<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117208</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุยฐานเสียงพปชร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เดินสายถี่ยิบ ลงพื้นที่ &amp;quot;สุโขทัย&amp;quot; ตรวจน้ำท่วม 22 ก.ย. หลังการเมืองคาดยุบสภาปีหน้า พบไป 3 จว. ฐานเสียง &amp;quot;พปชร.&amp;quot; ของ &amp;quot;รมต.-ส.ส.&amp;quot; สายหนุนประยุทธ์-โค่นธรรมนัส นิด้าโพลเผยกองเชียร์ลุงตู่ แนะไม่ควรร่วมสังฆกรรมพลังประชารัฐ และอย่าตั้งพรรคการเมืองเอง เสนอวางมือการเมือง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 ก.ย. รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ มีกำหนดการลงพื้นที่ตรวจราชการ เยี่ยมเยียนประชาชน และติดตามปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของ จ.สุโขทัย ในวันที่ 22 ก.ย.นี้ ส่วนรายละเอียดของกำหนดการแต่ละจุดที่นายกฯ จะเดินทางไปนั้น ยังไม่ลงตัว ทางผู้เกี่ยวข้องจะได้หารือและสรุปกันอีกครั้งในวันที่ 20 ก.ย.นี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม มีข้อน่าสังเกตว่าตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์มีคิวลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา, จ.ชัยนาท วันที่ 15 ก.ย., จ.ชลบุรี วันที่ 17 ก.ย. และสุโขทัยเป็นจังหวัดต่อไป โดยจังหวัดที่นายกฯ ไปส่วนใหญ่ล้วนเป็นพื้นที่ฐานเสียงของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่มีรัฐมนตรีและ ส.ส.ของพรรค อยู่ในกลุ่มที่สนับสนุนนายกฯ ได้แก่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พลังประชารัฐ, นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ ส.ส.ชัยนาท, นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และ ส.ส.ชลบุรี, นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม อดีตผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี เป็นต้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่ามกลางการจับตาว่า พล.อ.ประยุทธ์ กำลังส่งสัญญาณเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไปหรือไม่ ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะเหลือวาระการดำรงตำแหน่งอีกปีกว่าก็ตาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าการลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์เป็นเรื่องปกติตามภาระหน้าที่ของท่านนายกฯ ที่ต้องการเข้าไปช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน รวมถึงได้รับทราบถึงความเดือดร้อนอย่างใกล้ชิด แต่ไม่ได้หมายความถึงจะมีการยุบสภา ซึ่งถือเป็นคนละเรื่องกัน ทั้งนี้ ไม่อยากให้หยิบยกการลงพื้นที่ของนายกฯ โดยเฉพาะการเร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมมาเป็นประเด็นทางการเมืองเป็นการส่งสัญญาณว่าจะมีการยุบสภา ยืนยันว่ารัฐบาลจะอยู่ครบวาระ และไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องยุบสภา เนื่องจากขณะนี้ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลเองก็ยังให้การสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นอย่างดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า การยุบสภาและจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในขณะนี้นั้น จะยิ่งเพิ่มภาระค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะงบประมาณแผ่นดิน ที่จะต้องนำมาใช้จัดการเลือกตั้ง ซึ่งงบประมาณเหล่านี้น่าจะนำไปใช้เพื่อแก้ปัญหาโควิด-19 และการฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศ ที่วันนี้ประชาชนกำลังได้รับความเดือดร้อนอยู่ น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ดังนั้นรัฐบาลจะเดินหน้าแก้ปัญหาให้ประชาชนต่อไปจนครบวาระ จากนั้นประชาชนจะเป็นผู้ที่ตัดสินเองในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ตรงกันข้าม วิธีการล้มรัฐบาลของพรรคการเมืองบางพรรคต่างหากที่วันนี้ประชาชนเริ่มรู้สึกว่ามีวาระซ่อนเร้นหรือไม่
สบช่องยื่นยุบเพื่อไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.... จากพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ตามที่นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน เช่นที่แถลงกรณีไม่อภิปราย ท่ามกลางกระแสข่าวย้ายพรรคเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2564 ซึ่งเป็นคลิปที่นายศรัณย์วุฒิแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่รัฐสภา มีการกล่าวอ้างเช่น &amp;ldquo;...แล้ววันนี้พรรคเพื่อไทยก็ถูกนายทุนครอบ ซึ่งเป็นอะไรที่น่าเจ็บปวดมาก มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ก็มีผู้บริหารบางคนนะฮะที่มารับใช้นายทุน...&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;...และสิ่งที่ผมอยากจะบอกก็คือว่า ฝากไปถึงผู้บริหารด้วย ถ้าเอ็งทำหน้าที่อย่างที่มันเกินเลยด้วยความลุแก่อำนาจของเอ็งเนี่ย ฟังไว้นะ คนชื่อศรัณย์วุฒิไม่ยอมก้มหัวให้เอ็งแน่นอนโว้ย เอ็งจำไว้ สำเหนียกด้วย แต่ถ้าเกิดผู้บริหารหรือเจ้าของพรรคเขาเห็นด้วย ก็เป็นอะไรที่ผมเสียใจมาก...&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;...ผมใช้คำว่านายทุน ผมไม่อยากใช้คำว่าคนใหม่ ไม่ได้พูดคำว่าคนใหม่นะ มีนายทุน ก็ใช้คำว่านายทุนก็แล้วกัน ถ้าพูดอะไรไม่เข้าใจ ก็ขอย้ำว่า มีนายทุนเข้ามาครอบงำพรรค ผมบอกแล้วว่าอย่าไปว่าเป็นใหม่หรือเป็นเก่า ผมใช้คำว่าพรรคถูกนายทุนครอบ ใช้คำนี้นะครับ ครับ...&amp;rdquo; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเรืองไกรกล่าวว่า เนื่องจากนายศรัณย์วุฒิเป็น ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย ข้อเท็จจริงตามคำกล่าวอ้างที่ปรากฏในคลิปทั้งสองดังกล่าว ที่อ้างถึงนายทุนครอบงำพรรค เจ้าของพรรค นายทุน พ.พาน และอดีตนายกฯ ทักษิณนั้น เป็นคลิปที่มีความชัดเจนทั้งภาพและเสียง และอาจเป็นการนำข้อมูลภายในพรรคออกมาเปิดเผยให้สาธารณชนทราบ กรณีตามข้อเท็จจริง จึงมีเหตุที่ควรขอให้ กกต.ตรวจสอบพรรคเพื่อไทยหรือกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย หรือบุคคลที่ถูกกล่าวอ้างถึงว่ามีการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทำให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม อันเข้าข่ายฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 28 หรือไม่ และจะต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าจะต้องมีคำสั่งยุบพรรคเพื่อไทย ตามมาตรา 92 หรือไม่ รวมทั้งขอให้ กกต.พิจารณาว่าจะต้องดำเนินคดีอาญาตามความในมาตรา 29 ประกอบมาตรา 108 หรือไม่ เช้าวันที่ 20 ก.ย. จะส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS เพื่อให้ กกต.ตรวจสอบตามหน้าที่และอำนาจต่อไป &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนี้ว่า ใครจะไปร้องอย่างไรก็ได้ ที่สำคัญข้อเท็จจริงเป็นตามนั้นหรือไม่ ยืนยันว่าไม่มีข้อเท็จจริงตามที่มีการกล่าวอ้าง หากมีการร้อง สามารถชี้แจงได้อยู่แล้ว พรรคเพื่อไทยผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านการถูกกระทำมาทุกรูปแบบ จึงระมัดระวังตัวและปิดช่องว่างมาโดยตลอด ระบบการทำงานของพรรคเพื่อไทยนั้น ทำงานภายใต้ ส.ส.ที่มีจำนวนมากกว่าทุกพรรค อยู่บนหลักการมีส่วนร่วมของสมาชิกทุกคน ไม่มีทางที่จะมีคนหนึ่งคนใดมาครอบงำได้ เมื่อมีการร้องเช่นนี้ ไม่มีความหวั่นไหวแต่อย่างใด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความคืบหน้าผลการประชุมคณะกรรมการจริยธรรมพรรคเพื่อไทยว่า ที่ประชุมมีมติส่งรายชื่อ ส.ส. ที่ทำการลงมติในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลที่ขัดกับมติของพรรค รวมทั้งสิ้น 7 คน ส่งไปให้คณะกรรมการบริหารเพื่อพิจารณาแล้ว มี ส.ส.จำนวน 2 คนที่ทำความผิดร้ายแรงใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.ให้ร้ายป้ายสีพรรค 2.กระทำความผิดซ้ำทั้งที่อยู่ระหว่างทำทัณฑ์บน 3.กระทำการขัดมติพรรคอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ในขั้นตอนต่อไป คณะกรรมการบริหารพรรคจะขอมติพรรคเพื่อเรียกประชุม ส.ส.ทั้งหมดเพื่อร่วมลงมติใดๆ กับ ส.ส.ทั้ง 7 คนอีกครั้งในช่วงต้นเดือนตุลาคมนี้ ก่อนการประชุมใหญ่สามัญประจำปีที่จะเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 28 ต.ค.ที่จังหวัดขอนแก่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การดำเนินการของคณะกรรมการจริยธรรมพรรคเพื่อไทย พิจารณาจากพยาน หลักฐาน องค์ประกอบแวดล้อม และคำชี้แจง การดำเนินการทุกอย่างของพรรคมีการกำหนดระเบียบ ขั้นตอน ชัดเจน และศึกษาข้อกฎหมายอย่างถี่ถ้วน &amp;nbsp;โดยปราศจากอคติในการลงโทษผู้กระทำผิด เพื่อให้พรรคการเมืองมีความเป็นสถาบันการเมืองที่เข้มแข็ง เคารพเสียงส่วนใหญ่ตามหลักการการปกครองในระบอบประชาธิปไตย&amp;quot; โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หลังปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ส.ส.ของพรรคจะลุยพื้นที่อย่างเต็มที่ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ในทุกพื้นที่ประชาชนยังต้องการความช่วยเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก รวมถึงการรับฟังปัญหาของประชาชนเพื่อช่วยแก้ปัญหาทั้งในปัจจุบัน ร่วมแก้ไขปัญหากับรัฐมนตรีในส่วนของพรรค และเก็บข้อมูลไว้เพื่อนำไปสู่การทำงานในช่วงเปิดสมัยประชุมหน้าต่อไป และนอกจาก ส.ส.แล้วยังมีตัวแทนพรรคประจำจังหวัด รวมถึงสาขาและแกนนำพรรคผู้รับผิดชอบ ในทุกเขตพื้นที่เลือกตั้งรวม 350 เขต ก็ยังคงทำหน้าที่ในนามพรรคในการดูแลให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การลุยทำงานในพื้นที่ไม่ใช่เพราะมีกระแสข่าวยุบสภา แต่เป็นเรื่องปกติของพรรคที่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องลงพื้นที่ใกล้ชิดประชาชนตลอดเวลาอยู่แล้ว ส่วนการมีกระแสข่าวการยุบสภา เรื่องนี้เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี ในฐานะพรรคเป็นสถาบันทางการเมือง พรรคเตรียมพร้อมตลอดเวลา&amp;quot; โฆษกพรรคประชาธิปัตย์บอก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศกล่าวในตอนท้ายว่า ในเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่อยู่ในห้วงเวลาพักไว้ก่อน 15 วัน ก็ต้องรอดูว่าจะมีสมาชิกรัฐสภาลงชื่อกันเพื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งจะครบเวลาตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดในวันที่ 26 กันยายน 2564 หลังจากนั้นหากไม่มีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ก็จะเข้าสู่กระบวนการขั้นตอนต่อไป หากรัฐธรรมนูญที่แก้ไขเพิ่มเติมมีผลบังคับใช้ แน่นอนว่าในมาตรา 91 ให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งในเรื่องของการกำหนดหลักเกณฑ์ กระบวนการ ในการเลือกตั้งเพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่แก้ไข ช่วงนี้ระหว่างที่ยังไม่ได้แก้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ก็คงยากที่จะมีการยุบสภา &amp;nbsp;เพราะจะมีปัญหาในทางปฏิบัติทันทีว่ากฎหมายเลือกตั้งยังไม่ได้มีการแก้ไข แล้วจะใช้กฎหมายใดในกระบวนการจัดการเลือกตั้ง กกต.คงจะไปออกประกาศ ระเบียบเองคงไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้ไปใช้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเป็นหลัก เชื่อว่าทุกพรรคก็ต้องเร่งดำเนินการแก้กฎหมายเลือกตั้งให้แล้วเสร็จในสมัยประชุมหน้านี้ เพื่อเตรียมการในเรื่องกฎเกณฑ์กติกาให้พร้อม หลังจากกฎหมายเลือกตั้งที่ต้องแก้ไขผ่านสภา เชื่ออีกเช่นกันว่าทุกพรรคจะเข้าสู่โหมดการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งเต็มรูปแบบ
เตือนบิ๊กตู่อย่าไปข้องแวะ พปชร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชนเรื่อง &amp;ldquo;นายกรัฐมนตรีกระชับอำนาจ&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 13-16 กันยายน 2564 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,317 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการกระชับอำนาจของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสำรวจเมื่อถามถึงความรู้สึกของประชาชนต่อการกระชับอำนาจของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยการให้รัฐมนตรีสองคนออกจากตำแหน่ง พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 23.99 ระบุว่าเป็นการดำเนินการที่เหมาะสมแล้ว รองลงมา ร้อยละ 23.54 ระบุว่าพี่-น้อง 3 ป. แค่เล่นเกมการเมือง แต่จะไม่มีการแตกออกจากกัน, &amp;nbsp;ร้อยละ 17.16 ระบุว่าเป็นการดำเนินการที่ไม่เหมาะสม, ร้อยละ 16.70 ระบุว่า พรรคพลังประชารัฐจะแตกแยกมากขึ้น, &amp;nbsp;ร้อยละ 11.92 ระบุว่านายกฯ จะได้คะแนนนิยมทางการเมืองน้อยลง, ร้อยละ 7.67 ระบุว่านายกฯ และรัฐบาลจะมีความมั่นคงน้อยลง, ร้อยละ 4.10 ระบุว่า พี่-น้อง 3 ป. กำลังจะแตกออกจากกัน, &amp;nbsp;ร้อยละ 3.57 ระบุว่านายกฯ และรัฐบาลจะมีความมั่นคงมากขึ้น, ร้อยละ 3.11 ระบุว่านายกฯ จะได้คะแนนนิยมทางการเมืองมากขึ้น, ร้อยละ 1.52 ระบุว่าพรรคพลังประชารัฐจะเป็นปึกแผ่นมากขึ้น และร้อยละ 17.69 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อการเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐของ พล.อ.ประยุทธ์ แทน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 56.11 ระบุว่าไม่ควรเข้าไปยุ่งกับพรรคพลังประชารัฐเลย รองลงมา ร้อยละ 21.56 ระบุว่าไม่ต้องเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แต่ต้องคุมพรรคได้, &amp;nbsp;ร้อยละ 16.33 ระบุว่าควรเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐแทน พล.อ.ประวิตร และร้อยละ 6.00 ระบุว่าไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อ พล.อ.ประยุทธ์ เกี่ยวกับการตั้งพรรคของตนเองเพื่อเตรียมการเลือกตั้งสมัยหน้า พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 58.24 ระบุว่าไม่เห็นด้วยเลย เพราะบริหารงานล้มเหลว ไม่สามารถแก้ไขปัญหาภายในประเทศได้ ควรยุติบทบาททางการเมืองได้แล้ว รองลงมา ร้อยละ 19.97 ระบุว่า เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะ พล.อ.ประยุทธ์มีความสามารถในการบริหารและมีความเด็ดขาด กล้าที่จะตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ได้ดี และคาดว่าสามารถดูแลสมาชิกพรรคได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ, ร้อยละ 10.10 ระบุว่าค่อนข้างเห็นด้วย เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ทำให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นว่าประเทศชาติจะสงบสุข ไม่มีความขัดแย้งภายในประเทศชาติ หากจัดตั้งพรรคของตนเอง ท่านจะได้มีอำนาจมาดูแลบริหารงานอย่างที่สามารถเลือกสมาชิกพรรคที่มีคุณสมบัติและความสามารถที่จะพัฒนาประเทศชาติได้ดียิ่งขึ้น, ร้อยละ 7.82 ระบุว่าไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะผลงานที่ผ่านมาของ พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่ดีเท่าที่ควร การแก้ไขปัญหาล่าช้า ควรเปิดโอกาสให้บุคคลที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาบริหารงาน และร้อยละ 3.87 ระบุว่าไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ. &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117208</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;พปชร.&quot;, 3 จว, ฐานเสียง, ตรวจน้ำท่วม, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ลงพื้นที่, ลุยฐานเสียงพปชร., สุโขทัย&quot;, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210912/image_big_613dbe6811f78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14810</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2018 16:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2018 16:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มาร์ค&#039;ชี้เพื่อไทยฐานเสียงแน่น แต่ไม่แน่ใจปชช.พร้อมที่จะเสี่ยงเลือกหรือไม่!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ส.ค.61 - นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ระบุถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคเพื่อไทยจะได้คะแนนถล่มทลายเหมือนหิมะถล่ม ว่า พรรคเพื่อไทยยังอยู่ในสถานะของพรรคที่มีความได้เปรียบ เพราะมีฐานเสียงค่อนข้างแน่นในพื้นที่ ซึ่งใหญ่ที่สุด คือ ภาคเหนือและภาคอีสาน อีกทั้งพรรคเพื่อไทยมีความพร้อมทั้งเงินและทอง ดังนั้น นายทักษิณก็มีสิทธิ์ที่จะคิด มีสิทธิ์ที่จะคุย และอยากจะคุย แต่ตนก็ไม่แน่ใจว่าประชาชนพร้อมที่จะเสี่ยงกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ เพราะพรรคเพื่อไทยยังไม่หลุดพ้นจากปัญหาเดิมๆ บ้านเมืองก็จะกลับมาอยู่ในภาวะที่เป็นแบบนี้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับประชาธิปัตย์ ผมก็บอกว่าตอนนี้อยากจะให้คนที่จะอยู่ พรรคคิดเรื่องทิศทางประเทศ ตกผลึกร่วมกันว่าเราจะพาประเทศไปทางไหนในทางแนวทางที่เรานำเสนอเป็นหลัก ถ้าเราทำได้เราก็เป็นรัฐบาลและเราก็หวังว่าจะเป็นรัฐบาล และเราจะสู้เพื่อให้ได้เป็นรัฐบาล แต่ถ้าแนวทางนี้ประชาชนไม่สนับสนุน เราทำไม่ได้ก็เป็นเรื่องที่เราพึงจะยอมรับ ผมอยากให้เราเป็นแบบอย่าง เป็นตัวอย่างของพรรคการเมืองว่าการเมืองต้องไปแบบนี้&amp;rdquo; นายอภิสิทธิ์ กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14810</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฐานเสียง, ทักษิณ, มาร์ค, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, เพื่อไทย, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180731/image_big_5b603a0d9abc3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
