<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56412</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2020 22:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สามมิตรเขย่าซักฟอก 40ส.ส.โชว์พลังห้ามแตะโควตารมต./เคาะอภิปราย24-26ก.พ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo; ชี้ชัดไม่แก้ไขญัตติซักฟอก อ้างไม่ทราบข้อความใดเป็นเท็จ ให้ไปว่ากันตอนอภิปราย คอนเฟิร์มวันซักฟอก 24-26 ก.พ. เริ่ม 13.30 น. หากไม่จบขยายถึง 27 ก.พ. &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ยอมรับข้อกล่าวหารุนแรง โวรัฐบาลไม่สนิมสร้อย &amp;ldquo;สมคิด-อุตตม&amp;rdquo;นำทีมถก &amp;quot;กลุ่มสามมิตร&amp;quot; แสดงพลัง 40 ส.ส.ส่งสัญญาณถึงนายกฯ ห้ามขยับโควตา รมต. หลังลือสะพัด &amp;quot;สุวิทย์&amp;quot; เต็งหนึ่งถูกเขี่ยทิ้งหลังซักฟอก ขณะที่ &amp;quot;สนธิรัตน&amp;quot; ไม่ได้มาร่วมวงด้วย จับตาระดม ส.ส.ฮึดสู้ ด้าน ส.ส.พท.ลั่นมีหลักฐานมัดแน่น &amp;quot;ประวิตร-ประยุทธ์&amp;quot; เอื้อประโยชน์เจ้าสัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา วันที่ 5 กุมภาพันธ์ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีฝ่ายรัฐบาลขอให้แก้ไขญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านว่า คงไม่มีการแก้ไขแล้ว จากการตรวจสอบมีปัญหาเฉพาะลายเซ็นของผู้เสนอญัตติท่านหนึ่งที่เซ็นไม่เหมือนกับลายเซ็นที่ให้ไว้ ซึ่งสอบถามแล้ว และได้รับการยืนยันว่าเป็นของตัวเอง ส่วนที่มีการระบุว่ามีบางข้อความในญัตติเป็นเท็จนั้น ขอให้ไปว่ากันตอนอภิปราย เพราะไม่ทราบเช่นกันว่าข้อความใดเป็นเท็จหรือไม่เป็นเท็จ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อถึงเวลาประชุมก็ต้องดูแลให้การอภิปรายเป็นไปโดยเรียบร้อย การอภิปรายมีปัญหาเป็นเรื่องปกติ เป็นการตรวจสอบในระบอบประชาธิปไตย และถือเป็นการตรวจสอบที่เข้มข้นที่สุด เพราะฉะนั้นต้องให้โอกาสทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่ว่าผู้เสนอเป็นผู้พูดฝ่ายเดียว อีกฝ่ายหนึ่งก็มีสิทธิ์โต้ตอบเช่นกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่รัฐบาลเสนอให้อภิปรายวันที่ 25-27 ก.พ. ลงมติในวันที่ 28 ก.พ. นายชวนกล่าวว่า ตั้งใจจะกันวันที่ 28 ก.พ.ไว้สำหรับใช้ในการประชุมนัดพิเศษประจำเดือน เพื่อให้ญัตติที่ค้างอยู่นั้นได้พิจารณาให้ได้มากที่สุด เดิมตั้งใจไว้ว่าจะให้เป็นวันสะสางงานนอกจากนี้ก็ยังมีการประชุมร่วมรัฐสภาอีก จะมีวาระขอขยายเวลาและการพิจารณาแก้ไขประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง ถ้าเสร็จทันก็จะเข้าสู่การพิจารณาในสมัยประชุมนี้เลย ส่วนที่ฝ่ายค้านเสนอว่าหากอภิปรายไม่เสร็จเสนอให้เปิดประชุมวิสามัญเพื่ออภิปรายต่อ คิดว่าไม่ควรจะเป็นเช่นนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายชวนได้เป็นประธานการประชุมร่วมกันระหว่างฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และตัวแทนจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อกำหนดวันประชุมสภาฯ พิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม อาทิ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล, นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ, &amp;nbsp;นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายวิรัชให้สัมภาษณ์ว่า บรรยากาศการหารือเป็นไปด้วยดี ส่วนปัญหาญัตติมีถ้อยคำไม่เหมาะสมนั้น นายสมพงษ์บอกจะปรับให้เหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้มีการประท้วง ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปเรื่องวันเวลา แต่จากเดิม 25-27 ก.พ. อาจจะให้เริ่มอภิปรายเป็นวันที่ 24 ก.พ. โดยให้เวลา 3 วัน ถ้าเสร็จได้ก็ดี ส่วนจะย้ายมาเริ่มวันที่ 19 ก.พ. ตามที่ฝ่ายค้านเสนอหรือไม่ เป็นข้อมูลที่มีการเสนอ แต่ช่วงวันที่ 19-21 ก.พ. รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายมีกำหนดการทำงาน เช่น นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ จะเดินทางไปต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมพงษ์กล่าวว่า เนื่องจากมีผู้ขออภิปรายเป็นจำนวนมาก จึงต้องใช้เวลาพอสมควร ดังนั้นข้อเสนอของรัฐบาลที่ให้เวลาในการอภิปรายระหว่างวันที่ 25-27 ก.พ. ฝ่ายค้านไม่มีทางยอมรับอย่างเด็ดขาด เพราะถือเป็นการบีบกันเกินไป ส่วนกรณีฝ่ายรัฐบาลขอให้แก้ไขเนื้อหาญัตตินั้น ฝ่ายค้านได้รับความชัดเจนจากประธานสภาฯ แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องแก้ไขอีก แต่ถ้าจะให้เอาใจรัฐบาลแล้ว ฝ่ายค้านก็พร้อมจะไม่อ่านเนื้อหาในญัตติในส่วนนั้น และคิดว่าไม่จำเป็นจะต้องมีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญ เพราะเป็นเรื่องที่มีความยุ่งยาก
เคาะซักฟอก 24-26 ก.พ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาฯ เปิดเผยว่า ในช่วงบ่ายวันที่ 5 ก.พ. ได้รับการประสานจากตัวแทนฝ่ายครม.ว่า ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันให้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีในวันที่ 24 ก.พ. ตั้งแต่เวลา 13.30 น. จนถึงวันที่ 26 ก.พ. และลงมติกันในวันที่ 27 ก.พ. หากการอภิปรายไม่จบภายใน 3 วัน จะขยายเวลาให้อภิปรายถึงวันที่ 27 ก.พ. และไปลงมติในวันที่ 28 ก.พ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า การกล่าวหาในครั้งนี้ถือว่ารุนแรง ถ้าถือว่ากล่าวหาคือกล่าวหามันก็ไม่มีอะไรหรอก ในที่สุดมันจะเบากว่านี้ หรือรุนแรงกว่านี้ ก็เอาไปตอบกัน และเอาเข้าจริงเขียนเบาก็สามารถที่จะบริภาษรุนแรงได้ในเวลาที่อภิปราย ประธานก็ค่อยคุมเกม เพราะข้อบังคับก็มีอยู่แล้ว ก็เอาไว้วินิจฉัยกันตอนที่พูด แต่ช่วงยื่นญัตติไม่มีข้อบังคับเขียนเอาไว้ เพราะก็ไม่คาดคิดว่าจะมีอย่างนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ส่วนตัวมีองครักษ์พิทักษ์เหมือนกับคนอื่นหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่มี ไม่เคยได้ยินและไม่คิดว่าจะต้องมีด้วย แต่ถ้ามี เข้าใจว่าเขาคงปกป้องระบบหรือระเบียบข้อบังคับ หรือส่วนที่จะกระทบต่อรัฐบาลมากกว่า แต่ถ้าเป็นการกระทบต่อส่วนตัวคงไม่มีองครักษ์คนไหนมาทำอะไรอย่างนั้น และบังเอิญรัฐบาลก็ไม่ได้สนิมสร้อยอะไรด้วย สำหรับรัฐมนตรีทุกคนก็ต้องเตรียมข้อมูล เพราะรู้ดีว่าตัวเองทำอะไรหรือไม่ทำอะไร ยกเว้นบางเรื่องที่เป็นข้อมูลเชิงลึก ก็อาจต้องให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปอยู่เตรียมข้อมูลที่สภาด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ เป็นหัวหน้ารัฐบาล ความอยู่รอดหรือไม่รอดของหัวหน้ารัฐบาลก็คือความอยู่รอดหรือไม่รอดของ ครม.ทั้งคณะ ถ้านายกฯ พ้นจากตำแหน่ง ครม.ทั้ง 36 คนพ้นด้วย ดังนั้น การกล่าวหานายกฯ แม้นายกฯ คือนายกฯ แต่ความเป็นจริงคือความอยู่รอดของรัฐบาลทั้งชุด&amp;quot; นายวิษณุกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข &amp;nbsp;ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า โดยมารยาทของการร่วมรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยยึดมั่นและเชื่อว่านายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทั้ง 5 คน ทุกคนทำงานหนัก และทุ่มเท เสียสละ เราต้องให้การสนับสนุน พร้อมยกมือให้ แต่ทุกคนต้องรอฟังการชี้แจงในการอภิปรายญัตติดังกล่าว เพราะนี่เป็นกติกา ไม่ใช่ทะเล่อทะล่ายกมือให้โดยที่ไม่ฟังอะไรก่อนเลย เพราะเราต้องตอบสังคมให้ได้ ไม่ใช่พวกมากลากไป ถ้าฝ่ายค้านสามารถพิสูจน์ว่ารัฐมนตรีเหล่านั้นกระทำการมิชอบต่อบ้านเมืองแล้ว ตัวรัฐมนตรีเองไม่สามารถอธิบายได้ เราก็ไม่สนับสนุนรัฐมนตรีเหล่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่ต้องกังวลว่าถ้ารัฐมนตรีคนนั้นชี้แจงได้ แล้วภูมิใจไทยจะไปต่อรองหรืองอแง ให้ครึ่งหนึ่งยกให้ อีกครึ่งหนึ่งไม่ยกให้ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยไม่ใช่อย่างนั้น ไม่ต้องเป็นห่วง ขอให้รัฐมนตรีแต่ละคนชี้แจงให้ได้ทุกอย่างก็จบ ซึ่งผมมั่นใจว่าทุกรัฐมนตรีสามารถชี้แจงได้&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เวลา 11.00 น. ที่โรงแรมสุโกศล ถ.ศรีอยุธยา พรรคแกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นำโดยนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง และหัวหน้าพรรค, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม และกรรมการบริหารพรรค, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และกรรมการบริหารพรรค, นายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท และรองหัวหน้าพรรค นัดรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับ ส.ส.ในกลุ่มประมาณ 40 คน โดยการนัดหมายครั้งนี้มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ร่วมด้วย โดย ส.ส.ที่มาปรากฏตัว มีทั้งภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคใต้ อาทิ นายภิญโญ นิโรธ ส.ส.นครสวรรค์, นายปริญญา ฤกษ์หร่าย ส.ส.กำแพงเพชร, นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี, นายสิทธิชัย โควสุรัตน์ ส.ส.อุบลราชธานี, นายพยม พรหมเพชร ส.ส.สงขลา, นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่ามี &amp;nbsp;ส.ส.กทม. 5 คน ได้แก่ นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา, น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์, น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์, น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ , นายศิริพงษ์ รัสมี มาปรากฏตัวครั้งนี้ด้วย
กลุ่มสามมิตรแสดงพลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบรรยากาศเป็นไปอย่างเป็นกันเอง โดยนายอุตตมได้เดินทักทายบรรดา ส.ส. พร้อมขอให้ร่วมมือกันในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม การรับประทานอาหารครั้งนี้ไม่มีนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงานและเลขาธิการพรรค เดินทางมาร่วมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุริยะ ในฐานะแกนนำกลุ่มสามมิตร กล่าวว่า ในวันนี้ได้นัด ส.ส.กลุ่มสามมิตรประมาณ 40 คน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ยกเลิกกลุ่มไปแล้ว แต่เนื่องจากว่าทางพรรคฝ่ายค้านได้ยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และอีก 5 รัฐมนตรี จึงเป็นเหตุผลที่ตนคิดว่ากลุ่มสามมิตรต้องมาช่วยระดมความคิด เพราะเป็นผู้มีประสบการณ์ทางการเมืองในการเก็งข้อสอบ และเตรียมข้อมูลให้ เพราะหลายคนก็ผ่านการลงมติไม่ไว้วางใจมาแล้ว ซึ่งพวกเราเตรียมหาข้อมูล เพื่อมาช่วยเหลือนายกฯ จากการดูข้อมูลเบื้องต้นที่ฝ่ายค้านระบุในญัตติว่า ทั้ง &amp;ldquo;กร่าง&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;เถื่อน&amp;rdquo; ซึ่งตนมองว่าไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่เป็นประเด็นสำคัญที่มุ่งให้เกิดปัญหาทางการเมืองได้ ซึ่ง ส.ส.กลุ่มสามมิตรจะช่วยท่านตรงนี้ได้ &amp;nbsp;และยังมีประเด็นที่ระบุว่านายกฯ &amp;ldquo;สืบทอดอำนาจ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;เป็นเผด็จการ &amp;ldquo; ซึ่งไม่เป็นความจริง และถ้าฝ่ายค้านหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา ก็ไม่มีน้ำหนัก เพราะนายกฯ เข้ามาตามกระบวนการ นอกจากนี้ตนจะให้การบ้าน ส.ส.เพื่อไปเตรียมข้อมูลต่างๆ ส่งให้กับทางพรรคด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความกังวลของพรรคร่วมรัฐบาลในการโหวตสนับสนุนนายกฯ และรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ &amp;nbsp;นายสุริยะกล่าวว่า ตนต้องชมเชยพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ ที่ประกาศออกมาแล้วว่าจะช่วยถ้าหากฝ่ายค้านอภิปรายนอกประเด็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การรวมตัวของกลุ่มสามมิตรอีกครั้ง สะท้อนถึงความแตกแยกในพรรคหรือไม่ นายสุริยะกล่าวว่า ไม่มี การมารวมตัวครั้งนี้นายอุตตมเข้าใจ ยืนยัน ส.ส.ทุกคนในพรรคโหวตสนับสนุนนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทุกคน ยืนยันว่าการรวมตัวของส.ส.กลุ่มสามมิตรในวันนี้ไม่เกี่ยวกับการแสดงพลังในการปรับครม.หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่เพื่อช่วยเหลือรัฐมนตรี เมื่อการอภิปรายจบลงกลุ่มสามมิตรก็จะสลายตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าการแสดงพลังในวันนี้สะท้อนให้เห็นว่าห้ามแตะต้องรัฐมนตรีในกลุ่มสามมิตร หากต้องมีการปรับ ครม.หลังอภิปรายฯ หรือไม่ นายสุริยะกล่าวว่า ไม่เลย เพราะรัฐมนตรีกลุ่มสามมิตรไม่มีใครถูกอภิปราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าหารือว่า เตรียมความพร้อมเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เราจะคุยกันว่ารัฐมนตรีและ ส.ส.แต่ละคนจะต้องมีความตื่นตัว เพราะการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้มีความสำคัญมาก โดยเฉพาะการอภิปรายตัวนายกฯ ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะหากนายกฯ พลาดพลั้ง ก็จะล้มเหลวไปทั้งหมด เราจะปล่อยให้เป็นอย่างนั้นไม่ได้ ไม่ใช่เฉพาะพวกเราพรรค พปชร. แต่เป็นเรื่องของพรรคร่วมรัฐบาล ที่จะต้องทำการบ้านมาพร้อมกัน ถ้าหากว่าเราเริ่มนำให้แต่ละพรรคได้เห็นพรรคอื่นจะได้ทำตามกัน ส่วนการรวมตัวของกลุ่มสามมิตรไม่ได้มีการต่อรองอะไรทั้งนั้น และคงไม่ต้องเอาเข้าที่ประชุมพรรค เราทำกันตรงนี้ก่อน เชื่อว่าต่อไปจะไปเพิ่มในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลที่จะต้องทำงานร่วมกันเรามีความห่วงใยผู้นำรัฐบาลที่จะต้องอยู่ให้ครบ 4 ปี&amp;nbsp;
ขวางไม่ให้เขี่ย&amp;quot;สุวิทย์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสมคิดกล่าวว่า ไม่มีนัยอะไร เป็นเพียงทางกลุ่ม ส.ส. มาประชุมหารือกันว่าจะดูแลการอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างไร เพื่อให้เป็นการอภิปรายที่สมบูรณ์ เป็นเรื่องของการให้ข้อมูล การวางตัว วางแผนในการอภิปรายให้ดีที่สุด เพราะเรื่องการอภิปรายเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย ฝ่ายค้านมีหน้าที่ในการตรวจสอบ รัฐบาลก็ต้องมีการชี้แจงให้เข้าใจกัน ดังนั้น เพื่อให้เกิดความพร้อมเพรียง ทางกลุ่มจึงได้มีการมาหารือกัน ได้แจ้งมายังนายอุตตมและตน เพื่อให้กำลังใจเท่านั้นเอง คนทำงานจะได้มีกำลังใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เป็นห่วงเรื่องการอภิปรายประเด็นเศรษฐกิจหรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า นายกฯ ตอบได้ทุกคำถามอยู่แล้ว หน่วยงานใดกระทรวงใดที่เกี่ยวข้องสามารถช่วยนายกฯ ชี้แจงได้อยู่แล้ว ถือเป็นเรื่องปกติ ข้อมูลอยู่ในหัวท่านอยู่แล้ว เพียงแต่หยิบมาใช้ในเรื่องที่เป็นประเด็น ทั้งนี้ นายกฯ ไม่ได้มอบหมายใครชี้แจง ท่านก็ดูของท่าน ส่วนคนที่เกี่ยวข้องก็ช่วยชี้แจงในส่วนที่เกี่ยวข้องกับตัวเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตมกล่าวว่า ในส่วนของพรรค พปชร. เราเตรียมตัวเต็มที่ ส.ส.ของพรรคก็มาทานข้าวกัน มาให้กำลังใจกัน ยืนยันว่าไม่ได้มีเพียงแค่ ส.ส.ในกลุ่มสามมิตร เพราะทุกกลุ่ม ทุกคน ก็มีการให้กำลังใจกัน รวมถึงพรรคร่วมรัฐบาลในการทำงานด้วยกัน ถือเป็นกระบวนการปกติ ตนไม่ได้ให้ความสำคัญกับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นพิเศษ เพราะเราอยู่ร่วมกัน เราอยู่ด้วยกันหมด เดินมาถึงขั้นนี้แล้ว พรรคพลังประชารัฐคือหนึ่งเดียว และต่อไปหากมีกลุ่มไหนในพรรคพปชร.จัดงาน ตนก็พร้อมจะไปร่วม และสุดท้ายก็ต้องมีคุยร่วมกันหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จำเป็นต้องมีการเจอกันของพรรคร่วมรัฐบาลก่อนที่จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ นายอุตตมกล่าวว่า คิดว่าคงมีเวทีเช่นนั้น แต่ตอนนี้เราก็เร่งดำเนินการอยู่ การรวมตัวในวันนี้ไม่ได้เป็นการแสดงพลังเพื่อต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรี หากมีการปรับ ครม.หลังอภิปราย แต่เป็นการเตรียมการในสภาปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการหารือ นายอนุชา นาคาศัย เปิดเผยว่า งานวันนี้มีนายอุตตมและนายสมคิดเป็นเจ้าภาพ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และสะท้อนไปทั้งในพรรค พปชร.และพรรคร่วมรัฐบาล โดยระหว่างรับประทานอาหารร่วมกันไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องการอภิปราย เพราะเป็นเรื่องเก่า ยังไม่มีประเด็นที่ชัดเจน โดยนายสมคิดได้กล่าวให้ ส.ส.ทราบว่า หากนายกรัฐมนตรีและ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ต้องการข้อมูลในการอภิปราย สามารถประสานที่นายอุตตมและตนได้ทันที ส่วนที่มีข้อกังวลว่า ส.ส.จะช่วยเฉพาะนายกฯ และ พล.อ.ประวิตรเท่านั้น คิดว่าคงช่วยทุกคน ส่วนที่นายสนธิรัตน์ไม่เดินทางมาร่วมด้วย ตนไม่ทราบ เพราะนายอุตตมและนายสมคิดเป็นโต้โผจัดงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรค พปชร.ถึงการนัดกินข้าวของกลุ่มสามมิตรว่า เกิดขึ้นหลังจากการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ที่นายสมคิดได้เรียกนายอุตตมพร้อมด้วยนายสุริยะ เพื่อต้องการจัดกิจกรรมกินข้าวโชว์พลัง ส.ส.ของกลุ่ม ซึ่งมี ส.ส.ถึง 40 คน โดยการกินอาหารนั้นก็ไม่ได้มีการพูดคุยถึงแผนการปกป้อง พล.อ.ประยุทธ์แต่อย่างใด หลายฝ่ายยังยืนยันในข้อสังเกตว่า การกินข้าวในมื้อนี้จะเป็นการโชว์พลังและจำนวน ส.ส. เพราะภายหลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจเสร็จสิ้น จะมีการปรับ ครม.และมีรายชื่อของนายอุตตม นายสนธิรัตน์ และนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.อุดมศึกษาฯ ที่เป็นศิษย์รักของนายสมคิด ที่อาจถูกปรับออก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะนายสุวิทย์ เป็นเบอร์ 1 ที่จะถูกเสนอให้ปรับออก เพราะตั้งแต่เลือกตั้งเสร็จจนเป็นรัฐมนตรี ไม่เคยเข้าร่วมกิจกรรมใดๆ กับทางพรรค และไม่มีการสนับสนุน ส.ส. จึงเป็นเบอร์ 1 ที่ถูกจับตาว่าจะถูกเขี่ยทิ้งเป็นคนแรก เพื่อแบ่งให้กับกลุ่มการเมืองในพรรค พปชร. ดังนั้นการนัดกินข้าวในครั้งนี้ จึงเป็นการส่งสัญญาณให้นายกฯ รับทราบว่าทางกลุ่มสามมิตรมี ส.ส.อยู่จำนวนหนึ่ง ดังนั้นการปรับ ครม.หลังการอภิปรายจะต้องมีการพูดคุยทำความเข้าใจกันก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน การไม่มาร่วมการประชุมของนายสนธิรัตน์ ทำให้เกิดข้อสังเกตว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะนายสนธิรัตน์ถือเป็นคนสนิทของนายสมคิด ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ว่านายสนธิรัตน์เวลานี้คุมกระทรวงใหญ่อย่างกระทรวงพลังงาน ซึ่งมีกลุ่มทุนใหญ่อยู่ในสังกัด และมีข่าวว่านายสนธิรัตน์ได้เรียกอดีตผู้สมัคร ส.ส. รวมถึงอดีตนักการเมืองหลายคนไปทำงานที่กระทรวงพลังงานหลายคน และช่วงหลังปีใหม่เป็นต้นมา นายสนธิรัตน์มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองมากขึ้น โดยทุกวันอาทิตย์จะมีการแถลงข่าว มี ส.ส.มาร่วมกิจกรรมด้วยจำนวนหนึ่ง
พท.ถล่ม&amp;quot;ป้อม-ตู่&amp;quot;เอื้อเจ้าสัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ยังเดินหน้าตั้งทีมวอร์รูมตอบโต้ฝ่ายค้านนอกสภา สัปดาห์หน้า โดยจะเชิญอดีต ส.ส. อดีตนักการเมืองนอกสภาที่มีประสบการณ์ทางการเมืองมายาวนาน อาทิ นายอำนวย คลังผา, &amp;nbsp;นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ, นายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล, นายฉลอง เรี่ยวแรง, นายทวี สุระบาล, นายธีรทัศน์ เตียวเจริญโสภา, นายธีรยุทธ์ วานิชชัง, นายสมเกียรติ ศรลัมพ์, นายสิทธิชัย จรูญเนตร, &amp;nbsp;นายทศพล เพ็งส้ม, นายเอกภาพ พลซื่อ เป็นต้น ซึ่งมีข้อมูลข้อเท็จจริงของฝ่ายค้านได้แจ้งความจำนงมาร่วมเป็นทีมวอร์รูมจำนวนมาก เพื่อพูดคุยเตรียมพร้อมในการทำงานของคณะเราอย่างเข้มข้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่าพยายามสร้างหลักฐานเท็จ ใส่ร้ายป้ายสีนายกฯ และคณะ รมต.ทั้ง 5 ท่าน อย่าขุดคุ้ยเรื่องอดีตที่ไม่เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา ถ้ายังใช้วาทกรรมใส่ความอันเป็นเท็จ และอภิปรายนอกญัตติ เราจะเปิดโต๊ะแถลงข่าวตอบโต้นอกสภาทันที เราจะชี้แจงข้อมูลที่เลวร้ายที่ประชาชนคนไทยยังไม่ทราบจะได้รับรู้รับทราบความเสียหายอันร้ายแรงในอดีตของคนที่อยู่เบื้องหลังพรรคฝ่ายค้าน&amp;quot; นายสุภรณ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์อาจทำใจลำบากที่จะต้องถูกขึงพืด ตรวจสอบ แต่ขอให้ทำความเข้าใจว่า เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์เลือกที่จะยังอยู่สืบทอดอำนาจหลังการเลือกตั้ง ตัวช่วยมากมายที่เคยมี อาจเหลือไม่เท่าเดิม จะหวังให้เป็นการยอวาที เหมือนอยู่กับแม่น้ำ 5 สายคงเป็นไปไม่ได้ ถ้า พล.อ.ประยุทธ์จะทวงบุญคุณ อย่ามาทวงกับประชาชน ให้ไปทวงกับแม่น้ำ 5 สาย ที่สมประโยชน์ด้วยกันทุกฝ่าย 5 ปีที่ผ่านมา ไม่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เหมือนปล้นเช็คเปล่าจากประชาชน ไปกรอกจำนวนเงินตามอำเภอใจ ทำให้ประเทศชาติและประชาชนเสียโอกาส พล.อ.ประยุทธ์จะตอบได้หรือไม่ ผ่านหรือไม่ผ่าน ประชาชนดูอยู่ ตัดสินและประเมินผลได้ ทุกฝ่ายควรทำหน้าที่สร้างสรรค์ สิ่งที่ประชาชนไม่สบายใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จะอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ กับ พล.อ.ประวิตร เพราะมั่นใจในข้อมูลเด็ดที่มีอยู่ ซึ่งเป็นหลักฐานที่มัดแน่น ส่อไปทางทุจริตของทั้งสอง และยังโยงไปถึงเจ้าสัวใหญ่ของเมืองไทย ซึ่งข้อมูลที่มีนั้นผู้กระทำผิด ไม่ใช่แค่ผู้มีอำนาจ แต่โยงไปถึงเจ้าสัวที่มีส่วนร่วมด้วย ตนจะทำให้ประชาชนเห็นการกระทำผิดที่ชัดเจน แล้วนำไปสู่การลงโทษคนที่ร่วมกระทำความผิดทั้งหมดอย่างสาสม เพราะหลักฐานที่นำมาแสดงเป็นที่ประจักษ์มัดแน่น เมื่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเห็นต้องนำไปดำเนินการต่อเพื่อเอาคนผิดมาลงโทษ หากเห็นหลักฐานแล้วไม่ทำอะไร เจ้าหน้าที่เองที่จะกลายเป็นผู้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอาญามาตรา 157 แล้วมีความผิดเสียเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุภดิช อากาศฤกษ์ รักษาการหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ (ศม.) พร้อมด้วย ส.ส.อีก 4 คนของพรรค ร่วมแถลงถึงจุดยืนของพรรค โดยนายสุภดิชกล่าวว่า ที่พรรคตัดสินใจออกจากฝ่ายค้านนั้น เพราะส่วนใหญ่มติพรรคมักจะไม่ตรงกับมติวิปฝ่ายค้าน ซึ่งที่ผ่านมาจะถือมติพรรคเป็นหลัก ยึดถือประชาธิปไตย ยอมรับในความเห็นต่าง และรัฐธรรมนูญก็ได้ให้เอกสิทธิ์ ส.ส.แต่ละคนไว้ เราจึงให้เกียรติ ส.ส.ทุกคน แต่เมื่อมีมติพรรค เราก็ทำตามมติพรรค ส่วน ส.ส.คนใดที่ไม่เห็นด้วยกับมติพรรค เราก็รับฟังความเห็นต่างโดยเสมอมา เมื่อมติของพรรคกับวิปฝ่ายค้านไม่ตรงกัน เราจึงขอถอนตัว ทั้งนี้ ไม่ได้เป็นความขัดแย้ง แต่เป็นการพัฒนาทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า แนวทางของนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีตหัวหน้าพรรค ศม. คืออยู่กับฝ่ายค้าน แล้วหากนายมิ่งขวัญโหวตสวนมติพรรคบ่อยๆ จะขับออกจากพรรคหรือไม่ นายสุภดิชกล่าวว่า ไม่ว่า ส.ส.คนใดจะโหวตไม่เป็นไปตามมติพรรค ก็ถือเป็นเอกสิทธิ์ ซึ่งนายมิ่งขวัญก็ไม่ได้ทำอะไรผิด เราก็ไม่ขับออกจากพรรคอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่า หลังจากออกจากพรรคร่วมฝ่ายค้านแล้ว ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะโหวตให้ทางรัฐบาลหรือไม่ นายสุภดิช กล่าวว่า การจะโหวตอะไรก็ตาม ต้องโหวตตามมติพรรค วันนี้จึงยังบอกไม่ได้ว่าจะโหวตให้ฝ่ายใด เราต้องขอรอดูข้อมูลของแต่ละท่านก่อนว่าเป็นอย่างไร จากนั้นจะมาหารือกับที่ประชุมเพื่อหามติ เราไม่เคยเปลี่ยนจุดยืน แต่เราทำตามมติพรรคมาโดยตลอด ยืนยันว่าขณะนี้รัฐบาลไม่ได้ประสาน และไม่มีเรื่องผลประโยชน์ใดๆเข้ามาเกี่ยวข้อง และจะไม่อภิปรายกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน ทั้งนี้ไม่ได้เป็นการลอยแพนายมิ่งขวัญ แต่ถือเป็นการให้เอกสิทธิ์ วันนี้ท่านยังเป็นสมาชิกพรรค และเรายังคงรับฟังความคิดเห็นท่านอยู่.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56412</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มสามมิตร, ข้อกล่าวหารุนแรง, ชวน หลีกภัย, ญัตติซักฟอก, ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ, ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล, วิปรัฐบาล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200205/image_big_5e3ad61f15e38.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55987</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ไว้วางใจ6รมต.เน้นเป้าโจมตีบิ๊กตู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ฝ่ายค้าน 6 พรรคยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อประธานสภาฯ แล้ว ล็อกเป้าซักฟอก 6 รมต. โวมีหมัดน็อก รับเสียงน้อยล้มรัฐบาลไม่ได้หวังประชาชนช่วยล้มแทน &amp;nbsp;&amp;quot;สมพงษ์&amp;quot; ไม่ติดใจเศรษฐกิจใหม่ถอนตัว &amp;quot;เสรีฯ&amp;quot; ไม่จบขุดปมถวายสัตย์ฯ ต่อ เปิดญัตติซักฟอก &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; โดนกล่าวหาล้มล้างรัฐธรรมนูญ บริหารล้มเหลว ปล่อยไว้ประเทศล่มจม &amp;quot;ป้อม&amp;quot; ร่ำรวยผิดปกติ &amp;quot;ดอน&amp;quot; เอื้อบริษัทข้ามชาติ &amp;quot;ธรรมนัส&amp;quot; เป็นผู้มีอิทธิพล ขณะที่นายกฯ หายป่วยเข้าทำเนียบฯ สั่ง ครม.เศรษฐกิจเตรียมข้อมูลชี้แจง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา เวลา 11.13 น. วันที่ 31 มกราคม นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยแกนนำ 6 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ประกอบด้วย นายสมพงษ์, นายสุทิน คลังแสง จากพรรคเพื่อไทย, นายปิยบุตร แสงกนกกุล จากพรรคอนาคตใหม่, นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา จากพรรคประชาชาติ, นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ จากพรรคเพื่อชาติ, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส จากพรรคเสรีรวมไทย และนายนิคม บุญวิเศษ จากพรรคพลังปวงชนไทย ได้ยื่นญัตติเพื่อขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ขาดพรรคเศรษฐกิจใหม่ เนื่องจากนายสุภดิช อากาศฤกษ์ รักษาการหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ ได้ส่งหนังสือถึงนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ แจ้งมติของกรรมการบริหารพรรค เมื่อ 30 ม.ค. พรรคมีมติถอนตัวจากพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อทำงานในนามอิสระตามแนวทางของพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมพงษ์กล่าวว่า ขอเสนอญัตติเปิดอภิปรายทั่วไปไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตรา 151 ตามรายนามดังต่อไปนี้ 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม 2.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ 3.นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ 4.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย 5.นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ และ 6.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ โดยมีพฤติการณ์ซึ่งคงจะกราบเรียนต่อท่านประธานในวันอภิปราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวนกล่าวว่า จะรับไปตรวจสอบความถูกต้องตามข้อบังคับ ถ้ามีอะไรที่ขาดตกบกพร่องก็ต้องแจ้งไปยังผู้เสนอภายใน 7 วัน และเมื่อเห็นว่าถูกต้องแล้วก็จะบรรจุเป็นวาระด่วน แต่ก่อนที่จะกำหนดวันประชุมเป็นวันไหนนั้น ต้องหารือกับทั้ง 2 ฝ่ายถึงความพร้อมก่อน และจากนี้ไปกฎหมายรัฐบาลไม่สามารถยุบสภาได้ ส่วนการปรับ ครม.เป็นคนละเรื่องกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายสมพงษ์ให้สัมภาษณ์ว่า รายชื่อรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย พรรคร่วมฝ่ายค้านพิจารณาร่วมกันถ่องแท้ มีการตรวจสอบข้อมูลแล้วนำมายื่นกระทั่งก่อนแถลงข่าว 5 นาที วันอภิปรายคงต้องรอให้ประธานสภาฯ เป็นผู้กำหนด แต่กรอบเวลาฝ่ายค้านอยากได้ 3-4 วัน ชนะแพ้อยู่ที่มือเรา ไม่ได้หวังคว่ำรัฐบาลในสภา เพียงแต่อยากถ่ายทอดให้ประชาชนได้เข้าใจ ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน เราล้มรัฐบาลไม่ได้ แต่ประชาชนที่ฟังอยู่มีสิทธิที่จะล้ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามกรณีมีกระแสข่าวการดีลกันก่อนที่จะมีการสรุปรายชื่อรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย นายสมพงษ์กล่าวว่า ได้ตรวจสอบดูแล้วเกี่ยวกับข้อมูลที่มีการดีล ไม่มี ถ้าดีลตนคงต้องคุยกับรองนายกฯ ทั้งหมด ส่วนกระแสข่าวที่ระบุถึงตนไปดีล รมว.คมนาคม ก็ไม่มี เคยคุยกันเพื่อสอบถามเรื่องนายชัย ชิดชอบ ว่ายังสบายดีหรือ จะไปขอเยี่ยม แต่ยังไม่ทันจะเยี่ยมท่านก็กลับบุรีรัมย์ไปเสียก่อน
ฟุ้งมีหมัดน็อกแน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีพรรคเศรษฐกิจใหม่ถอนตัวจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน ผู้นำฝ่ายค้านบอกว่า ได้รับแจ้งจากหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ว่าได้ยึดมั่นมติของกรรมการบริหารพรรค เพราะหาก กก.บห.มีมติสิ่งหนึ่งสิ่งใด ถ้าไม่เห็นด้วยกับฝ่ายค้านก็ไปลงมติให้กับพรรคฝ่ายรัฐบาล อาจทำให้เกิดความสับสน หัวหน้าพรรคจึงได้ส่งหนังสือมาถึงตน ไม่ได้ตำหนิติเตียน ให้กำลังใจโดยตลอด ส่วนนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ จะร่วมอภิปรายในโควตาพรรคร่วมฝ่ายค้านหรือไม่ กำลังจัดสรรเวลาและผู้อภิปราย ทั้งนี้ ส.ส.มีโอกาสอภิปรายได้ทุกคน หาก ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลอยากอภิปรายด้วยตนก็ยินดี ส่วนใบเสร็จมัดน็อก ไปฟังเอาตอนอภิปรายดีกว่า ซึ่งมีแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านจะไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง กว่าจะตัดสินใจอภิปรายท่านใดได้ตรวจสอบข้อมูลชัดเจน คนที่ไม่ถูกอภิปรายรอบนี้ข้อมูลอาจเทาๆ อยู่ แต่ในรอบต่อไปหากเรามีข้อมูลชัดเจนก็จะอภิปรายแน่ &amp;nbsp;ตอนนี้เอาสีที่เข้มๆ ก่อนนายกฯ อาจอภิปรายกันทุกพรรค เพราะปฏิบัติไม่ตามกฎหมาย ส่วนรัฐมนตรีคนที่มีข้อมูลเยอะอภิปรายคนเดียวหรือสองคนก็น็อกแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า ตนจะอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯโดยตรง หมัดเด็ดคือเรื่องการถวายสัตย์ฯ ที่หลายคนมองว่าจบไปแล้ว แต่ในความเป็นจริงจะจบได้อย่างไร ในเมื่อเป็นเรื่องที่ทำผิดกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวว่า เป็นครั้งแรกของพรรคอนาคตใหม่ แต่เรามั่นใจในการทำการบ้านที่ได้ค้นคว้าข้อมูลอย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า กรอบวันอภิปราย สิ่งที่เรากังวลคือรัฐบาลจะไปบรรจุญัตติท้ายๆ ก่อนปิดสมัยประชุม ขอฝากรัฐบาลและประธานสภาฯ ถ้าทำอย่างนั้นประชาชนจะผิดหวังมากๆ จากการหารือกับประธานวิปรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นว่าควรอภิปราย 19-21 ก.พ. ลงมติ 22 ก.พ. เป็นความเหมาะสม เพราะรัฐบาลนี้ไม่ได้ถูกอภิปรายมานาน ถือเป็นการตรวจสอบในรอบเกือบ 7 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล มีจำนวน 3 หน้า โดยบรรยายพฤติกรรมของรัฐมนตรีทั้ง 6 คน ดังนี้ 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้ไม่ยึดมั่นและศรัทธาต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ล้มล้างรัฐธรรมนูญ กระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ เป็นผู้นำประเทศที่กร่าง เถื่อน มองคนเห็นต่างเป็นศัตรู ปิดปากผู้ที่มีความเห็นต่าง ชอบก่นด่าเมื่อถูกซักถาม เมื่อได้อำนาจมาโดยไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญก็สร้างกลไกในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อมุ่งสืบทอดอำนาจของตนเอง ปล่อยให้มีการทุจริตเต็มบ้านเต็มเมือง ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้กับตนเอง บริวารและพวกพ้องเข้าข้างคนชั่วที่เป็นพวกโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ
ปล่อยไว้ประเทศล่มจม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริหารราชการแผ่นดินโดยขาดความรู้ความสามารถผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรง ขาดคุณธรรม จริยธรรม แทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการประจำและองค์กรในกระบวนการยุติธรรม กระทำอันเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ทุจริตต่อหน้าที่ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไม่รักษาวินัยการเงินการคลัง ใช้งบประมาณของรัฐสร้างคะแนนนิยมให้กับตนเองและพรรคการเมือง ลุแก่อำนาจ ขาดภาวะผู้นำ ไม่เสริมสร้างให้ทุกภาคส่วนในสังคมอยู่ร่วมกันอย่างเป็นธรรม ผาสุก และสามัคคีปรองดองกัน กลับสร้างความขัดแย้งให้ขยายวงกว้าง ล้มเหลวและไร้ประสิทธิภาพในการดูแลด้านเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดสภาพ &amp;quot;รวยกระจุก จนกระจาย&amp;quot; ให้ความสำคัญกับการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์มากกว่าปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชน &amp;nbsp;ล้มเหลวในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หลอกลวงประชาชนไม่ทำตามนโยบายที่พรรคการเมืองที่สนับสนุนตนหาเสียงไว้ ทั้งเรื่องค่าแรงขั้นต่ำ ราคาพืชผลทางการเกษตร และลดภาษีเงินได้ เป็นยุคที่ทุจริตเฟื่องฟู น้ำกำลังจะหมดเขื่อน มวลอากาศเป็นพิษเต็มเมือง เศรษฐกิจถดถอยอย่างรุนแรง หากปล่อยให้บริหารราชการแผ่นดินต่อไป จะทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงจนประเทศถึงแก่ความล่มจมได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่มีความชื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ แสวงหาประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองและพวกพ้อง ใช้งบประมาณของรัฐเพื่อสร้างความมั่งคั่งให้กับตนเอง มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ จงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.นายวิษณุ เครืองาม ใช้ตำแหน่งหน้าที่เข้าไปก้าวก่าย แทรกแซง การปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรในกระบวนการยุติธรรม เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ตนเองและผู้อื่น เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายด้านการเงินแก่รัฐจำนวนมาก บังคับใช้และตีความกฎหมายโดยไม่ยึดหลักการและบรรทัดฐานที่ถูกต้อง จนทำให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นเรื่องของอภินิหาร เพื่อช่วยเหลือและเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรง ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ ขาดคุณธรรมและจริยธรรม มีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ ฉ้อฉล ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่แสวงหาประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเอง บริวารและพวกพ้อง กลั่นแกล้งข้าราชการประจำ ก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ประจำของข้าราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อประโยชน์ตนเองและพวกพ้อง ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตและประพฤติมิชอบในหน่วยงานที่กำกับดูแลอย่างกว้างขวาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.นายดอน ปรมัตถ์วินัย บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรง ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ ขาดคุณธรรมและจริยธรรม ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ประจำของราชการเพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทข้ามชาติ ส่อว่าจงใจปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย นำพาชาติเข้าสู่ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และไม่มีความชื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ขาดคุณธรรมและจริยธรรม ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เข้าสู่ตำแหน่งโดยไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล ปกป้องพวกพ้องโดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติ
นายกฯ สั่งเตรียมแจงซักฟอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวจากพรรคร่วมฝ่ายค้านเปิดเผยว่า สำหรับรายชื่อรัฐมนตรีที่ถูกยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ เพิ่งจะลงตัวก่อนยื่นญัตติต่อประธานสภาไม่ถึง 10 นาทีเท่านั้น โดยนายสงคราม และนายปิยบุตรได้แจ้งต่อที่ประชุม มีข้อมูลสำคัญมากพอที่จะชี้ให้เห็นถึงพฤติการณ์หลายอย่างของ พล.อ.ประวิตร และได้เตรียมผู้อภิปรายไว้แล้ว เมื่อที่ประชุมรับฟัง จึงตัดสินใจให้เพิ่มชื่อ พล.อ.ประวิตรเข้าไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานอีกว่า ในส่วนของผู้อภิปรายรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลได้มีการแบ่งงานกันเอาไว้ เบื้องต้น พล.อ.ประยุทธ์ ที่หัวหน้าทุกพรรคจะเป็นผู้อภิปราย ยกเว้นพรรคอนาคตใหม่ เนื่องจากนายธนาธรพ้นสมาชิกภาพความเป็น ส.ส. พล.อ.ประวิตร มีพรรคเพื่อชาติและพรรคอนาคตใหม่เป็นแกนหลัก พล.อ.อนุพงษ์ มีพรรคเพื่อไทย พรรคนาคตใหม่ เป็นแกนหลัก นายวิษณุ มีทั้ง ส.ส.จากพรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ นายดอน มีพรรคเพื่อไทยเป็นเจ้าภาพ ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส มีพรรคเสรีรวมไทยและพรรคอนาคตใหม่เป็นเจ้าภาพหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงกรณีที่ถูกฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า &amp;quot;มีชื่อก็มีชื่อ ก็ชี้แจงไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวถึงการชี้แจงอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า สุจริตคือเกราะบัง ศาสตร์พ้อง ปัญญาประดุจดังอาวุธ กุมสติต่างโล่ป้อง &amp;nbsp;อาจแกล้วกลางสนาม ในพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 5
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินทางเข้าปฏิบัติภารกิจภายในตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่ในช่วงเช้า หลังจากเมื่อวันที่ 30 ม.ค. มีอาการป่วยเป็นไข้หวัดเล็กน้อย จึงต้องงดภารกิจและไม่ได้เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล ทำให้เกิดข่าวลือต่างๆ จน พล.อ.ประยุทธ์ต้องออกมาโพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวยืนยันว่ามีอาการไข้หวัดเล็กน้อยเท่านั้น และต้องหยุดพักผ่อนตามคำสั่งแพทย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวก่อนเป็นประธานประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจว่า วันนี้ต้องคุยถึงเรื่องมาตรการด้านเศรษฐกิจ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการชี้แจงและการอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย เนื่องจากฝ่ายค้านจะบอกว่าเศรษฐกิจไม่ดี ดังนั้นเราทำอะไรไว้บ้าง และเชื่อว่าทุกคนจะเตรียมข้อมูลได้ โดยเราต้องการให้เขาทราบว่าเราได้ทำอะไร และเรื่องที่อยากให้เตรียมไว้ด้วยคือ มาตรการทางด้านเศรษฐกิจและในเรื่องของการค้าการลงทุน ทั้ง 2 เรื่องนี้ใช้เป็นข้อมูลในการรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะได้ชี้แจงให้ทุกคนได้ทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวใกล้ชิดนายกฯ เปิดเผยว่า ก่อนนายกฯ เข้าทำเนียบรัฐบาล ได้เข้าตรวจเอกซเรย์ปอดดูการเพาะเชื้อที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง โดยผลตรวจพบเป็นไข้หวัดธรรมดาเท่านั้น สาเหตุเนื่องจากหลังเทศกาลตรุษจีนมานายกฯ พักผ่อนน้อย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55987</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ, ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล, บริหารล้มเหลว, ปมถวายสัตย์, ฝ่ายค้าน, พรรคเศรษฐกิจใหม่, ร่ำรวยผิดปกติ, ล้มล้างรัฐธรรมนูญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200131/image_big_5e341bfb7d54d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55936</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2020 09:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2020 09:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ภูมิธรรม&#039;ย้ำซักฟอกมุ่งถล่ม&#039;ประยุทธ์&#039;เปิดโปงความล้มเหลวไร้ประสิทธิภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
31ม.ค.63 -นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร โพสต์เฟซบุ๊กมีเนื้อหาว่า การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลครั้งนี้ ยุทธศาสตร์ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน คือ การมุ่งประเด็นไปที่ผู้รับผิดชอบหลักของรัฐบาล คือ นายกรัฐมนตรี เพราะในวันนี้พลเอกประยุทธ์เป็นผู้กุมความรับผิดชอบทั้งการเป็น หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ&amp;nbsp; หัวหอกทางความมั่นคง และทางการเมือง เอาไว้หมด การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้หัวใจหลักจึงอยู่ที่นายกรัฐมนตรีเป็นสำคัญ ทั้งนี้ก็จะมีประเด็นความรับผิดชอบเฉพาะบุคคลที่จะมุ่งประเด็นไปที่รัฐมนตรีคนอื่นๆที่มีหลักฐานความผิดพลาด ความไร้ประสิทธิภาพ รวมทั้งคุณสมบัติที่ไม่เหมาะสม ร่วมอยู่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
วันนี้ประเทศเราอยู่ท่ามกลางวิกฤติรอบด้านบางเรื่องเป็นผลจากปัจจัยภายนอก บางเรื่องเป็นผลจากปัจจัยภายในรัฐบาลเอง ซึ่งสิ่งที่พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่รับรู้และเห็นประจักษ์ได้ว่า รัฐบาลภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ ไม่สามารถบริหารจัดการปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้เลย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาภัยแล้ง ปัญหาฝุ่นละออง มาจนถึง ไวรัสโคโรน่า&amp;nbsp; ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาวิกฤตที่กระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างรุนแรง&amp;nbsp; ทั้งนี้ไม่เพียงแต่รัฐบาลจะไม่มีศักยภาพในการแก้ปัญหาแล้ว ทว่ายังกระทำสิ่งที่ผิดพลาดซ้ำเติมปัญหาในทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่สังคมไทยเรากำลังเผชิญในวันนี้คือความเสี่ยงของประเทศที่ตกอยู่ภายใต้การบริหารประเทศของรัฐบาลที่ไม่มีศักยภาพ ประชาชนส่วนใหญ่ขาดความเชื่อมั่น การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้จะมีผลของการโหวตออกมาอย่างไรนั้น ไม่สำคัญเท่ากับการรับรู้และความคิดเห็นของประชาชน ที่ตัดสินรัฐมนตรีแต่ละคน แม้ว่าเราจะทราบกันดีว่า เสียงสนับสนุนของพรรคร่วมฝ่ายค้านมีน้อยกว่า แต่เป้าหมายของเราคือการนำข้อเท็จจริง และผลงานเชิงประจักษ์ที่แสดงความล้มเหลวของรัฐบาล มาเปิดเผยให้ประชาชนรับทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝ่ายค้านเราพร้อมทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในทุกเงื่อนไข โดยแบ่งการทำงานทั้งในสภา และนอกสภาเพื่อสื่อสารให้พี่น้องประชาชาชนได้รับข้อมูล ข้อเท็จริง ในทุกช่องทางอย่างเต็มที่ภายใต้ข้อจำกัดมากมายที่เราต้องเผชิญ ทั้งนี้เพราะฝ่ายค้านมีหน้าที่ชี้ให้ประชาชนเห็นปัญหาความล้มเหลว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในการบริหารงาน และความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาล ส่วนประชาชนในฐานะเจ้าของอำนาจมีหน้าที่ต้องเปิดรับข้อมูลข้อเท็จริงจากการตรวจสอบ เพื่อแสดงความคิดเห็นให้รัฐบาลได้รับทราบถึงความต้องการที่แท้จริงของตนว่าจะยอมเสี่ยงให้ประเทศเราต้องตกอยู่ภายใต้รัฐบาลที่ล้มเหลวในการบริหารงานชุดนี้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ว่าเราจะทราบกันดีว่า เสียงสนับสนุนของพรรคฝ่ายค้านในสภาฯมีน้อยกว่าพรรคร่วมรัฐบาล แต่เป้าหมายของเราคือการนำข้อเท็จจริง และผลงานเชิงประจักษ์ที่ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาล มาเปิดเผยให้ประชาชนรับทราบ การตัดสินใจของประชาชนจะมีความสำคัญและเป็นคำตอบสุดท้ายว่ารัฐบาลภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์จะบริหารประเทศไปต่อได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สิ่งที่ผมเป็นห่วงที่สุด คือ อนาคตของประเทศ เราอยู่ในภาวะวิกฤติหลายด้าน เราต้องการผู้นำที่มีประสิทธิภาพในการนำพาเราก้าวผ่านความยากลำบากเหล่านี้ แต่รัฐบาลชุดนี้ไม่มีอยู่เลย ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องทำให้ประชาชนเห็นว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่ใช่คำตอบของประเทศ พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ควรยอมรับความล้มเหลวและความไร้ประสิทธิภาพทั้งปวงที่เกิดขึ้น แสดงความรับผิดชอบอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อให้ประเทศก้าวพ้นจากวิกฤติไปให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55936</URL_LINK>
                <HASHTAG>7พรรคร่วมฝ่ายค้าน, ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล, นายภูมิธรรม เวชยชัย, ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181206/image_big_5c08b2b3782b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55924</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยื่นซักฟอก5รมต.เว้น‘ปชป.-ภท.’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; พรรคฝ่ายค้านดีเดย์ 11.00 น. ยื่นญัตติอภิปราย 9 รัฐมนตรีรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ไม่แตะโควตา รมต.ประชาธิปัตย์สักราย &amp;ldquo;3 ป.&amp;rdquo; โดนถ้วนหน้าไม่รอดพ่วง &amp;ldquo;อนุทิน-วิษณุ-สมคิด-อุตตม-ดอน-ธรรมนัส&amp;rdquo; ชลน่านเตรียมชงชื่อ &amp;ldquo;นาที&amp;rdquo; ให้นายหัวชวนเพิ่มกรณีเสียบบัตรแทนกัน อนาคตใหม่เปิดเคสใหม่ทั้ง &amp;ldquo;ส.ส.พปชร.-พลังท้องถิ่นไท&amp;rdquo; ลงคะแนนแทนกัน &amp;ldquo;ปิยบุตร&amp;rdquo; ดักคอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ไม่เข้ามาตรา 143 ใช้ พ.ร.ก.แทนไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 30 มกราคม ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช กรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันที่ 31 ม.ค.นี้ จะมีการยื่นญัตติไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งข้อมูลทั้งหมดได้อยู่กับหัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่จะหารือร่วมกันครั้งสุดท้ายภายในวันที่ 30 ม.ค.เพื่อสรุปรายชื่อของรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปราย แต่เป้าหมายหลักคือ พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากพรรค พท.แจ้งว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ข้อสรุปแล้วว่าจะยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในวันที่ 31 ม.ค. โดยอยู่ระหว่างประสานกับสภาผู้แทนราษฎรเพื่อยื่นญัตติในเวลา 11.00 น. โดยมีรัฐมนตรีที่จะถูกจะอภิปรายทั้งสิ้น 9 คน ประกอบด้วย 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในประเด็นภาพรวมความล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดิน รวมถึงการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ 2.นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ประเด็นการทำลายหลักนิติรัฐ นิติธรรม 3.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ประเด็นการปล่อยปละละเลยจนอาจมีการทุจริตโรงไฟฟ้าขยะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) 4.นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ประเด็นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ล้มเหลว และเอื้อประโยชน์ให้นายทุนในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) &amp;nbsp;
5.นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ประเด็นการทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ ให้รัฐบาลยุติการฟ้องร้องคดีอาญาบริษัท ฟิลลิป มอร์ริสฯ 6.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ประเด็นล็อกสเปกการจัดซื้อจัดจ้างในหน่วยงานความมั่นคง 7.นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง ประเด็นความล้มเหลวด้านเศรษฐกิจ และอาจปล่อยให้มีเรื่องทุจริตในกระทรวง 8.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ประเด็นการแก้ปัญหาที่ดิน ส.ป.ก. รวมถึงคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี และ 9.นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในประเด็นการท่องเที่ยวที่หดหาย, การออกมาตรการดูแลและป้องกันโรคที่ล้มเหลว รวมถึงกรณีถือหุ้นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการรับสัมปทานของภาครัฐ และส่อว่าน่าจะเข้าข่ายพยายามทุจริต ในฐานะกำกับดูแล 3 &amp;nbsp;กระทรวงคือ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ, คมนาคม และสาธารณสุข&amp;nbsp;
นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมการพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ 9 รัฐมนตรีว่า ล่าสุดขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลหลักฐาน และเรียกคนที่จะอภิปรายมาซักถามว่ามีข้อมูลหนักแน่นเพียงใด เพราะบางคนเป็น ส.ส.ใหม่ ข้อมูลอาจไม่แน่น ใครมีหลักฐานไม่แน่นจริง ก็คงต้องมาทบทวนกันอีกที คาดว่าจะได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการช่วง 22.00-23.00 น. วันที่ 30 ม.ค. เพื่อจะนำรายชื่อรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายทั้งหมดไปยื่นต่อสภาในวันที่ 31 ม.ค. เวลา 11.00 น. แต่ดูแนวโน้มแล้วคงต้องปรับลดจำนวนรัฐมนตรีที่จะถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจลงมา คาดว่าคงปรับลดลงมา 1-2 คน แต่จะเป็นใครต้องรอสรุปกันอีกที&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรค พท. กล่าวว่า ตราบที่ประชาชนยังคงแห่ติดแฮชแท็ก #รัฐบาลเฮงซวย เป็นเทรนด์ฮิตอันดับที่ 1 รอบแล้วรอบเล่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ต้องกังวลว่าฝ่ายค้านจะไม่มีเรื่องอภิปราย เพราะหยิบจับเรื่องไหนมาก็ล้วนมีข้อกังขา ซึ่งการอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ใช่พิธีกรรม ต้องคัดแล้วคัดอีก ทั้งประเด็นที่จะอภิปราย รวมถึงตัวบุคคลผู้อภิปรายต้องซ้อมแล้วซ้อมอีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;รัฐบาลยังไม่รู้เลยว่าฝ่ายค้านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วยเรื่องใดบ้าง แต่ขยันออกมาบอกว่า ตอบได้ ไม่ถูกน็อก ทั้ง #เบื่อประยุทธ์ &amp;ldquo;#รัฐบาลเฮงซวย ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 หลายรอบขนาดนี้ รัฐบาลไปเอาความมั่นใจมาจากไหน&amp;rdquo; นายอนุสรณ์กล่าว
จ่อยื่นชื่อ&amp;quot;นาที&amp;quot;เพิ่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ยังคงมีความต่อเนื่องจากกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องจากฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านให้สอบกรณีเสียบบัตรแทนกันในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 โดยนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ได้รับทราบเรื่องที่ศาลกรณีดังกล่าวแล้ว โดยศาลรับ 2 คำร้องของ ส.ส.ฝ่ายค้านและรัฐบาล แต่ตีตก 1 คำร้องของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ซึ่งศาลยังได้ส่งคำสั่งไปให้บุคคลที่เกี่ยวข้องชี้แจงภายในวันที่ 4 ก.พ.นี้ ซึ่งในส่วนของนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาฯ ได้ให้อำนาจเลขาธิการสภาฯ ไปชี้แจง โดยไม่ต้องกำชับอะไรเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีศาลไม่มีชื่อของนางนาที &amp;nbsp;รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ทั้งที่ถูกตรวจสอบและพบว่าให้บุคคลอื่นใช้สิทธิ์ลงคะแนนแทนนั้น นายชวนปฏิเสธจะตอบคำถามนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสรศักดิ์กล่าวสั้นๆ ว่า สาเหตุที่ยังไม่ตรวจสอบนางนาทีนั้น เป็นเพราะเรื่องเพิ่งส่งมาถึง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การตรวจสอบคำร้องของพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านที่ยื่นต่อนายชวน เพื่อส่งต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนั้น พบว่ามีการระบุชื่อนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง พรรค ภท.เพียงบุคคลเดียวในการเสียบบัตรแทนกัน ในขณะที่บุคคลที่ศาลให้ชี้แจงเป็นหนังสือนั้น ประกอบด้วย นายสรศักดิ์, นายฉลอง, น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และนายสมบูรณ์ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรค ภท. ซึ่งสาเหตุที่ศาลให้นายสมบูรณ์และ น.ส.ภริมส่งคำชี้แจงด้วยนั้น เป็นไปได้ว่าในการยื่นคำร้องฝ่ายค้านได้ยื่นหลักฐานประกอบเป็นคลิปที่ปรากฏภาพของ น.ส.ภริมและนายสมบูรณ์ ส่วนกรณีของนางนาทีนั้น เป็นชื่อที่อยู่ในคำร้องของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ แต่ศาลรัฐธรรมนูญตีตกคำร้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องของพรรค ว่าได้ยื่นเรื่องนายกฯ ถวายสัตย์ฯ ไม่ครบแนบไปกับการเสียบบัตรแทนกันด้วย ซึ่งหากศาลไม่รับวินิจฉัยเรื่องถวายสัตย์ฯ ก็ควรรับเรื่องเสียบบัตรแทนกัน เพราะยื่นหลักฐานไปชัดเจน จึงขอถามถึงที่มาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่ามาจากไหน ซึ่งรู้สึกวังเวงแทนประเทศไทยที่มีศาลแบบนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรค พท. กล่าวถึงกรณีไม่มีชื่อนางนาทีว่า ฝ่ายค้านไม่ได้ยึดที่ตัวบุคคล ซึ่งแต่เราจะชี้ให้เห็นว่ากระบวนการพิจารณางบประมาณดังกล่าวมิชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยฝ่ายกฎหมายอยู่ระหว่างทำคำร้องเพื่อขอเพิ่มหลักฐานใหม่ในกรณีนางนาที โดยจะยื่นผ่านนายชวนในวันที่ 31 ม.ค.นี้ เพื่อส่งต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเพิ่มเติมตามคำร้องเดิมที่ยื่นไปก่อนหน้านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่เป็นผู้เปิดประเด็นเสียบบัตรแทนกันนั้น ระบุว่า สงสัยตั้งแต่ตอนแรกแล้วว่าทำไมคำร้องของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านจึงไม่ปรากฏชื่อของนางนาทีรวมอยู่ด้วย ทั้งที่มีหลักฐานปรากฏชัด จึงคิดว่านางนาทีคงเล่นของ จึงเสกชื่อตัวเองให้หายไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าแม้ไม่มีชื่อนางนาที แต่ยังมีชื่อของนายฉลอง ถือว่าจะไม่ส่งผลกระทบกับการตรวจสอบในเรื่องนี้ใช่หรือไม่ นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า น้ำหนักของเรื่องนี้อยู่ที่กรณีของนายฉลองและนางนาที ส่วนคลิปวิดีโอที่บันทึกภาพของ น.ส.ภริมและนายสมบูรณ์นั้นมีคำอธิบายได้ในระดับหนึ่งว่าเกิดจากกรณีที่จำนวนช่องเสียบบัตรในห้องประชุมนั้นมีไม่เพียงพอกับจำนวน ส.ส.ในสภา และเจ้าของบัตรก็ยืนดูอยู่ด้วย &amp;nbsp;
&amp;ldquo;เชื่อว่าประเด็นนี้จะทำให้ศาลต้องคิดหนักว่าร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวจะเป็นโมฆะหรือไม่ แต่ผมยังมั่นใจกรณีของนายฉลองและนางนาทีว่ามีน้ำหนักมาก แต่ในเมื่อ ส.ส.ในสภาไม่สงสัยกรณีนี้ ก็ต้องแล้วแต่เขา เพราะในเมื่อตอนนี้ไม่ได้เป็น ส.ส.จึงดำเนินการอะไรไม่ได้มากกว่านี้&amp;rdquo; นายนิพิฏฐ์กล่าว
เปิด 2 รายชื่อใหม่เสียบบัตร
วันเดียวกัน มีการเปิดประเด็นเรื่องการเสียบบัตรเพิ่มเติม เมื่อนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) แถลงว่า พรรคมีหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอของ น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม. พรรค พปชร. เมื่อวันที่ 8 ส.ค.2562 เวลา 13.41 น. เลขที่บัตร 150 ในระหว่างการประชุมสภาพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับหนึ่ง ซึ่ง น.ส.ธณิกานต์ได้ลงคะแนนเห็นด้วย แต่ในวันดังกล่าว เวลา 13.42 น. พบว่า น.ส.ธณิกานต์ปรากฏตัวในถ่ายทอดสดเฟซบุ๊กไปร่วมรายการแบ่งปันความรู้บทบาทแม่แห่งยุคดิจิทัล ที่สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยังมีกรณีนายโกวิทย์ พวงงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท ที่เสียบบัตรแทนกันถึง 3 ครั้ง ในระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ซึ่งกรณีของพรรคพลังท้องถิ่นไทยนั้นมีจำนวนเก้าอี้และเครื่องเสียบบัตรเพียงพอต่อจำนวน ส.ส.ของพรรค ทำให้ไม่จำเป็นที่ต้องฝากบัตรลงคะแนนไว้กับ ส.ส.คนอื่นแต่อย่างใด&amp;rdquo; นายณัฐชากล่าว
นายณัฐชากล่าวต่อว่า กรณีที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่าการลงคะแนนแทนกันเป็นภาวะของรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ซึ่งวันนี้ไม่ใช่แค่รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ แต่เป็นรัฐบาลบัตรข้างมากมากกว่า เพราะทุกญัตติ ทุกโอกาส จะเกิดการเสียบบัตรแทนกันเพื่อเอาชนะทางการเมือง โดย ส.ส.ที่มีพฤติกรรมดังกล่าวไม่ได้เกรงต่อข้อบังคับการประชุมสภาดังนั้น หากไม่มีการแก้ไข ก็จะไม่เกิดการถ่วงดุลตรวจสอบ เพราะรัฐบาลจะชนะโหวตทุกครั้งเสมอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายณัฐชาได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก พร้อมกับแนบเอกสารผลการลงคะแนนของ น.ส.ธณิกานต์ โดยระบุว่าเป็นการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเหรียญราชรุจิ รัชกาลที่ 10
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงปัญหาเรื่องงบประมาณและการเสียบบัตรแทนกัน ว่าต้องแยกเป็นสองส่วน โดยเป็นปัญหาของสภา แต่ว่ามันกระทบฝ่ายบริหารคือ กระทบรัฐบาล เราก็ต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่พอมีประเด็นอย่างนี้ก็โยนให้ พล.อ.ประยุทธ์รับผิดชอบอีก ซึ่งนายกฯ ไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรค ไม่ได้เป็น ส.ส. เป็นผู้นำด้านบริหาร ซึ่งฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหารมันแยกกัน นี่คือสิ่งที่ฝ่ายค้านพยายามดิสเครดิตนายกฯ ทุกเรื่อง&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ผมได้เรียนนายกฯ ไปแล้วว่าท่านต้องอดทน เมื่อท่านกระโดดเข้าการเมืองแล้วท่านต้องอดทนหนักแน่น ท่านก็บอกว่าท่านสบายใจ ไม่เป็นไรเดินหน้าทำงานเพื่อประเทศชาติ เพื่อประชาชน อย่างเต็มที่ต่อไปด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ อย่าไปวิตก ฝ่ายค้านจะเล่นวิชามารอย่างไรเราต้องอดทนให้ได้ วันนี้ลองสังเกตว่าท่านนายกฯ เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ท่านไม่ค่อยโกธร ไม่มีอารมณ์โมโหอะไรเลย พูดง่ายๆ ท่านมองทะลุฝ่ายค้านออกหมดแล้วว่าจะมาไม้ไหน&amp;rdquo;นายสุภรณ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาและแกนนำพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) กล่าวว่า ต้องรอคำวินิจฉัยของศาล ซึ่งยังไม่ทราบว่าจะเป็นอย่างไร แต่คำวินิจฉัยคงเป็นบรรทัดฐานที่จะนำไปสู่แนวทางในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร ซึ่งเรื่องงบประมาณเป็นความสำคัญในเศรษฐกิจ จึงเชื่อว่าด้วยกลไก ด้วยมาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลได้ศึกษาเอาไว้ว่าจะหยิบออกมาใช้ได้เหมาะสมกับสถานการณ์ สรุปว่ายังไงเงินมีแน่ เงินได้ใช้แน่ แต่อาจช้าบ้าง
ปิยบุตรดักคอออก พ.ร.ก.
ขณะที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรค อนค. โพสต์เฟซบุ๊กว่า เป็นที่น่าติดตามต่อไปเช่นกันว่าศาลจะวินิจฉัยกรณีที่เพิ่งเกิดขึ้นนี้อย่างไรบ้าง รอดหรือไม่รอด พระราชบัญญัติจะตกไปเพราะกระบวนการไม่ชอบด้วยกฎหมายตามที่เคยวินิจฉัยไว้ใน พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทเพื่อโครงสร้างพื้นฐานในสมัยรัฐบาลเพื่อไทยในปี 2556-2557 หรือไม่ และรัฐบาลจะมีทางแก้ไขปัญหานี้อย่างไร แต่ที่แน่ๆ คือข้อเสนอที่ชี้โพรงให้รัฐบาลออกงบรายจ่ายประจำปีเป็นพระราชกำหนดแทนนั้นทำไม่ได้แน่นอน เพราะในรัฐธรรมนูญมาตรา 141 ก็บัญญัติเอาไว้ชัดเจนว่าต้องออกเป็นพระราชบัญญัติเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวอีกว่า ตามที่คุณวิษณุได้ให้ความเห็นว่าหากศาลปัดให้กฎหมายงบประมาณตกไปทั้งฉบับนั้น ก็ให้ยกเอารัฐธรรมนูญมาตรา 143 มาใช้ ก็เป็นไปไม่ได้อีกเช่นกัน เพราะกรณีที่เกิดขึ้นนั้นไม่เข้ากับมาตรา 143 เนื่องจากร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ได้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาแล้ว จนตอนนี้อยู่ในขั้นตอนที่นายกฯ จะทูลเกล้าฯ ถวาย กรณีนี้ทั้งหมดไม่ใช่กรณีตามมาตรา 143 แน่นอน การกระทำเช่นนี้จะขัดรัฐธรรมนูญชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ลักษณะการทำโจ๋งครึ่มเป็นล่ำเป็นสันกันกลางสภาเช่นนี้เกิดจากอะไร ผมเห็นว่าลักษณะเช่นนี้เป็นอาการและผลพวงของการที่รัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลเสียงข้างมากแบบปริ่มน้ำ อันเป็นผลร้ายของรัฐธรรมนูญสืบทอดอำนาจที่ออกแบบมา การเสียบบัตรแทนกันจึงเกิดขึ้นอยู่เป็นนิจ&amp;quot; นายปิยบุตรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายก้องภพ วังสุนทร หัวหน้าพรรคผึ้งหลวง ในฐานะรองประธานกลุ่มพรรคสหมิตร ซึ่งประกอบไปด้วย 30 พรรคการเมืองเดินทางมายื่นหนังสือต่อ กกต. เพื่อคัดค้านการประกาศรับรองนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. หลังมีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่ เมื่อวันที่ 28 ม.ค. เนื่องจากนายไพบูลย์ไม่มีสถานะเป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนปฏิรูป เพราะไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคดังกล่าวตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 56 (2) และตามประกาศผลการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อของ กกต.เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ประกอบกับเห็นว่าการคำนวณของ กกต. เมื่อวันที่ 28 ม.ค. น่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 (5) ซึ่งบัญญัติไว้ว่าให้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ตามลำดับหมายเลขในบัญชีรายชื่อ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นเป็นผู้ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. แสดงว่าในวันที่ กกต.คำนวณใหม่ นายไพบูลย์ไม่ได้เป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคประชาชนปฏิรูปแล้ว เนื่องจากพรรคสิ้นสภาพ การคำนวณใหม่นายไพบูลย์ต้องไม่ได้รับการจัดสรรเป็น ส.ส. จึงอยากใหม่ กกต.ส่งเรื่องดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการคำนวณคะแนนใหม่ของ กกต. เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การคำนวณของ กกต. เมื่อวันที่ 24 มี.ค.2562 ถูกต้องทุกอย่าง แต่ครั้งนี้ กกต.ละเว้นรัฐธรรมนูญมาตรา 91 (5) อยากให้ กกต.ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป เพื่อเป็นบรรทัดฐานที่ถูกต้อง&amp;rdquo; นายก้องภพกล่าว และว่า การคำนวณครั้งนี้ กกต.จะอ้างว่านายไพบูลย์ได้ย้ายไปเป็นสมาชิกพรรค พปชร.แล้วไม่ได้ เพราะการคำนวณคะแนนใหม่ในวันที่ 28 ม.ค. นายไพบูลย์ไม่ได้อยู่ในสถานะผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชนปฏิรูป ถ้า กกต.จะตอบว่านายไพบูลย์ได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค พปชร.ก็ไม่ได้ เพราะไม่ได้เป็น 1 ใน 150 ของผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรค พปชร. และที่สำคัญคือการคำนวณใหม่ต้องยึดตามมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายไพบูลย์กล่าวว่า เป็นสิทธิของผู้ร้องที่สามารถร้องได้ แต่คิดว่าเป็นการร้องตามความเข้าใจผิด และมั่นใจว่าจะไม่มีผลใดๆ ตามมาแน่นอน เพราะได้ตรวจสอบข้อกฎหมายมาอย่างดีแล้ว เชื่อว่าไม่มีผลอะไร.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55924</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ญัตติอภิปราย, ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล, พ.ร.บ.งบประมาณ, พรรคฝ่ายค้าน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสียบบัตรแทนกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200130/image_big_5e32e7bdd9b3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55185</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แย้มไต๋ ซักฟอก  ครม.ประยุทธ์(จบ)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคร่วมฝ่ายค้าน นัดหมาย 29 มกราคม ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลประยุทธ์ มี 5 รัฐมนตรีที่ถูกยื่นอภิปรายแน่นอน แต่ก็ยังไม่ปิดประตู รัฐมนตรีที่อยู่ในลิสต์ถูกอภิปรายเพิ่ม ภูมิธรรม เวชยชัย รองประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย สุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ต่างออกมาพูดในโทนเดียวกัน รัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย มีแน่นอน 7 คน และอาจเพิ่มเข้าไปได้อีกเป็น 8-9 คน ซึ่งอยู่ที่ พรรคเพื่อไทย พรรคร่วมฝ่ายค้าน ส่งข้อมูลหลักฐานเข้ามาเพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในรายรัฐมนตรีที่มีการเก็งหวยว่าจะโดนเพิ่ม ประกอบไปด้วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รอ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มตัวละครลับที่ถูกกระแสข่าว ถาโถมช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นัดหมายบิ๊กคนสำคัญในพรรคเพื่อไทยไปหารือถึงโรงแรม M.. เพื่อเจรจา ไม่ให้มีชื่ออยู่ในโผ ซักฟอก พร้อมกับมีออพชั่นพิเศษ เงื่อนไขที่พร้อมแลกเปลี่ยนให้ หากดีลนี้สำเร็จ และยังมีช่วงเวลาห่างกันไม่นานนัก มีนักเจรจา มิสเตอร์ &amp;lsquo;ม&amp;rsquo; เป็นผู้เดินเกมระหว่างทุนใหญ่กับนักการเมืองดัง เป่าข้อมูล อภิปรายให้เบาลง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจาก บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม จะเป็นเป้าใหญ่ของการอภิปรายรอบนี้ แต่อีกเป้าใหญ่ที่สำคัญไม่แพ้กัน พี่ใหญ่กลุ่ม 3 ป. บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ ส.ส.เพื่อไทยหลายคนปักธง จองกฐิน ไม่ยอมให้รายชื่อหายไปอย่างแน่นอน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ว่ากันว่างานนี้เล็งตรงเป้าไปยังคนใกล้ชิด-เครือข่ายร่วมขบวนการ แยกเป็น 2 เรื่องสำคัญ ทั้งเรื่องงบประชาสัมพันธ์ ที่ล็อกเฉพาะเจาะจงให้เฉพาะคนใกล้ชิดบางคนเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีข้อมูลโยงใยไปถึงการจัดซื้ออาวุธที่จะโยงใยไปให้เห็นถึง ขบวนการเครือข่ายอำนาจสีเขียว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง มือเศรษฐกิจ ที่มีความใกล้ชิด สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่แว่วมาว่างานนี้พรรคอนาคตใหม่ขอเข้าเป็นเจ้าภาพรวม เตรียมข้อมูลอภิปรายไว้เสร็จสรรพ โดยเป้าหมายหลักมุ่งไปที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่จะไล่เรียงกันตั้งแต่มีกลุ่มยักษ์ใหญ่ไปกว้านซื้อที่ดิน รอให้มีการประกาศเขตพิเศษ ทำให้ราคาที่ดินพุ่งขึ้นสูงหลายเท่าตัว ไปจนถึงความล้มเหลวบริหารเศรษฐกิจ โครงการทั้งหลายของรัฐบาล ที่ไม่ได้มุ่งเน้นช่วยเหลือคนจน ไม่ได้รับอานิสงส์ มีเพียงกลุ่มทุนใหญ่ใกล้ชิดรัฐบาลไม่กี่รายที่ได้ประโยชน์ โดยงานนี้เป็นการตีทั้งอุตตมกระทบชิ่งไปถึงสมคิด&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รอ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่เป็นหนึ่งในสายล่อฟ้าทางการเมือง พลังประชารัฐ ว่ากันว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ยังรอใบเสร็จมัดจากออสเตรเลีย ที่กำลังรอข้อมูลอิมพอร์ต หากได้มาจะนำมาเติมเต็มคุณสมบัติที่ไม่เหมาะสมของรัฐมนตรี รวมกับข้อมูล ไลน์หลุดในหมู่ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ กรณี น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี กล่าวพาดพิง รมช.เกษตรฯ ปมถือครองที่ดิน ที่เข้าไปรุกล้ำเขตพื้นที่ป่า โดยยกเทียบเคียงการบังคับใช้กฎหมาย ที่ไม่เท่าเทียมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม แม้จะยังไม่เป็นที่แน่ชัด อยู่ในลิสต์โผของพรรคร่วมฝ่ายค้านหรือไม่ แต่ในฝ่ายเตรียมข้อมูลก็ลับมีดไว้รอ ทั้งปมประเด็นเข้าไปล้วงลูกข้าราชการ ปรับตำแหน่งโยกย้าย รวมไปถึงการเข้ามาเพื่อรักษาผลประโยชน์ ให้กลุ่มทุนใหญ่ที่เป็นนายทุนให้กับพรรคภูมิใจไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ที่นาทีนี้ฝ่ายค้านยังเคาะ 50-50 เอาไม่เอาดี เพราะยังรอข้อมูลในนาทีสุดท้าย ว่ากันว่าในเรื่องปมประเด็นหลักยังเป็นเรื่องการเลื่อนแบน 3 สารพิษร้ายแรงออกไป อย่างน่ากังขา เช่นเดียวกับเรื่องเหมืองอัครา ที่เป็นข่าวโยงได้ไปถึงนายกรัฐมนตรีได้อีกด้วย นอกจากนี้ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ที่แม้จะไม่อยู่ในโผ แต่ก็แว่วเสียงตามมาว่า มีเอกสาร หลักฐานเชื่อมโยงให้เห็นถึงการเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง และเรื่องที่น่าจับตาเกี่ยวกับเรื่องโรงไฟฟ้าชุมชน ที่ฝ่ายค้านกำลังรวบรวมข้อมูล ก่อนส่งให้บิ๊กๆ ในพรรคเพื่อไทยเคาะอีกครั้งหากข้อมูลเชื่อมโยงถึง ก็อาจจะมีชื่อเข้ามาอยู่ในโผนาทีสุดท้ายก็เป็นได้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรุ๊ปโฟกัสรัฐมนตรีล็อตสองที่จะถูกซักฟอก หวยจะตกอยู่ที่ใครบ้าง อีกไม่นานคงได้รู้กัน.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55185</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล, แย้มไต๋ ซักฟอก  ครม.ประยุทธ์, แย้มไต๋ ซักฟอก  ครม.ประยุทธ์(จบ)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200121/image_big_5e270da7ea386.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
