<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90606</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.ผ่อนผัน13กิจการแต่ควบคุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยอดติดเชื้อโควิด-19 กลับมาหลักร้อย พบรายใหม่ 142 ราย กระจาย 63 จังหวัด &amp;quot;หมอทวีศิลป์&amp;quot; ยกข้อมูลระบาดรอบใหม่รุนแรงน้อยกว่ารอบแรก ปัด &amp;quot;ดีเจมะตูม&amp;quot; เป็นซูเปอร์สเปรดเดอร์ แย้ม &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ถก ศบค.ชุดใหญ่ประเมินผ่อนคลายสิ้นม.ค.นี้ &amp;quot;กทม.&amp;quot; ชิงผ่อนผัน 13 กิจการแต่ต้องควบคุม &amp;quot;กมธ.&amp;quot; ขอสภาออกใบรับรอง ส.ส.ปลอดเชื้อ &amp;quot;แพทย์&amp;quot; เผย &amp;quot;ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร&amp;quot;&amp;nbsp; อาการยังทรงตัว ห่วงปอดและการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 21 ม.ค. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 142 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 88 ราย ในจำนวนนี้มาจากการระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 88 ราย ค้นหาเชิงรุกในชุมชน 37 ราย ผู้เดินทางมาจากต่างประเทศและอยู่ในสถานกักตัวของรัฐ 17 ราย ทำให้มียอดติดเชื้อสะสม 12,795 ราย หายป่วยสะสม 9,842 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 2,882 ราย มีผู้ป่วยอาการหนักต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ 11 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้ยอดสะสมคงที่ 71 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อกระจายไปใน 63 จังหวัด ล่าสุดคือ จ.เชียงราย อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเมื่อวันที่ 20 ม.ค.ที่ลดลงไป แต่ยังไว้วางใจไม่ได้ เพราะวันนี้ตัวเลขเพิ่มขึ้นมาอีก ดังนั้นมันขึ้นๆ ลงๆ เราต้องควบคุมโรคให้ได้ ส่วนสถานการณ์โลก มีผู้ติดเชื้อสะสม 97,306,536 ราย เสียชีวิต 2,083,257 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในการเปรียบเทียบข้อมูลการระบาดระลอกแรกกับระลอกใหม่ที่เริ่มนับจากวันที่ 15 ธ.ค.63 ถึงวันที่ 20 ม.ค.64 จะเห็นว่ารอบแรกมีผู้ติดเชื้อ 4,237 ราย มีผู้เสียชีวิต 60 ราย คิดเป็นร้อยละ 1.42 ระลอกใหม่มีผู้ติดเชื้อ 8,416 ราย มีผู้เสียชีวิต 11 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.13 ราย ทำให้เห็นว่าการระบาดระลอกใหม่รุนแรงน้อยกว่าระลอกแรก แต่ที่ใกล้เคียงกันคือคนเหล่านี้ต่างมีโรคประจำตัว คือ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคปอด มะเร็งปอด และไตวาย ส่วนใหญ่แล้วเป็นโรคประจำของผู้สูงอายุ&amp;quot; นพ.ทวีศิลป์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ากรณีดีเจมะตูมดารานักแสดงติดเชื้อโควิด-19 จะถือว่า กทม.กำลังมีการแพร่กระจายของเชื้อเป็นวงกว้าง และจำเป็นต้องล็อกดาวน์ให้มีการค้นหาเชิงรุกหรือไม่ โฆษก ศบค.กล่าวว่า กรณีของดีเจมะตูมเพิ่งทราบผลเมื่อคืนวันที่ 20 ม.ค. จึงยังไม่ได้นับรวมกับผู้ติดเชื้อรายใหม่ของวันนี้ ส่วนที่ถามว่า กทม.เป็นแหล่งกระจายเชื้อหรือไม่นั้น ต้องยอมรับว่า กทม.เป็นศูนย์กลางประเทศที่เดินทางได้ง่าย จึงไม่แปลกที่จะมีการกระจายเชื้อไปทั่ว ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการควบคุมและวางแผนดูแล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เร็วไปที่จะสรุปดีเจมะตูมเป็นซูเปอร์สเปรดเดอร์ แต่ต้องขอชื่นชมที่ออกมาเปิดเผยไทม์ไลน์อย่างละเอียดตั้งแต่วันที่ 7 ม.ค.มาถึงปัจจุบัน เชื่อมโยงกับหลายๆ ที่ ทั้งสถานที่ทำงาน พฤติกรรมส่วนตัว แต่ถือว่าเก่งที่จำได้ นี่คือความสำคัญที่เราอยากให้แอปพลิเคชันหมอชนะ เพื่อช่วยเก็บความจำ และเมื่อเห็นไทม์ไลน์ของดีเจมะตูมออกมาแล้ว อยากให้คนที่ใกล้ชิดได้แยกแยะความเสี่ยง ถ้าใกล้ชิดมากให้กักตัวเอง ถือเป็นความรับผิดชอบส่วนบุคคล หากใครติดใจสงสัยก็สามารถไปตรวจคัดกรองโรคได้&amp;quot; โฆษก ศบค.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ขอให้ทุกคนเข้มข้นในการดูแลตัวเอง จะต้องต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นเดือน ม.ค. ซึ่งชุดข้อมูลต่างๆ เหล่านี้จะนำมาสู่การออกแบบพื้นที่ควบคุมสูงสุด พื้นที่ควบคุม พื้นที่เสี่ยง เพื่อวางแผนกันใหม่อีกรอบหนึ่ง โดยกระทรวงสาธารณสุขกับ ศบค.ชุดเล็กจะต้องมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันแล้ววางแผน เพื่อที่จะให้เกิดภาพว่าจะผ่อนคลายหรือเข้มข้นดี ซึ่งอยู่ที่ช่วงเวลาถึงวันที่ 31 ม.ค.นี้ ซึ่งทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.ศบค. จะประชุมก่อนสิ้นเดือน ม.ค. จึงขอฝากทุกคนว่าขอให้เข้มข้นกันตอนนี้ เพื่อที่เดือนหน้าเราจะได้สบาย ขอให้ช่วยกันทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ของสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลว่า ผลการตรวจทุกคนเป็นผลลบ โดยจะมอบสติกเกอร์ผ่านการตรวจโควิดให้ ต่อไปผู้ที่มารอสัมภาษณ์ นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี จะอนุญาตเฉพาะผู้ที่มีสติกเกอร์นี้เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานคร (กทม.) แถลงผลการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 5/2564 ว่าคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานครมีมติผ่อนปรน 13 กิจการที่ให้เปิดได้ แต่ต้องมีมาตรการควบคุม 1.สถานที่ตู้เกม มีมาตรการทำความสะอาดบ่อย สวมหน้ากาก 2.ร้านเกมและร้านอินเทอร์เน็ต 3.สถานดูแลผู้สูงอายุ ลดเวลาทำกิจกรรม 4.สนามแข่งขัน ยกเว้นมวยม้า ห้ามมีผู้ชม ห้องจัดเลี้ยง สถานที่จัดเลี้ยง มีจำนวนไม่เกิน 300 คน โดยไม่ต้องมีมาตรการ ถ้าเกิน 300 ขออนุญาต 5.สนามพระเครื่อง 6.สถานเสริมความงามที่ไม่มีหมอ 7.สักและเจาะผิวหนัง จำกัดจำนวนผู้ใช้บริการ 8.ออกกำลังกาย ฟิตเนส ยกเว้นอบไอน้ำ 9.สถานบริการนวดแผนไทย สปา ไม่รวมอาบอบนวด 10.สถานที่ฝึกซ้อมมวย ยิม โดยไม่มีคู่ชก ห้ามแข่ง 11.สนามโบว์ลิ่ง สเกต โรเลอร์เบลด 12.สถาบันลีลาศ ห้ามจัดประกวด และ 13.โรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้ ตั้งแต่วันที่ 22 ม.ค. เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านรัฐสภา นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร ประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุขและคณะ ยื่นหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่าน นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร เกี่ยวกับแนวทางในการปฏิบัติ วิธีการ หรือมาตรการที่ใช้บังคับกรณีเดินทางมาร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร และการประชุมคณะกรรมาธิการของ ส.ส. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปกรณ์ระบุว่า การที่ ส.ส.ต้องเดินทางมาประชุมสภาหรือการประชุม กมธ. ซึ่ง ส.ส.ส่วนใหญ่มีการเดินทางข้ามจังหวัด และเดินทางมาจากทุกจังหวัดของประเทศ ดังนั้นเพื่อให้ ส.ส.เป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติตามกฎหมาย มาตรการ และวิธีการต่างๆ ที่ใช้ในการควบคุมป้องกันการระบาดของโรคติดต่อร้ายแรง จึงควรกำหนดแนวทางในการปฏิบัติเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ เช่น ควรมีหนังสือรับรองการตรวจคัดกรองในเบื้องต้นเกี่ยวกับความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จากสำนักบริการทางการแพทย์ประจำรัฐสภา ให้แก่ ส.ส.ภายหลังเดินทางมาร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร หรือการประชุมคณะกรรมาธิการฯ แล้ว เพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการเดินทางกลับจังหวัดของ ส.ส.แต่ละคน เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันภายใต้มาตรการป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล แถลงความคืบหน้าอาการป่วยของนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ว่าอาการ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา การอักเสบของปอดยังคงให้ยาอยู่ ตอนนี้ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจเต็มที่เพื่อให้หลับเต็มที่ ไม่ให้ต้านเครื่องช่วยหายใจ และเนื่องจากให้หลับ ยาที่ให้มีผลต่อระบบทางเดินอาหาร ดังนั้นอาหารบางส่วนต้องให้เสริมทางเส้นเลือด โดยทั่วไปก็ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าการติดเชื้อคุมไม่อยู่ ส่วนอื่นๆ ดี หมด ชีพจร ความดัน ไม่ต้องให้ยาช่วยความดันหรือกระตุ้นหัวใจ ปัญหาใหญ่ยังคงเป็นการทำงานของปอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์กล่าวว่า สิ่งที่กำลังคิดตอนนี้คือตกลงการทำงานของปอดที่เหลืออยู่จะเพียงพอหรือไม่หากต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ เป็นคำถามที่ต้องหาคำตอบให้ได้ เพราะตั้งแต่สัปดาห์ก่อนหน้านั้น ที่เตรียมเอาเครื่องช่วยหายใจออก หลังจากที่นอนหงายได้แต่ท่านเหนื่อย ตราบใดที่ใส่เครื่องช่วยหายใจปัญหาออกซิเจนในเลือดไม่มีแน่นอน แต่หากจะถอดเครื่องช่วยหายใจต้องดูว่าตกลงปอดที่เหลือไหวหรือไม่ จะประเมินในส่วนตรงนี้อย่างไร หากไม่ได้ ต้องจัดการอย่างไรต่อ เป็นโจทย์ที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมจากที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากเทียบกับอาการเมื่อวันที่ 20 ม.ค. เรียกว่าใกล้เคียงหรือดีขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย เพราะไม่ต้องให้ยาความดันหรือกระตุ้นหัวใจ แต่เดิมให้ต่ำๆ ตอนนี้ไม่ต้องใช้ ดังนั้นหัวใจ ชีพจร ความดันปกติ ส่วนยาปฏิชีวนะให้ไป หากจะดูว่าคุมเชื้อได้หรือไม่ ต้องติดตามว่ามีไข้ขึ้นหรือไม่ การทำงานอวัยวะอื่นกระทบหรือไม่ เพราะหากยาคุมเชื้อไม่อยู่เชื้อจะลามมีผลต่ออวัยวะอื่น แต่ตอนนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้แบบนั้น เพราะฉะนั้นโดยอาการทางคลินิกถือว่าตอนนี้ยาคุมเชื้อได้อยู่ แต่อยากให้เร็ว เพราะไม่อยากให้เชื้อโรคพัฒนาตัวเองให้ดื้อยา แต่ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานแบบนั้น&amp;rdquo; ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชฯ กล่าวว่า หากย้อนหลังกลับไปวันศุกร์ ท่านยังดีอยู่ วันเสาร์ก็ปกติ และวันอาทิตย์เริ่มไข้ขึ้น ตอนเย็นปอดอักเสบแล้ว แสดงว่าเชื้อในตัวค่อนข้างเยอะ และเชื้อไปจมในปอด จึงเริ่มสตาร์ทยาตั้งแต่วันอาทิตย์เย็น แต่มีบางส่วนที่อาจจะถูกทำลายไป ประกอบกับปัจจัยเรื่องอายุ ซึ่งปอดไม่ 100% อยู่แล้วตั้งแต่ต้น ดังนั้นเนื้อปอดเหลืออยู่เท่าไหร่ต้องประเมินสถานการณ์จากตอนที่ใส่เครื่องช่วยหายใจ นอนหงายหายใจได้ดี แต่พอลองเอาเครื่องช่วยหายใจออกไม่พอ ออกซิเจนตกและเหนื่อย เกิดคำถามว่าตอนนี้เนื้อปอดที่เหลืออยู่เพียงพอต่อการที่ไม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจหรือไม่ เป็นคำถามที่ต้องหาคำตอบ เพื่อประกอบการตัดสินใจว่าสมมติรอบนี้การหายใจที่แย่ลงเกิดจากการติดเชื้อในปอด หลังจากให้ยาปฏิชีวนะไป ฆ่าเชื้อได้ดี ปอดคงจะฟื้นตัวกลับมาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้อยากให้เป็นแบบนั้น แต่เผื่อแผนสองไว้ หากไม่ใช่ตามนั้น แสดงว่าตัวเนื้อปอดเองไม่ไหว ก็ต้องคิดวิธีอื่นๆ ตอนนี้ต้องอยู่ในไอซียู เพราะมีเครื่องมือและแพทย์อยู่ตลอดเวลา การให้ยาปฏิชีวนะส่วนใหญ่การติดเชื้อในปอดต้องดูไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์แน่นอน และดูจากอาการหากมีไข้แสดงว่าอาจจะไม่ได้ผล แต่ก็ต้องเอกซเรย์ปอดร่วมด้วยว่ามีไข้จากสาเหตุอื่นหรือไม่ ปอดเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ดังนั้นห้องไอซียูสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้ตลอด หากปอดเริ่มเคลียร์ ไม่มีไข้ แปลว่าการอักเสบดีขึ้น จะสามารถเอาเสมหะไปตรวจเป็นระยะว่ายังมีเชื้ออยู่หรือไม่ ใช้เหล่านี้ประกอบการตัดสินใจ สรุปว่าตอนนี้ปัญหาที่ยังเป็นห่วงคือเรื่องปอดว่าเนื้อปอดเป็นอย่างไร และการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ต้องดูสถานการณ์เพื่อวางแผนการรักษาต่อไป&amp;quot; คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชฯ กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90606</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ซูเปอร์สเปรดเดอร์, ดีเจมะตูม, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ผ่อนผัน 13 กิจการ, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210121/image_big_600981cfc87e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88076</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2020 09:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2020 09:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสี่ยงคุมไม่อยู่ &#039;หมอธีระ&#039;ชี้การแพร่ระบาดโควิดในไทยอันตรายเพราะมาในรูปแบบซูเปอร์สเปรดเดอร์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ธ.ค. 2563 รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 ลงบนเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ทั่วโลก 27 ธันวาคม 2563...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัสเซียทะลุสามล้านคนไปแล้ว และพรุ่งนี้แอฟริกาใต้จะแตะล้านคนเป็นประเทศที่ 18 ของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 494,918 คน รวมแล้วตอนนี้ 80,650,547 คน ตายเพิ่มอีก 7,687 คน ยอดตายรวม 1,763,976 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 181,851 คน รวม 19,379,991 คน ตายเพิ่มอีกถึง 1,565 คน ยอดตายรวม 339,690 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินเดีย ติดเพิ่ม 18,574 คน รวม 10,188,392 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บราซิล ติดเพิ่มถึง 17,246 คน รวม 7,465,806 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัสเซีย ติดเพิ่ม 29,258 คน รวม 3,021,964 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้สื่อไต้หวันได้ลงข่าวว่า วัคซีน Sputnik-V ของรัสเซียที่บอกว่าป้องกันได้ 91% นั้นมาจากการวิเคราะห์ผลระหว่างวิจัยโดยมีการติดเชื้อรวม 78 คนจากคนที่ทดลอง 23,000 คน ซึ่งถือว่ามีจำนวนอาสาสมัครน้อยกว่าวัคซีนของฝั่งอเมริกา นอกจากนี้ยังพบว่ากำลังประสบปัญหาเรื่องยังไม่ได้สิ้นสุดการวิจัยระยะที่สามเพื่อพิสูจน์ผลการป้องกัน ที่ตอนแรกจะรับอาสาสมัคร 40,000 คน แต่ทางรัฐบาลได้ประกาศฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสูงไปล่วงหน้า ทำให้หาอาสาสมัครเข้าร่วมการวิจัยได้ช้าลงกว่าเดิม และทางการแพทย์ก็กังวลว่าอาจขัดต่อหลักจริยธรรมการวิจัยหากไม่ให้วัคซีนแก่อาสาสมัครที่ถูกสุ่มไปอยู่ในกลุ่มที่ได้วัคซีนหลอก ล่าสุดเค้าประกาศลดจำนวนอาสาสมัครลงเหลือ 31,000 คน คงต้องติดตามดูต่อไปว่าผลจะเป็นเช่นไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 3,093 คน รวม 2,550,864 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 6-10 เป็น ตุรกี สหราชอาณาจักร อิตาลี สเปน และเยอรมัน ส่วนใหญ่ติดกันหลักหมื่นต่อวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝั่งอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงอิหร่าน บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลายหมื่น&amp;nbsp;
แถบสแกนดิเนเวีย รอบทะเลบอลติก และแถบยูเรเชีย ก็ยังมีติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง เมียนมาร์ ติดเพิ่มหลายร้อย ส่วนจีน สิงคโปร์ ฮ่องกง และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่เวียดนามติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...สถานการณ์ในเมียนมาร์ช่วงนี้ดูลดลง เมื่อวานติดเพิ่มขึ้นอีก 734 คน ตายเพิ่มอีก 27 คน ตอนนี้ยอดรวม 121,280 คน ตายไป 2,579 คน อัตราตายตอนนี้ 2.1%
ระบาดระลอกสามครั้งนี้ในญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และฮ่องกง เล่นเอาหนักหนาสาหัส ล่าสุดฮ่องกงยังติดเพิ่มกว่าครึ่งร้อยทุกวัน ในขณะที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้นั้นติดกันหลักพัน ทำให้คาดว่าฮ่องกงคงจะสู้ศึกไปถึงกุมภาพันธ์ ส่วนอีกสองประเทศน่าจะยาวไปถึงปลายมีนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่ประเทศไทยก็ดูน่าวิตกมากครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะลักษณะการติดเชื้อนั้นไม่ใช่สะเก็ดไฟกระจายไปตามที่ต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่มันเป็นแบบการแพร่ใหญ่หลายเหตุการณ์พร้อมกัน อย่างที่เราเรียกเชิงเทคนิคว่า Superspreading events&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นที่เห็นในบิ๊กไบค์ปาร์ตี้ และที่ระบาดจากบ่อนมาสู่ครอบครัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างที่เคยบอกไปว่าการระบาดซ้ำ ระลอกสอง หรือระลอกใหม่ก็ตามใจคุณจะเรียกนั้นจะเกิดขึ้นเร็ว แรง หาต้นตอได้ยาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และมักจะมีปัญหาการแพร่ระบาดหลายกลุ่ม (multiple clusters) และการแพร่ระบาดใหญ่หลายเหตุการณ์ (multiple superspreading events)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากเห็นสองสัญญาณนี้เมื่อไหร่ ให้บอกตัวเองไว้เลยว่าอันตราย และจำเป็นต้องดำเนินมาตรการเข้มข้นทันที เพราะเป็นสัญญาณว่ากำลังจะคุมไม่ได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลาทองของไทยที่จะบรรเทาการระบาดซ้ำให้เบากว่าหรือใกล้เคียงระลอกแรก มีราว 4 สัปดาห์คือถึงประมาณกลางมกราคม 2564 ตอนนี้เหลือไม่ถึงสามสัปดาห์แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากผมเป็นประชาชนในพื้นที่เสี่ยงทุกจังหวัดที่มีการรายงานเคสติดเชื้อ จะสีอะไรก็ตาม ผมคงจะเรียนท่านผู้ว่าราชการจังหวัดว่า เราคงต้องปกป้องบ้านเกิดของเราอย่างเต็มที่ ลดละเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็น, ใส่หน้ากาก 100% ขณะออกนอกบ้าน, เพิ่มปริมาณการตรวจคัดกรองโรคให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งเบิกได้หรือจ่ายเองก็ควรทำ, ปิดกิจการเสี่ยงทั้งหมด, การกินการดื่มในร้านต้องขอให้งด และซื้อกลับบ้านแทน, และถึงเวลา&amp;quot;อยู่บ้าน...หยุดเชื้อ...เพื่อบ้านเกิดของเรา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าไม่ทำ ณ ตอนนี้...ก็ไม่รู้จะทำตอนไหนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปล่อยไว้...จะคุมไม่อยู่ครับ!!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88076</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุมไม่อยู่, ซูเปอร์สเปรดเดอร์, ผศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200708/image_big_5f05230a5ece1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86235</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่ดับกระแสโควิดรอบ2 สรุปแก๊ง1G1ติดเชื้อ38ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ออกโรงแจงเรื่องโควิด-19 ยันไม่ใช่ระบาดรอบ 2 ผู้ป่วยท่าขี้เหล็กไม่ใช่ซูเปอร์สเปรดเดอร์&amp;nbsp; ลงดาบใช้กฎหมายเข้มข้นสกัดผู้ลักลอบเข้าประเทศ &amp;ldquo;มหาดไทย&amp;rdquo; ทันควันสั่ง ผวจ.ทุกจังหวัดเข้ม 24 ชั่วโมง&amp;nbsp; โดยเฉพาะตะเข็บชายแดน ขู่ฟันวินัย-อาญาหากรู้เห็นเป็นใจ &amp;ldquo;อัศวิน&amp;rdquo; โผล่กำชับดูแลสนามมวย-ผับ &amp;ldquo;ศบค.&amp;rdquo; แถลงตัวเลขผู้ป่วยเพิ่ม 21 ราย สรุปยอดติดเชื้อจากท่าขี้เหล็ก 38&amp;nbsp; ราย โอ่เอาอยู่แน่ก่อนเทศกาลปีใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 7 ธ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;nbsp; นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp; ออกรายการรูปแบบเล่าเรื่อง ในหัวข้อ &amp;ldquo;การรับมือกับโควิด-19&amp;rdquo; ผ่านแอปพลิเคชันพอดแคสต์ไทยคู่ฟ้า ว่า &amp;quot;ได้ติดตามการชี้แจงทั้งในส่วนของรัฐบาล ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ซึ่งเราก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่ามีการลักลอบเข้ามาตามช่องทางธรรมชาติ และการผ่านด่านตรวจ ซึ่งส่วนที่ผ่านมาทางด่านได้นำเข้าสถานที่กักตัวของรัฐเรียบร้อยแล้ว แต่ปัญหาสำคัญคือไม่เข้ามาทางช่องทางที่ถูกต้อง จึงมีการวางแนวทางคือ แนวทางที่หนึ่ง ตามแนวชายแดนได้สั่งการให้ ทหาร ตำรวจ และกองกำลังต่างๆ มีมาตรการในการสร้างเครื่องกีดขวางในระยะที่หนึ่ง เพิ่มการลาดตระเวน 24&amp;nbsp; ชั่วโมง แนวทางที่สองคือ พื้นที่กระทรวงมหาดไทย พื้นที่ตอนในเข้ามา ที่ต้องสกัดกั้น ตั้งจุดสกัดต่างๆ ให้พร้อมในการตรวจบุคคลเหล่านี้ที่จะเข้ามา และแนวทางที่สามคือ&amp;nbsp; ประชาชนในพื้นที่ต้องสังเกตคนที่เข้ามาในหมู่บ้าน แม้เป็นคนที่เคยอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน แต่อย่าลืมว่าเขาไปทำงานที่ต่างประเทศ จึงขอให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบ ทั้งนี้ผู้ที่ละเมิดเข้ามา หากมีความจำเป็นเราต้องบังคับใช้กฎหมายในการลงโทษ เพราะถือว่าไม่รับผิดชอบต่อคนอื่นและสังคมโดยรวม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า &amp;quot;สถานการณ์การระบาดโรคโควิด-19 ในประเทศนั้นไม่ได้อยู่ในขั้นเลวร้าย ถึงแม้ว่ามีการลักลอบเข้ามา แต่เราสามารถควบคุม ติดตาม และดูแลรักษาได้ อยู่ที่เราทุกคนต้องช่วยกัน และไม่ได้เรียกว่าการแพร่ระบาดระลอกที่สอง ไม่ใช่ซูเปอร์สเปรดเดอร์ เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ส่วนใหญ่ที่ตรวจพบในตอนนี้มีการลักลอบเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเราประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้านไปแล้วในการตรวจสอบคัดกรอง ช่วยกันสกัดกั้นช่องทางธรรมชาติทั้งฝั่งประเทศเราและเพื่อนบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ผมได้สั่งการให้ฝ่ายความมั่นคงพิจารณาใช้ภาพถ่ายทางอากาศ หรือโดรนดูว่าช่องทางใหม่ที่ใช้เข้ามามีทางไหนอีกหรือไม่ เพื่อวางเครื่องกีดขวางและวางกำลังเพิ่มเติม นอกจากนี้ผมขอเตือนผู้ที่อยู่ในขบวนการลักลอบ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม คนเหล่านี้ต้องถูกลงโทษตามกฎหมายอย่างหนัก เพราะถือว่าไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ลักลอบพาคนเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายทางช่องทางธรรมชาติ ส่วนเจ้าหน้าที่หากใครมีส่วนร่วมผมถือว่าเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ผิดวินัยอย่างร้ายแรง รวมทั้งตำรวจ ทหารที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า &amp;quot;ขออย่าตื่นตระหนก ถ้าตื่นตระหนกมากไปปัญหาของเราจะเกิดขึ้นทางด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp; เช่น การท่องเที่ยว การจองโรงแรม หรือมาตรการเราเที่ยวด้วยกัน มาตรการต่างๆ ที่ออกมาแล้วกำลังได้ผล มีคนจำนวนหนึ่งทำให้เกิดปัญหา เราต้องหาต้นตอปัญหานี้ให้เจอ และหาวิธีการแก้ปัญหาอย่างไม่นิ่งนอนใจ และสถานการณ์โควิดปีหน้าจะดีขึ้น จากการติดตามเรื่องวัคซีน&amp;nbsp; เรามีความหวังและคาดหวัง เราทำทุกอย่างอย่างดีที่สุด ถ้าช่วยกันแบบนี้แก้ปัญหาได้หมดทุกเรื่อง&amp;quot;
ไม่ใช่ซูเปอร์สเปรดเดอร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวกับประชาชนตอนหนึ่งในระหว่างลงพื้นที่ที่ศูนย์ศิลปาชีพบ้านเนินธัมมัง ต.แม่เจ้าอยู่หัว อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ว่าโควิด-19 วันนี้ยังประมาทไม่ได้จนกว่าจะมีวัคซีนป้องกัน คาดว่าเป็นกลางปีหน้า วันนี้ขอเตือนคนที่ข้ามไปมาตามแนวชายแดนที่ไม่ผ่านช่องทางปกติ ได้สั่งเพิ่มใช้โดรนตรวจจับได้ถึงบ้าน ลักลอบไม่ได้ ยืนยันว่าสถานการณ์วันนี้ยังไม่ใช่ซูเปอร์สเปรดเดอร์ เพราะยังรู้ที่มา รู้ตัวคน แต่อย่าประมาท เพราะวันนี้เรายังอยู่ระดับท้ายๆ ประเทศที่มีการระบาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในช่วงเช้า มีการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) โดยนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 3 มาตรการ โดยเฉพาะการสกัดกั้นผู้ลักลอบเข้าเมืองทางช่องทางธรรมชาติ เป็นประธานการประชุม &amp;nbsp;
ต่อมาในช่วงบ่ายนายฉัตรชัยได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด (ผวจ.) ทุกจังหวัดอีกครั้ง และให้ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด โดยแบ่งพื้นที่ให้ชัดเจน ประกอบด้วย 1.ในพื้นที่ชายแดนให้ ผวจ.ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด (ผอ.รมน.จังหวัด) ประสานการปฏิบัติ และวางมาตรการร่วมกับหน่วยทหารตรวจภายในพื้นที่ให้เข้มงวด ควบคุมการลักลอบเข้าประเทศ ด้วยการตั้งเครื่องกีดขวาง เพิ่มการลาดตระเวนตลอด 24 ชม. เพื่อเฝ้าระวังและสกัดกั้นป้องกันการลักลอบเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมายผ่านช่องทางธรรมชาติ และหากพบการลักลอบให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มข้น
2.ในพื้นที่ตอนในให้ประสานการปฏิบัติเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และจุดคัดกรองโรค บุคคล และการขนส่งสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยคัดกรองบุคคลที่เดินทางเข้าเมืองตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข และให้วางระบบการขนส่งสินค้าตามแนวชายแดน กำหนดจุดรับส่งสินค้าให้อยู่ในพื้นที่และเวลาที่กำหนด พร้อมกำหนดให้มีผู้บัญชาการเหตุการณ์ประจำช่องทางผ่านแดนทุกแห่งที่มีการอนุญาตให้ใช้ในการผ่านเข้าออกของบุคคล สินค้า และยานพาหนะที่ชัดเจน ปฏิบัติงานตลอด 24 ชม.
และ 3.ในพื้นที่หมู่บ้าน/ชุมชน ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp; คณะกรรมการหมู่บ้าน ผู้นำชุมชน อาสาสมัครในพื้นที่ รวมทั้งขอความร่วมมือประชาชนสำรวจตรวจสอบบุคคลที่เดินทางเข้ามาในหมู่บ้าน/ชุมชน รวมทั้งบุคคลที่เคยอยู่ในหมู่บ้าน/ชุมชนแต่เดินทางไปทำงานในพื้นที่เสี่ยง หากพบให้ดำเนินการตามมาตรการของ สธ. และหากพบการละเมิดให้พิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย ห้ามปล่อยปละละเลยหรือรู้เห็นเป็นใจในพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง ไม่สอดคล้องกับนโยบายและมาตรการของ ศบค. หากฝ่าฝืนอาจเข้าข่ายความผิดวินัยหรืออาญา
ด้าน พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร.กล่าวว่า สตช.ได้เพิ่มความเข้มและกำลังพลในการตรวจเฝ้าระวัง&amp;nbsp; โดยจะเน้นการตรวจเฝ้าระวังการควบคุมโรคมากกว่ามาตรการจับกุมผู้หลบหนีเข้าเมือง แต่ก็ไม่ได้ละเลยการบังคับใช้กฎหมาย
กทม.เข้มสนามมวย-ผับ
พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ กล่าวว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานเข้มงวดตรวจสถานประกอบกิจการที่ได้รับการผ่อนปรน โดยเฉพาะสถานที่ที่เคยพบการแพร่ระบาดมาก่อน เช่น สนามมวยและสถานบันเทิง โดยเน้นตรวจสอบ เช่น การลงทะเบียนผู้ใช้บริการก่อนเข้าและออกผ่านแอปพลิเคชันไทยชนะ เพื่อสะดวกในการติดตามตัวผู้เข้าข่ายในกรณีพบผู้ป่วยในสถานที่นั้นๆ&amp;nbsp; รวมทั้งตรวจสอบจุดคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย และมาตรการป้องกันโควิด-19 ตามข้อกำหนดของ ศบค.และ สธ.
วันเดียวกัน ศบค.รายงานสถานการณ์โควิด-19 ในไทยว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 21 ราย ในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 4,107 ราย&amp;nbsp; ยอดหายป่วยสะสม 3,868 ราย มีผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 179 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมคงที่ 60 ราย
ส่วน นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค สธ. แถลงถึงผลการสอบสวนโรคโควิด-19 จาก จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา? ว่าตั้งแต่ปลายเดือน พ.ย. มีผู้ติดเชื้อเดินทางกลับเข้ามาในประเทศ 38 คน&amp;nbsp; โดยในวันที่ 7 ธ.ค.63 จ.เชียงรายตรวจพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 6 คน เป็นเพศหญิงทั้งหมด ซึ่งในผู้ติดเชื้อ 38 คน&amp;nbsp; เป็นการติดเชื้อในประเทศ 2 คน โดยมีประวัติใกล้ชิดผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากประเทศเมียนมา พบใน จ.เชียงราย 1&amp;nbsp; คน และสิงห์บุรี 1 คน&amp;nbsp; โดยเกินกว่าครึ่งตรวจพบในสถานที่กักกันโรคที่รัฐจัดให้ ขณะนี้ทุกคนเข้าสู่การดูแลของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายปกครองกักตัว 14 วัน ตรวจหาเชื้อ 2 ครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยสถานบันเทิง จ.ท่าขี้เหล็ก ซึ่งพบผู้ติดเชื้อจำนวนมากนั้นอยู่ห่างจากชายแดน อ.แม่สาย 1.5 กิโลเมตร โดยมีคนไทยไปทำงานหลายร้อยคน แต่เมื่อพบการติดเชื้อก็ได้ถูกสั่งปิดเมื่อวันที่ 24 พ.ย.63
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณกล่าวอีกว่า ผลการสอบสวนเพิ่มเติมของผู้ติดเชื้อ 2 คนในประเทศนั้น คนแรกเป็นเพศชาย (สาวประเภทสอง) อายุ 30 ปี เดินทางไปทำงานท่าขี้เหล็กกับเพื่อนหญิงไทยอายุ 26 ปี พบป่วยติดเชื้อทั้ง 2 คน และพบผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 22 คน กลุ่มเสี่ยงต่ำ 69 คน รวม 91 คน&amp;nbsp; ส่วนผู้สัมผัสกับผู้ป่วยเพศหญิงอายุ 51 ปี ชาวสิงห์บุรี มีข้อมูลเพิ่มเติมว่าจากสอบสวนพบผู้สัมผัส 55 คน แบ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง 37 คน ผลตรวจ 32 คนไม่พบเชื้อ ซึ่งเป็นสมาชิกในครัวเรือน เพื่อนร่วมงาน เพื่อนบ้าน และร้านตัดเสื้อ ซึ่งอยู่ขั้นตอนการเฝ้าระวังโรค 14 วัน ส่วนกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำอยู่ร่วมกันในสนามบิน โรงแรม และโรงพยาบาล 2 แห่ง ทั้งนี้ผู้ป่วยอยู่บนเครื่องบินนั่งห่างกับผู้ป่วยที่ลักลอบเดินทางกลับมาจากเมียนมาถึง 8 แถว จึงไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบปัจจัยเสี่ยงอยู่ในสนามบินระหว่างเดินกลับจากห้องน้ำ เนื่องจากสวมหน้ากากไม่ถูกต้อง โดยสวมหน้ากากไว้ที่ใต้คาง ซึ่งขณะนี้สนามบินปรับระบบเพื่อแก้ไขจุดบกพร่องแล้ว
ไฟเขียวต่างชาติอยู่ 45 วัน
ทั้งนี้ในช่วงเช้า พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.)&amp;nbsp; เป็นประธานหารือถึงการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อหารือถึงกรณีที่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากการลักลอบเข้าเมือง และการผ่อนคลายมาตรการการออกวีซ่าของกระทรวงการต่างประเทศ โดยใช้เวลาประมาณ 3&amp;nbsp; ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 12.20 น. นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์&amp;nbsp; อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงว่า สถานการณ์โควิด-19 ของไทยผู้ติดเชื้อรายใหม่ส่วนใหญ่มาจากต่างประเทศและอยู่ในสถานกักกัน ส่วนที่มีการติดเชื้อภายในประเทศถือว่าน้อยมาก โดยเฉพาะกรณีผู้ติดเชื้อจาก จ.ท่าขี้เหล็ก เมียนมาที่กระจายไปใน 7 จังหวัดนั้น ทุกจังหวัดควบคุมสถานการณ์ได้ดี แต่ขอเน้นย้ำประชาชนว่าการ์ดอย่าตก&amp;nbsp; และสิ่งที่อยากขอให้ประชาชนช่วยภาครัฐ เจ้าของบ้านเช่า&amp;nbsp; เจ้าของบ้านพัก เจ้าของโรงแรม เจ้าของสถานประกอบการ&amp;nbsp; เจ้าของสถานบันเทิง หากพบใครกลับมาจากท่าขี้เหล็กแล้วยังไม่ผ่านการกักตัว ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทันทีเพื่อตรวจสอบ
&amp;ldquo;จังหวัดต่างๆ ควบคุมโรคได้ดี ปลอดภัย สามารถเดินทางไปได้ ท่องเที่ยวได้ทั้งเชียงใหม่และเชียงราย มั่นใจว่าเราควบคุมสถานการณ์ได้ และหวังว่าสถานการณ์ต่างๆ จะจบก่อนเทศกาลปีใหม่&amp;rdquo; นพ.โอภาสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจาตุรนต์ ไชยะคำ รองอธิบดีกรมการกงสุล&amp;nbsp; กล่าวว่า ตั้งแต่ ก.ค.63 ได้ผ่อนคลายมาตรการให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศเป็นระยะ จากนักธุรกิจ&amp;nbsp; ครอบครัวคนไทย และผู้ที่เข้ามารักษาพยาบาล ที่ผ่านมาเราได้ออกเอกสารอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศ หรือ&amp;nbsp; Certificate of Entry&amp;nbsp; (COE) จนถึงเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. รวม&amp;nbsp; 6,700 ราย ซึ่งในวันที่ 7 ธ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ได้ให้นโยบายและสั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในไทยได้เพิ่ม กต.จึงได้เสนอที่ประชุมเพื่อให้นายกฯ เห็นชอบเพิ่มเติมกรณีของผู้ที่เข้ามาเพื่อการท่องเที่ยว เดิมอนุญาตให้เข้ามา 30 วันจาก 56&amp;nbsp; ประเทศ รวมถึงประเทศรัสเซีย โดยที่ประชุมได้เสนอให้อยู่ในประเทศไทยได้ 45 วัน โดยใน 45 วันนี้ได้รวมเวลาในการกักตัว 14 วันด้วย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะเรามั่นใจว่ามาตรการสาธารณสุขควบคุมไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กทม.มีโรงแรมรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 15,000&amp;nbsp; ห้อง จึงเพียงพอรับนักท่องเที่ยวเข้ามาวันละ 1,000 คน&amp;nbsp; แม้ไม่ได้ทำวีซ่าเข้าประเทศ เราก็มี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กำหนดให้คนที่จะเดินทางเข้ามาต้องผ่านการตรวจโรคและเข้ามากักตัว พร้อมขอเอกสาร COE ซึ่งปัจจุบันมีคนต่างชาติเข้ามาไทยรวม 45,000 คน เราหวังว่าจากมาตรการนี้จะมีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาได้เดือนละมากกว่า 20,000 คน&amp;quot; นายจาตุรนต์ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86235</URL_LINK>
                <HASHTAG>1G1, COVID-19, ซูเปอร์สเปรดเดอร์, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ท่าขี้เหล็ก, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ระบาดรอบ 2, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201207/image_big_5fce46a406da5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85341</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผวาซูเปอร์สเปรดเดอร์ติดจากพม่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โควิดจ่อถล่มไทยทางภาคเหนือ พบผู้ติดเชื้อในประเทศ 1 รายมาจากเมียนมา เปิดไทม์ไลน์ เชียงใหม่-เชียงราย&amp;nbsp; โดนหางเลข เร่งติดตามผู้สัมผัส 326 ราย ทำความสะอาดบาร์โฮสต์ ส่วนฝั่งท่าขี้เหล็กอ่วม ป่วยรวดเดียว 15 คน กองกำลังผาเมืองคุมเข้มชายแดน เพิ่มไฟส่องสว่าง กล้อง CCTV โดรน หวั่นเล็ดลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันที่ 28 พฤศจิกายนว่า พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 5 ราย ผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และพบในสถานกักกันที่รัฐจัดให้ ทุกรายเข้าสถานกักกันที่รัฐจัดให้ ประกอบด้วย อินเดีย 1 ราย, ฟิลิปปินส์ 1 ราย และสวีเดน 1 ราย ส่วนอีก 1 รายมาจากเมียนมา เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ ไม่ได้เข้าสถานกักกันที่รัฐจัดให้ ซึ่งวันนี้มีผู้ป่วยรักษาหายเพิ่ม 8 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่งผลให้มีจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมล่าสุดอยู่ที่ 3,966 ราย เป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อภายในประเทศ 2,454 ราย ผู้เดินทางจากต่างประเทศ 1,512 ราย และผู้ป่วยที่ตรวจพบในสถานกักกันที่รัฐจัดให้ 1,004 ราย ส่วนผู้ป่วยรักษาหายแล้วเพิ่มอีก 8 ราย รวมเป็น 3,798 ราย ยังมีผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 108 ราย ขณะที่ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม โดยยอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 60 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์ทั่วโลก ยอดผู้ติดเชื้อรวม 61,980,023 ราย รักษาหายแล้ว 42,784,315 ราย เสียชีวิต 1,448,928 ราย ส่วนเที่ยวบินนำคนไทยที่ตกค้างกลับประเทศ วันเดียวกันนี้ จำนวน 916 ราย จาก 14 เที่ยวบิน อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด 1. สหรัฐอเมริกา จำนวน 13,454,254 ราย 2.อินเดีย จำนวน 9,351,224 ราย 3.บราซิล จำนวน 6,238,350 ราย 4.รัสเซีย จำนวน 2,215,533 ราย 5.ฝรั่งเศส จำนวน 2,196,119 ราย ส่วนประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 151 จำนวน 3,966 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมด้วย นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป และ นพ.ปรีชา เปรมปรี รองอธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงข่าวในรายละเอียดกรณีผู้ป่วยจากประเทศเมียนมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณกล่าวว่า จากการสอบสวนโรค ที่เป็นการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) เชียงใหม่ และกองระบาดวิทยา สำนักงานป้องกันควบคุมโรค (สคร.) ที่ 1 จ.เชียงใหม่ ข้อมูลล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น. ของวันนี้คือ หญิงไทย อายุ 29 ปี ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นผู้ป่วยโรคโควิด-19 โดยประวัติที่ได้จากการสอบสวนอย่างรวดเร็วเบื้องต้นดังนี้ เมื่อวันที่ 24 ต.ค.-23 พ.ย. อยู่ในประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 23 พ.ย. ผู้ป่วยเริ่มมีอาการป่วยด้วยอาการไข้ ถ่ายเหลว จมูกไม่ได้กลิ่น
ผู้สัมผัส 326 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 พ.ย. ยังมีอาการไข้ ไอ ปวดศีรษะ เวลา 05.00 น. เดินทางจากเมียนมาเข้าแม่สาย จ.เชียงราย ด้วยรถตู้สาธารณะ เวลา 11.00 น. เดินทางจากเชียงรายมาเชียงใหม่ด้วยรถบัสประจำทาง เวลา 14.51 น. เดินทางถึงเชียงใหม่ ใช้บริการ Grab Car 1 คันกลับคอนโดฯ ของผู้ป่วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงกลางคืนใช้บริการรถ Grab Car 2 ไปเที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่งย่านสันติธรรมกับเพื่อน 2 คน มีการสูบบุรี่ร่วมกัน เวลา 02.00 น. เข้าพักค้างคืนที่คอนโดฯ แห่งหนึ่งของเพื่อนที่มาจากสถานบันเทิงด้วยกัน พร้อมกับเพื่อนคนที่ 1 และมีเพื่อนคนที่ 2 และคนที่ 3 ซึ่งพักอยู่ในห้องใกล้กันตรงข้ามกันเข้ามาร่วมดื่มสุรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 25 พ.ย. เวลา 12.00 น. ออกจากคอนโดฯ ของเพื่อน ใช้บริการ Grab Car 3 เวลา 13.00 น. เดินทางกลับถึงคอนโดฯ ที่พักของผู้ป่วย เวลา 15.30-20.30 น. ใช้บริการรถ Grab Car 4 ไปห้างสรรพสินค้าและอยู่ในห้าง โดยมีกิจกรรมคือ ชมภาพยนตร์ ทานอาหาร และเดินซื้อของ โดยพฤติกรรมส่วนใหญ่ของผู้ป่วยสวมใส่หน้ากากอนามัย แต่ไม่ตลอด และได้เรียก Grab Car 5 กลับคอนโดฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 พ.ย. เวลา 15.30 น. ใช้บริการ Grab Car 4 เพื่อไปตรวจที่ รพ.เอกชนแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ มีอาการจมูกไม่ได้กลิ่น และถ่ายเหลว อุณหภูมิร่างกาย 36.9 เซลเซียส ตรวจหาเชื้อโควิด-19 เวลา 22.00 น. ส่งต่อเข้ารับการตรวจหาเชื้อที่ รพ.นครพิงค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 พ.ย. ผลตรวจยืนยันพบเชื้อ ทีมปฏิบัติการสอบสวนโรค สสจ.เชียงใหม่ และ สคร.1 ดำเนินการสอบสวนและควบคุมโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามสอบสวนโรค ติดตามผู้สัมผัส ปรากฏว่าได้จำนวนผู้สัมผัสเสี่ยงทั้งหมด 326 ราย แบ่งเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 105 ราย, อยู่ในชุมนุม 65 ราย ประกอบด้วย คอนโดฯ ผู้ป่วย, คอนโดฯ เพื่อน, สถานบันเทิง, ห้างสรรพสินค้า นอกจากนี้ยังมีผู้สัมผัสในยานพาหนะ 40 ราย แบ่งเป็น เชียงราย 35 ราย ผู้ที่เดินทางข้ามแดนด้วยกัน, รถตู้, รถบัส, คนขับแกร็บ ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ 149 ราย ประกอบด้วยชุมชน 140 คนคือ ในคอนโดฯ, ห้างสรรพสินค้า รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ 9 ราย และผู้สัมผัสอื่นๆ ในชุมชน 72 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พบจำนวนผู้สัมผัสเสี่ยงทั้งหมด 326 ราย แบ่งเป็น ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 105 ราย, ผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ 149 ราย และผู้สัมผัสอื่นๆ ในชุมชน 72 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.โอภาสกล่าวว่า ในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมา เกิดกรณีเกิดขึ้นหลายเหตุการณ์ เช่น 1.การค้นพบผู้ขนส่งชาวเมียนมา ติดเชื้อบริเวณชายแดนแม่สอด 2.หญิงฝรั่งเศสที่ติดเชื้อจากการปนเปื้อนเชื้อในสถานการณ์กักกันโรค ซึ่งจะต้องเข้าไปตรวจสอบ 3.การลักลอบเข้าเมืองของชาวเมียนมา ที่มีการกลับคำให้การจากเดิมบอกว่ามาจากแม่สอด แต่ข้อมูลจริงคือมาจากมาเลเซีย 4.ชายชาวอินเดีย ที่ตรวจพบเชื้อจากการตรวจร่างกายเพื่อทำใบ Work Permit ใน จ.กระบี่ ซึ่งเป็นการติดเชื้อมานานแล้ว แต่เพิ่งตรวจพบเชื้อ 5.ทหารเกาหลี ที่เดินทางเข้าไทยเพื่อมาร่วมฝึกอบรม 6.รัฐมนตรีจากประเทศฮังการี 7.ทูตประเทศฮังการีประจำประเทศไทย 8.การพบชาวเมียนมา ในศูนย์พักพิงอุ้มเปี้ยม จ.ตาก และ 9.หญิงไทย อายุ 17 ปี ที่มีผู้ปกครองเป็นชาวไทยและเมียนมา ป่วยเป็นโรค SLD โดยลักลอบเข้าประเทศไทย
ทำความสะอาดบาร์โฮสต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ดังนั้น วัตถุประสงค์ในการควบคุมโรคคือ 1.ยืนยันว่าผู้ป่วยรายนั้นเป็นการติดเชื้อโควิด-19 จริง 2.หาสาเหตุว่าติดมาจากที่ใด และ 3.เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่เป็นการแพร่กระจายให้ผู้อื่น แต่ในบางรายอาจจะให้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน จึงต้องมีการสอบสวนเพื่อให้เกิดความมั่นใจและให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง จึงเป็นบทเรียนและประสบการณ์ในการป้องกันในครั้งต่อไป ทั้งนี้ การสวมหน้ากากอนามัยยังเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก การใช้กล้องวงจรปิดช่วยสอบสวนโรคได้อย่างดี รวมถึงการใช้แอปพลิเคชันไทยชนะ ที่จะทำให้ทราบข้อมูลการเข้า-ออก&amp;rdquo; นพ.โอภาสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐฐ์ชูเดช วิริยดิลกธรรม รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ และนายดนัย สารพฤกษ์ ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมสาธารณสุข เทศบาลนครเชียงใหม่ นำเจ้าหน้าที่เข้าฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่บาร์โฮสต์แห่งหนึ่งย่านสันติธรรม ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองฯ จังหวัดเชียงใหม่ สถานบันเทิงที่หญิงสาว อายุ 29 ปี ที่ถูกระบุว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เดินทางมาเที่ยวเมื่อคืนวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ก่อนจะมีอาการไม่ได้กลิ่นและปวดเมื่อยตัว จึงเดินทางไปตรวจที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง กระทั่งผลตรวจเป็นบวก จึงถูกพาไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลนครพิงค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานบันเทิงดังกล่าวตั้งอยู่ในอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น 2 คูหา เป็นระบบห้องปรับอากาศทั้งหมด เจ้าหน้าที่ต้องสวมชุดพีพีอี พร้อมนำน้ำยาเข้าไปฉีดพ่นภายในสถานบริการบริเวณชั้น 1 ทั้งในห้องน้ำ ห้องครัว และโซฟาที่นั่ง ขณะเดียวกันพบว่าทีมสอบสวนโรค จากสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ได้เดินทางมาเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งของพนักงานบาร์โฮสดังกล่าว เพื่อส่งตรวจค้นหาเชื้อโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบถามชายที่เป็นผู้ดูแลบาร์โฮสต์แห่งนี้ ทราบว่ามีพนักงานทั้งหมด 40 คน วันนี้เจ้าหน้าที่เดินทางมาเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งส่งตรวจแล้วทั้งหมด รอเพียงผลตรวจเท่านั้น เบื้องต้นไม่รู้สึกกังวลอะไร เพราะหลังหญิงสาวที่ถูกระบุว่าติดเชื้อโควิด-19 เดินทางมาเที่ยวเมื่อคืนวันที่ 24 พฤศจิกายนแล้ว วันต่อมาก็ปิดให้บริการทันที?
ท่าขี้เหล็กเจอ 15 รายรวด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายดนัย สารพฤกษ์ ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมสาธารณสุข เทศบาลนครเชียงใหม่ กล่าวว่า นำเจ้าหน้าที่มาฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ หลังทราบว่าการสอบสวนโรคทางระบาดวิทยาของสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่แจ้งว่ามีความเสี่ยง เทศบาลจึงต้องเร่งดำเนินการ ส่วนจุดเสี่ยงอื่นๆ ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ต้องรอแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ทั้งนี้ เทศบาลได้ประชาสัมพันธ์ให้เจ้าหน้าที่ทราบและลงพื้นที่ดำเนินการทันทีหลังทราบข่าว สำหรับการสั่งปิดพื้นที่ที่มีความเสี่ยง จะต้องนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่อีกครั้ง ซึ่งมีการประชุมกันอยู่ทุกวัน หากพบพื้นที่ใดเสี่ยงสูง ก็จะพิจารณาและออกประกาศกันอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ชายแดนไทย-เมียนมา ด้าน อ.แม่สาย จ.เชียงราย พบว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ได้สรุปผลการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 มียอดผู้ติดเชื้อใน จ.ท่าขี้เหล็ก จำนวน 15 ราย ทั้งหมดรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลท่าขี้เหล็ก เจ้าหน้าที่ได้มีการตั้งจุดตรวจ การสวมใส่หน้ากากอนามัยทั่วเมืองท่าขี้เหล็กอย่างเข้มงวด ทำให้การเดินทางจากนอกพื้นที่เข้าไปยังตัวเมืองจะต้องผ่านการตรวจคัดกรองและกักตัวเพื่อดูอาการ 21 วัน ที่ศูนย์กักกันโควิค-19 พร้อมทั้งได้มีการสั่งให้มีการเพิ่มมาตรการที่เข้มงวดให้ร้านค้าและสถานบริการให้ปิดร้านตั้งแต่เวลา 18.00 น. พร้อมประกาศเคอร์ฟิว ห้ามนอกเคหสถานเวลา 00.00-04.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านสถานการณ์การลักลอบหลบหนีเข้าเมืองในพื้นที่ชายแดนด้าน จ.เชียงราย ซึ่งมีแนวชายแดนที่เป็นช่องทางธรรมชาติ ติดต่อกับประเทศเมียนมา ทางด้าน อ.แม่จัน อ.แม่ฟ้าหลวง อ.แม่สาย และ อ.เชียงแสน ทางหน่อยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 3 กองกำลังผาเมือง ได้มีการจัดกำลังลาดตระเวนยามพื้นที่ชายแดนเพื่อป้องกันการลักลอบข้ามพรมแดน โดยสามารถจับผู้ลักลอบเข้าเมืองได้อย่างต่อเนื่อง และได้ส่งตัวไปยังสถานกักกันโรค ก่อนจะทำการผลักดันออกนอกประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.สัมฤทธิ์ ฉัตรวัฒนาสกุล ผบ.ฉก.ม.3 กองกำลังผาเมือง กล่าวว่า ในส่วนของกำลังทหารในพื้นที่ชายแดน ได้มีการเพิ่มกำลังในการลาดตระเวน รวมไปถึงเพิ่มอุปกรณ์ในการป้องกันการลักลอบเข้าเมือง ทั้งการเพิ่มไฟส่องสว่างในจุดต่างๆ การติดกล้อง CCTV ตลอดแนวชายแดน พร้อมทั้งใช้โดรนในการตรวจตรา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และการสกัดกั้นการลักลอบหลบหนีเข้าเมือง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด 19 เข้ามาในประเทศไทย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85341</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ซูเปอร์สเปรดเดอร์, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ติดจากพม่า, ผู้ติดเชื้อในประเทศ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201128/image_big_5fc1ce20ceee9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59443</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2020 12:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2020 12:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดไทมไลน์พี่น้องไฮโซซูเปอร์สเปรดเดอร์แห่งเวียดนาม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มี.ค.2563 &amp;ndash; เพจ Poetry of Bitch : ลำนำเดอะบิทช์ ซึ่งมีผู้ติดตามถึง 743,142 คน ได้มีการแปลและเรียบเรียงบทความในหัวข้อ &amp;ldquo;สองสาวพี่น้องไฮโซซูเปอร์สเปรดเดอร์แห่งเวียดนาม&amp;rdquo; ระบุว่า เป็นเวลา 22 วันแล้วที่เวียดนามไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่ ส่วนผู้ติดเชื้อรายเก่าทั้ง 16 คนก็ได้รับการรักษาจนหายดี ไม่มีใครเสียชีวิตจากโรคระบาดครั้งนี้ รัฐบาลเวียดนามภาคภูมิใจมาก และกำลังรอให้ครบ 1 เดือน เพื่อจะประกาศชัยชนะว่า &amp;ldquo;เวียดนามเป็นเขตปลอดไวรัสโควิด-19&amp;rdquo; แต่แล้ว...เหุตการณ์นี้ก็ดับฝันชาวเวียดนาม!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1- &amp;quot;เหงียน ห่อง นุง&amp;quot; (Nguyen Hong Nhung) สาวเวียดนามวัย 26 จากเมืองฮานอย เธอมาจากครอบครัวร่ำรวย พ่อเป็นเจ้าของธุรกิจเหล็กกล้าขนาดใหญ่ของประเทศ นุงมีไลฟ์สไตล์ที่หรูหราประสาไฮโซ และเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศอยู่เสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2- ล่าสุดนุงออกทริปยุโรป โดยบินไปหลายเมืองใหญ่ในหลายประเทศ ดังนี้
- 16 ก.พ. บินไปหา &amp;quot;เหงียน ห่อง งา&amp;quot; (Nguyen Hong Nga) พี่สาววัย 27 ปีของเธอ ซึ่งใช้ชีวิตอยู่ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ
- 18 ก.พ. นุงกับงาบินไปมิลาน ประเทศอิตาลี เพื่อดูแฟชั่นโชว์ของ Gucci ในมิลานแฟชั่นวีค
- 20 ก.พ. บินกลับลอนดอนเพื่อไปร่วมงานอีเวนต์ที่ The British Museum
- 25 ก.พ. บินไปกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เพื่อดูโชว์ของ Saint Laurent ในปารีสแฟชั่นวีค
โดยในระหว่างทริป สองสาวก็ท่องเที่ยว ปาร์ตี้ ดื่มกิน และตระเวนชอปปิ้งไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3- วันที่ 29 ก.พ. ขณะอยู่ที่ปารีส นุงเริ่มมีอาการไอ แต่เธอไม่คิดว่าตัวเองจะติดเชื้อไวรัส เลยเที่ยวต่อจนถึงวันสุดท้าย ก่อนที่นุงจะบินกลับฮานอยพร้อมกับงาเมื่อ 2 มี.ค. โดยสายการบินเวียดนามแอร์ไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4- เมื่อกลับถึงฮานอยแล้ว สองสาวก็ไม่ได้กักตัวแต่อย่างใด กลับไปปรากฏตัวในงานสังคมอีก จนกระทั่งวันที่ 5 มีนาคม นุงเริ่มมีไข้เลยไปหาหมอ และพบว่าเธอเป็นผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 คนที่ 17 ของประเทศ ดับฝันการประกาศชัยชนะของรัฐบาลเวียดนามเสียสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5- จากนั้นมหกรรมสืบสาวหาคนใกล้ชิดและคนที่มีปฏิสัมพันธ์กับนุงก็เริ่มขึ้น เริ่มตั้งแต่คนในครอบครัวและคนแวดล้อม ซึ่งก็พบคนที่ติดเชื้อแน่ ๆ แล้ว 3 คน คือ งาผู้เป็นพี่สาว คุณป้าอายุ 64 ปี และคนขับรถส่วนตัวอายุ 27 ปี ส่วนคนอื่น ๆ รวมทั้งพ่อก็ต้องถูกกักตัวดูอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6- รัฐบาลสั่งปิดถนนบริเวณใกล้บ้านพักของนุง แล้วส่งเจ้าหน้าที่ไปพ่นยาฆ่าเชื้อ ทำความสะอาดกันเป็นการใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7- จากนั้นก็ต้องติดตามตัวคนที่โดยสารเครื่องบินเที่ยวเดียวกับเธอจากลอนดอนมาเวียดนามจำนวน 217 คน เพื่อมากักตัวและตรวจหาเชื้อด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8- ทั้งนี้ นุงกับงานั่งมาในชั้นธุรกิจซึ่งมีผู้โดยสาร 30 คน หลายคนเป็นบุคคลชั้นนำของประเทศ อาทิ รัฐมนตรี คณะทำงานเศรษฐกิจ นักวิชาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9- เบื้องต้นพบผู้โดยสารเที่ยวบินเดียวกับนุงและงาติดเชื้อแล้ว 9 คน เป็นชาวอังกฤษ 7 คน, เม็กซิกัน 1 คน และไอริช 1 คน อายุระหว่าง 58-74 ปี ทำให้สองสาวกลายเป็น &amp;quot;ซูเปอร์ สเปรดเดอร์&amp;quot; ไปเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10- บรรณาธิการแฟชั่นของมิลานแฟชั่นวีค ลูกค้าและอินฟลูเอ็นเซอร์ที่มาร่วมงานต้องกักตัวเอง พร้อมขอให้ผู้ที่มาร่วมงานจากประเทศต่าง ๆ กักตัวเองเมื่อกลับถึงประเทศของตนด้วย (สำนักข่าว South China Mornig Post อ้างว่ามีผู้ร่วมงานจากสิงคโปร์และไทยด้วย ส่วนสื่อไทยรายงานว่าคือนักแสดงสาว &amp;ldquo;ใหม่ ดาวิกา&amp;rdquo; ซึ่งเธอได้กักตัวเองแล้ว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11- ศิลปินเค-ป๊อปจากเกาหลีใต้คนหนึ่งไปร่วมงานมิลานแฟชั่นวีคพร้อมผู้ติดตาม ปรากฏว่าผู้ติดตาม 2 คนติดเชื้อแล้ว ตัวศิลปินเองผลตรวจเป็นลบ แต่ก็ยังต้องกักตัวเองอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12- แล้วยังมีเพื่อนไฮโซของนุงอีกคนชื่อ &amp;quot;ทีเอ็น&amp;quot; (T.N.) อายุ 24 ปี เป็นลูกสาวนักธุรกิจชื่อดังของเวียดนาม ทีเอ็นกับนุงไปปาร์ตี้ด้วยกันที่ลอนดอน พอนุงป่วยทีเอ็นเลยไปตรวจด้วย ปรากฏว่าติดเชื้อมาจริง ๆ พ่อของเธอเลยส่งเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวไปรับลูกสาวจากลอนดอน เพื่อจะได้ไม่แพร่เชื้อให้คนอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13- เรื่องของนุงกับงาทำให้ชาวเวียดนามแตกตื่นกันทั้งประเทศ คนเริ่มแห่กันไปซื้ออาหารและสินค้าต่าง ๆ มากักตุน และหลายคนก็โกรธเคืองสองสาวเป็นอย่างมากที่ขาดความรับผิดชอบต่อสังคม ทัวร์ลงแบบจัดหนักจนต้องปิดอินสตาแกรมไปเป็นที่เรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ้างอิง: New York Times, National Post, Vietnam Net, South China Moring Post
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59443</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซูเปอร์สเปรดเดอร์, ลำนำเดอะบิทช์, เพจ Poetry of Bitch, เวียดนาม, โควิด-19, ไฮโซ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200311/image_big_5e6871dae1048.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59420</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2020 08:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2020 08:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธีระวัฒน์&#039;ไล่ไทม์ไลน์สาวไฮโซซูเปอร์สเปรดเดอร์แห่งเวียดนาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มี.ค.2563 - &amp;nbsp;นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กThiravat Hemachudha ในหัวข้อ &amp;ldquo;สองสาวพี่น้องไฮโซ ซูเปอร์สเปรดเดอร์แห่งเวียดนาม&amp;rdquo; ระบุว่า เป็นเวลา 22 วันแล้วที่เวียดนามไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่ ส่วนผู้ติดเชื้อรายเก่าทั้ง 16 คนก็ได้รับการรักษาจนหายดี ไม่มีใครเสียชีวิตจากโรคระบาดครั้งนี้ รัฐบาลเวียดนามภาคภูมิใจมาก และกำลังรอให้ครบ 1 เดือน เพื่อจะประกาศชัยชนะว่า &amp;ldquo;เวียดนามเป็นเขตปลอดไวรัส&amp;rdquo; แต่แล้ว...เหุตการณ์นี้ก็ดับฝันชาวเวียดนาม!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1- &amp;quot;เหงียน ห่อง นุง&amp;quot; (Nguyen Hong Nhung) สาวเวียดนามวัย 26 จากเมืองฮานอย เธอมาจากครอบครัวร่ำรวย พ่อเป็นเจ้าของธุรกิจเหล็กกล้าขนาดใหญ่ของประเทศ นุงมีไลฟ์สไตล์ที่หรูหราประสาไฮโซ และเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศอยู่เสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2- ล่าสุดนุงออกทริปยุโรป โดยบินไปหลายเมืองใหญ่ในหลายประเทศ ดังนี้
- 16 ก.พ. บินไปหา &amp;quot;เหงียน ห่อง งา&amp;quot; (Nguyen Hong Nga) พี่สาววัย 27 ปีของเธอ ซึ่งใช้ชีวิตอยู่ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ
- 18 ก.พ. นุงกับงาบินไปมิลาน ประเทศอิตาลี เพื่อดูแฟชั่นโชว์ของ Gucci ในมิลานแฟชั่นวีค
- 20 ก.พ. บินกลับลอนดอนเพื่อไปร่วมงานอีเวนต์ที่ The British Museum
- 25 ก.พ. บินไปกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เพื่อดูโชว์ของ Saint Laurent ในปารีสแฟชั่นวีค
โดยในระหว่างทริป สองสาวก็ท่องเที่ยว ปาร์ตี้ ดื่มกิน และตระเวนชอปปิ้งไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3- วันที่ 29 ก.พ. ขณะอยู่ที่ปารีส นุงเริ่มมีอาการไอ แต่เธอไม่คิดว่าตัวเองจะติดเชื้อไวรัส เลยเที่ยวต่อจนถึงวันสุดท้าย ก่อนที่นุงจะบินกลับฮานอยพร้อมกับงาเมื่อ 2 มี.ค. โดยสารการบินเวียดนามแอร์ไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4- เมื่อกลับถึงฮานอยแล้ว สองสาวก็ไม่ได้กักตัวแต่อย่างใด กลับไปปรากฏตัวในงานสังคมอีก จนกระทั่งวันที่ 5 มีนาคม นุงเริ่มมีไข้เลยไปหาหมอ และพบว่าเธอเป็นผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 คนที่ 17 ของประเทศ ดับฝันการประกาศชัยชนะของรัฐบาลเวียดนามเสียสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5- จากนั้นมหกรรมสืบสาวหาคนใกล้ชิดและคนที่มีปฏิสัมพันธ์กับนุงก็เริ่มขึ้น เริ่มตั้งแต่คนในครอบครัวและคนแวดล้อม ซึ่งก็พบคนที่ติดเชื้อแน่ ๆ แล้ว 3 คน คือ งาผู้เป็นพี่สาว คุณป้าอายุ 64 ปี และคนขับรถส่วนตัวอายุ 27 ปี ส่วนคนอื่น ๆ รวมทั้งพ่อก็ต้องถูกกักตัวดูอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6- รัฐบาลสั่งปิดถนนบริเวณใกล้บ้านพักของนุง แล้วส่งเจ้าหน้าที่ไปพ่นยาฆ่าเชื้อ ทำความสะอาดกันเป็นการใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7- จากนั้นก็ต้องติดตามตัวคนที่โดยสารเครื่องบินเที่ยวเดียวกับเธอจากลอนดอนมาเวียดนามจำนวน 217 คน เพื่อมากักตัวและตรวจหาเชื้อด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8- ทั้งนี้ นุงกับงานั่งมาในชั้นธุรกิจซึ่งมีผู้โดยสาร 30 คน หลายคนเป็นบุคคลชั้นนำของประเทศ อาทิ รัฐมนตรี คณะทำงานเศรษฐกิจ นักวิชาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9- เบื้องต้นพบผู้โดยสารเที่ยวบินเดียวกับนุงและงาติดเชื้อแล้ว 9 คน เป็นชาวอังกฤษ 7 คน, เม็กซิกัน 1 คน และไอริช 1 คน อายุระหว่าง 58-74 ปี ทำให้สองสาวกลายเป็น &amp;quot;ซูเปอร์ สเปรดเดอร์&amp;quot; ไปเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10- บรรณาธิการแฟชั่นของมิลานแฟชั่นวีค ลูกค้าและอินฟลูเอ็นเซอร์ที่มาร่วมงานต้องกักตัวเอง พร้อมขอให้ผู้ที่มาร่วมงานจากประเทศต่าง ๆ กักตัวเองเมื่อกลับถึงประเทศของตนด้วย (สำนักข่าว South China Mornig Post อ้างว่ามีผู้ร่วมงานจากสิงคโปร์และไทยด้วย ส่วนสื่อไทยรายงานว่าคือนักแสดงสาว &amp;ldquo;ใหม่ ดาวิกา&amp;rdquo; ซึ่งเธอได้กักตัวเองแล้ว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11- ศิลปินเค-ป๊อปจากเกาหลีใต้คนหนึ่งไปร่วมงานมิลานแฟชั่นวีคพร้อมผู้ติดตาม ปรากฏว่าผู้ติดตาม 2 คนติดเชื้อแล้ว ตัวศิลปินเองผลตรวจเป็นลบ แต่ก็ยังต้องกักตัวเองอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12- แล้วยังมีเพื่อนไฮโซของนุงอีกคนชื่อ &amp;quot;ทีเอ็น&amp;quot; อายุ 24 ปี เป็นลูกสาวนักธุรกิจชื่อดังของเวียดนาม ทีเอ็นกับนุงไปปาร์ตี้ด้วยกันที่ลอนดอน พอนุงป่วยทีเอ็นเลยไปตรวจด้วย ปรากฏว่าติดเชื้อมาจริง ๆ พ่อของเธอเลยส่งเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวไปรับลูกสาวจากลอนดอน เพื่อจะได้ไม่แพร่เชื้อให้คนอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13- เรื่องของนุงกับงาทำให้ชาวเวียดนามแตกตื่นกันทั้งประเทศ คนเริ่มแห่กันไปซื้ออาหารและสินค้าต่าง ๆ มากักตุน และหลายคนก็โกรธเคืองสองสาวเป็นอย่างมากที่ขาดความรับผิดชอบต่อสังคม ทัวร์ลงแบบจัดหนักจนต้องปิดอินสตาแกรมไปเป็นที่เรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ้างอิง: Newyork Times, National Post, Vietnam Net, South China Moring Post
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59420</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะแพทยศาสตร์, จุฬาลงกรณ์, ซูเปอร์สเปรดเดอร์, นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา, หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่, เวียดนาม, โพสต์, ไฮโซ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200311/image_big_5e6837e3b5c31.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
