<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80506</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2020 17:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2020 17:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  ทรงเปิดเทศกาลบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2020 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงานเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ &amp;nbsp;บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ Bangkok Art Biennale 2020 (BAB 2020) เป็นการส่วนพระองค์ โดยงานเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ &amp;nbsp;บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ Bangkok Art Biennale 2020 จะเนรมิตกรุงเทพฯ สู่เมืองแห่งศิลปวัฒนธรรมระดับโลก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เป็นหัวเรือใหญ่ผสานความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน กำหนดจัดขึ้นทุกๆ 2 ปี ถือเป็นโครงการสำคัญที่จัดขึ้นมาเพื่อให้กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางแห่งการท่องเที่ยวที่สำคัญทางด้านศิลปะร่วมสมัยอันดับต้นๆ ของโลก และเป็นจุดหมายของนักเดินทางผู้รักงานศิลปะจากทั่วโลก โดยมี นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)&amp;nbsp;ในนามประธานกรรมการและผู้ก่อตั้งมูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่, นางปภัชญา สิริวัฒนภักดี ,นายปณต สิริวัฒนภักดี, ม.ล.ตรีนุช สิริวัฒนภักดี, ศาสตราจารย์ ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ประธานอำนวยการและผู้อำนวยการศิลป์ บางกอกอาร์ต เบียนนาเล่, นายนิติกร กรัยวิเชียร กรรมการมูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ และคณะผู้จัดงานเฝ้าฯ รับเสด็จ เมื่อวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ณ ชั้น 15 อาคาร The Parq (พระราม 4)&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ BAB 2020&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชวนเสพงานศิลป์วิถีใหม่ &amp;ldquo;New Normal&amp;rdquo; กับผลงานศิลปะกว่า 200 ชิ้น โดย 82 ศิลปินชั้นนำทั่วโลก จาก 35 ประเทศ รวม 5 ทวีป ที่จะมาสร้างความอลังการและความยิ่งใหญ่ให้กับวงการศิลปะไทย กับแนวคิดหลัก&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สุดท้าทาย &amp;ldquo;Escape Routes&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ศิลป์สร้าง ทางสุข&amp;rdquo; ที่จะนำมาจัดแสดงบน 10 สถานที่สำคัญใจกลางกรุงเทพมหานคร ได้แก่ เดอะ ปาร์ค / BAB BOX / เดอะ พรีลูด โครงการวัน แบงค็อก จัดแสดงตั้งแต่วันที่ 12 ต.ค.&amp;nbsp;และจะเปิดแสดงเพิ่มในพื้นที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร /วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร / วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร / หอศิลปวัฒนธรรม แห่งกรุงเทพมหานคร / ล้ง 1919 /&amp;nbsp; มิวเซียมสยาม และ ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก โดยจะจัดแสดงตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.&amp;nbsp;2563 จนถึงวันที่&amp;nbsp; 31 ม.ค.&amp;nbsp;2564&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กล่าวว่า การจัดงานบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2020 ถือเป็นการตอกย้ำความตั้งใจอย่างแน่วแน่ของมูลนิธิบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ที่จะใช้พลังสร้างสรรค์ของเหล่าศิลปินระดับโลกทั้งไทยและต่างประเทศจากทุกทวีปทั่วโลกมาช่วยส่งเสริม และกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมในรูปแบบของการจัดเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ ถึงแม้ทั่วโลกจะเผชิญกับสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ต้นปี 2563&amp;nbsp; แต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจของคนไทย ประเทศไทยถือว่าสามารถบริหารจัดการควบคุมการแพร่ระบาดได้เป็นอย่างดี ซึ่งเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดงานครั้งนี้จะเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่สำคัญที่แสดงให้ทั่วโลกได้มั่นใจในศักยภาพของประเทศไทยของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฐาปน กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; ศิลป์สร้าง ทางสุข&amp;rdquo; หรือ Escape Routes ที่เป็นแนวคิดหลัก คณะกรรมการบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ เห็นว่า ช่วงเวลาของปี 2020 คือการขึ้นทศวรรษใหม่ที่ท้าทายที่องค์การสหประชาชาติ ประกาศ ว่าเป็น &amp;ldquo;ทศวรรษแห่งการลงมือทำ&amp;rdquo; หลังจากการประกาศ 17 เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนมา 5 ปี ซึ่งกระตุ้นความตื่นตัวในเรื่องการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน รวมทั้งการตื่นตัวของบริษัทใน&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตลาดทุนในหลายอุตสาหกรรมทั่วโลกที่เป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ ที่สามารถทำคะแนนได้สูงขึ้น&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในทุกปี แต่โลกของเราก็ยังมีเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่นำมาซึ่งความกังวลใจร่วมกัน เช่น ปัญหาทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และโดยเฉพาะสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ที่ผ่านมา ก็เป็นสิ่งเตือนใจ ให้กับคนทั่วไปในความใส่ใจในสุขภาพทั้งของตนเองและสุขภาพของโลกของเราที่ถือเป็นเรื่องสำคัญ &amp;nbsp; มูลนิธิบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ จึงตั้งใจที่จะกำหนดแนวคิดหลักของงานให้เป็นการกระตุ้นศิลปินที่เป็นนักคิดนักสร้างสรรค์ที่ร่วมมาแสดงผลงานครั้งนี้ จะร่วมสร้างสรรค์ชิ้นงานศิลปะในรูปแบบต่าง ๆ ที่ถ่ายทอด และกระตุ้นความคิดใหม่ๆ อีกทั้งสะท้อนถึงมุมมองจากสถานการณ์ปัจจุบันแล้วจะชวนเรามองไปถึงอนาคตที่น่าอยู่ที่ยั่งยืนได้อย่างไรนั้น เป็นเรื่องที่ชวนให้ติดตามชมเป็นอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ประธานกรรมการและผู้ก่อตั้งมูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนา กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขอเชิญชวนผู้ที่ชื่นชอบหรือผู้ที่รักในงานศิลปะได้ติดตามชมงานศิลปะระดับโลกเพราะนี่คือความคิดสร้างสรรค์จากศิลปินระดับโลกนานาชาติ 51 คนจาก 35 ประเทศ และ ศิลปินไทย 31 คน รวมแล้วมีศิลปินถึง 82 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งมากกว่างานบางกอก อาร์ต &amp;nbsp;เบียนนาเล่ ครั้งที่แล้ว การจัดงานบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2020 ถือเป็นการตอกย้ำความตั้งใจอย่างแน่วแน่ของ มูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ที่จะใช้พลังสร้างสรรค์ของเหล่าศิลปินระดับโลกทั้งไทย และต่างประเทศจากทุกทวีป ทั่วโลกมาช่วยส่งเสริมและกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม ในรูปแบบของการจัดเทศกาล ศิลปะร่วมสมัย นานาชาติ โดยในการจัดบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ครั้งที่ 1 &amp;nbsp;จากสถิติที่ TCEB หรือสํานักงาน ส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ที่ได้เก็บข้อมูลตลอดการจัดงาน พบว่ามีนักท่องเที่ยวในเชิงศิลปวัฒนธรรมจากต่างชาติสูงถึง 1.44 ล้านคน ในระหว่างการจัดงาน และสามารถสร้างรายได้เพิ่มทางเศรษฐกิจ สูงถึง 8 พันล้านบาท ในปีนี้ถึงแม้ทั่วโลกจะเผชิญกับโควิด-19 แต่ประเทศไทยสามารถบริหารจัดการควบคุม การแพร่ระบาดได้เป็นอย่างดี เราหวังว่า การจัดงานครั้งนี้จะเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดแสดงให้ทั่วโลกได้มั่นใจในศักยภาพของไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;งาน บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2020 ครั้งนี้ จะมีส่วนส่งผลให้กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางศิลปะร่วมสมัยระดับโลก และช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยว เสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สร้างรายได้ในภาพรวม ตั้งแต่ชุมชนคนรัก ศิลปะไปจนถึงเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนในบริเวณโดยรอบของพื้นที่จัดงานได้อย่างยั่งยืน&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp; ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ในนามประธานอำนวยการและผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ บอกว่า บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2020 ถือเป็นงานศิลปะร่วมสมัยที่มีความยิ่งใหญ่ระดับโลก ที่จะทำให้กรุงเทพมหานคร กลายเป็นศูนย์กลางความเชื่อมโยงแห่งเมืองศิลปวัฒนธรรม จากความสำเร็จอย่างงดงามของเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ที่จัดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อปี 2018 ในปีนี้มีความพิเศษโดยเรามีศิลปินถึง 82 ท่าน ซึ่งมากกว่าเมื่อครั้งจัดในปี 2018 เรียกว่าจะช่วยสร้างสีสันในด้านการท่องเที่ยว และสร้างความตื่นตัวให้กับคนในแวดวงศิลปะ ซึ่งพบกับชิ้นงานศิลปะระดับโลกกว่า 200 ชิ้นภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ศิลป์สร้าง ทางสุข&amp;rdquo;&amp;nbsp; บน 10 พื้นที่สำคัญใจกลางกรุงเทพมหานคร &lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; เราจะเน้นการชมงานในแบบวิถี New Normal&amp;nbsp;&amp;nbsp;เรื่องความปลอดภัย การเว้นระยะห่าง การเตรียมความพร้อม ไม่จะเป็นหน้ากาก การวัดอุณหภูมิ แอลกอฮอล์ทำความสะอาด โดยเราจะให้ความมั่นใจกับผู้ที่เข้ามาร่วมชมงานอย่างเต็มที่&amp;nbsp;ความพิเศษปีนี้ได้เปิดบริการ &amp;ldquo;BAB Caf&amp;eacute;&amp;rdquo;&amp;nbsp; ณ ชั้น 3 เดอะ ปาร์ค &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือกับเดอะ ปาร์ค&amp;nbsp;เป็นสถานที่พักผ่อนภายใต้บรรยากาศสบายๆ ให้นักท่องเที่ยว&amp;nbsp; ได้สัมผัสงานศิลปะใน Art Gallery ที่จะหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนงานศิลปะให้ชมเป็นระยะ ทั้งยังมีการจัดกิจกรรมของ BAB 2020 อย่างต่อเนื่อง พร้อมพบกับผลงานศิลปะร่วมสมัยกว่า 25&amp;nbsp; ผลงาน จากศิลปิน 16&amp;nbsp; คน ที่จะถูกติดตั้งบนพื้นที่ชั้น 15 แห่งนี้อีกด้วย&amp;rdquo; ศ.ดร.อภินันท์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80506</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฐาปน สิริวัฒนภักดี, นสพ.ไทยโพสต์, บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ Bangkok Art Biennale 2020, ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์, สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี, ไทยเบฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201014/image_big_5f86d7f47a6cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77223</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2020 15:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2020 15:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ผ้าขาวม้าทอใจ”  ดันผ้าขาวม้าจากชุมชน สู่ตลาดสากล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผ้าขาวม้าจก ลายช้าง จ่ากบ้านหาดเสี้ยว จ.สุโขทัย&amp;nbsp; เป็นภูมิปัญญาจากขาวบ้านที่อพยพมาจากเชียงขวาง ประเทศลาว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตั้งรกรากอยู่ในประเทศไทย ตั้งแต่สมัยร.5&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ผ้าขาวม้า&amp;quot;เป็นผ้าที่คนไทยคุ้นเคย ในภาพจำของคนไทยจะเห็นได้ว่า คนไทยใช้ผ้าขาวม้าหลากหลายประโยชน์ มีทั้งเอาไว้โพกหัว &amp;nbsp;ผูกเอว&amp;nbsp; นุ่งอาบน้ำ ของผู้ชายทุกวัย ทั้งเด็ก คนหนุ่ม&amp;nbsp; และคนแก่&amp;nbsp; หรือเอาไว้ผูกเปลให้เด็กแรกเกิดนอน คนรุ่นก่อนหลายคนจึงผ่านการนอนเปลผ้าขาวม้ามาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน ผ้าข่าวม้า ได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้น ผู้ผลิตที่เป็นชาวบ้าน ได้รับการส่งเสริมในด้านการออกแบบลาย ให้มีความหลากหลาย ในบริบทที่เข้ากับไลฟ์สไตล์คนในยุคปัจจุบันมากขึ้น และแปลงรูปแบบเป็นทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า หมวก รองเท้า ทำให้ตลาดของผ้าขาวม้า มีการขยับขยาย สร้างรายได้ให้กับชุมชนมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp; จนเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการอนุรักษ์ผ้าขาวม้า&amp;nbsp; ให้อยู่คู่กับสังคมไทยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ล่าสุด บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เครือข่าย ชุมชนผู้ผลิตผ้าขาวม้าทอมือทั่วประเทศ และภาคีเครือข่ายสถาบันการศึกษา และบริษัทภาคเอกชน ได้จัดงาน ผ้าขาวม้าทอใจ ปี 2563 &amp;nbsp;ภายใต้โครงการ ผ้าขาวม้าท้องถิ่น หัตถศิลป์ไทย &amp;nbsp;ปีที่ 5 เพื่อส่งเสริม กระตุ้น ให้กับประชาชนได้กันมาสนใจการสวมใส่ หรือผลิตภัณฑ์ผ้าขาวม้ามากขึ้น และยังสร้างรายได้ให้กับชุมชน พร้อมชมนิทรรศการภาพถ่าย IG และผลงานการประกวดออกแบบผลิตภัณฑ์ผ้าขาวม้า หัวข้อ ผ้าขาวม้ารัก(ษ์)โลก และช้อปกับสินค้าผ้าขาวม้าจากชุมชนผู้ผลิตผ้าขาวม้าทอมือชั้นนำจากทั่วประเทศ 18 ชุมชน ตั้งแต่วันนี้ - 13 กันยายน 2563 ณ บริเวณชั้น G &amp;nbsp;ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุดจากผ้าขาวม้า ที่ได้รับการดีไซน์ใหม่ ดูดี ราคาแพง สวมใส่ได้เก๋ไก๋ ในยุคปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับปีนี้ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการ Creative Young Designers กับ &amp;nbsp;6 สถาบันการศึกษาในเครือข่าย EISA (Education Institute Support Activity) ได้แก่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, วิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์, มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา, มหาวิทยาลัยกรุงเทพ, มหาวิทยาลัยรังสิต และมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ที่ได้ร่วมออกแบบผ้าขาวม้ากับ 6 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนผ้าขาวม้าบ้านหนองขาว จ.กาญจนบุรี, ชุมชมผ้าขาวม้าบ้านไทรงาม จ.สระแก้ว, ชุมชนผ้าขาวม้าบ้านเขาเต่า จ.ประจวบคีรีขันธ์, &amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนคอตตอลดีไซน์ จ.ปทุมธานี, ชุมชนผ้าขาวม้าบ้านดอนแร่ จ.ราชบุรี, ชุมชนผ้าขาวม้าบ้านหาดเสี้ยว จ.สุโขทัย และ ชุมชนผ้าขาวม้าบ้านหนองลิง จ.สุพรรณบุรี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผ้าขาวม้า นับว่าเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับคนไทยมายาวนาน ที่ยังคงเห็นชาวบ้านได้ใช้อยู่ และได้มีการปรับเปลี่ยนแปรรูปมาเป็นผลิตภัณฑ์อย่าง เสื้อบุรุษ หรือเสื้อสตรี &amp;nbsp;ที่มีการใช้สี หรือแพทเทิร์นในการทอที่หลากหลายอาจจะ มีมากถึง 4-5 แสนแพทเทิร์น สะท้อนให้เห็นว่าในชุมชนสามารถสร้างเอกลักษณ์ของตนเองได้ ซึ่งในตลอดระยะเวลากว่า 4 ปี ที่ผ่านมา ก็ได้ทำงานร่วมกับชุมชน ในการสนับสนุน ส่งเสริม ให้องค์ความรู้ ในส่วนของแพทเทิร์น หรือด้านธุรกิจ ทั้งนี้ยังได้สถาบันการศึกษา เข้ามามีส่วนร่วมในการรังสรรค์ผ้าขาวม้า จะเห็นว่ามีการสร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงให้เห็นถึงผ้าขาวผ้าในวิถีของชุมชนและสไตล์ที่ตอบโจทย์คนในยุคสมัยใหม่ ที่สามารถขยายตลาดนอกชุมชนได้ โดย 26 ชุมชนในโครงการในรอบ 4 ปี สามารถสร้างรายได้กว่า 118 ล้านบาท และคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้น รวมไปถึงการมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อขับเคลื่อนวงการแฟชั่น อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และชุมชนให้ดียิ่งขึ้นในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลิตภัณฑ์ จากผ้าขาวม้า ในงานผ้าขาวม้าทอใจ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ต้องใจ ธนะชานันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า งานในปีนี้แม้ว่าจะจัดล่าช้ากว่าทุกปี ด้วยสถานการณ์โควิด-19 แต่เราก็ได้นำเสนอในคอนเซ็ปท์ ผ้าขาวม้าทอใจ เพื่อเชื่อมโยงระหว่างชุมชนกับคนเมือง ในการช่วยเหลือกัน และยังนำเสนอผ้าขาวม้าในบริบทใหม่ๆ อย่าง การทำหน้ากากผ้าขาวม้า หรือการขายทางออนไลน์ เพื่อเป็นช่องทางการขายให้กับชุมชนมากยิ่งขึ้น หรือการช่วยในส่วนของธุรกิจของการทำธุรกิจในการจดลิขสิทธิ์สินค้า ในปัจจุบันมีชุมชนที่อยู่ในโครงการกว่า 80 ชุมชน &amp;nbsp;และได้ 6 สถาบันการศึกษาได้เข้ามาร่วมออกแบบลงพื้นที่เรียนรู้พร้อมกับชุมชน เป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการทอ แพทเทิร์นสำหรับตัดเสื้อผ้า ซึ่งทางมหาลัยก็จะมอบให้กับชุมชนไว้ต่อยอด นอกจากนี้ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมายังได้เห็นคนรุ่นใหม่ในชุมชน ผู้ผลิตหลายแห่งที่เข้ามาร่วมสืบสาน และพัฒนาต่อยอดผ้าขาวม้าทอมืออย่างเข้มแข็ง ดังจะเห็นได้ว่ามีสินค้าแบรนด์ใหม่ๆเกิดขึ้น ที่ตอบโจทย์กับคนในยุคปัจจุบันด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนภาพถ่ายผ้าขาวม้าจาก instagram
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านธัญรดา พลายชมภู ผู้ดูแลชุมชนบ้านเขาเต่า จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้เล่าว่า ในชุมชนของเราเคยมีการทอผ้าขาวม้า แต่ในปัจจุบันมีคนที่มีใจรักในการทอผ้าขาวม้าเหลืออยู่ 15 คน ซึ่งทุกคนมีส่วนในการออกแบบลายหรือสี และสร้างลายที่มีเอกลักษณ์ของเขาเต่าคือ ผ้าขาวม้าเก้าเส้น ที่จะใช้เทคนิคการทอโดยเส้นยืนจะคือลายอะไรก็ได้ แต่ต้องพุ่งเส้นด้ายเก้าเส้น เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงได้ส่งเสริมอาชีพทอผ้าขาวม้าซึ่งเราก็ได้เข้าร่วมโครงการผ้าขาวม้าท้องถิ่น หัตถศิลป์ไทย &amp;nbsp; ทำให้มีรายได้ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงช่องทางในการจำหน่าย ยิ่งมีนักศึกษาเข้ามาช่วยออกแบบแพทเทิร์นเสื้อผ้าให้ดูมีความทันสมัย เข้ากับหัวหินกลายเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายทั้งเสื้อผ้า &amp;nbsp;การเป๋า หมวก ของที่ระลึกต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อีกหนึ่งชุมชนที่ผ้าขาวม้ามีเอกลักษณ์ด้วยลายจกช้าง สุจินต์ โพธิวิจิตร ประธานชุมชนผ้าขาวม้าบ้านหาดเสี้ยว จ.สุโขทัย บอกว่า ในชุมชนแห่งนี้ทอผ้าขาวม้ามานาน ตั้งแต่อพยพมาจากเชียงขวาง ประเทศลาว มาตั้งรกรากอยู่ที่นี่ในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งสิ่งที่นำติดตัวมาด้วยคือภูมิปัญญาการทอผ้า และผ้าขาวม้าคือหนึ่งในภูมิปัญญาที่ได้ส่งทอดจากบรรพบุรุษมาจนถึงปัจจุบัน คือ การจกลายช้างตรงเชิงชายผ้าขาวม้า ทำให้แตกต่างจากที่อื่น แต่เพราะการจกต้องใช้เวลา และราคาแพง จึงได้มีการปรับเปลี่ยนมาใช้วิธียกขิดแทน ราคาก็จะถูกลง และไวขึ้น อีกแรงสำคัญคือเมื่อได้เข้าร่วมโครงการเราก็อยากจะทอผ้าขาวม้าต่อไป &amp;nbsp;เพราะเราได้เรียนรู้การปรับสีให้ทันสมัย มีความหลากหลาย รวมถึงได้ความรู้ใหม่ๆ ของการออกแบบจากนักศึกษามหาลัยที่ได้เข้ามาให้คำแนะนำ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างไรก็ตามผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงานผ้าขาวม้าทอใจ ได้ตั้งแต่วันนี้ - 13 กันยายน 2563 ณ บริเวณชั้น G &amp;nbsp;ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77223</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการพัฒนาชุมชน, ชุมชนผู้ผลิตผ้าขาวม้าทอมือทั่วประเทศ, ฐาปน สิริวัฒนภักดี, ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย), ผ้าขาวม้าทอใจ, โครงการ ผ้าขาวม้าท้องถิ่น หัตถศิลป์ไทย, ไทยเบฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200912/image_big_5f5c7db38bde5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53329</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/12/2019 19:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2019 12:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประมวลภาพประวัติศาสตร์ “โป๊ปฟรังซิส” เสด็จเยือนไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพถ่ายสะท้อนพระจริยวัตรงดงามพระสันตะปะปาฟรังซิส

ในโอกาสที่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ผู้นำทางจิตวิญญาณเป็นประมุขแห่งนครรัฐวาติกันและผู้นำทางศาสนาที่มีผู้นับถือมากที่สุดในโลก &amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้เสด็จเยือนประเทศไทยเพื่อปฏิบัติพระกรณียกิจ ระหว่างวันที่ 20 - 23 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เพื่อร่วมเฉลิมฉลอง 350 ปี แห่งการสถาปนามิสซังสยามและฉลอง 50 ปีแห่งสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและนครรัฐวาติกันตามคำเชิญของรัฐบาลไทย และที่สำคัญเพื่อแสดงความยินดีในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของในหลวง รัชกาลที่ 10 ซึ่งการเสด็จเยือนไทยครั้งนี้ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้เข้าเฝ้าฯ ณพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิตอีกด้วย นับเป็นเหตุการณ์สำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ของไทย &amp;nbsp;เพราะเป็นการเสด็จเยือนอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 35 ปี หลังจากการเสด็จเยือนไทยของสมเด็จพระสันตะปาปาจอห์นปอลที่ 2 เมื่อ35 ที่แล้ว

การเสด็จมาเยือนประเทศไทยสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสได้ประทานพระดำรัสถึงประเทศไทยเอาไว้อย่างน่าสนใจในบางช่วงบางตอนว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมอันหลากหลายเป็นประเทศพหุสังคมที่มีความหลากหลายอันเป็นเอกลักษณ์เป็นประเทศที่ยอมรับถึงความสำคัญในการสร้างความสามัคคีและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆโดยแสดงความเคารพและยกย่องต่อวัฒนธรรมศาสนาและความคิดเห็นที่แตกต่าง
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โป๊ปฟรังซิสประมุขแห่งนครรัฐวาติกันบันทึกผ่านภาพถ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;...ผืนแผ่นดินของท่านได้ชื่อว่าเป็นแผ่นดินไทยคือแผ่นดินแห่งอิสรภาพเราทราบกันดีแล้วว่าอิสรภาพจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราสามารถที่จะเติมเต็มความรับผิดชอบที่เรามีต่อกันและกันเพื่อเอาชนะความไม่เท่าเทียมทุกรูปแบบเพราะฉะนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะต้องพยายามให้ประชาชนทุกคนได้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาอาชีพการงานและความช่วยเหลือด้านสุขภาพเพื่อที่จะได้สามารถบรรลุถึงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่สมบูรณ์และยั่งยืน&amp;rdquo;

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเยือนไทยครั้งนี้ชาวไทยต่างปลื้มปิติยินดีและชื่นชมในพระจริยาวัตรที่งดงามเปี่ยมด้วยพระเมตตาของพระองค์โดยทั่วหน้ากันตลอดเส้นทางจาริกเพื่อสันติสุขของโป๊ปฟรังซิสมีผู้คนหลั่งไหลมาเฝ้ารับเสด็จเนืองแน่นทุกสถานที่ทั้งนี้ในระหว่างที่ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจสื่อมวลชนแขนงต่างๆทั้งไทยและต่างประเทศได้บันทึกภาพและทำข่าวนำเสนอแง่มุมอันน่าประทับใจกันอย่างพร้อมเพรียงอาทิกรมประชาสัมพันธ์สื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทยและเครือข่ายช่างภาพเยาวชนจิตอาสาภาพถ่ายผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพสะท้อนถึงความสมถะเรียบง่ายเอาใจใส่ผู้ด้อยโอกาสของพระองค์ได้อย่างดียิ่งไม่แปลกที่ทรงได้รับความรักและศรัทธาจากผู้คนทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชื่นชมนิทรรศการภาพถ่ายสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนประเทศไทย

หลายคนยังจำภาพความประทับใจของสันตะปาปาองค์นี้ไม่ลืมเพื่อย้อนรำลึกถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ดังกล่าวบริษัทไทยเบฟเวอเรจจำกัด(มหาชน) ร่วมกับศูนย์ประสานงานเครือข่ายช่างภาพเยาวชนจิตอาสา สื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทยและสำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ได้นำภาพน่าประทับใจเหล่านั้นมาจัดแสดงใน นิทรรศการภาพถ่ายสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนประเทศไทย ให้ชาวคาทอลิก รวมถึงชาวไทยและชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไทยได้ชื่นชม อีกทั้งจะมีกิจกรรมประกอบงานที่เกี่ยวข้องกับการเสด็จเยือนในครั้งนี้อีกหลายประการ โดยจัดแสดงที่ BAB Box @ One Bangkok ตั้งแต่วันนี้ &amp;ndash; 12 มกราคม 2563 พิธีเปิดนิทรรศการมีพระคาร์ดินัลฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช ประธานสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยนายฐาปน สิริวัฒนภักดีกรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด(มหาชน) เป็นประธานเปิดงาน
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่งในภาพสุดประทับใจเมื่อครั้งโป๊ปฟรานซิสเสด็จเยือนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ไทยเบฟ &amp;nbsp;กล่าวว่า นับเป็นโอกาสที่น่าปลื้มปิติอย่างยิ่งที่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสพระประมุขแห่งคริสต์ศาสนจักรโรมันคาทอลิกเสด็จเยือนประเทศไทย &amp;nbsp;ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์อีกครั้งหนึ่งนับจากที่สมเด็จพระสันตะปาปาจอห์นปอลที่ 2 ได้เสด็จเยือนประเทศไทยเมื่อปี 2527 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรเป็นที่ประจักษ์ชัดว่า นักบวชนิกายโรมันคาทอลิกที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่ครั้งโบราณกาล ไม่เพียงนำคำสอนอันประเสริฐของพระเยซูเจ้ามาเผยแผ่ให้ชาวไทยเพียงเท่านั้น แต่ยังได้นำสรรพวิทยาการที่ก้าวหน้า ทั้งด้านศิลปศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการศึกษา การสาธารณสุข มาช่วยในการพัฒนาประเทศอย่างมีนัยสำคัญด้วย ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ทันสมัยที่สุดประเทศหนึ่งในภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครือข่ายช่างภาพเยาวชนจิตอาสาร่วมเก็บเหตุการณ์ในหน้าประวัติศาสตร์ มอบภาพที่ระลึกให้ฐาปน สิริวัฒนภักดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo; สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงเป็นผู้นำพระองค์สำคัญของโลกที่ได้รับความเคารพอย่างสูงยิ่งจากทั้งคริสตศาสนิกชนคาทอลิก รวมถึงประชาชนต่างศาสนาทั่วโลก ด้วยทรงมีพระจริยาวัตรที่งดงามเปี่ยมด้วยพระเมตตาคุณ ทรงประกอบพระกรณียกิจนานาประการเพื่อสร้างเสริมความรักและความสามัคคีเพื่อสันติภาพของโลกอย่างแท้จริง ดังนั้น การเสด็จเยือนประเทศไทยของพระองค์ในครั้งนี้จึงได้รับการต้อนรับจากประชาชนชาวไทยอย่างล้นหลามในทุกสถานที่ที่เสด็จไปตลอดระยะเวลาสามวันที่ประทับอยู่ในประเทศไทย &amp;ldquo; ฐาปนกล่าว

ในฐานะหัวหน้าทีมผู้บันทึกภาพเหตุการณ์สำคัญของบ้านเมือง สุรกานต์ ดะห์ลัน ครูผู้ดูแลเครือข่ายช่างภาพเยาวชนจิตอาสา กล่าวว่า อยากให้เยาวชนมีโอกาสทำงานเพื่อแผ่นดิน ซึ่งงานสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนประเทศไทย ถือเป็นงานที่สำคัญยิ่ง ตนและน้องๆได้มีโอกาสทำงานร่วมกับสื่อวาติกัน มีการแชร์ภาพร่วมกันและติดตามข่าวงานนี้ได้รับเกียรติอย่างสูง เพราะสื่อทั่วโลกติดตามข่าวนี้อย่างใกล้ชิด แต่ละสถานที่ที่ท่านเสด็จ ตนกระจายน้องๆ ตามจุดเพื่อให้ได้ภาพทุกมุมและหลากหลาย ต้องขอขอบคุณสื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทยที่ให้เยาวชนทำงานได้อย่างเต็มที่ เข้าไปได้ทุกจุดสามารถวางกำหนดการเอง จุดถ่ายภาพเอง ทำให้มีอิสระในการถ่ายภาพ และได้ภาพออกมาที่สวยงาม นำมาจัดแสดง
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่งในช่างภาพเยาวชนจิตอาสาบอกเล่าเรื่องราวผลงานภาพถ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
จับภาพความศรัทธาของผู้คนที่ตั้งใจมาเฝ้ารับเสด็จพระสันตะปาปา &amp;nbsp;น้องมายด์- ภูเบศเนตรปฐมพรกิจหนึ่งในสมาชิกเครือข่ายช่างภาพเยาวชนจิตอาสาจากโรงเรียนเซนต์คาเบรียลเปิดใจว่ารู้สึกภูมิใจมากๆที่ได้มีโอกาสเข้าไปถ่ายภาพสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสอย่างใกล้ชิดถือว่าเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่เรามีส่วนร่วมในประวัติศาสตร์ของไทยต้องขอบคุณที่ให้โอกาสดีๆแบบนี้ในกลุ่มเราจะบันทึกภาพความทรงจำที่แตกต่างจากกล้องมุมมหาชนเราจะได้มุมภาพที่คาดไม่ถึง

&amp;ldquo; พวกเราอยู่ปะปนกับประชาชนทำให้ภาพได้อารมณ์มากกว่าได้เห็นมุมต่างๆที่แตกต่างออกไปผมขอเชิญชวนให้ชาวไทยทุกศาสนาร่วมชมนิทรรศการภาพถ่ายประมวลภาพแห่งความประทับใจสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนประเทศไทยการเสด็จครั้งนี้เป็นการเชื่อมสัมพันธ์ไมตรีในทุกศาสนา&amp;rdquo; น้องมายด์ตากล้องรุ่นเยาว์กล่าว
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กืจกรรมประกอบนิทรรศการโป๊ปฟรังซิสเสด็จเยือนไทย เยาวชนจัดแสดงที่ BAB Box @ One Bangkok&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ช่างภาพมือสมัครเล่นอีกราย &amp;nbsp;น้องบีม-ภัทรวดี บุญไทย เครือข่ายช่างภาพเยาวชนจิตอาสาจากโรงเรียนเทพศิรินทร์ร่มเกล้า บอกว่า รู้สึกดีใจที่ได้ร่วมงานใหญ่ระดับชาติครั้งนี้ได้มีโอกาสเก็บภาพประทับใจและเข้าร่วมพิธีสำคัญตามสถานที่ต่างๆ ที่ท่านเสด็จ &amp;nbsp;อาทิโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ สนามศุภชลาศัย โรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก วัดนักบุญเปโตรสามพราน ปกติเป็นคนชื่นชอบการถ่ายรูปอยู่แล้ว ยิ่งได้มีโอกาสถ่ายงานสำคัญมากๆ อย่างงานนี้ ตื้นตันใจมาก &amp;nbsp;พวกเราตั้งใจถ่ายภาพทุกภาพ ผลงานจัดแสดงให้ชมในนิทรรศการภาพถ่ายประมวลภาพแห่งความประทับใจสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนประเทศไทย มาชมกันได้

แวะเวียนมาชมผลงานภาพถ่ายใน &amp;ldquo;นิทรรศการภาพถ่ายสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส เสด็จเยือนประเทศไทย&amp;rdquo; เปิดให้ประชาชนเข้าชมตั้งแต่วันนี้&amp;ndash; 12 มกราคม2562 เวลา 10.00-21.00 น. ณ BAB Box @ One Bangkok เข้าชมฟรี

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ย้อนรำลึกถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ผ่านนิทรรศการภาพถ่ายครั้งสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53329</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฐาปน สิริวัฒนภักดี, ประมวลภาพประวัติศาสตร์ “โป๊ปฟรังซิส” เสด็จเยือนไทย, โป๊ปฟรานซิสเยือนไทย, ไทยเบฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191226/image_big_5e04a14e4ab1d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47289</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2019 09:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2019 09:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &quot;ไทยเบฟ&quot;เตรียม 7,000 ล้าน ลุยตลาดเครื่องดื่มอาเซียน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค. 2562 นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทยังคงเดินหน้าสู่การเป็นผู้นำเครื่องดื่มครบวงจรของภูมิภาคอาเซียน ทั้งในกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และนอนแอลกอฮอล์ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของวิสัยทัศน์ 2020 หรือปี 2563 โดยเตรียมเงินลงทุนสำหรับงบประมาณประจำปี 2563 ที่ 7,000 ล้านบาท ยังไม่รวมการควบรวมกิจการ โดยผลการดำเนินธุรกิจในปีหน้าจะนับเป็นฐานของการสร้างการเติบโตในอนาคต หรือภายใต้วิสัยทัศน์ 2025 ในปี 2568&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับตลาดที่มองว่ามีศักยภาพคงเป็นซีแอลเอ็มวี ประกอบด้วย กัมพูชา สปป. ลาว เมียนมา และเวียดนาม ซึ่งมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ค่อนข้างดี รวมถึงตลาดในบางประเทศ ยังมีช่องว่างให้บริษัทได้เข้าไปทำธุรกิจ อย่างที่ผ่านมาก็ได้เข้าไปลงทุนธุรกิจเบียร์ในเวียดนาม หรือไซง่อนเบียร์ เบื้องต้นมองว่าอาจมีการนำเข้ามาจำหน่ายในไทย แต่อยู่ระหว่างการศึกษา เนื่องจากไทยเบฟเองก็มีสินค้ากลุ่มเบียร์ค่อนข้างครอบคลุมและหลากหลายในปัจจุบัน ส่วนเบียร์ช้างได้มีการวางจำหน่าย &amp;quot;ช้าง 25 ปี โคลด์ บริว ลาเกอร์&amp;quot; เพื่อฉลอง 25 ปี เพื่อเข้ามาสร้างความคึกคักให้ตลาดเบียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนธุรกิจสุราก็มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง โดยในไทยได้เปลี่ยนขวดใหม่พร้อมการพิมพ์นูนคำว่า &amp;quot;รวงข้าว&amp;quot; ลงไปบนขวด ขณะที่สุราสีหงส์ทอง ก็จะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ขนาด 1 ลิตร นอกจากนี้ในตลาดเมียนมากับแกรนด์รอยัล ยังมียอดขายทะลุ 10 ล้านลังในช่วงที่ผ่าน เป็นผลมาจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และกระจายสินค้าอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเลสเตอร์ ตัน ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และผู้บริหารสูงสุด สายธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ในประเทศไทย บมจ.ไทยเบฟ กล่าวว่า บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาสินค้าใหม่ที่ทำมาจากข้าว ถั่ว ธัญพืช และถั่วเหลือง เพื่อมาตอบโจทย์เทรนด์ของตลาดที่มีแนวโน้มได้รับความนิยมมากขึ้น ควบคู่ไปกับการมองหาตลาดใหม่ๆ จากที่ผ่านมาจะมีความแข็งแกร่งในไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งเติบโตมาเยอะแล้ว การขยายตัวในปัจจุบันอาจไม่มาก จึงเป็นปัจจัยที่มองว่าต่องขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆ เพื่อสร้างโอกาสขายให้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนงนุช บูรณะเศรษฐกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด สายธุรกิจอาหาร ประเทศไทย บมจ. ไทยเบฟ กล่าวว่า กลุ่มธุรกิจอาหารยังสร้างการเติบโตต่อเนื่อง ทั้งการขยายสาขาใหม่ 59 สาขา ควบคู่ไปกับการทำตลาดและสร้างแบรนด์ ขณะเดียวกันยังออกสินค้าใหม่ เพราะเป็นปัจจัยที่ทำให้ลูกค้าอยากลองสินค้ากันมากขึ้น และยังเพิ่มบริการเดลิเวอรี่ในการตอบสนองความสะดวกให้กับผู้บริโภคยุคนี้อีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47289</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฐาปน สิริวัฒนภักดี, ตลาดเครื่องดื่มอาเซียน, ไทยเบฟเวอเรจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191004/image_big_5d96b0d4befd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28351</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2019 01:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2019 10:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018”ครั้งแรกในไทย ยอดผู้ชม 3 ล้านคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญด้านวัฒนธรรมและมีคนพูดถึงในโซเชียลมีเดียต่อเนื่อง สำหรับ&amp;ldquo;บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018&amp;rdquo; (Bangkok Art Biennale) งานเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติที่จัดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทยตลอด 4 เดือนเต็ม ตั้งแต่ 19 ตุลาคม 2561 ถึง 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา  โดยมีหัวเรือใหญ่อย่าง บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผสานความร่วมมือครั้งสำคัญ โดยได้รับการสนับสนุนจากทางภาครัฐ และภาคเอกชน ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในทุก ๆ 2 ปี ด้วยการนำผลงานศิลปะร่วมสมัยกว่า 200 ผลงาน ของ 75 กลุ่มศิลปินชั้นนำระดับโลก จาก 33 ประเทศ ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;สุขสะพรั่ง พลังอาร์ต&amp;rdquo; หรือ Beyond Bliss ที่ได้นำมาจัดแสดงบนสถานที่สำคัญของกรุงเทพมหานครกว่า 20 แห่ง อาทิ &amp;nbsp;วัดพระเชตุพนฯ วัดอรุณฯ วัดประยูรฯ อาคารอีสต์เอเชียติก โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล โรงแรมเดอะเพนนินซูล่า หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โครงการวัน แบงค็อก ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในนามประธานกรรมการ ผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิ &amp;ldquo;บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่2018&amp;rdquo; เราดำเนินการจัดงาน &amp;ldquo;บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018&amp;rdquo; หรือ BAB 2018 เพื่อสรรสร้างให้กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางแห่งการท่องเที่ยวด้านศิลปะร่วมสมัยของโลก และเป็นจุดหมายของนักเดินทางผู้รักงานศิลปะ ตลอดระยะเวลาของงาน 4 เดือน &amp;nbsp;เราได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรหลักทั้งภาครัฐ และเอกชน จำนวน 17 องค์กร และFriends of BAB จำนวน 74 องค์กร โดยมีทั้งนักท่องเที่ยว ชาวไทย ชาวต่างชาติ นักสะสมงานศิลปะ ภัณฑารักษ์ ศิลปิน คนในวงการศิลปะจากทั่วโลกเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; ทั้ง 20 สถานที่แสดงงานศิลป์ มีจำนวนคนเข้าชมงานศิลปะเฉลี่ยมากกว่า 45,000 คนต่อวัน รวมมีผู้เข้าชมตลอดการจัดงานกว่า  3 ล้านคน ส่วนที่หอศิลป์กทม. มีมากกว่า 250,000 คน&amp;nbsp; สถาบันการศึกษามากกว่า 80 สถาบันที่ขอเข้าเยี่ยมชมเป็นหมู่คณะ รวมคณะนักเรียนและนักศึกษากว่า 3,000 คน รวมถึงนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติที่ให้ความสนใจ  โดยเฉพาะตามสถานที่สำคัญอย่าง วัดพระเชตุพนฯ วัดอรุณฯ วัดประยูรฯ มีผู้เข้าชมรวมทั้ง 3 วัด เฉลี่ยมากกว่า 6,000 คนต่อวัน สร้างรายได้เพิ่มขึ้นให้แก่ชุมชนโดยรอบพื้นที่จัดงาน และ BAB ยังเป็นส่วนหนึ่งกระตุ้นเศรษฐกิจปลายปี2561 ถึงต้นปี 2562  อีกทั้งบอกเล่าความเป็นไทยไปทั่วโลกว่า &amp;ldquo;กรุงเทพมหานคร คือ เมืองแห่งศิลปวัฒนธรรมระดับโลก&amp;rdquo; และล่าสุดงานเทศกาล BAB 2018 ได้รับการจัดเป็นอันดับ Top 10 ART ASIA PACIFIC ALMANAC 2019 จัดโดย ArtAsiaPacific Magazine (AAP) พร้อมทั้งได้รับรางวัลประกาศเกียรติคุณ &amp;ldquo;สุดยอดวัฒนธรรมสร้างสรรค์แห่งปี 2561&amp;rdquo; ประเภทเหตุการณ์สำคัญแห่งปีด้วย &amp;ldquo; ฐาปน กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ศ. ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ประธานอำนวยการและผู้อำนวยการศิลป์ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ กล่าวว่า &amp;ldquo;บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018&amp;rdquo;  เป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในกรุงเทพ ในวงการศิลปะร่วมสมัยในประเทศไทย จากการสอบถามศิลปินทั้ง 75 กลุ่มศิลปิน ต่างพูดเป็นเสียงเดียวมีความประทับใจมาก ได้รับการต้อนรับจากทีมงานและผู้เข้าชมงานเป็นอย่างดี นอกจากนี้ เรายังมีกิจกรรม DEK BAB เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มคนอาสาตั้งแต่ระดับนิสิตนักศึกษา และบุคคลทั่วไปที่ต้องการพัฒนาทักษะความรู้ทางด้านศิลปะร่วมสมัยระดับโลก โดยมีผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมมากกว่า 800 คน และผ่านการคัดเลือกกว่า 200 คน ได้เข้ามามีส่วนร่วมกับการจัดงาน พร้อมร่วมทำงานกับศิลปินทั้งไทยและต่างประเทศ ในการเป็นผู้ช่วยติดตั้งงานศิลปะ , ผู้ติดตามศิลปิน  และผู้นำชมและดูแลชิ้นงาน รวมถึงร่วมเวิร์คช็อปและอบรมโดยทีมงานภัณฑารักษ์และกูรูด้านศิลปวัฒนธรรม โดยทำหน้าที่เสมือนทูตที่เชื่อมต่อระหว่างศิลปินกับผู้ชมงาน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; สำหรับภาพรวม  4 เดือนเต็มนี้ มีประชาชนสนใจเข้ามาชมงานเป็นหลักล้าน บางกลุ่มมาแล้วยังกลับมาอีก รวมถึงชาวต่างชาติให้ความสนใจงาน ทางยุโรป ออสเตรเลีย มีมาเยอะ สร้างกระแสในมิติใหม่ให้ศิลปะในกรุงเทพเต็มไปด้วยความคึกคัก งาน บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018 มีผู้พบเห็นข่าวสารทางโซเชียลมีเดีย 47 ล้านคนทั่วโลก และคนพูดถึงในโลกออนไลน์ถึง 16 ล้านคน สุดท้ายนี้อยากเชิญชวนผู้ที่สนใจงาน BAB ในปี 2018-2019 คอยติดตามชมกิจกรรมที่จะมีขึ้นในปี 2020 ซึ่งจะมีงานศิลปะที่น่าสนใจ ให้รับชมอีกมากมาย โดยจะมีการจัดงานช่วงประมาณตุลาคม 2020 นี้&amp;rdquo; ผู้อำนวยการศิลป์ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ กล่าวในท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28351</URL_LINK>
                <HASHTAG>Bangkok Art Biennale, ฐาปน สิริวัฒนภักดี, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018, ศ. ดร.อภินันท์ โปษยานนท์, หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190205/image_big_5c588462e5810.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20045</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2018 17:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2018 17:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>230 ปี ความทรงจำโลก สมโภชพระอารามวัดโพธิ์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;วัดโพธิ์วัดกษัตริย์สร้าง ศิลปะสถาปัตยกรรมสวยงาม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราช วรวิหาร หรือวัดโพธิ์ จะจัดงาน &amp;quot;สมโภชพระอาราม 230 ปี วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรวิหาร&amp;quot; อย่างยิ่งใหญ่ เพราะพระอารามหลวงแห่งนี้อยู่คู่กรุงรัตนโกสินทร์มายาวนาน พื้นที่สั่งสมมรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทยไว้ให้เรียนรู้อย่างน่าทึ่ง มีตำราชั้นยอดผ่านจารึกวัดโพธิ์ที่องค์การยูเนสโกประกาศเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก วัดโพธิ์ขึ้นแท่นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่สุดอันดับ 1 ของประเทศไทย อันดับที่ 3 ของเอเชีย และติดอันดับที่ 17 ของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; งานสมโภช 10 วัน 10 คืน จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 1-11 พฤศจิกายนนี้ เป็นความร่วมมือของมูลนิธิทุนพระพุทธยอดฟ้าในพระบรมราชูปถัมภ์ และมูลนิธิสิริวัฒนภักดี โดยนำหัวใจของวัดกษัตริย์สร้างแห่งนี้มาร้อยเรียงเป็นกิจกรรมเผยแพร่คุณค่าประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม ศิลปกรรม งานประณีตศิลป์ พุทธศาสนา ภาพถ่ายโบราณ งานนี้ชี้ชวนมาชมสถานที่ที่น่าสนใจในวัด ร่วมฟังเสวนาเนื้อหาแน่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;จัดแสดงมหรสพสมโภชพระอารามฯ ที่หาชมได้ยาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกวันจะมีการแสดงควรค่าแก่การจารึกไว้ในความทรงจำ หาดูได้ยากในบรรยากาศงานวัด คลอด้วยเสียงบรรเลงดนตรีไทย วงเครื่องสายไทย รายการแสดงมีทั้งตลกหลวงแบบโบราณ ฤาษีดัดตน ระบำแม่ซื้อ การแสดงโขนรามเกียรติ์จากวิทยาลัยนาฏศิลป ส่วนคณะหนังใหญ่วัดขนอมก็ร่วมสมโภชพระอารามหลวงผ่านการแสดงชุดตำนานท่าเตียน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ กล่าวว่า วัดโพธิ์ถือเป็นวัดที่มีชื่อเลื่องลือทั่วโลก วัดนี้มีสิ่งอัศจรรย์ 9 อย่าง คือ ประวัติวัดน่าสนใจ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาวัดโพธาราม วัดเก่าสมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นวัดหลวงติดพระบรมมหาราชวัง มีการบูรณปฏิสังขรณ์ ปี 2331 จากนั้นโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามใหม่ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาวาศ ต่อมารัชกาลที่ 3 โปรดฯ ให้บูรณะครั้งใหญ่นานกว่า 16 ปี ต่อมารัชกาลที่ 4 ให้เปลี่ยนท้ายนามวัดเป็นวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม วัดโพธิ์มีพระพุทธรูปสำคัญมากมาย โดยเฉพาะพระพุทธเทวปฏิมากร พระประธานที่สวยงามในพระอุโบสถ ใต้ฐานบรรจุพระสรีรางคารรัชกาลที่ 1 ถือเป็นวัดประจำรัชกาลพระองค์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;สิ่งอัศจรรย์ต่อมา พระพุทธไสยาสน์ ซึ่งรัชกาลที่ 3 โปรดฯ ให้ช่างสิบหมู่สร้างขึ้น และสร้างพระวิหารภายหลัง ถือเป็นพระนอนที่งดงามที่สุดในไทยและในโลก ส่วนพระมหาเจดีย์ศรีสรรเพชดาญาณ รัชกาลที่ 1 โปรดฯ ให้อัญเชิญพระศรีสรรเพชญ์จากอยุธยา ให้สร้างพระมหาเจดีย์เพื่อครอบ ประดับกระเบื้องเครื่องถ้วยสีเขียว เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองอยุธยาที่คนไทยควรเรียนรู้ ขณะที่ศิลาจารึกวัดโพธิ์ขึ้นทะเบียนมรดกความทรงจำของโลก 200 ปีก่อนคนหวงวิชามาก รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้จารึกตำรายาทั่วพระอาราม คนมาเดินอ่านได้ ช่วยขยายความรู้ให้กว้างไกล&amp;nbsp; ยูเนสโกรับรองเป็นมรดกทรงจำโลก วัดโพธิ์ถือเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทยที่รวมสรรพวิชา แล้วยังมีฤาษีดัดตน ประติมากรรมน่าอัศจรรย์ รูปปั้นครบ 80 ท่า นอกจากนี้ วัดเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ยูเนสโกยกย่องกวีเอกของโลก ผลงานที่จำได้ดี ลิลิตตะเลงพ่าย กฤษณาสอนน้องคำฉันท์ ส่วนการนวดวัดโพธิ์เป็นที่รู้จักดี สุดท้ายที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับ 1 ของไทย อันดับ 17 ของโลก ทั้งหมดนี้เป็นเหตุต้องมางานสมโภช 230 ปี&amp;quot; ดร.วิษณุกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;งาน &amp;quot;สมโภชพระอาราม 230 ปี วัดพระเชตุพนฯ&amp;quot; โดยมูลนิธิทุนพระพุทธยอดฟ้าฯ และมูลนิธิสิริวัฒนภักดี &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พระราชเวที ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนฯ กล่าวว่า จารึกวัดโพธิ์เป็นมรดกภูมิปัญญาไทยล้ำค่า มีที่เดียวในโลก จารึกเก่าสุดเล่าการสร้างวัดโพธิ์เป็นที่มางานสมโภชครั้งนี้ แล้วยังมีจารึกบอกเรื่องการแพทย์ ส่วนตำรานวดที่จารึกบนแผ่นศิลามี 60 แผ่น ปี 2554 ยูเนสโกมีมติรับรองเป็นมรดกโลกจำนวน 1,440 แผ่น ซึ่งความจริงมีกว่า 2,000 แผ่น แต่สูญหายไปส่วนหนึ่ง ปัจจุบันมีแผนอนุรักษ์ คัดลอกจารึก และทำทะเบียนโบราณวัตถุไว้ทุกแผ่นจากทั้ง 8 หมวดวิชา จารึกที่รวมในวัดโพธิ์เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตมาเที่ยวชมและตื่นตากับการแสดงมหรสพสมโภช 230 ปีได้ ในการนี้มีหนังสือรามเกียรติ์วัดโพธิ์ หนา 600 หน้า สำหรับแฟนคลับวัดโพธิ์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน ฐาปน สิริวัฒนภักดี ในนามมูลนิธิสิริวัฒนภักดี และไวยาวัจกรวัดพระเชตุพนฯ กล่าวว่า งานสมโภชครั้งนี้ย้อนรอยประวัติศาสตร์สำคัญการสถาปนาวัดตั้งแต่รัชกาลที่ 1 พุทธสถานแห่งนี้มีความสำคัญและสวยงาม งานสมโภชพระอารามฯ นอกจากจะเชิญชวนให้พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวทั่วโลกร่วมฉลองความเป็นมรดกพุทธ มรดกโลกแล้ว ยังได้เสริมสิริมงคลสักการะพระพุทธไสยาสน์ สักการะพระพุทธเทวปฏิมากร ชมความงามของพระมหาเจดีย์ 4 รัชกาล เยี่ยมชมนิทรรศการ 230 ปี ความทรงจำโลก เที่ยวชมจารึกวัดโพธิ์ ร่วมห่มผ้าองค์พระ 230 องค์ รอบพระระเบียงพระอุโบสถ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot; นอกเหนือจากการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ชมศิลปวัฒนธรรมทรงค่า นักท่องเที่ยวจะได้เที่ยวชมงานศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ &amp;ldquo;Bangkok Art Biennale 2018&amp;rdquo; ครั้งแรกของกรุงเทพมหานคร ที่จะถูกเนรมิตให้กลายเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวด้านศิลปวัฒนธรรมระดับโลก ด้วยการนำชิ้นงานของศิลปินชื่อดังระดับโลกมาจัดแสดงไว้ที่วัดโพธิ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ด้วย&amp;rdquo; ฐาปน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;สักการะพระพุทธเทวปฏิมากร พุทธรูปสำคัญวัดโพธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;การแสดงฤาษีดัดตน ชมได้ในงานสมโภช 230 ปีวัดโพธิ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20045</URL_LINK>
                <HASHTAG>จารึกวัดโพธิ์, ฐาปน สิริวัฒนภักดี, ดร.วิษณุ เครืองาม, พระพุทธเทวปฏิมากร, มรดกความทรงจำของโลก, ยูเนสโก, สมโภชพระอาราม 230 ปี วัดพระเชตุพนฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181016/image_big_5bc5bcb829721.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19065</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2018 10:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2018 10:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยเบฟยึดครองตลาดเบียร์อาเซียน ผุดโรงงานใหม่ในเมียนมา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไทยเบฟปรับโครงสร้าง ลุยธุรกิจเบียร์ &amp;ldquo;ฐาปน&amp;rdquo; นั่งคุมเอง เล็งเจาะตลาดเมียนมา หลังทุ่มงบสร้างโรงงานการผลิต พร้อมส่งพรีเมียมสปิริตรุกจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หลังจากไทยเบฟได้เข้าไปลงทุนในบริษัท ไซ่ง่อน เบียร์ แอลกอฮอล์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือซาเบโก้ (Sabeco) ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ที่สุด และเป็นผู้นำในตลาดเบียร์ของเวียดนาม ใช้เม็ดเงินมูลค่าสูงถึง 1.56 แสนล้านบาท ล่าสุดได้มีการปรับโครงสร้างกลุ่มธุรกิจเบียรให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น โดยตนเองจะเขามาเป็นผู้บริหารสูงสุด และมีนายโฆษิต สุขสิงห์ เป็นผู้บริหารสูงสุดสายธุรกิจเบียร์ประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมูลค่าตลาดเบียร์ในเชิงปริมาณของภูมิภาคอาเซียนอยู่ที่ประมาณ 11,500 ล้านลิตร &amp;nbsp;หลังจากไทยเบฟได้เป็นพันธมิตรกับซาเบโก้แล้ว ก็ทำให้ไทยเบฟมีส่วนแบ่งมากถึง 24% นับเป็นผู้นำของภูมิภาคอาเซียน โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2561 ผลประกอบการของไทยเบฟ 1.73 แสนล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ที่มาจากเครื่องดื่มสปิริต 47% ธุรกิจเบียร์ 40% นอนแอลกอฮอล์ 7% ธุรกิจอาหารอีก 5% แน่นอนว่าสัดส่วนของเบียร์จะเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกเหนือจากตลาดเวียดนามที่บริษัทเข้าไปลงทุนแล้ว ไทยเบฟยังมองโอกาสของการเข้าไปทำตลาดในเมียนมา โดยได้ใช้เม็ดเงินลงทุนไปประมาณ 60 ล้านเหรียญฯ หรือมากกว่า 700 ล้านบาท เพื่อสร้างโรงงานผลิตเบียร์ เบื้องต้นบริษัทจะใช้แบรนด์ที่มีอยู่ของตนเอง อาทิ เบียร์ช้าง ,แทปเปอร์ และเฟเดอร์บรอย ไวส์เบียร์ แต่ต้องทำการศึกษาตลาดก่อนว่าเบียร์แบบไหนเหมาะสมกับผู้บริโภคในเมียนมา คาดว่าจะเริ่มวางจำหน่ายในช่วงเดือน ต.ค. 2562 กำลังการผลิตเบื้องต้นประมาณ 50 ล้านลิตร และสามารถขยายได้ 120 ล้านลิตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรากำลังมองตลาดที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนของเวียดนามและเมียนมา ก็มีการเติบโตทางเศรษฐกิจเกือบเท่าตัว เมื่อเทียบกับประเทศไทย หากมองในเมียนมาเป็นตลาดที่ใหญ่ อัตราการบริโภคยังน้อยอยู่ที่ 7.5 ล้านลิตรต่อคนต่อปี ส่วนเวียดนามก็มีมูลค่าสูงถึง 400 ล้านลิตร และมีการบริโภค 44 ลิตรต่อคนต่อปี หากมองในระยะยาวอีกสัก 10 ปี ยังไงก็มีโอกาสเติบโตสูง&amp;rdquo; นายฐาปน กล่าว
ส่วนการเข้าไปลงทุนในสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยให้บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เบฟเวอเรจ โฮลดิ้ง (ไชน่า) จำกัด (IBHC) จับมือกับบริษัท เอเชียยูโร ไวน์ส แอนด์ สปิริตส์ (เซินเจิ้น) จำกัด ตั้งบริษัทร่วมทุน &amp;ldquo;เอเชียยูโร อินเตอร์เนชั่นแนล เบฟเวอเรจ (กวางตุ้ง) จำกัด (AIB)&amp;rdquo; ด้วยทุนจดทะเบียน 50.2 ล้านหยวน โดย IBHC ถือหุ้น 51% นั้น จะเป็นการนำเข้าสินค้าสปิริตในกลุ่มพรีเมียมเข้าไปทำตลาดจีน โดยเฉพาะทางแถบกวางตุ้ง หรือจีนตอนใต้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19065</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฐาปน สิริวัฒนภักดี, ฐาปนคุมธุรกิจเบียร์, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), บุกตลาดจีน, เจาะตลาดเมียนมา, ไทยเบฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180827/image_big_5b835a80af77a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
