<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>5818</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2018 16:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2018 16:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท.ยันแหล่งสิริกิติ์หยุดซ่อมไม่กระทบก๊าซภาคเหนือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปตท.เผยผู้ผลิตแหล่งสิริกิติ์ตรวจพบอุปกรณ์ชำรุด จำเป็นต้องหยุดจ่ายก๊าซเพื่อซ่อมบำรุงเพิ่มเติม ยันไม่เป็นปัญหาดึงก๊าซจากส่วนกลางมาทดแทน 188 ตัน/วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค. 2561 - นายวุฒิกร สติฐิต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่จัดหาและตลาดก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตามที่ผู้ผลิตแหล่งสิริกิติ์แจ้งขอหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติเพื่อซ่อมบำรุงประจำปี 2561 ตั้งแต่วันที่ 15-25 มี.ค. 2561 ขณะนี้การซ่อมบำรุงดังกล่าวแล้วเสร็จ แต่เนื่องจากเมื่อวันที่ 25 มี.ค. ที่ผ่านมา ผู้ผลิตได้ตรวจสอบพบอุปกรณ์ในระบบการผลิตชำรุด จึงมีความจำเป็นต้องหยุดผลิตก๊าซฯชั่วคราว ทั้งนี้ สถานีบริการก๊าซเอ็นจีวีภาคเหนือทั้งสิ้น 30 แห่ง ใน 13 จังหวัด ยังคงได้รับปริมาณจัดสรรก๊าซเอ็นจีวีจากส่วนกลางมาทดแทนทั้งสิ้น 188 ตันต่อวัน คิดเป็น 70% ของปริมาณการใช้ก๊าซฯ ในช่วงเวลาปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย ปตท. ยังคงติดตามสถานการณ์การบริหารจัดการก๊าซเอ็นจีวีอย่างใกล้ชิดผ่าน &amp;ldquo;ศูนย์ติดตามสถานการณ์ผู้ผลิตแหล่งสิริกิติ์หยุดซ่อมบำรุงฯ&amp;rdquo; และขอความร่วมมือผู้ใช้รถเชื้อเพลิง 2 ระบบ คือน้ำมันและก๊าซเอ็นจีวี ในพื้นที่ภาคเหนือและที่จะมีการเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าว โปรดเลือกใช้น้ำมันเชื้อเพลิงทดแทนในช่วงนี้ โดยจะรายงานความคืบหน้าการซ่อมบำรุงเป็นระยะเพื่อทราบต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5818</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก๊าซธรรมชาติ, ซ่อมบำรุง, ปตท, เชื้อเพลิง, เอ็นจีวี, แหล่งสิริกิติ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8babfb5a14.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5718</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2018 09:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2018 09:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กฟผ. พร้อมรับมือการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นช่วงฤดูร้อนนี้  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

กฟผ. เตรียมแผนรองรับการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น และแผนการหยุดจ่ายก๊าซฯ เพื่อซ่อมบำรุงประจำปีของ ปตท. ในช่วงฤดูร้อนนี้ โดยเตรียมแผนการบริหารจัดการกำลังผลิตไฟฟ้า การใช้เชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า และเตรียมมาตรการรองรับกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เพื่อรักษาความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศ พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนร่วมรณรงค์ประหยัดการใช้ไฟฟ้าด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มี.ค. 61- นายพิพัฒน์ วรคุณพิเศษ ผู้อำนวยการฝ่ายควบคุมระบบกำลังไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า ในช่วงฤดูร้อนนี้ นับตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคมคาดว่าจะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) คาดการณ์ว่า ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak) ของประเทศ ในปี 2561 อยู่ที่ 29,943 เมกะวัตต์ ประกอบกับมีแผนการหยุดซ่อมบำรุงรักษาแหล่งก๊าซธรรมชาติของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ประจำปี 2561 ของ ปตท. ในช่วงระหว่างวันที่ 13 - 23 เมษายน 2561 ซึ่งจะมีการหยุดจ่ายก๊าซฯ ฝั่งตะวันตกบางส่วน เพื่อบำรุงรักษาประจำปีและการติดตั้งอุปกรณ์ ในแหล่งยาดานาและแหล่งเยตากุน ตามลำดับ ซึ่ง กฟผ. ได้ประสานงานกับ ปตท. เพื่อเตรียมมาตรการรองรับแผนการหยุดจ่ายก๊าซฯ ดังกล่าว นอกจากนั้น กฟผ. ยังได้เตรียมการบริหารจัดการกำลังผลิตและเชื้อเพลิงการผลิตไฟฟ้า เพิ่มการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงอื่น ๆ เพื่อทดแทนเชื้อเพลิงก๊าซฯ ฝั่งตะวันตกที่ลดลง อีกทั้งเตรียมมาตรการรองรับในกรณีที่อาจจะเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงตรวจสอบสายส่งและอุปกรณ์สำคัญในเขตนครหลวงให้พร้อมใช้งาน และงดการทำงานบำรุงรักษาระบบส่งที่ส่งผลกระทบต่อความมั่งคงในเขตนครหลวงในช่วงที่ลดการจ่ายก๊าซฯ อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดตลอดช่วงฤดูร้อน กฟผ. ได้ประสานงานกับ ปตท. กฟภ. และ กฟน. เพื่อรักษาความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศ โดยสามารถจ่ายไฟฟ้าได้เพียงพอต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าที่สูงขึ้นตามระดับอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งปรับแผนบำรุงรักษาสถานีไฟฟ้าและอุปกรณ์ในระบบส่งที่มีความสำคัญ พร้อมขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและประชาชนทุกคนร่วมกันรณรงค์ประหยัดไฟฟ้า เพื่อให้การใช้ไฟฟ้าในช่วงดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&amp;rdquo; นายพิพัฒน์ กล่าวในที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5718</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฟผ., ก๊าซ, ซ่อมบำรุง, พิพัฒน์ วรคุณพิเศษ, ฤดูร้อน, โรงไฟฟ้า, ไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180325/image_big_5ab70fcc551c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4315</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2018 16:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2018 16:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทล.เข้มรถบรรทุกน้ำหนักเกินฝ่าฝืนมีโทษทั้งจำทั้งปรับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กรมทางหลวง สรุปสถิติจับกุมรถบรรทุกน้ำหนักเกินบนทางหลวงตั้งแต่ 1 ต.ค. 59 ถึง 28 ก.พ.61 จับกุมได้ 6,552 คัน พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการบรรทุกน้ำหนักตามพิกัด หากฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
5 ก.พ.61-นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.) เปิดเผยว่า ตามที่กรมทางหลวงมีนโยบายปรับปรุงเครือข่ายด่านชั่งน้ำหนักถาวรและด่านชั่งน้ำหนักเคลื่อนที่ทั่วประเทศตั้งแต่ปี2559 ที่ผ่านมา โดยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่มีการผ่อนผันให้ผู้ประกอบการในการบรรทุกน้ำหนักเกิน อันจะส่งผลให้ประหยัดงบประมาณในการซ่อมบำรุงรักษาทาง ยืดอายุการใช้งานของถนนและลดความเสี่ยงต่ออันตรายที่เกิดกับโครงสร้างสะพานและทางลอดนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ปัจจุบันมีสถิติจับกุมรถบรรทุกน้ำหนักเกินบนทางหลวงทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 59 &amp;ndash; 28 ก.พ. 61 ทั้งสิ้นจำนวน 6,552 คัน แบ่งเป็นปีงบประมาณ 2561 (1 ต.ค. 60 &amp;ndash; 28 ก.พ. 61) จำนวน 2,098 คัน และปีงบประมาณ 2560 (1 ต.ค. 59 &amp;ndash; 31 ก.ย. 60) จำนวน 4,454 คัน โดยหากแบ่งตามประเภทวัสดุบรรทุกได้ดังนี้ วัสดุหิน ดิน ทราย 36% สินค้าการเกษตร 23% วัสดุก่อสร้าง 12% อื่นๆ 8% และรถขนเครื่องจักร 7%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กรมทางหลวงขอความร่วมมือผู้ประกอบการไม่บรรทุกน้ำหนักเกินตามกำหนดพิกัดของรถพ่วง ซึ่งหากฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เพื่อยืดอายุการใช้งานและลดการเกิดอุบัติเหตุบนทางหลวง หากประชาชนพบเห็นหรือสงสัยว่ามีการบรรทุกน้ำหนักเกิน สามารถโทรแจ้งได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 กด5&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4315</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง, ซ่อมบำรุง, ด่านชั่งน้ำหนัก, น้ำหนัก, รถบรรทุก, รถพ่วง, เครื่อข่าย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180305/image_big_5a9d07e16ef10.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
