิงสุดารัตน์พร้อมคณะไปที่หอประชุมวิทยาลัยเกษตรกรรมและเทคโนโลยีขอนแก่น อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น เปิดเวทีปราศรัยหาเสียงท่ามกลางการต้อนรับของประชาชนในพื้นที่กว่า 15,000 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 14.00 น. นายสมพงษ์เดินทางมาที่สำนักงาน กกต.จ.ขอนแก่น เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนการทุจริตการเลือกตั้งต่อ ประธาน กกต. แต่เจ้าหน้าที่แจ้งว่าอยู่ระหว่างการประชุม จึงมอบหมายให้นายอภินันท์ จันทร์อุปละ ผอ.กกต.ขอนแก่น เข้ารับหนังสือแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมพงษ์กล่าวว่า เอกสารร้องเรียนดังกล่าวแบ่งออกเป็นสองฉบับ คือฉบับแรก เป็นหนังสือร้องเรียนจากพรรคเพื่อไทย ที่มีข้อมูลในเขตเลือกตั้งที่ 7 ที่ส่อไปในทางทุจริตการเลือกตั้ง ทั้งที่ อ.มัญจาคีรีและ อ.หนองเรือ ที่มีหน่วยงานราชการต่างๆ มาบอกผู้นำท้องถิ่นบ้างหรือทางด้านการปกครองระดับสูงให้ช่วยบางหมายเลข ถ้าสำเร็จจะปูนบำเหน็จรางวัลให้สูงขึ้น อีกทั้งยังคงพบมีการทุจริตในเรื่องของการแจกเงิน และข้าราชการระดับสูงวางตัวไม่เป็นกลาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนเอกสารฉบับที่สองที่ได้รับนั้นเป็นหนังสือสนเท่ห์ ไม่มีการลงชื่อผู้ร้องเรียน ซึ่งได้รับมาจากสถานีตำรวจภูธรอำเภอหนองเรือ ซึ่งแจ้งว่าผู้กำกับ สภ.หนองเรือมีการเรียกประชุมอาสาสมัครเพื่อชี้นำให้เลือกผู้สมัคร ส.ส. จากพรรครัฐบาล และเสนอผลตอบแทนต่างๆ โดยมีข้อมูลเป็นวัน เวลา สถานที่ แล้วจำนวนผู้เข้าประชุม แต่ไม่มีหลักฐานเป็นภาพหรือคลิปวิดีโอ ซึ่งหนังสือนี้ได้ยื่นมาที่สำนักงาน กกต.จังหวัดตั้งแต่วันที่ 14 ธ.ค.แล้ว แต่ยังไม่มีการดำเนินการสืบสวน&amp;quot; หัวหน้าพรรค พท.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรค พปชร. กล่าวว่า พรรค พปชร.มั่นใจนายสมศักดิ์ คุณเงิน ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 7 จ.ขอนแก่นของพรรค จะได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนชาวขอนแก่น เนื่องจากประชาชนมีความชื่นชอบในนโยบายของรัฐบาลและพรรคที่ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพิ่มคน เพิ่มสิทธิ การแก้ไขปัญหาน้ำแล้ง ในพื้นที่ภาคอีสาน โครงการนาหนึ่งแปลง แหล่งน้ำ 1 แห่ง ทำโครงการแก้มลิง ฝายน้ำล้น ประตูระบายน้ำบาดาลเพื่อการเกษตร ธนาคารน้ำใต้ดิน เกษตรทฤษฎีใหม่ โครงการเกษตรประชารัฐ เพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร ต่อยอดค่าเก็บเกี่ยว ข้าว มัน อ้อย ช่วยล้ดต้นทุนการผลิต ผลักดันโครงการโขงชีมูลให้เร็วขึ้น และส่งเสริมปลูกป่าในไร่นา ยางนา พะยูง สัก สะเดาและไผ่.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52940</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ซื้อเสียง, ประธานกกต., พชปร., พรรคเพื่อไทย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลือกตั้งซ่อม, เลือกตั้งซ่อมขอนแก่น, เลือกตั้งซ่อมขอนแก่นเขต7, เลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191220/image_big_5dfcc0ce63a4f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32625</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2019 14:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2019 14:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“นิพิฏฐ์”โพสต์ย้ำจุดจบนักซื้อเสียง &#039;ติดคุก-ถูกยึดทรัพย์&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อเวลา11.00 น. วันที่ 31มีนาคม 2562 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กถึงการทุจริตซื้อเสียงเลือกตั้ง หลังตนออกมาเปิดเผยคลิปและหลักฐานการทุจริตปูพรมซื้อเสียงในจ. พัทลุง ว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าท่านเป็นนักการเมืองที่มาจากการซื้อเสียงประชาชน ท่านเริ่มต้นอย่างนี้ ท่านก็รู้ว่าถ้าท่านพลาดจุดจบท่านต้องติดคุก และถูกยึดทรัพย์ตามกฎหมายฟอกเงิน อย่าโกรธผมนะครับ ถือว่า เราต่างคนต่างทำหน้าที่ ท่านซื้อเสียง ผมก็หาทางจับท่านจนได้ จะหาว่าผมไม่เตือนก็ไม่ได้ ผมเตือนมาตลอด ผมว่า แฟร์นะ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32625</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซื้อเสียง, นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, เลือกตั้ง 2562</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190302/image_big_5c79fc31afc57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32075</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2019 11:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2019 11:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.แจงคืนหมาหอนจับได้เกินครึ่งร้อยเรื่องเท่านั้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค.2562 - &amp;nbsp;​พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงข่าวหลังการเปิดหีบเลือกตั้งในช่วงเช้าว่า ได้รับรายงานการเปิดหน่วยเลือกตั้งเวลา 08.00น.เป็นที่เรียบร้อยทุกหน่วย จากทั้งหมด 92,320 หน่วยเลือกตั้ง เฉลี่ยผู้มาใช้สิทธิ์หน่วยเลือกตั้งละประมาณ 800 คนต่อหน่วย ก่อนเปิดหีบมีผู้ใช้สิทธิเข้าคิวรอจำนวนมาก อาจไม่สะดวกบ้าง ซึ่งสภาพปัญหาช่วงเช้าที่ผ่านมา คิวยาวอาจใช้เวลาบ้าง นอกจากนี้ยังมีปัญหาที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งบางหน่วยฉีกบัตรเลือกตั้งแล้วฉีกเอาต้นขั้วบัตรติดไปด้วย ทั้งนี้หลังปิดหีบเจ้าหน้าที่จะนำต้นขั้วบัตรออกมาก่อนเปิดนับคะแนน ซึ่งมีการลงบันทึกรายงานเหตุแล้ว นอกจากนี้ยังพบปัญหาประชาชนไม่ได้เซ็นชื่อที่บัญชีตรวจสอบสิทธิ์ แต่ไม่เป็นปัญหา เพราะได้เซ็นชื่อที่ต้นขั้วบัตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า จากการประมวลเหตุการณ์ตั้งแต่คืนวันที่ 23 มี.ค.พบการกระทำความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 54 เรื่อง ส่วนใหญ่เป็นการแจกเงินซื้อเสียง ที่เหลือเป็นการจำหน่ายสุราในช่วงเวลาต้องห้าม 1 ราย พบชายเมาสุรามาใช้สิทธิ์ 1 ราย โพสต์ข้อความหาเสียง 2 ราย บริษัทไม่ให้หยุดงานมาใช้สิทธิ์ 1 ราย ฉีกบัตรเลือกตั้งที่จังหวัดลำพูน 1 ราย ซึ่งจะตรวจสอบต่อไปว่าเจตนาหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือไม่ ส่วนจะดำเนินคดีอาญาหรือไม่ต้องดูที่เจตนาก่อน.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32075</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ซื้อเสียง, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, หน่วยเลือกตั้ง, เปิดหีบเลือกตั้ง, เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง, แถลง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190324/image_big_5c970adba9471.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
