<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21401</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2018 20:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2018 20:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> อีอีซียกระดับท่องเที่ยวภาคตะวันออก(สถานีออีอีซี)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อีอีซียกระดับท่องเที่ยวภาคตะวันออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อโครงการขนาดใหญ่กำลังมุ่งหน้าไปสู่เขตภาคตะวันออก ความสนใจการลงทุนจากผู้ประกอบการต่างๆ ย่อมมีมากขึ้นเป็นธรรมดา หากย้อนกลับไปในอดีตภาคการท่องเที่ยวทางแถบพัทยา ในกลุ่มธุรกิจโรงแรมจะยังไม่รุนแรงมากนัก เนื่องจากตลาดท่องเที่ยวมีความชัดเจนกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน&amp;nbsp;แต่ทว่าธุรกิจใดมีโอกาสสร้างรายได้จำนวนมาก ก็ย่อมมีผู้เล่นเพิ่มขึ้น ทำให้ซัพพลายโรงแรมมีมากเกินความต้องการ จากที่ความท้าทายของผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในพัทยามีมากอยู่แล้ว และยิ่งมีโครงการอีอีซีเข้ามา จะทำให้เป็นโอกาส ความเสี่ยง และต้องปรับตัวอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;ธเนศ ศุภรสหัสรังสี เจ้าของกิจการกลุ่มโรงแรมและรีสอร์ตเครือซันไชน์&amp;nbsp;ในฐานะประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเขตพื้นที่กลุ่มภาคตะวันออก&amp;nbsp;1 (ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา)&amp;nbsp;เป็นหนึ่งในผู้ที่คลุกคลีอยู่กับวงการท่องเที่ยว เขาเป็นทายาทรุ่น 2 ของกิจการโรงแรมที่ดำเนินธุรกิจมากว่า 40 ปีแล้ว โดยปัจจุบันมี 8 โรงแรมที่อยู่ในพัทยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนที่เริ่มเข้ามาดูแลกิจการให้กับครอบครัว น่าจะเป็นช่วงปี 2536 ในยุคที่การแข่งขันยังไม่สูงมาก ธุรกิจโรงแรมแทบจะแบ่งชนิดตามตลาดนักท่องเที่ยวเลยก็ว่าได้ แต่ซัพพลายในตลาดมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บางคนทำธุรกิจอื่นก็เข้ามาทำโรงแรม หรือคนที่อยู่ต่างถิ่นก็สนใจเข้ามาลงทุนมากขึ้น&amp;nbsp;จากปัญหาโอเวอร์ซัพพลาย และตลาดนักท่องเที่ยวเมืองพัทยาที่เปลี่ยนแปลงไป ก่อนหน้าอาจจะเป็นยุโรปและสแกนดิเนเวีย แต่ตอนนี้เป็นชาวเอเชีย ซึ่งระยะเวลาในการเข้าพักและค่าใช้จ่ายอาจไม่สูงเท่ากับกลุ่มดังกล่าว อย่างกรณีของตลาดจีน ค่อนข้างมีความคล้ายคลึงกับคนไทย หรือจะใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าที่พักไม่มากเท่ากับการไปช็อปปิ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงของตลาด
&amp;nbsp;ธเนศ กล่าวว่า จากสถานการณ์ของตลาดนักท่องเที่ยวและการแข่งขันที่มากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการทุกคนต้องปรับตัว พัฒนาสินค้าให้มีความน่าสนใจ และเจาะกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน จะหว่านไปหมดเลยไม่ได้ เนื่องจากลูกค้าแต่ละกลุ่มจะมีความต้องการไม่เหมือนกัน ต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้เหมาะสมกับตลาดนั้นๆ ควบคู่ไปกับการรีโนเวตโรงแรม รวมถึงเรื่องของเทคโนโลยีที่มีผลต่อพฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักเดินทาง ผู้ประกอบการก็ต้องทำตลาดกับเรื่องนี้ด้วยเช่นเดียวกัน ครอบคลุมไปถึงการจองห้องพัก ไม่ว่าจะใช้บริการผ่านบุ๊กกิ้งชื่อดังต่างๆ หรือลงทุนพัฒนาเว็บไซต์ของโรงแรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพลักษ์ใหม่เมืองพัทยา
&amp;nbsp;หากถามว่าจุดขายของเมืองพัทยาในอดีตเป็นเช่นไร &amp;nbsp;ธเนศ บอกว่า ก่อนหน้าอาจมีปัญหาค่อนข้างเยอะ รวมถึงภาพลักษณ์จะเป็นเรื่องของการเที่ยวกลางคืน ถูกมองในแง่ไม่ดีเท่าไหร่นัก แต่สักประมาณ 10-15 ปีหลังมานี้ เมืองพัทยาเปลี่ยนค่อนข้างเยอะ ขณะที่ความเจริญยังขยายตัวไปทางแถบสัตหีบ มีโรงแรมและรีสอร์ตติดทะเล&amp;nbsp;แหล่งท่องเที่ยวสำหรับครอบครัวอย่างสวนน้ำก็มีให้เห็นกันกว่าที่ผ่านมา และเส้นทางสัญจรก็มีความสะดวกสบายมากขึ้น นับเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้คนไทยมีความสนใจมาท่องเที่ยวเมืองพัทยา
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนพัทยาประมาณ 10 ล้านคนต่อปี เราต้องนำเสนอภาพลักษณ์ใหม่ของเมืองพัทยา คงมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำการประชาสัมพันธ์อีกเยอะ เพื่อสื่อสารไปยังตลาดนักท่องเที่ยวในญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สแกนดิเนเวีย ซึ่งหายไปจากเมืองพัทยาไปนาน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีอีซีกับการท่องเที่ยว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากโครงการอีอีซีเป็นไปตามแผนได้จริง จะทำให้พื้นที่ทางแถบนี้เติบโตมากขึ้น เมืองพัทยาจะเปลี่ยนไป จากภาพรวมนักท่องเที่ยวจะเป็นกลุ่มเลเชอร์ หลังจากโครงการอีอีซีก็มองว่าจะเป็นกลุ่มองค์กร&amp;nbsp;(Corporate)&amp;nbsp;หรือไมซ์&amp;nbsp;(MICE)&amp;nbsp;สัดส่วนเหล่านี้จะมีมากขึ้น โดยผ่านการคมนาคมหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นสนามบินอู่ตะเภา ท่าเรือ รถไฟฟ้า และการขยายถนนเส้นหลัก ก็จะช่วยอำนวยความสะดวกมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
แต่ขณะเดียวกันก็ต้องมองเรื่องการบริหารจัดการด้วย โดยในส่วนของสนามบินอู่ตะเภาและท่าเรือจุกเสม็ด ที่เป็นของทหารเรือ ซึ่งอนาคตหากมีการขยายสนามบินดังกล่าวมากขึ้น แน่นอนว่าปริมาณผู้โดยสารก็จะเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน หากถึงเวลานั้นอาจทำให้กองทัพเรือจะบริหารงานได้ไม่คล่องตัวนัก จึงอยากให้มืออาชีพเข้ามาบริหารงาน และการที่ลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานค่อนข้างเยอะ การบริหารจัดการเรื่องของไฟฟ้า ประปา และการบำบัดน้ำเสีย ต้องมีวิธีการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หลังจากภาครัฐประกาศจะเดินหน้าโครงการอีอีซี ก็ทำให้เกิดการลงทุนเข้ามากันจำนวนมาก ส่วนมากเป็นคนนอกพื้นที่ และราคาที่ดินก็ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย อย่างในบางทำเลจะพบว่าราคาที่ดินสูงขึ้น 4-5 เท่าตัวจากก่อนหน้า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระจายความแออัดเพื่อสร้างรายได้
&amp;nbsp;ในเชิงภูมิศาสตร์นับว่าจังหวัดชลบุรี,&amp;nbsp;ฉะเชิงเทรา และระยอง มีความใกล้กับกรุงเทพฯ โดยที่ผ่านมาเมืองพัทยาค่อนข้างมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากอยู่แล้ว ภาครัฐต้องส่งเสริมให้จังหวัดฉะเชิงเทราและระยองเป็นอีกส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยว เพราะแต่ละแห่งก็มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองอยู่แล้ว อย่างในกรณีของจังหวัดฉะเชิงเทรา อาจไม่ได้มีโรงแรมรองรับนักท่องเที่ยวได้มากเท่าพัทยา บางรายอาจเลือกเข้าพักโรงแรมที่พัทยา แต่มาท่องเที่ยวฉะเชิงเทรา ซึ่งพื้นที่ไม่ได้ไกลกัน หรือนักท่องเที่ยวบางรายไม่ชอบความจอแจ ก็เลือกไปพักที่ฉะเชิงเทราเลยทีเดียว หากสามารถโปรโมตการท่องเที่ยวหรือของดีเมืองฉะเชิงเทราได้แล้ว ก็เชื่อว่าจะเป็นทางเลือกแก่นักเดินทาง ที่จะท่องเที่ยวทางแถบภาคตะวันออก กลายเป็นเมืองใหม่ขึ้นมา ทั้งยังกระจายความแออัดจากเมืองพัทยาและระยองทางหนึ่งด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับระยองมีอุตสาหกรรมหนักอยู่แล้ว ที่พักจะถูกนำไปใช้กับกลุ่มคนที่ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม แต่สำหรับนักท่องเที่ยวจะเดินทางไปยังเกาะเสม็ด ความน่าสนใจของระยองยังมีเรื่องของผลไม้ ที่ต้องโปรโมตมากยิ่งขึ้น ซึ่งไม่ใช่แค่คนไทยเท่านั้น แต่มองว่าตลาดเอเชียค่อนข้างชื่นชอบผลไม้อยู่แล้ว และอาจจะต่อยอดไปจนถึง จ.จันทบุรี ซึ่งมีชื่อเสียงด้านอัญมณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;ldquo;การมีโครงการอีอีซีจะทำให้คนมาทำงานกันมากขึ้น บางรายพาครอบครัวมาพำนักอยู่ในเมืองไทยด้วยกัน ซึ่งตลาดครอบครัวจะขยายตัว และมีความต้องการแหล่งพักผ่อนหลังเลิกงาน หรือช่วงวันหยุด ขณะเดียวกันศูนย์การประชุมจะได้รับความนิยมมากขึ้น สัดส่วนน่าจะเพิ่มเป็น 30-40%&amp;nbsp;จากปัจจุบันอยู่ประมาณ 20%&amp;nbsp;ที่เหลืออีก 80%&amp;nbsp;มาจากเลเชอร์&amp;rdquo;&amp;nbsp;ธเนศกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะเห็นได้ว่าเมืองพัทยากำลังยกระดับภาพลักษณ์ไปสู่การท่องเที่ยวที่หลากหลายขึ้นทุกปี ความคึกคักของการลงทุนจากผู้ประกอบการ เพื่อสร้างสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ทั้งสวนน้ำ การแสดง และโชว์ต่างๆ ทำให้สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากหลายตลาดให้เดินทางเข้ามาสู่เมืองพัทยาแห่งนี้ &amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นตลาดในประเทศ ซึ่งระยะทางไม่ไกล สามารถเดินทางไป-กลับได้สะดวก ส่วนตลาดต่างชาติเองก็มีทางเลือกเยอะขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่ชายหาดหรือทะเล รวมถึงห้องประชุมที่มีเอกชนลงทุน ก็จะตอบโจทย์ไมซ์ แต่สำหรับโครงการอีอีซีต้องไม่ได้สร้างความเจริญเพียงแค่เฉพาะจุด แต่ต้องวางยุทธศาสตร์ให้การท่องเที่ยวถูกขยายไปยังจังหวัดใกล้เคียงมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;ลุ้นปี 61 ต่างชาติเที่ยวไทย 37.19 ล้านคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการท่องเที่ยงของประเทศในปี 2561 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้จากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยไว้ที่ 10% จากปีก่อน หรือมีรายได้รวมที่ 3.1 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2.1 ล้านล้านบาท และรายได้จากการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ หรือตลาดไทยเที่ยวไทยอีก 1 ล้านล้านบาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ดูเหมือนว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยกับต้องเผชิญความท้าทายเป็นอย่างมาก ทั้งการแข่งขันจากประเทศรอบๆ ข้างที่ดึงกลยุทธ์ต่างๆ ออกมาดึงดูดนักท่องเที่ยว ยังไม่รวมถึงอุบัติเหตุต่างๆ ที่ส่งผลกระทบกับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน ซึ่งถือว่าเป็นตลาดใหญ่อันดับ 1 ซึ่งหลังจากเกิดเหตุเรือล่มที่ภูเก็ต และการทำร้ายนักท่องเที่ยวจันที่สนามบิน ทำให้ความเชื่อมั่นหายไป โดยจากรายงานของสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) พบว่าในช่วง 9 เดือนแรก (มกราคม-กันยายน) ปีนี้มีนักท่องเที่ยวเดินทางผ่านสมาคมแอตต้าจำนวน 2.54 ล้านคน ลดลงเฉลี่ย 26.55%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ว่า นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะระบุว่าการท่องเที่ยวของต่างชาติในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ก.ย.60) มีนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสิ้น 26,100,782 คน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 5.40% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และก่อให้เกิดรายได้รวม 1,330,058.98 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 7.91% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในเดือน ก.ย.ที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 2,555,689 คน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 5.75% จากเดือน ก.ย.59 และก่อให้เกิดรายได้รวม 133,491.24 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 12.01% จากเดือน ก.ย.59 โดยนักท่องเที่ยวขยายตัวเพิ่มขึ้นเกือบทุกภูมิภาค ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกมากสุด 1,841,506 คน รองลงมาคือนักท่องเที่ยวภูมิภาคยุโรป เอเชียใต้ อเมริกา โอเชียเนีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ตามลำดับ โดยนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนมากสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ จีน มาเลเซีย เกาหลี ญี่ปุ่น ลาว อินเดีย สิงคโปร์ กัมพูชา ออสเตรเลีย และฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวดังกล่าวก่อให้เกิดรายได้ 133,491.24 ล้านบาท ขยายตัว 12.01% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน สำหรับนักท่องเที่ยวที่สร้างรายได้สูงสุด 10 อันดับแรก ประกอบด้วย จีน เกาหลี ญี่ปุ่น มาเลเซีย ออสเตรเลีย อินเดีย สหราชอาณาจักร สหรัฐ รัสเซีย และลาว ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในด้านผู้ประกอบการอย่าง นายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก &amp;nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) &amp;nbsp;ได้คาดการณ์ว่าในปี 2561 นี้จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 37.19 ล้านคน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 5.08% เมื่อเทียบกับปี 2560 จากเดิมที่คาดว่าน่าจะมีจำนวนราว 39 ล้านคน และสร้างรายได้รวมที่มูลค่า 1.97 ล้านล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 8.16% เมื่อเทียบกับปี 2560 ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่จำนวน 2.1 ล้านล้านบาท
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนักท่องเที่ยวจีนในช่วงไตรมาส 3/2561 จะมีจำนวนที่ราว 2.21 ล้านคน ลดลง 17.61% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2560 และคาดว่าในช่วงไตรมาส 4/2561 นี้จะมีนักท่องเที่ยวจีนรวม 1.85 ล้านคน ลดลงราว 25.64% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำให้คาดว่าในปี 2561 นี้จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวที่ประมาณ 9.9 ล้านคน ใกล้เคียงกับปี 2560 ที่มีทั้งหมด 9.8 ล้านคน.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รุ่งนภา&amp;nbsp;สารพิน รายงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21401</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญ่ปุ่น, ท่องเที่ยว, นักท่องเที่ยวจีน, ผลไม้, ระยอง, สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, อีอีซี, เกาหลี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181105/image_big_5be045576a834.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
