<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113464</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 12:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 12:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก้าวไกลอ้างเหตุตัดชื่อ&#039;ธรรมนัส&#039;ฟังเสียงส่วนใหญ่พรรคร่วมฝ่ายค้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค. 64 - ที่รัฐสภา นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน พร้อมพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151&amp;nbsp; ต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฏร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมพงษ์ กล่าวว่า พรรคฝ่ายค้าน ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล พรรคเสรีร่วมไทย พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อชาติ และพรรคพลังมวลชนไทย เห็นถึงความบกพร่องของรัฐบาลในปีที่ผ่านมา ทั้งการบริหารวัคซีน การจัดการสถานการแพร่ระบาดโควิด-19 และการบริหารเศรษฐกิจ พรรคฝ่ายค้านจึงมีความจำเป็นต้องยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ จำนวน 6 คน ได้แก่ 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม 2.นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข&amp;nbsp; 3.นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม 4.นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ 5.นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และ6.นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จึงขอให้ประธานสภาฯโปรตรวจสอบและบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม เพื่อเป็นเรื่องด่วนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน กล่าวว่า สภาจะรับไปตรวจสอบความถูกต้องและตรวจสอบเนื้อหาหากไม่ขัดข้อบังคับจะได้บรรจุเป็นเรื่องด่วนต่อไป ในทางปฏิบัติก็ต้องแจ้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อหารือถึงเวลาอันสมควร อย่างไรก็ตาม เมื่อบรรจุญัตติแล้ว ผลทางกฎหมายจะยุบสภาฯในช่วงเวลานี้ไม่ได้ และการอภิปรายตามรัฐธรรมนูญยังมีกระบวนการตามมาตรา 152 อภิปรายเพื่อขอคำชี้แจงและแนะนำ โดยไม่ลงมติ ซึ่งยังทำได้อีกครั้งหนึ่งในรอบปีนี้ ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจทำได้เพียงปีละหนึ่งครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้พรรคก้าวไกลยื่นขออภิปราย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ด้วย แต่เหตุใดจึงถูกตัดชื่อออก นายพิธา กล่าวว่า แต่ละพรรคมีรายชื่อบุคคลไม่น่าไว้วางใจของตัวเอง แต่ที่สุดต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่ให้โฟกัส 6 คน และมีความจำเป็นต้องพูดคุยกัน และรักษาบรรยากาศของการทำงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113464</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซักฟอก, ญัตติ, ฝ่ายค้าน, พิธา, ร.อ.ธรรมนัส, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210816/image_big_6119e6e291a27.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91898</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2021 17:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2021 17:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถก 3 ฝ่ายไร้ข้อสรุป ศึกซักฟอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.พ.64 - ที่รัฐสภา นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานประชุมคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาลกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน อาทิ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และประธานวิปฝ่ายค้าน การประชุมครั้งนี้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ร่วมหารือด้วย เพื่อพิจารณากรอบวันและเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ใช้เวลาประชุมกว่า 3 ชั่วโมง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวภายหลังการประชุมว่า ยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องจำนวนวันในการอภิปราย เพราะยังตกลงกันไม่ได้ ฝ่ายค้านขอเวลาการอภิปรายมา 45 ชั่วโมง แต่ฝ่ายรัฐบาลเห็นว่ามากเกินไป หากให้ 45ชั่วโมง จะทำให้รัฐมนตรีมีเวลาชี้แจงน้อย โดยให้เต็มที่ได้แค่ 30-35 ชั่วโมง ดังนั้นจึงนัดหารือใหม่อีกครั้งในวันที่ 5ก.พ. เวลา 14.00น. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะตัวแทนครม.จะร่วมหารือ และให้คำตอบถึงจำนวนเวลาของฝ่ายครม. ทั้งนี้คงไม่มีการประชุมลับ หากมีการพูดถึงสถาบัน จะเป็นการประชุมเปิดเผย หากใครพูดอะไรต้องรับผิดชอบกันเอง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านขอเวลา 45 ชั่วโมง แต่ฝ่ายรัฐบาลต่อรองเหลือ 30ชั่วโมง เป็นเวลาที่ให้ไม่ได้ สมัยที่อภิปรายรอบที่แล้ว มีรัฐมนตรี 6คน ใช้เวลา 37ชั่วโมง แต่ครั้งนี้มีรัฐมนตรี 10 คน ความจำเป็นการใช้เวลาต้องมากขึ้น เวลา 45 ชั่วโมงไม่ได้มากเกินไป และยังเปิดโอกาสให้รัฐมนตรีชี้แจงได้เต็มที่ เมื่อตกลงกันไม่ได้ ต้องหารือใหม่อีกรอบในวันที่ 5ก.พ. ฝ่ายค้านกำหนดประเด็นอภิปรายและตัวผู้อภิปรายไว้หมดแล้ว เวลา 45ชั่วโมงจึงไม่มากเกินไป เต็มที่อภิปรายได้ถึงวันที่ 20 ก.พ.และโหวตลงมติในวันที่ 21 ก.พ.ก็ทำได้ รัฐบาลอย่ากลัว ต้องใจกว้าง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิจารณ์ เชาวพัฒน์วงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า มีข้อห่วงใยจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ระบุเรื่องสไลด์และภาพที่จะใช้ในการอภิปรายที่ปกติแล้วไม่จำเป็นต้องให้ตรวจสอบ เพื่อป้องกันการเปิดเผยการบ้านให้รัฐมนตรีรู้ แต่เนื่องจากญัตติอภิปรายในครั้งนี้ มีการกล่าวหาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เกี่ยวกับพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับสถาบัน จึงขอปรึกษามีแนวทางใด พรรคก้าวไกลยืนยันว่า จะอภิปรายอย่างระมัดระวัง ไม่มีภาพไม่เหมาะสม แต่ทราบว่า นายวิรัชจะหยิบยกเรื่องนี้มาหารือในที่ประชุมสภา เพื่อขอมติยกเว้นข้อบังคับการประชุม ให้มีการตรวจสอบภาพและสไลด์ของฝ่ายค้านก่อนการอภิปราย เป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรม ไม่เหมาะสม ผิดประเพณีการอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างรุนแรง โดยใช้ข้ออ้างเรื่องญัตติที่เกี่ยวกับสถาบันมาเล่นเกมในสภา ขอให้จับตาดูเรื่องนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความกังวลต่อกรณีที่บางฝ่ายอาจนำญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่มีเนื้อหาพาดพิงไปยังสถาบัน ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ไม่รู้ว่า ถ้าจะมีผู้ไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ จะยื่นเพื่อขอให้ตีความ วินิจฉัยเกี่ยวกับความผิดตามรัฐธรรมนูญมาตราไหน เมื่อดูจากญัตติที่พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นให้ประธานสภาฯ ก็เป็นการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ได้เป็นญัตติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่วนการอภิปราย ที่มีความห่วงใย หากฝ่ายค้าน อภิปรายพาดพิงไปถึงสถาบัน จะทำให้มีการขอประชุมลับนั้น ตามข้อบังคับ อาศัยเสียงสมาชิก1ใน4 ประชุมลับก็ทำได้ แต่ทั้งนี้ต้องเข้าเงื่อนไขว่า ผู้อภิปรายนั้น ดูหมิ่น หมิ่นประมาท หรือ อาฆาตมาดร้าย ตนมั่นใจว่า ส.ส.ฝ่ายค้าน จะอภิปรายอยู่ในเนื้อหา ตามญัตติที่ได้ยื่นไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91898</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซักฟอก, ญัตติ, ฝ่ายค้าน, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210203/image_big_601a7d870203b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91298</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2021 17:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2021 17:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สิระ&#039; ขอบคุณฝ่ายค้านยอมถอย แก้ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจกระทบสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ม.ค.64 - ที่รัฐสภา นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวภายหลังร่วมประชุมวิปฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ว่า&amp;nbsp;นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานในที่ประชุม โดยได้มีหารือกันถึงความไม่สบายใจของหลายฝ่ายเกี่ยวกับญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่ยื่นมาก่อนหน้านี้ และมีข้อความ &amp;quot;ไม่ยึดมั่นและศรัทธาในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทำลายและเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย ทำลายความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชน นำสถาบันเป็นข้ออ้างเพื่อแบ่งแยกประชาชน แอบอ้างสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นเกราะปิดบังความผิดพลาดล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดินของตนเอง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในที่ประชุม ประธานสภาฯระบุว่าไม่ได้เป็นการบังคับ เพราะถึงแม้ว่าฝ่ายค้านจะไม่แก้ไขก็บรรจุญัตติตามขั้นตอนอยู่แล้ว แต่ทางนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้าน ขอรับไปแก้ไขญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสิระ กล่าวต่อว่า ในส่วนของข้อมูลในการอภิปรายเปิดกว้างให้สามารถอภิปรายได้ แต่ขอให้อย่ามีข้อความที่เกี่ยวข้องกับสถาบันมาอ้างถึงในญัตติ เพราะมีความไม่เหมาะสม โดยส่วนว่าจะแก้ไขอย่างไรนั้น ถือเป็นดุลยพินิจของทางฝ่ายค้านที่จะไปแก้ไข ซึ่งในที่ประชุมก็มีตัวแทนของพรรคก้าวไกลรับทราบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมขอขอบคุณฝ่ายค้านที่ยอมแก้ไขญัตติ และขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้ความร่วมมือ เพื่อทำให้ประชาชนและสังคมสบายใจกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้&amp;quot;นายสิระ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91298</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซักฟอก, ญัตติ, ฝ่ายค้าน, สิระ เจนจาคะ, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210128/image_big_601288760e66a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78321</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 09:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 09:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039;ไม่รู้ตั้งกรรมการศึกษา6ญัตติแก้รัฐธรรมนูญก่อนโหวตสมัยหน้า!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.2563 - นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา กล่าวถึงการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อพิจารณาญัตติร่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ญัตติ ว่าได้ตกลงกรอบเวลาทั้ง 3 ฝ่ายเท่าๆ กัน ส่วนการลงมติจะลงทีละญัตติคราวเดียวกันทั้ง 6 ญัตติ &amp;nbsp;ซึ่งอาจต้องใช้เวลาพอสมควร ส่วนตัวจะขอให้สมาชิกกระชับในการลงมติ ส่วนที่ ส.ว.เสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาก่อนแล้วค่อยลงมติในการประชุมสมัยหน้านั้น ขึ้นอยู่กับมติในที่ประชุม แต่ส่วนตัวยังไม่ทราบประเด็นดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงการรับมือการชุมนุมที่จะมาบริเวณรัฐสภา ในวันที่ 24 ก.ย.นี้ นายชวน กล่าวว่า ไม่เป็นไร ส่วนใหญ่เข้าใจในระบอบประชาธิปไตย คาดว่าคงไม่มีการก่อเหตุรุนแรง แต่ต้องเฝ้าระวัง ซึ่งเจ้าหน้าที่มีเครื่องมือในการบันทึกภาพ เนื่องจากอาจจะไม่มีปัญหาในวันนี้ แต่ในอนาคตข้างหน้าอาจมีการหยิบยกประเด็นขึ้นมาเป็นปัญหา เช่นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ากรณีที่ ส.ส.มาร่วมชุมนุมกับกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ นายชวน กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการร้องเรียนให้ตรวจสอบในเรื่องจริยธรรม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78321</URL_LINK>
                <HASHTAG>6 ญัตติ, ญัตติ, นายชวน หลีกภัย, ประธานรัฐสภา, รัฐสภา, ร่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200923/image_big_5f6aae2a6e0fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76905</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 11:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 11:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประเดิมโหนเด็ก!อนุดิษฐ์ชู3นิ้วก่อนอภิปรายบี้นายกฯลาออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาเป็นประธานเพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเรื่องวิกฤตทางเศรษฐกิจและวิกฤตทางการเมือง โดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมเข้าร่วมประชุมพร้อมกับรัฐมนตรี อาทิ &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายก, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, นายสันติ พร้อมพัฒน์​ รมช.การคลัง, นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม, นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ และนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.​พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำเสนอญัตติ อภิปรายต่อที่ประชุมถึงวิกฤตทางการเมืองซึ่งมีเยาวชนและนักเคลื่อนไหวช่วงที่ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ และเชื่อว่าจะได้รับการขนานนามว่าเป็นนายกฯ ที่ทำให้มีม็อบก่อตัวมากที่สุด ทั้งนี้ขอให้ยกเลิกหมาจับเยาวชนนักเคลื่อนไหวทั่วประเทศ รวมถึงยุติการคุกคามการเคลื่อนไหว การปิดกั้นการแสดงความเห็น เปลี่ยนเป็นการคุ้มครองและรับฟัง อย่างไรก็ตาม ปัญหาในประเทศที่เกิดขึ้นสร้างความกังวลทั้งด้านเศรษฐกิจรัฐบาลกู้ยืมเงินจำนวนมาก เป็นความเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะล้มละลาย และความสูญเสียศักยภาพทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลพลเรือนวางแผนไว้นั้นหายไปเพราะการยึดอำนาจ และทำให้ประเทศไทยตกอยู่ในภาวะลำบาก นอกจากนั้นปัญหาด้านเศรษฐกิจมีผลสืบเนื่องจากการไม่เคารพสิทธิพื้นฐานประชาชน และเสรีภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขีดความสามารถของประเทศด้านการลงทุน ต่อความต้องการของโลก อยู่ที่การจัดสรรเงินและการลงทุนภาครัฐ รัฐบาลต้องคำนึงถึง และคำนึงถึงการบริหารงานที่เน้นเป้าหมายนำกระบวนการ ซึ่งต่างจากผู้นำของทหารที่ใช้กระบวนการนำเป้าหมาย โดยมีตัวอย่างคือ การระบาดโควิด-19 นายกฯใช้กระบวนการส่วนตัวคือ กู้ และกู้ &amp;nbsp;วันนี้หากกำหนดยุทธศาสตร์ต้องมีเป้าหมาชัดเจน หากอะไรที่ไม่ตอบสนองยุทธศาสตร์ต้องยกเลิก เช่น ซีพีทีพีพี เป็นต้น ทั้งนี้ผมมองว่ายุทธศาสตร์ที่ไม่ตอบโจทย์ทำให้เกิดปัญหาด้านการจัดงบประมาณเพื่อแก้ปัญหา ดังนั้นผมมีข้อเสนอแนะ คือ ลดรายจ่ายประจำ ลดจำนวนข้าราชการประจำที่เกินความเหมาะสม เพื่อนำเงินไปลงทุนสิ่งที่มีคุณภาพ กำหนดเป้าหมายประเทศสร้างฐานการผลิตใหม่ตอบสนองความต้องการของโลกตามศักยภาพของประเทศ ต้องเปลี่ยนวิธีงบประมาณ โดยกำหนดเป้าหมาย นำกระบวนการ และเรื่องสำคัญสุดท้ายคือ เคารพสิทธิเสรีภาพและอำนาจของประชาชน เพราะหากประเทศเป็นประชาธิปไตย นักลงทุนจะให้ความเชื่อมั่น &amp;rdquo; น.อ.อนุดิษฐ์ อภิปราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวด้วยว่า การบริหารประเทศของรัฐบาลทำให้ประเทศจมกองหนี้ คนส่วนใหญ่เดือดร้อน มีปัญหาเศรษฐกิจ โดยหลายปัญหาเกินเยียวยา ตนมีข้อเสนอสุดท้ายต่อรัฐบาลถึงนายกฯ ว่า หากต้องการช่วยเหลือประเทศไทยอย่างแท้จริง คือ การลาออก ตามเสียงเรียกร้องของคนไทยทั้งประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในการอภิปรายช่วงหนึ่ง น.อ.อนุดิษฐ์ ขออนุญาตต่อที่ประชุมเพื่อชู 3 นิ้วกลางที่ประชุมให้คำมั่นสัญญาและปฏิญาณตนต่อหน้าคนไทยทั้งประเทศ ว่า ขอคืนอำนาจอธิปไตยให้ประชาชน ใช้รัฐสภาแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อหาทางออกประเทศ ตามข้อเรียกร้องของประชาชน พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่รัฐ ยุติความรุนแรง หยุดคุกคาม และหยุดหมายเรียก รวมถึงต้องยุติรัฐธรรมนูญเผด็จการ โดยตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) คืนอำนาจให้ประชาชน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76905</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญัตติ, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, มาตรา 152, รัฐธรรมนูญ, ส.ส.กทม., ​พรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f58555b00a3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76884</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 09:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 09:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประธานชวน&#039;มั่นใจคุมประเด็นอภิปรายตามกรอบเวลาได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่กำลังจะพิจารณาญัตติเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อ ครม. ว่า เป็นการสอบถามให้คำแนะนำตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ซึ่งไม่ใช่การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่เป็นกระบวนการการตรวจสอบที่ไม่ลงมติ เป็นการสอบถามปัญหาและให้คำแนะนำกับรัฐบาล โดยผู้เสนอญัตติมีเวลาอภิปราย 10 ชั่วโมง รัฐบาลมีเวลา 5 ชั่วโมง คาดว่าเสร็จภายในเที่ยงคืนของวันนี้ ซึ่งประเด็นที่อภิปรายในครั้งนี้ เป็นประเด็นกว้างๆ แต่จะยึดประเด็นเศรษฐกิจเป็นสำคัญและสถานการณ์ทั่วไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ส่วนที่ฝ่ายค้านบางคนเตรียมอภิปรายคุณสมบัติของรัฐมนตรีนั้นสามารถทำได้หรือไม่ นายชวน กล่าวว่า หากเป็นเรื่องคุณสมบัติ อาจจะเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจมากกว่า แต่สุดท้ายต้องดูที่เนื้อหาว่าพูดอย่างไร
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76884</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, ญัตติ, ประธานสภาผู้แทนราษฎร, อภิปรายทั่วไป, ไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f58381ca68b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74890</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2020 10:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2020 10:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประธานสภา&#039;ให้ฝ่ายกฎหมายส่องการยื่นแก้ไขหมวด1-2ทำได้หรือไม่!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.2563 - &amp;nbsp;นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการบรรจุญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคฝ่ายค้าน &amp;nbsp;ว่าตามระเบียบข้อบังคับการประชุมหากมีผู้ยื่นมาแล้วก็ให้บรรจุภายใน 15 วันโดยนับหนึ่งจากวันที่ยื่นญัตติ คือวันที่ 17 ส.ค. ซึ่งเชื่อว่าภายในสัปดาห์นี้เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความถูกต้องเสร็จสิ้นเรียบร้อย ดังนั้นจึงไม่ต้องรอญัตติของพรรคการเมืองอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการบรรจุญัตติจะต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับที่รัฐธรรมนูญกำหนดหรือไม่นั้น นายชวน กล่าวว่า สภามีหน้าที่ตรวจสอบเงื่อนไขตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดเท่านั้นว่ามีอะไรบ้าง เช่น จำนวนผู้เข้าชื่อเสนอญัตติ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าหากมีการยื่นแก้ไขในหมวด 1 หมวด 2 จะสามารถแก้ไขได้หรือไม่ นายชวน กล่าวว่า ฝ่ายกฎหมายจะเป็นผู้ตรวจสอบความถูกต้องว่าเป็นไปตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญหรือไม่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74890</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, ญัตติ, ประธานสภาผู้แทนราษฎร, พรรคฝ่ายค้าน, แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200819/image_big_5f3c9878c18fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
