<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38909</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2019 11:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2019 11:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “บัญชีกลาง” อวดผลเบิกจ่าย 8 เดือนทะลุเป้าหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;ldquo;บัญชีกลาง&amp;rdquo; อวดผลเบิกจ่ายงบประมาณปี 2562 รอบ 8 เดือน &amp;nbsp;ส่วนราชการตะลุยใช้เงิน 2.13 ล้านล้านบาท ทะลุเป้าหมาย 1.86% ส่วนงบลงทุน ฉลุย แตะ 4.09 แสนล้านบาท พร้อมจี้ส่วนราชการเร่งรัดใช้จ่าย กำชับก่อหนี้รายจ่ายลงทุนทุกรายการให้จบภายในสิ้นปีงบประมาณ หวังดันผลใช้เงินเป็นไปตามเป้าหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มิ.ย.&amp;nbsp;62&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางญาณี แสงศรีจันทร์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบการเงินการคลัง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยถึงผลการใช้จ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 ว่า ในช่วง 8 เดือนของปีงบประมาณ 2562 ( ต.ค. 61-พ.ค. 62) มีการใช้จ่ายงบประมาณภาพรวมแล้ว จำนวน 2.13 ล้านล้านบาท ของวงเงินงบประมาณ 3 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 71.19% สูงกว่าเป้าหมาย 1.86%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โดยแบ่งเป็น รายจ่ายประจำ มีการใช้จ่ายแล้ว จำนวน 1.72 ล้านล้านบาท ของวงเงินงบประมาณ 2.35 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 73.28% สูงกว่าเป้าหมาย 0.95% &amp;nbsp;ขณะที่รายจ่ายลงทุน (กรณีไม่รวมงบกลาง) มีการใช้จ่ายแล้ว จำนวน 4.09 แสนล้านบาท ของวงเงินงบประมาณ 5.55 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 73.65% สูงกว่าเป้าหมาย 5.22% &amp;nbsp;ในส่วนของเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปี มีการเบิกจ่ายแล้วจำนวน 1.93 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 56.66% ของวงเงินงบประมาณ 3.4 แสนล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กรมบัญชีกลางยังคงติดตามการใช้จ่ายเงินของส่วนราชการต่าง ๆ ผ่านทีมเร่งรัดของกรมฯ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาอุปสรรค ให้คำปรึกษาและได้กำชับให้มีการก่อหนี้รายจ่ายลงทุนให้แล้วเสร็จทุกรายการภายในสิ้นปีงบประมาณ เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด ป้องกันไม่ให้งบประมาณของหน่วยงานถูกพับไป&amp;rdquo; นางญาณี กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38909</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญาณี แสงศรีจันทร์, บัญชีกลาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190619/image_big_5d09c014ab55b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28121</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2019 09:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2019 09:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “บัญชีกลาง” แจง ก.พ.-เม.ย. 62 ปรับการเติมเงินเข้าบัตรคนจน เปิดให้ออมเงินได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.พ. 2562 นางญาณี แสงศรีจันทร์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบการเงินการคลัง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ &amp;ndash; เมษายน 2562 กรมบัญชีกลางจะเริ่มปรับการเติมเงินรายเดือนเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในส่วนของกระเป๋าวงเงินสำหรับซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่ร้านธงฟ้าประชารัฐ (200/300 บาทต่อเดือน) โดยจะแบ่งไปเติมเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) โดยมีรายละเอียด ดังนี้ วงเงิน 200 บาท/คน/เดือน จะเติมให้ในกระเป๋าวงเงิน 100 บาท และกระเป๋า e-Money 100 บาท และวงเงิน 300 บาท/คน/เดือน จะเติมให้ในกระเป๋าวงเงิน 100 บาท และกระเป๋า e-Money 200 บาท เพื่อเพิ่มทางเลือกในการใช้จ่ายให้กับผู้มีสิทธิ ซึ่งในส่วนของกระเป๋า e-Money&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิสามารถสะสมเงินไว้ใช้จ่ายเมื่อจำเป็น สะสมไว้เป็นเงินออมในบัตร หรือนำไปใช้ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่ร้านธงฟ้าประชารัฐ ร้านค้าประชารัฐของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ที่รับชำระเงินผ่านเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (อีดีซี) และโมบาย แอปพลิเคชัน ถุงเงินประชารัฐ นอกจากนี้ ยังสามารถนำไปใช้ซื้อสินค้ากับร้านค้าที่ร่วมมาตรการชดเชยภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อรับเงินคืน 5% รวมทั้งเงินออม 1% โดยสังเกตสัญลักษณ์สติ๊กเกอร์ &amp;ldquo;จ่ายด้วยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จากกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money PromptCard)&amp;rdquo; ได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ &amp;ndash; เมษายน 2562 วงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของผู้มีบัตรทุกราย จะลดลงเหลือ 100 บาทต่อเดือน แต่เงินในกระเป๋าเงิน e-Money จะเพิ่มขึ้น 100/200 บาทต่อเดือนแทน เมื่อรวมทั้ง 2 ส่วนแล้ว ผู้มีบัตรยังคงได้รับวงเงินรวมตามสิทธิเดิม&amp;rdquo; นางญาณี กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28121</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมบัญชีกลาง, กระเป๋า e-Money, ญาณี แสงศรีจันทร์, ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบการเงินการคลัง, เติมเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์, โฆษกกรมบัญชีกลาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180409/image_big_5acb416b2cc8d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23936</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮโลถอนเงิน500 กลัวรัฐบาลเอาคืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ต้องแย่งกัน กรมบัญชีกลางแจงเงินโบนัส 500 บาทในบัตร ไม่มีการดึงคืน เก็บไว้ใช้ได้ยาวๆ การันตีวันที่ 10 ธ.ค.โอนเงินของขวัญปีใหม่ถึงมือ 11.4 ล้านคน 5,700 ล้านบาท ขณะที่ประชาชนยังเฮโลไปกดเงินตามตู้เอทีเอ็มแบงก์กรุงไทย เพราะเข้าใจว่ารัฐบาลแจกเงินแค่ 3 วัน ธุรกิจรับจ้างกดเงินเฟื่องฟูเพราะคนแก่สับสน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางญาณี แสงศรีจันทร์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบการเงินการคลัง และโฆษกกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ กรมบัญชีกลางจะสามารถโอนเงินของขวัญปีใหม่ 500 บาท เข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่ผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ครบทั้งหมด 11.4 ล้านคน วงเงินรวมกว่า 5,700 ล้านบาท ซึ่งในวันสุดท้ายจะจ่ายเงินให้แก่ผู้มีเลขบัตรประชาชนขึ้นต้นด้วยเลข 1 2 4 5 และ 8 โดยกรมยืนยันว่าเงินในกระเป๋าอิเล็กทรอนิกส์จะเก็บไว้ใช้ได้ตลอดเวลา ไม่มีการดึงเงินกลับ ดังนั้นประชาชนไม่จำเป็นต้องแย่งออกไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็ม หรือเร่งรีบนำออกไปใช้จ่ายจนหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำชี้แจงของนางญาณี สืบเนื่องจากผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวนมากมีความเข้าใจว่า รัฐบาลจะให้เบิกเงินคนละ 500 บาทจากตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทยในระยะเวลาแค่ 3 วันเท่านั้น หลังรัฐบาลระบุว่าจะเริ่มโอนเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ภายในวันที่ 8-10 ธ.ค. ทำให้ผู้มีร่ายได้น้อยแห่กันไปกดเงินจนเข้าคิวต่อแถวยาวเกิดการกระทบกระทั่งกัน รวมทั้งเหล่ามิจฉาชีพต้มตุ๋นในรูปแบบต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กรมยืนยันว่าเงินในกระเป๋าอิเล็กทรอนิกส์จะไม่จำกัดเวลาในการใช้ ซึ่งแตกต่างจากวงเงินสวัสดิการซื้อสินค้าธงฟ้า 200-300 บาท ซึ่งต้องใช้จ่ายให้หมดภายในเดือนนั้น ดังนั้นผู้มีสิทธิ์ไม่จำเป็นต้องถอนเงินตอนนี้ เงินของขวัญ 500 บาท ก็จะคงอยู่ในบัตรตลอดไปจนกว่าผู้มีสิทธิ์มีความจำเป็นต้องใช้ โดยสามารกดเป็นเงินสดผ่านตู้เอทีเอ็มกรุงไทย หรือถอนเงินจากบัตรที่สาขาธนาคารกรุงไทย เพื่อนำไปใช้จ่ายอะไรก็ได้ หรือนำวงเงินดังกล่าวไปใช้จ่ายที่ร้านธงฟ้า รวมทั้งร้านค้าเอกชนอื่นที่รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&amp;rdquo; นางญาณีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านบรรยากาศตามจังหวัดต่างๆ เมื่อวันจันทร์ ตำรวจ สภ.เมืองตราดได้รับแจ้งจากพลเมืองดีมีผู้หาผลประโยชน์จากการกดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วยการเรียกเงิน หลังช่วยกดเงินจากตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทยสาขาตราด ต.บางพระ อ.เมืองตราด จึงได้ส่งตำรวจสายตรวจไปตรวจสอบ พบชาวบ้านกว่า 10 คน ถือบัตรประชาชนและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐยืนต่อแถวเตรียมกดเงินเอทีเอ็ม ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป เบื้องต้นยังไม่พบการเรียกเงิน แต่ผู้สูงอายุร้องว่าการกดเงินมีขั้นตอนยุ่งยาก เพราะไม่เคยเบิกเงินจากตู้เอทีเอ็มมาก่อน ต้องให้ผู้ที่มีความรู้ช่วยเหลือ เพราะวันนี้เป็นวันหยุด เจ้าหน้าที่ธนาคารไม่มาทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม มีชาวบ้านบางรายให้ข้อมูลกับตำรวจว่า มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งใน จ.ตราดรับจ้างกดเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เก็บค่าจ้างคนละ 10 บาท และใช้เวลาในการกดเงินนานมาก เพราะรับจ้างกดเงินให้หลายคน ทำให้ผู้ที่รอต่อคิวต้องรอนานมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุทัยธานี ประชาชนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปเข้าคิวที่หน้าตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทยกันแน่นขนัด จากการสอบถามต่างคนเข้าใจว่าวันที่ 10 คือวันสุดท้ายที่จะเบิกเงิน 500 บาท โดยที่ธนาคารกรุงไทยสาขาหนองฉาง บางคนไปเข้าคิวรอตั้งแต่ 04.00 น. บอกว่าต้องรีบนำเงินออกมาใช้ก่อนที่รัฐบาลจะดึงกลับคืน เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าได้ข่าวนี้มาจากไหน ประชาชนก็บอกว่าได้ยินมาปากต่อปาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พะเยา เกิดความวุ่นวายตามจุดต่างๆ เช่นกัน โดยประชาชนส่วนหนึ่งไม่เข้าใจการปฏิบัติตามขั้นตอน จึงต้องอาศัยไหว้วานคนอื่นช่วยดำเนินการให้ บ้างก็จ้างรายละ 10 บาท บางคนก็ให้ลูกหลานนำบัตรมากดแทน บางคนทำผิดขั้นตอนเงินไม่ออก ขณะที่คนต่อคิวก็พยายามเร่งเร้าเพื่อให้ถึงคิวของตนเร็วๆ เพราะกลัวเงินหมดตู้ อีกทั้งเกือบทั้งหมดเข้าใจว่าวันที่ 10 ธ.ค.เป็นวันสุดท้ายที่จะเบิกเงินได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จันทบุรี ผู้สื่อข่าวได้สำรวจบรรยากาศที่บริเวณหน้าธนาคารกรุงไทย สาขาจันทบุรี ถนนท่าแฉลบ ต.ตลาด อ.เมืองจันทบุรี มีประชาชนจำนวนมากไปรอเข้าคิวตั้งแต่เช้าตรู่ ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ จากการสอบถามประชาชนที่เดินทางมากดเงินบอกว่า รู้สึกดีใจที่รัฐบาลยังดูแลและช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ถือเป็นของขวัญปีใหม่ที่ประชาชนยังสามารถนำมาใช้จ่ายเป็นค่าน้ำค่าไฟได้ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้บ้าง แต่ปัญหาของผู้มากดเงินบางรายคือ ไม่เข้าใจขั้นตอนการกดเงินที่ยุ่งยาก ต้องอาศัยผู้มีความรู้ บางคนลืมรหัสผ่านของบัตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ่างทอง บรรยากาศวันที่ 3 ประชาชนแห่กดเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ธนาคารกรุงไทยสาขาอ่างทอง ต.ตลาดหลวง อ.เมืองอ่างทอง กันอย่างคึกคัก แต่ปรากฏว่าชั่วไม่นาน ตู้เอทีเอ็มก็ขึ้นตัวหนังสือ &amp;quot;หยุดบริการชั่วคราว&amp;quot; เข้าใจว่าเงินหมดตู้ ต้องย้ายไปเข้าแถวรอที่ตู้อื่นซึ่งอยู่ใกล้กัน นอกจากนี้บางคนรับจ้างเพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง หอบบัตรหลายใบมากดเงิน ทำให้ผู้ที่รอต่อคิวหงุดหงิดมาก แต่ยังดีที่ไม่เกิดการกระทบกระทั่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอนแก่น ตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทยทุกแห่งคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่ไปเข้าคิวกดเงิน โดยในวันที่ 10 ธ.ค. เป็นการอนุมัติจ่ายเงินให้กับผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ขึ้นต้นด้วยเลข 1-2-4-5 และ 8 ซึ่งทั่วทั้งประเทศมีจำนวนทั้งสิ้น 2,964,325 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางจันทร์เพ็ญ ภูเด่นผา อายุ 49 ปี กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นสิ่งที่รัฐบาลนั้นได้ให้ความสำคัญและลดความเหลื่อมล้ำของกลุ่มประชาชนผู้มีรายได้น้อย ซึ่งเป็นการจัดสวัสดิการแห่งรัฐเฉพาะกลุ่มที่มาถูกทางแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้ามีการเลือกตั้ง ครอบครัวก็จะเลือกลุงตู่เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป เพราะโครงการนี้จะได้อยู่ต่อ อีกทั้งเงินที่ได้รับในวันนี้จะนำไปไว้ใช้จ่ายในครอบครัว ซื้อของใช้และซื้อเสื้อผ้าให้กับหลานๆ ช่วงปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง&amp;rdquo; นางจันทร์เพ็ญกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23936</URL_LINK>
                <HASHTAG>จันทร์เพ็ญ ภูเด่นผา, ญาณี แสงศรีจันทร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181210/image_big_5c0e71df5e88d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13446</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2018 19:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2018 19:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บัญชีกลาง” จี้ข้าราชการเกษียณปี 60 ยื่นรับบำนาญผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บัญชีกลาง&amp;rdquo; จี้ข้าราชการ-ลูกจ้างประจำที่เกษียณหรือลาออกในปีงบประมาณ 2561 ยื่นขอรับบำเหน็จ บำนาญผ่านระบบ e - filing

นางญาณี แสงศรีจันทร์ รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบการเงิน
การคลัง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่ากรมบัญชีกลางขอแจ้งให้ข้าราชการและลูกจ้างประจำ
ที่จะเกษียณอายุหรือลาออกจากราชการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 และมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดบำเหน็จบำนาญ สามารถยื่นขอรับบำเหน็จบำนาญด้วยตนเองทางอิเล็กทรอนิกส์ (Pensions&amp;rsquo; Electronic Filing : e - filing)
ผ่านระบบบำเหน็จบำนาญได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปเพื่อให้ผู้มีสิทธิทุกคนได้รับบำเหน็จบำนาญและสิทธิสวัสดิการของตนเองอย่างต่อเนื่องทันทีเมื่อเกษียณอายุราชการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2561


สำหรับผู้มีสิทธิที่เกษียณอายุราชการหรือลาออกจากราชการปีนี้ สามารถลงทะเบียนเพื่อขอรับรหัสผ่าน ผ่านระบบ e-filing ได้ที่https://pws.cgd.go.th/EFiling/ และดาวน์โหลดคู่มือการลงทะเบียนและการใช้งานระบบในหน้าเว็บไซต์ดังกล่าว ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ทั้งนี้ หากผู้มีสิทธิต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่
Call Center กรมบัญชีกลาง หมายเลขโทรศัพท์ 0 2270 6400 กด 2

&amp;ldquo;การยื่นขอรับบำเหน็จบำนาญด้วยตนเองผ่านระบบ e-filing นอกจากผู้มีสิทธิ
จะได้รับความสะดวกรวดเร็ว และลดขั้นตอนในการยื่นเอกสารแล้ว ยังสามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลประวัติการเบิกจ่ายเงินบำนาญรายเดือนและรายปี หรือพิมพ์หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายของตนเองผ่านระบบดังกล่าวได้อีกด้วย&amp;rdquo; นางญาณี กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13446</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมบัญชีกลาง, ญาณี แสงศรีจันทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180409/image_big_5acb416b2cc8d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6762</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2018 17:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2018 17:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “บัญชีกลาง” รับเบิกจ่ายลงทุนอืดครึ่งปีงบ 61 ต่ำเป้าหมาย 11.81%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บัญชีกลาง&amp;rdquo; รับเบิกจ่ายลงทุนยังอืด ครึ่งปีงบประมาณ 2561 ผลงานต่ำเป้าหมาย 11.81% ฉุดเบิกจ่ายงบประมาณภาพรวมต่ำกว่าเป้าหมาย 1.59% &amp;nbsp;พร้อมติดสปีดติดตาม-เร่งรัดเบิกจ่ายเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เม.ย. 61 ๐ นางญาณี แสงศรีจันทร์ รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า การเบิกจ่ายในช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณ 2561 &amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2560 &amp;ndash; 31 มี.ค. 2561 การเบิกจ่ายงบประมาณภาพรวมได้ 1.47 &amp;nbsp;ล้านล้านบาท ของวงเงินงบประมาณ 2.9 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 50.70% ต่ำกว่าเป้าหมาย 1.59% &amp;nbsp;แบ่งเป็นการเบิกจ่ายรายจ่ายประจำ &amp;nbsp;1.28 ล้านล้านบาท ของวงเงินงบประมาณ 2.24 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 57.60% สูงกว่าเป้าหมาย 2.60%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่รายจ่ายลงทุนกรณีไม่รวมงบกลาง เบิกจ่ายได้ &amp;nbsp;1.8 แสนล้านบาท ของวงเงินงบประมาณ 5.77 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 31.30% ต่ำกว่าเป้าหมาย 11.81% &amp;nbsp; โดยก่อหนี้แล้ว 3.66 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 55.59% ด้านการเบิกจ่ายเงินงบประมาณที่กันไว้เบิกเหลื่อมปีได้ 1.27 แสนล้านบาท ของวงเงินงบประมาณ 3.23 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 39.40% โดยก่อหนี้แล้วจำนวนทั้งสิ้น 2.33 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 71.98%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรมบัญชีกลางจะพยายามติดตามและเร่งรัดการเบิกจ่ายเงินอย่างเต็มที่ &amp;nbsp;ให้เจ้าของงบประมาณบริหารจัดการและกำกับดูแลติดตามเร่งรัดการดำเนินการทุกโครงการตั้งแต่เริ่มจนถึงสิ้นสุดโครงการ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการเร่งรัดการเบิกจ่ายเงินงบประมาณให้เป็นไปตามเป้าหมาย เพื่อให้ผลการเบิกจ่ายใกล้เคียงกับเป้าหมายให้มากที่สุด&amp;rdquo; นางญาณี กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6762</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบกลาง, ญาณี แสงศรีจันทร์, บัญชีกลาง, รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง, ราชการ, เบิกจ่าย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180409/image_big_5acb416b2cc8d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
