<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104290</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2021 20:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2021 20:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตอลิบันเตือนเพื่อนบ้านอัฟกานิสถานอย่าให้สหรัฐตั้งฐานทัพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ดักไว้ก่อน กลุ่มตอลิบันเตือนประเทศเพื่อนบ้านของอัฟกานิสถานว่า อย่าอนุญาตให้สหรัฐตั้งฐานปฏิบัติการทางทหารบนแผ่นดิน ลั่นจะขัดขวาง &amp;quot;ความผิดพลาดครั้งประวัติศาสตร์&amp;quot; เช่นว่านั้น หลังจากมีข่าวแพล็มว่าสหรัฐกำลังเจรจากับปากีสถาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ทหารอเมริกันเดินแถวขึ้นเครื่องบินลำเลียง ซี-17 เตรียมเดินทางออกจากฐานทัพอากาศบากรัมในอัฟกานิสถาน เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2556 (Photo by Robert Nickelsberg/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราเรียกร้องประเทศเพื่อนบ้านทั้งหลายอย่ายอมให้ใครทำเช่นนั้น&amp;quot; เอเอฟพีอ้างแถลงการณ์ของตอลิบันเมื่อวันพุธที่ 26 พฤษภาคม &amp;quot;หากมีการดำเนินการเช่นว่านี้อีกครั้ง จะเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์และเป็นความอัปยศ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำเตือนของกลุ่มตอลิบันออกมาในช่วงที่สหรัฐกำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการถอนกำลังพลออกจากอัฟกานิสถาน และมีข่าวว่า สหรัฐและปากีสถานเจรจาทางการทูตกันวุ่นวายในช่วงหลายวันมานี้ ซึ่งทำให้คาดเดากันว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐกำลังมองหาที่ตั้งฐานทัพแห่งใหม่เพื่อใช้ต่อต้านตอลิบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอลิบันประกาศกร้าวว่า พวกเขาจะไม่นิ่งเงียบหากมีการกระทำที่ยั่วยุและเลวร้ายดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงต้นทศวรรษ 2000 ภายหลังตอลิบันถูกโค่นอำนาจแล้ว ประเทศเพื่อนบ้านของอัฟกานิสถานหลายชาติอนุญาตให้กองทัพสหรัฐใช้ฐานทัพอากาศอย่างจำกัด แต่การสนับสนุนทางกายภาพอย่างเปิดเผยดังกล่าวยุติลงแล้ว แม้ว่าบางประเทศจะอนุญาตให้ใช้น่านฟ้าสำหรับเที่ยวบินทางทหารก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร รัฐบาลปากีสถานปฏิเสธรายงานของสื่อท้องถิ่นที่กล่าวว่า ปากีสถานบรรลุข้อตกลงฉบับใหม่กับสหรัฐแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาห์ มะห์มูด กูเรชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงต่อวุฒิสภาว่า ข่าวนี้ไม่มีมูลความจริงและเป็นการคาดเดา เขาขอยืนยันต่อที่ประชุมนี้ว่า ปากีสถาน ภายใต้การนำของนายกฯ อิมรอน ข่าน จะไม่อนุญาตให้มีฐานทัพของอเมริกันบนแผ่นดินนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐและตอลิบันทำความตกลงเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเปิดทางสำหรับการถอนทหารต่างชาติทั้งหมดออกจากอัฟกานิสถาน แลกกับการที่ตอลิบันจะไม่ยอมให้อัฟกานิสถานเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มนักรบญิฮาด เช่นอัลกออิดะห์และรัฐอิสลาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนเมษายน ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ประกาศว่า ทหารอเมริกันที่เหลือทั้งหมด 2,500 นายจะออกจากอัฟกานิสถานภายในวันที่ 11 กันยายน 2564 นี้ ซึ่งเป็นวันครบรอบ 20 ปีที่อัลกออิดะห์ก่อวินาศกรรมสหรัฐอันนำมาสู่การรุกรานประเทศนี้ แต่การถอนกำลังทหารอเมริกันรวมถึงกองกำลังนาโตก่อความวิตกกังวลว่า กองกำลังของรัฐบาลอัฟกันเพียงอย่างเดียวจะสามารถสู้กับตอลิบันได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น กองกำลังของรัฐบาลกับตอลิบันสู้รบกันแทบจะรายวัน โดยฝ่ายตอลิบันเร่งการต่อสู้เพื่อยึดดินแดนให้ได้มากขึ้น ในช่วงยามที่การพูดคุยสันติภาพเพื่อยุติสงครามยังหยุดชะงัก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104290</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพสหรัฐ, ฐานทัพสหรัฐ, ตอลิบัน, ถอนทหารพ้นอัฟกานิสถาน, อัฟกานิสถาน, เพื่อนบ้านอัฟกานิสถาน, ให้สหรัฐตั้งฐานทัพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210526/image_big_60ae4bf5ee317.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54069</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2020 09:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2020 09:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตผู้สื่อข่าวสำนักข่าวต่างประเทศตั้งข้อสังเกตมิสไซล์ถล่มฐานทัพสหรัฐในอิรักอาจไม่ใช่ฝีมือของอิหร่าน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ม.ค.63 - นายสุทิน วรรณบวร อดีตผู้สื่อข่าวสำนักข่าวต่างประเทศ ต้องข้อสังเกตผ่านโพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า &amp;quot;ข่าวอิหร่านถล่มฐานทัพไอ้กันน่าจะเป็น IO ฝรั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายฝ่ายกำลังตื่นตระหนกกับข่าวที่ออกมาเช้าวันพุทธ ว่าอิหร่านยิงถล่มฐานทัพทหารอเมริกันในอิรัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการติดตามข่าวแต่เช้ามืดเราเชื่อนี้เป็นปฏิบัติการข่าว (IO) ของสหรัฐฯ คือเราไม่เชื่อว่าอิหร่านเปิดฉากถล่มจริง ด้วยเหตุผลว่าอิหร่าน ไม่บุ่มบ่ามยิงภูเขาเผากระท่อมแบบฮอลิวูดโอเปอเรชั่น ถ้าอิหร่านทำต้องเป็นการตอบโต้ที่เกิดผลรุนแรงตามมา คือได้ผลไม่ใช่ได้เป็นข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒ อิหร่านยังอยู่ระหว่างไว้ทุกข์และยังไม่ได้ฝังศพวีรบุรุษของเขา จึงยังไม่พร้อมที่จะปฏิบัติการขั้นเด็ดขาดจริงจังที่สามารถสร้างแค้น เพราะอิหร่านลงมืิอทุกครั้งต้องสัมรฤติผลที่รุนแรง ไม่ใช่เหวี่ยงแห
ยิงนกตกปลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓ เชื่ิอว่าน่าจะเป็น IO ของอเมริกาเพื่ิอสร้างชอบธรรมในการเสริมกำลังทหารและหน้าด้านตื้ออยู่ในอิรักต่อ และเพื่อความธรรมในโจมตีอิหร่านต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔ ข่าวทั้งหมดออกมจากตะวันตก ตอนแรกๆมั่วมาก สองสามชั่วโมงให้หลังตั้งสติได้ สัมภาษณฺ์คนโน้นคนีแล้วเอาแฟ้มภาพข่าวที่อิหร่านเผยแพร่เมื่อปี 2017 มาออกอากาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๕ ฐานทัพอเมริกันทุกแห่งมีเครื่องต่อต้านและตอบโต้จรวด ดังนั้นจรวดที่ยิงมายังฐานทัพอเมริกันจะถูกตอบโต้หรือไม่ยิงตกกลางอากาศ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54069</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาเซม สุไลมานี, ฐานทัพสหรัฐ, ทรัมป์, สงคราม, สหรัฐ, สุทิน วรรณบวร, อิหร่าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181222/image_big_5c1d98310dc63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52614</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2019 20:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2019 20:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปูดสหรัฐขับเจ้าหน้าที่ทูตจีน 2 คน สงสัยสปายฐานทัพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นิวยอร์กไทมส์แฉ รัฐบาลสหรัฐแอบเนรเทศเจ้าหน้าที่สถานทูตจีน 2 คนออกจากประเทศอย่างเงียบๆ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ฐานสงสัยมีพฤติกรรมเป็นสายลับ ภายหลังทั้งคู่ขับรถเข้าฐานทัพสหรัฐที่เวอร์จิเนีย ด้านโฆษกจีนตอบโต้สหรัฐ &amp;quot;ทำผิดพลาด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เสาไฟริมทางใกล้ทำเนียบขาวประดับธงชาติสหรัฐและจีน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562 กล่าวว่า เหตุการณ์ตามที่มีรายงานข่าวนี้เป็นการทะเลาะเบาะแว้งครั้งล่าสุดระหว่าง 2 ประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากรัฐบาลของทั้งสองฝ่ายประกาศพักรบในสงครามการค้าผ่านการจัดทำข้อตกลงฉบับจิ๋วเพื่อลดภาษีศุลกากรสินค้าบางรายการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์รายงานเมื่อวันอาทิตย์ อ้างแหล่งข่าวหลายรายที่รับรู้เหตุการณ์ดังกล่าวว่า การสั่งขับเจ้าหน้าที่ทูตของจีนออกจากสหรัฐในครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งแรกในรอบมากกว่า 30 ปีที่เป็นการเนรเทศด้วยเหตุผลฐานต้องสงสัยว่าจารกรรม โดยรายงานกล่าวว่า เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ทูตอย่างน้อย 1 รายเป็นเจ้าหน้าที่ข่าวกรองจีนที่ปฏิบัติงานแบบลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกิ้ง ซวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันจันทร์ กล่าวถึงรายงานของนิวยอร์กไทมส์ว่า คำกล่าวหานี้ &amp;quot;ตรงข้ามกับข้อเท็จจริงอย่างสิ้นเชิง&amp;quot; และว่า จีนเรียกร้องอย่างแข็งขันต่อสหรัฐให้แก้ไขความผิดพลาดนี้ รัฐบาลจีนได้ยื่นหนังสือแสดงความไม่พอใจและประท้วงไปยังสหรัฐแล้ว และต้องการให้สหรัฐปกป้องสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายและผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่ทูตจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวเอเอฟพีกล่าวว่า ไม่กี่สัปดาห์ภายหลังเหตุการณ์ที่ฐานทัพเวอร์จิเนีย กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้กำหนดข้อจำกัดการทำกิจกรรมของนักการทูตจีน โดยสหรัฐให้เหตุผลว่าเพื่อตอบโต้กฎข้อบังคับของจีนช่วงหลายปีที่ผ่านมาที่จำกัดความเคลื่อนไหวของนักการทูตสหรัฐ แต่ไม่ชัดเจนว่าข้อจำกัดของสหรัฐเกี่ยวโยงกับเหตุการณ์ที่เวอร์จิเนียหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเพื่อตอบโต้อย่างสมน้ำสมเนื้อ เมื่อต้นเดือนธันวาคม จีนก็ประกาศใช้มาตรการจำกัดความเคลื่อนไหวของนักการทูตสหรัฐ โดยสั่งให้เจ้าหน้าที่ทางการทูตของสหรัฐต้องแจ้งต่อกระทรวงการต่างประเทศของจีนก่อน จึงจะพบปะกับเจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่นของจีนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัว ชุนอิง โฆษกหญิงของกระทรวง กล่าวว่า คำสั่งนี้เป็น &amp;quot;มาตรการตอบโต้&amp;quot; ต่อการตัดสินใจของสหรัฐเมื่อเดือนตุลาคมที่ออกข้อจำกัดต่อเจ้าหน้าที่ทูตจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐและจีนมีความไม่ลงรอยกันในหลายประเด็น ซึ่งรวมถึงสถานการณ์ชุมนุมประท้วงในฮ่องกง และสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในเขตซินเจียงทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อต้นเดือนนี้ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติอย่างท่วมท้นเห็นชอบร่างกฎหมายคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนหลายรายที่เกี่ยวข้องกับนโยบายด้านความมั่นคงในซินเจียง ที่ทำให้ประชากรราว 1 ล้านคนซึ่งส่วนใหญ่เป็นชนส่วนน้อยชาวมุสลิม ถูกส่งตัวเข้าค่ายปรับทัศนคติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนที่แล้ว สหรัฐก็เพิ่งทำให้รัฐบาลปักกิ่งโกรธอย่างรุนแรง เมื่อออกกฎหมายสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยฮ่องกง เพื่อสนับสนุนการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง จีนตอบโต้การผ่านกฎหมายฮ่องกงฉบับนี้ด้วยการสั่งห้ามเรือรบสหรัฐเข้าเทียบท่าฮ่องกงอย่างไม่มีกำหนด และคว่ำบาตรองค์กรเอกชนอเมริกันหลายแห่ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52614</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับนักการทูต, จารกรรม, จีน, ฐานทัพสหรัฐ, สปาย, สหรัฐ, สายลับ, เวอร์จิเนีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191216/image_big_5df787841431f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46989</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2019 21:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2019 21:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัลชาบับโซมาเลียบุกโจมตีฐานทัพสหรัฐ-ขบวนรถทหารยุโรป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กลุ่มนักรบอัลชาบับในโซมาเลียบุกโจมตีฐานทัพสหรัฐในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของโซมาเลียเมื่อวันจันทร์ วันเดียวกันยังส่งรถติดระเบิดพุ่งชนขบวนรถของครูฝึกทหารจากสหภาพยุโรปในกรุงโมกาดิชู แต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจโซมาเลียลาดตระเวนใกล้กับจุดเกิดเหตุระเบิดรถยนต์โจมตีขบวนรถของทหารอียูในกรุงโมกาดิชูเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มอัลชาบับออกแถลงการณ์ยืนยันว่า นักรบมูจาฮีดีนของพวกเขาอยู่เบื้องหลังการโจมตีฐานทัพสหรัฐในเมืองบาเลโดเกล ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงโมกาดิชูทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 110 กิโลเมตร เมื่อเช้ามืดวันจันทร์ที่ 30 กันยายน โดยทหารหน่วยรบพิเศษของอัลชาบับเปิดฉากการโจมตีด้วยระเบิด หลังจากฝ่ารั้วด้านนอกของฐานทัพที่รักษาการณ์อย่างแน่นหนาแห่งนี้แล้ว นักรบก็บุกเข้าไปภายในและยิงต่อสู้อย่างดุเดือด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า ยังไม่มีรายงานการสูญเสียชีวิตจากทั้งสองฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฐานทัพบาเลโดเกลเป็นฐานที่กองทัพสหรัฐใช้เป็นหลักในปฏิบัติการส่งโดรนออกโจมตีกลุ่มอัลชาบับ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเชื่อมโยงกับอัลกออิดะห์และควบคุมพื้นที่ขว้างใหญ่ในโซมาเลีย กับกลุ่มรัฐอิสลามในโซมาเลีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมหะเหม็ด อาดัน ผู้อาวุโสที่อยู่ใกล้ฐานทัพบอกกับเอเอฟพีทางโทรศัพท์ว่า มีระเบิดรุนแรง 2 ครั้ง ครั้งแรกใหญ่กว่า และยังมีการยิงต่อสู้กันอย่างหนักหน่วงหลังระเบิด แต่เขายังไม่รู้รายละเอียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ภายในกรุงโมกาดิชู เจ้าหน้าที่ความมั่นคงเผยว่า ขบวนรถของคณะที่ปรึกษาจากภารกิจฝึกของอียูในโซมาเลีย (EUTM-S) โดนรถยนต์ติดระเบิดพุ่งชนบนถนนอุตสาหกรรม แถลงการณ์ของ EUTM-S ยืนยันเช่นกันว่าขบวนรถโดนโจมตีระหว่างทางกลับจากกองบัญชาการทหาร แต่ไม่มีทหารในภารกิจนี้ได้รับบาดเจ็บ โดยมีรถ 2 คันเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกระทรวงกลาโหมอิตาลีแถลงว่า ยานหุ้มเกราะ 2 คันในขบวนของครูฝึกชาวอิตาลีโดนระเบิดโจมตีระหว่างกลับจากการฝึก แต่ไม่มีทหารอิตาลีได้รับอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไซต์อินเทลลิเจนซ์กรุ๊ปกล่าวว่า อัลชาบับประกาศว่าพวกเขาอยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกองบัญชาการแอฟริกาของสหรัฐแจ้งว่า แอฟริคอมกำลังติดตามสถานการณ์และกำลังตรวจสอบเพื่อยืนยันรายละเอียด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46989</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฐานทัพสหรัฐ, ทหารอียู, อัลชาบับ, โซมาเลีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190930/image_big_5d9207655961e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29845</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2019 21:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2019 21:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอ็กซิตโพลชี้ ประชามติชาวโอกินาวาค้านย้ายฐานทัพสหรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เอ็กซิตโพลของการลงประชามติที่ไม่มีผลผูกมัดโดยชาวโอกินาวาของญี่ปุ่นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา กรณีการย้ายฐานทัพสหรัฐออกจากเมืองฟูเตนมะ พบว่าประชากรโอกินาวาส่วนใหญ่คัดค้านแผนที่เป็นประเด็นขัดแย้งมานานหลายปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สนามบินของฐานทัพสหรัฐที่ยังอยู่ระหว่างก่อสร้าง ในเมืองนาโงะ จังหวัดโอกินาวา ที่เป็นประเด็นขัดแย้งและนำมาสู่การจัดทำประชามติเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 กล่าวว่า เมืองโอกินาวาจัดให้มีการลงประชามติที่ไม่มีผลผูกมัดอย่างเป็นทางการ กรณีการย้ายฐานทัพสหรัฐจากเมืองฟูเตนมะไปยังเมืองนาโงะที่ไกลออกไป 50 กิโลเมตร ตามข้อตกลงที่รัฐบาลญี่ปุ่นและสหรัฐเห็นพ้องกันเมื่อปี 2539 มีชาวโอกินาวาราว 1.15 ล้านคนที่มีสิทธิ์ลงประชามติครั้งนี้ ซึ่งตั้งคำถามให้เลือก 3 คำตอบคือ เห็นด้วย, ไม่เห็นด้วย และไม่เลือกทั้งสอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าจำนวนผู้ที่ต่อต้านการย้ายฐานทัพจะออกมาลงมติมากเท่าเกณฑ์ที่เดนนี ทามากิ ผู้ว่าราชการจังหวัดโอกินาวา ตั้งเป้าเอาไว้ที่ราว 1 ใน 4 ของผู้มีสิทธิ์ เพื่อเรียกร้องทุกฝ่าย &amp;quot;เคารพ&amp;quot; ผลประชามติในเชิงสัญลักษณ์นี้หรือไม่ ส่วนจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิ์นั้นคาดว่ามีราว 50%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าผลจะออกมาในรูปแบบใด นายกฯ ชินโซ อาเบะ ปฏิญาณว่ารัฐบาลของเขาจะเดินหน้าทำตามแผนการย้ายฐานทัพแห่งนี้ แต่ผลสำรวจความคิดเห็นโดยอาซาฮีชิมบุงในสัปดาห์ที่ผ่านมา ชี้ว่าผู้ตอบแบบสอบถามถึง 80% ต้องการให้รัฐบาลเคารพผลประชามติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดิมนั้นประชามติครั้งนี้ต้องการถามเพียงว่า ชาวโอกินาวาเห็นด้วยหรือคัดค้านแผนการย้ายฐานทัพฟูเตนมะออกจากพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นไปยังพื้นที่ริมชายฝั่งทะเล แต่ทางเลือก &amp;quot;ไม่เลือกข้อใด&amp;quot;&amp;nbsp; ถูกเพิ่มเข้ามาภายหลังหลายเมืองที่มีสัมพันธ์อันดีกับรัฐบาลกลางขู่จะบอยคอตการลงประชามติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฐานทัพสหรัฐในเมืองฟูเตนมะแห่งนี้เป็นประเด็นโต้เถียงและก่อกระแสประท้วงต่อต้านหลายครั้ง ทั้งจากกรณีปัญหามลภาวะทางเสียง, อุบัติเหตุและคดีอาชญากรรม โดยเฉพาะภายหลังเกิดคดีทหารอเมริกันรุมโทรมนักเรียนหญิงชาวญี่ปุ่น รัฐบาลของอาเบะและสหรัฐตกลงย้ายฐานทัพนี้ไปยังที่แห่งใหม่บนเกาะโอกินาวา เพื่อบรรเทาผลกระทบและความไม่พอใจเหล่านี้ แต่แผนดังกล่าวหยุดชะงักมาช้านานเนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่คัดค้าน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29845</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้านย้ายฐานทัพ, ญี่ปุ่น, ฐานทัพสหรัฐ, นาโงะ, ประชามติ, ฟูเตนมะ, โอกินาวา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190224/image_big_5c72a6757f746.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
