<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97174</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2021 19:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2021 09:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธุรกิจประกันปี64แข่งเดือด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประเทศไทยกำลังปลดล็อกก้าวสู่โลกดิจิทัล ดังนั้นธุรกิจประกันและการเงินจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องปรับตัวสู่การดำเนินธุรกิจรูปแบบใหม่ ตอบสนองความต้องการที่มากขึ้น ภาคธุรกิจจำเป็นต้องสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการผ่านดิจิทัลมากขึ้น ดังนั้น Thai Group หรือเครือไทย โฮลดิ้งส์ ได้เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจด้วย 6 กลยุทธ์ นำเสนอและพัฒนาระบบอีโคซิสเต็มได้อย่างครบรอบด้าน ทั้งบริการและผลิตภัณฑ์สู่แพลตฟอร์มดิจิทัล พร้อมปรับโครงสร้างองค์กรรับโมเดลธุรกิจใหม่ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างสูงสุด ให้ผลลัพธ์ที่ออกมามีความสอดคล้องไปกับวิสัยทัศน์ มุ่งสู่เป้าหมายการเป็นผู้นำธุรกิจการเงินในประเทศไทย และขยายการให้บริการไปยังภูมิภาคอาเซียนภายในปี 2568&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นาย ฐากร ปิยะพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เครือไทย โฮลดิ้งส์ เปิดเผยว่า เครือไทย โฮลดิ้งส์ ดำเนินธุรกิจด้านประกันและการเงิน ประกอบด้วย อาคเนย์ประกันภัย อาคเนย์ประกันชีวิต อาคเนย์แคปปิตอล อาคเนย์มันนี่ และไทยประกันภัย ก็ได้รับผลกระทบและต้องปรับตัวสู่ยุคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วแบบนิวนอร์มอล (New Normal) จึงต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่ม และพัฒนาผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ตรงใจลูกค้าให้มากที่สุด ด้วย 6 กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ประกอบด้วย การมุ่งสร้างการเติบโตอย่างเข้มแข็ง ผ่านการปรับพอร์ตธุรกิจประกันชีวิต, สร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ, สร้างประสบการณ์ที่ดีของพนักงานด้วยการพัฒนาทักษะและสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงาน, พัฒนาการใช้งานบิ๊กดาต้าเพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค, สร้างกระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยี และปรับโครงสร้างองค์กรรับโมเดลธุรกิจใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายฐากรกล่าวว่า เป้าหมายการขยายตลาดนั้น ในกลุ่มธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิต จะมุ่งสร้างผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง เน้นการขายผ่านช่องทางออนไลน์ ด้วยนวัตกรรมประกันภัยที่ทันสมัย ใช้ดิจิทัลและดาต้าขยายฐานลูกค้าใหม่ จากปัจจุบันที่มีลูกค้าอยู่ประมาณ 4 ล้านราย ตลอดจนสร้างการรับรู้ของแบรนด์อาคเนย์ประกันภัย อาคเนย์ประกันชีวิต ผ่าน Winning Product และการดูแลลูกค้าให้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ไร้ความกังวลใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ขณะที่ ธุรกิจการเงินจะเน้นสร้างประสิทธิภาพ ลดต้นทุน สร้างกำไร พร้อมวางโครงสร้างพื้นฐานและหาพันธมิตรทางธุรกิจที่ดี โดยมั่นใจว่าจะช่วยเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดของธุรกิจในภาพรวมให้ติดอันดับ 1 ใน 5 ของตลาด เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำธุรกิจการเงินในประเทศไทย และขยายการให้บริการไปยังภูมิภาคอาเซียนภายในปี 2568&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เป้าหมายของเรา Thai Group คือ การทำให้ทุกบริการด้านการเงินประกันเข้าไปอยู่ทุกๆ ที่ที่ลูกค้าอยู่ รวมถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันให้เหมาะกับแต่ละกลุ่มคนมากขึ้น เป็นผู้สร้างนวัตกรรมและพัฒนาบริการด้านการเงินแบบครบวงจร สามารถเชื่อมโยงไปสู่ธุรกิจไฟแนนซ์ให้เป็นแพลตฟอร์มเดียวกัน&amp;rdquo; ฐากรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ชูคอนเซ็ปต์ &amp;#39;เสี่ยงน้อย จ่ายน้อย&amp;#39;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ด้านนายอัญชลิน พรรณนิภา ประธานบริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด กล่าวว่า ตลาดประกันภัยรถยนต์ในปัจจุบันอยู่ในภาวะการแข่งขันสูง โดยเฉพาะในด้านของราคา ดังนั้น TQM จึงออกมาเป็นยุทธศาสตร์ &amp;lsquo;สบายใจ 3F&amp;rsquo; ได้แก่ Fair: เสี่ยงน้อย จ่ายน้อย และเหมาะสมกับการใช้งานของแต่ละกลุ่มลูกค้า Fulfill: เติมเต็มความสบายใจด้วยโปรดักต์ประกันที่มีความคุ้มครองครบตามความต้องการ Friend: ให้บริการด้วยใจเสมือนเพื่อนที่จะอยู่เคียงข้างไม่ทิ้งกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นางนภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด กล่าวว่า TQM ได้นำมาต่อยอดสู่กลยุทธ์การพัฒนาโปรดักต์ประกันภัย ทั้งนี้ ในแคมเปญแรก &amp;lsquo;แฟร์&amp;rsquo; เกิดขึ้นด้วยความเข้าใจถึงสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน และเข้าใจคนใช้รถที่มีความต้องการที่แตกต่างกัน จึงได้สร้างสรรค์ประกันรถยนต์ออกมาตามกลุ่มลูกค้าด้วย 3 โปรดักต์ ได้แก่ &amp;lsquo;ประกันสำหรับรถสีขาว&amp;rsquo; เพราะรถสีขาวมองเห็นชัดจึงมีความเสี่ยงน้อยในการเกิดอุบัติเหตุ TQM จึงให้ลูกค้าได้จ่ายถูกกว่าด้วยส่วนลดสูงสุดอีก 5%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;ประกันรถต่างจังหวัด&amp;rsquo; ขับในจังหวัดเส้นทางเดิมๆ มีความคุ้นชินจึงมีความเสี่ยงน้อยกว่ารถในกรุงเทพฯ TQM จึงให้รถทะเบียนต่างจังหวัดได้ทำประกันที่ถูกกว่าด้วยส่วนลดสูงสุดถึง 3,000 บาท และ &amp;lsquo;ประกันรถขับน้อย&amp;rsquo; ประกันที่ออกแบบมาเพื่อกลุ่มมีรถแต่ไม่ค่อยได้ใช้ ใช้รถโดยสารสาธารณะมากกว่า หรือมีรถหลายคัน TQM จึงออกแบบความคุ้มครองและราคาตามการใช้ ทั้งแบบตามระยะทางการใช้งาน และตามระยะเวลาการใช้งาน ผสานกับเทคโนโลยีที่จะเข้ามาช่วยในการช่วยติดตามการใช้งานและเตือนเมื่อใกล้หมด เพื่อเพิ่มความสะดวกให้แก่ลูกค้ายิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ในแคมเปญ &amp;lsquo;แฟร์&amp;rsquo; TQM ได้ผนึกกับพันธมิตรในการขับเคลื่อนให้โปรดักต์เข้าถึงลูกค้าตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด โดยร่วมกับ MCOT เป็นสื่อกลางในการกระจายและสื่อสาร &amp;lsquo;ประกันรถต่างจังหวัด&amp;rsquo; ไปยังลูกค้าต่างจังหวัด ประกอบกับ TQM มีทีมขายต่างจังหวัดอยู่ทั่วประเทศที่พร้อมรองรับและให้บริการลูกค้าได้เป็นอย่างดี และร่วมกับ AIS ใน &amp;lsquo;ประกันรถขับน้อย&amp;rsquo; ในการนำเทคโนโลยี IOT เข้ามาช่วยจับวัดระยะทาง ทำให้ลูกค้าได้รับบริการที่ทันสมัยและสะดวกสบายยิ่งขึ้น ให้สามารถทำประกันชั้น 1 ได้แบบแฟร์ แฟร์
เมืองไทยประกันภัยกำไรพุ่งเกือบ 39%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เมืองไทยประกันภัย หรือ MTI เปิดเผยว่า ผลการดำเนินปี 2563 มีเบี้ยประกันภัยรับรวม 14,725 ล้านบาท สูงขึ้นจากปี 2562 คิดเป็น 10.3% กำไรสุทธิ 590.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.8% เป็นผลมาจากกลยุทธ์การกำหนดสัดส่วนผลิตภัณฑ์ ระหว่างการประกันภัยรถยนต์และการประกันภัยทั่วไปอย่างเหมาะสม มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องของผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ ทั้งภาคสมัครใจและภาคบังคับ ที่มีการเติบโตกว่า 13.8%
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ มีงานประกันภัยสุขภาพที่ขยายตัวสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค รวมทั้งการประกันอัคคีภัยและประกันภัยทรัพย์สินที่ยังเติบโตได้ดีแม้สถานการณ์จะไม่เอื้ออำนวย แต่บริษัทเน้นนโยบายการรักษาฐานลูกค้าเดิมได้อย่างดีที่สุด สิ่งสำคัญที่สุดที่บริษัทมีการเติบโตในสภาวะเช่นนี้ได้นั้น เกิดจากการบริหารจัดการที่ดี สามารถเตรียมความพร้อมรับมือในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี รวมไปถึงการบริหารจัดการด้านประกันภัยต่อ และที่ขาดไม่ได้คือ การปรับตัวอย่างรวดเร็วและความร่วมมือของพนักงานเมืองไทยประกันภัยทุกคน. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97174</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฐากร ปิยะพันธ์, ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์, นวลพรรณ ล่ำซำ, นิวนอร์มอล, อัญชลิน พรรณนิภ, อาคเนย์ประกันชีวิต, เครือไทย โฮลดิ้งส์, เมืองไทยประกันภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605b31358cb10.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13774</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2018 15:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2018 15:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรุงศรีคอนซูมเมอร์ ยกระดับการให้บริการเปิดระบบชำระเงินผ่านคิวอาร์โค๊ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงศรี คอนซูมเมอร์ มุ่งยกระดับการให้บริการลูกค้า เตรียมเปิดระบบชำระเงินผ่านคิวอาร์โค๊ด คาดให้บริการในเดือน ส.ค.นี้ พร้อมโชว์ผลงานครึ่งแรกปี 61 มียอดใช้จ่ายผ่านบัตรรวมกว่า 165,000 ล้านบาท โต 9%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค. 61 นายฐากร ปิยะพันธ์ ประธานกรรมการ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดบัตรเครดิตในช่วงครึ่งหลังของปี 2561 โดยคาดว่าน่าจะมีทิศทางขยายตัวได้ดีขึ้น ซึ่งในช่วงที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งทำให้ทั้งปีนี้เชื่อว่าภาพรวมตลาดบัตรเครดิตจะมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 13% โดยในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาภาพรวมตลาดบัตรเครดิตคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 9-10%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในช่วงครึ่งหลังของปี 2561 นี้ บริษัทยังคงมุ่งเน้นในการยกระดับการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนในการให้บริการชำระเงินผ่านระบบคิวอาร์โค๊ด เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าพร้อมรองรับพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล สำหรับระบบการชำระเงินผ่านคิวอาร์โค๊ดจะให้บริการได้ในเดือน สิงหาคม นี้ นอกจากนี้ยังมีแผนเปิดตัวอีคูปองในแอพพลิเคชั่นยูชู้ด (Application Choose) และยังมีการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ในชื่อ Card Control บนแอพพลิเคชั่นยูชู้ด รวมไปถึงการเปิดตัวเครดิตใหม่&amp;rdquo;ทาคาชิมาญ่า&amp;rdquo;อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งแรกที่ผ่านมา บริษัทมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรจำนวน 165,000 ล้านบาท เติบโต 9% ในส่วนของยอดสินเชื่อใหม่ มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 44,500 โต 7% ส่วนการเปิดบัญชีลูกค้าใหม่มีจำนวนรวม 410,000 บัญชี เติบโต 5% แบ่งเป็น บัญชีบัตรเครดิต 225,000 เติบโต 9% และ บัญชีสินเชื่อใหม่รวมจำนวน 185,000 บัญชี ลดลง 2% อย่างไรก็ตามในปัจจุบันบริษัทมีจำนนบัญชีรวม 8.6 ล้านบัญชี เติบโต 6.9% และมียอดสินเชื่อคงค้างรวม 140,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะอยู่ที่ 153,000 ล้านบาท เติบโต 6%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13774</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงศรี คอนซูมเมอร์, ฐากร ปิยะพันธ์, บัตรเครดิต, ผู้บริโภค, ยุคดิจิทัล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b519f595d9d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
