<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115626</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินไซด์‘พลังป้อม’จัดแถว เช็กชื่อ‘ฝูงงูเห่า’มีเจ้าของ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อินไซด์โหวตเสียงอภิปรายไม่ไว้วางใจ &amp;quot;พลังป้อม&amp;quot; ยังคุมพลังประชารัฐอยู่ ไม่มีแตกแถว ไว้วางใจ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ให้เป็นนายกฯ ต่อไป&amp;nbsp; ขณะ &amp;quot;ธรรมนัส&amp;quot; เข้าโหมดจำศีล เปิดสาเหตุประยุทธ์ได้รองโหล่เพราะงูเห่าช่วยน้อยไปหน่อย แถมหน้าเก่าประชาธิปัตย์ลงมติสวนเหมือนเดิม ส่วนพรรคต่ำสิบสะเปะสะปะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การโหวตเสียงในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา ปรากฏว่าแม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะได้รับเสียงโหวตเกินครึ่ง 264&amp;nbsp; คะแนนให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป แต่กลับได้คะแนนเสียงไม่ไว้วางใจถึง&amp;nbsp; 208 คะแนน มากกว่าอีก 5 รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วยกัน&amp;nbsp; โดยผลโหวตที่ออกมาพบว่า ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลรวม 272 เสียง เทคะแนนไว้วางใจนายกฯ เกือบครบ โดย ส.ส.พลังประชารัฐ 119 คน&amp;nbsp; ไม่มีใครแตกแถว ลงมติไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ครบทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้กระทั่ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวเป็นตัวตั้งตัวตีล็อบบี้เสียง ส.ส.ให้ลงมติไม่ไว้วางใจนายกฯ นั้น ก็ยังลงมติไว้วางใจให้ พล.อ.ประยุทธ์ทำหน้าที่ต่อไป ซึ่งเป็นผลจากการหารือกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐคืนก่อนการโหวตเสียง ยกเว้นนายสุชาติ ตันเจริญ คนเดียวที่ลงมติงดออกเสียง ในฐานะรองประธานสภาผู้แทนราษฎร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พรรคภูมิใจไทย 61 เสียง ลงมติไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ครบเช่นกัน แม้กระทั่งนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp; ก็ลงมติไว้วางใจให้นายกฯ เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคประชาธิปัตย์ 48 คน ลงมติไว้วางใจนายกฯ 45 เสียง โดยนายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี โหวตสวนไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ อีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลงมติงดออกเสียง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ อาทิ พรรคชาติไทยพัฒนา 12 คน&amp;nbsp; พรรคพลังท้องถิ่นไท 5 คน พรรครวมพลังประชาชาติไทย 5 คน พรรคชาติพัฒนา 4 คน ต่างลงมติไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ครบถ้วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการลงคะแนนของพรรคเล็ก ปรากฏว่าเสียงแตกกระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง โดยพรรคไทยศรีวิไลย์ของนายมงคลกิตติ์&amp;nbsp; สุขสินธารานนท์ พรรคไทรักธรรมของนายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค&amp;nbsp; พรรคประชาธิปไตยใหม่ของนายสุรทิน พิจารณ์ ลงมติไม่ไว้วางใจนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพรรคเล็กอื่นๆ อย่าง พรรคประชาธรรมไทย พรรคประชาภิวัฒน์ พรรคพลเมืองไทย พรรคพลังชาติไทย พรรคพลังธรรมใหม่&amp;nbsp; พรรคเพื่อชาติไทย ลงมติไว้วางใจนายกฯ ขณะที่พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทยนั้น นายดำรงค์ พิเดช ลงมติไม่ไว้วางใจนายกฯ แต่นายยรรยงก์ ถนอมพิชัยธำรง ส.ส.พรรครักษ์ผืนป่าฯ อีกคนกลับลงมติไว้วางใจนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการลงมติของซีกฝ่ายค้านนั้นเทเสียงไม่ไว้วางใจนายกฯ&amp;nbsp; เกือบทั้งหมด โดยพรรคเพื่อไทย 134 คน ลงคะแนนไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ 131 คน แม้กระทั่ง ส.ส.ที่มักลงคะแนนสวนมติพรรค อย่าง น.ส.พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม. ครั้งนี้ก็ร่วมลงมติไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ด้วยเช่นกัน มีเพียง 3 คน คือ นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ส.ส.ปทุมธานี และนายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก ที่ไม่ลงมติใดๆ
พรรคเล็กเสียงแตก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพรรคก้าวไกล 53 คน ลงมติไม่ไว้วางใจ ยกเว้น ส.ส.กลุ่มงูเห่า อาทิ นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลงมติไว้วางใจนายกฯ ขณะที่นายขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.ชลบุรี นายพีรเดช คำสมุทร ส.ส.เชียงราย, นายเอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย ไม่ยอมลงมติใดๆ และนายจรัส คุ้มไข่น้ำ ส.ส.ชลบุรี ลาประชุมเพราะติดโควิด&amp;nbsp; พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ ลงมติไม่ไว้วางใจนายกฯ ยกเว้นนายอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาชาติ ที่ลงคะแนนไว้วางใจนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ทำให้คะแนนไม่ไว้วางใจนายกฯ สูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง นอกจากพรรคการเมืองขนาดเล็กเสียงแตกแล้ว พบว่าพรรคเพื่อชาติได้เทคะแนนเป็นเอกฉันท์ 5 คะแนนไม่ไว้วางใจนายกฯ ขณะที่การโหวตรัฐมนตรีรายอื่นๆ ของพรรคเพื่อชาติเสียงแตก โดยนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อดีตหัวหน้าพรรค เป็นคนเดียวที่โหวตไม่ไว้วางใจ ครม.ทุกคน แต่ ส.ส.อีก 4 คนในพรรคโหวตคว่ำนายกฯ แต่โหวตงดออกเสียงให้รัฐมนตรีคนอื่นๆ ทั้งนี้ยังมีนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ&amp;nbsp; ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย ที่โหวตไม่ไว้วางใจนายกฯ เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผลการลงคะแนนของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่ได้รับคะแนนไว้วางใจสูงสุดในครั้งนี้ พบว่าการออกเสียงลงคะแนนของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านแทบจะไม่มีแตกแถว มีเพียง ส.ส.ก้าวไกลลงมติไว้วางใจ ได้แก่ นายเกษมสันต์ มีทิพย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พรรคเพื่อไทย นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ ลงมติงดออกเสียง และนายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี ลงมติไม่ลงคะแนน นอกจากนี้ยังพบว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย&amp;nbsp; นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีษะเกษ นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ส.ส.ปทุมธานี และนายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก ไม่ลงมติใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ส.ส.จากพรรคเพื่อชาติ ได้แก่ น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช, นายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล, นางลินดา เชิดชัย และนายอารี&amp;nbsp; ไกรนรา ลงมติงดออกเสียง ยกเว้นนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคที่ลงมติไม่ไว้วางใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม พรรคขนาดเล็กมีเพียงนายนิคม บุญวิเศษ พรรคพลังปวงชนไทยเท่านั้น ที่ลงมติไม่ไว้วางใจนายเฉลิมชัย ที่เหลือทั้ง 12&amp;nbsp; เสียง แม้แต่นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ ก็ลงมติไว้วางใจนายเฉลิมชัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่การลงคะแนนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข พบว่าพรรคร่วมรัฐบาลเทคะแนนให้ครบถ้วน ยกเว้น น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp; พรรคพลังประชารัฐ และนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรที่งดออกเสียง พรรคประชาธิปัตย์ มีนายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานีงดออกเสียง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพรรคฝ่ายค้านลงมติไม่ไว้วางใจ มีเพียงนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกต ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทยลงมติงดออกเสียง และ น.ส.พรพิมล&amp;nbsp; ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานีที่ไม่ยอมกดบัตรแสดงตน ขณะที่พรรคก้าวไกลที่มี ส.ส.งูเห่าของพรรคลงมติไว้วางใจนายอนุทิน ได้แก่ นายเกษมสันต์&amp;nbsp; มีทิพย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.ชลบุรี นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายพีรเดช คำสมุทร ส.ส.เชียงราย นายเอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย ส่วนพรรคประชาชาติ มีนายอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.ปัตตานีลงมติไว้วางใจ
งูเห่าช่วย &amp;#39;ศักดิ์สยาม&amp;#39; อื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการโหวตเสียงให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp; พบว่าพรรคฝ่ายค้านไม่มีแตกแถว ลงมติไม่ไว้วางใจทั้งพรรคก้าวไกล&amp;nbsp; พรรคเพื่อไทย พรรคเสรีรวมไทย แต่มี ส.ส.งูเห่าพรรคก้าวไกล 5 คนลงมติไว้วางใจ ได้แก่ นายเกษมสันต์ มีทิพย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.ชลบุรี นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp; นายพีรเดช คำสมุทร ส.ส.เชียงราย นายเอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย และนายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ไม่ลงคะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พรรคเพื่อไทยมีนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์งดออกเสียง พรรคประชาชาติ ที่นายอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.ปัตตานีลงมติไว้วางใจ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ที่นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์, นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล ลงมติไม่ไว้วางใจ ส่วน ส.ส.เศรษฐกิจใหม่อีก 4 คนลงมติไว้วางใจนายศักดิ์สยาม เช่นเดียวกับพรรคเพื่อชาติที่มีนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ลงมติไม่ไว้วางใจนายศักดิ์สยามคนเดียว ส่วน ส.ส.อีก 4 คน ลงมติงดออกเสียง ได้แก่ น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช, นายเพชรวรรต&amp;nbsp; วัฒนพงศศิริกุล, นางลินดา เชิดชัย และนายอารี ไกรนรา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลลงมติไว้วางใจนายศักดิ์สยามเกือบหมด เหลือแค่นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ที่งดออกเสียง และนายบัญญัติ เจตนจันทร์&amp;nbsp; ส.ส.ระยองที่ไม่ปรากฏการลงคะแนน และนายศักดิ์สยามงดออกเสียงให้ตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลคะแนนของนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน พบว่า ส.ส.พรรคฝ่ายค้านลงมติไม่ไว้วางใจเกือบพร้อมเพรียงกัน โดยในส่วนพรรคเพื่อไทยมีเพียงนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ที่งดออกเสียง นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ส.ส.ปทุมธานี และนายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายกไม่ลงมติใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพรรคก้าวไกล ที่นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ โหวตไว้วางใจ และนายเอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงรายไม่ลงคะแนนเสียง ส่วนนายเกษมสันต์ มีทิพย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.ชลบุรี นายพีรเดช คำสมุทร ส.ส.เชียงรายไม่มีการลงมติใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคเพื่อชาติ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรค โหวตไม่ไว้วางใจนายสุชาติ แต่ลูกพรรคที่เหลืออีก 4 คนงดออกเสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลโหวตไว้วางใจนายสุชาติไปในทิศทางเดียวกัน ยกเว้นพรรคประชาธิปัตย์ มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายอันวาร์ สาและ&amp;nbsp; ส.ส.ปัตตานี ลงมติงดออกเสียง เช่นเดียวกับพรรคเศรษฐกิจใหม่ที่นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายนิยม วิวรรธนดิฐกุล&amp;nbsp; ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลงมติไม่ไว้วางใจ ส่วนอีก 4 คนลงมติไว้วางใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพรรคเล็กเสียงแตกลงมติไว้วางใจนายสุชาติ ได้แก่ พรรคประชาธรรมไทย พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคประชาภิวัฒน์ พรรคพลเมืองไทย พรรคพลังชาติไทย พรรคพลังธรรมใหม่ ขณะที่พรรคไทรักธรรม พรรคพลังปวงชนไทย พรรคเพื่อชาติไทย พรรคครูไทยเพื่อประชาชนลงมติไม่ไว้วางใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ส่วนนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พบว่า ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านลงมติไม่แตกแถว โดย ส.ส.ฝ่ายค้านเกือบทั้งหมดลงมติไม่ไว้วางใจนายชัยวุฒิ&amp;nbsp; มีเพียงนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทยลงมติงดออกเสียง นายอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาชาติลงมติไว้วางใจ ส่วนพรรคเพื่อชาติมีแค่นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติที่ลงมติไม่ไว้วางใจ ส่วนลูกพรรคเพื่อชาติอีก 4 คนลงมติงดออกเสียง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115626</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ, พลังประชารัฐ, ลงมติสวน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิปรายไม่ไว้วางใจ, โหวตเสียง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210805/image_big_610b7036bab16.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113690</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 09:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 09:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศักดิ์สยาม&#039;ชี้ญัตติอภิปรายใช้คำ&#039;เสเพล&#039;รุนแรงไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.2564 - &amp;nbsp;นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ถูกฝ่ายค้านเสนอญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยใช้ข้อกล่าวหาว่าเป็นรัฐมนตรีเสเพล ว่าเป็นการใช้คำที่รุนแรง จริงๆ ได้ชี้แจงผ่านสื่อมวลชนหลายครั้งแล้ว คิดว่าเป็นเรื่องที่สามารถชี้แจงได้ ส่วนเรื่องซูเปอร์สเปรดเดอร์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ทราบดี เพราะอยู่ในกระบวนการตามขั้นตอนของ สธ.ยืนยันว่าชี้แจงได้ แต่ขอให้อภิปรายอยู่ในประเด็น อย่าใช้เรื่องนี้เป็นประเด็นทางการเมือง เพราะขณะนี้ประเทศเราอยู่ในช่วงต่อสู้กับการแพร่ระบาดโควิด-19 ซึ่งนายกรัฐมนตรีเหนื่อยกับเรื่องนี้มาก และทุกคนก็กำลังช่วยกันแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ถ้ามีอะไรที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายประพฤติมิชอบและเกิดความเสียหายต่อราชการ หรือมีการทุจริตก็ว่ามาได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการใช้คำว่ารัฐมนตรีเสเพลเป็นการใช้อารมณ์ทางการเมืองหรือไม่ นายศักดิ์สยามกล่าวว่า ต้องไปถามคนตั้งส่วนตัวพร้อมชี้แจง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่าดูเหมือนเป็นการเอาเรื่องส่วนตัวมาเป็นประเด็นส่วนตัวมาอภิปรายมากกว่าผลงานการทำงาน นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ต้องถามผู้ตั้ง เป็นสิทธิของผู้อภิปราย ตนมีหน้าที่ชี้แจง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าแล้วคำว่าเสเพลจะชี้แจงอย่างไร นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ให้ไปดูพจนานุกรม และขอให้สื่อตัดสินว่าเป็นคำที่แรงหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามีความกังวลในพรรคร่วมรัฐบาลที่จะโหวตลงมติในทิศทางที่ต่างกันหรือไม่ นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า อย่าเพิ่งไปคาดการณ์ล่วงหน้า รอดูการอภิปรายก่อนและคำชี้แจงที่ตนจะตอบ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะพิจารณาและไม่รู้สึกกดดันเพราะมองว่าเป็นนัยยะทางการเมือง และเป็นเรื่องของแต่ละพรรค จะนำไปประชุมหารือและมีการลงมติกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามีการกล่าวหาว่าเข้าไปมั่วสุมในแหล่งอบายมุข จะชี้แจงอย่างไร นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ขอให้รอดูผู้อภิปรายจะมีหลักฐานอะไรมาแสดง ถามต่อว่ามั่นใจใช่หรือไม่ ว่าไม่มีพฤติกรรมตามข้อกล่าวหา นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า &amp;ldquo;ไม่มีครับ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113690</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, รัฐมนตรีเสเพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210818/image_big_611c753c962e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103139</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ปชป’.ยันไม่ทิ้งเรือแป๊ะ พท.-กก.ชิมลางซักฟอก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;จุรินทร์&amp;rdquo; ยันประชาธิปัตย์นั่งเรือแป๊ะ ยังไม่มีแนวคิดโดดลงกลางทางแน่ &amp;ldquo;ยุทธพงศ์&amp;rdquo; ประเดิมซ้อมซักฟอกอัดงบประมาณ 2565 กลาโหมได้มากกว่าสาธารณสุข พิธาซัด &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; วันแมนโชว์พาลงเหว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ยังคงมีความต่อเนื่องในกรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลบริหารสถานการณ์โควิด-19 ล้มเหลว โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่าญัตติที่ฝ่ายค้านจะยื่นนั้นเป็นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติ แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ในฐานะที่เป็นรัฐบาล เชื่อมั่นว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม จะสามารถนำทีมรัฐบาลตอบคำถามของฝ่ายค้านได้ และหากมีประเด็นใดที่ลงลึกเกี่ยวกับแต่ละกระทรวง รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงก็มีหน้าที่ช่วยตอบคำถามแทนนายกฯ ซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่ฝ่ายค้านก็ทำหน้าที่ในการตรวจสอบรัฐบาล เป็นวิถีทางปกติในระบอบประชาธิปไตย และไม่มีความจำเป็นใดที่จะไปสกัดกั้นหรือต่อต้านการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน
&amp;quot;ผมคิดว่าเป็นเรื่องปกติที่คนทำงานก็จะต้องมีข้อบกพร่องบ้าง อันนี้เป็นเรื่องที่ไม่ว่าใครมาทำหน้าที่บริหารประเทศ ก็จะต้องมีข้อบกพร่องเป็นเรื่องปกติธรรมดา เพราะฉะนั้นไม่คิดจะมีปัญหา เพราะข้อบกพร่องใดๆ รัฐบาลพยายามแก้ไข และวันนั้นก็ถือเป็นโอกาสของรัฐบาลในการทำความเข้าใจกับประชาชนด้วย&amp;quot; นายจุรินทร์กล่าว
เมื่อถามถึงกระแสกดดันให้ ปชป.ทบทวนการร่วมรัฐบาล นายจุรินทร์ตอบว่า สถานการณ์ปัจจุบัน สิ่งที่พรรคต้องทำคือจับมือร่วมกับทุกฝ่ายนำพาประเทศฝ่าวิกฤติ ซึ่งเป็นปณิธานของพรรคที่จะต้องร่วมมือกับทุกฝ่าย และรัฐบาล โดยได้กำชับไปทุกภาคส่วนของพรรคให้ทำหน้าที่ของตัวเองให้สมบูรณ์ที่สุด ไม่ว่าจะทำหน้าที่ในฝ่ายบริหารหรือนิติบัญญัติ และเชื่อว่าประชาชนทั้งประเทศมีใจเป็นธรรม ปชป. ก็จะปวารณาตัวทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด
เมื่อถามย้ำ หมายความว่าพรรค ปชป.จากนี้จะไปไหนไปกัน ไม่โดดลงเรือกลางคัน พร้อมสนับสนุนรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ต่อไปใช่หรือไม่ นายจุรินทร์ย้ำว่า สถานการณ์ปัจจุบันสิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่อยากเห็น การจับมือในการแก้ปัญหา และในสถานการณ์โควิดไม่แม้แต่ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านประชาชนก็ต้องร่วมมือกันในการฟันฝ่าวิกฤตินี้ไปด้วยกัน &amp;nbsp;
ถามอีกว่าจุดไหนที่จะทำให้ ปชป.ทบทวนการร่วมรัฐบาลนั้น นายจุรินทร์ตอบสั้นๆ ว่า ยังไม่ได้คิด
ด้านนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีสภาผู้แทนราษฎรเตรียมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 วันที่ 31 พ.ค. และวันที่ 1-2 มิ.ย. ว่าพรรคจะชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลจัดงบประมาณเป็นอย่างไร โดยเฉพาะงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุขลดลงจากปี 2564 ที่ได้งบประมาณ 158,000 ล้านบาท ขณะที่ปี 2565 โควิดกำลังระบาดหนัก ได้งบเพียง 153,000 ล้านบาท ทั้งที่ต้องได้งบเพิ่ม พล.อ.ประยุทธ์กลับไปจัดงบให้กระทรวงกลาโหม 203,000 ล้านบาท มากกว่า สธ. 5 หมื่นล้านบาท เป็นไปได้อย่างไรในภาวะโควิดระบาด และอยากรู้ว่าจะมีการจัดซื้อเรือดำน้ำอีกหรือไม่ เพราะงบ 64 พรรคคัดค้านไม่ให้ซื้อ แต่ปี 65 มีการของบมาอีกแล้ว โดยกองทัพเรือได้งบประมาณ 41,307 ล้านบาท
&amp;ldquo;คนไม่มีกิน จะอดตาย มีคนฆ่าตัวตาย คนตายจากโควิดทุกวัน โรงพยาบาลไม่มีที่จะรักษา พล.อ.ประยุทธ์กลับไปให้ความสำคัญกับกองทัพในการจัดซื้ออาวุธ ทำไมไม่เอาเงินพวกนี้มาดูแลบุคลากรทางการแพทย์ อสม. นักรบด่านหน้าที่จะต้องสู้กับโควิด เมื่อเปิดสภามา คุณประยุทธ์อย่าหนีผมออกไปไหนก็แล้วกัน จะซักฟอก เวลาอภิปรายกรุณาช่วยมานั่งฟัง แล้วบอกว่าฝ่ายค้านไม่มีข้อมูล อันนี้แค่น้ำจิ้มเท่านั้น ยังมีกองทัพบก กองทัพอากาศอีกที่ ยังไม่ได้ออกมาเปิดเผย&amp;rdquo; นายยุทธพงศ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษก พท. กล่าวถึงการระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่เรือนจำว่า ขอเรียกร้องให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องออกมาแสดงความรับผิดชอบกรณีปล่อยปละละเลยให้เกิดคลัสเตอร์เรือนจำ และขอให้เร่งฉีดวัคซีนให้ผู้ต้องขังทั้ง 100%&amp;nbsp; โดยเร็วที่สุด
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ ขอย้ำอีกครั้ง พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ขาดอำนาจ แต่ขาดความสามารถ ว่าเป็นเวลา 20 วันเต็มแล้วที่เราต้องอยู่ภายใต้การบริหารแบบรวบอำนาจของนายกฯ ที่รวบอำนาจหน้าที่ 31 พ.ร.บ.จากรัฐมนตรีคนอื่นมาไว้ในมือ เป็นการรวบอำนาจที่มีเจตนาเพื่อแก้ไขวิกฤติโควิดแบบวันแมนโชว์ ซึ่งผลที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยในรอบ 20 วันนี้ก็คือ ผู้ติดเชื้อสะสมทะลุ 100,000 รายเป็นวันแรก เฉลี่ยติดเชื้อเพิ่มวันละ 2,197 ราย ผู้เสียชีวิตสะสมในรอบ 20 วันแห่งการรวบอำนาจ อยู่ที่ 436 ราย เพิ่มขึ้น 295% เมื่อเทียบกับยอดผู้เสียชีวิตสะสมช่วงก่อนหน้านี้ที่สะสมมากว่า 400 วัน อัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 0.58% หมายถึงความเสี่ยงในการเสียชีวิตเมื่อตรวจพบเชื้อ เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม 2.2 เท่า ภายในระยะเวลา 20 วัน
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคก้าวไกล (กก.) กล่าวว่า พรรคมีข้อเสนอที่ต้องเร่งดำเนินทันที 1.รัฐบาลควรใช้ Rapid Anitgen Test ที่ผ่านมาตรฐาน อย. ในการตรวจคัดกรองให้กับประชาชนที่มีอาการเข้าข่ายว่าอาจติดเชื้อโควิด-19 2.รัฐบาลควรให้ประชาชนสามารถเข้าถึง Rapid Antigen Test ที่ผ่านมาตรฐาน อย. ผ่านการซื้อได้ตามร้านขายยามาตรฐานทั่วไป 3.รัฐบาลควรยกเลิกนโยบายที่โรงพยาบาลไหนที่ตรวจพบ จะต้องเป็นผู้จัดหาเตียงให้กับผู้ป่วยเอง 4.รัฐบาลต้องเร่งปรับปรุงกระบวนการในการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 5.รัฐบาลต้องเร่งจัดสรรงบประมาณ หรืออนุมัติงบกลางในการจัดซื้อเครื่องมือที่จำเป็น 6.รัฐบาลต้องกระจายความเสี่ยง และสำรองยาที่จำเป็น และ 7.รัฐบาลต้องเร่งจัดส่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่มีความชำนาญ เข้าไปจัดการควบคุมสถานการณ์การระบาดในในเรือนจำเขตลาดยาวอย่างเร่งด่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ผู้ก่อตั้งพรรคไทยสร้างไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า เวลานี้คนไทยกำลังเผชิญกับมหาวิกฤติทั้ง COVID-19 และพิษเศรษฐกิจ โดยวิธีการที่จะเอาชนะ COVID ได้ถาวร ดังเช่นที่เราเคยเอาชนะโรคอื่นๆ เช่นฝีดาษหรือโปลิโอมาแล้ว คือการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เกิดขึ้นกับประชาชนเท่านั้น และวิธีการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ที่ปลอดภัย ประหยัดเวลา และมีประสิทธิภาพมากที่สุด คือการฉีดวัคซีนให้ได้ 70% ของประชากรหรืออย่างน้อย 50 ล้านคนสำหรับประเทศไทย
&amp;ldquo;การฉีดวัคซีนคือทางออกทางเดียวที่จะทำให้ให้มหาวิกฤตินี้จบลงโดยเร็วที่สุด จึงขอวิงวอนทุกท่านค่ะ แม้เราจะโกรธ จะเกลียด จะไม่พอใจรัฐบาลนี้อย่างไร แต่คนไทยเราจะต้องผ่านพ้นจากมหาวิกฤติครั้งนี้ไปให้ได้ก่อน ซึ่งมีเพียงวิธีเดียวก็คือ เราต้องร่วมมือร่วมร่วมใจกันไปฉีดวัคซีนให้เร็วที่สุดเท่านั้น&amp;rdquo; คุณหญิงสุดารัตน์โพสต์.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103139</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณ 2565, ซักฟอก, ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ, นั่งเรือแป๊ะ, พรรคร่วมฝ่ายค้าน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210516/image_big_60a126551fa63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93704</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘จุรินทร์’สั่งเคลียร์ปชป.ลูบคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;จุรินทร์&amp;quot; สั่ง &amp;quot;เฉลิมชัย&amp;quot; สอบ 3 ส.ส.ปชป. แหกมติพรรคไม่โหวตไว้วางใจหัวหน้าพรรค ยังไม่คิดขับออก ขณะที่ก้าวไกลเตรียมลงทัณฑ์งูเห่าสีส้ม ยกมือไว้วางใจ &amp;quot;เสี่ยหนู&amp;quot; &amp;quot;พิธา&amp;quot; ยอมรับผิดหวัง แต่ไม่ผิดคาด ขณะที่เลขาฯ พรรคเผยใช้มาตรการ &amp;ldquo;แบน&amp;rdquo; ยันไม่ไล่ออก เกรงเตะหมูเข้าปากหมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2564 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถึงกรณี ส.ส.ของพรรค งดออกเสียงให้ตนเองจะมีการดำเนินการอย่างไร ว่าทราบแล้ว ซึ่งทางนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรครับไปดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เสียงหายไป 3 เสียงใช่หรือไม่ นายจุรินทร์ตอบว่า เท่าที่ตรวจสอบเบื้องต้นเป็นอย่างนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าการที่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ไม่ลงคะแนนเสียงให้รัฐมนตรีทั้งหมดจะส่งผลกระทบต่อพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ตอบว่า ไม่สามารถตอบได้ว่าจะกระทบอะไรมากน้อยแค่ไหน แต่สำหรับเรื่องในพรรค เลขาธิการพรรค จะรับไปดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าจากกรณีดังกล่าวยังเป็นคนเดิม จะเด็ดขาดอย่างไร นายจุรินทร์ตอบว่า คิดว่าสังคมจะรับทราบ แต่เมื่อเป็นเรื่องภายใน ไม่อยากจะมาพูดกับภายนอก ซึ่งในพรรคเราก็พูดกันเสมอ ถ้ามีอะไรกันให้พูดกันภายใน ไม่จำเป็นก็ไม่มาพูดข้างนอก แต่เรื่องนี้พรรคจะต้องดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็คุยกันแล้ว เลขาฯ ก็จะรับไปทำ ว่าจะทำอะไร อย่างไร แต่ขอเป็นเรื่องภายใน ส่วนบทลงโทษของพรรคไม่ขอแจกแจงว่ามีอะไรบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเฉลิมชัยกล่าวว่า จะให้วิปของพรรคขอรายงานการประชุมและการลงคะแนนเป็นเอกสาร เมื่อได้แล้วจะมาพิจารณา ขอเรียนว่าอาจจะมีกระแสก่อนหน้านี้ในส่วนของความคิดเห็นต่างกันบ้าง แต่ที่ผ่านมาทั้งหมด เรายังไม่เคยมีการขัดมติพรรค หรือการดำเนินการในสภาที่ขัดมติเลย นี่อาจจะเป็นครั้งแรก เพราะฉะนั้นตนขอใช้เวลาสักนิดในการดำเนินการ และเป็นเรื่องภายในของพรรคที่จะต้องมีมาตรการอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งต้องไปดูในส่วนของข้อบังคับพรรคที่จะดำเนินการได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าไม่ถึงขั้นต้องขับออกจากพรรคใช่หรือไม่ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ตอบว่า ยังไม่คิดไปถึงขนาดนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ ส.ส.ประชาธิปัตย์ 3 คน ลงมติงดออกเสียงในการโหวตนายจุรินทร์คือ นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ,&amp;nbsp; นายอภิชัย เตชะอุบล ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล เปิดเผยถึงกรณีที่มี ส.ส.ของพรรคยกมือไว้วางใจนายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข ว่ากำลังตรวจสอบรายชื่ออยู่ แต่เชื่อว่าไม่ได้มีแค่ ส.ส.ของก้าวไกลเท่านั้น น่าจะมีหลายพรรค ขอยืนยันกับประชาชนว่าเราไม่ได้นิ่งนอนใจที่มี ส.ส.โหวตไว้วางใจรัฐมนตรีในครั้งนี้ ขั้นตอนการดำเนินการของพรรคเรามีกรรมการวินัยในเรื่องเหล่านี้อยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าจะมีบทลงโทษหรือไม่ เลขาธิการพรรคก้าวไกลชี้แจงว่า มีความเป็นไปได้ที่จะมีการลงโทษทางวินัย โดยการ internal ban เพราะไม่อยากเตะหมูเข้าปากหมา การไล่ ส.ส.ออกจากพรรคจะเป็นการเข้าทางฝ่ายนั้น แต่เราจะลงโทษด้วยการไม่ให้เข้าร่วมกิจกรรมของพรรค และงานของพรรคในสภาด้วย ทั้งนี้ขออภัยประชาชนที่สนับสนุนพรรคก้าวไกล แต่ก็ยืนยันว่า 4 วันที่ผ่านมาเราพยายามทำงานอย่างเต็มที่ ต่อไปพรรคจะเน้นไปที่ประสิทธิภาพในการคัดเลือกผู้ลงสมัครใหม่ โดยจะเริ่มดำเนินการหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ยอมรับว่า ผิดหวังแต่ไม่ผิดคาด ส่วนจะเป็น ส.ส.เก่าที่เคยไปอยู่พรรคภูมิใจไทยมาดึงไปหรือไม่นั้น คงต้องรอการตรวจสอบ แต่ก็เชื่อมั่นใจกระบวนการของพรรคที่มีคณะกรรมการวินัยดำเนินการเรื่องนี้อยู่แล้ว ช่วงต่อไปจึงเป็นภาระหน้าที่ในการคัดคนเข้ามาเสริมทัพ เสริมทีม เลือกคนที่ทำงานเพื่อประชาชน ซึ่งถือเป็นสิ่งที่พรรคการเมืองอย่างเราทำงานเพื่ออุดมการณ์มาตั้งแต่เริ่มต้น ในช่วงต่อจากนี้ และมีนาคม โดยว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ก็จะลงไปพื้นที่พบปะกับประชาชนด้วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสมอกัน เที่ยงธรรม ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ภายหลังการลงมติและพบว่าชื่อตนเองกดแสดงตนแต่คะแนนไม่ขึ้น จึงกลายเป็นการไม่ลงคะแนนให้แก่ ร.อ.ธรรมนัส ว่าเมื่อได้ทราบว่ามีข้อผิดพลาดดังกล่าว ตนในฐานะที่เป็นวิปรัฐบาล จึงได้แจ้งตรงไปยังนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ? พรรคพลังประชารัฐ? ในฐานะประธานวิปรัฐบาลและให้นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา แจ้งโดยตรงไปยัง? ร.อ.ธรรมนัสเรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมกดลงคะแนนตามมติพรรคชาติไทยพัฒนาทุกประการ? แต่เมื่อคะแนนที่ออกมากลับพบว่าเป็นการไม่ลงคะแนนทั้งที่กดเป็นการแสดงตน แต่ไม่โหวต และผมจะทำอย่างนั้นทำไม ซึ่ง ส.ส.เผดิมชัย สะสมทรัพย์ และ ส.ส.พาณุวัฒณ์ สะสมทรัพย์ ซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ผมเป็นพยานให้ได้ และผมได้ทำหนังสือให้สำนักประชุมตรวจสอบความผิดพลาดที่เกิดขึ้นแล้ว เพราะเห็นว่ามี ส.ส.หลายคนก็กำลังขอให้สำนักประชุมตรวจสอบด้วยเช่นกัน และผมยืนยันว่าผมกดคะแนนไว้วางใจ? ร.อ.ธรรมนัสอยู่แล้ว&amp;rdquo; ส.ส.สุพรรณบุรีกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93704</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ, พรรคประชาธิปัตย์, สภาผู้แทนราษฎร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210218/image_big_602e0eea6ea51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93703</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สอบผ่านแต่งานงอก ประชาธิปัตย์ระส่ำ!‘พปชร.’เล่น‘ศักดิ์สยาม’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โหวตญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 10 รัฐมนตรี ผ่านหมด&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส.ส.ไม่แตกแถวลงมติโหวต &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ส่วน &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ยังปึ้ก ส.ส.รัฐบาลหนุนเข้มแข็ง ด้าน 5 งูเห่าฝ่ายค้านหนุน &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; คะแนนพุ่งสูงสุด ประชาธิปัตย์ระส่ำ 3 คู่กัดงดออกเสียง &amp;quot;จุรินทร์&amp;quot;&amp;nbsp; &amp;quot;ครูตั้น&amp;quot;&amp;nbsp; เจอพิษพรรคเล็กได้คะแนนน้อยสุด ด้าน 6 ดาวฤกษ์ พปชร.งดออกเสียง &amp;quot;ศักดิ์สยาม&amp;quot; เพื่อชาติยกพรรคช่วย &amp;quot;ธรรมนัส&amp;quot; สำหรับ &amp;quot;พิธา&amp;quot; มาแปลก โหวตไม่ลงคะแนน &amp;quot;ธรรมนัส&amp;quot; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2654 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม ที่ประชุมได้ลงมติในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล จำนวน 10 คน ซึ่งผลปรากฏว่าเสียงส่วนใหญ่ไว้วางใจให้รัฐมนตรีทั้ง 10 รายบริหารราชการต่อไป โดยมีการลงมติดังนี้ 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไม่ไว้วางใจ 206, ไว้วางใจ 272, งดออกเสียง 3 เสียง 2.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ไม่ไว้วางใจ 204, ไว้วางใจ 274, งดออกเสียง 4 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ไม่ไว้วางใจ 201, ไว้วางใจ 275, งดออกเสียง 6 เสียง 4.นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ไม่ไว้วางใจ 207, ไว้วางใจ 268,&amp;nbsp; งดออกเสียง 7 เสียง 5.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่ไว้วางใจ 205, ไว้วางใจ 272, งดออกเสียง 3 เสียง 6.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ไม่ไว้วางใจ 215, ไว้วางใจ 258, งดออกเสียง 8 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7.นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ไม่ไว้วางใจ 212, ไว้วางใจ 263, งดออกเสียง 5, ไม่ลงคะแนนเสียง 1 เสียง 8.นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ไม่ไว้วางใจ 201, ไว้วางใจ 268, งดออกเสียง 12, ไม่ลงคะแนนเสียง 1 เสียง 9.นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่ไว้วางใจ 206, ไว้วางใจ 272, งดออกเสียง 4 เสียง และ 10.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่ไว้วางใจ 199, ไว้วางใจ 274, งดออกเสียง 5, ไม่ลงคะแนนเสียง 1 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายชวนได้สั่งปิดการประชุมในเวลา 11.15 น. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่า ขอบคุณสื่อที่ได้ติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้อย่างเข้มข้น หลายเรื่องบางอันเป็นประโยชน์ บางอันก็เป็นเรื่องเดิมๆ ซึ่งเป็นเช่นนี้มาโดยตลอด สิ่งไหนที่ดีรัฐบาลก็จะนำไปดำเนินการต่อ คงมีเท่านั้น ต้องขอบคุณประธานรัฐสภา สมาชิกผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย ทุกคนเราไม่ใช่ศัตรูกันอยู่แล้ว วิถีทางทางการเมืองก็ว่ากันไป ขอบคุณที่ทำให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ขอความรักความสามัคคีกลับคืนมาให้ประเทศของเรามากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากนี้จะมีการปรับคณะรัฐมนตรีหรือไม่ นายกฯ ปฏิเสธว่ายังไม่มี ยังไม่ได้คิดอะไร และก็ประเมินด้วยผลงาน ถึงเวลาก็ดำเนินการอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะมีการรวบรวมข้อมูลการอภิปรายครั้งนี้ไปใช้ประโยชน์อย่างไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็มีอยู่ ตนได้จดไว้หมดแล้ว
&amp;quot;อนุทิน&amp;quot;ยิ้มร่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าคะแนนโหวตสะท้อนว่าพรรคร่วมรัฐบาลดีหมด แต่ในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มีการขย่มกันเองหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ เป็นเรื่องของคะแนนเสียง เป็นมติ และเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของแต่ละคน ใครจะคิดอะไรก็ว่าไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าต่อจากนี้ถือว่ารัฐบาลเดินหน้าทำงานได้อย่างสบายใจใช่หรือไม่ เพราะได้ผ่านการอภิปรายแล้ว นายกฯ กล่าวว่า ตนไม่เคยหยุดงาน ทำทุกวันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะอภิปรายหรือไม่อภิปรายตนก็ทำงานมาตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการหารือกับ ผบ.ตร.หลังการอภิปรายเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 19 ก.พ. ได้คุยอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า คุยเรื่องสถานการณ์ภายนอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ภายหลังการลงคะแนนโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยมีคะแนนไว้วางใจมากที่สุด พร้อมระบุว่า ขอให้ดูที่ผลว่าใครกดอะไร-ไม่กดอะไร สามารถตรวจสอบได้ แต่ก็ขอบคุณเจ้าของคะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ได้มีการตรวจเช็กคะแนนที่เพิ่มมาหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ก็อาจเป็นเพราะชี้แจงได้ชัดเจน และลบล้างข้อกล่าวหาของผู้อภิปรายได้ เมื่อถามว่าการที่คะแนนเสียงไว้วางใจมากกว่านายกฯ จะมีผลอะไรหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน เพราะตนทำงานหนักมาก อาจมีคนที่ตั้งใจฟังตนอยู่ และสงสารตนว่าโดนคนเอาเรื่องไม่จริงมาโยนใส่ นี่คือผลของการที่จะอภิปรายใครต้องมีจรรยาบรรณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จากนี้มีแนวโน้มจะขอเก้าอี้รัฐมนตรีเพิ่มหรือไม่ นายอนุทินหัวเราะก่อนกล่าวปฏิเสธว่า &amp;ldquo;เดี๋ยวไปกินไก่ย่างแล้ว ไม่เอาแล้ว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผลลงการลงมติ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ได้คะแนนไว้วางใจ 272 ต่อ 206 งดออกเสียง 3 เสียงนั้น พบว่าส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านต่างลงคะแนนตามมติพรรคอย่างครบถ้วน ยกเว้นนายอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาชาติ จากพรรคฝ่ายค้านเพียงคนเดียวที่ลงมติไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; ส่วนคะแนนงดออกเสียง 3 เสียงของ พล.อ.ประยุทธ์ ได้แก่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 3 คนคือ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร, นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมี ส.ส.ที่ไม่ปรากฏการลงมติของ พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; ได้แก่ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร, นายเพชร เอกกำลังกุล, พล.ต.ท.วิศณุ ม่วงแพรสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย, น.ส.พรพิมล ธรรมสาร&amp;nbsp; ส.ส.ปทุมธานี, นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม. และนายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผลการลงคะแนนของ พล.อ.ประวิตร ที่ได้คะแนนไว้วางใจ 274 ต่อ 204 เสียง งดออกเสียง 4 เสียงนั้น พบว่าการออกเสียงลงคะแนนของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านไม่มีแตกแถว ยกเว้นนายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม., น.ส.พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย, นายอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาชาติ ที่เป็นขาประจำโหวตสวนมติพรรคไว้วางใจ พล.อ.ประวิตร
3 ปชป.งับ&amp;quot;จุรินทร์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคะแนนงดออกเสียง 4 เสียง ประกอบด้วย นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร, นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์, นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ และนายอารี ไกรนรา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังพบ ส.ส.ที่ไม่ปรากฏการลงมติ ได้แก่ นายวันนิวัติ สมบูรณ์ ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย, นายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย, นายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา, นายเพชร เอกกำลังกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ, พล.ต.ท.วิศณุ ม่วงแพรสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ผลการลงคะแนนของนายอนุทิน ที่ได้คะแนนไว้วางใจ 275 ต่อ 201 งดออกเสียง 6 นั้น พบว่า มีส.ส.พรรคก้าวไกล 4 คน แหกมติพรรคลงมติไว้วางใจนายอนุทินคือ นายขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.ชลบุรี, นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายพีรเดช คำสมุทร ส.ส.เชียงราย, นายเอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย รวมถึงนายอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาชาติ ร่วมโหวตไว้วางใจด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคะแนนงดออกเสียง 6 เสียง เป็นของพรรคประชาธิปัตย์ 3 เสียง ได้แก่ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ, นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี รวมถึงพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย,&amp;nbsp; นายอารี ไกรนรา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ รวมถึงตัวนายอนุทินเองที่ลงมติงดออกเสียงด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังพบว่า นายวันนิวัติ สมบูรณ์ ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย, นายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย, นายเพชร เอกกำลังกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย, พล.ต.ท.วิศณุ ม่วงแพรสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย, นายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ ไม่ปรากฏลงคะแนน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.พาณิชย์ ที่ได้คะแนนไว้วางใจ 268 ต่อ 207 เสียง งดออกเสียง 7 นั้น จากการตรวจสอบพบว่า ในส่วนคะแนนงดออกเสียง นอกจากนายชวนที่ลงมติงดออกเสียงในฐานะประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายจุรินทร์ที่ลงมติงดออกเสียงตัวเองแล้ว ยังมี ส.ส.ประชาธิปัตย์อีก 3 คนลงมติงดออกเสียงคือ นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายอภิชัย เตชะอุบล ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมถึงนายอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาชาติ และนายสมพงษ์ โสภณ ส.ส.ระยอง พรรคพลังประชารัฐ ก็ลงมติงดออกเสียงเช่นกัน นอกจากนี้ยังพบว่านายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ, นายวันนิวัติ สมบูรณ์ ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย, นายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย, นายเพชร เอกกำลังกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย, พล.ต.ท.วิศณุ ม่วงแพรสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ไม่ปรากฏการลงคะแนน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.อนุพงษ์ ที่ได้คะแนนไว้วางใจ 272 ต่อ 205 งดออกเสียง 3 นั้น ปรากฏว่า ส.ส.รัฐบาลและฝ่ายค้านต่างลงคะแนนตามมติพรรค ไม่มีใครแตกแถว มีคะแนนงดออกเสียง 3 คน เป็น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์หมดคือ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร, นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี แต่มี ส.ส.ฝ่ายค้านเพียงคนเดียวคือ นายอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาชาติ ที่ลงมติไว้วางใจ พล.อ.อนุพงษ์ &amp;nbsp;
พรรคเล็กเล่นงาน&amp;quot;ณัฏฐพล&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คะแนนเสียงนายณัฏฐพล ที่ได้เสียงเห็นชอบ 258 ต่อ 215 งดออกเสียง 8 เสียง เป็นรัฐมนตรีที่ได้คะแนนไว้วางใจน้อยที่สุดนั้น พบว่า นายอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ซึ่งเป็นฝ่ายค้าน ได้โหวตไว้วางใจนายณัฏฐพล &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลที่ลงมติไม่ไว้วางใจนายณัฏฐพล&amp;nbsp; ประกอบด้วย นายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย, นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค พรรคไทรักธรรม, นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธรรมไทย, พล.ต.ทรงกลด ทิพย์รัตน์ หัวหน้าพรรคพลังชาติไทย และ ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่ทั้งหมด 6 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน ส.ส.ที่งดออกเสียง ได้แก่ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร, นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์, นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์,&amp;nbsp; นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังไทยรักไทย, น.ส.ศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลเมืองไทย,&amp;nbsp; นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่, นายยรรยงก์ ถนอมพิชัยธำรง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย และนายณัฏฐพล ที่ลงคะแนนงดออกเสียงตัวเอง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ไม่ปรากฏลงคะแนน ประกอบด้วย ส.ส.พรรคเพื่อไทย จำนวน 3 คน ได้แก่ น.ส.พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี, นายวันนิวัติ สมบูรณ์ ส.ส.ขอนแก่น, นายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด&amp;nbsp; พรรคเสรีรวมไทย จำนวน 2 คน ได้แก่ นายเพชร เอกกำลังกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ, พล.ต.ท.วิศณุ ม่วงแพรสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ได้แก่ นายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา ไม่ปรากฏลงคะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุชาติ ที่ได้คะแนนไว้วางใจ 263 ต่อ 212 งดออกเสียง 5 ไม่ลงคะแนน 1 นั้น มี ส.ส.รัฐบาลที่ลงมติไม่ไว้วางใจนายสุชาติ 7คน ได้แก่ พรรคเศรษฐกิจใหม่ 4 คน คือนายนิยม วิวรรธนดิษกุล,&amp;nbsp; นายภาสกร เงินเจริญกุล, นางมารศรี ขจรเรืองโรจน์, นายสุภดิช อากาศฤกษ์ อีก 3 คนเป็นพรรคเล็ก ได้แก่ นายปรีดา บุญเพลิง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน, นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม, นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังไทยรักไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผู้งดออกเสียง 5 เสียง ได้แก่ นายขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล, นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร, นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี รวมถึงตัวนายสุชาติเอง ส่วนผู้ไม่ลงคะแนนได้แก่ น.ส.วชิราภรณ์ กาญจนะ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายศักดิ์สยาม ที่ได้รับคะแนนไว้วางใจ 268 ต่อ 201 งดออกเสียง 12 ไม่ลงคะแนน 1 นั้น มี ส.ส.ฝ่ายค้านคือพรรคก้าวไกล 4 คน ลงคะแนนไว้วางใจให้นายศักดิ์สยาม ได้แก่ นายขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.ชลบุรี, นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ,&amp;nbsp; นายพีรเดช คำสมุทร ส.ส.เชียงราย, นายเอกภพ เพียรวิเศษ ส.ส.เชียงราย และยังมี ส.ส.ก้าวไกลอีก 1 คนคือ นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลงมติไม่ลงคะแนนเสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่คะแนนงดออกเสียง 12 เสียง เป็น ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์ พรรคพลังประชารัฐ 6 คน คือ นางกรณิศ งามสุคนรัตนา ส.ส.กทม., น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส.กทม., น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม., น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.กทม., น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายศิริพงษ์ รัสมี ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ 3 คน ได้แก่ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร, นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรคเพื่อชาติ 1 คน คือนายอารี ไกรนรา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังไทยรักไทย ได้แก่ นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ รวมถึงตัวนายศักดิ์สยามเอง โดยมีส.ส.ฝ่ายค้านเพียงคนเดียวที่ลงมติไว้วางใจนายศักดิ์สยามคือ นายอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาชาติ
ก้าวไกลโหวตให้&amp;quot;นิพนธ์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ที่ได้คะแนนไว้วางใจ&amp;nbsp; 272 ต่อ 206 งดออกเสียง 4 นั้น จากการตรวจสอบพบว่ามี ส.ส.ฝ่ายค้าน 1 คนคือ นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล มาลงมติไว้วางใจให้นายนิพนธ์ ส่วน ส.ส.ที่งดออกเสียง 4 คน ได้แก่ นายชวน หลีกภัย, นายพนิต วิกิตเศรษฐ์, นายอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาชาติ นายสมพงษ์ โสภณ ส.ส.ระยอง พรรคพลังประชารัฐ ส่วนนายอันวาร์ สาเละ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ที่ลงมติงดออกเสียงให้รัฐมนตรี 9 คน แต่กลับลงมติไว้วางใจให้นายนิพนธ์เพียงคนเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่ได้คะแนนไว้วางใจ 274 ต่อ199 งดออกเสียง 5 ไม่ลงคะแนน 1 ถือเป็นรัฐมนตรีที่ได้เสียงไม่ไว้วางใจต่ำสุดในบรรดา 10 รัฐมนตรีนั้น พบว่าเสียงไม่ไว้วางใจส่วนใหญ่เป็นของพรรคร่วมฝ่ายค้าน อาทิ&amp;nbsp; พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล แต่พบว่ามี ส.ส.ฝ่ายค้าน 6 คนลงมติไว้วางใจให้ ได้แก่ น.ส.พรพิมล ธรรมสาร&amp;nbsp; ส.ส.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย, นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย,&amp;nbsp; นายอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาชาติ ขณะที่พรรคเพื่อชาติที่มี 5 เสียง ลงมติไว้วางใจ 3 คน ได้แก่ นายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นางลินดา เชิดชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ,&amp;nbsp; นายอารี ไกรนรา ส.ส.บัญชีรายชื่อ ส่วนอีก 2 คนงดออกเสียง ได้แก่ น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของผู้งดออกเสียงรายอื่นๆ ของ ร.อ.ธรรมนัส ยังมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ, นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รวมถึง ร.อ.ธรรมนัส ที่ลงมติงดออกเสียงให้ตนเองด้วย นอกจากนี้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล ยังลงมติไม่ลงคะแนน ร.อ.ธรรมนัส ขณะเดียวกันยังพบว่ามี ส.ส.พรรคเพื่อไทยที่ไม่ปรากฏการลงคะแนนในการประชุม ได้แก่ นายทายาท เกียรติชูศักดิ์ ส.ส.นครสวรรค์, นายวันนิวัติ สมบูรณ์&amp;nbsp; ส.ส.ขอนแก่น และนายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมี ส.ส.คนอื่นๆ ที่ไม่ปรากฏการลงคะแนน ได้แก่ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร, นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์, นายเสมอกัน เที่ยงธรรม ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา, นายเพชร เอกกำลังกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ, พล.ต.ท.วิศณุ ม่วงแพรสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน ร่วมแถลงข่าวภายหลังลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายสมพงษ์กล่าวว่า ผลการอภิปรายทำให้เห็นชัดว่ารัฐมนตรีคนใดควรหรือไม่ควรอย่างไร แต่คะแนนเสียงเขาก็ท่วมท้น แต่ที่น่าสังเกตคะแนนเสียงของ พล.อ.ประยุทธ์น้อยไปหน่อย ก็อยากให้ประชาชนตัดสินใจ และการอภิปรายครั้งนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านได้หาข้อมูลต่างๆ มาอภิปราย ประชาชนและสื่อมวลชนต้องตัดสินใจว่าสิ่งที่ผ่านมา 4 วันเป็นอย่างไร และตัวเลขที่ออกมาซึ่งไม่เท่ากัน ก็หวังว่าสิ่งที่เราทำมาจะเป็นผลงานของพรรคร่วมฝ่ายค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แม้คะแนนเสียงในสภาพรรคร่วมฝ่ายค้านจะแพ้รัฐบาล แต่เชื่อมั่นว่าชนะใจประชาชนที่ติดตามการอภิปรายด้วยข้อมูลและเหตุผลที่ได้อภิปรายมา และหลังจากการอภิปรายพรรคร่วมฝ่ายค้านจะมีงานทำต่ออีกหลายอย่าง บางประเด็นที่มีการทุจริตชัดเจนก็จะดำเนินการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าสิ่งที่จะดำเนินการต่อนั้นจะนำไปฟ้องร้องต่อศาลอย่างไรหรือไม่ เลขาธิการพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า มีรัฐมนตรีบางคนที่มีความผิดชัดเจนตามที่ได้อภิปราย คือนายจุรินทร์ ดำเนินการไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ศาลฎีกา และ ป.ป.ช. ส่วนคนอื่นๆ กำลังรวบรวมรายละเอียด
โรยเกลือต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวเสริมว่า เหมือนเป็นการกรีดแผลในสภา และจะมีการโรยเกลือต่อไป จะตามสิ่งที่เราได้อภิปรายไปแล้ว เพราะ 4 วันที่ผ่านมาเป็นโอกาสใช้อำนาจอธิปไตยที่ประชาชนมอบให้มาตรวจสอบการบริหารราชการของรัฐบาล ยืนยันเราทำอย่างสุดความสามารถ ผลที่ออกมาประชาชนเห็นอยู่ว่าแตกต่างกันอย่างไร สะท้อนปัญหาของประเทศจริงหรือไม่ เช่น เรื่องการศึกษาที่มีปัญหา ปัญหาเกี่ยวกับแรงงานที่มีปัญหาอยู่ วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่จะเป็นวันแรกของการทำงานรักษาผลประโยชน์ของประชาชน ส่วนตัวมองว่าอย่างน้อยคงมีการปรับ ครม. รัฐบาลตั้งใจทำงานเพื่อประชาชน พรรคร่วมฝ่ายค้านก็จะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ หลังจากนี้จะทำงานให้มากขึ้นกว่า 4 วันที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า เมื่อเห็นผลลงคะแนนวันนี้ก็รู้สึกผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเราได้เปิดแผลตั้งแต่ระดับแผลข่วน ไฟไหม้ แผลฉกรรจ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวที่นายกรัฐมนตรีเลี่ยงภาษี ไม่ยอมยื่นค่าน้ำค่าไฟ ผิดกฎหมาย ป.ป.ช. ไปจนถึงการคอร์รัปชันนโยบาย การวางแผนรถไฟฟ้าและอุตสาหกรรมต่างๆ ผิดพลาด ไปจนถึงการเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุนรายใหญ่ หลายรายให้เข้ามาใช้ทรัพยากรธรรมชาติเอื้อประโยชน์พวกพ้องตัวเองและเครือข่าย อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจขั้นสุดท้ายอยู่ที่ประชาชนว่าจะให้รัฐบาลชุดนี้เข้ามาทำงานอีกหรือไม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นส.ศิริกัญญากล่าวอีกว่า ยุทธการโรยเกลือในระดับต่อไป จะมีการยื่นหนังสือ จดหมาย หนังสือร้องเรียนต่างๆ ไม่ว่าจะยื่นเรื่องถอดถอน รมต.ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายที่ดิน และกรณีผิดจริยธรรมนักการเมืองไปที่ ป.ป.ช. พร้อมทั้งมีการยื่นขอข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความกระจ่างชัดในหลักฐานต่างๆ โดยจะขอข้อมูลไปยังกองทัพบก ในการใช้ที่ดินราชพัสดุเพื่อการปฏิรูปกองทัพ การยื่นตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างต่างๆ ในทุกกระบวนการ โดยเฉพาะของกระทรวงกลาโหม ที่มีข้อผิดพลาดมากมาย และไม่มั่นใจว่าถ้าไม่มีการรู้เห็นของคนในระดับรัฐมนตรีจะยังทำได้หรือไม่ สำหรับกระทรวงศึกษาธิการ จะต้องมีการตรวจสอบต่อไปในการตัดงบประมาณกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางด้านการศึกษานั้นเป็นไปด้วยความชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหล่านี้เป็นกระบวนการโรยเกลือให้แผลที่เราเปิดไว้ที่สภาไปเน่านอกสภา เป็นการติดตามผลว่ารัฐมนตรีและนายกฯ จะมีชีวิตรอดหลังการอภิปรายหรือไม่ ขอบคุณประชาชนที่ได้ร่วมตรวจสอบรัฐบาลไปกับเราด้วยในครั้งนี้ หลักฐานต่างๆ จะไม่เกิดเลยถ้าไม่มีเบาะแสที่ถูกส่งมาจากประชาชนและผู้สนับสนุนพรรคทุกท่าน ทำให้ทำงานได้สมบูรณ์แบบและน่าเชื่อถือ อย่าเพิ่งหมดหวังกับการลงมติในวันนี้&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ศิริกัญญากล่าวอีกว่า ในอันดับแรกๆ จะมีการยื่น ป.ป.ช.ถอดถอนนายกฯ และนายนิพนธ์ก่อนเป็นอันดับแรก เพราะมีหลักฐานพร้อม ในส่วนผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยนายกฯ และรองนายกฯ ที่มีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม จะเรียกร้องให้ส่งหนังสือ เปิดเผยรายงานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงคดี บอส อยู่วิทยา ที่มีนายวิชา มหาคุณ เป็นประธาน จำนวน 5,000 หน้า โดยในนั้นจะมีรายชื่อและรายละเอียดที่ชัดเจนว่าใครพัวพัน ทั้งที่เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติฯ และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ส่วนนายทุนผูกขาดพลังงาน ยื่นสอบสวนรายงานที่มีการสอบสวนปี 58-59 แต่หยุดการสอบสวนไป ให้มีการรื้อการตรวจสอบคดีอีกครั้ง โดยก็จะตรวจสอบและลำดับความสำคัญต่อไป. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93703</URL_LINK>
                <HASHTAG>10 รัฐมนตรี, ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ, รัฐสภา, สภาผู้แทนราษฎร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิปรายไม่ไว้วางใจ, โหวตญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210220/image_big_60311d3a72c06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93607</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล้มซักฟอกธรรมนัส  พรรคเล็กสับพอเป็นพิธี/บิ๊กป้อมสั่งโหวตให้คะแนนเท่ากัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซักฟอกวันสุดท้ายเข้มข้น &amp;ldquo;ก้าวไกล&amp;rdquo; แฉกองทัพทำไอโอโจมตีฝ่ายตรงข้าม &amp;ldquo;บิ๊กช้าง&amp;rdquo; สวนกลับไม่ได้ทำเพื่อให้ร้ายเหมือนที่พวกท่านมีความเชี่ยวชาญมากกว่ากองทัพ &amp;ldquo;รังสิมันต์&amp;rdquo; ชี้ ตร.มหาดเล็กฯ ทำหนังสือขอ 3 นาย ตร. นายกฯ ลั่น ตร.มหาดเล็กฯจัดตั้งเพื่อถวายความปลอดภัย-ถวายพระเกียรติ &amp;ldquo;ศรัณย์เกตุ-หนวดงาม&amp;rdquo; โวมีใบเสร็จเช็กบิลนายกฯ โยงโกงจัดซื้อรถบัส กห.เอื้อ 2 เจ้าสัวใหญ่ ปูดมีบ้านแฝดหรูมูลค่า 500 ล้านของขวัญเจ้าสัว จ. &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; งงยังไม่รู้บ้าน 2 หลังอยู่ไหน เย้ยใบเสร็จเก๊ขู่ดำเนินการทางกฎหมาย วิปฯ นัดลงมติ 10.30 น. วันเสาร์ &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; เรียกประชุมส.ส.พปชร.ทุบโต๊ะคะแนนโหวตต้องเท่ากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่รัฐสภา วันที่ 19 กุมภาพันธ์ มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล จำนวน 10 คน เป็นวันสุดท้าย โดยก่อนการประชุม นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีการชุมนุมของมวลชน 2 กลุ่มบริเวณรอบรัฐสภาได้มีการกำชับเรื่องความปลอดภัยอย่างไรบ้างว่า ภายในรัฐสภาไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งเลขาธิการสภาฯ ได้รายงานแล้ว ส่วนด้านนอกของรัฐสภามีเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลรักษาความปลอดภัย ส่วนความกังวลว่าจะมีการปิดรัฐสภาจนไม่สามารถออกไปได้ คงไม่มีปัญหาขนาดนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดูแล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงหลักฐานที่ฝ่ายค้านอภิปรายบางเรื่องจะมีการไปยื่นต่อ ป.ป.ช.ในภายหลังว่า ดูจากหลักฐานที่นำมาอภิปราย คงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่ไม่ทราบว่าในเบื้องหลังมีอะไรหรือไม่ที่จะไปยื่นกับ ป.ป.ช. อย่างเช่นอาจจะมีหลักฐานอื่นที่ชัดเจนมากกว่า ถ้าอย่างนั้นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าเอาที่อภิปรายในสภาไปบอกกับ ป.ป.ช.หรือศาลคงไม่ได้ ซึ่งฝ่ายค้านคงมีอะไรในมือ แต่ตนไม่ทราบ ถือเป็นธรรมดาของการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่าเมื่อจบลงแล้วฝ่ายบริหารจะต้องทำอะไรบางอย่าง แต่ไม่ใช่เรื่องที่ต้องวิตก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เวลา 09.00 น. มีการประชุมสภาเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ซึ่งเป็นวันที่สี่ มีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม โดยนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กรณีปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารไอโอของกองทัพ โดยนายณัฐชาได้เปิดคลิปวิดีโอและอ้างว่าเป็นการประชุมวิดีโอผ่านระบบออนไลน์ของมณฑลทหารราบที่ 21 ที่ผู้บังคับบัญชามอบภารกิจสั่งให้ทหารโจมตีเพจของฝ่ายตรงข้าม อย่างเพจของนายปิยบุตร แสงกนกกุล มีส่วนหนึ่งเป็นการประชุมในวันที่ 17 ก.พ.63 ซึ่งเป็น 4 วันก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐชายังได้เปิดเอกสารของกองทัพ ที่มีการแบ่งแยกการทำงานปฏิบัติการทางข้อมูลข่าวสารไอโอ โดยแบ่งเป็นทีม พร้อมยืนยันว่า เอกสารต่างๆ ที่นำมาแสดงในการอภิปรายครั้งนี้เป็นเอกสารจริง และยังตั้งข้อสังเกตถึงการทำงานของกลุ่มดำและกลุ่มขาว ฝ่ายพัฒนาแอปพลิเคชันยังตั้งรหัสต้นฉบับ (Source Code)ว่า &amp;ldquo;จิตอาสาไอโอ&amp;rdquo; เพื่อให้ทราบว่าเป็นของกองทัพด้วย มีบัญชีไอโอมากถึง 58,400 บัญชี และมี 19 หน่วยงานของทหารปฏิบัติการ สอนการปั่นทวิตเตอร์และการทำงาน โดยมี พล.ต.จักรชัย ศรีคชา ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) สั่งการให้ด้อยค่าความเป็นมนุษย์ และมี พ.ท.ธรรม์ มาลัยทอง กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ หรือ &amp;quot;เฮียตือ หนามเป้า&amp;rdquo; สั่งการหลังบ้าน เกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมือง ซึ่งกรณีถือว่าใช้กองทัพแบ่งแยกประชาชน เพื่อสร้างความเกลียดชัง และทำเพื่อประโยชน์ของ นายกรัฐมนตรีและพวกพ้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐชาอภิปรายด้วยว่า การปฏิบัติการไอโอยังขยายจากสังคมออนไลน์มายังกรมประชาสัมพันธ์ อยู่ภายใต้การกำกับของพล.อ.ประยุทธ์ และที่มี พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด เป็นอธิบดี ที่นำงบประมาณแผ่นดินผลิตรายการโจมตีฝ่ายตรงข้าม &amp;nbsp;
ไม่เชี่ยวชาญไอโอเหมือนพวกท่าน
ด้าน พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ชี้แจงว่า ทหารไม่ได้ให้ร้ายประชาชน แต่ยอมรับว่าสถานการณ์ปัจจุบันในโซเชียลฯ มีข้อความที่ไม่ถูกต้อง มีคำพูดที่ก่อให้เกิดความเกลียดชัง แตกแยก กระทบต่อความสงบอันดีเกิดขึ้นจริง และต่อเนื่อง รวมถึงมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ส่วนกรณีการอบรมจิตอาสาพระราชทานนั้น ทำเพื่อให้ทหารเรียนรู้ เข้าใจ และรู้เท่าทันต่อการพัฒนาทางเทคโนโลยีอย่างถูกต้อง รวมถึงการโพสต์หรือส่งต่อต้องใช้วิจารณญาณว่าจะกระทบความมั่นคงหรือไม่ ซึ่งเป็นการใช้สื่อโซเชียลอย่างสร้างสรรค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บัญชีเปิดเผยชัดเจน ไม่ได้ทำเพื่อให้ร้าย ที่ท่านโยงไปโยงมา เหมือนว่าท่านมีความเชี่ยวชาญมากกว่ากองทัพ ส่วนที่ระบุว่ามีฝ่ายขาว ฝ่ายดำ ถือเป็นการเรียนรู้ เป็นการฝึกปฏิบัติการทางทหารให้เกิดความเข้าใจ ไม่ใช่ฝ่ายตรงข้ามเป็นประชาชนทั่วไป ส่วนคลิปวิดีโอประชุมคอนเฟอเรนซ์ของมณฑลทหารบกที่ 21 ไม่ทราบว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่มองว่าการใช้สื่อประชาสัมพันธ์เพื่อเป็นข้อมูลอีกด้านที่สื่อให้ประชาชนได้เห็น ยืนยันว่าไม่ใช้เพื่อใส่ร้ายหรือสร้างความเกลียดชังให้ประชาชนแตกแยก&amp;rdquo; พล.อ.ชัยชาญกล่าวชี้แจง
จากนั้น นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า การบริหารงานราชการตำรวจของทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ตั้งแต่สมัย คสช.เป็นต้นมา ที่มีการมอบหมายให้ พล.อ.ประวิตรดูแล&amp;nbsp; กลับได้ให้ผู้ที่ไม่มีอำนาจหน้าที่เข้ามาบงการการแต่งตั้ง โยกย้าย และเลื่อนตำแหน่ง ละเลยกฎเกณฑ์จนก่อให้เกิดระบบอุปถัมภ์และการใช้เส้นสาย ต่อมาเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์เข้ามา ก็ยังปล่อยให้ผู้กระทำการเหล่านั้นลอยนวล &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรังสิมันต์กล่าวตอนหนึ่งถึงความเหมาะสมหรือไม่ กรณีที่พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บังคับการตำรวจมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ กองบังคับการตำรวจมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เขียนหนังสือถึง ผบ.ตร. ขอสนับสนุนแต่งตั้งตำรวจ 3 นาย โดยอ้างเหตุว่านายตำรวจทั้งสามได้ผ่านการอบรมหลักสูตรจิตอาสา นอกจากนี้ยังกล่าวถึงการโยกย้ายแต่งตั้งตำรวจที่มีตั๋วทั้งของ ผบ.ตร. พล.อ.ประยุทธ์ และมีตั๋วอีกหนึ่งประเภทคือเรียกกันว่า &amp;quot;ตั๋วช้าง&amp;quot; มีตำรวจ 20 นายได้รับตั๋วนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่นายรังสิมันต์อภิปรายเรื่องตั๋ว ซึ่งพาดพิงสถาบัน ก็ถูกประท้วงอย่างหนักจากฝั่งรัฐบาล กระทั่งนายรังสิมันต์ต้องอภิปรายข้ามไปหลายประเด็น สุดท้ายนายรังสิมันต์ กล่าวสรุปว่า ระบบที่ไม่เป็นธรรมนี้เราเห็นทุกวัน และเราก็อยู่กับมันทุกวัน หลายคนอาจภาวนาว่าสักวันหนึ่งจะมีอัศวินขี่ม้าขาวมาทำร้ายวงจรอุบาทว์นี้ แต่คงได้แต่รออย่างสิ้นหวัง คิดว่าเราต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.ประวิตรชี้แจงว่า ขณะที่ตนเป็นประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ได้ปฏิบัติตามระเบียบของตำรวจ กฎ ก.ตร. และกฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกขั้นตอน แต่รายละเอียดการแต่งตั้งโยกย้ายเป็นเรื่องของตำรวจที่พิจารณาคนของเขาว่ามีความสามารถอย่างไร ยืนยันทำตามกฎระเบียบข้อบังคับทุกประการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงว่า การแต่งตั้งเพื่อยกเว้นหลักเกณฑ์ เป็นเรื่องที่ ก.ตร.ต้องตั้งขึ้นมา และต้องพิจารณาจากผลงานที่ปรากฏด้วย การพิจารณาเป็นไปตามหลักเกณฑ์ทุกประการ ส่วนที่ได้มีการกล่าวหาว่าตำรวจไม่ได้รับการแต่งตั้งอย่างชอบธรรม สามารถร้องเรียนร้องทุกข์ได้ ทั้งนี้ ตำรวจส่วนใหญ่มีความพอใจในการทำงานของตนและ พล.อ.ประวิตร เราสั่งทุกอย่างเองไม่ได้ทั้งหมด เพราะทุกอย่างต้องเป็นมติ บอกมาเลยใครเสียเงิน กลัวจะเป็นการแอบอ้าง การอ้างว่านายกฯ กับรองนายกฯ ได้ประโยชน์ อยากถามว่าได้ประโยชน์หรือยังมีหลักฐานหรือไม่
ตร.มหาดเล็กฯ ถวายพระเกียรติ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สำหรับการปรับ ย้าย โอน เจ้าหน้าที่ตำรวจไปปฏิบัติงานในหน่วยงานในพระองค์ที่เรียกว่าตำรวจมหาดเล็กรักษาพระองค์ ที่จัดตั้งมาเพื่อถวายงานใกล้ชิดในการดูแลถวายความปลอดภัยและถวายพระเกียรติ จึงจำเป็นต้องคัดเลือกคัดสรรสอบถามทัศนคติ ถ้าไม่ผ่านหรือไม่เหมาะสม ก็ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่เดิม ไม่ได้ลงโทษใดๆ เรื่องนี้มีความจำเป็น เพราะเป็นเรื่องความสง่างาม ยืนยันเราทำทุกอย่างให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ ชี้แจงกรณีนายณัฐชาพาดพิงถึงรายการในช่อง 11 ว่านายกฯ ไม่เคยสั่งการอะไรเป็นพิเศษในเรื่องทำงานของกรมประชาสัมพันธ์ สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติของกรมประชาสัมพันธ์ที่เป็นสื่อของรัฐ เพื่อชี้แจงข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์กับประชาชน รวมถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในสังคมว่ากรณีใดเป็นเท็จหรือเป็นจริง เป็นประโยชน์หรือไม่เป็นประโยชน์ เช่น เพจบางเพจบอกว่าประเทศเราจะไม่ได้วัคซีน ซึ่งทางรัฐบาลก็ได้ชี้แจงชัดเจน แล้วกรมก็ได้นำมาเผยแพร่ อย่างไรก็ตาม รายการทีวีของกรมประชาสัมพันธ์ ต้องยอมรับว่าไม่สามารถสั่งการการนำเสนอข่าวของพิธีกรได้ เพราะพิธีกรก็มีความคิดเห็นของตัวเอง แต่ก็ต้องรับผิดชอบในการนำเสนอข่าวของตัวเองด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 13.40 น. เป็นคิวของนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า คนที่บอกว่าไม่รับเงินชั่วๆ วันนี้ตนจะบอกว่ารับเงินชั่วอย่างไร จึงขอพุ่งเป้าที่กระทรวงกลาโหมและนายกรัฐมนตรีโดยตรง ซึ่งมีการจัดซื้อรถบัสประมาณ 429 คัน มูลค่ารวม 2,250 ล้านบาท โดยมีบริษัท อ ชนะการประมูลทุกครั้ง เทคนิคการประมูลจะไม่ซื้อล็อตใหญ่ แต่ซอยล็อตเล็กๆ เพื่อผ่านแบบสบายๆ เช่นซื้อ 512 คัน แต่ประมูลแค่ 500 คันก่อนเพื่อไม่ให้เงินเกินที่ประมูลไปทั้งหมด แก๊งนี้กว่าหมื่นล้านบาท&amp;nbsp; ส่วนเทคนิคการเทียบราคาจะเห็นว่าปล่อยให้เป็น บ.ภรรยากับสามีมาเป็นคู่เทียบตลอด เป็นบริษัทคู่เทียบกำมะลอ เพื่อฮั้วประมูล มันเจ็บปวดจริงๆ เพราะเอางบประมาณไปโกงกิน โดยตนจะดำเนินการกับนายกรัฐมนตรีในฐานความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 ในมาตรา 10 เนื่องจากละเว้นไม่ยกเลิกการเสนอราคา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรัณย์วุฒิอภิปรายในตอนท้ายถึงเจ้าสัว 2 คน โดยระบุว่า เจ้าสัว จ. รายแรกที่จะกล่าวถึงมีพฤติกรรมชอบควบรวมกิจการต่างๆ และนิยมเลี้ยงนายทหารที่มีแววตั้งแต่ที่มียศเล็กๆ จนนายทหารเหล่านั้นเติบโต จากนั้นก็จะขอให้เซ็นอนุมัติโครงการ วันนี้ตนมีบ้านหรูมานำเสนอ เป็นบ้านแฝดหลังใหญ่ มูลค่า 500 ล้านในหมู่บ้านเดอะรอยัล เรสซิเดนซ์ คิดว่าน่าจะเป็นของขวัญจากเจ้าสัว จ. อยากถามนายกฯ ว่ารู้จัก &amp;ldquo;เสี่ยโต้ง&amp;rdquo; มาเฟียพัทยาที่ไปปลูกต้นไม้ให้กับบ้านหรูหลังนี้หรือไม่ สำหรับเจ้าสัวรายที่สอง เคยยื่นซองประมูลรถไฟ และมีธุรกิจอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ปัจจุบันเจ้าสัวได้ควบรวมกิจการต่างๆ 70 เปอร์เซ็นต์ เกินเกณฑ์ที่ ก.ล.ต.กำหนดไว้ว่าห้ามเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งความจริงเจ้าสัวรายดังกล่าวต้องได้รับโทษจำคุกและปรับ แต่ปรากฏว่าเขาเสียแค่ค่าปรับเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดการอภิปรายของนายศรัณย์วุฒิ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พลังประชารัฐ ได้ลุกขึ้นประท้วงเนื่องจากมีการแสดงท่าทีและกิริยาวาจาไม่สุภาพและเอ่ยพาดพิงศาลและบุคคลภายนอก และในช่วงท้ายมีช่วงหนึ่งที่นายศรัณย์วุฒิพาดพิงถึงสถาบัน ทำให้ประธานในที่ประชุมขออย่าออกนอกถ้อยคำในญัตติ
&amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo;ขู่ใช้กม.ฟัน&amp;rdquo;ศรัณย์วุฒิ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ทางด้าน พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงว่า เรื่องบ้านสองหลังตนยังไม่รู้เลยว่าหมู่บ้านอยู่ตรงไหน เป็นของใคร กรณีท่านไปเชื่อมอเตอร์ไซค์รับจ้างแล้วมาอ้างตรงนี้ ตนก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสังคมจะว่าอย่างไร ก็ระมัดระวังการถูกฟ้องด้วยแล้วกัน ทราบว่าท่านโดนหลายคดีเหมือนกัน เจ้าสัวรายใหญ่รายเล็ก ยืนยันว่ารัฐบาลดำเนินการทุกอย่างไปตามกฎหมาย และได้ชี้แจงมาหลายครั้งหลายเรื่อง หลักฐานของท่านที่บอกมีใบเสร็จเยอะแยะนั้น ตนไม่แน่ใจว่าใช่ใบเสร็จถูกต้องและกฎหมายรับรองหรือไม่ ถ้ายังอ้างอยู่เช่นนี้มันจะวุ่นวายไป เพราะเป็นหลักฐานที่ยังพิสูจน์ไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องรถบัส กองทัพบกเป็นการดำเนินการของกองทัพบก มีการดำเนินการเป็นขั้นตอนของเขา เพื่อทดแทนในส่วนที่ทรุดโทรม รายละเอียดต่างๆ และทีโออาร์ก็เป็นเรื่องที่เขากำหนดกัน และเรื่องงบกลางนั้นไม่ใช่นายกฯ เอาเงินมาอยู่ที่ตัวเองแล้วสั่งทุกอย่างได้ เพราะต้องเข้า ครม. เข้าใจกันเสียที ส่วนข้อกล่าวหาอื่นๆ ค่อนข้างที่จะก้าวล่วงหมิ่นประมาทตนหลายเรื่อง ขอให้ไปพูดข้างนอกแล้วกัน และยืนยันถึงการใช้กฎหมายต่างๆ เมื่อมีการละเมิดเจ้าหน้าที่ก็ต้องดำเนินการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายศรัณย์วุฒิลุกขึ้นโต้พร้อมชูเอกสารใบเสร็จว่า ใบเสร็จที่นำมาชี้แจงเป็นหลักฐานจริงๆ และยืนยันได้ หมดอำนาจเมื่อไหร่ก็โดนไล่บี้ไล่ต้อนเมื่อนั้น เพราะหลักฐานการคอร์รัปชันไม่มีหมดอายุความ&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ถึงกับลุกขึ้นสวนว่า &amp;quot;กระดาษที่ถือเป็นหัวข้อนั้นเป็นใบเสร็จอย่างไร ใบเสร็จที่ท่านเขียนเอง รูปร่างใบเสร็จไม่ใช่แบบนั้น ก็ขอให้ไปพิสูจน์ต่อไปในกระบวนการยุติธรรม&amp;quot; &amp;nbsp;
ต่อมา นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ อภิปรายว่า พล.อ.ประยุทธ์บริหารเศรษฐกิจล้มเหลว นายกฯ เป็นทหาร ท่านมีความสามารถ แต่ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศนั้นใหญ่เกินกว่าที่ท่านจะบริหารจัดการได้ จึงไม่สามารถไว้วางใจให้ท่านบริหารประเทศต่อไปได้ ดังนั้นขอให้ออกจากตำแหน่ง หรือเปลี่ยนไปดำรงตำแหน่งอื่น
ต่อมาในเวลา 18.25 น. นายนิคม บุญวิเศษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังปวงชนไทย ได้อภิปราย พล.อ.ประวิตร ว่ามีการกระทำผิดกฎหมาย เนื่องจากได้รับเหล็กไหลเป็นของขวัญวันคล้ายวันเกิดปีที่ 75 จากนายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังไทยรักไทย ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 3,000 บาท โดยจะส่งเรื่องดังกล่าวให้ ป.ป.ช.ไต่สวน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิคมยังได้อภิปรายถึง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เรื่องที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรว่า ออกกฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์นายทุน แต่พี่น้องประชาชนเสียประโยชน์ จึงไม่อาจไว้วางใจการทำหน้าที่ของ ร.อ.ธรรมนัส &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากที่นายนิคมอภิปรายจบ พล.อ.ประวิตรได้ลุกขึ้นชี้แจงว่า &amp;ldquo;สิ่งที่ท่านพูดมาทั้งหมดไม่เป็นความจริง&amp;rdquo; แล้วเดินออกจากห้องประชุมไปทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัสชี้แจงว่า ในอดีตผู้ที่กำกับดูแล ส.ป.ก. มีการเปลี่ยนแปลงกำหนดวัตถุประสงค์ของการใช้ที่ดินเพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัยมาโดยตลอด ส่วนประกาศที่ตนเองประกาศไป เกี่ยวข้องมาจากประกาศเดิมในอดีต ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรทั้งนั้น เพียงแต่ต้องการระบุวัตถุประสงค์ลงไปให้ชัดว่า อะไรทำได้ หรือทำไม่ได้ สิ่งที่ได้ทำไป วัตถุประสงค์ เพื่อต้องการให้พี่น้องเกษตรกรหลุดจากกับดักความยากจนเท่านั้น&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ร.อ.ธรรมนัส มีเพียงนายนิคมคนเดียวเท่านั้นที่ยื่นอภิปราย ร.อ.ธรรมนัส โดยระบุข้อกล่าวหาร้ายแรงทั้งทุจริตต่อหน้าที่ ปกปิดบัญชีทรัพย์สิน และทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล แต่ปรากฏว่านายนิคมอภิปรายเฉพาะเรื่องนโยบายที่ดิน ส.ป.ก.เพียงเล็กน้อย ส่วนข้อกล่าวหาอื่นๆ ก็ไม่ได้อภิปรายแต่อย่างใด
ส่วนความเคลื่อนไหวในการลงมติ เมื่อเวลา 15.45 น. ที่ห้องพรรคพลังประชารัฐ ชั้น 6 อาคารรัฐสภา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้เรียกประชุม ส.ส.พรรค พปชร.เป็นการด่วน มีรัฐมนตรี ส.ส. และแกนนำของทุกกลุ่มในพรรคเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง โดยเฉพาะรัฐมนตรีที่มีข่าวว่าจะได้รับคะแนนไว้วางใจน้อยที่สุด 2 คน คือ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ และนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน โดย พล.อ.ประวิตรได้ใช้เวลาพูดคุยกับที่ประชุมไม่ถึง 10 นาที และกำชับเพียงสั้นๆ ถึงการลงมติโหวตว่า ให้ ส.ส.ลงมติไว้วางใจรัฐมนตรีของพรรค พปชร.ให้เท่ากันทุกคน และให้ ส.ส.ของพรรคหยุดประท้วง เพื่อให้เวลาเดินไปตามกรอบ จบประชุมได้ภายในคืนนี้ และลงมติได้ในวันที่ 20 ก.พ. ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรยังถาม ส.ส.ว่าใครมีอะไรสงสัยหรือไม่ให้ถามมา คุยกันให้รู้เรื่องไปเลย และให้โหวตไปตามที่คุยกันไว้ ให้สามัคคีกัน
พปชร.แฮปปี้คะแนนเท่ากัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยหลังการประชุม บรรดารัฐมนตรี ส.ส. ต่างมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส พูดในทางเดียวกันว่าไม่มีปัญหา อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าการเรียกประชุมด่วนครั้งนี้เกิดจากกรณีที่มีข่าวว่า ส.ส.บางส่วนจะลงมติไว้วางใจให้กับนายสุชาติน้อยที่สุด จนนายสุชาติต้องเข้าไปพบ พล.อ.ประวิตร เพื่อสะท้อนปัญหาและขอความช่วยเหลือ ขณะที่ พล.อ.ประวิตรที่ต้องออกมากำชับ ส.ส.ให้ลงมติให้รัฐมนตรีเท่ากัน เพราะต้องการรักษาภาพลักษณ์ของพรรค ไม่ให้เกิดความเสียหายว่าไม่เป็นเอกภาพ เนื่องจากเป็นพรรคแกนนำพรรครัฐบาล
ต่อมา พล.อ.ประวิตรกล่าวภายหลังการประชุมถึงการลงมติว่า ไม่มีอะไร&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกระแสข่าวการปรับ ครม.หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจเสร็จสิ้น พล.อ.ประวิตรกล่าวเสียงแข็งกับสื่อว่า &amp;ldquo;คุณปรับเลย ปรับให้ดีนะ ผมยังไม่รู้เลย ปัดโธ่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงแนวโน้มการลงคะแนนโหวตว่า พรรคภูมิใจไทยมีมติพรรคว่า หากรัฐมนตรีชี้แจงได้ และฝ่ายค้านไม่มีหลักฐานอะไรที่จะมาหักล้างคำชี้แจงของรัฐมนตรี เราก็ต้องให้การสนับสนุนในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล เราก็ต้องมีมติไปในทิศทางเดียวกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp;&amp;nbsp; โพสต์เฟซบุ๊กว่า ส่วนตัวอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ยืนยันจุดยืนเดิมคือต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบ และพร้อมเป็นหนึ่งเสียงที่ &amp;quot;จะลงมติ&amp;quot; สะท้อนความเห็นและปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนทุกคน พนิตคนเดิมต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน ไม่พายเรือให้โจรนั่ง
เมื่อเวลา 18.20 น. นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) และนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ร่วมแถลงข่าวหลังหารือเพื่อกำหนดกรอบเวลาในการโหวตลงมติในญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยนายวิรัชกล่าวว่า ได้เห็นชอบร่วมกันว่าจะมีการลงมติในเวลา 10.30 น. วันที่ 20 ก.พ. โดยทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยและตกลงในการบริหารเวลาร่วมกัน และตกลงว่าการอภิปรายจะให้จบในคืนวันเดียวกันนี้ โดยฝ่ายค้านจะมีการอภิปรายครบทุกคนตามที่ได้วางไว้ และฝ่ายรัฐบาลเองพร้อมจะบริหารเวลาที่เหลือ คือทั้งฝ่ายค้านก็ไม่กระทบ และฝ่ายรัฐบาลผู้ชี้แจงก็ไม่กระทบ พร้อมได้เสียสละเวลาผู้ชี้แจงลดลงเล็กน้อย
ด้านนายสุทินกล่าวว่า การพูดคุยและลดจำนวนเวลาการอภิปรายลงไปไม่กระทบแผนการอภิปรายของฝ่ายค้าน และต้องขอบคุณฝ่ายรัฐบาลที่อาจมีผลกระทบบ้างเล็กน้อยในเรื่องของเวลาที่ลดลง การที่มีมติรวมกันให้จบการอภิปรายในคืนนี้ ไม่ใช่ว่าเป็นการกลัวที่จะเกิดการชุมนุมของกลุ่มราษฎรในวันที่ 20 ก.พ. ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลย สิ่งสำคัญที่สุดคืออยากใช้เวลาให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93607</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ, ศึกซักฟอก, สภาผู้แทนราษฎร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210219/image_big_602fc985ea17d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93506</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล็อบบี้ยกมือโหวตแล้ว ฝ่ายค้านถล่มรายรมต./พปชร.ขยับขอเสียงคาด‘ป้อม’แชมป์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจวันที่ 3 ฝ่ายค้านกะซวกรายรัฐมนตรี เน้นไปที่พรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะ &amp;ldquo;ประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย&amp;rdquo; ไล่มาตั้งแต่ &amp;ldquo;จุรินทร์-ศักดิ์สยาม-นิพนธ์&amp;rdquo; พร้อมไม่ลืมเชือด &amp;ldquo;บิ๊กป้อม-บิ๊กป๊อก&amp;rdquo; รัฐมนตรีเรียงหน้าแจงไม่มีทุจริต ยันทำตามกฎหมาย ปชป.จัดหนักถอดเทปคำปราศรัย หากมั่วนิ่มเอาคืนทั้งแพ่ง-อาญา สะพัด! ล็อบบี้ยกมือโหวตแล้ว &amp;ldquo;สุชาติ&amp;rdquo; มั่นใจหนีบ๊วย &amp;ldquo;ประวิตร&amp;rdquo; ครองแชมป์ไว้วางใจสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคค ล จำนวน 10 คน ต่อเนื่องเป็นวันที่สาม โดยก่อนการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางมาถึงอาคารรัฐสภา โดยมีสีหน้าที่เรียบเฉย และเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงบรรยากาศการอภิปราย 2 วันที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ตอบด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายว่า ถ้าถามว่าการที่หาว่าตอบตรงหรือไม่ตรง ขอบอกว่าเป็นการตอบด้วยหลักการกว้างๆ หลักการใหญ่ๆ และถ้ามีรายละเอียดอะไรออกมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเขาจะชี้แจงเองอีกที นายกฯ มีข้อมูลทั้งหมดอยู่แล้ว แต่บางครั้งตอบไปไม่เกิดประโยชน์
&amp;ldquo;พูดแล้วพูดอีกก็ยังพูดซ้ำซากอยู่ อยากขอว่าควรพูดจาให้สุภาพเรียบร้อย เป็นคนไทยด้วยกันก็ควรมีมารยาทกันบ้าง โดยเฉพาะสภาที่เรียกกันว่าสภาผู้ทรงเกียรติแห่งนี้ ผมให้เกียรติทุกคน ดังนั้นขอให้เกียรติกับสถานที่เขาบ้าง ทำงานก็ดี สะดวกสบายกว่าคนอื่นเขาเยอะ เพราะฉะนั้นก็ควรเป็นสุภาพชน เมื่อเดินเข้ามาในสถานที่แห่งนี้&amp;rdquo; นายกฯ กล่าวถึงเนื้อหาการอภิปรายที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายของนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ว่าโกหกทั้งนั้น ซึ่งคุณหมอก็ออกมาโต้ตอบชี้แจงหมดแล้ว ความจริงแล้วถือเป็นสิ่งที่น่าละอายมากที่เอาเวทีของสภามาหวังผลทางการเมือง และเอาข้อมูลที่ไม่มีประโยชน์เลยมาให้ประชาชนตื่นตระหนก ไม่มีประโยชน์แม้แต่น้อย ไปทำให้ประชาชนตื่นตระหนก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ความจริงนายวิโรจน์ถือเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ ไม่น่าทำตัวแบบนี้ น่าเสียดาย ซึ่งเรื่องนี้ผมก็ไม่คิดจะฟ้องร้องอะไร คนแบบนี้ฟ้องไปแล้วมีประโยชน์อะไร ฉีดแอลกอฮอล์ใส่ตัวก็พอแล้ว&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงภาพรวมการอภิปราย ว่าวันแรกเป็นการนำร่องพูดถึงความล้มเหลว เป็นเชิงนามธรรม วันที่สองเป็นเนื้อหาจับต้องได้ คือเรื่องทุจริต? และวันที่สามเริ่มเป็นเรื่องทุจริตเป็นราย?กรณี ทั้งกระทรวงคมนาคมและพาณิชย์ และในวันสุดท้ายจะปิดที่การอภิปรายของกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง? พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ทั้งนี้? ภาพรวมเป็นไปอย่างที่วางแผนไว้ ถือเป็นเรื่องน่าพอใจ เริ่มด้วยนำร่อง เข้าถล่ม และวันสุดท้ายจะได้สำเร็จตามเป้าหมาย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรค พท. กล่าวว่า ฝ่ายค้านมีการเตรียมข้อมูลมาเป็นอย่างดี เพื่อที่ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ตอบข้อสงสัย แต่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบ แต่มาการันตีว่าทั้งตัวเอง พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ว่าไม่มีใครรับผลประโยชน์แน่นอน และท้าฝ่ายค้านเอาข้อมูลมา ทั้งที่เป็นความรับผิดชอบของ พล.อ.ประยุทธ์ ในการดำเนินทำความจริงให้ปรากฏ แต่ก็ไม่รับผิดชอบ
ฟันธงบิ๊กป้อมคะแนนสูงสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คำพูดที่ออกมาจากปากโมฆบุรุษจะสามารถเชื่อได้หรือไม่ เพราะผ่านมาไม่เคยรักษาคำพูดตัวเองได้เลย โกหกมาตลอด ตั้งแต่บอกไม่คิดรัฐประหาร ฝ่ายค้านอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ทราบว่าใบเสร็จของการบริหารแผ่นดินที่ไร้ประสิทธิภาพ คือใบเสร็จที่ดีที่สุด น้ำตาประชาชนที่ไหลออกมาจากความน้อยเนื้อต่ำใจ ที่รัฐบาลไม่เห็นหัวประชาชน&amp;rdquo; นพ.ชลน่านกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรค พท. กล่าวถึงครึ่งทางของศึกอภิปรายว่า ไม่เหนือความคาดหมายที่รัฐบาลตอบไม่ตรงคำถาม และพยายามโบ้ยให้เป็นความผิดของฝ่ายค้านที่ถามไม่ตรงคำตอบ 2 วันที่ผ่านมา รัฐบาลตอบคำถามไม่ผ่าน คาดว่าหลังอภิปรายอาจนำไปสู่การปรับ ครม.เพื่อหาแนวทางอยู่ต่อ ในพี่น้อง 3 ป. คนที่อาจได้คะแนนไว้วางใจสูงสุดคือ พล.อ.ประวิตร ตามมาด้วย พล.อ.ประยุทธ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภาพรวมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 2 วันที่ผ่านมาว่า ถือว่าช้ากว่ากำหนด จึงไม่แน่ใจว่าวันสุดท้ายจะทำได้ตามกำหนดหรือไม่ ซึ่งไม่เป็นปัญหา เพราะถ้าไม่ได้เป็นตามเวลาก็ขยายเวลาไป? วิปฯ ต้องหารือกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อเวลา 09.00 น. ได้เปิดประชุม โดยมีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธาน ซึ่งนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรค พท. อภิปรายเป็นคนแรก กล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์ กับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ กรณีปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตการจัดซื้อถุงมือยางขององค์การคลังสินค้า (อคส.) ว่าการทุจริตจัดซื้อถุงมือยางของ อคส.จำนวน 500 ล้านกล่อง วงเงิน 112,500 ล้านบาท มีการแบ่งแยกหน้าที่กันทำ โดยมีตัวละครสำคัญคือ นายสุชาติ เดชจักรเสมา ประธานกรรมการ อคส. เป็นคนสนิทนายจุรินทร์ และอดีตผู้ช่วยนายบัญญัติ บรรทัดฐาน เป็นคนเปิด-ปิดประตูรถให้นายบัญญัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายประเสริฐยังได้ไล่เรียงตั้งแต่เริ่มโครงการจนถึงการทำสัญญาก่อนที่จะสรุปว่า คดีนี้วงเงินทุจริตสูงถึง 2,000 ล้านบาท กระทำโดยพฤติกรรมอุกอาจจากคนสนิทนายจุรินทร์ นายจุรินทร์ต้องใช้อำนาจหน้าที่สั่งนายสุชาติรายงานข้อเท็จจริง แต่นายจุรินทร์ไม่ทำ ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ทราบเรื่องนี้มาโดยตลอด แต่ไม่ดำเนินการใดๆ กับนายจุรินทร์ นายสุชาติ หรือบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้เงิน 2,000 ล้านได้อันตรธานหายไปจากบัญชีของ อคส.เรียบร้อยแล้ว ถือว่าเป็นการกระทำการทุจริตอย่างหน้าด้าน ไร้ยางอาย ปล้นชาติ โดยช่วยกันคิด แยกหน้าที่กันทำ แต่ร่วมกันหาผลประโยชน์อย่างไร้ยางอาย จึงไม่อาจไว้วางใจนายกฯ และนายจุรินทร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
จากนั้น เวลา 10.40 น. นายจุรินทร์ชี้แจงว่า เห็นด้วยเกือบจะเรียกว่าทุกประการ ไม่มีอะไรไปโต้แย้ง แต่ขอปฏิเสธว่าไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องหรือยุ่งโครงการทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการ หรือแอบสั่งการในที่ลับหรือแจ้งก็ตาม และต้องขออภัยที่ต้องใช้คำว่าผู้อภิปรายโกหกหลายประการ โดยเฉพาะที่บอกว่าไม่เคยตั้งกรรมการสอบ ไม่อายัดเงินหรือหน่วยงานมีอำนาจไม่อายัดเงิน เพราะมีการตั้งกรรมการสอบโดย อคส. แต่ไม่ได้เป็นข่าวใหญ่โตพาดหัวเท่านั้นเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมได้ทำทุกอย่างเรียกได้ว่าครบถ้วนด้วยความปรารถนาอย่างแท้จริง ที่ตั้งใจจะนำคนผิดมาลงโทษ และเอาเงิน 2,000 ล้านของ อคส.พร้อมดอกเบี้ยกลับคืนมาเป็นของรัฐโดยเร็ว ภายใต้อำนาจที่มีอยู่ ส่วนที่ห่วงว่ามีการอายัดบัญชีหรือไม่ ขณะนี้ ปปง.ได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว&amp;rdquo; นายจุรินทร์กล่าว
จ่อเช็กบิลฝ่ายค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ยังกล่าวว่า เรื่องนี้ส่งไปยัง ป.ป.ช.แล้ว เนื่องจากมีอำนาจในการตรวจสอบ สิ่งที่เขียนในญัตติว่าพฤติกรรมไม่มีธรรมาภิบาล แต่ท่านกำลังเรียกร้องอะไร เรียกร้องให้ใช้ธรรมาภิบาลหรือลุแก่อำนาจ อยากปลดใครก็ปลด อยากสอบใครก็สอบ ท่านทราบหรือไม่ว่าคนที่ลุแก่อำนาจ เคยมีตัวอย่างปรากฏให้เห็นมาแล้ว อดีตนายกฯ ท่านคงรู้จักดี ไปย้ายอดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) สุดท้ายไปศาลปกครองสูดสุด และตัดสินว่าใช้อำนาจโดยไม่ชอบ ไปศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ซึ่งกำลังอธิบายว่าเหตุใดไม่ตั้งกรรมการสอบ ไม่ปลดประธานบอร์ด ไม่ต้องการใช้อำนาจที่ลุแก่อำนาจโดยไม่ชอบ
ภายหลังนายจุรินทร์ชี้แจงเสร็จ เกิดการโต้เถียงกันระหว่างนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กับนายบรรลังก์ อรรณนพพร ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย โดยนายอัครเดช ในฐานะเลขานุการ และโฆษก กมธ.พาณิชย์ ยืนยันว่าเอกสาร กมธ.ที่นายประเสริฐใช้อภิปรายเป็นเท็จ ขณะที่นายบรรลังก์ยืนยันว่าเป็นเอกสารจริง และเอกสารลงนามโดยเลขาฯ กมธ. คือนายอัครเดช &amp;nbsp;
จากนั้น นายประเสริฐชี้แจงอีกครั้งว่า เอกสารที่ใช้อภิปรายเป็นบันทึกการประชุมเมื่อวันที่ 14 ต.ค. และยังอาศัยรายงานการศึกษาออกโดย กมธ.พาณิชย์ทั้งคู่ และอยากถามนายจุรินทร์ว่าผ่านมา 6 เดือนจนถึงวันนี้ เงิน 2,000 ล้านบาทยังไม่ได้คืน ทำได้เพียงแค่นี้หรือ
นายจุรินทร์สวนว่า ท่านถามว่า 6 เดือนทำได้เพียงนี้หรือกับการทุจริตถุงมือยาง ทราบหรือไม่ทุจริตจำนำข้าวจนถึงขณะนี้ยังบังคับเงิน 3.5 หมื่นล้านบาทจากอดีตนายกฯ ไม่ได้ แต่นี่ 6 เดือน นำเรื่องเข้าสู่ ป.ป.ช. เราก็ได้ดำเนินการตามขั้นตอน ถือว่าทำจนสุดศักยภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในที่สุดนายประเสริฐกล่าวว่า ขอให้นายจุรินทร์และนายกฯ เตรียมไปชี้แจงที่ ป.ป.ช.ได้เลย เพราะจะฟ้องดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายจุรินทร์ได้สั่งการให้ฝ่ายกฎหมายแกะเทปการอภิปรายของนายประเสริฐ ที่กล่าวหานายจุรินทร์มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตการจัดซื้อถุงมือยางแล้ว หากถอดเทปการอภิปรายแล้วพบว่ามีคำใดที่ทำให้นายจุรินทร์และพรรคเสียหาย จะยื่นฟ้องทั้งคดีแพ่งและอาญาแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในเวลา 12.10 น. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม.พรรค พท. อภิปรายไม่ไว้วางใจโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม มูลค่า 1.2 แสนล้านบาท ตั้งแต่เริ่มก่อนระบุว่า มีการแบ่งงานกันทำ และเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง โดยไม่เห็นประโยชน์ของประเทศชาติ อยากเตือนเอาไว้ว่าก่อนหน้านี้ศาลก็ได้ตัดสินจำคุก 6 ปี อดีตผู้ว่าฯ รฟท.คดีแอร์พอร์ตลิงก์เอาไว้เป็นอุทาหรณ์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ชี้แจงว่า ขอชมลีลาการพูดของนายจิรายุว่าน่าฟัง บางประเด็นชัดเจน แต่บางประเด็นก็ขาด ที่กล่าวหาว่าเอื้อประโยชน์นั้น อยากถามว่าเอื้อประโยชน์ใคร เพราะโครงการนี้ยังไม่ได้เปิดซอง ยังไม่ได้ตัดสินว่าใครจะชนะ ยืนยันว่าคมนาคมทำตามกฎหมาย ขอถามว่าที่ท่านอภิปรายมาตลอดนั้นผิดกฎหมายตรงไหน เกี่ยวข้องกับคมนาคมอย่างไรที่ไม่ได้ไปกำกับดูแล นี่เป็นเรื่องที่ท่านนำข่าวมาปะติดปะต่อมาจินตนาการเองใช่หรือไม่ ซึ่งตนเองติดตามและชอบที่ท่านอภิปราย แต่ท่านจะไม่พูดให้ครบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลา 14.00 น. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ อภิปรายนายศักดิ์สยามในการถือครองบุกรุก และพักอาศัยในพื้นที่สมบัติของแผ่นดิน หรือที่สงวนหวงห้ามที่มีไว้เพื่อประโยชน์ประชาชนโดยรวม ที่รถไฟเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ขณะที่นายศักดิ์สยามชี้แจงว่า ที่ดินดังกล่าวมีโฉนดเลขที่ 3466 มีการซื้อขายกันมาจนออกเป็นโฉนด มีการชี้แนวเขตโดยวิศวกรการรถไฟฯ&amp;nbsp; และมีประชาชนอยู่ในที่ดินบริเวณดังกล่าวมานานขนาดที่ว่าเราเกิดกันไม่ทัน ยืนยันว่าไม่เคยแทรกแซงสั่งการใดๆ ในที่ดินดังกล่าว ไม่มีการเลือกปฏิบัติ ไม่ว่าคนใกล้ชิดหรือไม่ใกล้ชิด ต้องยึดหลักภายใต้หลักกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างการอภิปรายของ พ.ต.อ.ทวีนั้น ส.ส.พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้ลุกขึ้นประท้วงการอภิปรายดังกล่าวเป็นระยะ ซึ่ง พ.ต.อ.ทวีใช้สิทธิ์พาดพิงโดยกล่าวตอนหนึ่งว่า &amp;ldquo;มีในบันทึกด้วยว่าพ่อชัย&amp;nbsp; ชิดชอบ ได้เข้าไปอยู่อาศัยในที่ดินของการรถไฟฯ ด้วย&amp;rdquo; ทำให้นายศักดิ์สยามโต้ว่า &amp;ldquo;เรื่องที่พาดพิงถึงบิดาของผมนั้น ผมไม่โกรธ แต่ไม่แน่ใจว่าทายาทคนอื่นจะโกรธหรือไม่ หากเขาโกรธขอให้ท่านเตรียมรับหมายศาล&amp;rdquo;
ต่อมาที่รัฐสภา นายภราดร ปริศนานันทกุล โฆษกพรรค ภท.พร้อมคณะ รวมถึงผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มาแถลงข่าวชี้เเจงเรื่องดังกล่าว โดยยืนยันว่าทุกอย่างดำเนินตามกฎหมายครบถ้วน สมบูรณ์ทุกประการ
ก้าวไกลถล่ม ปชป.
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 14.50 น. นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายไม่ไว้วางใจนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย กรณีโครงการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจะนะ เมืองอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต อ.จะนะ จ.สงขลา ว่าเป็นคนวิ่งเต้นโครงการตั้งแต่ดำรงตำแหน่งเป็นนายก อบจ. ซึ่งโครงการนี้เบื้องหลังเกิดมาจากกลุ่มทุนทีพีไอพีพี ที่มาพร้อมกับโครงการสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ และอย่าลืมว่ากลุ่มทุนนี้มีความใกล้ชิดแนบแน่นกับคนในรัฐบาลชุดนี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การซื้อที่ดินของกลุ่มทีพีไอพีพี เงินตกถึงชาวบ้านไม่ถึง 1 ใน 5 ของมูลค่าการซื้อขาย เพราะในจำนวนทั้งหมด กลุ่มทีพีไอพีพีซื้อจากนายชัยโรจน์และนายวุฒิชัย 224 ล้านบาท และซื้อจากชาวบ้านเพียง 17% ครอบครัวนายนิพนธ์รู้ล่วงหน้าว่ามติ ครม.จะออกมาวันใด ถึงได้เร่งซื้อเร่งโอนที่ดินก่อนที่มีมติ ครม.ออกมา นายนิพนธ์จึงมีพฤติกรรมใช้ข้อมูลภายในจากฐานะ รมต.เอื้อประโยชน์ให้เครือญาติ&amp;rdquo; นายประเสริฐพงษ์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประเสริฐพงษ์ยังได้ไล่เรียงการซื้อขายที่ดินจนมาถึงมติ ครม. ก่อนทิ้งท้ายว่า นายนิพนธ์ ในฐานะ รมช.มหาดไทย ที่กำกับดูแลกรมที่ดิน แต่กลับมีเครือญาติเป็นนายหน้าค้าที่ดิน ในพื้นที่ที่ตัวเองผลักดันโครงการ และร่วมออกมติ ครม.ผลักดัน มีการออกนโยบาย และใช้อำนาจในทางบริหารเร่งรัดออกโฉนดที่ดินในพื้นที่ ใช้ข้อมูลภายในในฐานะรัฐมนตรีร่วม ครม.อนุมัติดำเนินโครงการ จึงไม่สามารถไว้วางใจให้นายนิพนธ์ต่อไปได้ รวมถึงไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะนายกฯ ที่รู้อยู่แล้วว่าคนคนนี้มีประวัติที่ไม่โปร่งใส ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีเรื่องร้องเรียนอยู่ใน ป.ป.ช.นับสิบคดี แต่ก็ยังแต่งตั้งคนคนนี้ขึ้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ชี้แจงแก้ว่า ขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เพราะข้อมูลของนายประเสริฐพงษ์มีเฉพาะฝ่ายตรงข้ามที่คัดค้านและเป็นเพียงการตัดแปะเท่านั้น การกล่าวหาไปใช้อำนาจหน้าที่และเอื้อนายทุนนั้น เป็นกล่าวหาเป็นเท็จทั้งสิ้น เพราะเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงการพิพาทในเรื่องสิทธิในที่ดินเท่านั้น ทั้งหมดเป็นการซื้อขายที่ดินตามปกติ ไม่ได้มีการแย่งที่ดินชาวบ้านใดๆ ทั้งสิ้น ที่กล่าวหาเอื้อประโยชน์พวกพ้องตนเองนั้น ยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ คนเป็นนายก อบจ.จะไปย้ายเจ้าหน้าที่ที่ดินเพื่อให้เอื้อประโยชน์ได้อย่างไร
&amp;ldquo;โครงการนี้คนไม่เห็นด้วยเยอะ และคนที่ไม่เห็นด้วยเหล่านั้นผมก็รู้จัก และคนเหล่านี้ก็ไม่ได้คัดค้านโครงการนี้เป็นโครงการแรก มาถึงตอนนี้คนคัดค้านโครงการที่ อ.จะนะเริ่มน้อยลง แต่ตนเองเคารพความเห็นที่แตกต่าง เอกชนไปลงทุนที่ดินก็เพื่อนำไปพัฒนา เขาจะไปซื้อที่ดินกับใครก็เป็นการตกลงกันเอง บางคนค้าขายกับบริษัททีพีไอมานานก็ย่อมต้องรู้จักกัน ซึ่งผมไม่ได้ใช้อำนาจหน้าที่ ใครจะรู้จักใครก็ไปว่ากันเอาเอง ค่านายหน้าก็ว่ากันเองของเอกชน&amp;nbsp; เอกชนไปรับความเสี่ยงเอาเอง ผมไม่ยุ่งเรื่องการซื้อขายที่ดิน เพียงแต่ผมเห็นด้วยกับโครงการพัฒนาอำเภอจะนะเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในภาคใต้&amp;rdquo; นายนิพนธ์กล่าว
จากนั้น เวลา 17.30 น. น.ส.นภาพร เพ็ชร์จินดา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ได้อภิปรายถึงงบประมาณองค์การทหารผ่านศึก (อผศ.) ในการขุดลอกคูคลอง พร้อมระบุว่า มีการอ้างชื่อบิ๊กผู้ใหญ่ในกระทรวงมหาดไทย คือบิ๊ก ป. และบิ๊ก ฉ. เพื่อให้ได้งาน&amp;nbsp; &amp;nbsp;
พล.อ.ประวิตรชี้แจงว่า อผศ.เป็นองค์การกุศลดูแลทหารผ่านศึก ส่วนการอ้างชื่อไปรับเงินรับทอง ไม่รู้ใครเป็นคนอ้าง ใครจะเชื่อก็เชื่อไป แต่ไม่ได้ทุจริต ไม่มีรายรับเรื่องเหล่านี้
พล.อ.อนุพงษ์ชี้แจงว่า ถ้าทำผิดก็พร้อมยอมรับ แต่ยืนยันไม่เคยทำผิด ตลอดรับราชการมาจนเกษียณไม่เคยทำผิดกฎหมาย&amp;nbsp; ในฐานะข้าแผ่นดินไม่เคยทำ ถ้ามีหลักฐานเอาไปให้หน่วยงานตรวจสอบได้เลย
ต่อมาเวลา 17.55 น. นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล อภิปรายนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ โดยได้พุ่งเป้าไปที่การแต่งตั้งที่มีแต่คนใกล้ชิด ต่อมานายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ก็อภิปรายในทำนองเดียวกันในเรื่องการตั้งคนรู้จัก โดยการอภิปรายของนายยุทธพงศ์ ถูก ส.ส.พลังประชารัฐและประชาธิปัตย์ประท้วงว่า พูดวนเวียนซ้ำซาก ไม่ได้อยู่ในประเด็น ทั้งที่ควรอภิปราย รมว.ศึกษาธิการ ในการบริหารงานผิดพลาดเป็นหลัก แต่กลับอภิปรายถึงแต่คนนอก
เริ่มล็อบบี้มือโหวต
วันเดียวกัน เริ่มมีความเคลื่อนไหวโหวตลงมติแล้ว โดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน กล่าวว่า มั่นใจว่าการอธิบายชี้แจงได้ทุกข้อกล่าวหา ทุกประเด็น ส่วนกระแสจะได้คะแนนโหวตรั้งท้ายนั้น สิ่งที่ทำมา 6 เดือนการันตีผลงานว่าทำเยอะมาก เหมือนกับทำมาแล้ว 4 ปี มั่นใจว่าในเมื่อไม่ได้ทำทุจริต หรือผิดกฎหมายคะแนนน่าจะได้เท่ากับรัฐมนตรีคนอื่น และประเด็นที่ถูกอภิปรายก็ไม่ได้พูดเรื่องทุจริตเลย
มีรายงานจากพรรค พปชร.ที่มีกระแสข่าวว่า นายณัฏฐพลและ และนายสุชาติจะได้คะแนนน้อยที่สุด ได้มีความพยายามประสานขอเสียงสนับสนุนจากกลุ่มต่างๆ ในพรรค พปชร. โดยเฉพาะกลุ่มของ ร.อ.ธรรมนัส ที่มีเสียงมากที่สุดประมาณ 40 เสียง รวมถึงกลุ่มสามมิตร ที่นำโดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ที่มีเสียง ส.ส.ประมาณ 30 เสียง เพื่อให้เกิดความอุ่นใจ ให้เสียงรัฐมนตรีออกมาใกล้เคียงกัน ซึ่งล่าสุดว่าการเจรจาลงตัว คะแนนแต่ละคนจะสูสีกัน โดย ร.อ.ธรรมนัสได้ประสานไปยังพรรคเล็กให้ช่วยลงมติไว้วางใจด้วย นอกจากนี้ ยังมีความเคลื่อนไหวของแกนนำแต่ละกลุ่มในพรรค พปชร.ที่ต้องการเอาใจ พล.อ.ประวิตร โดยจะทำให้ พล.อ.ประวิตรได้รับเสียงไว้วางใจมากที่สุดเป็นครั้งที่สองเพื่อรักษาแชมป์ไว้
&amp;ldquo;ภายหลังการลงมติ จะมีความเคลื่อนไหวจากแกนนำบางกลุ่มใน พปชร.เพื่อเคลื่อนให้เกิดการปรับ ครม. โดยต้องการผลักดันแกนนำกลุ่มรัฐมนตรีช่วยขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการ และเปิดตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยให้กลุ่มต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มภาคใต้ ที่ยังไม่มีรัฐมนตรี ซึ่งต้องจับตามองว่า หากชนะการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช จะทำให้ ส.ส.ใต้มีเสียงขึ้นเป็น 14 เสียง โดยหลักต้องได้โควตารัฐมนตรี 1 ตำแหน่งจะได้รับการตอบรับหรือไม่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรค ปชป. ได้ส่งข้อความเป็นเอกสารผ่านไลน์กลุ่ม ส.ส.พรรค ถึงหลักเกณฑ์การตัดสินใจลงมติว่า ขอยึดหลักถูกเป็นถูก ผิดเป็นผิด ครั้งที่แล้วเราถูกยกมือให้ไว้วางใจรัฐมนตรีบางคนทั้งๆ ที่ไม่น่าไว้วางใจ เชื่อว่าทุกท่านจำใจต้องลงมติ ส่วนความรู้สึกของตนเอง เพราะผู้บริหารพรรคอ้างว่าเป็นมารยาททางการเมือง จึงทำให้นักการเมืองอย่างพวกเราถูกผูกมัดไว้ แต่วันนี้ พล.อ.ประวิตรประกาศแล้วว่ามารยาททางการเมืองนั้นไม่มี เป็นประชาธิปไตย ที่ต้องแข่งขันการทำประโยชน์เพื่อประชาชน มีคำถามว่าพวกเราพรรค ปชป.จะยอมให้มีการถูกบังคับต่อหรือไม่ หวังว่าทุกท่านจะพิจารณาตัดสินใจในแนวทางที่รักษาระบอบประชาธิปไตยที่ควรจะเป็นเพื่อรักษาภาพพจน์ของพรรคต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า เรื่องเวลาการอภิปราย หากไม่จบกันจริงๆ ก็ต้องขยายเวลาการอภิปรายออกไป ส่วนจะขยายอย่างไรนั้น จะต้องดูวันที่ 18 ก.พ.ว่าข้ามเที่ยงคืนไปหรือไม่ ถ้ายาวไปก็โหวตกันวันอาทิตย์ที่ 21 ก.พ. นอกจากนี้ ในการประชุมวิปรัฐบาล วันที่ 19 ก.พ. จะพูดคุยกันถึงทิศทางในการลงมติว่าจะเป็นไปในแนวทางใด โดยพรรคร่วมรัฐบาลจะโหวตไปในทิศทางเดียวกัน ถ้าใครไม่โหวตตาม แต่ละพรรคจะมีบทลงโทษ. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93506</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ, ประชาธิปัตย์, พรรคร่วมรัฐบาล, ภูมิใจไทย, ศึกซักฟอก, ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ, สภาผู้แทนราษฎร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210218/image_big_602e8b0148f0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
