<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76922</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 13:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 13:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประมวลภาพ : งานวีรชนพฤษภา 35 ส่งสัญญาณปรองดอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.63 - เวลา 09.09 น. ที่อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม สวนสันติพร ถ.ราชดำเนิน มูลนิธิพฤษภาประชาธรรมและคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 จัดพิธีการบรรจุอัฐิวีรชนพฤษภา 2535 โดยมีพระสงฆ์ทำพิธีทางศาสนาเพื่อบรรจุอัฐิวีรชน ณ ตัวอนุสาวรีย์วีรชนพฤษภา 2535&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายในงาน มีบุคคลสำคัญทางการเมืองเข้าร่วมงานจำนวนมาก อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี, นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.), นายพิภพ ธงไชย อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย, นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ , นายชัยธวัช ตุลาธน ส.ส.และเลขาธิการพรรคก้าวไกล , นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า, น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีต ส.ว. เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76922</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ญาติวีรชน, ปรองดอง, พฤษภาทมิฬ, พฤษภาประชาธรรม, สมานฉันท์, อดุลย์ เขียวบริบูรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f5879630c58b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68611</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2020 20:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2020 20:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปารีณา&#039; เปิดศึกรอบด้าน! คราวนี้หา &#039;ญาติวีรชน35&#039; ปลอม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย.63 - นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) &amp;nbsp; ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ปลอม กลุ่มญาติวีรชน35 #ปลอม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่กลุ่มญาติวีรชน 35 เรียกร้องให้พลเอกประยุทธลาออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปี 35 มีการเคลื่อนไหวกดดันให้พลเอกสุจินดา ลาออก พลเอกเปรม ประธานองคมนตรี ได้เรียกคู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่าย คือ พลตรีจำลอง กับ พลเอกสุจินดา ได้เข้าเฝ้า ในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งในหลวงตรัสให้ทั้งสองฝ่ายเลิกรากัน เป็นเพราะบารมีขอในหลวงรัชกาลที่9 ทำให้บ้านเมืองสงบ ไม่มีกลุ่มนักเคลื่อนไหวตาย และไม่มีทหารตาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้กลับ มีกลุ่มญาติวีรชน 35 #ปลอม มาเรียกร้อง ให้พลเอกประยุทธ ลาออก พลเอกประยุทธได้เป็นนายกด้วยการโหวตจากผู้แทนฯในสภา ตามระบบ ดังนั้น แรงกดดันดังกล่าว #ไม่ระคายสิวของพลเอกประยุทธ เป็นเพียงญาติวีรชน #ปลอม เพราะไม่มีใครตาย พลเอกประยุทธจึงไม่สนใจ เดินหน้าประเทศไทยค่ะ.. อ่านข่าวประกอบญาติวีรชนฯยก 5 เหตุผล ตะเพิด &amp;#39;ลุงตู่&amp;#39; พ้นนายกฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68611</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญาติวีรชน, ปารีณา ไกรคุปต์, พฤษภาทมิฬ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200118/image_big_5e22e3d0c61f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50483</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>4สถาบันสั่นคลอน! ปธ.ญาติวีรชนฯห่วง‘สภา-ครม.-ตุลาการ-กองทัพ’จุดชนวน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ประธานญาติวีรชนฯ&amp;quot; เตือน 4 สถาบันหลักชาติกำลังสั่นคลอน ชี้ ส.ส.ใช้เวทีสภาเล่นงานฝ่ายตรงข้าม กองทัพถลำตัวเป็นคู่ขัดแย้ง ห่วงปล่อยไว้จะสร้างเงื่อนไขความขัดแย้งรอบใหม่ &amp;nbsp;แนะทุกฝ่ายยึดพระราชดำรัสในหลวง รักสามัคคี นำชาติไปข้างหน้า &amp;quot;พปชร.&amp;quot; ซัด &amp;quot;อนค.&amp;quot; ผุดวาทกรรมอยู่ไม่เป็น หวังปลุกกระแสป้องธนาธร &amp;quot;สิระ&amp;quot; ตามบี้ &amp;quot;เสรีพิศุทธ์&amp;quot; ใช้อำนาจเกินขอบเขต &amp;quot;แรมโบ้&amp;quot; ตามซ้ำเตือนระวังจะติดคุก &amp;quot;เจี๊ยบ&amp;quot; โวยพวกป้อง &amp;quot;ตู่-ป้อม&amp;quot; ไม่ให้มาแจง กมธ.ป.ป.ช. ทำ ปชช.เสียประโยชน์ &amp;quot;วิปฝ่ายค้าน&amp;quot; ตีปี๊บซักฟอก เล็งเชือด 5 รมต. ฟุ้งข้อมูลความล้มเหลวรัฐบาลไหลมาอื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา&amp;rsquo;35 และอดีตกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ว่า มีปรากฏการณ์ทางการเมืองหลายอย่างที่น่าเป็นห่วง และอาจจะส่งผลให้เกิดความขัดแย้งและความแตกแยกของคนในชาติได้ หากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ยึดหลักของการปกครองที่ต้องยึดผลประโยชน์ของสาธารณะและประเทศชาติ ก็อาจส่งผลกระทบต่อสถาบันหลักของชาติ ทำให้สังคมเกิดวิกฤติอีกครั้งได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอดุลย์กล่าวว่า อยากเตือนสติในเรื่องสำคัญ คือ 1.หน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ซึ่งเป็น 1 ใน 3 เสาหลักของระบอบประชาธิปไตย แต่ ส.ส.บางส่วนกลับใช้เวทีของสภาผู้แทนฯเป็นเครื่องมือเล่นงานฝ่ายตรงข้าม สนองวาระทางการเมืองของตัวเอง การพูดหรือแสดงออกต่างๆ ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนแต่อย่างใด แต่ยังโชคดีที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ที่ยึดมั่นในหลักการเป็นกัปตันคอยกำกับให้ทุกฝ่ายเดินถูกทิศทาง จึงอยากเตือนผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย ว่าอย่าทำให้ประชาชนเบื่อหน่ายต่อระบบรัฐสภาอีกเลย แล้วก็ไปเรียกร้องให้ทหารมาแก้ปัญหาอีก จึงอยากให้ทุกท่านได้ใช้เวทีรัฐสภาให้เป็นที่พึ่งพาของประชาชน และเป็นเวทีหาทางออกจากความขัดแย้งให้ได้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ 2.กรณีฝ่ายบริหารโดยฝ่ายเศรษฐกิจใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ &amp;quot;ชิมช้อปใช้&amp;quot; จากเฟส 1 เข้าเฟส 3 แล้ว ถือเป็นความล้มเหลวของการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เป็นการแจกเงินที่เลวร้ายกว่าประชานิยมยุคทักษิณ ควรยุติทันที แล้วหันมาพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้ก้าวหน้าทันโลก ที่น่าตระหนกคือกรณีเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเวียนหนังสือข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี พิจารณาการใช้เงินกองทุนประกันสังคมกู้ยืมเพื่อการลงทุนหรือการกู้ยืมเพื่อรายจ่ายจำเป็นอื่นๆ ได้ ขอเตือนว่าอย่าแม้แต่คิด เพราะจะเกิดความเสียหายร้ายแรงกว่าที่คิด และขอให้ยึดศาสตร์พระราชาอย่างแท้จริง อย่าปากพูดอย่างแต่ทำตรงข้าม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.กรณีตุลาการศาลปกครองสูงสุดแถลงกลับคำตัดสินใหม่ให้บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งเข้าร่วมประมูลโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก มูลค่า 2.7 แสนล้านบาทได้ โดยอ้างเรื่องกระบวนการตรวจรับเอกสารไม่ชัดเจน ทั้งที่เคยมีแนวคำวินิจฉัยศาลปกครองสูงสุด กรณีเอกชนยื่นประมูลไม่ทันเวลาถึง 5 กรณี ซึ่งศาลวินิจฉัยให้เอกชนแพ้ทั้งหมด บางกรณีประมูลช้าเพียง 39 วินาทีก็ยังไม่ได้ เทียบคดีประมูลสนามบินอู่ตะเภามาสาย 9 นาที แต่กลับทำได้ แล้วมาตรฐานระบบการจัดซื้อจัดจ้างอยู่ตรงไหน จึงหวังว่าการพิจารณาในคดีต่างๆ โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวกับทางการเมือง จะต้องมีบรรทัดฐานชัดเจน และเมื่อวินิจฉัยออกมาแล้ว ต้องทำให้ทุกฝ่ายยอมรับได้ ไม่ใช้มวลชนกดดันศาลเหมือนในอดีตอีก เพราะตุลาการเป็นที่พึ่งสุดท้าย หากพึ่งพาไม่ได้ ปัญหาจะไม่มีข้อยุติ และจะพังกันทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ความขัดแย้งของสังคมไทยในช่วงที่ผ่านมา กองทัพถูกดึงเข้ามาพัวพันด้วย จนบัดนี้ยังถอนตัวออกจากความขัดแย้งไม่ได้ เพราะไม่ได้ทำตามสัญญาประชาคมที่จะสร้างความปรองดองคนในชาติ ผบ.ทบ.คนปัจจุบันในฐานะที่เป็นทหารของพระราชา ต้องไม่ถลำตัวไปเป็นคู่ขัดแย้งเสียเอง อย่ามองคนในชาติที่เห็นต่างทางความคิดเป็นข้าศึกศัตรู เพราะประชาชนทุกภาคส่วนคือพสกนิกรขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่าให้ใครดึงสถาบันพระมหากษัตริย์มาทำลายล้างกันเอง ความขัดแย้งต่างๆ ในประเทศสามารถเอาชนะได้โดยไม่ต้องรบ การใช้อำนาจไม่อาจชนะเสมอไป ดังนั้นกองทัพจะเป็นกลไกสำคัญคลี่คลายความขัดแย้งของคนในชาติได้ หากผู้นำกองทัพมีวิสัยทัศน์ รู้จักใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ในการแก้วิกฤติของชาติ
ห่วงเกิดขัดแย้งรอบใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สถานการณ์ของบ้านเมืองขณะนี้ยังไม่อาจวางใจได้ เพราะ 5ปี คสช.ล้มเหลวในการสร้างสมานฉันท์ปรองดองของคนในชาติ ขณะที่ปัจจุบันก็มีเหตุการณ์ทางการเมืองหลายอย่างที่อาจจะเป็นเงื่อนไขความขัดแย้งใหม่ปะทุขึ้นอีก หากผู้มีอำนาจหน้าที่โดยตรงในสถาบันหลักของชาติไม่ตระหนักถึงหลักปกครองของบ้านเมือง ใช้ดุลยพินิจเพื่อสนองวาระทางการเมืองหรือผลประโยชน์ของตัวเอง ก็จะยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้ายกว่าเดิมอีก เมื่อเกิดเหตุการณ์รุนแรง บาดเจ็บล้มตาย แล้วก็หาคนรับผิดชอบไม่ได้ สุดท้ายผู้ที่รับเคราะห์ก็คือประชาชน จึงวิงวอนให้ทุกฝ่ายยึดมั่นในพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัว ที่ให้ทุกฝ่ายรักสามัคคี ร่วมกันนำพาประเทศชาติเดินไปข้างหน้าให้ได้&amp;rdquo; ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา&amp;rsquo;35 กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ซึ่งปฏิบัติภารกิจที่กระทรวงกลาโหมตั้งแต่ช่วงเช้า ทั้งการเข้าเยี่ยมคำนับของนายทาโร โคโนะ รมว.กลาโหมประเทศญี่ปุ่น รวมทั้งให้การต้อนรับนายมาร์ค เอสเปอร์ รมว.กลาโหมสหรัฐอเมริกา ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจ พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว โดยได้ชูมือทำสัญลักษณ์ไอเลิฟยูและโบกมือทักทายสื่อมวลชนก่อนขึ้นรถกลับเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) จัดงานอยู่ไม่เป็นว่า การจัดงานระดมพลต่างๆ อย่างสร้างสรรค์สามารถทำได้ แต่ขออย่างเดียวว่าอย่าปลุกม็อบลงถนนอีก เพราะบ้านเมืองมีความสงบแล้ว อย่าหวนไปสู่จุดเดิมอีก ประชาชนต้องการให้บ้านเมืองอยู่เย็นเป็นสุข&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การใช้คำว่าอยู่ไม่เป็น ถือเป็นเพียงวาทกรรมอย่างหนึ่งที่ต้องการปลุกกระแส เพื่อกลบผลการกระทำของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค อนค. ที่กำลังประสบอยู่ใช่หรือไม่ เป็นชะตากรรมของนายธนาธรที่เกิดจากผลกรรมที่ตัวเองก่อขึ้นมาใช่หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ไม่อยากให้มีการนำพี่น้องประชาชนมาเป็นเกราะป้องกัน&amp;quot; นายธนกรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกพรรค พปชร.กล่าวว่า สังคมไทยเป็นประเทศแห่งรอยยิ้ม ประชาชนชอบให้เมืองสงบ ไม่อยากให้การเมืองสร้างความขัดแย้งในสังคมอีก วันนี้ประชาชนมีความสุข บ้านเมืองสงบ รัฐบาลมาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย อย่าพยายามบิดเบือนโจมตี พล.อ.ประยุทธ์ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์รักประเทศ รักประชาชน พรรคการเมืองเมื่อผ่านการเลือกตั้งมาแล้วมีปัญหาอะไรก็นำเข้าสู่กลไกรัฐสภา แต่พรรค อนค.ก็ไม่ยอมเดินไปข้างหน้า จมปลักอยู่กับอดีตมากเกินไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากให้หันมาร่วมกันพัฒนาประเทศตามระบอบประชาธิปไตย บางสิ่งที่พรรคอนาคตใหม่ทำมันสวนทางกับความเป็นไปของสังคมไทย วันนี้หลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่ถูกต้องพี่น้องคนไทยตาสว่างแล้ว&amp;quot; โฆษกพรรค พปชร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวว่า ภาพรวมงานอยู่ไม่เป็นในวันเสาร์ที่ 16 พ.ย. ที่ผ่านมาถือว่าน่าพอใจอย่างมาก ทั้งในแง่ของจำนวนคนที่มาร่วมงาน รวมทั้งคนที่ติดตามเราผ่านสื่อออนไลน์ อย่างเฟซบุ๊กไลฟ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนที่มาร่วมงานประมาณ 2,000 คน ซึ่งเต็มความจุของฮอลล์ ก็แสดงให้เห็นว่าประชาชนเข้าใจสิ่งที่เราต้องการจะสื่อสารไปยังสังคม และเห็นด้วยกับเราว่าสังคมจะเปลี่ยนแปลงได้หากเราอยู่ไม่เป็น นี่คือใจความสำคัญที่เราจะสื่อสารไปยังประชาชน&amp;quot; น.ส.พรรณิการ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกพรรค อนค.กล่าวว่า ช่วงนี้ทางพรรคจะยังไม่มีการจัดกิจกรรมใหญ่ๆ ลักษณะนี้ในเร็วๆ นี้ เพราะเรามีความตั้งใจว่าจะพยายามจัดงานแบบนี้ไตรมาสละ 1 ครั้ง ซึ่งงานแบบนี้ต้องใช้ทั้งเงินและกำลังคนค่อนข้างมาก จึงไม่สามารถจัดกิจกรรมลักษณะนี้ได้อย่างต่อเนื่อง
&amp;#39;สิระ&amp;#39;ตามซัด&amp;#39;เสรีพิศุทธ์&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในวันจันทร์ที่ 18 พ.ย. พรรค อนค.เตรียมจัดงานแถลงข่าวโดยมีประเด็นน่าสนใจ อาทิ ทางพรรคเตรียมจะฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินการคดีหุ้นสื่อ ต่อนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค รวมทั้งการเปิดตู้ ปณ.และเมล รับแจ้งเบาะแสคดีทุจริต คอร์รัปชัน เพื่อเป็นข้อมูลในการเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กล่าวถึงกรณีคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เป็นประธาน ใช้อำนาจ รธน.และ พ.ร.บ.คำสั่งเรียก เชิญพล.อ.ประยุทธ์มาชี้แจงปมถวายสัตย์ฯ ไม่ครบ และไม่มีอำนาจเสนอ กม.งบประมาณ ว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์มีพฤติกรรมใช้อำนาจเกินขอบเขต ซึ่งไม่น่าจะชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากว่าในวันประชุม กมธ. เมื่อวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา มีมติที่ประชุม 6 ต่อ 3 เห็นด้วยที่จะเชิญ พล.อ.ประยุทธ์มาชี้แจงแถลงข้อเท็จจริงต่อคณะกมธ.อีกครั้ง แต่ไม่ได้มีมติเห็นด้วยที่จะใช้อำนาจตามมาตรา 129 วรรคสี่ ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ประกอบมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติคำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ.2554
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ลงนามในหนังสือเชิญโดยไม่ผ่านมติของที่ประชุม นั่นหมายความว่าผู้ลงนามต้องรับผิดชอบเรื่องที่กับหนังสือฉบับดังกล่าว การกระทำที่เกิดขึ้นยิ่งทำให้ผมไม่ไว้วางใจที่จะให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ปฏิบัติหน้าที่เป็นประธาน กมธ.ชุดนี้อีกแล้ว ผมอยากให้สังคมดูพฤติกรรมและการกระทำของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ว่ากำลังใช้หัวโขนประธาน กมธ.มาเป็นเครื่องมือในเรื่องความแค้นส่วนตัวหรือไม่&amp;rdquo; นายสิระกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.พรรค พปชร.รายนี้ระบุว่า ในฐานะที่ตนเป็น กมธ.ในชุดนี้ด้วยขอฝากไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ ว่าไม่ต้องสนใจจดหมายเรียกเชิญดังกล่าว เพราะมั่นใจว่าหนังสือเรียกฉบับนี้ผิดกฎหมายแน่นอน เพราะการจะออกหนังสืออะไรก็ตามในชั้นกรรมาธิการ ต้องผ่านมติที่ประชุมกรรมาธิการในทุกเรื่อง ไม่ใช่เอาความคิดของผู้ที่เป็นประธานมายัดใส่ว่ากรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมขอท้าให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ถอดเทปบันทึกการประชุมในวันดังกล่าว และนำมาเปิดเผย เพื่อพิสูจน์ว่ามีการขอมติที่ประชุมที่จะใช้อำนาจตามมาตรา 129 วรรคสี่ ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 หรือไม่ หาก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กระทำเกินขอบเขตไม่ตรงกับเทปบันทึกการประชุมในวันนั้น ผมขอให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ลาออกจากการเป็นประธานด้วยตนเอง ก่อนที่จะถูกมติที่ประชุมปลด&amp;quot; ส.ส.พรรค พปชร.รายนี้ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีการเสนอปลด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ นายสิระกล่าวว่า ตนมั่นใจว่าเสียงส่วนใหญ่ในกรรมาธิการต้องการให้มีการเปลี่ยนตัวประธาน ขอให้ติดตามดูในวันพุธที่ 20 พ.ย.นี้ ตนจะเป็นคนเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาเรื่องดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สิ่งที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ดำเนินการเป็นการเล่นแบบมีอคติ เป็นการอาฆาตส่วนตัว จะโดยเหตุและผลอะไรเราก็ไม่ทราบ ว่าทำไมถึงพยายามที่จะดิสเครดิตหรือว่าจ้องทำลาย พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งการเรียกไปชี้แจงเป็นการเรียกบ่อยครั้ง และเรียกในลักษณะต้องการเอาเรื่องข้อมูลเก่าๆ ที่เป็นข้อมูลที่ทุกคนและสังคมก็ได้รับคำตอบทราบอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์กล่าวว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตร ได้ส่ง พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม และนายประสาร หวังรัตนะปราณี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรองนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนไปชี้แจงพร้อมเอกสารเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังไม่ยอม และยังพยายามที่จะเอานายกรัฐมนตรีกับรองนายกรัฐมนตรีไปให้ได้ เราเห็นว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เล่นการเมืองแบบไม่จริงใจ และไม่มีเจตนารมณ์ในการที่จะทำงานเพื่อประโยชน์อย่างแท้จริง และต้องการที่จะเป็นความอาฆาตแค้น เป็นการเอาอคติส่วนตัวมาเล่นการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่กำลังทำอยู่ขณะนี้มี ส.ส.ไพบูลย์ นิติตะวัน ไปยื่นเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน เรื่องการเรียกมาในลักษณะเช่นนี้ถูกต้องหรือไม่อย่างไร ซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินมีความเห็นรับเรื่องและส่งศาลรัฐธรรมนูญได้รับนำไปดำเนินการที่จะวินิจฉัยว่า สิ่งที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์นั้นได้ทำถูกต้องหรือไม่ อย่างไร ผมเป็นห่วงในที่สุด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์อาจจะมีโอกาสที่จะทำผิดกฎหมายและติดคุกได้ตามที่ ส.ส.ไพบูลย์ให้สัมภาษณ์ไว้&amp;quot; กรรมการผู้ช่วย รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าว
เล็งเปิดซักฟอก 5 รมต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า น่าแปลกใจที่ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลสรรหาวิธีการต่างๆ นานา เพื่อลดอำนาจคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรในการตรวจสอบฝ่ายบริหาร โดยลงทุนถึงขนาดจะยกเลิกกฎหมายที่ให้อำนาจคณะกรรมาธิการในการออกคำสั่งเรียกบุคคลมาชี้แจงคือ พ.ร.บ.คำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการฯ โดยส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ากฎหมายดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญ ทั้งยังทำหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้ยับยั้งการเชิญพล.อ.ประยุทธ์มาพบคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช.ที่สภา ทั้งๆ ที่นั่นเป็นการทำลายกลไกการถ่วงดุลตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎรเสียเอง ซึ่งหาก ส.ส.ซีกรัฐบาลเป็นฝ่ายชนะโดยทำลายอำนาจตรวจสอบของคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช.ได้สำเร็จ ก็อยากถามว่าประชาชนจะได้อะไรจากเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สุดท้ายผู้ที่เสียประโยชน์ก็คือประชาชน เนื่องจากคณะกรรมาธิการต่างๆ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญของชาวบ้านในการถ่วงดุลอำนาจกับรัฐบาล จะหมดน้ำยาในการตรวจสอบผู้มีอำนาจทันที แต่คนที่ได้ประโยชน์จะมีเพียงคนเดียวคือ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งจะมีข้ออ้างไม่ต้องมาชี้แจงที่สภา ดังนั้นถ้าสภาถึงกับยอมยกเลิกอำนาจของตัวเองในการออกคำสั่งเรียกบุคคลมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการฯ หรือลงทุนแก้ไขหรือบิดเบือนข้อบังคับการประชุมต่างๆ เพียงเพื่อช่วยเหลือคนคนเดียว บรรดา ส.ส.ทั้งหลายก็ไม่สมควรเรียกตัวเองว่าเป็นผู้แทนราษฎรอีกต่อไป แต่ควรเปลี่ยนตำแหน่งเป็นผู้แทนของลุงตู่&amp;quot; ร.ท.หญิงสุณิสากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงความคืบหน้าการเตรียมพร้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า 7 พรรคฝ่ายค้านได้จูนความคิด ทิศทาง และทีมในการอภิปรายตรงกันแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่ทุกคนกำลังกลั่นกรองข้อมูล และหาเนื้อหาเพิ่มเติมบ้างในบางกรณี โดยมีการประชุมเต็มรูปแบบทุกสัปดาห์ และไม่เต็มรูปแบบเฉพาะบุคคลเกือบทุกวัน ซึ่งมีกรณีใหม่ๆ และข้อมูลใหม่เข้ามาเรื่อยๆ จากประชาชนและผู้หวังดีส่งมาให้โดยตลอด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เบื้องต้นมีผู้แสดงความจำนงจะอภิปรายประมาณ 15 คน แต่จะคัดให้เหลือเท่าที่จำเป็นไม่เกิน 10 คน ซึ่งการอภิปรายจะยื่นรัฐมนตรีไม่น้อยกว่า 5 คน โดยหนึ่งในนั้นคือนายกฯ เนื้อหาเกี่ยวกับความผิดพลาดล้มเหลวในการบริหาร เช่น เรื่องเศรษฐกิจ ด้านการเมือง ด้านสังคม การปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต ที่เหลือขออุบไว้ก่อน ส่วนจะยื่นอภิปรายเป็นคณะหรือรายบุคคลก็จะรอถึงนาทีสุดท้ายก่อนเขียนญัตติถึงจะสรุปอีกครั้ง และการเขียนญัตติจะเสร็จในสิ้นเดือน พ.ย. และจะยื่นไม่เกินวันที่ 5 ธ.ค. เพื่อให้การอภิปรายเกิดขึ้นในช่วงกลางเดือนไปหาปลายเดือน&amp;quot; นายสุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ผู้อภิปราย 10 คนที่ว่าเป็นใครบ้าง ประธานวิปฝ่ายค้านกล่าวว่า เป็น ส.ส.ที่มาจากเกือบทุกพรรค อาทิ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย, นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์, ตน, นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ซึ่งคนเหล่านี้ถือเป็นขุนพลของพรรคฝ่ายค้านที่มีประสบการณ์ในสภา สามารถชี้ข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้รับทราบ แต่ก็ไม่คิดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรได้มาก เพราะรัฐบาลเขามีเสียงมากกว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การอภิปรายครั้งนี้จะเป็นการเปิดแผลให้ประชาชนได้เห็นและจะไปเน่าข้างนอก และท้ายที่สุดจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองแน่นอน ส่วนจะเป็นเมื่อไหร่ อยู่ที่ประชาชน แต่ตนคิดว่าคงใช้เวลาไม่นาน&amp;quot; ประธานวิปฝ่ายค้านกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ (โหร คมช.) บอกรัฐบาลอยู่ได้ยาว นายสุทินกล่าวว่า โหรแต่ละคนเขาก็พูดไม่เหมือนกัน นายโสรัสจะ นวลอยู่ โหรชื่อดังก็บอกว่าเริ่มต้นปี 63 จะเกิดปัญหาขึ้นกับรัฐบาลถึงขั้นลุกเป็นไฟ ดังนั้นส่วนตัวไม่ได้เชื่อโหรเพียงอย่างเดียว แค่ฟังๆ ไว้ แต่เราต้องดูกันที่ความเป็นจริงดีกว่า ซึ่งส่วนตัวคิดว่ารัฐบาลนี้คงอยู่ไม่นาน เพราะมีความเสื่อมมันมีตั้งแต่ต้นและพัฒนามาเป็นลำดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 7 ขอนแก่น ว่าถ้า กกต.สามารถบริหารจัดการเลือกตั้งให้สุจริตและเที่ยงธรรม แข่งขันกันอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ตรงไปตรงมา เจ้าหน้าที่รัฐวางตัวเป็นกลาง ไม่มีการใช้กลไกอำนาจรัฐเข้าไปแทรกแซง ไม่มีการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ทุจริตการเลือกตั้ง เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยจะได้รับผลการเลือกตั้งที่ดี.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50483</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญาติวีรชน, ยึดพระราชดำรัสในหลวง, สถาบันสั่นคลอน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ใช้เวทีสภาเล่นงานฝ่ายตรงข้าม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191117/image_big_5dd1539aed3bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36600</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2019 13:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2019 13:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานญาติวีรชนฯหนุนขั้วที่ 3 ตั้งรัฐบาลโค่นแผนสืบทอดอำนาจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ค.62 - ​นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา&amp;#39;35 กล่าวถึงการจัดตั้งรัฐบาลในขณะนี้ ว่า บรรดาพรรคการเมืองที่เคยประกาศแนวทางการหาเสียงเลือกตั้งไว้ว่าจะต่อต้านการสืบทอดอำนาของเผด็จการคสช.และไม่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา &amp;nbsp;เป็นนายกรัฐมนตรี ควรเดินตามที่เคยให้สัญญาประชาคมกับประชาชน นั่นคือด่านแรกในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรกเพื่อเลือกประธานสภาฯ วันที่ 25 พ.ค.นี้ จะต้องร่วมกันโหวตเลือกประธานสภาฯที่มาจากส.ส.ของพรรคการเมืองที่มีแนวทางไม่เอาเผด็จการคสช.ให้ได้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หากส.ส.ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชนโหวตให้ฝ่ายประชาธิปไตยได้เป็นประธานสภาก็เท่ากับว่าเสียงของประชาชนต้องการให้พรรคการเมืองฝ่ายที่ไม่ต้องการให้มีการสืบทอดอำนาจจัดตั้งรัฐบาล แต่หากทางพรรคที่สนับสนุนฝ่ายสืบทอดอำนาจจะนำเสียงส.ว.250เสียงที่มาจากการแต่งตั้งของพล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา เองมาโหวตเพื่อให้ตัวเองเป็นนายกฯเชื่อว่าประชาชนคงไม่เห็นด้วยและคงจะนำไปสู่ความขัดแย้งวุ่นวาย และรัฐบาลคงจะอยู่ได้ไม่นาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอดุลย์ กล่าวว่า แม้รัฐธรรมนูญกำหนดให้คสช.เลือกส.ว.และสามารถโหวตนายกฯได้แต่การสรรหาส.ว.ควรจะทำให้เกิดความโปร่งใสกว่านี้ไม่ใช่มุบมิบกันทำจนคนนินทากันทั้งประเทศว่าตั้งส.ว.มาเพื่อโหวตให้พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บรรดาพรรคการเมืองที่ชูธงประชาธิปไตยไม่เอาการสืบทอดอำนาจ จะต้องเดินตามกระบวนการรัฐสภาให้จบก่อน ไม่ใช่ไปต่อรองตำแหน่งหรือเก้าอี้รัฐมนตรีกับพรรคที่หนุนเผด็จการแล้วไปเลือกประธานสภาฯที่มาจากฝั่งเผด็จการ แต่ไม่เลือกคนของฝั่งประชาธิปไตยจะถือว่าทรยศต่อประชาชนที่ลงคะแนนเสียงให้ในวันเลือกตั้งทั้งที่เสียงของฝั่งประชาธิปไตยมีมากกว่า 300 เสียง เพราะไม่เกี่ยวกับ250 ส.ว.ก็สามารถโหวตชนะอยู่แล้ว อยู่ที่ว่าบรรดาพรรคการเมืองเหล่านี้จะหารือและจับมือกันให้เกิดความเอกภาพได้มากน้อยแค่ไหนเท่านั้น &amp;quot;นายอดุลย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา&amp;#39;35 กล่าวด้วยว่า หากโหวตเลือกประธานสภาฯแล้ว หลังจากนั้นในการโหวตเลือกนายกฯ ที่ต้องใช้เสียงถึง376เสียงก็อย่าไปกังวลว่าในแผ่นดินนี้ส.ว.250คนจะไม่มีใครสำนึกต่อแผ่นดินเลยหรือเพราะเป็นการเลือกแบบเปิดเผย ประชาชนก็ได้รับรู้และจะได้พิสูจน์ว่าส.ว.ที่ไม่ยึดโยงกับประชาชนจะเลือกนายกฯเพื่อคนๆเดียวหรือเพื่อประเทศชาติเพราะแม้ฝั่งสืบทอดอำนาจจะเลือกนายกฯได้ก็เป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำไร้เสถียรภาพขาดความเชื่อมั่นต่อการลงทุนส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจ ความขัดแย้งทางการเมืองก็จะขยายตัว ประชาชนก็จะออกมาบนท้องถนนอีก หนทางนี้มีแต่ตีบตันไร้อนาคต ทางออกเดียวคือต้องมีรัฐบาลช่วยชาติโดยพรรคการเมืองขั้วที่3นำการจัดตั้งรัฐบาลดึงทุกพรรคการเมืองเข้ามาร่วมแล้วเลือกนายกฯที่ทุกฝ่ายยอมรับ เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่เอาด้วยแน่นอน เพราะเป็นทางออกเดียวที่จะนำพาประเทศชาติให้เกิดสันติสุขได้อย่างแท้จริง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36600</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดตั้งรัฐบาล, ญาติวีรชน, รัฐบาลเพื่อชาติ, อดุลย์ เขียวบริบูรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180516/image_big_5afbeb2961672.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20317</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2018 12:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2018 12:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ญาติวีรชนพฤษภา’35 แนะ &#039;ผบ.ทบ.&#039; วางตัวให้เหมาะสมมีเส้นแบ่งระหว่างกองทัพ-คสช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;20 ต.ค.61 - นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา&amp;rsquo;35 กล่าวถึงคำสัมภาษณ์ ของพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ว่า&amp;nbsp; เป็นการสื่อสารที่ชัดเจน ในหลายประเด็น เกี่ยวกับการรัฐประหารที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ภายใต้เงื่อนไขดังที่ทราบกันดีอยู่แล้วทุกครั้งที่มีการยึดอำนาจรัฐบาล คือ 1. การฉ้อราษฎร์บังหลวง 2. การใช้อำนาจเกินขอบเขตของรัฐบาล และ3. การใช้ความรุนแรงเกินกว่าการควบคุมตามกฎหมายปกติ อย่างไรก็ตามอยากจะอธิบายถึงคำว่ากองทัพเป็นเนื้อเดียวกับรัฐบาลสื่อความหมายนี้ย่อมชัดเจนว่ากองทัพจะต้องให้การสนับสนุนทุกๆรัฐบาล เพราะกองทัพเป็นหน่วยงานหนึ่งของรัฐบาลที่บริหารประเทศ ส่วนการเป็นเนื้อเดียวกันกับคสช.นั้นเป็นสิ่งที่น่าจะไม่ถูกต้อง เพราะจะเห็นว่า ขณะที่ทำการรัฐประหารยึดอำนาจเดิมมีผู้นำเหล่าทัพเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่หลังจากนั้นภายใต้การดูแลกองทัพของพล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท อดีตผบ.ทบ. ก็ได้วางตัวชัดเจนและเหมาะสม มีเส้นแบ่งระหว่างการใช้อำนาจคสช.กับกองทัพอย่างชัดเจน โดยไม่เคยก้าวก่ายไปถึงพรรคการเมืองกลุ่มการเมืองต่างๆ ดังนั้นคำพูดของ ผบ.ทบ.คนปัจจุบันจึงต้องทำให้ชัดเจนและเหมาะสมตามที่ได้บอกไว้ว่าจะเดินตามแนวนโยบายของอดีตผบ.ทบ&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;นายอดุลย์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่นักการเมืองก่อม็อบเรียกร้องจนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชน นั้นคณะกรรมการญาติวีรชนฯเคยเข้าพบทุกพรรคการเมือง และกลุ่มการเมืองซึ่งทุกฝ่ายได้เคยยอมรับเห็นพ้องต้องกันว่าเป็นส่วนหนึ่งของความวุ่นวายดังกล่าว และได้เคยออกมาแสดงความเสียใจต่อสังคมเพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีต่อพ่อหลวง ร.9 มาแล้ว&amp;nbsp; อย่างไรก็ตามจากผลของการบริหารงานของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาและพวก ที่มีความสามารถไม่พอเพียงทำให้กับสังคมไทยยังคงอึมครึมจนถึงปัจจุบัน และมีแนวโน้มว่าจะสร้างความแปลกแยกมากยิ่งขึ้น จากการพยายามจะสืบทอดอำนาจของตัวเองและพวกไว้ จึงเป็นหน้าที่ของพรรคการเมือง และกลุ่มการเมืองจะต้องยอมรับความจริง และไม่สร้างเงื่อนไขหรือปฏิบัติเช่นเดิมอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;&amp;ldquo;หวังเป็นอย่างยิ่งว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ จะสามารถดำเนินนโยบาย ตามที่ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท อดีตผบ.ทบ.ได้วางแนวนโยบายไว้ และเป็นผู้ที่ เชื่อมประสาน รอยร้าว ในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬกับกองทัพ จนเป็นที่ยอมรับ ดังนั้นสังคมไทย จะต้องระมัดระวังการใช้คำพูด หากวิพากษ์วิจารณ์พล.อ.ประยุทธ์ และพวก ก็วิจารณ์ตรงๆโดยไม่เหมารวมลากเอากองทัพเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เพราะจะไม่เป็นธรรมกับกองทัพโดยรวม แม้ผบ.ทบ จะมีตำแหน่งเป็น เลขาธิการคสช.โดยตำแหน่งก็ตาม &amp;rdquo;นายอดุลย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา&amp;rsquo;35ฯ กล่าวอีกว่า หากย้อนไปในช่วงการร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน คณะกรรมการญาติวีรชนฯ ได้เคยย้ำเตือน ว่าหากมีการเขียนเพื่อสนับสนุนการสืบทอดอำนาจของผู้ทำรัฐประหารก็จะนำมาซึ่งความยุ่งยากวุ่นวายเกิดขึ้นจึงได้ประกาศไม่เห็นชอบไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้&amp;nbsp; ซึ่งจะเห็นได้ว่าหลังเลือกตั้งทุกฝ่ายก็มองเห็นชัดว่าอาจจะนำมาซึ่งความขัดแย้งและไม่ยอมรับผลของการเลือกตั้งแล้วอาจเกิดสภาพของความจลาจลได้อีก ซึ่งญาติวีรชนฯก็ได้พยายามเรียกร้องให้ทุกฝ่ายได้ปรองดองสามัคคี รักใคร่ เกื้อกูลต่อกันตามพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัว และสามารถทำให้กองทัพได้กลับมาเป็นกองทัพของประชาชนอีกครั้งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;&amp;ldquo;จึงขอเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมือง ทุกกลุ่มการเมืองและทุกฝ่าย ได้ดำเนินการทางการเมืองภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายได้กำหนดไว้ ให้ตระหนักว่าความรุนแรงมีแต่ความสูญเสียไม่ได้ทำให้ทุกอย่างดีขึ้นสำหรับประเทศชาติและประชาชนเลยซึ่งมีบทเรียนให้เห็นมากแล้ว อย่างไรก็ตามหากเกิดเหตุการณ์สุดวิสัยกองทัพก็สามารถประกาศใช้กฎอัยการศึกควบคุมสถานการณ์ได้อย่าฉวยโอกาสยึดอำนาจล้มล้างรัฐธรรมนูญอีก เพราะเป็นเพียงการยับยั้งปัญหาเฉพาะหน้าแต่สร้างปัญหาระยะยาวยากจะเยียวยา&amp;nbsp; และที่สำคัญทุกฝ่ายจะต้องไม่ทำลายบรรยากาศ ของประชาชนที่กำลังรอคอยความปลื้มปิติยินดีที่กำลังจะมาถึงด้วย&amp;rdquo;นายอดุลย์ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20317</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญาติวีรชน, นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์, บิ๊กแดง-พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180516/image_big_5afbeb2961672.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1040</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2018 13:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2018 13:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อดุลย์&#039; ทวงสปิริต &#039;บิ๊กป๊อก&#039; จี้รัฐบาลคืนอัฐิวีรชนพฤษภา.35</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ม.ค. 61 &amp;ndash; ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา2535 &amp;nbsp;ได้แถลงเรียกร้องขอความเป็นธรรมจากรัฐบาลคสช. ระบุว่า &amp;nbsp;&amp;nbsp;1.คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา&amp;rsquo; 35 ขอเรียกร้องให้ รัฐบาล คสช. คืนความเป็นธรรมให้วีรชนพฤษภา 2535 วันนี้ถึงเหมาะสมแก่เวลาแล้ว เราขอทวงคืนวีรชนผู้สูญหายในเหตุการณ์พฤษภา 2535 ตามที่กระทรวงมหาดไทยประกาศไว้ เพื่อหาข้อยุติในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ให้แก่ญาติวีรชนและสังคมไทย &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เคยกล่าวไว้เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ว่า ให้ญาติวีรชนไปเรียกร้องกับรัฐบาล เพราะกองทัพบกเป็นองค์กรภายใต้รัฐบาล บัดนี้เมื่อท่านมาเป็นรัฐบาลคสช.เองแล้ว คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 จึงขอทวงคืนอัฐิวีรชนผู้สูญหายในเหตุการณ์พฤษภาจากรัฐบาลของท่าน เพื่อนำกลับมาทำพิธีทางศาสนา และหาข้อยุติสำหรับเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 ต่อไปโดยเร็วที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;2.รัฐบาลคสช. ได้ยึดอำนาจการปกครองบริหารประเทศมาเป็นปีที่ 4 แล้ว โดยมีข้ออ้างคือ การป้องกันความรุนแรง ปฏิรูปโครงสร้างประเทศทุกด้าน และยุติความขัดแย้ง สร้างความปรองดองคนในชาติ&amp;nbsp; คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา &amp;lsquo;35 จึงขอทวงสัญญารัฐบาลคสช. ที่ละเลยการแก้ปัญหามาจนทำให้หมดต้นทุนและใช้กองหนุนไปเกือบหมดแล้ว เนื่องจาก คสช.อาสามาเป็นคนกลางแต่กลับเป็นผู้เล่นเองเพื่อสืบทอดอำนาจเป็นการสร้างเงื่อนไขความขัดแย้งใหม่ ทั้งนี้ยังมีเวลาที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆเพื่อให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้ด้วยการเร่งปฏิรูปโครงสร้างประเทศ โดยเฉพาะการปฏิรูปตำรวจและกระบวนการยุติธรรม สร้างการปรองดองในหมู่ประชาชน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1040</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญาติวีรชน, อดุลย์ เขียวบริบูรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5af9992dd6c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
