<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>58896</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2020 21:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2020 21:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โจ ไบเดน&#039;คัมแบ็ก กวาดชัยหยั่งเสียงซูเปอร์ทิวส์เดย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน กลับเข้าสู่สังเวียนแบบเต็มตัวในฐานะคู่แข่งของ ส.ว.เบอร์นีย์ แซนเดอร์ส ในการหยั่งเสียงของพรรคเดโมแครตเพื่อหาตัวแทนพรรคชิงกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยผลคะแนนวันซูเปอร์ทิวส์เดย์ที่หยั่งเสียงพร้อมกัน 14 รัฐ ชี้ว่าไบเดนกวาดชัยชนะอย่างน้อย 9 รัฐ รวมถึงเทกซัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน พบปะผู้มีสิทธิออกเสียง ที่แคลิฟอร์เนียเมื่อวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 4 มีนาคม 2563 กล่าวว่า ส.ว.แซนเดอร์สวัย 78 ปี ผู้ประกาศตนเป็นนักสังคมนิยมประชาธิปไตย เคยมีคะแนนนำห่างและอยู่บนเส้นทางที่จะกวาดชัยชนะในวันซูเปอร์ทิวส์เดย์ ที่มีจำนวนคณะผู้เลือกตั้งรวมกัน 1 ใน 3 ของคณะผู้เลือกตั้งของพรรคเดโมแครต ที่จะเป็นผู้แทนลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่พรรคเดือนกรกฎาคม แต่ไบเดนวัย 77 ปี กลับทำคะแนนตีตื้นขึ้นมาเรื่อยๆ แม้ในการหยั่งเสียง 3 รัฐแรกเมื่อสัปดาห์ก่อน ดูเหมือนเขาแทบจะหมดอนาคตไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนเพิ่งชนะหยั่งเสียงรัฐเซาท์แคโรไลนาเป็นรัฐแรกเมื่อวันเสาร์ และต่อมา อดีตคู่แข่งทั้งพีต บูติเจิจ และ ส.ว.เอมี โคลบูชาร์ ที่เป็นฝ่ายสายกลาง ก็ประกาศหนุนหลังเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดการณ์ว่า อดีตรองประธานาธิบดีสายกลางรายนี้จะชนะการหยั่งเสียงอย่างน้อย 9 รัฐ หรืออาจถึง 10 รัฐ ได้แก่ รัฐเวอร์จิเนีย, นอร์ทแคโรไลนา, แอละแบมา, โอคลาโฮมา, เทนเนสซี, อาร์คันซอ, แมสซาชูเซตส์ และมินนิโซตา นอกจากนี้ไบเดนยังมีคะแนนนำห่างแซนเดอร์สในรัฐเทกซัส ซึ่งมีจำนวนคณะผู้เลือกตั้งมากเป็นอันดับ 2 ของรัฐที่หยั่งเสียงในวันนี้ รองจากแคลิฟอร์เนียที่แซนเดอร์สได้ไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอ็กซิตโพลเผยว่า แซนเดอร์ส ซึ่งลงสมัครชิงตำแหน่งผู้แทนพรรคเป็นครั้งที่ 3 แล้ว จะชนะที่รัฐเวอร์มอนต์ รัฐบ้านเกิดของเขา และที่โคโลราโดและยูทาห์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ว.แซนเดอร์สปราศรัยฉลองชัยชนะของเขาเมื่อคืนวันอังคาร ด้วยการโจมตีประธานาธิบดีทรัมป์ โดยเรียกทรัมป์ว่าเป็นประธานาธิบดีที่อันตรายที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐ เขายังโจมตีไบเดนเช่นกันว่าเคยลงมติสนับสนุนการรุกรานอิรักและมีมลทินจากการรับเงินบริจาคของพวกอภิมหาเศรษฐี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรากำลังจัดการกับพวกกลุ่มอิทธิพลทางการเมือง คุณไม่สามารถเอาชนะทรัมป์ได้ด้วยการเมืองแบบเก่าๆ&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านไบเดนปราศรัยที่ลอสแองเจลีส บอกว่าผลที่ออกมาพิสูจน์ว่าความพยายามของเขาที่จะดึงการเมืองอเมริกากลับสู่ความเป็นกลาง หลังจากอยู่กับประชานิยมเอียงขวาของทรัมป์มานาน 4 ปี กำลังเดินหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไบเดนคัมแบ็กได้ในครั้งนี้คือฐานเสียงเหนียวแน่นจากกลุ่มแอฟริกันอเมริกัน ที่ช่วยให้เขาคว้าชัยชนะได้ทั้ง 5 รัฐภาคใต้ของสหรัฐ ถึงแม้ว่าเขาจะได้คะแนนจากกลุ่มฮิสปานิกน้อยกว่าแซนเดอร์ส โดยเฉพาะในรัฐแคลิฟอร์เนียที่มีคณะผู้เลือกตั้งถึง 415 คน แต่ชัยชนะในรัฐเทกซัสที่มีคณะผู้เลือกตั้ง 228 คน และมีประชากรที่หลากหลายกว่า บ่งชี้ว่าไบเดนมีศักยภาพในการสร้างฐานเสียงในวงกว้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไมเคิล บลูมเบิร์ก อภิมหาเศรษฐีอดีตนายกเทศมนตรีนิวยอร์ก วัย 78 ปี ที่ลงสังเวียนหยั่งเสียงอย่างเป็นทางการในวันอังคาร และ ส.ว.เอลิซาเบธ วอร์เรน วัย 70 ปี ทำผลงานไม่ดีนัก วอร์เรนแพ้ในรัฐแมสซาชูเซตส์ของเธอเอง ส่วนบลูมเบิร์ก แม้จะทุ่มทุนส่วนตัวหลายร้อยล้านดอลลาร์โฆษณาหาเสียง ก็ยังไม่สามารถชนะได้แม้แต่รัฐเดียว ยกเว้นดินแดนอเมริกันซามัวในมหาสมุทรแปซิฟิก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ผู้ที่จะได้รับเลือกเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตต้องได้คะแนนจากคณะผู้เลือกตั้ง 1,991 คนขึ้นไป การหยั่งเสียงครั้งหน้าคือวันที่ 10 มีนาคม จัดที่รัฐไอดาโฮ, มิชิแกน, มิสซิสซิปปี, มิสซูรี, นอร์ทดาโคตา และรัฐวอชิงตัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58896</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซูเปอร์ทิวส์เดย์, หยั่งเสียงพรรคเดโมแครต, เบอร์นีย์ แซนเดอร์ส, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200304/image_big_5e5fb7a237055.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58796</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2020 21:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2020 21:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> 3อดีตผู้สมัครเดโมแครตเลือกหนุน &#039;ไบเดน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้แรงหนุนสำคัญจากอดีตคู่แข่ง 3 คน ก่อนสู้ศึกหยั่งเสียงวันซูเปอร์ทิวส์เดย์ที่จัดลงคะแนนพร้อมกัน 14 รัฐ โดยอดีตผู้สมัครที่เลือกหนุนเขา รวมถึงพีต บูติเจิจ และเอมี โคลบลูชาร์ ที่น่าจะดึงฐานเสียงสายกลางมาต่อกรกับเบอร์นีย์ แซนเดอร์ส ส.ว.นิยมซ้ายที่โพลชี้ว่ามีคะแนนนำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจ ไบเดน และเอมี โคลบูชาร์&amp;nbsp; บนเวทีปราศรัยที่เมืองดัลลัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันที่ 3 มีนาคม กล่าวว่า การได้เสียงสนับสนุนจากอดีตคู่แข่งพร้อมกันถึง 3 รายเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ช่วยพลิกฟื้นสถานะของโจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดี วัย 77 ปี ที่อาจเป็นความหวังของกลุ่มอิทธิพลทั้งภาคธุรกิจและการเมืองของพรรคเดโมแครต ในการหาผู้สมัครสายกลางมาโค่นล้ม ส.ว.แซนเดอร์ส นักสังคมนิยมประชาธิปไตยที่เป็นตัวเต็ง ในการเป็นผู้แทนของพรรคลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีกับโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งพรรครีพับลิกัน ในวันที่ 3 พฤศจิกายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประกาศถอนตัวของพีต บูติเจิจ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองเซาท์เบนด์ รัฐอินดีแอนา วัย 38 ปี และ ส.ว.เอมี โคลบูชาร์ จากรัฐมินนิโซตา เดโมแครตก็เหลือผู้สมัคร 5 คน ที่สู้กันในวันอังคารที่ 3 มีนาคม ที่มีการหยั่งเสียงพร้อมกัน 14 รัฐ ด้วยจำนวนคณะผู้เลือกตั้งมากโข โดยบางพื้นที่จะเริ่มการลงคะแนนตั้งแต่เวลา 06.00 น. หรือ 18.00 น. วันเดียวกันของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนเพิ่งชนะการเลือกตั้งขั้นต้นในการหยั่งเสียงรัฐเซาท์แคโรไลนาเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นชัยชนะรัฐแรกของเขา หลังจากทำคะแนนได้ไม่ดีเลยในการหยั่งเสียง 3 รัฐแรก และทำให้เกิดคำถามว่าเขายังดีพอที่จะต่อสู้กับแซนเดอร์ส ที่เสมอกับบูติเจิจในรัฐแรกและชนะขาดลอยอีก 2 รัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ ไบเดนไปขึ้นเวทีปราศรัยที่เมืองดัลลัส รัฐเทกซัส ซึ่งมีคณะผู้เลือกตั้งมากที่สุดรองจากรัฐแคลิฟอร์เนียในการหยั่งเสียงซูเปอร์ทิวส์เดย์ บนเวทีนี้ ส.ว.โคลบูชาร์ขึ้นมาประกาศว่าเธอยุติการหาเสียงแล้ว และขอสนับสนุนให้ไบเดนเป็นประธานาธิบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อจากนั้นไบเดนก็แนะนำเบโต โอรูร์ค อดีตผู้แทนเทกซัสที่ทุ่มเงินหาเสียงในช่วงแรก แต่สุดท้ายก็ถอนตัว นักการเมืองหนุ่มรายนี้ยังได้รับความนิยมในเทกซัส เขากล่าวบนเวทีว่า &amp;quot;เราต้องการคนที่สามารถโค่นโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ และโจ ไบเดน คือบุคคลนั้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า บูติเจิจที่เพิ่งถอนตัวเมื่อวันก่อนก็ประกาศสนับสนุนไบเดิน โดยบอกว่าเขากำลังมองหาประธานาธิบดีที่จะดึงศักยภาพของทุกคนออกมาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการปราศรัยครั้งนี้ ไบเดนกล่าวเตือนผู้มีสิทธิ์ออกเสียงว่าอย่าได้หลงคล้อยตามแซนเดอร์ส ผู้ที่ไม่ได้เสนอสิ่งใดมากไปกว่า &amp;quot;การปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการเมือง&amp;quot; ในอเมริกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านแซนเดอร์สมุ่งเน้นการหาเสียงในหลายมลรัฐใหญ่ รวมถึงแคลิฟอร์เนีย ซึ่งมีจำนวนคณะผู้เลือกตั้งมากที่สุดในการหยั่งเสียงวันอังคาร ระหว่างปราศรัยที่รัฐยูทาห์ ส.ว.เวอร์มอนต์ วัย 78 ปี บอกว่า กำลังมีความพยายามอย่างมโหฬารของกลุ่มอิทธิพลทางการเมืองและธุรกิจ เพื่อหยุดยั้งเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แซนเดอร์ยังมีคะแนนนำอันดับหนึ่งในผลสำรวจระดับประเทศ แต่ไบเดนคาดหวังว่าแรงหนุนส่งล่าสุดจากอดีตคู่แข่งของเขาจะช่วยให้เขาขยับเข้าใกล้แซนเดอร์ได้ แม้จะไม่ถึงขั้นชนะก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองประธานาธิบดียาวนาน 8 ปี ในสมัยของบารัค โอบามา กล่าวว่า การแข่งขันที่กำลังจะมาถึงในครั้งนี้จะแสดงให้เห็นฐานคะแนนที่แข็งแกร่งของเขาที่เป็นกลุ่มคนผิวดำ, ฮิสปานิก, ผู้หญิง และกลุ่มคนที่อาศัยในชานเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บูติเจิจ ซึ่งเป็นเกย์อย่างเปิดเผย ได้คะแนนเสียงจากเป็นคนผิวขาวที่ช่วยให้เขาชนะการหยั่งเสียงในรัฐไอโอวาที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นผิวขาว แต่ในรัฐถัดมาเขาไม่สามารถดึงคะแนนจากกลุ่มคนผิวดำและกลุ่มฮิสปานิกได้ ส่วนโคลบูชาร์ แม้จะทำคะแนนได้ไม่ดีนัก แต่เธอมีฐานเสียงในรัฐมินนิโซตา ที่น่าจะช่วยเทคะแนนให้ไบเดนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนไมเคิล บลูมเบิร์ก อดีตนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก ที่เพิ่งลงสังเวียนหยั่งเสียงครั้งแรกในวันอังคาร ทุ่มเงินส่วนตัวไปแล้ว 500 ล้านดอลลาร์ ในการซื้อโฆษณาหาเสียงทางโทรทัศน์ แต่เขายังมีคะแนนนิยมตามหลังแซนเดอร์สและไบเดน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58796</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซูเปอร์ทิวส์เดย์, หยั่งเสียงพรรคเดโมแครต, เบอร์นีย์ แซนเดอร์ส, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200303/image_big_5e5e5a2787c9c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
