<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108839</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 17:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2021 17:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม. มอบกองทัพเรือนำสายไฟลงดินในพื้นที่เมืองการบินภาคตะวันออก วงเงิน 451 ล้านบาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพประกอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6&amp;nbsp;ก.ค.64 - นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.อนุมัติ วงเงิน 451.36 ล้านบาทให้กองทัพเรือดำเนินโครงการนำสายไฟลงใต้ดินเพื่อส่งเสริมสภาพพื้นที่สำหรับเมืองการบินภาคตะวันออกจำนวนรวมระยะทาง จำนวน 3 เส้นทาง ระยะทาง&amp;nbsp;5.2 กิโลเมตร สำหรับ งานจ้างนำสายไฟลงใต้ดิน 3 เส้นทาง ได้แก่&amp;nbsp;&amp;nbsp;1. ปากทางเข้าสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา- แยกวงเวียนอู่ตะเภาระยะทาง 2.2 กิโลเมตร 2. แยกวงเวียนอู่ตะเภา-หน้าอาคารจอดรถอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp;ระยะทาง 1.0 กิโลเมตร และ 3. แยกอู่ราชนาวีมหิดล-ท่าเรือจุกเสม็ด ระยะทาง 2.0 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบการติดตั้งสายไฟฟ้า จากระบบเดินอากาศ (ปักเสาพาดสาย) เป็นแบบร้อยท่อฝังดิน ในพื้นที่ของกองทัพเรือ บริเวณฐานทัพเรือสัตหีบ ตามแผนแม่บทโครงการปรับปรุงระบบสายไฟฟ้าและสายสื่อสารในพื้นที่สัตหีบเป็นระบบท่อร้อยสาย จำนวน 8 เส้นทาง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกให้สามารถดำเนินงานได้บรรลุเป้าหมายตามระยะเวลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108839</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพเรือ, ครม., ฐานทัพเรือสัตหีบ, สายไฟลงใต้ดิน, โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก, โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210616/image_big_60c9efc285426.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59546</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2020 11:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2020 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โฆษกรบ.&#039; ย้ำยังไม่ปิดศูนย์ฯสัตหีบ เหตุมีผีน้อยต้องเฝ้าระวังอีกกว่า 200 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค.63 -ที่ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงถึงกรณีความสับสนการปิดศูนย์เฝ้าระวังผู้ที่เดินทางกลับมาจากเกาหลีใต้ที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้น ที่ฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี ว่าศูนย์ดังกล่าวยังคงเปิดใช้เพื่อเฝ้าระวังแรงงานที่เดินทางมาจากเกาหลีใต้ และยังมีกลุ่มเฝ้าระวังอยู่ภายในศูนย์ประมาณ 200 คน โดยกระทรวงสาธารณสุขจะต้องเขามาคัดกรองตามขั้นตอนเพื่อประเมินแรงงานว่าสามารถกลับไปกักตัวยังภูมิลำเนาของตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ศูนย์ยังต้องเปิดใช้เพื่อรองรับกลุ่มคนที่จะทยอยเดินทางกลับมาในอนาคต รวมถึงกรณีที่คนไทยกลับมาจากประเทศเสี่ยงและไม่สามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาได้ เช่น ชุมชนไม่เห็นด้วยให้กักตัวในพื้นที่ หรือทางครอบครัวให้กักตัวยังศูนย์แห่งนี้เพื่อความปลอดภัยมากกว่ากักตัวอยู่บ้าน เช่นเดียวกับกรณีที่คนไทยจะกลับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงและไม่สามารถขอใบรับรองแพทย์หรือผ่านการคัดกรองจากต้นทางอย่างครบขั้นตอน ซึ่งจะใช้ศูนย์ดังกล่าวเป็นพื้นที่กักตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนฤมล กล่าวว่า อย่างไรก็ตามมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นผู้บัญชาการศูนย์ ยังได้ออกมาตรการอย่างเข้มข้นตั้งแต่ต้นทาง โดยการยกเลิกการขอตรวจลงตราวีซ่าเพื่อเข้าประเทศที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ( VISA on Arrival หรือ VOA ) จำนวน 18 ประเทศ ต่อไปใครที่จะใช้ VOA &amp;nbsp;ต้องไปขอวิซ่าที่สถานทูตก่อน ซึ่งต้องมีใบรับรองแพทย์เพื่อรับรองว่าปลอดจากความเสี่ยงเป็นโรคโควิด 19 จึงจะออกวีซ่าให้ อีกทั้งยังยกเลิกฟรีวิซ่าใน 3 ประเทศ คืออิตาลี ฮ่องกง และเกาหลีใต้เป็นการชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์จะกลับมาปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนฤมล กล่าวว่า สำหรับมาตรการยกเลิกวีซ่า จะช่วยลดจำนวนคนที่มาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงเข้าประเทศได้หรือต่อให้เดินทางเข้ามาประเทศ ถือบอร์ดดิ้งพาส และถึงสนามบินแล้วก็จะต้องมีใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่าปลอดโรคออกให้ภายใน 3 วัน รวมถึงมีมาตรการจากสายการบิน รวมถึงมาตรการปลายทางของสายการบิน กรณีมีไข้จะส่งต่อไปยังสถานพยาบาลทันที และคนที่ไม่มีไข้ก็จะส่งตัวไปกักกันตามมาตรการข้างต้น ผู้ที่ละเมิดจะมีความผิดตามกฎหมาย ส่วนกรณีประเทศรัสเซีย ที่แม้จะถูกยกเลิกวีซ่า VOA ไปด้วยนั้น แต่ประเทศไทยและรัสเซีย ยังมีความข้อตกลงระหว่างกันอยู่ โดยชาวรัสเซียก็ยังคงเดินทางเข้าประเทศไทยและพำนักได้ไม่เกิน 30 วันส่วนประเทศอื่นที่มีข้อตกลงในแบบเดียวกัน ทางกระทรวงการต่างประเทศจะรายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบ และจะแจ้งให้ทราบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการให้ข้อมูลข่าวสารที่สับสน นางนฤมล กล่าวว่า เป็นการชี้แจงเพิ่มเติมไม่ได้มีข้อมูลที่ขัดแย้งกับรมว.มหาดไทย โดยหลักการแล้วเป็นไปตามที่แถลง แต่เมื่อข่าวสารออกไปว่าจะปิดศูนย์ทั้งหมดทันที ประชาชนจึงตื่นตระหนก จึงต้องชี้แจงเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59546</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฐานทัพเรือสัตหีบ, นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, ผีน้อย, ศูนย์เฝ้าระวัง, แรงงานไทย, ไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200312/image_big_5e69b7937ff20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59166</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2020 16:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2020 16:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทัพเรือยันพื้นที่สัตหีบป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโควิด-19ตามมาตรการWHO </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8 มี.ค.63-เพจกองทัพเรือ Royal Thai Navy โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า #กองทัพเรือขอยืนยัน เราทำทุกอย่างเต็มที่ตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข เเละองค์การอนามัยโลก เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ COVID 19 ในพื้นที อ.สัตหีบ อย่างเต็มที่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59166</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพเรือ, กักกันไวรัส, ฐานทัพเรือสัตหีบ, ไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200308/image_big_5e64b44dd15dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57705</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2020 15:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2020 12:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กองทัพเรือ&#039; ยันเร่งเดินหน้าโครงการบ้านสวัสดิการพื้นที่สัตหีบ หลังผู้รับเหมาทิ้งงานหลายปีก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทัพเรือ ชี้แจงโครงการ บ้านสวัสดิการกองทัพเรือพื้นที่สัตหีบ เป็นโครงการเพื่อการสวัสดิการ ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการระดับกองทัพ ซึ่งได้รับการแก้ไขปัญหาจากกรณีผู้รับจ้างทิ้งงานไปตั้งแต่หลายปีก่อนเรียบร้อยแล้ว ข่าวที่ปรากฏจึงถือเป็นข่าวที่มีข้อมูลไม่ครบถ้วน ไม่รอบด้าน สร้างความเข้าใจผิดหรือสร้างความเสียหายแก่กองทัพเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.พ.63 - พลเรือโทประชาชาติ ศิริสวัสดิ์ รองเสนาธิการทหารเรือ ในฐานะโฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่าตามที่สื่อมวลชนบางสำนักได้มีการนำเสนอ ข่าวเกี่ยวกับโครงการบ้านสวัสดิการกองทัพเรือพื้นที่สัตหีบ ระบุว่า โครงการดังกล่าวดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ.2551 จนถึงปัจจุบัน มีความคืบหน้าไปเพียงร้อยละ 50 เนื่องจากบริษัทผู้รับเหมาทิ้งงานเพราะขาดสภาพคล่อง หลายรายต้องกู้เงินมาต่อเติมเอง ส่งผลให้ข้าราชการกองทัพเรือที่เข้าร่วมโครงการได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมากนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากข้อมูลดังกล่าวโฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงว่าโครงการบ้านสวัสดิการ กองทัพเรือพื้นที่สัตหีบ ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่งความเป็นมาของโครงการสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2551 กองทัพเรือ ได้อนุมัติให้จัดทำโครงการฯ โดยมีวัตถุประสงค์ของโครงการเพื่อให้ข้าราชการได้มีที่พักอาศัยเป็นของตนเอง ไม่ได้เป็นโครงการทางธุรกิจที่มุ่งหวังผลกำไรแต่ประการใด และยังได้จัดหาแหล่งเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำให้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่อเริ่มต้นได้ว่าจ้างบริษัท เปรมยุดา คอนสตรัคชั่น จำกัด เป็นผู้ก่อสร้าง มีจำนวนบ้านในโครงการทั้งสิ้น 249 หลัง แต่ต่อมาบริษัทผู้รับเหมาขาดสภาพคล่อง ทำให้เกิดปัญหา ความล่าช้าในการดำเนินการก่อสร้าง คณะกรรมการดำเนินการโครงการบ้านสวัสดิการกองทัพเรือ ในพื้นที่สัตหีบ จึงได้มีหนังสือขอความร่วมมือเพื่อพิจารณาแนวทาง การแก้ปัญหางานก่อสร้างล่าช้า พร้อมทั้งลงมากำกับดูแลให้มีการจัดทำสัญญาจ้างก่อสร้างใหม่ ตลอดจนเพิ่มทางเลือกในการขอสินเชื่อโครงการฯ ระหว่างกองทัพเรือ กับธนาคารอาคารสงเคราะห์ รวมถึงอนุมัติคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาแนวทางในการจัดสร้างบ้านพักอาศัยราคาถูกและจัดหาแหล่งเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำเพื่อสร้างที่พักอาศัยให้กับข้าราชการ ในกองทัพเรือ (กบง.) ให้สอดคล้องกับโครงสร้างใหม่ของกองทัพเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกกองทัพเรือกล่าวต่อไปว่า จากปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น กองทัพเรือมีความห่วงใยในความเดือดร้อนของข้าราชการ ที่ เข้าร่วมโครงการ จึงได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาโครงการ บ้านสวัสดิการกองทัพเรือในพื้นที่สัตหีบ ขึ้นมา ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นมาโดยต่อเนื่อง. โดยมีเจ้ากรมส่งกำลังบำรุงทหารเรือเป็นหัวหน้าคณะทำงาน ปัจจุบันความก้าวหน้าของโครงการมีข้อมูลล่าสุดสำรวจ เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2562 มีบ้านสร้างแล้วเสร็จจำนวน 171 หลัง คิดเป็น 68.7 % คงเหลือ 78 หลังคิดเป็น 31.3 %&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการดำเนินการต่าง ๆ ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น จะเห็นได้ว่า กองทัพเรือ ไม่ได้ปล่อยปละละเลย และพร้อมที่จะเร่งแก้ไขปัญหาต่าง ๆ มาโดยต่อเนื่อง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพลของกองทัพเรือในการมีที่พักอาศัยเป็นของตนเอง ที่นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินชีวิต อันจะนำมาซึ่งประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการปฏิบัติงาน และสนองนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ ที่มุ่งหวังให้กำลังพลของกองทัพเรือทุกนาย ปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งสะท้อนค่านิยม ของกองทัพเรือ &amp;ldquo;Seamanship&amp;rdquo; (ความเป็นชาวเรือ) ด้วยความ ซื่อสัตย์ความจงรักภักดี มีคุณธรรม จริยธรรม ความเป็นสุภาพบุรุษทหารเรือ ความเป็นผู้นำ ให้ปรากฏสู่สายตาประชาชน ภูมิภาค และประชาคมโลกเพื่อส่งมอบคุณค่าให้แก่ประชาชนและสังคมเป็น &amp;ldquo;กองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ&amp;rdquo; ตลอดไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57705</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฐานทัพเรือสัตหีบ, บ้านพักสวัสดิการกองทัพเรือ, พล.ร.ท.ประชาชาติ ศิริสวัสดิ์, โฆษกกองทัพเรือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200220/image_big_5e4e1b616b90d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56413</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่ขอโทษรับช้า คนไทยชมดูแลดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สถานการณ์ล่าสุด 138 คนไทยจากอู่ฮั่น พบ 3 คนมีความผิดปกติที่ปอดเล็กน้อย 1 คนท้องเสีย แต่ทั้ง 4 ไม่พบเชื้อไวรัสโคโรนา &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; เผยพร้อมอำนวยความสะดวกให้มากที่สุดเพราะไม่ใช่คุก ขณะที่ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ออกรายการทางเพจไทยคู่ฟ้า ดีใจและขอโทษที่พากลับช้าไปหน่อย &amp;quot;จีน&amp;quot; สังเวยไวรัสเพิ่มเฉียด 500 ศพแล้ว พบทารกเกิดใหม่อายุ 30 ชั่วโมงติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สโมสรสัญญาบัตร โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.สุเทพ เพชรมาก ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข, พล.ร.ท.ประชาชาติ ศิริสวัสดิ์ โฆษกกองทัพเรือ และ พล.ร.ท.วิชัย มนัสศิริวิทยา เจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ ได้ร่วมแถลงผลรายงานความคืบหน้ากรณีคนไทย 138 ราย ที่ถูกกันอยู่ในพื้นที่กิจการอาคารรับรองกองทัพเรือ อ่าวดงตาล อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาธิตเผยว่า ภายหลังชาวไทยทั้ง 138 ราย ที่เดินทางกลับสู่มาตุภูมิ ภายหลังเข้าสู่พื้นที่กักกัน ทางกระทรวงสาธารณสุขได้มีการตรวจร่างกายซ้ำอีกครั้ง พบมีผู้ป่วยเป็นไข้ 6 ราย ในจำนวนนี้ 2 ราย หายเป็นปกติแล้ว ส่วนอีก 4 ราย เป็นชาย 2 รายหญิง 2 ราย วัยทำงานอายุระหว่าง 40 ถึง 50 ปี ซึ่งได้มีการเอกซเรย์ตรวจพบว่า 3 ราย มีความผิดปกติที่ปอดเล็กน้อย ส่วนอีก 1 ราย มีอาการท้องเสีย เบื้องต้นทั้งหมดได้ถูกนำตัวเข้าสู่พื้นที่กักกันโรคภายในโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายืนยันว่า ผู้ป่วยทั้ง 4 รายนี้ ผลตรวจเป็น Negative &amp;nbsp;ไม่มีการตรวจพบเชื้อไวรัสโคโรนา แต่ยังต้องอยู่ในระหว่างเฝ้ารอดูอาการ เมื่อหายเป็นปกติก็จะส่งตัวกลับเข้าสู่สถานที่กักกัน ส่วนสภาวะจิตใจคนไทยในพื้นที่กักกัน มีภาวะเครียด เนื่องจากอยู่ในระหว่างการปรับตัวเข้ากับพื้นที่ อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุขและทางกองทัพเรือได้ส่งจิตแพทย์และหน่วยปฏิบัติการจิตวิทยาเข้าปรับสภาพจิตใจคนไทยทั้ง 138 ราย และในวันรุ่งขึ้น จะสามารถให้ผู้ป่วยโทรศัพท์วิดีโอคอลติดต่อหาทางญาติได้ และจะมีการปล่อยตัวกลับสู่อ้อมอกครอบครัว ในเวลา 09.00 น. วันที่ 19 ก.พ.63
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า เราจะกักตัวไว้ 14 วัน โดยวันสองวันแรกจะพูดคุยทำความเข้าใจว่าทำไมต้องกักกันโรค และตรวจสภาพร่างกาย และทำให้ทุกคนปลอดจากเชื้อให้ได้มากที่สุด รวมถึงแยกคนที่มีไข้สูง 4 รายออกไปดูแล ซึ่งยังไม่รู้ว่าเป็นหวัดอะไรหรือไม่ เมื่อเขามาถึงพบว่ามีไข้เกินจุดที่กำหนดเพียงเล็กน้อย เราก็นำไปดูแลเป็นพิเศษ แต่ผลตรวจสอบเบื้องต้นก็พบว่าไม่ได้ติดเชื้อโคโรนา ถือว่าเขารู้สึกผ่อนคลาย เพราะการที่อยู่ในเมืองที่เกิดโรคระบาดและได้กลับมาอยู่บ้านตัวเอง เขาต้องรู้สึกดีกว่าอยู่ที่เดิมแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราจะให้อุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้มากที่สุด และหลังจากนั้นก็จะให้อุปกรณ์สื่อสารกับเขา เพราะที่นี่ไม่ใช่คุก เป็นเพียงสถานกักกันโรค เราต้องให้อิสระกับเขามากที่สุด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคนไทยที่ยังไม่ได้กลับมานั้น เจ้าหน้าที่สถานทูตได้เข้าไปติดต่อ และอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ ล่าสุดสายการบินไลออนแอร์ได้ประสานรับคนไทยในเมืองอื่นนอกจากอู่ฮั่น เขาจะเก็บตกให้ และเชื่อว่าถ้าการบินไทยหรือไทยสมายล์ไปได้เขาก็พร้อมจะช่วยเหลือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้การสนับสนุนการแก้ปัญหาในทุกเรื่อง เมื่อเห็นว่าคนไทยกว่า 100 คนที่กลับมาอย่างปลอดภัย ท่านก็ผ่อนคลาย และจากการที่ท่านได้วิดีโอคอลกับคนที่กลับมาแล้ว ก็เห็นว่าทุกคนมีกำลังใจดี&amp;nbsp;
นายกฯ ขอโทษรับกลับช้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราไม่ได้ใส่ใจกับเสียงชื่นชม แต่เอาผลของการทำงานหนักเป็นที่ตั้ง เราต้องการให้คนไทย และคนที่อยู่ในประเทศไทยปลอดภัยจากการติดเชื้อ และอยากให้คนที่ติดเชื้อได้รับการรักษาให้หาย และให้การระบาดของเชื้ออยู่ในการควบคุม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.สาธารณสุขยังแถลงความคืบหน้าสถานการณ์ว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่สะสม 25 ราย รักษาหายเพิ่มอีก 1 ราย เป็นคนขับแท็กซี่ที่ติดเชื้อภายในประเทศรายแรก ที่รับนักท่องเที่ยวชาวจีน สรุปตอนนี้เราให้การรักษาผู้ป่วยหายแล้ว 9 ราย เหลือรักษาตัวใน รพ. 16 ราย ทุกรายอาการดีขึ้น ตามลำดับ มีแนวโน้มหายในเวลาไม่นาน รอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ (แล็บ) เป็นลบ จึงจะอนุญาตให้กลับบ้านได้ ส่วนรายที่อาการวิกฤตินั้น อาการยังทรงตัว ทีมแพทย์ให้การดูแลใกล้ชิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคต้องเฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 3 ม.ค.-4 ก.พ. สะสม 549 ราย กลับบ้านได้แล้ว 124 ราย ส่วนใหญ่ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ยังคงรักษาใน รพ. 425 ราย โดยเฉพาะวันที่ 4 ก.พ. มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรครายใหม่ 57 ราย ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีคนเยอะ ทั้งนี้ ได้รับการแจ้งจากองค์การเภสัชกรรมและคณะกรรมการอาหารและยาว่า ขณะนี้หน้ากากอนามัยมีเพียงพอ แค่อย่ากักตุนไว้เพื่อมีหน้ากากอนามัยใช้อย่างทั่วถึง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 18.00 น. วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ออกรายการ Government weekly Special ในช่วง PM Talk ทางเพจไทยคู่ฟ้า โดยวิดีโอคอลคุยกับตัวแทนคนไทยที่เดินทางกลับจากเมืองอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยให้กำลังใจและแสดงความยินดีที่ทุกคนได้กลับบ้านเกิด และสอบถามว่ามีอะไรอยากให้นายกฯ ดูแลเพิ่มเติมหรือไม่ โดยตัวแทนคนไทยระบุว่า ระหว่างพักอยู่ที่นี่ มีหมอและเจ้าหน้าที่กองทัพเรือดูแลอย่างดีทุกอย่าง และมีความสุขดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายกฯ กล่าวต่อว่า ต้องขอโทษทีที่ใช้เวลาพอสมควรกว่าจะกลับมาได้ ถือว่าทุกคนได้พักผ่อนชายทะเลไม่กี่วันเดี๋ยวก็ได้กลับบ้านไปพูดคุยกับพ่อแม่ ขอให้ใช้เวลาช่วงนี้ให้ปลอดภัยก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ตัวแทนคนไทยระบุว่า ขณะนี้สิ่งที่อยากได้คือโทรศัพท์เพื่อพูดคุยกับพ่อแม่และครอบครัว กลัวว่าทุกคนจะเป็นห่วง เพราะตั้งแต่กลับมายังไม่ได้ติดต่อกลับทางบ้านเลย โดยนายกรัฐมนตรี ได้รับปากว่าจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูว่าจะช่วยเหลืออะไรได้บ้าง โดยจะรับเรื่องนี้ไป โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปบริการด้านการติดต่อสื่อสาร ในช่วงท้ายนายกฯ กล่าวด้วยว่า &amp;quot;ดีใจ ดีใจมากๆ รัฐบาลพยายามทำอย่างเต็มที่ และต้องขอขอบคุณทางการจีนด้วย เราต้องช่วยกัน เพราะเรากับจีนเป็นพี่น้อง เป็นเพื่อนกันมาอย่างยาวนาน เราต้องเห็นใจเขาด้วย&amp;quot; จากนั้นนายกฯ ได้ทำสัญลักษณ์มินิฮาร์ทส่งให้กลับตัวแทนคนไทยผ่านวิดีโอคอล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อจากนั้นนายกฯ ได้พูดคุยกับ นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ พร้อมด้วย นพ.เกรียงศักดิ์ อติพรวณิช นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลราชวิถี และ รศ.นพ.สืบสาย คงแสงดาว นายแพทย์เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลราชวิถี ผู้หาวิธีรักษาเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 ถึงสถานการณ์ไวรัสโคโรนาล่าสุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายกฯ กล่าวว่า ตอนนี้เราคอนโทรลได้อยู่ เพราะถ้าเฟส 3 คือการระบาด ก็อย่าตื่นตระหนกกัน เพราะมาตรการเราก็ไปเยอะพอสมควร เท่าที่ฟังหลายคนบอกเราไม่เตรียมการอะไรเลยหรือ ซึ่งที่จริงเราเตรียมการมาตลอด การที่จะสร้างการรับรู้ต้องระมัดระวัง ไม่ได้ปกปิดใครทั้งสิ้น และด้วยความร่วมมือจากอดีตหมอเก่าๆ อดีตปลัดกระทรวง ที่มาช่วยกันด้วย ส่งมาถึงคนรุ่นใหม่ นี่คือการขับเคลื่อนการทำงานทุกปัญหาด้วยคนไทยของเราทั้งหมด เป็นที่น่าภาคภูมิใจระบบสาธารณสุขไทยเราถือว่าเป็นระดับต้นของโลก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมติดตามทุกวัน ทั้งทางสื่อโซเชียลต่างๆ และเรื่องหน้ากากอนามัยได้ให้กระทรวงพาณิชย์ไปตรวจสอบแล้ว ปรากฏว่าทางโรงงานกำลังเร่งผลิตออกมา เพราะมีความต้องการสูงในขณะนี้ และเราต้องผลิตให้คนในประเทศด้วย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ขอบคุณไปยังบุคลากรของทางการแพทย์ สาธารณสุข และเอกชนที่ช่วยกันกำจัดและทำความสะอาดในสถานที่ที่มีความเสี่ยง รวมถึงในขนส่งมวลชน เพื่อรองรับการท่องเที่ยวต่อไป ซึ่งช่วงนี้อาจจะลดลงเป็นเรื่องธรรมดา
คนขับแท็กซี่หายป่วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.สมศักดิ์กล่าวว่า เมื่อองค์การอนามัยโลกประกาศโคโรนาเป็นปัญหาทางสาธารณสุขฉุกเฉินระดับนานาชาติ เราจึงให้เอาแนวทางที่เราอบรมแล้วมาปรับวิธีการรักษาใหม่ ซึ่งขณะนี้หมอ พยาบาลกว่า 300 คน กำลังประชุมและถ่ายทอดวิดีโอไปทุกโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุข สำหรับวิธีป้องกันตัวเองคือ &amp;nbsp;3 อ. 2 ส. คือ ออกกำลังกาย ทานอาหารครบ 5 หมู่ อย่าเครียด ส่วน 2 ส. ห่างไกลสุราและยาเสพติด รวมถึงการกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ และใส่หน้ากากฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกรียงศักดิ์กล่าวว่า ผลตรวจคนไข้หลังจากที่ได้รับยาสูตรที่ให้ไปผลจากบวกเป็นลบถึงสองครั้งแล้ว จากที่ก่อนหน้านั้นมีอาการหนัก ถือว่าดีขึ้นมาก ซึ่งต่างประเทศก็สนใจติดตาม ทั้งจีน ฟิลิปปินส์ ด้านการวิจัยคงต้องได้รับการต่อยอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ รศ.นพ.สืบสายกล่าวว่า ครั้งแรกในการศึกษาผู้ป่วยรายนี้เรียกว่าเคสรีพอร์ต เนื่องจากปัจจุบันโรคอุบัติใหม่รายนี้ยังไม่มีใครมีข้อมูลด้านการรักษา เราอาจจะใช้วิธีการเทียบเคียงกับโรคซาร์สหรือโรคเมอร์สที่เคยเกิดขึ้น พบว่ามีการพยายามรักษาในคนไข้ที่มีอาการรุนแรงก็มีการใช้ยาหลายตัว ปัจจุบันก็มียาจำนวนมากที่พยายามใช้ในการรักษา แม้จะยังไม่ได้บรรจุเป็นมาตรฐานการรักษา แต่แพทย์ทุกท่านก็พยายามทำการรักษาอย่างเต็มที่ไม่ทอดทิ้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.กฤษฎา หาญบรรเจิด รอง ผอ.สถาบันบำราศนราดูร กล่าวว่า สำหรับผู้ป่วยวิกฤติที่รักษาอยู่ที่สถาบันบำราศฯ ขณะนี้ เป็นชายไทยอายุ 70 ปี ขับรถบัสรับ-ส่งนักท่องเที่ยวชาวจีน ขณะนี้อาการทรงๆ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ แต่ก็อาการดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผู้ป่วยเป็นวัณโรค และเป็นไวรัสโคโรนาร่วมด้วย ทำให้การรักษาค่อนข้างซับซ้อน ขณะนี้ให้การรักษาตามอาการไม่ได้มีการให้ยาต้านไวรัสเอชไอวีกับยาโอเซลทามิเวียร์แต่อย่างใด ตอนนี้มีการติดตามไปที่ครอบครัวของผู้ป่วยรายนี้แล้ว 4 ราย โดยติดตามทั้งโรควัณโรค และเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ด้วย ซึ่งจริงๆ แล้ววัณโรคน่ากลัวกว่าไวรัสฯ อีก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พญ.อนุตรา รัตน์นราทร แพทย์อายุรกรรมโรคปอด สถาบันบำราศนราดูร กล่าวว่า สำหรับแท็กซี่รายแรกที่มีการติดรายแรกภายในประเทศ ที่รักษาหายแล้วนั้น เป็นชายไทยอายุ 50 ปี รับนักท่องเที่ยวชาวจีน แล้วรู้สึกผิดปกติ มีไข้ ไอมาก จึงเข้ารับการรักษาที่ รพ.ตามสิทธิ ผลตรวจพบติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ จึงมีการส่งต่อมายังสถาบันบำราศวันที่ 28 ม.ค. มีไข้ต่ำ และมีความกังวล แพทย์ได้ให้ยาปฏิชีวนะหลายชนิด เพราะตอนนั้นยังไม่ทราบว่ามีการติดเชื้อไวรัสโคโรนา แล้วมีการติดเชื้อแบคทีเรียอย่างอื่นร่วมด้วยหรือไม่ ทั้งนี้ หลังจากให้การรักษาตามอาการแล้ว 2-3 วัน คนไข้อาการดีขึ้น จนกระทั่งตรวจไม่พบเชื้อ 31 ม.ค. ตอนนี้หายดีแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านคนขับแท็กซี่ที่ไม่ตรวจพบเชื้อแล้ว กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือพร้อมน้ำตาคลอว่า ขอบคุณแพทย์ พยาบาลที่รักษาตนจนหายป่วย ตอนนี้รู้สึกแข็งแรงมาก วิ่งรอบกระทรวงสาธารณสุขยังได้ เป็นโอกาสที่ดี เหมือนมาฟิตร่างกาย ความรู้สึกวันแรกน้ำตาไหล เพราะไม่คิดว่าเราจะป่วย เพราะเราทำงานเลี้ยงครอบครัว พอติดเชื้อความรู้สึกวันแรกก็ได้ ผอ.สถาบันบำราศนราดูร ให้กำลังใจ โทร.มาหาทุกวัน บอกอย่าเครียด ให้ทำใจสบายๆ ถ้ากินได้นอนหลับ ร่างกายจะมีภูมิคุ้มกัน ท่านรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุขก็มาเยี่ยมเพราะเป็นห่วง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วอนเพื่อนๆ ที่ขับรถสาธารณะ โดยเฉพาะแท็กซี่ ซึ่งเป็นด่านแรกที่พานักท่องเที่ยวไปเที่ยว ท่านอย่าลืม อยู่บนรถติดไฟแดงบางครั้งเป็นชั่วโมง 10 นาที 20 นาที แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกค้าของเราคนนั้นปลอดเชื้อหรือไม่ แต่ถ้าดูแล้วเขาไม่ปลอดภัยให้ส่งหน้ากากอนามัยให้เขาเลย ส่วนตัวเราเองขอวิงวอนเลยว่าใส่หน้ากากอนามัยเถอะ จับพวงมาลัยเมื่อไหร่ ให้ใส่หน้ากากอนามัยเลย เราจะได้มีความรู้สึกดี&amp;rdquo; คนขับแท็กซี่กล่าวทั้งน้ำตา วิงวอนภาครัฐให้พิจารณาดูแลคนขับรถสาธารณะที่ต้องหยุดงานเพราะเรื่องนี้จะมีการชดเชยการขาดรายได้&amp;quot;
จีนสังเวยเพิ่มเฉียด 500 ศพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสื่อต่างประเทศรายงานอ้างคำแถลงของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีนเมื่อวันพุธที่ 5 ก.พ. ว่ามีผู้เสียชีวิตจากไวรัสปอดอักเสบอู่ฮั่นในจีนเพิ่มอีก 65 รายเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา จำนวนเพิ่มเป็น 490 ราย และมีผู้ติดเชื้อไวรัสรายใหม่ที่ผ่านการยืนยันแล้วอีก 3,887 ราย จำนวนรวมอยู่ที่ 24,324 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตภายนอกจีนแผ่นดินใหญ่นั้นยังอยู่ที่ 2 ราย รายแรกเป็นชาวจีนเสียชีวิตที่ฟิลิปปินส์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และอีกรายเสียชีวิตเมื่อวันอังคารเป็นชาวฮ่องกงที่เคยเดินทางไปเมืองอู่ฮั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่งรายงานของสื่อทางการจีนกล่าวว่า ตรวจพบทารกเกิดใหม่อายุ 30 ชั่วโมง ติดเชื้อไวรัสโคโรนาชนิดนี้ ถือเป็นผู้ติดเชื้ออายุน้อยที่สุด คำแถลงของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติเมื่อวันอังคารชี้ว่า ผู้ติดเชื้อที่พบอายุมากที่สุดนั้นอายุ 90 ปี และ 80% ของผู้เสียชีวิตนั้นเป็นคนไข้อายุ 60 ปีขึ้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวซีซีทีวีอ้างคำกล่าวของผู้เชี่ยวชาญว่าเด็กอาจติดเชื้อโดยตรงจากมารดา ซึ่งพบว่าติดเชื้อไวรัสนี้ขณะตั้งครรภ์ หรืออาจติดเชื้อขณะคลอด หรือติดเชื้อทันทีหลังคลอด เมื่อวันจันทร์ สำนักข่าวซินหัวเพิ่งรายงานว่า มีทารกคนหนึ่งเกิดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วจากมารดาที่ติดเชื้อไวรัสแต่ตัวเด็กไม่ติดเชื้อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายนอกจีนยังคงมีรายงานผู้ติดเชื้อเพิ่มอีกในหลายประเทศ เจ้าหน้าที่สิงคโปร์และมาเลเซียยืนยันเมื่อวันพุธว่ามีนักธุรกิจชาวเอเชียอย่างน้อย 3 รายที่เข้าร่วมการประชุมระหว่างประเทศที่โรงแรมแกรนด์ไฮแอทในสิงคโปร์เมื่อกลางเดือนมกราคม ซึ่งมีชาวจีนเข้าร่วมด้วยนั้น ผลตรวจยืนยันพบว่าติดเชื้อไวรัสนี้ ส่วนญี่ปุ่นพบคนบนเรือสำราญ 10 รายที่ถูกกักกันโรคอยู่นอกชายฝั่งเมืองท่าโยโกฮามา ติดเชื้อไวรัสโคโรนาและถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลแล้ว ส่วนคนบนเรือสำราญไดอะมอนด์ปรินเซสของบริษัทคาร์นิวัลราว 3,700 คน จะถูกกักตัวไว้บนเรือ 14 วัน ยอดผู้ติดเชื้อที่พบทำให้ยอดรวมผู้ติดเชื้อในญี่ปุ่นเพิ่มเป็น 33 รายแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เวียดนาม ซึ่งพบผู้ติดเชื้อ 10 ราย ใช้มาตรการห้ามผู้เดินทางจากจีนเข้าประเทศ และจัดตั้งโรงพยาบาลสนามหลายแห่งเพื่อเตรียมไว้รองรับคนไข้ขนาดหลายพันเตียง ส่วนอิตาลีประกาศใช้มาตรการคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิผู้โดยสารเที่ยวบินระหว่างทุกราย ด้านรัฐบาลฮ่องกงเตรียมกักกันโรค 14 สัปดาห์นักเดินทางทุกรายจากจีนแผ่นดินใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์และอเมริกันแอร์ไลน์ของสหรัฐ ซึ่งระงับเที่ยวบินจีนก่อนหน้านี้ ประกาศจะระงับเที่ยวบินฮ่องกงเพิ่มด้วยถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ หลังจากฮ่องกงมีผู้เสียชีวิตรายแรก โดยพวกเขาอ้างว่ามีผู้โดยสารน้อยลง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้รัฐบาลจีนแสดงท่าทีโกรธเคืองสหรัฐว่าแพร่กระจายความตื่นตระหนกด้วยการห้ามการเดินทางและสั่งอพยพพลเมืองออกจากจีนเป็นชาติแรก ในวันพุธ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนกล่าววิจารณ์สหรัฐอีกครั้งว่า ความตื่นตระหนกแพร่กระจายได้ง่ายและเป็นอันตรายต่อชีวิตยิ่งกว่าไวรัสใดๆ
&amp;nbsp;องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ซึ่งประกาศให้การแพร่ระบาดเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ แต่ไม่แนะนำให้ใช้มาตรการจำกัดการเดินทางและการค้า ได้ประชุมคณะกรรมการบริหารที่นครเจนีวาเพื่อรับฟังรายงานสรุป ได้กล่าวถึงการใช้มาตรการเฉียบขาดของจีนว่าเปิดโอกาสสำหรับการหยุดการแพร่เชื้อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีโดรส อัดฮานอม กรีบรีเยซุส ผู้อำนวยการดับเบิลยูเอชโอ กล่าวว่า ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่นั้นอยู่ภายในจีน แม้จะไม่ได้หมายความว่าสถานการณ์จะไม่แย่ลง แต่นี้ยังเป็นหน้าต่างแห่งโอกาสสำหรับการดำเนินการ จึงไม่ควรปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาเผยด้วยว่า ดับเบิลยูเอชโอได้รับรายงานฉบับสมบูรณ์เพียง 38% ของผู้ติดเชื้อภายนอกจีน โดยมีประเทศร่ำรวยบางประเทศล้าหลังในการแบ่งปันข้อมูลสำคัญนี้กับดับเบิลยูเอชโอ และนั่นไม่ใช่จากปัญหาการขาดศักยภาพด้วย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56413</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนไทยกลับจากอุ่ฮั่น, ฐานทัพเรือสัตหีบ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สัตหีบ, สาธิต ปิตุเตชะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โคโรนาไวรัส, โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์, ไม่พบเชื้อไวรัสโคโรนา, ไวรัสอู่ฮั่น, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200205/image_big_5e3ad67196cb7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56201</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2020 21:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2020 21:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ทร.หนุนเต็มที่รับคนไทยกลับจากอู่ฮั่น จัดตั้งกอ.ร่วมที่สัตหีบ ที่พัก-อาหารพร้อม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.พ.63 - พล.ร.ท.ประชาชาติ ศิริสวัสดิ์ รองเสนาธิการทหารเรือ ในฐานะโฆษกกองทัพเรือกล่าวว่า พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.ทร.ยินดีให้การสนับสนุน กำลังพลและสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชน ชาวไทย ที่จะเดินทางกลับมาจากเมืองอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีน อย่างเต็มความสามารถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในเบื้องต้น ได้เตรียมจัดตั้งกองอำนวยการร่วม เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์โรคติดต่อ และพร้อมบริหารจัดการแก้ไขสถานการณ์ ที่ โรงพยาบาล อาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบพร้อมจัดเตรียม อาคารรับรองสัตหีบ บริเวณ อ่าวดงตาล เป็นพื้นที่ควบคุม จำนวน 5 อาคาร สามารถรองรับ คนไทยที่เดินทางกลับมาจากเมืองอู่ฮั่น พร้อมเที่ยวบินที่จัดไปรับได้ทั้งหมด โดยขณะนี้ได้จัดเตรียมสถานที่และการช่วยเหลือในสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆให้ สามารถรองรับการเข้าพักเฝ้าสังเกตอาการได้จนกว่า หมดภาวะแพร่กระจาย คือ ประมาณ 14 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกกองทัพเรือกล่าวว่า ในส่วนการวางแผนรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดโรค หากตรวจพบนั้น กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เป็นหน่วยงานหลักในการเตรียมความพร้อมในการวางแผนรับมือสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความปลอดภัยในพื้นที่ใกล้เคียง ในอำเภอสัตหีบ ขอให้มั่นใจได้ว่าจะไม่ได้รับผลกระทบกับการนำประชาชนคนไทยจากอู่ฮั่น มาพำนักเป็นการชั่วคราวในครั้งนี้เพราะรอบบริเวณ อาคารรับรองสัตหีบ เป็นพื้นที่เฉพาะ ห่างจากชุมชนและกองทัพเรือได้จัดเขตป้องกันการเชื่อมต่อกับภายนอกไว้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้ประชาชนชาวไทยไม่ต้องกังวล ว่าคนไทยจากเมืองอู่ฮั่นจะไม่ได้รับการดูแล หรือจะมีใครรังเกียจคนไทยด้วยกันเอง เพราะกองทัพเรือไม่เคยคิดทอดทิ้ง และยินดีที่จะร่วมให้การช่วยเหลือ ดั่งคำขวัญของกองทัพเรือที่ว่าเราพร้อมที่จะหายใจ เชื่อมใจ และมีชะตาชีวิตร่วมกันกับประชาชนคนไทยตลอดไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56201</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฐานทัพเรือสัตหีบ, พล.ร.ท.ประชาชาติ ศิริสวัสดิ์, อู่ฮั่น, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200203/image_big_5e3828ed591fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55299</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2020 12:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2020 12:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กองทัพเรือ&#039; รับมอบ &#039;เรือหลวงหลีเป๊ะ&#039; หนุนภารกิจเรือรบช่วยเหลือภัยพิบัติชายฝั่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ม.ค.63 - พลเรือเอกลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีรับมอบ&amp;nbsp;&amp;ldquo;เรือหลวงหลีเป๊ะ&amp;rdquo;&amp;nbsp;หมายเลข 858 จากผู้แทนบริษัท อิตัลไทยมารีน จำกัด โดยมี นาวาเอกหญิง อุบลวรรณ รุดดิษฐ์ นายกสมาคมภริยาทหารเรือ ผู้บริหารระดับสูงของกองทัพเรือ ฝ่ายบริษัทต่อเรือ และผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ท่าเทียบเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จังหวัดชลบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้ ภายหลังพิธีรับมอบ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้ส่งมอบสายการบังคับบัญชาให้กับ พลเรือเอกชุมศักดิ์ นาควิจิตร ผู้บัญชาการ กองเรือยุทธการ และพลเรือตรี เทวินทร์ ศิลปชัย ผู้บัญชาการ กองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ กองเรือยุทธการ ตามลำดับ พร้อมกล่าวให้โอวาทกับกำลังพลประจำเรือ ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อสนองภารกิจของหน่วย และกองทัพเรือ ให้สำเร็จลุล่วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรือหลวงหลีเป๊ะ หมายเลข 858 เป็นเรือลากจูงที่ต่อขึ้น เพื่อทดแทนเรือเก่า โดยกองทัพเรือว่าจ้าง บริษัท อิตัลไทย มารีน จำกัด ดำเนินการต่อเรือลากจูงขนาดกลาง จำนวน 2 ลำ คือ เรือหลวงหลีเป๊ะ และเรือหลวงปันหยี ที่ได้มีการรับมอบไปก่อนหน้านี้ เพื่อสนองภารกิจ ในการสนับสนุนนำเรือรบขนาดใหญ่ เข้า-ออกจากท่าเทียบเรือ ตลอดจน สนับสนุนการดับเพลิงให้กับท่าเรือต่างๆ การขจัดคราบน้ำมัน การลากเป้าฝึกยิงอาวุธ และสนับสนุนภารกิจเรือดำน้ำ ในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ สมรรถนะเรือได้มีการออกแบบโดย บริษัท&amp;nbsp;Robert Allan Ltd.,Naval Architects and Marine Engineering&amp;nbsp;ประเทศแคนาดา ตัวเรือมีความแข็งแรงทนทาน มีกำลังดึงไม่น้อยกว่า 53 เมตริกตัน และวงหันหมุนรอบตัวเอง 360 องศา ความยาวตลอดลำ 32 เมตร กว้าง 12.40 เมตร กินน้ำลึกสุด 4.59 เมตร ความเร็วสูงสุดต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 12 น็อต ระยะปฏิบัติการไม่น้อยกว่า 2,500 ไมล์ทะเล และมีกำลังพลประจำเรือ รวม 20 นาย ประกอบด้วย นายทหาร 3 นาย พันจ่า 3 นาย จ่า 10 นาย พลทหาร 4 นาย โดยมี เรือเอก ชาญชัย อยู่เจริญ เป็นผู้บังคับการเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55299</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพเรือ, จังหวัดชลบุรี, ฐานทัพเรือสัตหีบ, เรือหลวงหลีเป๊ะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200123/image_big_5e29275406e60.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
