<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63723</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2020 16:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2020 16:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคาะโทรมือถือฟรีทุกเครือข่าย 100 นาที เวลา 45 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 เมษายน 2563 นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยถึงมาตรการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายประชาชนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือช่วงโควิด-19 ว่า กสทช.หารือกับโอเปอเรเตอร์ทั้ง 5 ราย และได้ข้อยุติว่าจะเปิดให้ผู้ใช้บริการโทรฟรีทุกเครือข่าย 100 นาที เป็นระยะเวลา 45 วัน โดยจะเปิดให้กดรับสิทธิตั้งแต่วันที่ 1-15 พ.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในรอบนี้จะไม่มีการจำกัดสิทธิ โดยไม่ว่าจะใช้เครือข่ายไหนก็สามารถรับสิทธิได้ แม้ว่าบุคคลๆ นั้นจะใช้บริการ 2-3 ค่าย ยกเว้นเบอร์ที่จดทะเบียนผ่านนิติบุคคล และชาวต่างชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายฐากร กล่าวว่า มาตรการให้โทรฟรี 100 นาทีทุกเครือข่าย ถือเป็นการตอบโจทย์ประชาชนที่มีความจำเป็นต้องโทรในระบบvoice ที่ต้องการติดต่อเครือญาติที่เน้นไปพื้นที่ต่างจังหวัดมากกว่า จากที่มีการ Lockdown ในหลายๆจังหวัด เนื่องจากมีข้อมูลจากโอเปอเรเตอร์ ระบุว่า 70% ของเลขหมายทั้งหมด 140 ล้านเลขหมายใช้ บริการ voice เป็นหลัก และ กว่า 95% อยู่ในระบบพรีเพด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มาตรการนี้ กสทช.ไม่ได้เข้าไปสนับสนุนโอเปอเรเตอร์แต่อย่างใด โดยโอเปอเรเตอร์แต่ละรายจะเป็นผู้รับค่าใช้จ่ายเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จากที่คาดการณ์ กสทช.คิดว่าจะมีเบอร์ที่ได้สิทธิ 50 ล้านเลขหมาย ที่โทรผ่านเสียง...การให้โทรฟรี 100 นาทีตอบโจทย์พี่น้องประชาชรที่ได้รับผลกระทบได้มากที่สุด โดยเฉพาะต่างจังหวัด&amp;quot;เลขาธิการ กสทช. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนมาตรการเพิ่มดาต้าในมือถือ 10GB ที่ได้ให้กดรับสิทธิไปก่อนหน้านั้น นายฐากร กล่าวว่า จนถึงขณะนี้มีผู้กดรับสิทธิเพียง 13 ล้านเลขหมาย จากที่คาดไว้ 30 ล้านเลขหมาย คาดว่าเมื่อสิ้นสุดในวันที่ 30 เม.ย.จะมีผู้ใช้สิทธิไม่เกินครึ่ง ซึ่ง กสทช.จะจ่ายเงินสนับสนุนประมาณ 1 พันกว่าล้านบาท จากที่คาดการณ์ไว้ราว 3 พันล้านบาท นอกจากนี้ได้ปรับเงื่อนไขให้คนที่ซื้อแพ็คเกจดาต้ามากกว่า 10 GB ได้รับสิทธิด้วยจากเดิมที่ไม่ได้ แต่ยังจำกัดให้สิทธิเพียง 1 สิทธิเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ที่ใช้สิทธิเพิ่ม 10GB ส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้ระบบโพสต์เพด ที่มีอยู่ 3-4 ล้านเลขหมาย และผู้ที่มีสมาร์ทโฟน จึงมีผู้กดรับสิทธิน้อยกว่าคาด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63723</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., ฐากร ตัณฑสิทธิ์, โทรฟรี 100 นาที</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200420/image_big_5e9d65fc9f057.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62745</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2020 17:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2020 17:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยอดลงทะเบียนรับเน็ตมือถือฟรีวันแรกทะลุ 3 ล้านเบอร์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เมษายน นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า วันนี้ (10 เม.ย. 2563) ยอดผู้ได้รับสิทธิ์เน็ตมือถือ 10 GB ฟรี วันแรก (ข้อมูลถึงเวลา 16.23 น.) มีจำนวน 3.03 ล้านเลขหมาย แบ่งเป็น เลขหมายในระบบเติมเงิน หรือ Prepaid 2.01 ล้านเลขหมาย คิดเป็น 66.24% และเลขหมายในระบบรายเดือน หรือ Postpaid 1.02 ล้านเลขหมาย คิดเป็น 33.76% สำหรับหลักเกณฑ์ของประชาชนที่ได้รับสิทธิ์ มีดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. 1 คน ต่อ 1 สิทธิ์ (มีเบอร์มือถือหลายค่าย ได้แค่ 1 เบอร์ )&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. สำหรับซิมแบบรายเดือน (Postpaid) ผู้ที่ใช้งานแพ็คเกจเกินกว่า 10 GB จะไม่ได้รับสิทธิ์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. สำหรับซิมแบบเติมเงิน (Prepaid) จะได้รับสิทธิ์ทั้งหมดยกเว้นผู้ที่ซื้อแพ็คเกจอินเทอร์เน็ตเกินกว่า 10 GB จะไม่ได้รับสิทธิ์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงาน กสทช. ขอย้ำว่าประชาชนไม่ต้องรีบกดรับสิทธิ์ มีเวลากดรับสิทธิ์ได้จนถึงวันที่ 30 เม.ย. 2563 เวลา 24.00 น. เพื่อให้ใช้งานเน็ต 10 GB นี้ให้ได้นาน 30 วันเต็ม ใครที่เพิ่งเติมเงินซื้อแพ็คเกจไป แล้วระยะเวลาการใช้งาน สิ้นสุดในช่วงเวลาการกดรับสิทธิ์ แนะนำให้ใช้เน็ตของตัวเองให้หมดก่อนแล้วจึงค่อยกด *170*ตามด้วยหมายเลขบัตรประชาชน 13 หลัก# แล้วกดโทรออกเพื่อรับสิทธิ์ หลังจากได้รับ sms ยืนยัน สามารถใช้งาน ได้ 30 วันเต็ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายฐากร กล่าวว่า สำหรับเน็ตบ้าน กสทช. และผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมทุกรายจะอัพสปีดเน็ตบ้านเป็น 100 Mbps ให้ฟรี 30 วัน โดยไม่ต้องกดรับสิทธิ์ หรือลงทะเบียน จะอัพสปีดให้ตั้งแต่วันนี้ (10 เม.ย. 2563) เป็นเวลา 30 วัน โดยประชาชนจะได้รับ 1 คน ต่อ 1 สิทธิ์ สำหรับบ้านใดที่ใช้ ADSL หรือสายทองแดง ผู้ให้บริการจะอัพสปีดให้เต็มความสามารถของอุปกรณ์ สำหรับบ้านที่ใช้ Fiber ที่มีความเร็วอินเทอร์เน็ตไม่ถึง 100 Mbps จะอัพสปีดให้เป็น 100 Mbps ทันที โดยประชาชนสามารถใช้แอปพลิเคชัน Speedtest หรือเข้าเว็บ Speedtest เช็คความเร็วหลังจากได้รับการอัพสปีดแล้วได้ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่โอเปอเรเตอร์ที่ใช้งานอยู่ หรือ Call Center สำนักงาน กสทช. หมายเลขโทรศัพท์ 1200 ฟรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;กสทช. โดยคาดว่าเน็ตมือถือที่เพิ่มให้ประชาชนอีก 10 GB และการอัพสปีดเน็ตบ้านให้แรงขึ้นเป็น 100 Mbps เป็นเวลา 30 วัน จะช่วยให้ประชาชนได้รับบริการโทรคมนาคมที่เพียงพอสำหรับการใช้งานทำงานที่บ้าน ตามนโยบาย Work From Home ของรัฐบาล โดยไม่เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน ให้ประชาชนได้อยู่บ้าน ทำงานที่บ้าน ลดการแพร่กระจาย ลดโอกาสในการติดเชื้อโควิด-19 กสทช. รู้ดีว่าขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก กสทช.จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมฝ่าวิกฤตโควิด-19 ไปด้วยกัน อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ&amp;rdquo; นายฐากร กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62745</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฐากร ตัณฑสิทธิ์, ยอดผู้ได้รับสิทธิ์เน็ตมือถือ 10 GB ฟรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200209/image_big_5e3ff76f4a010.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61596</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2020 16:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2020 16:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนไทยเฮ กสทช.ควัก 3,000 ล้านอุดหนุน 30 ล้านเลขหมายใช้เน็ตฟรี 10 กิกะไบต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 มี.ค.2563 &amp;nbsp;นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อ ประโยชน์สาธารณะ (บอร์ดกองทุน กทปส.) ได้เห็นชอบแนวทางการใช้เงินกองทุน กทปส.เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในภาวะวิกฤติการระบาดของไวรัสโควิด-19 และเป็นการสนับสนุนนโยบาลรัฐบาลอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ และเว้นระยะห่างทางสังคม หรือ SOCIAL DISTANCING ด้วยการให้ประชาชนได้ใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือเพิ่มอีก 10 กิกะไบต์ฟรี เป็นเวลา 30 วัน ซึ่งประชาชนสามารถรับสิทธิ์ได้ ด้วยการกด*170*เลขบัตรประชาชน13หลัก #โทรออก เพื่อรับสิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.- 30 เม.ย.นี้ โดย 1 คน มีสิทธิ์ 1 เลขหมายเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ใช้มือถือ ที่มีสิทธิ์ในประเทศไทย มีราว 30 ล้านเลขหมาย คาดว่าจะใช้เงินราว 3,000 ล้านบาท หรือเลขหมายละ 100 บาท โดยผู้ใช้บริการมือถือที่มีสิทธิ์ได้รับอินเทอร์เน็ตเพิ่ม 10 กิกะไบต์นั้น ซึ่งต้องเป็นผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ต ไม่เกิน 10 กิกะไบต์อยู่แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ใช้บริการบัตรเติมเงิน (พรีเพด) ส่วนผู้ที่ไม่มีสิทธิ์ คือ กลุ่มที่ใช้แพ็กเกจอินเทอร์เน็ต เกิน 10 กิกะไบต์ หรืออัลลิมิต (Unlimit) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้บริการรายเดือน (โพสต์เพด)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการเพิ่มความเร็วอินเทอร์เน็ตประจำที่ หรืออินเทอร์เน็ตประจำบ้านให้อีก 100 เมกะบิตนั้น ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตอยู่ระหว่างพิจารณา คาดว่าจะมีข้อสรุปในเร็วๆ นี้ โดยเรื่องดังกล่ว ไม่จำเป็นต้องนำเสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เนื่องจากเป็นการใช้เงินของกองทุน กทปส.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61596</URL_LINK>
                <HASHTAG>10 กิกะไบต์, กสทช., ฐากร ตัณฑสิทธิ์, อินเทอร์เน็ตมือถือ, อุดหนุน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190513/image_big_5cd93bb33bf92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56836</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุมมาตรฐานสื่อ เสนอข่าวในวิกฤติ จับมือโพสต์ป่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฐากร&amp;quot; ชง กสทช.ยึดแนวทางอเมริกา กำหนดมาตรฐานรายงานข่าวของสื่อในเหตุสะเทือนขวัญ งดไลฟ์สด-คลิปตื่นเต้น ป้องพฤติกรรมเลียนแบบยกคนร้ายเป็นฮีโร่ จับหนุ่มเกรียนชัยภูมิ-โจ๋ร้อยเอ็ดวัย 16 โพสต์ล้อเหตุโคราช กอ.รมน.ภาค 4 สน.โต้เฟกนิวส์ป้ายสีเหยื่อกราดยิง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีสื่อมวลชนบางรายนำเสนอรายงานสดเหตุการณ์ที่คนร้ายกราดยิง รวมถึงการรายงานแผนปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติการจับกุมคนร้ายที่ จ.นครราชสีมา สำนักงาน กสทช.ตระหนักถึงความเสียหายจากการนำเสนอข้อมูลข่าวสารของสถานีโทรทัศน์ในลักษณะดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อได้ศึกษาข้อมูลที่มีการนำเสนอผ่านสื่อต่างๆ และสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการนำเสนอข้อมูลข่าวสารในลักษณะเดียวกันของสื่อมวลชนในต่างประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา กรณีเหตุการณ์ยิงกราด เหตุการณ์สะเทือนขวัญต่างๆ และหลักการนำเสนอข่าวสารลักษณะนี้ของสื่อมวลชนที่องค์การอนามัยโลกได้เคยให้ไว้ พบว่าหลายประเทศมีการเลิกนำเสนอรูปคนร้ายในสื่อ เลิกการรายงานสดเหตุการณ์ ยกเลิกการนำเสนอคลิปเหตุการณ์สะเทือนขวัญต่างๆ แล้ว เพราะในต่างประเทศมีผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิทยาและอาชญาวิทยาออกมาเตือนถึงการนำเสนอข้อมูลข่าวสารแบบนี้ ว่าอาจนำไปสู่พฤติกรรมการเลียนแบบ ซึ่งจากผลการศึกษาจำนวนมากพบว่าข้อสันนิษฐาน ข้อสังเกตที่ผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิทยาและอาชญาวิทยาเหล่านั้นออกมาเตือนนั้นเป็นความจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฐากรกล่าวว่า เห็นด้วยกับแนวทางการนำเสนอข้อมูลข่าวสารเหตุการณ์ยิงกราด เหตุการณ์สะเทือนขวัญต่างๆ ของประเทศสหรัฐอเมริกาและองค์การอนามัยโลกข้างต้น ที่การนำเสนอข่าวสารเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ควรมีการนำเสนอภาพคนร้าย รายละเอียด แผนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ คลิปเหตุการณ์สะเทือนขวัญต่างๆ เพราะจะทำให้คนร้ายทราบข้อมูลในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ส่งผลกระทบให้เจ้าหน้าปฏิบัติงานได้ยากขึ้น ทำเหตุการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้น ก่อให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ และไม่ควรนำเสนอข่าวถี่จนเกินไป ไม่ควรลงข่าวโดยใช้พาดหัวตัวโตๆ ในหน้าหนังสือพิมพ์ ไม่นำเสนอข่าวดัดแปลงให้มีลักษณะน่าตื่นเต้นเร้าใจ ไม่ลงลึกในรายละเอียดทุกขั้นตอนว่าฆ่าตัวตายยังไง ไม่ลงรูป หรือลงคลิปมาก โดยเฉพาะกรณีการนำเสนอข่าวบุคคลที่มีชื่อเสียงดารา ยิ่งต้องใช้ความระมัดระวังในการนำเสนอข่าวมากเป็นพิเศษ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้นยังไม่ควรลงชื่อคนร้ายในสื่อ หรือลงให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็นเท่านั้น อย่าให้พื้นที่สื่อกับคนร้าย อย่าขุดคุ้ยเรื่องราวของคนร้ายมานำเสนอให้คนสนใจตื่นเต้นจนเกินเหตุ เพื่อให้ขายข่าวได้ และอย่าลงการแถลงคำพูด คำสารภาพผิดของคนร้าย ต้องไม่ให้ความสำคัญกับคนร้ายจนคนร้ายกลายเป็นฮีโร่ ซึ่งจะนำแนวทางดังกล่าวเสนอที่ประชุม กสทช.เพื่อพิจารณาใช้เป็นแนวทางในการทำข่าวลักษณะนี้ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีเอส เปิดเผยว่า ตามที่ประชาชนส่งข้อมูลร้องเรียนเข้ามาผ่านทางหลายช่องทาง&amp;nbsp;ดีอีเอสร่วมกับกองบังคับการการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) และตำรวจในพื้นที่ &amp;nbsp;สภ.เมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ นำโดย พ.ต.อ.วัฒนชัย จันทาทุม ผู้กำกับการ สภ.เมืองชัยภูมิ ได้ร่วมกันติดตามเข้าตรวจสอบ และเมื่อเวลา 07.00 น.ที่ผ่านมาได้เข้าจับกุมตัวนายพีรพัฒน์ ชูแสง อายุ 28 ปี ที่ อ.เมืองชัยภูมิ&amp;nbsp;ผู้ต้องหากระทำความผิดนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้โพสต์ข้อความ &amp;quot;เทอมินอล 21 โคราช มาละ เดียวผม โรบินสัน ชัยภูมิ อย่าดูถูกความรู้สึกที่ที่มีให้ หมาจนตรอก มันไม่รู้คุนคัยหรอก&amp;quot;&amp;nbsp;ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกให้ประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;ทั้งนี้จากการสอบปากคำในเบื้องต้น ผู้ต้องหายอมรับสารภาพ โดยโพสต์ข้อความเพราะเมาและทะเลาะกับแฟน ขณะนี้ได้ส่งตัวดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การกระทำของหนุ่มชัยภูมิดังกล่าวเป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำอย่างยิ่ง จึงอยากให้ผู้ที่กระทำคำนึงถึงความรู้สึกของญาติผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต หากเป็นญาติตัวเองจะรู้สึกอย่างไร ไม่ควรนำเอาความสูญเสียมาทำเป็นเรื่องล้อเล่น &amp;nbsp;ทั้งนี้ขอเตือนประชาชนที่อาจทำด้วยความคึกคะนองหรือทำให้คนอื่นตกใจ มีความผิดทางอาญาฐานทำให้ผู้อื่นตกใจ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท, นำเข้าข้อมูลสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงฯ, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ใดๆ &amp;nbsp;อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงฯ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ร้อยเอ็ด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ร้อยเอ็ดได้จับกุมนายบอย (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ซึ่งได้โพสต์เฟซบุ๊กภาพมือถือคล้ายอาวุธปืนและข้อความว่า &amp;quot;โคราช ก็เกิดแล้ว ต่อไปร้อยเอ็ดคับ เดี๋ยวหมาจนตรอกอย่างผมจะทำมันเอง บิ๊กชีร้อยเอ็ด&amp;quot; โดยเป็นนักมวยที่ค่ายมวยแห่งหนึ่ง ที่ ต.บ้านดู่ อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด ทั้งนี้นายบอยให้การว่าเห็นคนโพสต์เหตุการณ์ที่นครราชสีมา และเห็นวัยรุ่นโพสต์ที่ชัยภูมิ ว่าจะก่อเหตุที่ห้างสรรพสินค้าชัยภูมิ ก็เลยนึกสนุกโพสต์เล่นๆ เลียนแบบว่าจะก่อเหตุที่ห้างดังของจังหวัดคือบิ๊กซีบ้าง จึงนำปืนของเล่นมาต่อกันเป็นด้าม จากนั้นตั้งกล้องถ่ายภาพตัวเองแล้วโพสต์ลงไปในเฟซบุ๊ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ร้อยเอ็ดได้แจ้งข้อหาแก่นายบอย 3 ข้อหา คือทำความผิดส่งข้อความอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์/โพสต์ข้อความอันเป็นเท็จเข้าทางคอมพิวเตอร์ และกระทำให้ประชาชนตกใจกลัว เป็นความผิดตามกฎหมายอาญา ที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน แต่เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นเยาวชนอายุเพียง &amp;nbsp;16 ปี หลังจากการสอบสวนปากคำแล้วจะนำตัวส่งเข้าสถานพินิจเพื่อลงโทษต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ชี้แจงกรณีผู้โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก PataniPeace ถึงสาเหตุที่ ร.อ.ศิริวิวัฒน์ แสงประสิทธิ์ ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ &amp;nbsp;4914&amp;nbsp;ถูกยิงในเหตุการณ์กราดยิงที่ จ.นครราชสีมาว่า &amp;quot;ได้ไปโกงเงินทหารยศสิบโท ที่โคราช เรื่องขายที่ดิน จนถูกยิงตายทั้งบ้าน 3 ศพ รวมทั้งเป็นผู้บงการสั่งฆ่าและโกงเงินประชาชนในพื้นที่ จชต.&amp;quot; ซึ่งโพสต์ดังกล่าวเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงกล่าวหา ร.อ.ศิริวิวัฒน์อย่างไร้เหตุผล ทำให้ผู้เสียชีวิตและครอบครัวได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงขอชี้แจงว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสืบเนื่องจาก ร.อ.ศิริวิวัฒน์ได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาให้ลาพักตามวงรอบจำนวน 10 วัน ตั้งแต่วันที่ 6-15 ก.พ.63 เพื่อไปดูแลมารดาซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียงที่หมู่บ้านอาภาภร 2 อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม และพาครอบครัวไปพักผ่อนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อไปร่วมงานเลี้ยงรุ่น ในระหว่างขับรถยนต์เดินทางถึงบริเวณวัดป่าศรัทธารวม ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา ได้ถูกจ่าสิบเอกจักรพันธ์กราดยิงจนเสียชีวิต โดยที่ ร.อ.ศิริวิวัฒน์และจ่าสิบเอกจักรพันธ์ไม่ได้มีความรู้จักและสนิทสนมกันมาก่อน ส่วนเรื่องที่กล่าวอ้างว่า ร.อ.ศิริวิวัฒน์มีความพฤติกรรมชั่วร้าย &amp;nbsp;พูดจาไม่สุภาพกับประชาชนนั้นไม่เป็นความจริง จากการสอบถามผู้ใกล้ชิดรวมถึงผู้บังคับบัญชาโดยตรง &amp;nbsp;พบว่า ร.อ.ศิริวิวัฒน์เป็นเจ้าหน้าที่ที่ชาวบ้านในพื้นที่ยกย่องชมเชยอยู่เสมอว่าเป็นผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ดีมาก ดูแลใส่ใจทุกข์สุขของประชาชนในพื้นที่.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56836</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฐากร ตัณฑสิทธิ์, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200210/image_big_5e416bbdb229f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56817</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; www.thaipost.net ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; Line ID:@thaipost ผ่านพ้นสุดสัปดาห์อันระทึกและเลวร้ายไปแล้ว สู่สถานการณ์ปกติในวันทำงานดังเดิม ขอแสดงความเสียใจกับผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตในเหตุการณ์กราดยิงโคราช และขอให้กำลังใจผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ได้สู้ต่อไป ขอบคุณเจ้าหน้าที่รัฐและเอกชนทุกหมู่เหล่า ที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาความมั่นคงปลอดภัยให้กับประชาชน ในการยุติเหตุร้ายลงได้โดยเร็ว ภารกิจภายหลังจากนี้ นอกเหนือจากการเยียวยาร่างกายและจิตใจของผู้ประสบเหตุแล้ว ระยะยาวต้องมีมาตรการป้องกันต่อไป รายละเอียดอย่างไร เป็นสิ่งที่เราต้องช่วยกันคิดและสอดส่องดูแลกัน ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจบภารกิจ &amp;ldquo;พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา&amp;rdquo; ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีหนังสือวิทยุในราชการ ระบุเนื้อหาขอบคุณผู้บังคับบัญชาและข้าราชการตำรวจทุกนายว่า &amp;ldquo;ข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้องทุกนายทุกระดับชั้น ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยความกล้าหาญ เสียสละ อุทิศตน ไม่หวั่นเกรงต่อภยันตราย แม้ต้องแลกด้วยเลือดเนื้อและชีวิต เพื่อปกป้องประชาชนและสังคม การกระทำดังกล่าวสมกับการได้ทำหน้าที่ &amp;ldquo;ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์&amp;rdquo; อย่างแท้จริง&amp;rdquo; ประชาชนอย่างเราก็ขอขอบคุณ &amp;ldquo;พล.ต.อ.จักรทิพย์&amp;rdquo; ด้วยเช่นกัน ในฐานะ ผบ.ตร. ผู้กล้าหาญ เป็นแม่ทัพใหญ่ลงไปร่วมปฏิบัติการในเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วยตัวเองอย่างไม่กลัวเกรง จนเป็นที่ยอมรับชื่นชมจากคนไทยไม่น้อยทีเดียว ...0 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทางฝั่งทหาร &amp;ldquo;พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์&amp;rdquo; ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เตรียมแถลงข่าวในวันนี้ (11 ก.พ.) ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน เกี่ยวกับเหตุการณ์กราดยิงโคราชที่ผ่านไปนี้ คำถามสำคัญที่กองทัพต้องชี้แจงแถลงไข คงไม่พ้นเรื่อง 1.มาตรการป้องกันคลังอาวุธเพียงพอหรือไม่ คนร้ายเพียงคนเดียวถึงปล้นอาวุธในคลังไปได้ และ 2.เหตุจูงใจในก่อเหตุร้าย เริ่มต้นจากข้อพิพาทที่ดินบ้านจัดสรรทหารจริงหรือไม่อย่างไร ผู้เกี่ยวข้องจะรับผิดชอบและแก้ไขอย่างไรต่อไป ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนในด้านสื่อมวลชน ก็มีประเด็นที่ต้องช่วยกันถอดบทเรียนเช่นกัน โดย &amp;ldquo;ฐากร ตัณฑสิทธิ์&amp;rdquo; เลขาธิการ กสทช. ยกกรณีต่างประเทศเลิกนำเสนอรูปคนร้ายในสื่อ เลิกการรายงานสดเหตุการณ์ เลิกการนำเสนอคลิปเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ซึ่งมีการศึกษาจากผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิทยาและอาชญาวิทยา เตือนถึงการนำเสนอข้อมูลข่าวสารแบบนี้ว่านำไปสู่พฤติกรรมการเลียนแบบ แนวทางปฏิบัติที่ &amp;ldquo;ฐากร&amp;rdquo; เสนอตอนหนึ่งคือ &amp;ldquo;ไม่ควรลงชื่อคนร้ายในสื่อ หรือลงให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ... ต้องไม่ให้ความสำคัญกับคนร้าย จนคนร้ายกลายเป็นฮีโร่&amp;rdquo; รวมถึงไม่ควรเสนอข่าวนานไป ซ้ำแล้วซ้ำอีก ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การสืบสวนกรณี ส.ส.เสียบบัตรลงคะแนนแทนกันในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2563 ไม่รู้จะได้เรื่องได้ราวไหม เมื่อ &amp;ldquo;ธีรัจชัย พันธุมาศ&amp;rdquo; ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ เสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญสืบสวนเรื่องนี้ แต่ประธานสภาฯ เห็นว่าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนจึงบรรจุในวาระปกติลำดับร้อยกว่าๆ ขณะที่ข้อเสนอให้คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรทำ ก็ถูกปฏิเสธโดย &amp;ldquo;อนันต์ ผลอำนวย&amp;rdquo; ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการดังกล่าว ได้เสนอให้คนกลาง เช่น ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานสอบเอง เท่ากับว่า เรื่องยังยื้อยังโยนกันไปมาอยู่ขณะนี้ ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น ถ้าจะให้ลงเอยตามข้อเสนอทุกฝ่าย ความหวังก็อยู่ที่ &amp;ldquo;ชวน หลีกภัย&amp;rdquo; ประธานสภาฯ จะทบทวนให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญสืบสวนเรื่องนี้เร่งด่วน โดยให้ผู้นำฝ่ายค้านเป็นประธานสอบได้หรือไม่ อันที่จริงท่านประธานยุคนี้ก็เน้นย้ำเรื่องจริยธรรมอยู่แล้ว ในเมื่อเรื่องนี้เกี่ยวกับประเด็นจริยธรรม ก็ไม่น่าปล่อยให้ชักช้าเนิ่นนาน จนเป็นที่ครหาให้เสื่อมเสียสภาได้ ...0&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56817</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, ฐากร ตัณฑสิทธิ์, นายชาติสังคม, บันทึกหน้า4, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56788</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2020 12:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2020 12:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เลขาธิการ กสทช. เปิดแนวทางการทำงานสื่อยกเลิกรายงานสดเหตุการณ์ ยกเลิกการนำเสนอคลิปเหตุการณ์สะเทือนขวัญชี้อาจก่อให้เกิดพฤฒิกรรมเลียนแบบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.พ. 2563 นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีสื่อมวลชนบางรายนำเสนอรายงานสดเหตุการณ์ที่คนร้ายกราดยิง รวมถึงการรายงานแผนปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติการจับกุมคนร้ายที่ จ.นครราชสีมา สำนักงาน กสทช. ตระหนักถึงความเสียหายจากการนำเสนอข้อมูลข่าวสารของสถานีโทรทัศน์ในลักษณะดังกล่าว เมื่อได้ศึกษาข้อมูลที่มีการนำเสนอผ่านสื่อต่างๆ และสื่อสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับ การนำเสนอข้อมูลข่าวสารในลักษณะเดียวกันของสื่อมวลชนในต่างประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา กรณีเหตุการณ์ยิงกราด เหตุการณ์สะเทือนขวัญต่างๆ และหลักการนำเสนอข่าวสารลักษณะนี้ของสื่อมวลชนที่องค์การอนามัยโลกได้เคยให้ไว้ พบว่า หลายประเทศมีการเลิกนำเสนอรูปคนร้ายในสื่อ เลิกการรายงานสดเหตุการณ์ ยกเลิกการนำเสนอคลิปเหตุการณ์สะเทือนขวัญต่างๆ แล้ว เพราะในต่างประเทศมีผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิทยา และอาชญาวิทยา ออกมาเตือนถึงการนำเสนอข้อมูลข่าวสารแบบนี้ว่านำไปสู่พฤติกรรมการเลียนแบบ ซึ่งจากผลการศึกษาจำนวนมากพบว่า ข้อสันนิษฐาน ข้อสังเกตที่ผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิทยา และอาชญาวิทยาเหล่านั้น ออกมาเตือนนั้นเป็นความจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายฐากร กล่าวว่า ผมเห็นด้วยกับแนวทางการนำเสนอข้อมูลข่าวสารเหตุการณ์ยิงกราด เหตุการณ์สะเทือนขวัญต่างๆ ของประเทศสหรัฐอเมริกาและองค์การอนามัยโลกข้างต้น ที่การนำเสนอข่าวสารเหตุการณ์ดังกล่าว ไม่ควรมีการนำเสนอภาพคนร้าย รายละเอียด แผนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ คลิปเหตุการณ์สะเทือนขวัญต่างๆ เพราะการนำเสนอข้อมูลข่าวสารดังกล่าว จะทำให้คนร้ายทราบข้อมูลในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ส่งผลกระทบให้เจ้าหน้าปฏิบัติงานได้ยากขึ้น ทำเหตุการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้น ก่อให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ และไม่ควรนำเสนอข่าวถี่จนเกินไป ไม่ควรลงข่าวโดยใช้พาดหัวตัวโตๆ ในหน้าหนังสือพิมพ์ ไม่นำเสนอข่าวดัดแปลงให้มีลักษณะน่าตื่นเต้น เร้าใจ ไม่ชี้แจงรายละเอียด ลงลึกในรายละเอียดทุกขั้นตอนว่าฆ่าตัวตายยังไง ไม่ลงรูป หรือลงคลิปมาก โดยเฉพาะกรณีการนำเสนอข่าวบุคคลที่มีชื่อเสียง ดารา ยิ่งต้องใช้ความระมัดระวังในการนำเสนอข่าวมากเป็นพิเศษ นอกจากนั้นยังไม่ควรลงชื่อคนร้ายในสื่อ หรือลงให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็นเท่านั้น อย่าให้พื้นที่สื่อกับคนร้าย อย่าขุดคุ้ยเรื่องราวของคนร้ายมานำเสนอ ให้คนสนใจ ตื่นเต้น จนเกินเหตุ เพื่อให้ขายข่าวได้ และอย่าลงการแถลงคำพูด คำสารภาพผิดของคนร้าย ต้องไม่ให้ความสำคัญกับคนร้าย จนคนร้ายกลายเป็นฮีโร่ และจะนำแนวทางดังกล่าว เสนอที่ประชุม กสทช. เพื่อพิจารณาใช้เป็นแนวทางในการทำข่าวลักษณะนี้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายฐากร กล่าวว่า จากเหตุการณ์การนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนบ้านเราบางช่อง โดยเฉพาะสถานีโทรทัศน์บางสถานี ตั้งแต่ครั้งนำเสนอข่าวการฆ่าตัวตายของ อาจารย์สถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง จนกระทั่งการรายงานสดเหตุการณ์กราดยิงที่จ.นครราชสีมาในครั้งนี้ ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ กระทบต่อจิตใจของประชาชนผู้รับชมข้อมูลข่าวสาร ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ รวมถึงอาจส่งผลให้เกิดพฤติกรรมการเลียนแบบ โดยมองแบบผิดๆ ว่าเป็นฮีโร่ การกระทำดังกล่าวทำให้ตัวเองโด่งดังได้ ก่อให้เกิดปัญหาขึ้นในสังคมไทยได้ ผมเห็นว่า เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก และสังคมไทยไม่ควรเกิดเหตุการณ์การสูญเสียเช่นนี้อีกแล้ว การนำเสนอข่าวสารต่างๆ ต้องเปลี่ยนกลยุทธ์ เปลี่ยนมุมมองใหม่ ไม่ใช่นำเสนอในแนวที่เสมือนให้ผู้ชมอยู่ในเหตุการณ์อย่างเดียว แต่ต้องคิดถึงผลจากการนำเสนอข่าวสารในรูปแบบนั้นๆ ว่าจะส่งผลกระทบอย่างไรบ้างด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังเช่นกลยุทธ์การนำเสนอข่าวของสหรัฐอเมริกา อย่างหนึ่งที่ผมคิดว่าสื่อมวลชนบ้านเราควรนำมาปรับใช้ คือ การกระทำของคนร้ายในแง่ลบเสมอ และเน้นย้ำถึงความน่าอับอายและขี้ขลาดของการกระทำของคนร้าย อย่าลงข่าวถึงเหตุผล หรือตรรกะ จนละเอียดยิบว่าทำไมคนร้ายลงมือก่อเหตุ เพราะคนร้ายคนต่อๆไป มันจะรู้สึกว่าเรื่องราวที่ดู หรืออ่านจากการนำเสนอข่าวคล้ายกับตัวเอง และอย่านำเสนอข่าวเหตุการณ์เช่นนี้นานไป อย่ามีการนำเสนอคลิปเหตุการณ์ซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ควรนำเสนอข่าวสั้นๆ กระชับ และอย่านำเสนอข่าวในรูปแบบอนิเมชั่น หรือนำเสนอเป็นรายงานข่าว จำลองเหตุการณ์ให้ดูซ้ำแล้วซ้ำอีก จนอาจก่อให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคน ทุกฝ่ายควรตระหนัก ไม่ว่าจะเป็นสื่อมวลชนในฐานะผู้นำเสนอข่าวสาร กสทช. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล รวมถึงประชาชนผู้รับสารด้วย ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน กำหนดแนวทาง แสดงท่าที ความต้องการต่อการนำเสนอเนื้อหาข่าวสารที่เหมาะสม ผมจะเสนอแนวทางการนำเสนอข่าวแบบนี้ให้บอร์ด กสทช. พิจารณา เพื่อให้มีการนำเสนอข่าวสารในเชิงสร้างสรรค์เกิดประโยชน์ต่อสังคม การนำเสนอข่าวสารเหตุการณ์ที่รุนแรง สะเทือนขวัญต้องดำเนินการอย่างรอบครอบจะเน้นที่ความเร็วอย่างเดียวไม่ได้ การนำเสนอข่าวในเชิงสร้างสรรค์คำนึงถึงผลดี ผลเสียที่จะเกิดขึ้นต่อสังคม จะทำให้ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์จากการนำเสนอและรับข้อมูลข่าวสารมากกว่า&amp;rdquo; เลขาธิการ กสทช. กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56788</URL_LINK>
                <HASHTAG>กราดยิง, กสทช., ฐากร ตัณฑสิทธิ์, แนวทางการทำงานของสื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191113/image_big_5dcb74b80cf10.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56735</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสทช.เงื้อดาบ จ่อฟันทีวีล้ำเส้น รายงาน&#039;จ่าคลั่ง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กสทช.เตรียมเรียกทีวีทุกช่องให้ข้อมูลรายงานสดเหตุยิงกราดที่โคราชคนตายเป็นเบือ ก่อนพิจารณาโทษบางช่องล้ำเส้นรายงานข่าวส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า สำนักงาน กสทช.ขอแสดงความเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดนครราชสีมา โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างฉุกละหุก สำนักงานฯ จึงได้ออกคำสั่งไปยังสถานีทรทัศน์ทุกช่องให้การงดการนำเสนอภาพข่าว การรายงานสด ที่จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติการในเหตุการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม จากการติดตามตรวจสอบของสำนักงาน กสทช. พบว่ายังมีบางสถานีที่ไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด จึงได้โทรศัพท์แจ้งเตือนโดยตลอด จนทำให้ระดับการรายงานข่าวที่ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสำนักงาน กสทช.ได้ดำเนินงานอย่างเต็มกำลังเพื่อแก้ไขปัญหาอันเกิดจากสถานการณ์เร่งด่วนดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนี้ สำนักงานฯ จะรีบบรรจุเรื่องนี้เป็นวาระเร่งด่วนเสนอที่ประชุม กสทช. เพื่อเรียกสถานีทุกช่อง โดยเฉพาะสถานีที่มีการรายงานสดมาให้ข้อมูล พร้อมทั้งพิจารณาหลักฐานประกอบ ก่อนที่ กสทช.จะลงมติดำเนินการกับช่องทีวีเหล่านั้นต่อไป และสำนักงาน กสทช.จะได้เรียกสถานีโทรทัศน์ทุกสถานีมาทำความเข้าใจการนำเสนอเนื้อหาที่มีความละเอียดอ่อน ส่งผลกระทบต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนอีกครั้ง เพื่อดำเนินการเสนอมาตรการรองรับการออกอากาศรายการในลักษณะดังกล่าวต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดท้ายนี้ สำนักงาน กสทช.ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ในครั้งนี้อย่างยิ่ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56735</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฐากร ตัณฑสิทธิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200209/image_big_5e3ff7985069d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
