<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97880</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2021 14:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2021 14:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐสั่งจนท.ทูตออกจากพม่า ญี่ปุ่นระงับความช่วยเหลือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐมีคำสั่งอพยพเจ้าหน้าที่ทางการทูตที่ไม่มีกิจจำเป็นออกจากเมียนมาแล้ว เนื่องจากห่วงความปลอดภัย ส่วนรัฐบาลญี่ปุ่นประกาศระงับความช่วยเหลือโครงการใหม่แก่เมียนมา แต่ยังไม่ถึงขั้นแซงก์ชันแบบโลกตะวันตก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ผู้ประท้วงเผาสิ่งกีดขวางกลางสะพานเพื่อสกัดกั้นทหารที่ย่างกุ้ง เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2564 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 31 มีนาคมว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเคยออกคำแนะนำด้านการเดินทางเมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ภายหลังกองทัพเมียนมาก่อรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลพลเรือนและควบคุมตัวนางอองซาน ซูจี พร้อมเจ้าหน้าที่ระดับสูง เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ แต่คำเตือนครั้งนั้นขอให้ลูกจ้างรัฐบาลที่ไม่ได้ปฏิบัติงานที่จำเป็น พร้อมกับครอบครัว เดินทางออกจากเมียนมาตามความสมัครใจ ทว่า วันอังคารที่ 30 มีนาคม กระทรวงได้ปรับปรุงสถานะเป็นคำสั่งบังคับให้เดินทางออกจากเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กองทัพพม่าได้ควบคุมตัวและปลดเจ้าหน้าที่รัฐที่มาจากการเลือกตั้ง การประท้วงและการชุมนุมต่อต้านการปกครองของกองทัพได้เกิดขึ้นและคาดว่าจะดำเนินต่อไป&amp;quot; กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวในแถลงการณ์โดยใช้ชื่อเรียกประเทศเมียนมาแบบเก่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า กระทรวงตัดสินใจออกคำสั่งให้เดินทางออกจากพม่า เพราะความปลอดภัยและสวัสดิภาพของบุคลากรของรัฐบาลสหรัฐและผู้ที่อยู่ในความอุปการะของพวกเขา รวมไปถึงพลเมืองสหรัฐที่เป็นเอกชน คือสิ่งที่กระทรวงให้ความสำคัญสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำสั่งให้เดินทางออกจากเมียนมาจะได้รับการทบทวนอีกครั้งเมื่อครบ 30 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐ, อังกฤษและสหภาพยุโรป ประกาศแซงก์ชันเจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้งหน่วยทหารและตำรวจเมียนมาที่เกี่ยวข้องกับการรัฐประหาร และบริษัทหลายแห่งที่เป็นของกองทัพ แต่มาตรการเหล่านี้ยังไม่อาจกดดันให้พวกผู้นำทหารยุติการใช้ความรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามข้อมูลของสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (เอเอพีพี) ที่เป็นองค์กรสังเกตการณ์ในเมียนมา ระบุว่า การปราบปรามนองเลือดทั่วเมียนมามีพลเรือนโดนฆ่าตายมากกว่า 520 คนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรุงโตเกียวของญี่ปุ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โทชิมิตสึ โมเตกิ ชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎรว่า รัฐบาลญี่ปุ่นจะระงับความช่วยเหลือแก่เมียนมา ซึ่งจะเป็นการส่งสารที่ &amp;quot;ชัดเจน&amp;quot; ต่อเมียนมา เนื่องจากญี่ปุ่นคือประเทศผู้ให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจรายใหญ่ที่สุดแก่เมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ญี่ปุ่น ซึ่งมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แนบแน่นและมีความสัมพันธ์ที่ยาวนานกับกองทัพเมียนมา เลือกที่จะไม่ใช้มาตรการลงโทษโดยตรงมากกว่านี้ โมเตกิกล่าวว่า นโยบายคว่ำบาตรได้ผลกับเมียนมาจริงหรือ คำตอบที่เห็นได้ชัดเจนคือ ไม่ใช่ว่าการคว่ำบาตรคือความกล้าหาญ และการไม่คว่ำบาตรนั้นไม่กล้าหาญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อของญี่ปุ่นกล่าวว่า การระงับความช่วยเหลือส่งผลต่อโครงการความช่วยเหลือใหม่ๆ เท่านั้น ไม่ใช่โครงการที่มีอยู่เดิม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97880</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญี่ปุ่นตัดความช่วยเหลือ, พม่า, รัฐประหารเมียนมา, สหรัฐสั่งอพยพเจ้าหน้าที่, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_60641fe0274e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
