<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91234</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โยนชวนชี้ญัตติซักฟอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประธานชวน&amp;rdquo; ไม่ขอวิจารณ์ญัตติฝ่ายค้าน อ้างต้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบก่อนจึงตัดสินได้ โดยเฉพาะประเด็นแก้ไขญัตติ &amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; รับเป็นครั้งแรกที่พาดพิงโดยตรงไม่เฉี่ยว เตือนผู้อภิปรายและผู้ตอบระมัดระวัง สิระถามยังจงรักภักดีอยู่ไหม &amp;ldquo;เพื่อไทย&amp;rdquo; ลั่นไม่กังวล ชี้พุ่งเป้าที่ &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ไม่ใช่สถาบัน &amp;ldquo;ก้าวไกล&amp;rdquo; ออกตัวไม่ได้รับงาน &amp;ldquo;ก้าวหน้า&amp;rdquo; แต่ทำในฐานะประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธที่ 27 ม.ค. ยังคงมีความต่อเนื่องจากญัตติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลของพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยเฉพาะกรณีนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp; (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) เรียกร้องให้แก้ไขญัตติเนื่องจากมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับสถาบัน โดยนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรให้สัมภาษณ์ว่า ต้องรอรายงานจากฝ่ายผู้ตรวจสอบรายละเอียดญัตติก่อน จึงยังไม่สามารถให้ความเห็นอะไรได้ในตอนนี้ ทั้งนี้ คาดว่าเจ้าหน้าที่จะส่งเรื่องมาให้ภายใน 1-2 วันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าตามหลักการสามารถเสนอญัตติที่เกี่ยวกับสถาบันได้หรือไม่ นายชวนย้ำว่า ยังไม่อยากวิจารณ์อะไร ขอให้รอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและส่งเรื่องมาก่อนจึงให้ความเห็นได้ เมื่อถามย้ำว่าในอดีตเคยมีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจและเชื่อมโยงไปถึงสถาบันหรือไม่ นายชวนกล่าวว่า ตามข้อบังคับมีเวลาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำหนดไว้ว่าสามารถอภิปรายอะไรได้บ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่ผ่านมาก็มีการห้ามพูดถึงเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณตนของนายกฯ และคณะรัฐมนตรี นายชวนกล่าวว่า เป็นคนละเรื่องกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามย้ำว่า นายวิรัชจะประสานมาเพื่อให้แก้ไขญัตติ นายชวนกล่าวว่า ตอนนี้เรื่องยังมาไม่ถึง ถ้าเรื่องมาถึงแล้วจะพิจารณาและประสานไปอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า ต้องหารือกันอีกครั้งหรือไม่ เพราะวิปรัฐบาลระบุว่าหากปล่อยญัตตินี้ออกไปอาจประท้วงตั้งแต่เริ่มต้น นายชวนกล่าวว่า ต้องรอเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบญัตติส่งรายละเอียดมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากต้องแก้ไขญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ต้องยื่นญัตติใหม่ภายในเวลาเท่าไหร่จึงจะบรรจุเข้าสู่การพิจารณาสมัยนี้ได้ทัน นายชวนกล่าวว่า ถือว่ายื่นมาเรียบร้อยแล้วตามขั้นตอน หากจะแก้ไขก็จะประสานไปอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวผ่านพอดแคสต์ เพจเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้า ถึงสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันว่า เรื่องการเมืองเป็นเรื่องของฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งเราจำเป็นต้องร่วมมือกัน ว่าทำอย่างไรจะทำให้ประเทศชาติของเราปลอดภัย ประชาชนมีความสุข มีทางออกให้กับประเทศของเรา วันนี้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนมีอยู่มาก และทุกปัญหาเราต้องแก้ไข รัฐบาลพยายามอย่างยิ่งยวดภายใต้กฎหมายและกระบวนการต่างๆ ที่มีอยู่ รวมทั้งกฎระเบียบ ในส่วนของการปฏิบัติ ก็ขอร้องให้ทุกคนเคารพกฎหมาย เคารพกระบวนการยุติธรรมที่โปร่งใสและเป็นธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมยืนยันหลักการและเจตนารมณ์ของผม ว่าผมไม่ใช่ศัตรูของใครทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าพวกเราทุกคนจะรักและสามัคคีกัน นำพาประเทศชาติของเราไปสู่ความก้าวหน้า สู่ความหวังในสิ่งที่เป็นอนาคตที่ดีกว่าวันนี้&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในประเด็นนี้ว่า ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจกล่าวหานายกฯ และรัฐมนตรีรวม 10 คน ข้อหาแตกต่างกันไป บางเรื่องก็ซ้ำซ้อนกัน แต่ถือเป็นญัตติ เนื้อหาจริงๆ ต้องไปว่ากันที่ตอนอภิปราย การดูแค่ญัตติอย่างเดียวไม่เพียงพอ คนที่เตรียมตัวไม่สามารถเตรียมได้ครบถ้วน เพราะไม่รู้เนื้อหาการอภิปรายทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ญัตติมีการกล่าวอ้างถึงสถาบัน นายวิษณุ กล่าวว่า อยู่ในส่วนคำกล่าวหานายกฯ 3 ประเด็นคือ ใช้สถาบันแบ่งแยกประชาชน ใช้อ้างอิงเพื่อนำมาปกปิดการกระทำที่บกพร่องของรัฐบาล และกล่าวหาว่านำสถาบันไปหาประโยชน์ ซึ่งยังไม่รู้ว่าคืออะไร อาจเกี่ยวกับการตั้งข้อหามาตรา 112 เป็นเรื่องที่นายกฯ ต้องเตรียมตัว คงอธิบายอะไรไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าคืออะไร
ชี้พาดพิงโดยตรงครั้งแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าที่ผ่านมาคือมีการตั้งญัตติเกี่ยวกับสถาบันบ้างหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เคยมีแบบเฉี่ยวไปเฉี่ยวมา แต่ตรงๆ เช่นนี้ไม่มี แต่เมื่อถึงเวลาในสภา ใครที่จะอภิปรายหรือแม้แต่ผู้ที่จะตอบต้องระมัดระวัง ไม่ได้แปลว่าพูดไม่ได้ แต่หมายถึงต้องระมัดระวัง ไม่เช่นนั้นจะเจอข้อบังคับการประชุมสภา จนมีการประท้วงและคัดค้านได้ ซึ่งการอภิปรายเรื่องสถาบัน เส้นแบ่งมันมีอยู่แล้ว คนที่อยู่ในสภาชำนาญการอยู่แล้ว คงต้องระวัง โดยประธานสภาฯ คงต้องควบคุมในส่วนนี้ ย้ำว่าไม่ได้หมายความว่าพูดไม่ได้ พูดได้แต่พูดให้เป็นเรื่องของรัฐมนตรี อย่าไปพูดให้เป็นเรื่องของสถาบัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะต้องประชุมลับหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า อยู่ที่เนื้อหา อย่าตั้งหลักว่าจะประชุมลับ ถ้าเป็นเช่นนั้นผิด แต่เมื่อถึงเวลาพูดกันจะได้รู้ ถ้ามีการกล่าวหาขึ้นมาแล้วรัฐบาลจำเป็นต้องตอบเพื่อให้ชัดเจน แต่ถ้าการตอบไม่สมควรเปิดเผยต่อสาธารณะ สามารถขอให้ประชุมลับได้เฉพาะเรื่องนั้น ซึ่งการอภิปรายโดยไม่ลงมติครั้งที่ผ่านมาก็เคยมีเนื้อหาที่เฉี่ยวไปเฉี่ยวมา ซึ่งประธานสภาสามารถควบคุมได้ดี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า ส.ส.ที่อภิปรายมีเอกสิทธิ์คุ้มครองใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า การพูดในสภา ผู้ใดจะนำไปกล่าวหาฟ้องร้องในทางใดๆ ไม่ได้ แต่ถ้าถ่ายทอดสดไปสู่บุคคลภายนอก จะไม่มีเอกสิทธิ์ตรงนี้ ที่ผ่านมามีการฟ้องร้องกันหลายคดี&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีใครมาปรึกษาหรือให้ช่วยเป็นติวเตอร์ให้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่มีๆ จะมาหาทำไม แต่ละคนก็ชำนาญการทั้งนั้น รัฐมนตรีแต่ละคนชำนาญเวทีอยู่แล้ว ส่วนนายกฯ ได้เจอกันในที่ประชุม ครม. ซึ่งนายกฯ บอกว่าได้ให้ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี (พีม็อก) ทำการบ้านในเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจอยู่ ก็รับทราบตามนั้น และไม่จำเป็นว่าจะต้องไปประจำการเพื่อคอยช่วยชี้แจง แต่ต้องเข้าใจว่าบางเรื่องที่ถูกอภิปราย ไปเกี่ยวพันกับคนอื่น นายกฯ ถูกอภิปรายใน 2 ฐานะ คือในฐานะนายกฯ และในฐานะ รมว.กลาโหม ซึ่งในฐานะ รมว.กลาโหมนั้น กห.ต้องเตรียมข้อมูลให้นายกฯ เอง แต่ในฐานะนายกฯ นายกฯ ต้องรับผิดชอบ เพราะเป็นหัวหน้ารัฐบาล และเป็นผู้ที่ดูแลกระทรวงทั้ง 20 กระทรวง เพราะฉะนั้น 20 กระทรวงจะต้องเตรียมข้อมูลให้นายกฯ เพราะกระทรวงใดก็ตามไปทำอะไร นายกฯ อาจถูกอภิปรายและถูกพาดพิงได้หมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยกตัวอย่างข้อกล่าวหาของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่ไปแต่งตั้งใครมาเป็นอะไร ข้อหานี้ไปโดนที่ ร.อ.ธรรมนัส แต่เอาเข้าจริงอาจโดนนายกฯ ก็ได้ แต่นายกฯ จะตอบได้อย่างไร นายกฯ ตอบได้แค่ว่าไม่ใช่คู่สมรสของตนเอง ทำไมตั้งไม่ได้ แต่ถ้าไปอภิปราย ร.อ.ธรรมนัสประเด็นนี้ ร.อ.ธรรมนัสก็บอกได้ว่าแม้เป็นคู่สมรสตนเองก็จริง แต่ไม่ได้เป็นคนตั้ง นี่คือตัวอย่างว่าเกี่ยวพันกับใครก็ต้องลุกขึ้นตอบเอง สำหรับนายกฯ มีสิทธิตามข้อบังคับให้คนอื่นตอบได้&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ได้เตรียมตัวชี้แจงข้อกฎหมายให้บ้างหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ยังมองไม่เห็นว่ามีอะไรที่เกี่ยวกับตนเอง ส่วนใหญ่ไม่ใช่ข้อกฎหมาย แต่เป็นข้อเท็จจริง ส่วนจะมีประเด็นอะไรที่สุ่มเสี่ยงจะขัดต่อรัฐธรรมนูญตามที่ฝ่ายค้านยื่นญัตติหรือไม่นั้น ยังไม่เห็น และถ้าเห็นจะไปบอกพวกคุณทำไม เดี๋ยวพวกคุณก็ไปบอกฝ่ายค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ กล่าวว่าประชาชนจำนวนมากรู้สึกอึดอัดและไม่พอใจที่พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ และรัฐมนตรีในเรื่องที่ไม่มีมูลความจริง แต่สิ่งที่ความรู้สึกวิตกกังวลและอึดอัดใจมากที่สุด คือการที่พรรคฝ่ายค้านได้เขียนญัตติในประเด็นที่เชื่อมโยงกับสถาบัน ทั้งที่ประชาชนในประเทศไทยทราบดีว่า พล.อ.ประยุทธ์มีความจงรักภักดีปกป้องสถาบันมาโดยตลอด
ข้องใจจงรักภักดีหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มีประชาชนฝากถึงฝ่ายค้านต้องการให้ฝ่ายค้านถอนญัตติออกเสีย และยื่นเข้ามาใหม่ให้มีเนื้อหาที่เป็นข้อเท็จจริง และอย่าได้เอาสถาบันมาเกี่ยวข้องเด็ดขาด เพราะในการอภิปรายอาจมี ส.ส.พรรคฝ่ายบางคนที่รับงานมาจากคนที่คิดล้มล้างสถาบัน อภิปรายพาดพิงเอาเรื่องสถาบันมาโจมตี จาบจ้วง ก้าวล่วง ทำให้เกิดความเสียหาย ดังนั้นประชาชนที่ปกป้องสถาบันอาจออกมาชุมนุมหน้าสภาประท้วงฝ่ายค้านขึ้นมาอีก ฝ่ายค้านควรฟังเสียงสะท้อนของประชาชน ควรทบทวนญัตติดังกล่าว&amp;rdquo; นายสุภรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์ยังกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมว่า ทีมงานของกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ จะจัดตั้งทีมงานวอร์รูมนอกสภาประมาณ 15 คน มีทั้งอดีตรัฐมนตรีและอดีต ส.ส. ตลอดจนมือกฎหมายอาชีพ คาดว่าจะเชิญทั้ง 15 คนมาร่วมประชุมปรึกษาหารือร่วมกันเพื่อเตรียมความพร้อมภายในสัปดาห์หน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรค พปชร. กล่าวเช่นกันว่า ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ สมควรหรือไม่ที่ฝ่ายค้านนำเรื่องสถาบันมาเกี่ยวข้อง เพราะถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ตั้งแต่มีสภา อยากถามว่า ส.ส.ที่ลงชื่อครั้งนี้ยังมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์หรือไม่ ประชาชนรับได้หรือไม่กับญัตติดังกล่าว เพราะญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี ไม่ใช่ญัตติไม่ไว้วางใจสถาบัน เรื่องนี้ฝ่ายค้านมีเจตนาแอบแฝงหรือไม่ หากยืนยันว่าจะไม่แก้ญัตติ จะประท้วงจนไม่ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจทั้ง 4 วัน
&amp;ldquo;การแก้ไขญัตติไม่มีความเสียหาย และการอภิปรายก็ยังเกิดขึ้นได้ แต่หากฝ่ายค้านมีหลักฐานเรื่องการทุจริตชัดเจน ผมพร้อมยกมือไม่ไว้วางใจ ไม่เว้นแม้แต่รัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ&amp;rdquo;นายสิระกล่าว&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะเลขาธิการพรรคยืนยันว่า มั่นใจว่าญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ยื่นไปถูกต้องตามข้อบังคับการประชุม ส่วนประเด็นที่รัฐบาลไม่สบายใจว่าญัตติที่ยื่นไปเกี่ยวโยงกับสถาบันนั้น ถ้าดูญัตติให้ดีเรื่องนี้เป็นประเด็นที่กล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ใช่การพาดพิงสถาบันแต่อย่างใด ข้อบังคับการประชุมก็มีอยู่ว่า ห้ามพูดถึงสถาบันโดยไม่จำเป็น ฝ่ายค้านทราบดี และได้หารือกัน ขอให้ระวังการพูดตามข้อบังคับการประชุมให้ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จะแก้ไขญัตติหรือไม่ ขึ้นอยู่กับนายชวนจะพิจารณาว่าญัตติมีความถูกต้องหรือไม่ ถ้าเรื่องนี้ยังไม่บรรจุญัตติเข้าสู่วาระการประชุม จะอยู่ในอำนาจการพิจารณาของนายชวน แต่ถ้าบรรจุเข้าวาระประชุมไปแล้ว การจะแก้ไขต้องเป็นความเห็นของที่ประชุมสภา เรื่องนี้ฝ่ายค้านไม่หนักใจ&amp;rdquo; นายประเสริฐกล่าว
ก.ก.ลั่นไม่ได้รับงานก้าวหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวว่า พรรคมีความเห็น 3 ข้อ 1.ยืนยันว่าพฤติการณ์ของรัฐบาลที่ถูกกล่าวในญัตติการอภิปรายนั้น เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ไม่ใช่การอภิปรายสถาบัน หรืออภิปรายส่งผลเสียหายแก่สถาบัน 2.ยืนยันว่าการเสนอญัตติไม่มีเนื้อหาใดที่ขัดต่อข้อบังคับการประชุมรัฐสภา หากประธานสภาฯ เห็นว่าฝ่ายค้านต้องแก้ไขถ้อยคำในญัตติ ก็ต้องอธิบายให้ชัดว่าข้อความในญัตติดังกล่าวขัดต่อระเบียบข้อบังคับตรงไหน ซึ่งเรายังเชื่อว่าประธานสภาฯ ยังมีความเป็นกลางและยึดมั่นในข้อบังคับอยู่แล้ว และ 3.พรรคจะทำหน้าที่อภิปรายรัฐบาลอย่างดีที่สุด ทำหน้าที่อย่างมีวุฒิภาวะ โดยประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;รัฐบาลควรหยุดนำเรื่องสถาบันมาใช้โจมตีพรรคร่วมฝ่ายค้านได้แล้ว เพราะเป็นพฤติกรรมของรัฐบาลที่เป็นปัญหามาโดยตลอด และไม่ได้กังวล แต่ขอรัฐบาลอย่าใช้เรื่องนี้มาตีรวนในสภา ขอให้ฟังเนื้อหาการอภิปรายให้จบ แล้วจะเข้าใจว่าเราอภิปรายรัฐบาล ไม่ได้อภิปรายสถาบัน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการถูกตั้งข้อสังเกตว่าสอดรับกับการเคลื่อนไหวในเรื่องสถาบันของคณะก้าวหน้านั้น นายชัยธวัชกล่าวว่า เรื่องนี้เราเตรียมการมาสักพักหนึ่งแล้ว ไม่ได้เกี่ยวกับคณะก้าวหน้า เพราะเราให้ความเห็น วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลในฐานะประชาชนคนหนึ่ง และปัญหาของรัฐบาลที่ใช้ประเด็นสถาบันในทางการเมือง มีการดำเนินการมานานแล้ว ซึ่งเป็นพฤติการณ์ของรัฐบาลไม่ได้เกี่ยวข้องกับคณะก้าวหน้าหรือประชาชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยกล่าวเรื่องนี้ว่า การเขียนญัตติต้องไปถามผู้นำฝ่ายค้าน เพราะได้รวบรวมข้อมูลจากทุกพรรคมาเขียนญัตติ แต่ในส่วนของพรรคไม่มีเรื่องสถาบันมาเกี่ยวข้อง โดยญัตติที่ยื่นไปแล้วไม่ควรและไม่จำเป็นที่ต้องแก้ไข ขอให้รอดูตอนอภิปราย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91234</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญัตติฝ่ายค้าน, ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ, ญัตติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล, สภาผู้แทนราษฎร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210127/image_big_601177fe297c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77448</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟเขียว4ญัตติฝ่ายค้านไม่ซ้ำซ้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ชวน-วิษณุ&amp;quot; ชี้ 4 ญัตติฝ่ายค้านเป็นคนละหลักการกับญัตติก่อนหน้านี้ ลงชื่อไม่ซ้ำซ้อน&amp;nbsp; &amp;quot;ก้าวไกล&amp;quot; ซัด &amp;quot;ไพบูลย์&amp;quot; ถ่วงความเจริญ &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; ยันเป็นทางออกเพื่อแก้วิกฤติประเทศ เตือนอย่าขวาง จี้ ส.ว.คืนอำนาจให้ประชาชน ถึงเวลา &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; ต้องลาออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา วันที่ 14 กันยายน นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐและ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ผ่านนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยนายไพบูลย์กล่าวว่า ขอคัดค้านร่างบรรจุแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทั้ง 4&amp;nbsp; ฉบับของฝ่ายค้าน เพราะมีปัญหาไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เนื่องจากในร่างดังกล่าวมีรายชื่อ ส.ส.ซ้ำซ้อนกับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 256 เพื่อเปิดทางตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอต่อประธานรัฐสภาเมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งประธานรัฐสภาได้สั่งให้บรรจุในระเบียบวาระเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม 4 ฉบับมีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญเป็นไปตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญที่ 5/2563 ฉบับลงวันที่ 29 มกราคม 2563 เรื่องประธานสภาผู้แทนราษฎรเสนอความเห็นของ ส.ส.จำนวน 77 คน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 148 วรรคหนึ่ง (1) ว่าร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแก่รัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไว้ในคำสั่งหน้าที่ 4 ว่า เมื่อตรวจสอบคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องแล้วเห็นว่า ประเด็นที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเป็นประเด็นเดียวกันกับเรื่องพิจารณาที่ 3/2563 ซึ่งมีรายชื่อ ส.ส.ผู้เสนอ ความเห็นซ้ำกับเรื่องดังกล่าวจำนวน 30 คน จึงทำให้จำนวน ส.ส.ที่เข้าชื่อเสนอความเห็นตามคำร้องนี้มีจำนวนไม่ถึง 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา หรือ 75 คน กรณีนี้จึงไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 148 วรรคหนึ่ง&amp;quot; นายไพบูลย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์กล่าวอีกว่า จากข้างต้นย่อมหมายความว่าศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าการลงรายชื่อของ ส.ส.จะลงรายชื่อได้ครั้งเดียวเท่านั้น จะมีรายชื่อซ้ำในทำนองเดียวกันไม่ได้ ดังนั้นจึงขอคัดค้านการบรรจุร่างแก้ไข 4 ฉบับที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอเข้าสู่วาระการประชุม ด้วยเหตุมาตรา 256 (1) เพราะมีการลงชื่อซ้ำกันในเรื่องเดียวกันกับที่ศาลรัฐธรรมนูญได้เคยมีคำวินิจฉัยไว้ในคำสั่งที่ 5/2563 โดยส่วนตัวเห็นว่าถ้ามีการบรรจุ 4 ฉบับเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา ทั้งที่ไม่มีความชอบด้วยรัฐธรรมนูญก็จะเกิดปัญหาตามกฎหมายในภายหลัง ดังนั้นตนจึงมีหนังสือกราบเรียนท่านประธานรัฐสภาได้โปรดพิจารณายับยั้งการบรรจุทั้ง 4 ฉบับไว้ก่อน เพื่อตรวจสอบกฎหมายให้ยุติ โดยดำเนินการให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยด้วยเหตุมีปัญหาเกี่ยวกับอำนาจและหน้าที่ของรัฐสภาในการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของสมาชิกรัฐสภาตามมาตรา 256 (1)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมบูรณ์กล่าวว่า จะนำหนังสือดังกล่าวเข้าสู่ระบบ ทั้งนี้ร่างแก้ไขขณะนี้สภาเสนอมาทั้งหมด 7 ร่าง ทั้งของฝ่ายค้านที่นำโดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย&amp;nbsp; ฉบับของพรรคร่วมรัฐบาล และมีอีก 5 ร่างอยู่ระหว่างการตรวจสอบของประธาน โดยนายชวนจะตรวจสอบแก้ไขเพิ่มเติมว่าต้องด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 255 ห้ามเปลี่ยนแปลงการปกครอง หรือรูปแบบของรัฐ อีกทั้งต้องตรวจสอบจำนวน ส.ส.ตามมาตรา 255 อนุหนึ่ง ต้องมาจาก ครม.หรือ ส.ส.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 เท่าที่มีอยู่ของ ส.ส. โดยจำนวน ส.ส.ปัจจุบันมี 488 คน หรืออย่างน้อย 98 คน รวมทั้งตรวจสอบรูปแบบว่ามีหลักการเหตุผลของร่างหรือไม่ด้วย
&amp;#39;ชวน&amp;#39; ยัน ส.ส.ลงชื่อไม่ซ้ำซ้อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ส.ส.ลงรายชื่อซ้ำกันได้หรือไม่ นายสมบูรณ์ชี้แจงว่า ต้องพิจารณาว่าตรงตามมาตรา&amp;nbsp; 256 หรือไม่ และเบื้องต้นสมาชิกลงรายชื่อซ้ำกันคงไม่เป็นไร เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้จำกัดสิทธิ์ไว้ ถามว่าการยื่นแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับเป็นการแก้ไขคนละมาตรา ดูแล้วเนื้อหาน่าจะเป็นคนละแบบ ทำให้สามารถลงชื่อซ้ำซ้อนกันได้หรือไม่ นายไพบูลย์กล่าวว่า ก็ถือเป็นการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญเหมือนกัน ทุกญัตติคือการยื่นรายมาตรา อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวทราบว่าฝ่ายค้านสงสัยเช่นกัน จึงได้ทำหนังสือไปสอบถามสำนักเลขาธิการสภาว่าสามารถลงชื่อหลายญัตติได้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ขณะนี้ 4 ญัตติของฝ่ายค้านอยู่ในกระบวนการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ถึงความถูกต้องในการเข้าชื่อ แต่ได้บรรจุ 2 ญัตติแรกของผู้นำฝ่ายค้านและของพรรคร่วมรัฐบาลไปแล้ว ส่วน 4 ญัตติดังกล่าวเบื้องต้นพบว่ามีปัญหาการเข้าชื่อ 3 ญัตติที่ ส.ส.บางคนมีลายเซ็นไม่เหมือนของตัวเอง จึงต้องตรวจสอบว่าเป็นการเข้าชื่อแทนกันหรือไม่ ส่วนปัญหา ส.ส.เข้าชื่อซ้ำกันนั้น นายชวนกล่าวว่าเบื้องต้นญัตติที่มีการเสนอมาทั้ง 4 ฉบับเป็นคนละเรื่องกัน แม้จะเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเหมือนกันแต่คนละประเด็นกับ 2 ญัตติแรก ดังนั้น ส.ส.มีสิทธิ์ลงชื่อในแต่ละฉบับได้โดยไม่ถือว่าเป็นการซ้ำกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวต่อว่า กรณีที่นายไพบูลย์อ้างคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญว่าเคยมีคำสั่งไม่รับคำร้องของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ในการเข้าชื่อเสนอคำร้องมายังตนเพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.บ.งบประมาณปี 63 และศาลมีคำสั่งไม่รับคำร้องเพราะเห็นว่ามีการลงชื่อซ้ำกันนั้น กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องการส่งคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่กรณีนี้เป็นการเสนอร่างกฎหมาย เมื่อถามว่าจะต้องชะลอทั้ง 4 ญัตติหรือไม่หากมีการเข้าชื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญ นายชวนกล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้บรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ออกแถลงการณ์กรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ 4 ญัตติซ้ำซ้อนกับญัตติเดิมที่เสนอให้ตั้ง ส.ส.ร.ว่า ต้องให้นายชวนเป็นผู้วินิจฉัย ส่วนตัวเห็นว่าหากเป็นการยื่นคนละหลักการสามารถยื่นแก้ไขได้ เพราะไม่ถือว่าซ้ำและเป็นคนละร่างกัน แต่ถ้าเป็นหลักการเดียวกันถือว่าเป็นการลงชื่อซ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกระแสข่าวที่ ส.ว.เตรียมจะคว่ำญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ในการยกเลิกมาตรา 272 ว่าด้วยการปิดสวิตช์ ส.ว. ตัดอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรีว่า ยิ่งเป็นการยืนยันแล้วว่า ส.ว.คือตัวถ่วงประเทศ ส.ว.คือทางตันของประเทศไทย มันสะท้อนให้เห็นได้ชัดว่า ท่านไม่พร้อมฟังเสียงนักศึกษา ท่านไม่พร้อมฟังเสียงประชาชน แต่ท่านพร้อมทำทุกอย่างเพื่อคงอำนาจ สืบทอดอุดมการณ์เผด็จการไว้ ซึ่งเปรียบเสมือนการที่พวกท่านกำลังพายเรือต้านพายุของมวลชนและกลุ่มนักศึกษา ที่สถานการณ์นอกสภากำลังทวีความตึงเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะพวกเขาไม่ไว้ใจให้พวกท่านบริหารประเทศต่อไป เขาจึงออกมาเรียกร้องในฐานะเยาวชน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน เรียกร้องต่อประธานรัฐสภาเพื่อคัดค้านการบรรจุญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ 4 ญัตติของพรรคร่วมฝ่ายค้าน นายณัฐชากล่าวว่า ตนคิดว่าขณะนี้ทุกฝ่ายกำลังร่วมกันหาทางออกให้ประเทศด้วยการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเรารู้อยู่แล้วว่านั่นคือทางออกที่ดีที่สุด ท่ามกลางวิกฤติทางการเมืองและการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษาที่เกิดขึ้น แต่วันนี้นายไพบูลย์ยื่นคัดค้านการบรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 4 ญัตติ ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ การกระทำแบบนี้มันเห็นได้ชัดเจน ว่าท่านกำลังถ่วงความเจริญประเทศ ด้วยการเตะถ่วง ขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ตอบสนองข้อเรียกร้องของประชาชนและนักศึกษา ซึ่งไม่น่าแปลกเพราะการที่ท่านเข้ามาได้เป็น ส.ส.ทุกวันนี้ มันก็เกิดจากรัฐธรรมนูญ 60 ที่ร่างไว้ด้วยกลไกพิสดาร ส่งผลให้เกิดความพิกลพิการทางการเมือง ทำหน้าที่พิทักษ์รัฐบาลเผด็จการ โดยไม่สนว่ามันอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นความแย้งของคนในประเทศที่เรียกร้องให้แก้รัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ ส.ว.บางคนระบุถึงการเพิ่มญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญอีก 4 ญัตติของฝ่ายค้าน โดยเฉพาะการตัดอำนาจ ส.ว.ในเรื่องการปฏิรูป รวมทั้งการปิดทางนายกฯ คนนอกว่าเป็นการสร้างความขัดแย้งและทำให้ ส.ว.ไม่สนับสนุนนั้น ท้ายที่สุดแล้ว นักการเมืองทุกฝ่ายจะรับฟังเสียงและความต้องการของประชาชน เพราะสิ่งที่พรรคเพื่อไทยและฝ่ายค้านดำเนินการก็เป็นความพยายามทำให้การเมืองกลับไปสู่ภาวะปกติโดยเร็ว และเป็นการสร้างกติกาประชาธิปไตยที่เป็นธรรมและเป็นสากล ไม่ได้ทำเพื่อคนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด ซึ่งจะทำให้ประเทศไม่ต้องติดหล่มอยู่กับความขัดแย้งอันเกิดจากกติกาที่ไม่เป็นธรรมเหมือนที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้ประเทศภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์มีวิกฤติทุกด้าน ซึ่งเกิดมาจากความต้องการอยู่ยาวของ พล.อ.ประยุทธ์เอง โดยทุกฝ่ายถือว่าเป็นต้นเหตุของปัญหาทั้งสิ้น ดังนั้นหากทุกฝ่ายเห็นแก่ชาติบ้านเมือง ขอเชิญชวนมาร่วมกันเร่งถอดสลักระเบิด อะไรที่ถอยกันได้หรือมีส่วนช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น ก็สามารถมาพูดคุยกันเพื่อหาทางออก แม้ว่าทุกฝ่ายจะมีเงื่อนไขของตัวเองเป็นที่ตั้งก็ตาม โดยเชื่อว่าทุกฝ่ายมีวุฒิภาวะที่จะช่วยกันสร้างกติกาที่ดีได้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งอำนาจพิเศษจากการรัฐประหารอีกต่อไป&amp;quot; น.อ.อนุดิษฐ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายชุมสาย ศรียาภัย รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี ส.ว.จำนวนหนึ่งแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญรวม 4 ญัตติในแนวทางของพรรคฝ่ายค้านว่า การแก้รัฐธรรมนูญเป็นความประสงค์ของประชาชน แต่ต้องผ่านสภา พรรคร่วมฝ่ายค้าน พรรคร่วมรัฐบาล เพียงแค่ต้องการขอความร่วมมือจาก ส.ว.ในการหาทางออกประเทศ ไม่ได้จ้องจะโยนความผิดหรือเพิ่มความขัดแย้ง รัฐธรรมนูญนี้ทำเพื่อสืบทอดอำนาจ ท่านเป็น ส.ว.มีความรู้ความสามารถ มีวุฒิภาวะ หากยังคงหาเหตุสร้างเงื่อนไขเพื่อขัดขวางการแก้รัฐธรรมนูญเช่นนี้ ประเทศชาติและประชาชนจะได้อะไร ประชาชนเขาไม่ทนอีกต่อไป และหากเกิดเหตุการณ์เลวร้ายใดๆ ท่านจะรับผิดชอบไหวหรือไม่ ในกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ท่านจะทำอะไรก็สุดแท้แต่ท่าน แต่ขอให้ตระหนักถึงที่มาที่ไปและความชอบธรรมการเข้าสู่อำนาจของท่าน เพราะเมื่อถึงเวลาประชาชนเจ้าของอํานาจอธิปไตยตัวจริงจะให้บทเรียนท่านเอง &amp;nbsp;
พท.บี้ &amp;#39;ประยุทธ์&amp;#39; ลาออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอชื่นชมนายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.ที่มีความเห็นต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ว่าสุดท้ายต้องทำประชามติ ฟังเสียงประชาชน จึงไม่ควรตีตกประเด็นที่ขอแก้ไขไปเสียแต่ต้น จากการที่ประเทศขาดความเชื่อมั่นทางการเมืองช่วง 6 ปีเศษที่ผ่านมา&amp;nbsp; ย่ำแย่ไปหมดทั้งเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่วนตัวไม่เคยโทษ ส.ว.ท่านใดเลย โดยเฉพาะ ส.ว.ส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่ในภาคราชการและภาคเอกชน ซึ่งในการทำหน้าที่เป็นผู้ใช้กติกาตามรัฐธรรมนูญเป็นปลายเหตุ ถ้าจะโทษต้องโทษคนร่าง และผู้สั่งให้ร่างเพื่อการสืบทอดอำนาจ&amp;nbsp; จนเกิดความไม่เป็นธรรมในบ้านเมือง นอกจากนี้ถึงเวลาอันสมควรแล้ว พล.อ.ประยุทธ์จะแสดงสปิริตลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นประเทศทางด้านการเมือง&amp;nbsp; และจะเป็นปัจจัยสำคัญในการคลี่คลายสถานการณ์ทางการเมืองทั้งในและนอกสภาได้เป็นอย่างดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านได้ยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 256 และตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่เป็นการไขกุญแจไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 โดยญัตตินี้เป็นความเห็นด้วยกับทั้งพรรคฝ่ายรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้าน ในขณะนี้ได้มีการบรรจุเข้าเป็นวาระแรกในวันที่ 23-24 ก.ย.นี้ ส่วนอีก 4 ญัตติที่ยื่นเพิ่มเติมเข้าไปนั้น เป็นการยื่นเพื่อเป็นทางออกที่ดีหากเกิดวิกฤติทางการเมืองขึ้น อย่างน้อยการคืนอำนาจให้ประชาชนจะเป็นประโยชน์มากที่สุด ทั้งนี้ไทม์ไลน์การแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยจะสามารถทำให้เสร็จสิ้นได้ในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี ซึ่ง 4 ญัตตินี้เป็นทางออกของประเทศ ขอให้รัฐบาลและ ส.ว.มีความจริงใจสนับสนุนให้มีการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาญัตติแก้รัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายในเดือน ต.ค.เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสในการแก้วิกฤติในครั้งนี้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัฒนา เมืองสุข คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การยื่นญัตติครั้งนี้เป็นโอกาสดีที่พรรคการเมืองจะร่วมกันแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นรากฐานที่สำคัญของประเทศ ขอฝากไปยัง ส.ว.ว่าการที่ได้แต่งตั้งเป็น ส.ว. ไม่ใช่ความผิดของ ส.ว. ไม่มีใครไปตำหนิความเป็น ส.ว. แต่ถ้า ส.ว.ไม่ตอบสนองความต้องการของสังคม จะเกิดการตำหนิ ส.ว. หากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ถ้า ส.ว.เห็นด้วย ประชาชนจะได้อำนาจคืน ที่สามารถเขียนรัฐธรรมนูญของประชาชนเองได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค ด้านการพัฒนาพรรค พท.กล่าวว่า ความสำคัญของทั้ง 4 ญัตติที่ยื่นไป เป็นการตัดอำนาจของ ส.ว.ในการเลือกนายกรัฐมนตรี และปิดช่องทางการได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรีคนนอก รวมถึงสามารถตรวจสอบคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สนามกีฬากรมยุทธ์ กรมยุทธศึกษาทหารบก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก&amp;nbsp; (ผบ.ทบ.) ในฐานะสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวถึงกรณีที่มี ส.ว.เตรียมคว่ำ 4 ญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญของฝ่ายค้านว่า ในส่วนของตนยังไม่เห็นรายละเอียดทั้ง 4 ญัตติ แต่ได้ให้เจ้าหน้าที่เตรียมนำร่างระเบียบที่จะเข้าสู่วาระการประชุมต่างๆ มาให้ดู เพราะต้องศึกษาก่อนว่ามีรายละเอียดอย่างไร ส่วนกรณีที่นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว.ตั้งข้อสังเกตว่าการที่ฝ่ายค้านยื่น 4 ญัตติ เพื่อมีเจตนาให้ ส.ว.คว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น เป็นเรื่องการเมือง และในส่วนของผู้บัญชาการเหล่าทัพก็ไม่ได้มีการพูดคุยในเรื่องดังกล่าว&amp;nbsp; เราทุกคนก็ทำตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐธรรมนูญจะร่างมาอย่างไรแต่อย่าลืมว่าในส่วนของ ส.ว.เป็นบทเฉพาะกาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่ผู้บัญชาการเหล่าทัพยอมเสียสละไม่ใช้เสียงโหวต พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า ทุกวันนี้เราก็ไม่ได้รับเงินเดือนและคืนเงินหมดแล้ว เพราะเราคุยกันเสมอและมองเห็นว่าเราเป็นข้าราชการประจำ แต่ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญในการเป็น ส.ว. จึงไม่อยากรับเงินเดือนสองทาง&amp;nbsp; ส่วนการแสดงความคิดเห็นหรือประเด็นต่างๆ ทางการเมืองถือว่าทำหน้าที่ของ ส.ว. ถามต่อไปว่าจะเสนอให้ยกเลิกบทเฉพาะกาลเลยหรือไม่ เพราะถ้าไม่ให้ ส.ว.เลือกนายกฯ ก็จะลดแรงต้านได้ พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่าไม่ทราบ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77448</URL_LINK>
                <HASHTAG>4 ญัตติฝ่ายค้าน, ญัตติฝ่ายค้าน, ลงชื่อไม่ซ้ำซ้อน, วิกฤติประเทศ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้วิกฤติประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200914/image_big_5f5f7d630535a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40237</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2019 10:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2019 10:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมุนแม้วจะเอาให้ได้!ข้องใจ&#039;ชวน&#039;ตีตกญัตติสอบที่มาส.ว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค.62 - นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯระบุถึงเหตุผลที่ไม่บรรจุญัตติขอตั้งกรรมาธิการสอบสวนที่มาของสว.ว่า เกิดจากความสับสนในสาระของญัตติเนื่องจากเริ่มต้นว่าขอสอบสวนแต่ลงท้ายว่าให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญว่า นายชวน เข้าใจคลาดเคลื่อนหรือไม่ก็สับสนในตัวเอง ความจริงคือ เจ้าหน้าที่สภาตอบเป็นหนังสือมายังตนแจ้งว่า ประธานสภาฯมีบัญชาว่า สภาไม่มีอำนาจดำเนินการได้ตามมาตรา 129 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นคนละเหตุผลกับที่ท่านชวนอ้าง ในความเป็นจริงฝ่ายค้านยื่นญัตติเรื่องเดียวกันไป3ญัตติคือของตน ของพรรคอนาคตใหม่และของพรรคพลังปวงชนไทย มีเพียงญัตติของพรรคพลังปวงชนไทยเท่านั้นที่ใช้คำว่า ส่งศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนร่างของตนและร่างของพรรคอนาคตใหม่ มิได้ใช้คำดังกล่าวซึ่งถือว่ามีความสมบูรณ์ หากนายชวนเห็นว่าร่างของพรรคพลังปวงชนไทยใช้คำสับสนก็ไม่ต้องบรรจุญัตตินั้น ส่วนญัตติของตนและพรรคอนาคตใหม่ สามารถบรรจุได้เพราะสาระต่างกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทินกล่าวว่า หนังสือที่ตอบมาว่าญัตติตนขัดมาตรา129 จึงไม่บรรจุได้นั้น ยังมีความเห็นต่างว่าไม่ขัด สภาฯสามารถตรวจสอบหน่วยงานใดที่ใช้งบประมาณแผ่นดินและคสช.เป็นองค์กรบริหารราชการแผ่นดินทั้งนิตินัยและพฤตินัย ซึ่งความเห็นต่างนี้จะต้องเดินหน้าต่อไปเพื่อหาข้อยุติไว้เป็นบรรทัดฐานของสังคม&amp;nbsp; ฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เคลือบแคลงในเจตนาของท่านชวนคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.เหตุผลที่ท่านไม่บรรจุญัตตินี้คืออะไรแน่ 2.ปกติที่เคยปฏิบัติถ้าหากการเสนอญัตติมีถ้อยคำที่ไม่ตรงตามข้อบังคับหรือข้อกฏหมายทางสภาก็เลือกที่ใช้วิธีการเชิญไปปรับแก้หากตรงตามเจตนาก็จะบรรจุ ครั้งนี้ไม่มี แต่ตีตกเลย 3.การพิจารณาญัตติใดๆตามข้อบังคับสภาฯ จะต้องแจ้งผลให้เจ้าของญัตติทราบว่าเป็นญัตติด่วนหรือไม่ภายใน 5 วันและบรรจุหรือไม่ภายใน 7 วันแต่กรณีนี้ใช้เวลา 10 วันซึ่งท่านทำผิดข้อบังคับชัดเจน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากเคลือบแคลงแล้ว ยังเสียดายที่สภาผู้แทนราษฏรควรจะมีบทบาทในการตรวจสอบและหาคำตอบที่ประชาชนเคลือบแคลงสงสัยหรือไม่ก็มีทางออกที่รักษาไว้ซึ่งศักดิ์ศรีของสภาประชาชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40237</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, ญัตติฝ่ายค้าน, ตรวจสอบกระบวนการสรรหาส.ว., ประธานสภา, สุทิน คลังแสง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190628/image_big_5d15da672fd2b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39696</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2019 14:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2019 14:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลือดซิบ! &#039;ชวน&#039; กรีด 7 พรรคฝ่ายค้านปมญัตติซักฟอกส.ว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย.62 - ที่รัฐสภาแห่งใหม่ย่านเกียกกาย นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร &amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี 7 พรรคฝ่ายค้านเตรียมแจ้งความ ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 กรณีไม่บรรจุญัตติตั้งกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญตรวจสอบที่มาของ ส.ว. ว่า ประธานสภาก็อยู่ภายใต้กฎหมายถ้าประธานทำผิด ทุกฝ่ายก็มีสิทธิ์จัดการตามกฎหมายได้ ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ระวังเรื่องที่ไปร้องอย่าให้เป็นเท็จเดี๋ยวโดนข้อหาแจ้งความเท็จ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนหากพิจารณาแล้วว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องเท็จจะดำเนินคดีกลับหรือไม่ นายชวน กล่าวว่า &amp;quot;เขายังไม่ได้ยื่น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าญัตติที่ 7 พรรคฝ่ายค้านเสนอได้บรรจุแล้วหรือยัง นายชวน กล่าวว่า ญัตตินี้ได้ผ่านกระบวนการของเจ้าหน้าที่มาถึงรองประธานสภาคนที่ 2 เพื่อวินิจฉัยมาแล้ว แต่มองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญจึงขอเชิญเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายทั้งหมดมาหารือก่อนโดยเราจะดูให้ดีที่สุด เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องที่ประธานและรองประธานจะหารือกันเรื่องใดที่ไม่มีปัญหารองประธานสั่งแล้วก็ผ่านไปได้เลย แต่เรื่องใดที่คิดว่าอาจจะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนหรือเป็นปัญหาตนจะขอมาดู และหากไม่แน่ใจจะเชิญฝ่ายกฎหมายทั้งหมด รวมถึงที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายและเจ้าหน้าที่มาช่วยกันดู ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้ถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนพอสมควร ดังนั้น เราจึงต้องช่วยกันดู&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แต่ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะคนทำหน้าที่ประธานจะต้องตรงไปตรงมาและไม่มีประโยชน์ที่จะไปขู่ว่าจะดำเนินคดีถ้าทำผิดก็ไปจัดการได้เลย เรื่องนี้ไม่มีปัญหาเพราะประธานและรองประธานสภาต่างก็อยู่ภายใต้กฎหมายเหมือนกัน ทั้งนี้ฝ่ายกฎหมายที่เชิญมาได้มีการหารือกันไปบ้างแล้วรวมถึงมีข้อยุติกันบางประเด็น คิดว่าตอนออกระเบียบวาระก็สามารถวินิจฉัยได้ว่าจะบรรจุลงระเบียบวาระหรือไม่ บังเอิญเรื่องดังกล่าวนี้รองประธานสภาคนที่ 2 ไปพูดก่อนเลยทำให้เป็นประเด็นขึ้นมา ซึ่งการบรรจุญัตติไม่ใช่เรื่องที่จะไปขู่ว่าจะต้องบรรจุหรือไม่บรรจุ เรื่องนี้เป็นสิทธิ์ของประธานสภาที่วินิจฉัยได้ อีกทั้งเรื่องดังกล่าวจะมีความชัดเจนในสัปดาห์หน้า&amp;rdquo; นายชวนกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าส่วนที่ทางพรรค7ฝ่ายค้านอยากได้คำตอบภายในวันที่ 1 ก.ค.นั้น นายชวน กล่าวว่า เรื่องทั้งหมดอยู่ที่สภาจะยื่นเงื่อนไขต่อรองหรือขู่อะไรก็ไม่มีผลอะไรเพราะคนเป็นประธานไม่ว่าใครหรือตนก็ตามโดยทั่วไปต่างก็วางตัวเป็นกลางและวินิจฉัยโดยยึดความถูกต้อง ไม่ยึดเอาตามความอำเภอใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ความจริงเรื่องนี้ผมก็แปลกใจ ว่าทำไมถึงโวยวาย ทำไมถึงไม่ฟังเหตุฟังผล รีบร้อนไปขู่เสียก่อน โดยยังไม่รู้ว่าเขาตัดสินอย่างไร อาจจะคิดว่าถ้ากลัวแล้วจะต้องบรรจุหรือไม่กลัวก็ไม่บรรจุก็อย่าไปผวงเรื่องนี้เพราะเรื่องดังกล่าวประธานสภาต้องวินิจฉัยตรงไปตรงมา&amp;ldquo; นายชวนกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงบรรยากาศของการเริ่มทำงานของ ส.ส.เริ่มที่จะมีการฟ้องร้องกันแล้ว บรรยากาศต่อไปจะเป็นอย่างไร นายชวนกล่าวว่า ตนมองว่าบางเรื่องเป็นสิ่งที่เขาเตรียมตัวกันมา ดังนั้นความพร้อมในการหาหลักฐานเพื่อกล่าวหาเช่นกรณีการถือหุ้นสื่อ บางฝ่ายจึงได้เตรียมพร้อมมาสมควร แต่เรื่องพวกนี้อยู่ภายใต้กฎหมายเหมือนกันคืออะไรถูกอะไรผิด ก็ให้จัดการตามกฎหมายไม่ออกนอกหลู่นอกทางไม่ออกนอกกฎหมายก็ถือว่าดี เพราะหากทำผิดกฎหมายจะต้องรับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีพรรคพลังประชารัฐยื่นเรื่องให้ตรวจสอบกรณี 33 ส.ส.7 พรรคฝ่ายค้านถือหุ้นสื่อ นายชวนกล่าวว่า ตอนนี้ทางฝ่ายเลขาจะตรวจสอบความถูกต้องแบบเดียวกับที่ยื่นมาครั้งก่อน เบื้องต้นคือตรวจสอบรายเซ็นผู้รับรองว่าตรงกับรายมือชื่อที่เซ็นไว้กับสภาหรือไม่ คิดว่าเรื่องดังกล่าวจะส่งมาถึงตนสัปดาห์หน้า ซึ่งระยะเวลาในการยื่นศาลรัฐธรรมนูญจะใช้เวลาเท่ากับการยื่นครั้งก่อน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39696</URL_LINK>
                <HASHTAG>7พรรคฝ่ายค้าน, ชวน หลีกภัย, ญัตติฝ่ายค้าน, ตรวจสอบที่มาส.ว., ประธานสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190612/image_big_5d00ae1edbdbc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
