<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89650</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2021 09:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2021 09:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปิยบุตร&#039;อาลัย&#039;ฐากูร&#039;ย้อนความหลังตั้งพรรคอนาคตใหม่กับทีมสื่ออาวุโส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ม.ค.64- ปิยบุตร แสงกนกกุล &amp;nbsp;เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความแสดงความอาลัย ต่อการจากไปของนายฐากูร บุนปาน รองประธานกรรมการเครือมติชน ผ่านเฟซบุ๊ก ใจความว่า &amp;nbsp;ด้วยรักและอาลัย &amp;ldquo;พี่โต้ง&amp;rdquo; ฐากูร บุนปาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังรัฐประหาร 22 พ.ค.2557 ผมพบพี่โต้งครั้งแรก ในวงอาหารที่ร้าน &amp;ldquo;เบียร์หิมะ&amp;rdquo; วันนั้น พวกเรา ไปรับอาจารย์วรเจตน์ หลังจากได้รับการปล่อยตัว จากการถูกควบคุมตัวในข้อหาไม่ไปตามคำสั่งเรียกของ คสช.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่โต้งมาร่วมวงกับเราตามคำชวนของอาจารย์พวงทอง และพี่จุ๊ จุฬาลักษณ์ มื้อนั้น พี่โต้งอาสาขอเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารต้อนรับอิสรภาพของอาจารย์วรเจตน์ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น ผมกับพี่โต้งก็พูดคุย สนทนากันมากขึ้น อาศัยว่าบ้านอยู่ในละแวกเดียวกัน พี่โต้งไม่ขับรถ ไปไหนมาไหน ใช้บริการแท็กซี่ เวลาเลิกจากวงอาหาร ก็มักจะ &amp;ldquo;ติดลม&amp;rdquo; หาที่คุยกันต่อ ขากลับ ผมก็แวะไปส่งพี่โต้งที่บ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐประหาร 22 พ.ค.2557 ทำให้ผมอยู่ในห้วงความรู้สึกโกรธ เศร้า กับสถานการณ์การเมืองไทย ประกอบกับ มธ ปรับปฏิทินการศึกษาใหม่ ให้เปิดเทอมแรกเดือนสิงหาคม ทำให้มีเวลาว่าง ไม่ต้องสอนหนังสืออยู่หลายเดือน ก็ยิ่งฟุ้งซ่าน ช่วงนั้น ผมเลือกใช้วิธีการออกไปนอกบ้าน หาอะไรดื่ม คิดอะไรไปเรื่อย หลายครั้ง ผมโทรหาพี่โต้ง ชวนออกมาดื่ม ช่วงนั้น กระแสคราฟต์เบียร์เริ่มมา พวกเราก็ไปตระเวนหาร้านดื่มกันย่านอารีย์ ย่านพระอาทิตย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีวันหนึ่ง ผมกะทิ้งตัว ดื่มยาวๆ เลือกจอดรถไว้ที่บ้าน ตระเวนดื่มไปเรื่อย มาจบที่ร้านเปิดใหม่แถวบางขุนนนท์ เกือบห้าทุ่มแล้ว ผมลองโทรหาพี่โต้ง ไม่ได้คาดคิดว่าแกจะยอมออกจากบ้านมา แต่แกมีน้ำใจกับผม นั่งแท็กซี่ออกมาดื่มด้วยกัน วันนั้นคุยกันสนุก โดยเฉพาะเรื่องฟุตบอล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงนั้น เราใช้บาร์ ร้านเหล้า ร้านข้าวต้ม เป็นสถานที่สนทนากันบ่อยครั้ง เรื่องการเมือง เศรษฐกิจ หนังสือ ธุรกิจสื่อใหม่ ฟุตบอล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่โต้งให้โอกาสผม เขียนคอลัมน์ในมติชนสุดสัปดาห์ วันนั้นจำได้ว่า นัดกันย่านพระอาทิตย์ พี่โต้ง ชวนผมและศิริพจน์ มาดื่มคุย เพราะเราทั้งคู่จะเริ่มเขียนลงมติชนสุดสัปดาห์ ไล่ๆกัน วงวันนั้น เริ่มตั้งแต่ 3 ทุ่ม ไปจบเอาตีสอง จากร้านหนึ่งย่านพระอาทิตย์ ไปจบอีกร้านหนึ่งย่านบางลำพู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี 2559 ผมรับทุนจากรัฐบาลฝรั่งเศส ไปค้นคว้าที่ปารีส 6 เดือน วงดื่มกับพี่โต้งที่เคยมีบ่อยๆก็ลดน้อยลงไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดือนกรกฎาคม ผมกลับมา เพื่อรณรงค์ vote no ประชามติร่าง รธน และจัดงานแต่งงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมนัดพี่โต้ง เพื่อพูดคุยเรื่องรณรงค์ประชามติ และเชิญแกมาร่วมงานแต่งงานของผมกับ Eug&amp;eacute;nie&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 สค ในงานแต่งงาน พี่โต้งได้มอบบทกวีที่แกแต่งขึ้น เขียนด้วยลายมือ และใส่กรอบให้กับเรา พี่โต้งบอกว่า ชื่อของ Eug&amp;eacute;nie ควรเรียกเข้าไทยว่า &amp;ldquo;อุชเชนี&amp;rdquo; ซึ่งเป็นนามปากกาของประคิณ ชุมสาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลายปี 2560 ธนาธร ชัยธวัช และผม คิดอ่านจะตั้งพรรคการเมือง พวกเรานัดพบปะพูดคุยกับผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้อาวุโสจากหลายแวดวง เพื่อขอความรู้ประสบการณ์ หนึ่งคนในนั้น ต้องมี ฐากูร บุนปาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรานัดกันที่บ้านของ ธนาธร เราชวน พี่ป้อม นิธินันท์ พี่ถึก ใบตองแห้ง พี่ชูวัส และพี่โต้ง นอกจากนั้น ผมยังไปชวน &amp;ldquo;คุณช่อ&amp;rdquo; มาด้วย วันนั้น นอกจากขอความรู้จากสื่ออาวุโสแล้ว ผมตั้งใจขอให้คุณช่อทิ้งอาชีพสื่อ มาร่วมก่อตั้งพรรคกับพวกเรา วงเริ่มตั้งแต่ 5 โมงเย็น ไปจบเอาข้ามไปวันใหม่อีกหลายชั่วโมง ธนาธรหมดไวน์ไปหลายขวด พี่โต้ง อยู่กับพวกเราจนวงเลิก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่โต้งได้วาดภาพให้เราดูว่า หากเราตั้งพรรค จะเจออะไรบ้าง และควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคการเมืองต้องมีทีมงานเบื้องหลัง ทีมที่สำคัญทีมหนึ่ง คือ ฝ่ายสื่อสารของพรรค ผมคุ้นเคยกับเชตวันมานาน และอนาคตของเขาที่มติชนก็น่าจะไปได้ดี แต่ผมก็ไปชวนให้เชตวันออกจากมติชน ออกจากพื้นที่ปลอดภัย แล้วมา &amp;ldquo;เสี่ยง&amp;rdquo; กับพวกเรา มาช่วยทีมสื่อของพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมโทรไปขอพี่โต้ง แกตอบกลับมาว่า แกคุยกับเชตวันเรียบร้อย สนับสนุน ให้กำลังใจ เอาใจช่วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผมกลายเป็นนักการเมืองเต็มตัว เวลาของการพบปะ ดื่ม คุยกับพี่โต้งก็ลดลงไป เวลาผมไปตระเวนเดินสายหลายจังหวัด แกโทรมาเมื่อไร ก็ได้แต่นัดแนะว่า ไว้กลับมากรุงเทพฯหาเวลานัดกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังการเลือกตั้ง 24 มีนาคม 62 พี่โต้งโทรมาแสดงความยินดี และบอกว่า ให้เตรียมตั้งรับให้ดี ต่อไปคือของจริง&amp;nbsp;
จริงดังที่พี่โต้งว่า หลังจากนั้น ธนาธรและผม เจอคมหอกคมดาบพุ่งเข้าใส่ไม่เว้นแต่ละวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่โต้งให้กำลังใจผมเสมอ มีความห่วงใยฝากมาทุกครั้งที่ได้ยกหูคุยกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลางปี 62 ผมทราบข่าวร้ายว่า พี่โต้งเป็นมะเร็ง และเริ่มเข้ารับการรักษา เราเจอกันที่มติชน พี่โต้งยังกำลังใจเต็มเปี่ยม บอกผมว่า ตอนนี้ ต้องพัก ออกไปซ่ากับผมเหมือนก่อนไม่ได้ ไว้ร่างกายหายดีเมื่อไร ค่อยไปดื่มกันใหม่ ผมยิ้มรับ เรื่องดื่มคุยกันแบบก่อนเรื่องเล็ก ให้พี่กลับมาแข็งแรงสำคัญกว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ค.63 ผมไปร่วมเสวนางาน &amp;ldquo;80 ปี อาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์&amp;rdquo; ได้พบกับพี่โต้งอีกครั้ง แม้ร่างกายจะเปลี่ยนไปอันเนื่องมาจากการรักษา แต่แกยังดูสดใส และพูดคุยกันเรื่องการเมืองสนุกสนานเหมือนเคย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค. 63 อาจารย์ช้าง ขรรค์ชัย บุนปาน เป็นเจ้าภาพ เลี้ยงอาจารย์นิธิ ที่ร้านเบียร์หิมะ วงวันนั้น สนุกมาก เพราะ การชุมนุมของนักเรียน นักศึกษา เริ่มจุดติดไปทั่วประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่วันนั้น คือ วันที่ผมได้พบกับพี่โต้งเป็นครั้งสุดท้าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่างเป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ กลางปี 57 ผมรู้จักพี่โต้งครั้งแรกที่นี่ กลางปี 63 ผมพบพี่โต้งครั้งสุดท้าย ก็ที่นี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงเดือน พย ระหว่างไปลุยหาเสียงท้องถิ่น เชตวัน แจ้งผมว่า อาการพี่โต้งทรุดหนัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลาย พย ธนาธรและผม นำทีมผู้สมัคร อบจ เข้าพบมติชน ปกติ พี่โต้งจะมาต้อนรับพวกเราทุกครั้ง แต่วันนั้น ไม่มีพี่โต้ง ผมคาดได้ว่า อาการของพี่โต้งคงหนักเข้าระยะสุดท้ายแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนาธรและผม ติดต่อเพื่อขอเข้าเยี่ยมพี่โต้ง เพื่อ &amp;ldquo;บอกลา&amp;rdquo; แต่ด้วยสภาพร่างกายของพี่โต้งในระยะสุดท้ายและทางครอบครัวขออนุญาตใช้เวลาช่วงสุดท้ายให้เต็มที่ เราจึงไม่ได้เจอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในบทสนทนาของเราหลายครั้ง พี่โต้งฝันอยากเห็นบ้านเมืองที่ดีขึ้นกว่าเดิม ก้าวหน้ากว่าเดิม ผมเชื่อมั่นว่าจะมาถึงในเร็ววัน แม้วันนี้ เราไม่มีโอกาสยืนมองและเห็นด้วยตาพร้อมกันแล้ว แต่เราจะได้เห็นด้วยกันอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยรักและอาลัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มกราคม 2564.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89650</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคอนาคตใหม่, ฐากูร บุนปาน, ปิยบุตร แสงกนกกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201023/image_big_5f92ed134c54d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89642</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2021 08:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2021 08:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ช่อ&#039;อาลัย&#039;พี่โต้ง&#039;ย้อนอดีตร่วมสนทนาตั้งพรรคอนาคตใหม่ที่ห้องสมุดบ้านธนาธร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ม.ค.64- &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Pannika Chor Wanich แสดงความอาลัยต่อการจากไปของนายฐากูร บุนปาน รองประธานกรรมการเครือมติชน ใจความว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่โต้งคะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราไม่ได้เจอกันนานเลย ตั้งแต่พี่โต้งเริ่มป่วยเยอะ เลยไม่ค่อยได้ออกงาน ส่วนช่อก็ยุ่งกับงานหาเสียงโค้งสุดท้าย จนมารู้อีกที พี่โต้งก็จากไปเสียแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่อเคยให้สัมภาษณ์สื่อไปนับครั้งไม่ถ้วน ถึงเหตุการณ์ที่ชักนำช่อมาอยู่บนเส้นทางการเมือง ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2561 บทสนทนาที่ห้องสมุดบ้านธนาธร ไวน์นับสิบขวด และการรวมตัวของสื่ออาวุโสที่มานั่งวิเคราะห์สถานการณ์บ้านเมืองกันว่า พรรคตั้งใหม่ที่เปิดหน้าชนคสช. จะไปรอดหรือไม่ และจะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้สักแค่ไหน&amp;nbsp;
แต่ที่ช่อไม่เคยเล่าที่ไหน ก็คือพี่โต้งเป็นหนึ่งในคนที่นั่งอยู่ในวงนั้นด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บทสนทนาลากยาวจากค่ำจนถึงเช้ามืดของอีกวัน สหายสื่ออาวุโสทยอยกันกลับ จากนับ 10 เหลือเพียง 4-5 คนที่อยู่จนถึงเลิกวง พี่โต้งเป็นหนึ่งในนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ใช่เพราะคอแข็ง หรือดื่มสุขุมกว่า แต่เพราะพี่โต้ง &amp;ldquo;เป็นห่วง&amp;rdquo; มากกว่าทุกคน วันนั้นสมาชิกส่วนใหญ่ในวงลงความเห็นว่าเสี่ยงเกินไป และไม่มีประโยชน์ที่จะตั้งพรรคท่ามกลางกฎเกณฑ์ที่ไม่เอื้ออำนวย พี่โต้งเองก็ดูจะเห็นไปทางนั้น แต่กลับไม่ได้ห้ามปราม เพียงแต่ให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่าสิ่งที่อาจเกิดกับพรรคใหม่ คืออะไรบ้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาจเพราะพี่โต้งรู้ดีในฐานะอดีตเพื่อนร่วมงาน ว่าคนอย่างธนาธร เมื่อตัดสินใจทำอะไรแล้วก็ไม่มีใครห้ามได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนั้นอ.ป๊อกชักชวนช่อด้วยประโยคชวนโมโหว่า &amp;ldquo;คนมีความสามารถอย่างคุณช่อไม่ควรเป็นแค่นักข่าว มาทำงานการเมืองกับพวกเราเถอะ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่อตอบกลับไปว่า &amp;ldquo;คิดว่านักข่าวทำอะไรได้น้อยหรือคะ ถ้างั้นอาจารย์การันตีได้มั้ยว่าถ้าช่อไปอยู่พรรคนี้ จะทำอะไรให้ประเทศได้มากกว่าเป็นนักข่าว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลาเกือบ 3 ปี พิสูจน์แล้วว่า &amp;ldquo;ช่อ&amp;rdquo; ที่เป็นนักการเมือง ได้ทำอะไรให้ประเทศนี้มากกว่าตอนเป็นสื่อมวลชน&amp;nbsp;
แต่พี่โต้งคะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่โต้งเป็นคนที่พิสูจน์ว่า สื่อมวลชนเองก็ไม่ได้ทำอะไรได้น้อยกว่านักการเมืองเลย หากเขาเป็นสื่อที่แน่วแน่ในจรรยาบรรณ มุ่งมั่นในการนำเสนอข่าวสารที่เป็นไฟส่องทางสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราต่างทำคนละบทบาท แต่มุ่งสู่จุดหมายเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตั้งแต่ช่อมาทำงานการเมือง ในบทบาทโฆษก ก็ได้รบกวนพี่โต้งอยู่เสมอ ทั้งขอคำแนะนำ สอบถามข้อมูล ไปจนถึงขอความเห็นในฐานะสื่ออาวุโส ว่าการเมืองในขณะนั้นจะออกหน้าไหน และทุกครั้งพี่โต้งก็ช่วยเหลือช่ออย่างเต็มที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในฐานะสื่อที่สะท้อนความต้องการของสังคมสู่นักการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในฐานะสหายอาวุโสที่ชี้แนะผู้อ่อนประสบการณ์กว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่อยากเห็นประเทศก้าวหน้า สู่อนาคตใหม่ที่ดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกหลายครั้ง พี่โต้งเจอช่อทีไรก็มักฝากคำเตือน ข้อคิดเห็น ไปถึงคุณเอก ถึงอ.ป๊อก ที่มักงานยุ่งจนไม่ค่อยได้เจอหน้ากัน เจองานฝากแบบนี้ทีไร ช่อก็นึกขำในใจทุกครั้งว่า พี่โต้งคงเป็นห่วงกลัวเด็กๆอย่างพวกเราจะเอาตัวไม่รอด เจอทีไรต้องมีเทศนาทุกครั้งไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ไม่มีพี่โต้งมาคอยเป็นห่วง คอยเตือนพวกเราแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 3 ปีพาเรามาไกล พาประเทศไทยมาไกล แต่ยังไม่ถึงฝันที่พี่โต้งอยากเห็น ประเทศไทยที่ก้าวหน้า เท่าเทียม และเป็นประชาธิปไตย ยังเป็นภารกิจที่พวกเราจะเดินหน้าทำต่อไป คงต้องระมัดระวังขึ้น ต้องเตือนตัวเองมากขึ้น เพราะ
ขาดคนคอยหยิกหู ดึงชายเสื้อ คอยเทศนาพวกเราไป 1 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝันของเรา จะเป็นจริงให้ได้ พี่โต้งคอยดูนะคะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่อ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89642</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่อ, ช่อ พรรณิการ์ วานิช, ฐากูร บุนปาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200722/image_big_5f184365e56ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49005</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2019 11:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2019 11:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ฐากูร บุนปาน&#039;ชี้เมื่อโกรธสหรัฐทักท้วงไทยเรื่องสารพิษต้องโกรธจีนที่ตำหนิ&#039;ทอน&#039;ถ่ายรูปกับ&#039;โจชัวหว่อง&#039;ด้วยเพราะคือเรื่องเดียวกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ต.ค.62- ฐากูร บุนปาน กรรมการผู้จัดการบริษัทมติชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Thakoon Boonparn ระบุว่า ถ้าใช้มาตรฐานเดียวกันเมื่อโกรธเกรี้ยวกับเรื่องที่สถานทูตสหรัฐ ส่งหนังสือทักท้วงรัฐบาลไทย เรื่องการสั่งห้ามใช้สารไกลโฟเซตก็ต้องโกรธเกรี้ยวสถานทูตจีนที่ออกแถลงการณ์ตำหนิธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ไปถ่ายรูปกับโจชัว หว่องเพราะทั้งสองเรื่องคือเรื่องเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องการปกป้องผลประโยชน์ของชาติตัวเอง จะเลือกว่าเห็นด้วยกันกรณีหนึ่ง ไม่เห็นด้วยกับอีกกรณี อย่างนี้จะเป็นสองมาตรฐาน หรือเผลอๆคือไม่มีมาตรฐานอะไรเลย นอกจากความพอใจของอาตมาเอง ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเอามากสำหรับคนกลุ่มหนึ่ง ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพียงแต่ว่าคนกลุ่มนี้-คนชั่นกลาง ชั่นกลางค่อนข้างสูง-เสียงดัง และมีน้ำหนักในพื้นที่สื่อทัศนะวิปริตผิดตรรกะอย่างนี้ถึงแพร่ระบาดได้ง่าย
...
เช่นเดียวกัน ถ้าใช้มาตรฐานว่าธนาธรถือหุ้นสื่อ(ที่ไม่ใช่ทั้งการเมืองและปิดกิจการไปแล้ว)ผิด สส.อีกกว่า 30 คนที่เข้าข่ายเดียวกันก็ต้องผิดด้วย หรือนักการเมือง-ผู้มีตำแหน่งทางการเมืองคนไหนก็ตาม ก็ผิดด้วยอีกเหมือนกัน จะเอาผิดเรื่องนี้ถึงขั้นตัดสิทธิ์-ยุบพรรค ก็ไม่เป็นไร ขอให้ใช้มาตรฐานเดียวกันนี้ในการพิจารณาคดีคนอื่นๆด้วย ถ้าสองมาตรฐานอีก เดี๋ยวยุ่งตายห่ะ
...
ก็ที่ไอ้ยุ่งๆอยู่ในเมืองไทยกว่าสิบปีนี้ ต้นตอใหญ่อย่างหนึ่งก็คือสองมาตรฐานนึ่แหละ ถ้าความยุติธรรมไม่มีจะหวังให้เกิดอะไรดีๆอย่างอื่นตามมาจะเป็นได้หรือ ผ่านความเลวร้าย ความทุกข์ยาก ความแตกแยกกันมาเป็นสิบปีไม่คิดจะเรียนรู้-ปรับตัวบ้างเลยหรือ จะส่งเสริมให้สองมาตรฐานแหกถ่างสังคมนี้ให้แตกกว้างไปอีกแค่ไหน จะเอาสะใจแล้วพังพาบกันไปทั้งหมด อย่างนั้นจริงหรือ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49005</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ฐากูร บุนปาน, ธนาธร, มติชน, สหรัฐตัดจีเอสจี, สองมาตรฐาน, เรื่องเดียวกัน, โจชัว หว่อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191028/image_big_5db66e08479dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
