<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57771</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2020 07:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2020 07:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่ยกปชป.ชำแหละ5พฤติกรรมพรรคการเมืองบางพรรคหนักกว่ายุคทักษิณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21ก.พ.63-นางกาญจนี วัลยะเสวี หรือ ติ๊งต่าง เจ้าของฉายาไฮโซสปอร์ตคลับและแกนนำกลุ่มชาวไทยหัวใจรักสงบ แม่ยกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Kanjanee Valyasevi ระบุว่า ลอกเขามา และเติมไปเองด้วย ว่า
1.พรรคการเมืองบางพรรคขายโต๊ะจีน ระดมทุนจากธุรกิจขนาดใหญ่ ,ภาครัฐ ทำได้ แต่พรรคอื่นถูกห้าม
2.พรรคการเมืองบางพรรคมีแต้มต่อตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งจากสว. 250 คน
3.สส.บางคนถือหุ้นสื่อ ต้องถูกหยุดปฏิบัติหน้าที่ และปลดจากตำแหน่ง แต่อีกพรรคถืออิทธิพลเหนือสื่อ
4.สมัยก่อนการเสียบบัตรแทนกันจะทำให้กฎหมายเป็นโมฆะ - แต่ยุคนี้ การเสียบบัตรแทนกันถือเป็นเรื่องเล็กน้อย
5.ใครที่อยากแก้ไขรธน. จะถูกตราหน้าว่า &amp;quot;ชังชาติ&amp;quot; แต่คนที่ฉีกรธน. กลับถูกมองว่าเป็นคนดี เสียสละเพื่อแผ่นดิน
-- หนักกว่าสมัยทักษิณไหมนี่ ตอนนั้นเรายังเอาคนผิดเข้าคุกได้ ตอนนี้ทุกคนดีหมด ฮาๆๆๆๆ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57771</URL_LINK>
                <HASHTAG>250 ส.ว., กาญจนี วัลยะเสวี, ชังชาติ, ซื้อโต๊ะจีนระดมทุน, หนักกว่ายุคทักษิณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190517/image_big_5cddfe7294412.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24783</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.ขึงขังบี้โต๊ะจีน ให้30วันแจงชื่อ‘ผู้บริจาค’พปชร.แอ่นอกพร้อมเปิด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ป้อม&amp;quot; ยันซื้อโต๊ะจีนระดมทุน &amp;quot;พปชร.&amp;quot; ไม่กระทบเสถียรภาพรัฐบาล กกต.บี้ พปชร.แจ้งที่มาเงินระดมทุนภายใน 30 วัน ลั่นพร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริง &amp;quot;ณัฏฐพล&amp;quot; ปัดคลัง-ททท.ซื้อโต๊ะ วอนหยุดใส่ร้ายพร้อมเปิดรายชื่อ 2-3 สัปดาห์ถ้าพบทำผิดคืนเงินบริจาคทันที &amp;nbsp;&amp;quot;ททท.-กทม.&amp;quot; เรียงหน้าปฏิเสธ &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; บุก กกต.จี้ให้ตรวจสอบ &amp;quot;สดศรี&amp;quot; เตือน กก.บห.หากมีหลักฐานชัดหน่วยงานรัฐซื้อโต๊ะโทษหนักคุก 10 ปี ตัดสิทธิ์การเมือง &amp;nbsp;&amp;quot;มาร์ค&amp;quot; ขยี้ซ้ำ ถ้าใช้อำนาจรัฐช่วยระดมทุนผิด พ.ร.บ.พรรคการเมือง ขณะที่ 25 พรรคการเมืองร่วมลงนามในสัญญาประชาคมเลือกตั้ง จะเป็นไปโดยเสรี สุจริต ตั้งรัฐบาลต้องมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งของ ส.ส. แต่ไร้เงา พปชร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวกรณีที่มีการเปิดเผยข้อมูลว่าหน่วยงานภาครัฐซื้อโต๊ะจีนพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ในงานระดมทุนเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า เรื่องนี้ตอบไม่ได้ เป็นเรื่องของพรรค พปชร. ตนไม่ได้เข้าไปอยู่ในพรรค ซึ่งคาดว่าทางพรรค พปชร.จะออกมาชี้แจงว่าได้เงินมาอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า หน่วยงานภาครัฐสามารถไปซื้อโต๊ะ จีนในงานระดมทุนของพรรคการเมืองได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เขาอาจจะได้เงินช่วยเหลือจากที่อื่นมาหรือไม่ เพราะหน่วยงานรัฐไม่สามารถใช้งบประมาณของรัฐไปสนับสนุนซื้อโต๊ะจีนของพรรคการเมืองได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กรณีการเปิดเผยข้อมูลการซื้อโต๊ะจีนของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อกดดันให้ 4 รัฐมนตรีที่อยู่ในพรรค พปชร.ลาออกหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ให้ไปถาม 4 รัฐมนตรี เชื่อว่าไม่กระทบเสถียรภาพรัฐบาลและคณะรัฐมนตรี เนื่องจากไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคพปชร. ส่วนการทำงานของ 4 รัฐมนตรี ต้องดูว่าเขาสามารถแยกแยะการทำงานได้หรือไม่ว่าสิ่งไหนเป็นของรัฐบาล สิ่งไหนเป็นของพรรคการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีฝ่ายการเมืองวิพากษ์วิจารณ์การระดมทุนของพรรคพปชร.ว่า ไม่ทราบ และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาทำอะไรกัน ไม่มีใครเคยมาถาม แต่ใน พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 เขียนว่าห้ามหน่วยงานของรัฐ หน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจที่รัฐเข้าไปถือหุ้นอยู่มากเข้าไปอุดหนุนบริจาคให้กับพรรคการเมือง เพราะไม่ให้ใช้งบของหลวง แต่เขาเปิดช่องให้เอกชนและข้าราชการทำได้ในฐานะส่วนบุคคล ซึ่งถ้าเป็นคนในองค์กรนั้นเองไม่เป็นไร แต่เงินใครต้องถามด้วย ขณะที่กรณี 4 รัฐมนตรีที่เป็นผู้บริหารพรรค สามารถบริจาคเกิน 3,000 บาทได้ เพราะกฎหมายกำหนดเฉพาะห้ามรับเกินเท่าไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมีการเรียกร้องให้พรรค พปชร. เปิดรายละเอียดผู้ซื้อโต๊ะจีน นายวิษณุกล่าวว่า ตนไม่ทราบ คงเป็นเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไปตรวจสอบเอง และการซื้อโต๊ะถือเป็นการบริจาคในการระดมทุน ตนตอบอะไรไม่ได้ เพราะจะกลายเป็นว่ารัฐบาลเข้าไปยุ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ชี้แจงเรื่องดังกล่าวว่า ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พรรคการเมืองสามารถหารายได้ของพรรค หรือระดมทุนได้ แต่หลังจากการระดมทุนแล้ว พรรคการเมืองจะต้องรายงานต่อนายทะเบียนพรรค และประกาศให้ประชาชนรับทราบภายใน 30 วันนับจากวันที่จัดงาน รวมถึงต้องรายงานต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองด้วยว่าบุคคลใดบ้างบริจาคเกิน 100,000 บาท ซึ่งเหตุผลที่กฎหมายกำหนดไว้เช่นนี้ เนื่องจากต้องการให้เกิดความโปร่งใสในพรรคการเมือง และให้การดำเนินการหารายได้ของพรรคมีธรรมาภิบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่มีข่าวว่ากระทรวงการคลังและหน่วยงานอื่นของรัฐร่วมซื้อโต๊ะจีนด้วย พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า ปกติตามหลักการทั่วไป หน่วยงานรัฐจะมีขอบเขตการใช้เงินของรัฐอยู่แล้วว่าอะไรสามารถใช้งบประมาณของหน่วยงานรัฐได้บ้าง ซึ่งเงินจากหน่วยงานของรัฐถือเป็นเงินหลวง อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นต้องรอให้พรรคพลังประชารัฐรายงานมายังนายทะเบียนพรรคการเมืองถึงที่มาของรายได้ก่อน กกต.จะดำเนินการตรวจสอบได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต. กล่าวตอนหนึ่งระหว่างประชุมชี้แจงการดำเนินกิจกรรมให้แก่พรรคการเมืองจัดตั้งใหม่ 13 พรรคการเมืองถึงการรับบริจาคและการระดมทุนว่า ก่อนหน้านี้ กกต.ได้มีหนังสือตอบไปยังพรรรคการเมืองแล้วว่า ทั้งเงินบริจาคและเงินระดมทุนผู้ให้จะสามารถให้ได้ไม่เกินคนละ 10 ล้านต่อคนต่อปี โดยการรับบริจาคสามารถรับเงินบริจาคได้ตลอด แต่การระดมทุนพรรคจะทำได้แค่จนถึงแค่วันก่อนมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง เมื่อมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้งแล้วทำไม่ได้ ดังนั้นถ้าจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ. พรรคการเมืองที่จะระดมทุนก็ต้องมองให้ออกว่า พ.ร.ฎ.เลือกตั้งจะเกิดขึ้นในช่วงไหน และวางแผนดำเนินการให้ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่พรรคการเมืองมีการไประดมทุนและเป็นข่าวในขณะนี้ คิดว่าทางพรรคเขาน่าจะศึกษากฎหมายแล้ว แต่สุดท้ายทุกอย่างมันมีที่มาในทุกเรื่อง ไม่ต้องมาบอกว่ากกต.ต้องไปสอบสวน มันมีเขียนอยู่ในระเบียบ กกต.แล้วว่าพรรคการเมืองต้องประกาศหรือแจ้งต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองอย่างไร ซึ่งก็ต้องให้เวลากับพรรคการเมืองเขาดำเนินการ&amp;quot; นายแสวงกล่าว
ปัดคลัง-ททท.ซื้อโต๊ะจีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแสวงกล่าวถึงการหาเสียงของพรรคการเมืองว่า ขณะที่ยังไม่มี พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง พรรคการเมืองสามารถทำอะไรก็ได้ที่กฎหมายซึ่งมีอยู่ในปัจจุบันไม่กำหนดเป็นความผิด ยืนยันว่า กกต.ไม่ได้ลดเสรีภาพในการดำเนินการของพรรคการเมืองที่เคยทำมา ทั้งการแจกเอกสารแผ่นพับ สติกเกอร์ การใช้รถหาเสียง การหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ ถ้าทำในนามส่วนตัวก่อนมี พ.ร.ฎ.ไม่ถือเป็นค่าใช้จ่าย แต่ถ้าติดในนามพรรคการเมือง จะต้องนำมาคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายของพรรค เมื่อมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้งแล้ว การดำเนินการในสิ่งเหล่านี้จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ กกต.กำหนด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนกรณีการกระทำผิด ณ วันนี้ พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต.มีผลแล้ว หากมีการกระทำผิด ทุจริต หรือทำให้การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นไม่สุจริต กฎหมายให้อำนาจ กกต.สามารถสั่งเลือกตั้งใหม่ได้ก่อนมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้งด้วยซ้ำ ดังนั้นจึงอยากให้ทุกพรรคระมัดระวัง&amp;quot; นายแสวงกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคพปชร. ในฐานะแม่งานจัดระดมทุนพรรคพลังประชารัฐ กล่าวชี้แจงกรณีมีข่าวระบุว่ากระทรวงการคลังและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ บริจาคเงินซื้อโต๊ะจีนรวมกว่า 60 ล้านบาทว่า เท่าที่ตนตรวจสอบ ยืนยันได้ว่าไม่พบหน่วยงานตามที่กระแสข่าวระบุ เรามีการเปิดบัญชีพักเงินบริจาคส่วนนี้เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง ถ้าพบว่าบริษัทหรือบุคคลใครก็ตามผิดคุณสมบัติที่กฎหมายกำหนด หรือมีข้อขัดแย้ง เราคืนเงินที่บริจาคมาทันที ทั้งนี้ ตนเคยทำระดมทุนในลักษณะดังกล่าวมาแล้ว 3-4 ครั้ง จึงต้องดำเนินการให้ถูกต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้ จะทำแบบลักไก่นั้นไม่มี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บางทีต้องก้าวข้ามความขัดแย้ง หยุดใส่ร้ายกันได้แล้ว ยืนยันเราทำทุกอย่างด้วยความถูกต้อง ไม่มีกระทรวงการคลังหรือหน่วยงานรัฐบริจาค เรารับไม่ได้ พรรคอื่นที่กล่าวหากัน ไม่มีการระดมทุนแบบนี้ แล้วมาบอกว่าเราทำผิด พรรคที่ตั้งข้อสงสัยเตรียมการเลือกตั้งอย่างไร แต่พลังประชารัฐถือเป็นพรรคใหญ่ เราเตรียมการเลือกตั้ง วางแผนอย่างสุขุมรอบคอบ ทำตามกฎกติกาของ กกต. แต่ถูกใส่ร้ายทางการเมือง ทั้งที่เรามุ่งมั่นเดินหน้าให้ประเทศพัฒนา&amp;quot; นายณัฏฐพลกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเสียงเรียกร้องให้เปิดเผยรายนามผู้บริจาคให้พรรคทั้งหมดนั้น นายณัฏฐพลกล่าวว่า ไม่มีปัญหา เพียงแต่ขอเวลาตรวจสอบก่อน โดยจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด คาดว่าใช้เวลา 2-3 สัปดาห์ ทั้งนี้ไม่ว่าบริษัทใดก็ตาม เมื่อตรวจสอบแล้วเป็นไปตามเกณฑ์กฎหมายกำหนด ก็เปิดเผยได้ ไม่มีข้อปิดบัง และไม่กังวลหากยอดที่บริจาคจะลดลงจาก 650 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรค พปชร. กล่าวว่า เรื่องการระดมทุนของพรรคนั้น นายณัฏฐพล ได้ชี้แจงไปแล้วว่าทุกอย่างดำเนินการถูกต้องตามระเบียบ กกต. ทุกอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ จะเห็นได้ว่าขณะนี้มีกระบวนการที่จ้องทำลายพรรคพลังประชารัฐ มีการใส่ร้ายทำเป็นกระบวนการ เป็นขั้นเป็นตอน อยากให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว แล้วหันมาทำการเมืองสร้างสรรค์ มุ่งไปสู่การเลือกตั้งดีกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. กล่าวยืนยันว่า ททท.ไม่มีส่วนในการสนับสนุนการระดมทุนของพรรคพปชร. จำนวน 3 โต๊ะ เป็นเงิน 9 ล้านบาท ขอให้หยุดนำเสนอข่าวอันทำให้เสียชื่อเสียง ซึ่ง ททท.อาจจะดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาท ทั้งนี้ ททท.มีนโยบายในการใช้งบประมาณอย่างถูกต้องเหมาะสม คุ้มค่า และตรวจสอบได้ ดังนั้น ททท.ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในกรณีดังกล่าว เนื่องจากระเบียบด้านการเงินไม่สามารถกระทำได้ โดยการใช้งบประมาณต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากคณะกรรมการ ททท. ซึ่งมีขั้นตอนที่ชัดเจน ซึ่งไม่มีวาระการประชุม หรือวาระพิจารณาที่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ททท.ออกคำชี้แจงว่า การสนับสนุนซื้อโต๊ะ หรือบริจาคเพื่อกิจกรรมทางการเมืองนั้น มิสามารถกระทำได้ตามระเบียบของ ททท. และขอย้ำว่าไม่มีหน่วยงานภายในให้การสนับสนุนตามที่ปรากฏเป็นข่าว เนื่องจากเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมืองอย่างเคร่งครัด
&amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; บุกร้อง กกต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า เพิ่งจะทราบเรื่องว่ามีชื่อของ กทม.ปรากฏอยู่ในงานเลี้ยงโต๊ะจีน โดย กทม.และผู้ว่าฯ กทม.ปฏิเสธการเข้ามีส่วนเกี่ยวข้องในการบริจาคเงิน เพราะผิดระเบียบ เนื่องจากเจ้าหน้าที่รัฐจะต้องคำนึงถึงเงื่อนไขตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 103 โดยค่ารับรองและของขวัญต้องรับเนื่องในโอกาสต่างๆ โดยปกติตามขนบธรรมเนียมประเพณี หรือวัฒนธรรม หรือให้กันตามมารยาทที่ปฏิบัติกันในสังคมเท่านั้น และต้องมีมูลค่าไม่เกิน 3,000 บาทเท่านั้น หาก ป.ป.ช.จะมีการตรวจสอบในส่วนของ กทม. มีความยินดีอย่างยิ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช้าวันเดียวกัน ที่สำนักงาน กกต. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือถึง กกต. ขอให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว โดยนายศรีสุวรรณกล่าวว่า การจัดระดมทุนในขณะนี้มีอย่างน้อย 2 พรรค ซึ่งมีข้าราชการนักการเมืองเข้าไปร่วมงานเป็นจำนวนมาก จนมองว่าเป็นพฤติการณ์ย้อนแย้งกับกฎหมายที่กำหนดให้พรรคการเมืองมีทุนประเดิมไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท และให้ผู้ร่วมจัดตั้งและสมาชิกจ่ายเงินค่าบำรุงพรรค การระดมทุนผ่านการขายโต๊ะจีน ได้เงินกว่าหลายร้อยล้านบาท น่าสงสัยว่าข้าราชการนำเงินที่ไหนมาซื้อโต๊ะ ในส่วนของบริษัทเอกชนที่เข้ามาซื้อโต๊ะ ก็น่าสงสัยว่าเป็นพฤติการณ์ต่างตอบแทนหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณกล่าวว่า ในการจัดเลี้ยงยังมีการนำศิลปิน นักร้องมานำแสดง ซึ่งเข้าข่ายการจัดมหรสพรื่นเริง และชี้นำหรือไม่ อยู่ในอำนาจหน้าที่ที่ กกต.จะต้องเป็นผู้ตรวจสอบ เพื่อยื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ให้ดำเนินการต่อไป โดยพฤติการณ์ต่างๆ อาจเข้าข่ายความผิดหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นการครอบงำพรรคการเมืองโดยกลุ่มทุนนักธุรกิจ และหากมีข้าราชการและหน่วยงานของรัฐเข้าไปซื้อโต๊ะจริง จะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน ซึ่งกำหนดให้ข้าราชการต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมือง และยังผิดต่อระเบียบสำนักคณะรัฐมนตรีว่าด้วยมารยาทของข้าราชการพลเรือน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบัตรเข้างานเอง ก็ต้องตรวจถูกสอบว่านำเงินที่ไหนมาซื้อบัตรที่นั่งละ 3 แสนบาท หรือหากอ้างว่ามีผู้อื่นซื้อบัตรให้ ก็จะมีความผิดฐานรับเงินเกิน 3 พันบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสดศรี สัตยธรรม อดีต กกต. กล่าวกับไทยรัฐออนไลน์ว่า หากมีหลักฐานชัดเจนว่าปรากฏชื่อหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจซื้อโต๊ะจีนระดมทุนให้พรรค พปชร.จริง มีโทษหนักตามกฎหมาย หัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรคที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งจะมีผลต่อเนื่องไปถึงขั้นอาจถูกศาลสั่งตัดสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งอีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าพรรคการเมืองดังกล่าวจะมีปัญหาอย่างแน่นอน เพราะมันเลยเวลาสังกัดพรรคการเมืองแล้ว ทำให้พรรคการเมืองดังกล่าวส่งผู้สมัครลง ส.ส.ไม่ได้ อย่างไรก็ตาม พปชร.สามารถจัดระดมทุนพรรคการเมืองได้ เพราะกฎหมายระบุว่าห้ามจัดระดมทุนในช่วงมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งเท่านั้น ดังนั้นจึงสามารถจัดระดมทุนก่อนหรือหลังการเลือกตั้งได้
ใช้อำนาจรัฐช่วยผิด กม.แน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวว่า การจัดงานระดมทุนเข้าพรรคการเมืองสามารถทำได้ แต่ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์คือการใช้อำนาจหรือตำแหน่งของผู้ที่มีตำแหน่งทางการเมืองในฐานะรัฐมนตรีไประดมทุนหรือไม่ ถ้ามี แบบนี้ก็ถือว่าผิด กกต.ต้องตรวจสอบว่ามีการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือไม่ เป็นปัญหาที่พูดตั้งแต่ต้นว่าเมื่อคุณเป็นรัฐมนตรีและมีอำนาจเต็ม แม้หลังเลือกตั้ง แต่ถ้ามีผลได้เสียกับการแข่งขันทางการเมืองก็จะเกิดปัญหาแบบนี้ สำหรับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ถ้ามีการบริจาคเงินให้ พปชร.ก็จะผิดทั้งรับและคนให้ ซึ่งมีกฎหมายพรรคการเมืองห้ามไว้อยู่ว่าใครห้ามให้ และใครห้ามรับ ดังนั้นต้องเป็นไปตามกฎหมายและไม่เกี่ยวกับพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง เพราะเป็นกฎหมายพรรคการเมือง ส่วนถ้า กกต.ไม่ชี้ความผิดต้องดูข้อเท็จจริงก่อน เพราะมีกฎหมายที่ให้เปิดเผยรายชื่อผู้บริจาค จึงต้องไปดูว่าผิดหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ที่นายณัฏฐพลบอกว่าพร้อมคืนเงินบริจาคถ้ามีปัญหานั้น เท่ากับเป็นการแสดงว่ารับผิดแล้วใช่หรือไม่ถึงพูดแบบนี้ สำหรับพรรค ปชป. ได้กำชับสมาชิกให้ระมัดระวังเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา และจะไม่มีการจัดระดมทุน เพราะอาศัยเงินบริจาค เงินบำรุงพรรค เงินสนับสนุนพรรคได้ตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิชัย นริพทะพันธุ์ คณะทำงานทีมเศรษฐกิจพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า วันนี้สังคมตั้งข้อสังเกตการจัดงานระดมทุนของพรรค พปชร.ว่า 4 รัฐมนตรีที่ไปเป็นกรรมการบริหารพรรค พปชร. ใช้อำนาจหน้าที่เพื่อให้หน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชนเข้ามาซื้อโต๊ะจีนหรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้น ถือเป็นการใช้อำนาจหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองหรือไม่ ซึ่ง กกต.ที่ทำหน้าที่ดูแลการเลือกตั้งให้เป็นธรรมต้องเข้าไปตรวจสอบ รวมถึงต้องไปดูว่าบริษัทเอกชนที่ยอมจ่ายเงิน 3 ล้านเพื่อทานข้าวมื้อเดียวได้รับประโยชน์อะไรจากภาครัฐหรือไม่ เพราะมันสะท้อนภาพรวยกระจุก จนกระจาย เพราะวันนี้เศรษฐกิจย้ำแย่ประชาชนลำบากกันทั้งประเทศ แต่มีคนกลุ่มหนึ่งยอมเสียเงินจำนวนมากเพื่อสนับสนุนพรรคการเมืองที่คนในรัฐบาลเข้าไปขับเคลื่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ &amp;nbsp;กล่าวว่า ขอตั้งคำถามต่อพรรค พปชร. ว่าหน่วยงานดังกล่าวที่ระบุ หมายถึงกระทรวงการคลัง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐใช่หรือไม่ ประชาชนจะทราบได้อย่างไรว่าเงินที่นำมาซื้อโต๊ะจีนไม่ใช่งบประมาณของหน่วยงานนั้น และนอกจากตัวแทนพรรคพลังประชารัฐและสมาชิกแล้ว ยังมีนักการเมืองที่มีชื่อเสียงจากพรรค หมายความว่านักการเมืองเหล่านี้ประกาศตัวจะสนับสนุนเผด็จการหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค อนค.กล่าวว่า ตัวแทนจากพรรคการเมืองและหน่วยงานของรัฐที่มีชื่อเข้าร่วมงาน คุณไม่ใช่ผู้อยู่เบื้องหลังของเผด็จการอีกต่อไป แต่พวกคุณคือเบื้องหน้าของฝ่ายสนับสนุนเผด็จการ โดยภายบรรยากาศภายในงานเสมือนการเจรจาก่อตั้งรัฐบาลมากกว่ากิจกรรมของพรรคการเมือง
การระดมทุนในวันเดียวได้เงินถึง 650 ล้านบาท เป็นการเอาเปรียบพรรคอื่นๆ ที่ผ่านมา ที่บอกว่าต้องใช้เวลาตรวจสอบ เรื่องทั้งหมด 2-3 สัปดาห์ ตนเห็นว่าไม่ต้องใช้เวลามากขนาดนั้น แค่นำบัญชีรายชื่อผู้เข้าร่วมงานมาเปิดเผย ก็ทราบแล้วว่ามีการบริจาคจากภาครัฐหรือไม่ &amp;nbsp;ซึ่งเรื่องเหล่านี้ ป.ป.ช.น่าจะตรวจสอบได้ไม่ยาก ถ้าจริงใจในการให้ตรวจสอบจริง 2-3 ชั่วโมงก็ทำได้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ มูลนิธิสันติภาพและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย ร่วมจัดพิธีลงนาม &amp;ldquo;สัญญาที่พรรคการเมืองขอให้ไว้กับประชาชน&amp;rdquo; เพื่อให้พรรคการเมืองต่างๆ แสดงความมั่นใจแก่ประชาชนว่าการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 24 ก.พ.2562 จะเป็นไปโดยเสรี สุจริต และเที่ยงธรรม โดยพรรคการเมืองจะหาเสียงเลือกตั้งด้วยกระบวนการที่มีจรรยาบรรณ และให้การจัดตั้งรัฐบาลหลักการเลือกตั้งเป็นไปโดยเคารพเสียงและความต้องการของประชาชน โดยมีตัวแทนพรรคการเมืองต่างๆ เข้าร่วมจำนวน 25 พรรค อาทิ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ, นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย, นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา, นายมิตติ ติยะไพรัช เลขาธิการพรรคไทยรักษาชาติ ร่วมพิธีลงนาม ส่วนพรรคการเมืองที่ไม่ได้ร่วมลงนามในวันนี้ ทางมูลนิธิสันติภาพและวัฒนธรรมฯ ยังเปิดโอกาสให้ร่วมลงนามเพิ่มเติมได้จนถึงวันที่ 10 ม.ค.2562 &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายในงานมีตัวแทนทูต ตัวแทนเครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี หรือแอนเฟรล เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนางสาวจันดานี วาตาวาละ ผู้อำนวยการแอนเฟรล กล่าวแสดงความยินดีที่ประเทศไทยกำลังจะมีการเลือกตั้ง และหวังว่า ทางมูลนิธิอัลเฟรลจะได้ร่วมสังเกตการการเลือกตั้งของไทยด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นผู้เข้าร่วมได้ร่วมกันอ่านคำสัญญาที่พรรคการเมืองให้ไว้กับประชาชนก่อนที่จะมีการลงนาม ด้วยถ้อยคำตอนหนึ่งว่า ก่อนการเลือกตั้งพรรคการเมืองขอให้สัญญาว่า จะปฏิบัติตามจรรยาบรรณการหาเสียงเลือกตั้ง คือจะปฏิบัติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ กฎหมายเลือกตั้ง และกฎระเบียบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หลังการเลือกตั้งพรรคการเมืองขอให้สัญญาว่าจะเคารพเสียงของประชาชน และเร่งดำเนินการเพื่อให้เกิดความสงบสุขและเป็นธรรม พรรคการเมืองที่ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลจะต้องมีเสียงสนับสนุนเกินกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ให้สัมภาษณ์ว่า ผู้อำนวยการแอนเฟรลได้เข้ามาสอบถามถึงความคืบหน้าการพิจารณาอนุญาตให้องค์กรเข้ามาร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้งในไทย แต่เนื่องจากขณะนี้วันเลือกตั้งยังไม่ออกมาอย่างเป็นทางการ ต้องรอให้มี พ.ร.ฎ.เลือกตั้งอย่างเป็นทางการก่อน กกต.จึงจะสามารถกำหนดวันเลือกตั้งได้ ดังนั้นยังไม่สามารถสามารถพิจารณาได้ หากวันเลือกตั้งออกมาแล้วไม่ว่าจะเป็นแอนเฟรล หรือหน่วยงานใด กกต.ก็จะต้องพิจารณา รวมทั้งการเชิญให้เข้ามาร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้งด้วย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่รายงานว่า ล่าสุดมีแอนเฟรลและอียูที่ทำหนังสือขอเข้ามาร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้ง แต่ตนยังไม่เห็นรายละเอียด
ปีใหม่&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot;ไม่ลาออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์บ้านเมืองที่ใกล้จะเลือกตั้งว่า ท่านแสดงความเป็นห่วงก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ขณะนี้บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อยดี เพราะเราใช้กฎหมายดูแล และทุกคนก็รู้กฎหมายกันอยู่แล้ว เราควรจะทำอย่างไรให้เกิดความสงบ ซึ่งตอนนี้ก็ไม่มีอะไร และเราพยายามรักษาสภาพบ้านเมืองให้มีความสงบเรียบร้อย ซึ่งก็ทำมา 4 ปีแล้วทุกอย่างก็ผ่านมาด้วยดี ทั้งนี้ คิดว่าไม่มีสัญญาณอะไร ท่านคงเป็นห่วงบ้านเมือง กลัวว่าบ้านเมืองจะยุ่ง ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะเราจะได้เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นด้วยการบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ แต่คิดว่าคงไม่มีอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จะแยกแยะอย่างไรว่าพรรคการเมือง พูดเป็นการหาเสียงหรือการปลุกระดม พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็ต้องไปดูกันเอาเอง จะให้ตนไปดูอย่างไร ซึ่งคสช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คงต้องเข้าไปดูว่าบิดเบือนหรือไม่ หากบิดเบือนก็ต้องถูกดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เตรียมลาออกจากตำแหน่งนั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เขาพูดของเขาคนเดียว ซึ่งนายกฯ บอกแล้วว่าจะทำงานให้จบ ยืนยันหลังปีใหม่ไม่มีเซอร์ไพรส์อะไรแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก (นขต.ทบ.) ว่า ในส่วนของทหารต้องเตรียมการในการทำความเข้าใจในพื้นที่ และให้ความเป็นธรรมกับทุกพรรคการเมือง ทั้งนี้ เรื่องการเมืองตนไม่ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษ เพราะเราเป็นทหาร แม้ว่าจะถูกจับตามอง โดยกองกำลังทหารจะให้ความเป็นธรรม เราจะพยายามรักษาเสถียรภาพ เชื่อมั่นว่าการตัดสินใจทั้งหมดจะอยู่ที่ประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีความเป็นห่วงความเคลื่อนไหวกลุ่มต่างๆ ในช่วงที่มีการเลือกตั้งหรือไม่ พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า คิดว่าทุกฝ่ายที่เห็นด้วยหรือฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้นเรามาลงสนามแข่งขันในสนามเลือกตั้ง ซึ่งบรรยากาศในการเลือกตั้งเป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องพูดในสิ่งไม่ดีของฝ่ายตรงข้าม ถือเป็นวิถีทางการเมือง ส่วนทหารจะขยับตัวอะไร ก็ถูกมองว่าเป็น คสช. และอยู่ฝ่ายรัฐบาล ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาล กองทัพก็มีจุดยืนของกองทัพ ที่เป็นกองทัพของรัฐบาลและสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยืนยันผู้บังคับหน่วยทุกคนมีความเป็นทหารอาชีพสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า หากไม่มีการยอมรับผลการเลือกตั้งจะทำอย่างไร พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า ขอให้รอดูผลการเลือกตั้ง เรามี กกต.ทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง และจะกลั่นกรองข้อร้องเรียนต่างๆ ซึ่งเราเป็นคนไทยด้วยกัน ต้องยอมรับกติกา เพราะการเลือกตั้งต้องมีแพ้และชนะ หลังการเลือกตั้งแล้วเชื่อว่าถ้าคนไทยด้วยกันอยากให้ไปสู้กันในสภา อย่ามาสู้นอกเวที ทำไมต้องออกมาเคลื่อนไหวให้ประชาชนเดือดร้อน ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่ได้ยินว่าหัวหน้า คสช.จะลงไปเล่นการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองต่างๆ วันเดียวกัน ที่ จ.พังงา แกนนำพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) นำโดย ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค, นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานคณะทำงานรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง, นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ ประธานคณะทำงานภาคใต้ เป็นต้น ลงพื้นที่ จ.พังงา พบปะประชาชน รับฟังความคิดเห็นเรื่องปัญหาประมง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ร.ท.ปรีชาพลกล่าวว่า วันนี้ทุกคนต่างสะท้อนเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่ใช่เพียงคนพังงา แต่เป็นคนไทยทั้งประเทศที่ประสบปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ ขณะที่รัฐบาลรายงานตัวเลขเศรษฐกิจดีวันดีคืน แต่ประชาชนตบกระเป๋าแล้วกลับไม่มีเงินในกระเป๋า เพราะประเทศขาดโอกาสที่จะพัฒนามานาน ประชาชนถูกกดทับเพราะไม่เป็นประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนี้แกนนำ ทษช.และคณะจะเดินทางไปรับฟังความคิดเห็นเรื่องการท่องเที่ยว ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาการจราจรติดขัด และการจัดระเบียบผู้ค้า-ผู้ประกอบการโรงแรม A2 Resort อ.เมืองฯ จ.ภูเก็ต ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมอิมพีเรียลนราธิวาส กรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) นำโดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค เปิดเวทีแสดงวิสัยทัศน์ของพรรคทั้งในด้านเศรษฐกิจ การเมือง การศึกษา และการแก้ปัญหาชายแดนใต้ นายธนาธรระบุว่า สิ่งที่ต้องการนำเสนอคือการกระจายอำนาจในการจัดสรรทรัพยากรกลับมาสู่ท้องถิ่น รวมถึงโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนโดยการเปิดให้เกิดการตั้งธนาคารท้องถิ่น รวมถึงการสร้างอุตสาหกรรมในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ซึ่งมีฐานประเทศที่ประชากรเป็นชาวมุสลิมรองรับทั่วโลก.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24783</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ซื้อโต๊ะจีนระดมทุน, พปชร., สัญญาประชาคมเลือกตั้ง, หนังสือพิมพ์, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181221/image_big_5c1cf2112e988.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
