<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21444</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2018 14:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2018 14:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสม.ชี้การซ้อมพลทหารเจ็บ-ตาย โหดร้ายไร้มนุษยธรรมละเมิดสิทธิฯแนะเลิกใช้ควมมรุนแรง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ย.61- &amp;nbsp;นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยถึงรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เร็ว ๆ นี้ เกี่ยวกับการซ้อมทรมานในค่ายทหาร 2 กรณี ได้แก่ 1) การลงโทษทหารศูนย์การทหารม้าโดยการใช้หวายตีที่หลังและถีบเข้าที่ร่างกาย เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 และ 2) การซ้อมทรมานพลทหารยุทธกินันท์ บุญเนียม ซึ่งถูกรุมทำร้ายจนเสียชีวิตระหว่างการคุมขังในเรือนจำมณฑลทหารบกที่ 45 จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2560 ตามที่ปรากฏเป็นข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอังคณาระบุว่า จากการตรวจสอบกรณีดังกล่าว กสม.ได้มีมติหยิบยกขึ้นมาพิจารณา เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง โดย กสม. มีมติว่า กรณีแรก การกระทำของครูฝึกที่ลงโทษตีบริเวณหลังของผู้เสียหายด้วยหวายและใช้เท้าถีบเข้าที่ร่างกายเพื่อให้เกิดความหลาบจำ เป็นการลงทัณฑ์ที่ไม่สอดคล้องกับหลักการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ถือเป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกายของบุคคลตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และเป็นการกระทำที่ขัดต่ออนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมหรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่กรณีที่สอง ซึ่งเป็นการซ้อมทรมานพลทหารยุทธกินันท์ บุญเนียม โดยกำลังพลซึ่งเป็นผู้ต้องขังพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ในเรือนจำมณฑลทหารบกที่ 45 จนพลทหารยุทธกินันท์ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมานั้น &amp;nbsp;ถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289 มาตรา 290 และมาตรา 291 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ประกอบกับอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมหรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี ตลอดจนข้อกำหนดขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง (Mandela Rules) ซึ่งเป็นการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อกรณีข้างต้น กสม. จึงเห็นสมควรเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางที่เหมาะสมในการป้องกันหรือแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยสรุปได้ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ศูนย์การทหารม้า และมณฑลทหารบกที่ 45 ควรกำชับเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติหน้าที่โดยปราศจากการใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบ คำนึงและเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไม่ควรบังคับข่มขู่คุกคามด้วยประการใด ๆ ทั้งปวง โดยเฉพาะการลงโทษด้วยการทำร้ายร่างกาย กรณีเจ็บป่วย หรือ ได้รับบาดเจ็บ ต้องได้รับการรักษาพยาบาลและการดูแลด้านสุขภาพตามมาตรฐานโดยเร็ว และควรแจ้งให้ญาติของบุคคลดังกล่าวได้ทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.กองทัพบกควรกำหนดหลักเกณฑ์หรือแนวทางการปฏิบัติต่อทหารที่กระทำผิด รวมทั้งกฎ ระเบียบ โดยคำนึงถึงการใช้อำนาจตามขอบเขตของกฎหมายตามหลักสิทธิมนุษยชน และควรออกระเบียบให้มีการช่วยเหลือและเยียวยาครอบครัวของผู้เสียหาย/ผู้เสียชีวิต และให้ความสำคัญต่อการฟื้นฟูสภาพจิตใจเป็นประการสำคัญ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้กระทบต่อสิทธิขั้นพื้นฐาน และให้เป็นแนวทางปฏิบัติและมาตรการป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีก ใช้บังคับทั่วประเทศ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาในเชิงป้องปราม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21444</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการสิทธิมนุษยชน, ซ้อมทหาร, ละเมิดสิทธิมนุษยชน, อังคณา นีละไพจิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181106/image_big_5be1429450322.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16258</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2018 15:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2018 15:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมวดเจี๊ยบ&#039;แฉวิธีนายทหารหากินกับพลทหาร  ทำรายได้ไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาทต่อเดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค.61 - ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การปฏิรูปกองทัพ มีหลายเรื่องที่รัฐบาลคสช. สามารถลงมือทำได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องรอให้มีการเลือกตั้ง รัฐบาลทหารย่อมรู้ปัญหาในกองทัพเป็นอย่างดี ขึ้นอยู่กับว่า รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จะมีความตั้งใจจริงที่จะแก้ปัญหาหรือไม่ มาตรการเร่งด่วนขณะนี้คือ การดูแลสวัสดิภาพกำลังพลและสร้างความมั่นใจต่อกระบวนการยุติธรรมให้ครอบครัวทหารเกณฑ์ที่ถูกซ้อมทรมาน ให้คนไทยทั้งประเทศรู้สึกมั่นใจว่าลูกหลานจะปลอดภัยเมื่อเป็นต้องมาใช้ชีวิตในค่ายทหาร ระบบซ้อมทรมานในค่ายทหารต้องหมดไป สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ชาวบ้านเรียกร้องให้ยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหารแล้วใช้ระบบสมัครใจแทน เพราะเห็นภาพข่าวการซ้อมทหารปางตาย นับ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย ในรอบ&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ปี ทั้งๆที่ อยู่ในการดูแลของกองทัพเพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นในค่ายทหาร แต่ไม่รู้ว่ามีอีกกี่สิบกี่ร้อยรายที่ถูกปิดข่าว การซ้อมทรมานนั้น ก็จัดเป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้ทหารเกณฑ์หลายคนใช้วิธีติดสินบนผู้บังคับกองพันเพื่อขอลากลับบ้าน โดยยอมเซ็นชื่อรับเบี้ยเลี้ยงแล้วยกเงินเดือนให้ผู้พันแทน ผู้พันที่หากินด้วยวิธีนี้ จะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แสนบาทง่ายๆ ทหารเกณฑ์ที่ไม่ยอมรับระบบการซ่อมทหาร ยอมไปเป็นทหารรับใช้ตามบ้านญาติโกโหติกาของผู้คับบัญชา ทั้ง ไม่เต็มใจ แต่กลัวเป็นแบบพลทหารคชา พะชะ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหล่านี้คือสาเหตุที่ชาวบ้านสนับสนุนให้ยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหารแล้วหันมารับผู้สมัครใจมากขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้คนส่วนใหญ่ก็ไม่เห็นด้วยที่กองทัพส่งกำลังพลไปทำงานผิดประเภท ดังนั้น กองทัพต้องเลิกใช้ทหารไปเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่หรือบังคับใช้ทหารเป็นทาสแรงงานเยี่ยงการค้ามนุษย์ และอย่านำกองทัพไปเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อสืบทอดอำนาจ เป็นต้น กลุ่ม&amp;nbsp;NGO&amp;nbsp;และสื่อบางแขนงเช่น ประชาไท ยังเสนอให้ตั้งผู้ตรวจการกองทัพที่ภาคประชาชนมีส่วนร่วม ซึ่งจะมีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจของกองทัพ เหมือนที่สวิตเซอร์แลนด์อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้ารัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ รู้ปัญหาเหล่านี้ แล้วไม่คิดจะแก้ไขทั้งที่มีอำนาจล้นมือ ก็ไม่ทราบว่าจะอยู่เป็นรัฐบาลไปทำไมให้เปลืองงบประมาณแผ่นดิน ทั้งยังทำให้ประเทศชาติเสียโอกาสในการพัฒนา ประเทศใดมีรัฐบาลที่ดีแต่นั่งงอมืองอเท้าไปวันๆ เช่นนี้ ยิ่งอยู่นาน บ้านเมืองก็จะยิ่งเสื่อมถอย&amp;rdquo;รท.หญิงสุณิสากล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16258</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพ, ซ้อมทหาร, ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง, หมวดเจี๊ยบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0e5e4936975.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16075</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2018 14:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2018 14:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;จี้ใช้มาตรา 44 เอาผิดนายทหารกรณีซ่อม&#039;พลทหารคชา&#039;ปางตาย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค.61 - นายศรีสุวรรณ จรรยา&amp;nbsp;เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกแถลงการณ์ สมาคมฯ&amp;nbsp;เรื่อง &amp;quot;ขอให้ใช้ ม.44 ตั้ง กก.อิสระสอบเอาผิดผู้บังคับบัญชากรณีพลทหารคชา&amp;quot; ระบุว่า&amp;nbsp;ตามที่ปรากฏในสื่อมวลชนเป็นการทั่วไปว่าพลทหารคชา อายุ 22 ปี ทหารเกณฑ์สังกัดบังคับกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ (ร.31 พัน 3 รอ.) จ.ลพบุรี ซึ่งญาติเปิดเผยว่า ถูกพลทหารรุ่นพี่ 3 คนซ่อมจนหมดสติและน็อกไป ซึ่งแพทย์ระบุว่า มีโอกาสรอดมีแค่ 30 เปอร์เซ็นต์ และให้ทำใจหากฟื้นมาอาจไม่เหมือนเดิม ซึ่งผู้บังคับบัญชาได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อดำเนินการทางวินัยและคดีอาญา โดยทางวินัยได้สั่งลงโทษพลทหารทั้ง 3 นายไปแล้ว รวมถึงนายสิบเวรที่กำกับดูแลกำกับพลทหารอยู่ด้วย ส่วนโทษทางอาญาที่เป็นคดีทำร้ายร่างกาย ได้พาครอบครัวไปดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.เมืองลพบุรีแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าว เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นภายในค่ายทหาร ซึ่งมีระเบียบวินัย กฎเกณฑ์การดูแลที่เข้มงวดอยู่แล้วตามพระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยทหาร พ.ศ.2476 ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดปกติ สะท้อนให้เห็นถึงความหย่อนยานในการควบคุมดูแลทหารภายในค่ายดังกล่าว จนนำมาสู่เหตุการณ์ที่ไม่ควรเกิดเยี่ยงนี้ขึ้น ซึ่งผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นจะปฏิเสธความรับผิดชอบ แล้วลงโทษแต่เฉพาะพลทหารทั้ง 3 นายที่ก่อเหตุเท่านั้น อาจไม่เพียงพอต่อการรักษาภาพลักษณ์ของกองทัพได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงใคร่ขอเรียกร้องไปยัง หน.คสช. และผู้บัญชาการกองทัพบก ได้โปรดใช้อำนาจ ตาม ม.44 ประกอบพระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยทหาร พ.ศ.2476 ในการลงโทษผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น ตั้งแต่ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 3 ผบ.กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ (ร.31 พัน 3 รอ.) ตามกฎหมายวินัยทหาร เพราะผู้บังคับบัญชามีหน้าที่จัดการระวังรักษาวินัยทหารที่ตนเป็นผู้บังคับบัญชาอยู่นั้นโดยต้องกวดขันอยู่อย่างสม่ำเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นในการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อดำเนินการทางวินัยและคดีอาญาต่อผู้บังคับบัญชาของพลทหารดังกล่าว ถ้าจะให้เกิดความโปร่งใสในการตรวจสอบ จำเป็นที่จะต้องมีกรรมการจากบุคคลภายนอก เช่น ตัวแทนจากกรรมการสิทธิมนุษยชน ตัวแทนจากผู้ตรวจการแผ่นดิน สภาทนายความ และอัยการ เข้าไปทำหน้าที่ด้วย โดยใช้อำนาจตาม ม.44 แต่งตั้งจึงจะชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในสถานการณ์ปัจจุบันภาพลักษณ์ของทหารได้ตกต่ำถึงขีดสุดตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน เพราะมีเหตุการณ์หลายเรื่องที่เกิดขึ้นในค่ายทหารและในกองทัพแต่ยังไม่สามารถคลี่คลายปัญหาให้ประชาชนได้รับรู้รับทราบได้ได้อย่างใส ทั้งกรณีของน้องเมย กรณีทหารละเมิดทางเพศเด็กชาย กรณีพลทหารรับใช้ กรณีการปล่อยทหารกลับบ้าน กรณีการประกอบเลี้ยงอาหารทหาร ฯลฯ ดังนั้นหากมีการ &amp;ldquo;ปฏิรูปทหาร&amp;rdquo; เปลี่ยนแนวคิดในการจัดการลงโทษทหารเสียใหม่ โดยอาจจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.ว่าด้วยวินัยทหาร 2476 ให้ทันต่อยุคสมัย ก็เชื่อว่าภาพลักษณ์ของทหารในสายตาประชาชนส่วนใหญ่ก็จะกลับมาดีเหมือนเดิม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16075</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซ้อมทหาร, นายศรีสุวรรณ จรรยา, พลทหารคชา, มาตรา44</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180607/image_big_5b18b637dbf7f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
