<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55924</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยื่นซักฟอก5รมต.เว้น‘ปชป.-ภท.’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; พรรคฝ่ายค้านดีเดย์ 11.00 น. ยื่นญัตติอภิปราย 9 รัฐมนตรีรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ไม่แตะโควตา รมต.ประชาธิปัตย์สักราย &amp;ldquo;3 ป.&amp;rdquo; โดนถ้วนหน้าไม่รอดพ่วง &amp;ldquo;อนุทิน-วิษณุ-สมคิด-อุตตม-ดอน-ธรรมนัส&amp;rdquo; ชลน่านเตรียมชงชื่อ &amp;ldquo;นาที&amp;rdquo; ให้นายหัวชวนเพิ่มกรณีเสียบบัตรแทนกัน อนาคตใหม่เปิดเคสใหม่ทั้ง &amp;ldquo;ส.ส.พปชร.-พลังท้องถิ่นไท&amp;rdquo; ลงคะแนนแทนกัน &amp;ldquo;ปิยบุตร&amp;rdquo; ดักคอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ไม่เข้ามาตรา 143 ใช้ พ.ร.ก.แทนไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 30 มกราคม ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช กรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันที่ 31 ม.ค.นี้ จะมีการยื่นญัตติไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งข้อมูลทั้งหมดได้อยู่กับหัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่จะหารือร่วมกันครั้งสุดท้ายภายในวันที่ 30 ม.ค.เพื่อสรุปรายชื่อของรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปราย แต่เป้าหมายหลักคือ พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากพรรค พท.แจ้งว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ข้อสรุปแล้วว่าจะยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในวันที่ 31 ม.ค. โดยอยู่ระหว่างประสานกับสภาผู้แทนราษฎรเพื่อยื่นญัตติในเวลา 11.00 น. โดยมีรัฐมนตรีที่จะถูกจะอภิปรายทั้งสิ้น 9 คน ประกอบด้วย 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในประเด็นภาพรวมความล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดิน รวมถึงการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ 2.นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ประเด็นการทำลายหลักนิติรัฐ นิติธรรม 3.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ประเด็นการปล่อยปละละเลยจนอาจมีการทุจริตโรงไฟฟ้าขยะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) 4.นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ประเด็นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ล้มเหลว และเอื้อประโยชน์ให้นายทุนในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) &amp;nbsp;
5.นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ประเด็นการทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ ให้รัฐบาลยุติการฟ้องร้องคดีอาญาบริษัท ฟิลลิป มอร์ริสฯ 6.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ประเด็นล็อกสเปกการจัดซื้อจัดจ้างในหน่วยงานความมั่นคง 7.นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง ประเด็นความล้มเหลวด้านเศรษฐกิจ และอาจปล่อยให้มีเรื่องทุจริตในกระทรวง 8.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ประเด็นการแก้ปัญหาที่ดิน ส.ป.ก. รวมถึงคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี และ 9.นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในประเด็นการท่องเที่ยวที่หดหาย, การออกมาตรการดูแลและป้องกันโรคที่ล้มเหลว รวมถึงกรณีถือหุ้นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการรับสัมปทานของภาครัฐ และส่อว่าน่าจะเข้าข่ายพยายามทุจริต ในฐานะกำกับดูแล 3 &amp;nbsp;กระทรวงคือ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ, คมนาคม และสาธารณสุข&amp;nbsp;
นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมการพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ 9 รัฐมนตรีว่า ล่าสุดขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลหลักฐาน และเรียกคนที่จะอภิปรายมาซักถามว่ามีข้อมูลหนักแน่นเพียงใด เพราะบางคนเป็น ส.ส.ใหม่ ข้อมูลอาจไม่แน่น ใครมีหลักฐานไม่แน่นจริง ก็คงต้องมาทบทวนกันอีกที คาดว่าจะได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการช่วง 22.00-23.00 น. วันที่ 30 ม.ค. เพื่อจะนำรายชื่อรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายทั้งหมดไปยื่นต่อสภาในวันที่ 31 ม.ค. เวลา 11.00 น. แต่ดูแนวโน้มแล้วคงต้องปรับลดจำนวนรัฐมนตรีที่จะถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจลงมา คาดว่าคงปรับลดลงมา 1-2 คน แต่จะเป็นใครต้องรอสรุปกันอีกที&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรค พท. กล่าวว่า ตราบที่ประชาชนยังคงแห่ติดแฮชแท็ก #รัฐบาลเฮงซวย เป็นเทรนด์ฮิตอันดับที่ 1 รอบแล้วรอบเล่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ต้องกังวลว่าฝ่ายค้านจะไม่มีเรื่องอภิปราย เพราะหยิบจับเรื่องไหนมาก็ล้วนมีข้อกังขา ซึ่งการอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ใช่พิธีกรรม ต้องคัดแล้วคัดอีก ทั้งประเด็นที่จะอภิปราย รวมถึงตัวบุคคลผู้อภิปรายต้องซ้อมแล้วซ้อมอีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;รัฐบาลยังไม่รู้เลยว่าฝ่ายค้านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วยเรื่องใดบ้าง แต่ขยันออกมาบอกว่า ตอบได้ ไม่ถูกน็อก ทั้ง #เบื่อประยุทธ์ &amp;ldquo;#รัฐบาลเฮงซวย ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 หลายรอบขนาดนี้ รัฐบาลไปเอาความมั่นใจมาจากไหน&amp;rdquo; นายอนุสรณ์กล่าว
จ่อยื่นชื่อ&amp;quot;นาที&amp;quot;เพิ่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ยังคงมีความต่อเนื่องจากกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องจากฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านให้สอบกรณีเสียบบัตรแทนกันในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 โดยนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ได้รับทราบเรื่องที่ศาลกรณีดังกล่าวแล้ว โดยศาลรับ 2 คำร้องของ ส.ส.ฝ่ายค้านและรัฐบาล แต่ตีตก 1 คำร้องของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ซึ่งศาลยังได้ส่งคำสั่งไปให้บุคคลที่เกี่ยวข้องชี้แจงภายในวันที่ 4 ก.พ.นี้ ซึ่งในส่วนของนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาฯ ได้ให้อำนาจเลขาธิการสภาฯ ไปชี้แจง โดยไม่ต้องกำชับอะไรเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีศาลไม่มีชื่อของนางนาที &amp;nbsp;รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ทั้งที่ถูกตรวจสอบและพบว่าให้บุคคลอื่นใช้สิทธิ์ลงคะแนนแทนนั้น นายชวนปฏิเสธจะตอบคำถามนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสรศักดิ์กล่าวสั้นๆ ว่า สาเหตุที่ยังไม่ตรวจสอบนางนาทีนั้น เป็นเพราะเรื่องเพิ่งส่งมาถึง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การตรวจสอบคำร้องของพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านที่ยื่นต่อนายชวน เพื่อส่งต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนั้น พบว่ามีการระบุชื่อนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง พรรค ภท.เพียงบุคคลเดียวในการเสียบบัตรแทนกัน ในขณะที่บุคคลที่ศาลให้ชี้แจงเป็นหนังสือนั้น ประกอบด้วย นายสรศักดิ์, นายฉลอง, น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และนายสมบูรณ์ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรค ภท. ซึ่งสาเหตุที่ศาลให้นายสมบูรณ์และ น.ส.ภริมส่งคำชี้แจงด้วยนั้น เป็นไปได้ว่าในการยื่นคำร้องฝ่ายค้านได้ยื่นหลักฐานประกอบเป็นคลิปที่ปรากฏภาพของ น.ส.ภริมและนายสมบูรณ์ ส่วนกรณีของนางนาทีนั้น เป็นชื่อที่อยู่ในคำร้องของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ แต่ศาลรัฐธรรมนูญตีตกคำร้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องของพรรค ว่าได้ยื่นเรื่องนายกฯ ถวายสัตย์ฯ ไม่ครบแนบไปกับการเสียบบัตรแทนกันด้วย ซึ่งหากศาลไม่รับวินิจฉัยเรื่องถวายสัตย์ฯ ก็ควรรับเรื่องเสียบบัตรแทนกัน เพราะยื่นหลักฐานไปชัดเจน จึงขอถามถึงที่มาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่ามาจากไหน ซึ่งรู้สึกวังเวงแทนประเทศไทยที่มีศาลแบบนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรค พท. กล่าวถึงกรณีไม่มีชื่อนางนาทีว่า ฝ่ายค้านไม่ได้ยึดที่ตัวบุคคล ซึ่งแต่เราจะชี้ให้เห็นว่ากระบวนการพิจารณางบประมาณดังกล่าวมิชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยฝ่ายกฎหมายอยู่ระหว่างทำคำร้องเพื่อขอเพิ่มหลักฐานใหม่ในกรณีนางนาที โดยจะยื่นผ่านนายชวนในวันที่ 31 ม.ค.นี้ เพื่อส่งต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเพิ่มเติมตามคำร้องเดิมที่ยื่นไปก่อนหน้านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่เป็นผู้เปิดประเด็นเสียบบัตรแทนกันนั้น ระบุว่า สงสัยตั้งแต่ตอนแรกแล้วว่าทำไมคำร้องของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านจึงไม่ปรากฏชื่อของนางนาทีรวมอยู่ด้วย ทั้งที่มีหลักฐานปรากฏชัด จึงคิดว่านางนาทีคงเล่นของ จึงเสกชื่อตัวเองให้หายไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าแม้ไม่มีชื่อนางนาที แต่ยังมีชื่อของนายฉลอง ถือว่าจะไม่ส่งผลกระทบกับการตรวจสอบในเรื่องนี้ใช่หรือไม่ นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า น้ำหนักของเรื่องนี้อยู่ที่กรณีของนายฉลองและนางนาที ส่วนคลิปวิดีโอที่บันทึกภาพของ น.ส.ภริมและนายสมบูรณ์นั้นมีคำอธิบายได้ในระดับหนึ่งว่าเกิดจากกรณีที่จำนวนช่องเสียบบัตรในห้องประชุมนั้นมีไม่เพียงพอกับจำนวน ส.ส.ในสภา และเจ้าของบัตรก็ยืนดูอยู่ด้วย &amp;nbsp;
&amp;ldquo;เชื่อว่าประเด็นนี้จะทำให้ศาลต้องคิดหนักว่าร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวจะเป็นโมฆะหรือไม่ แต่ผมยังมั่นใจกรณีของนายฉลองและนางนาทีว่ามีน้ำหนักมาก แต่ในเมื่อ ส.ส.ในสภาไม่สงสัยกรณีนี้ ก็ต้องแล้วแต่เขา เพราะในเมื่อตอนนี้ไม่ได้เป็น ส.ส.จึงดำเนินการอะไรไม่ได้มากกว่านี้&amp;rdquo; นายนิพิฏฐ์กล่าว
เปิด 2 รายชื่อใหม่เสียบบัตร
วันเดียวกัน มีการเปิดประเด็นเรื่องการเสียบบัตรเพิ่มเติม เมื่อนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) แถลงว่า พรรคมีหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอของ น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม. พรรค พปชร. เมื่อวันที่ 8 ส.ค.2562 เวลา 13.41 น. เลขที่บัตร 150 ในระหว่างการประชุมสภาพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับหนึ่ง ซึ่ง น.ส.ธณิกานต์ได้ลงคะแนนเห็นด้วย แต่ในวันดังกล่าว เวลา 13.42 น. พบว่า น.ส.ธณิกานต์ปรากฏตัวในถ่ายทอดสดเฟซบุ๊กไปร่วมรายการแบ่งปันความรู้บทบาทแม่แห่งยุคดิจิทัล ที่สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยังมีกรณีนายโกวิทย์ พวงงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท ที่เสียบบัตรแทนกันถึง 3 ครั้ง ในระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ซึ่งกรณีของพรรคพลังท้องถิ่นไทยนั้นมีจำนวนเก้าอี้และเครื่องเสียบบัตรเพียงพอต่อจำนวน ส.ส.ของพรรค ทำให้ไม่จำเป็นที่ต้องฝากบัตรลงคะแนนไว้กับ ส.ส.คนอื่นแต่อย่างใด&amp;rdquo; นายณัฐชากล่าว
นายณัฐชากล่าวต่อว่า กรณีที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่าการลงคะแนนแทนกันเป็นภาวะของรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ซึ่งวันนี้ไม่ใช่แค่รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ แต่เป็นรัฐบาลบัตรข้างมากมากกว่า เพราะทุกญัตติ ทุกโอกาส จะเกิดการเสียบบัตรแทนกันเพื่อเอาชนะทางการเมือง โดย ส.ส.ที่มีพฤติกรรมดังกล่าวไม่ได้เกรงต่อข้อบังคับการประชุมสภาดังนั้น หากไม่มีการแก้ไข ก็จะไม่เกิดการถ่วงดุลตรวจสอบ เพราะรัฐบาลจะชนะโหวตทุกครั้งเสมอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายณัฐชาได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก พร้อมกับแนบเอกสารผลการลงคะแนนของ น.ส.ธณิกานต์ โดยระบุว่าเป็นการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเหรียญราชรุจิ รัชกาลที่ 10
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงปัญหาเรื่องงบประมาณและการเสียบบัตรแทนกัน ว่าต้องแยกเป็นสองส่วน โดยเป็นปัญหาของสภา แต่ว่ามันกระทบฝ่ายบริหารคือ กระทบรัฐบาล เราก็ต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่พอมีประเด็นอย่างนี้ก็โยนให้ พล.อ.ประยุทธ์รับผิดชอบอีก ซึ่งนายกฯ ไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรค ไม่ได้เป็น ส.ส. เป็นผู้นำด้านบริหาร ซึ่งฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหารมันแยกกัน นี่คือสิ่งที่ฝ่ายค้านพยายามดิสเครดิตนายกฯ ทุกเรื่อง&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ผมได้เรียนนายกฯ ไปแล้วว่าท่านต้องอดทน เมื่อท่านกระโดดเข้าการเมืองแล้วท่านต้องอดทนหนักแน่น ท่านก็บอกว่าท่านสบายใจ ไม่เป็นไรเดินหน้าทำงานเพื่อประเทศชาติ เพื่อประชาชน อย่างเต็มที่ต่อไปด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ อย่าไปวิตก ฝ่ายค้านจะเล่นวิชามารอย่างไรเราต้องอดทนให้ได้ วันนี้ลองสังเกตว่าท่านนายกฯ เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ท่านไม่ค่อยโกธร ไม่มีอารมณ์โมโหอะไรเลย พูดง่ายๆ ท่านมองทะลุฝ่ายค้านออกหมดแล้วว่าจะมาไม้ไหน&amp;rdquo;นายสุภรณ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาและแกนนำพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) กล่าวว่า ต้องรอคำวินิจฉัยของศาล ซึ่งยังไม่ทราบว่าจะเป็นอย่างไร แต่คำวินิจฉัยคงเป็นบรรทัดฐานที่จะนำไปสู่แนวทางในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร ซึ่งเรื่องงบประมาณเป็นความสำคัญในเศรษฐกิจ จึงเชื่อว่าด้วยกลไก ด้วยมาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลได้ศึกษาเอาไว้ว่าจะหยิบออกมาใช้ได้เหมาะสมกับสถานการณ์ สรุปว่ายังไงเงินมีแน่ เงินได้ใช้แน่ แต่อาจช้าบ้าง
ปิยบุตรดักคอออก พ.ร.ก.
ขณะที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรค อนค. โพสต์เฟซบุ๊กว่า เป็นที่น่าติดตามต่อไปเช่นกันว่าศาลจะวินิจฉัยกรณีที่เพิ่งเกิดขึ้นนี้อย่างไรบ้าง รอดหรือไม่รอด พระราชบัญญัติจะตกไปเพราะกระบวนการไม่ชอบด้วยกฎหมายตามที่เคยวินิจฉัยไว้ใน พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทเพื่อโครงสร้างพื้นฐานในสมัยรัฐบาลเพื่อไทยในปี 2556-2557 หรือไม่ และรัฐบาลจะมีทางแก้ไขปัญหานี้อย่างไร แต่ที่แน่ๆ คือข้อเสนอที่ชี้โพรงให้รัฐบาลออกงบรายจ่ายประจำปีเป็นพระราชกำหนดแทนนั้นทำไม่ได้แน่นอน เพราะในรัฐธรรมนูญมาตรา 141 ก็บัญญัติเอาไว้ชัดเจนว่าต้องออกเป็นพระราชบัญญัติเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวอีกว่า ตามที่คุณวิษณุได้ให้ความเห็นว่าหากศาลปัดให้กฎหมายงบประมาณตกไปทั้งฉบับนั้น ก็ให้ยกเอารัฐธรรมนูญมาตรา 143 มาใช้ ก็เป็นไปไม่ได้อีกเช่นกัน เพราะกรณีที่เกิดขึ้นนั้นไม่เข้ากับมาตรา 143 เนื่องจากร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ได้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาแล้ว จนตอนนี้อยู่ในขั้นตอนที่นายกฯ จะทูลเกล้าฯ ถวาย กรณีนี้ทั้งหมดไม่ใช่กรณีตามมาตรา 143 แน่นอน การกระทำเช่นนี้จะขัดรัฐธรรมนูญชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ลักษณะการทำโจ๋งครึ่มเป็นล่ำเป็นสันกันกลางสภาเช่นนี้เกิดจากอะไร ผมเห็นว่าลักษณะเช่นนี้เป็นอาการและผลพวงของการที่รัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลเสียงข้างมากแบบปริ่มน้ำ อันเป็นผลร้ายของรัฐธรรมนูญสืบทอดอำนาจที่ออกแบบมา การเสียบบัตรแทนกันจึงเกิดขึ้นอยู่เป็นนิจ&amp;quot; นายปิยบุตรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายก้องภพ วังสุนทร หัวหน้าพรรคผึ้งหลวง ในฐานะรองประธานกลุ่มพรรคสหมิตร ซึ่งประกอบไปด้วย 30 พรรคการเมืองเดินทางมายื่นหนังสือต่อ กกต. เพื่อคัดค้านการประกาศรับรองนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. หลังมีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่ เมื่อวันที่ 28 ม.ค. เนื่องจากนายไพบูลย์ไม่มีสถานะเป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนปฏิรูป เพราะไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคดังกล่าวตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 56 (2) และตามประกาศผลการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อของ กกต.เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ประกอบกับเห็นว่าการคำนวณของ กกต. เมื่อวันที่ 28 ม.ค. น่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 (5) ซึ่งบัญญัติไว้ว่าให้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ตามลำดับหมายเลขในบัญชีรายชื่อ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นเป็นผู้ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. แสดงว่าในวันที่ กกต.คำนวณใหม่ นายไพบูลย์ไม่ได้เป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคประชาชนปฏิรูปแล้ว เนื่องจากพรรคสิ้นสภาพ การคำนวณใหม่นายไพบูลย์ต้องไม่ได้รับการจัดสรรเป็น ส.ส. จึงอยากใหม่ กกต.ส่งเรื่องดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการคำนวณคะแนนใหม่ของ กกต. เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การคำนวณของ กกต. เมื่อวันที่ 24 มี.ค.2562 ถูกต้องทุกอย่าง แต่ครั้งนี้ กกต.ละเว้นรัฐธรรมนูญมาตรา 91 (5) อยากให้ กกต.ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป เพื่อเป็นบรรทัดฐานที่ถูกต้อง&amp;rdquo; นายก้องภพกล่าว และว่า การคำนวณครั้งนี้ กกต.จะอ้างว่านายไพบูลย์ได้ย้ายไปเป็นสมาชิกพรรค พปชร.แล้วไม่ได้ เพราะการคำนวณคะแนนใหม่ในวันที่ 28 ม.ค. นายไพบูลย์ไม่ได้อยู่ในสถานะผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชนปฏิรูป ถ้า กกต.จะตอบว่านายไพบูลย์ได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค พปชร.ก็ไม่ได้ เพราะไม่ได้เป็น 1 ใน 150 ของผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรค พปชร. และที่สำคัญคือการคำนวณใหม่ต้องยึดตามมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายไพบูลย์กล่าวว่า เป็นสิทธิของผู้ร้องที่สามารถร้องได้ แต่คิดว่าเป็นการร้องตามความเข้าใจผิด และมั่นใจว่าจะไม่มีผลใดๆ ตามมาแน่นอน เพราะได้ตรวจสอบข้อกฎหมายมาอย่างดีแล้ว เชื่อว่าไม่มีผลอะไร.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55924</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ญัตติอภิปราย, ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล, พ.ร.บ.งบประมาณ, พรรคฝ่ายค้าน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสียบบัตรแทนกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200130/image_big_5e32e7bdd9b3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43642</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2019 17:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2019 17:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองปธ.สภาฯเผยญัตติขอเปิด&#039;ซักฟอกลม&#039;ครบถ้วนสมบูรณ์บรรจุวาระสภาทันที! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค.62 - นายศุภชัย&amp;nbsp;โพธิ์สุ&amp;nbsp;รองประธานสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;คนที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กล่าวถึงกรอบการพิจารณาบรรจุญัตติของ&amp;nbsp;214&amp;nbsp;ส.ส.ฝ่ายค้านขอเปิดอภิปรายแบบไม่ลงมติตามมาตรา&amp;nbsp;152&amp;nbsp;ของรัฐธรรมนูญ​กรณีที่พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;นำครม.ถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบตามรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;และแถลงนโยบายไม่แจ้งที่มาของเงินงบประมาณ&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ขณะนี้ญัตติดังกล่าวอยู่ระหว่างขั้นตอนของการพิจารณากลั่นกรองของเจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรว่า&amp;nbsp;เป็นญัตติที่มีองค์ประกอบครบถ้วนตามระเบียบของบังคับการประชุม&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;มีจำนวนครบถูกต้อง&amp;nbsp;ลายเซนชื่อท้ายญัตติของสมาชิกแต่ละคนถูกต้องรวมถึงชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่&amp;nbsp;ก่อนที่จะทำความเห็นเสนอมาถึงตน&amp;nbsp;ในฐานะที่รับผิดชอบเรื่องกระทู้และญัตติ&amp;nbsp;โดยในสัปดาห์หน้า&amp;nbsp;อย่างช้าที่สุด&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;20-21&amp;nbsp;สิงหาคมนี้&amp;nbsp;ญัตติก็จะถึงมือตน&amp;nbsp;เพื่อวินิจฉัยบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากญัตติมีองค์ประชุมครบถ้วนถูกต้องสมบูรณ์ก็บรรจุได้ทันที&amp;nbsp;แต่หากพิจารณาตามความเห็นของฝ่ายกฏหมายแล้ว&amp;nbsp;ยังมีอะไรที่ไม่สมบูรณ์เพื่อไม่ให้มีการติฉินนิทราก็ต้องปรึกษาหารือกับนายชวน&amp;nbsp;หลักภัยประธานสภาฯ&amp;nbsp;รวมไปถึงนายสุชาติ&amp;nbsp;ตันเจริญ&amp;nbsp;รองประธานสภาฯ&amp;nbsp;คนที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ระดมสมองกันเต็มที่ที่สุด&amp;nbsp;แต่ถ้าผลออกมาเป็นญัตติที่ไม่ครบถ้วนจริงๆก็ต้องแจ้งเหตุผลกลับไปยัง&amp;nbsp;ส.ส.ฝ่ายค้าน&amp;nbsp;ในฐานะผู้เสนอญัตติให้นำกลับไปแก้ไขต่อไป&amp;nbsp;ส่วนเมื่อบรรจุระเบียบวาระแล้ว&amp;nbsp;จะกำหนดให้วันประชุมได้เมื่อไหร่นั้น&amp;nbsp;ก็ต้องประสานสอบถามไปยังรัฐบาลด้วยว่า&amp;nbsp;จะสะดวกมาชี้แจงญัตติอภิปรายทั่วไปได้เมื่อไหร่&amp;nbsp;โดยสภาฯจะยึดเอาความพร้อมของทุกฝ่ายประกอบด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp;นายศุภชัยกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43642</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซักฟอก, ญัตติอภิปราย, ถวายสัตย์ปฏญาณ, ฝ่ายค้าน, ศุภชัย โพธิ์สุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190703/image_big_5d1c9b831abee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
