<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103290</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2021 12:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2021 12:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ส.พปชร.&#039;โวยลั่น!วันนี้ต้องพูดความจริง แม้จะไม่ถูกใจ ตลาดบางกะปิกำลังเป็นคลัสเตอร์ใหญ่  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ค.64- &amp;nbsp; น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส. กทม. เขตบางปะปิ-วังทองหลาง พรรคพลังประชารัฐ เรียกร้องให้ภาครัฐเข้าดำเนินการตรวจเชิงรุกตลาดบางกะปิ ซึ่งตลาดเป็นศูนย์กลางตลาดที่ใหญ่ประกอบไปด้วย 5 ตลาดย่อยตั้งเรียงติดกัน และสามารถเดินทางทะลุถึงกันได้ มีพ่อค้าแม่ค้า ลูกจ้าง แรงงานต่างด้าวหลายร้อยชีวิต และทราบว่าขณะนี้มีผู้ติดเชื้อโควิด19ในตลาดบางกะปิ ทั้งคนไทยและคนต่างด้าว บางคนยังรอเตียงเพื่อรับการรักษา บางคนเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงต้องกักตัวทั้งที่ต้องหยุดงาน ขาดรายได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้ต้องพูดความจริง ถึงแม้จะไม่ถูกใจ หรือสร้างความเจ็บปวด ไม่พอใจให้กับใครแต่เราต้องยอมรับว่ามีผู้ติดเชื้อในตลาดบางกะปิจริง มีทั้งคนไทยและคนต่างด้าว และคนต่างด้าวบางรายยังคงรอเตียงเพื่อรับการรักษาอยู่ บางรายเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ต้องกักตัวทั้งที่ต้องหยุดงาน ไม่มีรายได้และกำลังประสบปัญหาเรื่องอาหารการกินในช่วงกักตัว และถ้าหากไม่มีอาหาร แน่นอนว่าทุกคนต้องดิ้นรนออกมาเพื่อหารายได้และอาหารเลี้ยงตัว&amp;rdquo; น.ส.ฐิติภัสร์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ฐิติภัสร์ กล่าวต่อว่า วันนี้เมื่อเราพบร่องรอยของการการแพร่ระบาด ถึงแม้จะเล็กน้อย ไม่เข้าเกณฑ์มาตราฐาน ซึ่งมาตรฐานดังกล่าวก็ไม่ทราบใครเป็นผู้กำหนด เราก็จำเป็นต้องเร่งแก้ไขเพื่อควบคุม เพราะหากปล่อยไว้นานไม่เร่งรักษา และเยียวยาก็จะลุกลามจนคุมไม่อยู่ และท้ายที่สุดก็จะกลายเป็นคลัสเตอร์ใหญ่ ซึ่งหากรู้เร็ว ส่งตัวรักษาได้เร็ว ก็จะลดความสูญเสีย ลดการแพร่ระบาด สร้างความมั่นใจ และสามารถฟื้นเศรษฐกิจและสังคมได้ อีกทั้งวันนี้ในเมื่อเราต้องการเซฟบุคคลากรทางการแพทย์ต้องการเซฟเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคน แล้วทำไมถึงไม่เร่งแก้ไขก่อนลุกลาม ดังนั้นขอวิงวอนภาครัฐให้เร่งดำเนินการแก้ไขโดยด่วน เพื่อสร้างความปลอดภัย และความเชื่อมั่นกับประชาชน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103290</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัสเตอร์ตลาดสด, ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์, บางกะปิ, พรรคพลังประชารัฐ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210518/image_big_60a34638a3d68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94182</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาหักกมธ.มาตรา256 เสียง3ใน5แก้รัฐธรรมนูญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐสภาส่อยื้อ! &amp;quot;ชวน&amp;quot; พร้อมขยายวันถกยาวถึงวันมาฆบูชา รัฐบาลหน้าแหก ผลโหวตมาตรา 256 หัก กมธ. กลับไปใช้ร่างเดิมใช้เสียง 3 ใน 5 ไฟเขียวเปิดช่องรื้อ รธน.วาระ 1 และ 3 แบบไม่ยากเย็น ประเดิมประชุมป่วน &amp;quot;ภท.&amp;quot; วอล์กเอาต์ คาดเปิดประชุมสมัยวิสามัญลงมติวาระ 3 กลางเดือน มี.ค. &amp;quot;วิรัช&amp;quot; แย้มหากศาล รธน.สั่งห้ามตั้ง ส.ส.ร. จะเดินหน้าแก้ต่อรายมาตรา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา วันที่ 24 ก.พ. นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา กล่าวถึงการประชุมร่วมรัฐสภา ระหว่างวันที่ 24-25 ก.พ.นี้ว่า การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมคาดว่าจะใช้เวลาถึงวันที่ 25 ก.พ. แต่ถ้าไม่เสร็จก็จะพิจารณาต่อในวันที่ 26 ก.พ. ซึ่งตรงกับวันมาฆบูชา เพื่อให้จบ &amp;nbsp;ภาพรวมมีผู้ขอแปรญัตติอภิปรายร่วม 100 คน คงมีเนื้อหารายละเอียดจำนวนมาก เชื่อว่าการประชุมไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ซึ่งขึ้นอยู่ที่ความร่วมมือของสมาชิกทุกคน ส่วนการพิจารณาในวาระที่ 3 ต้องเว้นไป 15 วันตามเงื่อนไข ซึ่งต้องเปิดประชุมสมัยวิสามัญเพื่อลงมติในวาระที่ 3 คาดว่ากลางเดือน มี.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า การพิจารณาร่างแก้ไข รธน. หากยังไม่มีคำตัดสินจากศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการพิจารณาร่างแก้ไข รธน.ฉบับที่... พ.ศ.... ก็จะพิจารณาไปก่อน และจากที่นายชวนบอกหากไม่เสร็จจะเลื่อนเวลาออกไป ดังนั้นจะต้องพยายามพิจารณาให้เสร็จให้ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าวิปฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตว่าทางรัฐบาลจะตั้งธงในการแก้ไขกับรายมาตราอยู่แล้วหรือไม่ นายวิรัชกล่าวว่า จากที่เคยตอบไป หากไม่ผ่านจะแก้เป็นรายมาตรา ขอสรุปว่าตอนนี้ยังไม่ได้นึกถึงตรงนั้น แต่ทางรัฐบาลมุ่งว่าจะตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ให้ได้ 200 คน หลังจากนั้นค่อยว่ากันอีกครั้ง ต้องดูเหตุและผลว่าในช่วงนั้นจะเป็นอย่างไร ทั้งนี้จะพยายามทำให้ดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าผลของศาลรัฐธรรมนูญที่จะวินิจฉัยออกมา ไม่ว่าผลจะเป็นบวกหรือลบจะมีผลต่อวาระ 3 หรือไม่ นายวิรัชกล่าวว่า มีผลหากศาลให้ดำเนินต่อได้ก็เดินต่อ หากต้องหยุดก็ต้องหยุด และหากศาลไม่สามารถให้ตั้ง ส.ส.ร. จะเดินหน้าแก้ไข รธน.รายมาตราทันทีหรือไม่ ในส่วนนี้จะต้องปรึกษากับประธานวิปฝ่ายค้านว่ามีความเห็นอย่างไร ต้องมีความเห็นร่วมด้วยทั้ง 3 ฝ่าย และหากต้องขยายเวลาการประชุมไปถึงวันที่ 26 ก.พ. ก็ไม่มีปัญหา จากนั้นเวลา 09.30 น. ในการประชุมร่วมรัฐสภาที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมวาระ 2 แต่เมื่อเริ่มประชุม นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เสนอให้เลื่อนร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ที่ค้างการพิจารณาอยู่ครั้งที่แล้ว และร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมขึ้นมาพิจารณาก่อน ซึ่งเป็นไปตามมติที่ประชุมร่วมวิป 3 ฝ่ายได้ตกลงกันไว้ &amp;nbsp;
ภท.ฉุนแซงคิวถกแก้ รธน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม พรรคภูมิใจไทย (ภท.) คัดค้านการเลื่อนระเบียบวาระ โดยนายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ระบุว่า พรรคภูมิใจไทยไม่เห็นด้วยกับการนำร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติขึ้นมาพิจารณาก่อน เพราะไม่ได้ร่วมประชุมวิป 3 ฝ่าย เกรงว่าหากนำร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติขึ้นมาพิจารณาก่อน จะทำให้การพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 2 เสร็จไม่ทันก่อนปิดสมัยประชุมวันที่ 28 ก.พ.นี้ เพราะร่างกฎหมาย 2 ฉบับที่ขอเลื่อนขึ้นมามีผู้ขออภิปรายจำนวนมาก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ยืนยันว่า แม้พรรคภูมิใจไทยไม่ได้เข้าประชุมวิป 3 ฝ่าย แต่ได้แจ้งผลประชุมให้พรรคภูมิใจไทยทราบแล้ว ยืนยันการเลื่อนร่างกฎหมายฉบับมาพิจารณาก่อน ไม่ได้มีเจตนายื้อการแก้รัฐธรรมนูญ อย่าไปวิตก ถ้าพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 2 เสร็จไม่ทัน วันที่ 25 ก.พ. จะให้พิจารณาต่อวันที่ 26 ก.พ. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นที่ประชุมจึงลงมติเห็นชอบให้เลื่อนร่างกฎหมาย 2 ฉบับขึ้นมาพิจารณาก่อน ด้วยคะแนน 331 ต่อ 160 งดออกเสียง 2 ไม่ลงคะแนน 1 เสียง ทั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยได้วอล์กเอาต์ไม่ร่วมประชุมในการพิจารณาร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ และจะกลับเข้าร่วมประชุมอีกครั้งในวาระพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 12.00 น. นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย ส.ส.ภูมิใจไทย ได้แถลงท่าทีของพรรคภายหลังวอล์กเอาต์ออกจากห้องประชุมระบุว่า พรรคไม่เห็นด้วยกับการขอเลื่อนระเบียบวาระร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติที่ค้างการพิจารณาจากครั้งที่แล้ว และร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมขึ้นมาพิจารณาก่อนร่างแก้ไขรธน.เพิ่มเติมที่จะพิจารณาในวาระ 2 ซึ่งบรรจุไว้ในระเบียบวาระอยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าปัญหาในวันนี้เชื่อมโยงประเด็นจากเหตุการณ์อภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โฆษกพรรคภูมิใจไทยกล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว แต่อยากให้เรื่องรัฐธรรมนูญมีการพิจารณาโดยด่วน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 15.30 น. หลังจากที่ประชุมรัฐสภาอภิปรายร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติและร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงเข้าสู่วาระการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมแห่งราชอาณาจักรไทย วาระ 2 โดยเฉพาะการแก้ไขมาตรา 256 ตามที่ กมธ.พิจารณาเสร็จแล้ว มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธาน กมธ. ชี้แจงหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญการรับหลักการและลงมติให้ความเห็นชอบว่าต้องใช้เสียงสนับสนุน 2 ใน 3 ของสมาชิกรัฐสภา การให้ ส.ส.ร. 200 คนมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด เมื่อ ส.ส.ยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว ให้ส่งร่างแก้ไขต่อรัฐสภา เพื่ออภิปรายแสดงความคิดเห็นภายใน 30 วัน โดยไม่มีการลงมติ และให้ส่งร่างให้ กกต.ภายใน 7 วันเพื่อทำประชามติ&amp;nbsp;
หัก กมธ.กลับใช้ร่างเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเปิดโอกาสให้ กมธ.เสียงข้างน้อยและสมาชิกอภิปรายแสดงความเห็น เริ่มต้นที่มาตรา 3 เรื่องการเสนอให้แก้ไขมาตรา 256 วิธีแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่ง ส.ส.ฝ่ายค้านหลายคนคัดค้านความเห็นของ กมธ.เสียงข้างมากที่ระบุให้วาระรับหลักการและการลงมติวาระ 3 การแก้รัฐธรรมนูญต้องใช้เสียง 2 ใน 3 ของรัฐสภา เนื่องจากเป็นจำนวนมากเกินไป ทำให้โอกาสแก้รัฐธรรมนูญเป็นไปได้ยาก โดยเสนอให้แก้ไขใช้เสียงสมาชิกรัฐสภาเพียงแค่กึ่งหนึ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) อภิปรายว่า จำนวนเสียงการแก้รัฐธรรมนูญวาระ 1 และ 3 ที่ใช้เสียง 3 ใน 5 ตามร่างที่พรรคร่วมรัฐบาลเหมาะสมอยู่แล้ว หากใช้เสียง 2 ใน 3 ตามที่ กมธ.แก้ไขคิดว่าไม่เหมาะสม เพราะถ้า ส.ว.ไม่เห็นด้วยจะไม่มีทางแก้รัฐธรรมนูญได้เลย เสียงของ ส.ส.ขณะนี้มี 487 คน ถ้าต้องใช้เสียง 2 ใน 3 ของรัฐสภา หรือ 492 คน ต่อให้ประธานสภาฯลงมติด้วย ก็ยังไม่เพียงพอที่จะแก้รัฐธรรมนูญวาระ 1 และ 3 ได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อย อภิปรายว่า ตัวเลข 2 ใน 3 ในการแก้รัฐธรรมนูญถือว่าสูงเกินไป ที่ผ่านมามีรัฐธรรมนูญ 8 ฉบับ ให้ใช้เสียงแก้ไขรัฐธรรมนูญแค่กึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา การอ้างว่า การแก้รัฐธรรมนูญควรทำได้ยากนั้น จะต้องไม่ยากเกินไปให้เกิดทางตันหรือวิกฤติทางรัฐธรรมนูญได้ ถ้าจะเกินกึ่งเล็กน้อยถือว่าพอรับได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ไม่มีความจำเป็น ทำไมบางเรื่องบางมาตราบางหมวดต้องไปทำประชามติ การทำอย่างนี้ทำให้เกิดความลักลั่น รัฐธรรมนูญก่อนหน้าก็มีการแก้ไขหมวด1-2 ไม่ได้มีปัญหาทำให้ประเทศเปลี่ยนระบอบการปกครอง ไม่เห็นด้วยศาลรัฐธรรมนูญเข้ามาเกี่ยวข้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เราจำเป็นต้องจำกัดอำนาจศาลรัฐธรรมนูญให้อำนาจประชาชนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญมากที่สุดสิ่งนี้เป็นทางออกวิกฤติ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ประชุมร่วมรัฐสภาใช้เวลาพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 นานเกือบ 4 ชม. ที่ประชุมซึ่งมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้มีการลงมติไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการ (กมธ.) ที่ให้ใช้เสียง 2 ใน 3 ในการผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 1 และวาระ 3 โดยให้กลับไปใช้ร่างเดิมคือเสียง 3 ใน 5 ในการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 1 และ 3 ด้วยคะแนน 441 ต่อ 178 คะแนน งดออกเสียง 13
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ชี้แจงถึงการงดออกเสียงลงมติไม่ไว้วางใจนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคมอีกครั้ง โดย น.ส.ฐิติภัสร์ยืนยันไม่ได้เกี่ยวกับปัญหาส่วนตัว เชื่อว่ารัฐธรรมนูญจะคุ้มครองเราในฐานะที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าขณะนี้ ส.ส.ในพรรคพลังประชารัฐและภูมิใจไทยเรียกร้องให้ออกมาแสดงความรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้น น.ส.ฐิติภัสร์ กล่าวว่า ตนเป็น ส.ส.ในสังกัดพรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;ไม่สามารถก้าวล่วงในส่วนของพรรคภูมิใจไทยได้ และยืนยันว่าแม้จะถูกกดดันก็ไม่ขอลาออก จะขอทำหน้าที่ให้ถึงที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.ส.วทันยากล่าวว่า ได้ชี้แจงเหตุผลการตัดสินใจโหวตสวนมติพรรคไปหมดแล้ว เราพยายามที่จะรักษามารยาททางการเมืองโดยการงดออกเสียง ไม่ได้โหวตสวน ถือว่าวันนี้เราทำหน้าที่อย่างดีที่สุด.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94182</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์, บัญญัติ บรรทัดฐาน, ภราดร ปริศนานันทกุล, รังสิมันต์ โรม, วทันยา วงษ์โอภาสี, วิรัช รัตนเศรษฐ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_603668b925f8b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93909</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘6 ดาวฤกษ์’ พุ่งผิดจังหวะ  เปลี่ยนโอกาสเป็น &#039;วิกฤติ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลายเป็นเรื่องใหญ่โตกว่ากรณีงูเห่า 4 ส.ส.พรรคก้าวไกล กดปุ่มไว้วางใจให้ &amp;ldquo;เสี่ยหนู&amp;rdquo; นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข จนกลายเป็นรัฐมนตรีที่มีคะแนนไว้วางใจมากสุดในศึกซักฟอกที่ผ่านมาไปแล้ว สำหรับประเด็น 6 ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์ พรรคพลังประชารัฐ งดออกเสียงให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนในทางการเมืองอย่างมาก เพราะถือเป็นเรื่องร้ายแรงสำหรับกติกาการอยู่ร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาล หรือแม้แต่พรรคร่วมฝ่ายค้านเอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ตามรัฐธรรมนูญ ส.ส.จะมีเอกสิทธิ์และอิสระในการลงมติ แต่ในทางการเมืองถือเป็นมารยาทที่ทุกพรรคเคร่งครัดและให้ความสำคัญ เพราะมันสุ่มเสี่ยงที่จะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวได้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังจะเห็นว่า หลังเสร็จสิ้นศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผู้ใหญ่ของพรรคพลังประชารัฐต้องรีบต่อสายเคลียร์กับผู้ใหญ่ฝั่งพรรคภูมิใจไทย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ปฏิกิริยาจาก ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ที่ออกมาโพสต์เหน็บแนม 6 ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์ พร้อมกับปกป้องนายศักดิ์สยาม คือสิ่งที่ตอกย้ำได้เป็นอย่างดีว่า มันไม่ใช่เรื่องที่ปล่อยผ่านกันง่ายๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งที่เกิดขึ้น มันไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะ 6 ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์ หากแต่คนที่เสียหายที่สุด หนีไม่พ้น &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ก่อนการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 1 วัน &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; ได้เรียกประชุมด่วน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เพื่อส่งสัญญาณว่า ให้ลงคะแนนเท่ากัน ดังนั้นการที่มี ส.ส.แหกมติพรรค ในปริมาณที่มากขนาดนี้ ย่อมทำให้ถูกมองว่าไม่สามารถควบคุมดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน เหตุการณ์นี้หากเกิดขึ้นกับพรรคประชาธิปัตย์คงไม่รุนแรงมากขนาดนี้ เพราะมี ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์แหกมติพรรคด้วยการงดออกเสียงให้กับรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจหลายคน แต่กับพรรคภูมิใจไทยแตกต่างกัน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บรรดา ส.ส.พรรคภูมิใจไทยภายใต้การนำของนายอนุทิน หัวหน้าพรรค และนายศักดิ์สยาม เลขาธิการพรรค ไม่มีใครแหกคอก หรือออกอาการเกเรแม้แต่เสียงเดียว ต่างลงมติไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด จึงเป็นอีกเรื่องที่ทำให้พรรคพลังประชารัฐน้ำท่วมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกทั้งเป็นที่รับรู้กันดีว่า การมีปัญหากับพรรคภูมิใจไทย ที่มียี่ห้อของนายเนวิน ชิดชอบ อดีตแกนนำติดอยู่ เป็นเรื่องที่ไม่ควรอย่างยิ่งในทางการเมือง เพราะขึ้นชื่อลือชาเรื่องความเขี้ยว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ดี แม้ที่สุดเรื่องนี้จะผ่านไปได้ หากแต่มันจะส่งผลต่ออนาคตทางการเมืองต่อตัว 6 ส.ส.ดาวฤกษ์ ได้แก่ นางกรณิศ งามสุคนรัตนา ส.ส.กทม., น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส.กทม., น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม., น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.กทม., นายศิริพงษ์ รัสมี ส.ส.กทม. และ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แน่นอนว่า จากนี้สถานะภายในพรรคพลังประชารัฐที่จะเปลี่ยนไป เพราะต้องไม่ลืมว่า กลุ่มดาวฤกษ์ก็มีคู่ขัดแย้งภายในพรรคเช่นเดียวกับมุ้งอื่นๆ ที่รอเหยียบซ้ำเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นมุ้ง ส.ส.กทม. ภายใต้การนำของนายณัฏฐพล ทีปสุววรรณ รมว.ศึกษาธิการ และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่รู้สึกโกรธเคืองที่ ส.ส.เหล่านี้แยกตัวออกไป รวมไปถึงมุ้งของนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และประธานวิปรัฐบาล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรณีที่เกิดขึ้นถือว่ายังโชคดีอยู่บ้าง ที่ไม่ได้ถูกกดดันให้ลาออกจาก ส.ส.เพื่อแสดงความรับผิดชอบ โดยเฉพาะในรายของ &amp;ldquo;มาดามเดียร์&amp;rdquo; นางสาววทันยา ซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่ม เพราะมี ส.ส.จากมุ้งอื่นที่ขัดมติพรรคเช่นกันคือ นายสมพงษ์ โสภณ ส.ส.ระยอง จากมุ้งของนายวิรัช และนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ที่งดออกเสียงไว้วางใจ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี รมว.พาณิชย์ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีการพูดกันว่า หากไม่มี ส.ส.จากมุ้งอื่นแหกมติพรรค &amp;ldquo;มาดามเดียร์&amp;rdquo; อาจจะเจอแรงกดดันกว่านี้ โดยเฉพาะการกดดันให้ลาออกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพื่อแสดงความรับผิดชอบ ในฐานะที่นำความขัดแย้งส่วนตัวมาปะปนกับพรรคจนเกิดเรื่อง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 5 ส.ส.กทม. เป็น ส.ส.เขต ยังพอมีภูมิคุ้มกันในแง่ที่ไม่สามารถลาออกได้ เพราะต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ แต่ &amp;ldquo;มาดามเดียร์&amp;rdquo; เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่แม้ลาออกไป ก็สามารถเลื่อนผู้สมัครลำดับถัดไปขึ้นมาแทนที่ได้ แต่ดีที่ว่า มีมุ้งอื่นที่ผิดเหมือนกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถือว่าเป็นก้าวที่พลาดมากๆ เพราะหากไม่มีประเด็นกลุ่ม 6 ส.ส.ดาวฤกษ์ขัดมติพรรค ประเด็นเรื่องนายณัฏฐพลได้คะแนนน้อยที่สุด อาจกำลังถูกพูดถึงมากกว่า เพราะก่อนหน้านี้ก็มีข่าวว่า มีบางมุ้งในพรรคพลังประชารัฐเตรียมนำเรื่องนี้ไปเขยื้อนเพื่อกดดันให้ปรับคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่มาสะดุดล้มเองเสียก่อน. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93909</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณิศ งามสุคนรัตนา, กรองสถานการณ์, ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์, ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์, น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี, ภาดาท์ วรกานนท์, ศิริพงษ์ รัสมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210222/image_big_6033c58b100f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60153</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2020 13:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2020 13:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปารีณา&#039; จวก ส.ส.บางกะปิ พปชร. ห้ามคนอื่นจัดกิจกรรม แต่ตัวเองยังร่วมงานในพื้นที่  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มี.ค. 63 &amp;nbsp;- ที่รัฐสภา น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ แถลงกรณีสังคมเกิดความสับสนว่าประชาชนยังสามารถไปร่วมกิจกรรมทางวัฒนธรรม ทางศาสนาต่างๆได้หรือไม่ ภายหลังรัฐบาลออกมาตรการควบคุมการแพร่กระจายโรคโควิด &amp;ndash; 19 ว่า ขอยืนยันว่า ขณะนี้สถานการณ์ในประเทศไทย ยังสามารถควบคุมได้ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แถลงเอาไว้ ส่วนที่ระบุว่ามีการงดกิจกรรม ตนขอชี้แจงว่า ไม่ได้แปลว่าห้าม ประชาชนยังสามารถไปร่วมกิจกรรมที่จำเป็นได้ อาทิ งานศพ งานบวช แต่ต้องระมัดระวังตัวเองตามคำแนะนำที่รัฐบาลประกาศไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หากงดได้ก็จะเป็นเรื่องดี โดยยืนยันว่ายังจะไปร่วมงานหากมีกิจกรรมสำคัญในพื้นที่ ส่วนความสับสนระหว่างตนกับ น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ถือเป็นความไม่เข้าใจของน.ส.ฐิติภัสร์ ก็เลยออกมาขวางการจัดงานต่างๆในพื้นที่อื่น แต่ไม่ได้ขวางในพื้นที่บางกะปิ ซึ่งเป็นพื้นที่ของตัวเอง ทั้งนี้ ยืนยันว่า ตนกับน.ส.ฐิติภัสร์ ไม่ได้มีความขัดแย้งกัน เพียงแต่เป็นการแสดงความคิดเห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบ (ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฏร ที่มีพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เป็นประธาน ยังเรียกประชุมกมธ.นั้น น.ส.ปารีณา กล่าวว่า ก็เป็นสิทธิ์ของประธานกมธ.ฯ ที่จะเรียกประชุม แต่ถ้ามีการติดโควิด &amp;ndash; 19 กันในห้องประชุมก็ต้องรับผิดชอบกันเอง อีกทั้งประธานฯ ก็ไม่ได้ตรวจคัดกรองบุคคลที่เข้ามาในห้องประชุม ซึ่งส.ส.ก็ลงพื้นที่หนักมาก มีการไปร่วมงานเยอะ เมื่อกลับมารวมตัวกันก็มีความสุ่มเสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ บอกว่าเป็นส.ส.ต้องไม่กลัว น.ส.ปารีณา กล่าวว่า เป็นคนละประเด็นกัน ท่านก็เป็นอย่างนี้ประจำ เป็นลักษณะคนแก่ที่ชอบต่อว่าคนอื่น และตัวเองดีคนเดียว ซึ่งเป็นลักษณะของท่านอยู่แล้ว ส.ส.ที่มายืนตรงนี้ได้มาจากประชาชน ดังนั้น ส.ส.ไม่ได้กลัวโควิด แต่ช่วงนี้เป็นช่วงที่มีการแพร่ระบาด และเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว จึงมีมาตรการเข้มข้นในการปิดสถานที่ต่างๆ แต่อย่างที่บอกว่าเราเป็นส.ส.ก็ต้องทำงาน ต้องมาประชุมกมธ. แต่ตัวผู้แทนเองก็คงพยายามหลีกเลี่ยงแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60153</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์, ปารีณา ไกรคุปต์, พปชร., พลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200318/image_big_5e71bf761c8f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42624</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2019 15:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2019 15:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็กเพื่อไทยดับคาโซเชียลฯ เซ่นปมสะใจ&#039;เลือกความสงบจบที่ลุงตู่&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ส.ค. 62 - น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ &amp;nbsp;ส.ส.กรุงเทพ พรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก ถึงกรณีนายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส &amp;nbsp;อดีตผู้สมัครส.ส. กรุงเทพ พรรคเพื่อไทย ทวิตข้อความ ถึงเหตุการณ์ระเบิดในพื้นที่กรุงเทพ &amp;nbsp;ว่า &amp;nbsp;&amp;quot;เลือกความสงบจบที่ลุงตู่&amp;quot; 55555 นกหวีดติดคอกันยัง??!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เห็นแล้วน่าตกใจ และสะเทือนใจกับผู้ที่เสนอตัวมาเป็นผู้แทนของประชาชน กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเกิดกับใคร ก็ไม่ควรมีการแสดงออกทางความคิดเห็น ความรู้สึกที่สะใจ กับความเจ็บปวดของประชาชน และเหตุการณ์ที่สะเทือนขวัญกับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;รักจะเป็นนักการเมืองที่คอยเรียกร้องหาประชาธิปไตย ควรยอมรับในความเห็นต่าง เคารพในสิทธิของประชาชน ไม่ว่าประชาชนจะเลือก หรือ ไม่เลือก คุณก็ไม่มีสิทธิ์ไปดูถูก ดูแคลน หรือ เยาะเย้ย ถากถางประชาชนค่ะ&amp;quot;น.ส.ฐิติภัสร์ &amp;nbsp;ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42624</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์, ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคเพื่อไทย, ระเบิดกรุงเทพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190803/image_big_5d4548a713d3a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33004</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งเลือกตั้งใหม่6หน่วย5จังหวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กกต.&amp;rdquo; สั่งนับคะแนนใหม่ใน 2 หน่วยเลือกตั้งขอนแก่น พร้อมให้จัดเลือกตั้งอีกรอบใน 6 หน่วย 5 จังหวัด &amp;ldquo;เขตบางกะปิ&amp;rdquo; ติดโผด้วย คาดจัดหลังสงกรานต์ &amp;ldquo;พปชร.-ปชป.&amp;rdquo; พร้อมลุย ส่วน อนค.งอแง &amp;ldquo;10 พรรคเล็ก&amp;rdquo; รวมตัวยื่นห้ามเทคะแนนลงน้ำ &amp;ldquo;ธนาธร-จตุพร&amp;rdquo; ข้องใจ 7 อรหันต์ไม่รู้สูตรก่อนจัดหย่อนบัตร &amp;ldquo;ภูมิธรรม&amp;rdquo; ยัวะข่าวดัน &amp;ldquo;ชัยเกษม&amp;rdquo; แทน &amp;ldquo;หญิงหน่อย&amp;rdquo; ชี้เป็นข่าวเต้าสร้างความขัดแย้งในพรรค &amp;ldquo;เนวิน&amp;rdquo; คุมเข้มเสี่ยหนูหวั่นหลุดสัมภาษณ์อยู่ซีกไหน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 เม.ย. เวลา 11.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต. แถลงว่า ที่ประชุม กกต.เมื่อวันที่ 3 เม.ย. ได้พิจารณากรณีผลการนับคะแนนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และกรณีจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ตรงกับจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้ออกเสียงลงคะแนน โดยมีมติสั่งให้นับคะแนนใหม่ใน 2 หน่วยเลือกตั้งของเขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดขอนแก่น คือหน่วยเลือกตั้งที่ 1 หมู่ที่ 1 ต.บัวใหญ่ อ.น้ำพอง และหน่วยเลือกตั้งที่ 5 หมู่ที่ 5 ต.ม่วงหวาน อ.น้ำพอง โดย กกต.จะแจ้งมติไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขต (กกต.เขต) ซึ่งจะไปพิจารณากำหนดวันในการนับคะแนนใหม่ &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแสวงแถลงอีกว่า กกต.ยังสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ ส.ส.ใหม่ 6 หน่วยเลือกตั้งใน 5 จังหวัด ประกอบด้วย 1.จ.ลำปาง เขตเลือกตั้งที่ 4 จำนวน 2 หน่วย ได้แก่ หน่วยเลือกตั้งที่ 6 หมู่ที่ 5 ต.ปางหลวง อ.เกาะคา และหน่วยเลือกตั้งที่ 3 หมู่ที่ 2 ต.ศาลา อ.เกาะคา 2.จ.ยโสธร เขตเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 6 หมู่ที่ 6 ต.หัวเมือง อ.มหาชนะชัย 3.จ.เพชรบูรณ์ เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 12 หมู่ที่ 12 ต.เข็กน้อย ต.เขาค้อ 4.จ.พิษณุโลก เขตเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 6 หมู่ที่ 6 ต.มะตูม อ.พรหมพิราม และ 5.กรุงเทพมหานครเขตเลือกตั้งที่ 13 หน่วยเลือกตั้งที่ 32 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ เนื่องจากพบว่าผลการนับคะแนนที่มีจำนวนผู้มาใช้สิทธิไม่ตรงกับจำนวนผู้มาแสดงตน และไม่ตรงกับลายเซ็นที่ต้นขั้วบัตร จำนวนบัตรที่ถูกใช้ไปคือ บัตรดี บัตรเสีย บัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน ไม่ตรงกับผลการนับคะแนน ซึ่งวันเลือกตั้งใหม่ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของ กกต. แต่คาดว่าจะเป็นหลังเทศกาลสงกรานต์ โดยผู้สมัครยังคงเป็นชุดเดิมทั้งหมด สามารถหาเสียงได้ แต่ค่าใช้จ่ายต้องลดจำนวนลงตามที่กฎหมายกำหนด&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กรณีนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเริ่มพิจารณาของ กกต.เท่านั้น เขตเลือกตั้งเหล่านี้ยังไม่ได้พิจารณาในเรื่องร้องเรียนหรือการกระทำไม่สุจริตที่อาจนำไปสู่การสั่งเลือกตั้งใหม่ทั้งเขต รวมทั้งยังมีกรณีของเขตเลือกตั้งหรือหน่วยเลือกตั้งอื่นๆ ที่มีปัญหาและยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของ กกต. โดย กกต.จะพิจารณาสั่งเลือกตั้งใหม่ไปพร้อมกันทั้งหมดในวันเดียวกัน&amp;rdquo; นายแสวงกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในกรณีปัญหาเรื่องการนับคะแนนที่ กกต.สั่งยุติเรื่อง เพราะทราบสาเหตุและเห็นว่าเหตุนั้นไม่มีผลทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม 4 หน่วยเลือกตั้ง คือ 1.จ.เชียงราย เขตเลือกตั้งที่ 4 หน่วยเลือกตั้งที่ 1 หมู่ที่ 1 บ้านกลางเวียง ต.เวียงชัย อ.เวียงชัย 2.จ.ประจวบคีรีขันธ์ เขตเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 7 หมู่ที่ 2 ต.บางน้ำปราณ (เขตเทศบาล) อ.ปราณบุรี &amp;nbsp;3.จ.สระแก้ว เขตเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 6 หมู่ 4 ต.ห้วยโจด อ.วัฒนานคร และ 4.จ.พิษณุโลก เขตเลือกตั้งที่ 3 หน่วยเลือกตั้งที่ 18 หมู่ที่ 17 ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การสั่งนับคะแนนใหม่ และการสั่งเลือกตั้งใหม่ดังกล่าวจะมีผลต่อการคำนวณจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อที่กำลังเป็นที่สนใจอยู่ ซึ่ง กกต.ยังไม่ได้มีการคำนวณ เพราะต้องรอผลการนับคะแนนและการสั่งเลือกตั้งใหม่ก่อน ส่วนเรื่องสูตรการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อนั้น กกต.ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณา ยังไม่ข้อยุติ&amp;rdquo; นายแสวงระบุ
พร้อมจัดเลือกตั้งใหม่
ด้านนายอภินันทน์ จันทร์อุปละ ผู้อำนวยการ กกต.ขอนแก่น กล่าวว่า กกต.ขอนแก่นยังคงรอคำสั่งในการดำเนินการอยู่ ซึ่งเมื่อการสั่งการจาก กกต.กลางมาถึง ก็พร้อมปฏิบัติการตามระเบียบที่กำหนดทันที
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ว่าที่ ส.ส.กทม.เขต 13 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ระบุว่า ไม่กังวล เพราะเชื่อว่าคะแนนที่ได้รับเป็นคะแนนบริสุทธิ์ หาก กกต.เห็นว่าควรเลือกตั้งใหม่ หรือมีข้อผิดพลาดอะไร ก็เคารพในดุลยพินิจ และพร้อมจะดำเนินการตามที่ กกต.กำหนดทุกอย่าง และมองว่าเป็นเรื่องดีหากจะทำให้หมดข้อสงสัยและหมดข้อคาใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง กทม. พรรค พปชร. กล่าวว่า สาเหตุที่ให้เลือกตั้งใหม่น่าจะมาจากบัตรเขย่ง ไม่เกี่ยวกับการทุจริต ซึ่งในหน่วยเลือกตั้งนี้มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 700 คน และได้มาใช้สิทธิ์กว่า 600 คน และแม้เลือกตั้งใหม่ก็ไม่มีผลอะไร เพราะคะแนนภาพรวมของผู้สมัครพรรคนำกว่า 3,000 คะแนน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตบางกะปิ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า แม้เป็นการเลือกตั้งใหม่เพียงหน่วยเดียวก็ให้ความสำคัญเทียบเท่ากับการเลือกตั้งใหญ่ เพราะทุกคะแนนเสียงมีค่าต่อการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยการหาเสียงยังคงยึดแนวทางประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริต แก้จน สร้างคน สร้างชาติ และจุดยืนทางการเมืองไม่หนุนการสืบทอดอำนาจ ไม่เอาคนโกง เหมือนที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค ได้วางแนวทางไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ณิชชา บุญลือ ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพมหานคร เขต 13 บางกะปิ กล่าวว่า การจัดการเลือกตั้งใหม่เฉพาะหน่วยเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ถูกต้องต่อข้อกล่าวหาว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้ดำเนินไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม โดยขอยืนยันตามคำเรียกร้องที่ได้ยื่นไว้เมื่อวันที่ 29 มี.ค. คือให้เปิดเผยคะแนนทุกหน่วยให้สาธารณชนรับทราบ เพื่อเป็นการตรวจสอบโดยภาคประชาชน และเพื่อเป็นการยืนยันความโปร่งใสของ กกต.ด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายฉัตรชัย ณ บางช้าง สมาชิกพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เขต 7 จ.สมุทรปราการ เข้ายื่นหนังสือถึง กกต. ขอคัดค้านผลการนับคะแนน และเรียกร้องให้ กกต.สั่งนับคะแนนใหม่ รวมถึงตั้งกรรมการสอบสวนการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีการคำนวณจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อนั้น นายอุดม รัฐอมฤต กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงปัญหาการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อกรณีโอเวอร์แฮงก์ ว่ากฎหมายที่มีอยู่ได้พยายามอธิบายว่าต้องแก้ปัญหาอย่างไร ซึ่งต้องคิดอัตราส่วนโอเวอร์แฮงก์ออกมา แต่ต้องดูว่าจะคิดเฉพาะพรรคที่ได้ ส.ส.เขตไปแล้วเท่านั้นหรือไม่ ถ้าคิดแบบนี้มันก็จะมีพรรคอยู่แค่จำนวนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งก็คิดได้ หรือจะคิดแบบนับคะแนนจากทุกพรรค มันมีวิธีคิดอยู่แค่สองวิธี แต่ของ กรธ.เรายืนยันว่าต้องคิดคะแนนจากทุกพรรค ไม่ได้คิดเฉพาะพรรคที่ได้แต่ ส.ส.เขต ซึ่งแนวคิดนี้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ว่าทุกคะแนนมีความหมายไม่ทิ้งน้ำ ซึ่งสามารถถกเถียงกันได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กกต.มาพิจารณาเรื่องนี้ช้าไป ทำให้เกิดความวุ่นวาย แต่ยืนยันว่าในส่วนของ กรธ.คิดตรงกันหมด เพราะเคยถกเถียงกันมาแล้ว ดังนั้นต้องใช้คะแนนจากทุกพรรคมาเฉลี่ยแก้ปัญหาโอเวอร์แฮงก์ ไม่เฉพาะพรรคที่ได้ ส.ส.เขตเท่านั้น แต่ทั้งหมดอยู่ที่คนใช้กฎหมายที่เป็นผู้ถือเจตนารมณ์ ถ้ามีข้อโต้แย้งก็อาจต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ กกต.ไม่ต้องยึดตามความเห็นของ กรธ. ตอนนี้อยู่ที่ว่า กกต.คิดอย่างไรเท่านั้น ต้องเป็นผู้ยืนยันว่าสูตรไหนถูกต้อง เพราะไม่มีว่าเลือกสูตรไหนก็ได้ ต้องเลือกสูตรเดียว&amp;rdquo; นายอุดมกล่าว&amp;nbsp;
10 พรรคเล็กอ้อนห้ามทิ้งน้ำ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่หน้าสำนักงาน กกต. กลุ่มสามัคคีสร้างชาติ ซึ่งประกอบด้วยพรรคการเมืองขนาดเล็ก 10 พรรค ได้ เดินทางมายื่นแถลงการณ์ต่อ กกต. เรื่องคะแนนเสียงที่บริสุทธิ์ของประชาชนทุกคนมีคุณค่าอย่าทอดทิ้ง &amp;nbsp;โดยระบุว่า ขณะนี้ยังมีความไม่ชัดเจนในผลการเลือกตั้งและการคิดสูตรคำนวณเพื่อให้ได้มาซึ่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 คน จนทำให้ประชาชนสับสนและไม่สบายใจ โดยกลุ่มได้เน้นในกรณีการเกิดโอเวอร์แฮงก์ ควรนำหลักคิดที่ว่าคะแนนเสียงอันบริสุทธิ์ของประชาชนทุกคนจะไม่ถูกทิ้งน้ำ มาเป็นหลักคิดใช้เป็นสูตรคำนวณ และขอเรียกร้องให้ กกต.ร้องขอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกประกาศคำสั่งรองรับเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกฯ พรรค พท. กล่าวในเรื่องนี้ว่า การคิดคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อไม่ควรไปมองว่าจะเป็นการนำคำนวณเพื่อพยายามให้ฝั่งหนึ่งฝั่งใดได้คะแนน ควรตีความตามรัฐธรรมนูญเคร่งครัด ถ้าไปช่วยจะผิดกฎหมายเอง จึงขอให้ กกต.เคร่งครัดตามรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวว่า ถ้าเรายึดความเป็นธรรมจะตีความได้เพียงสูตรเดียว คือเอาผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งหมดหารด้วยจำนวน ส.ส. ทำให้ได้ 71,000 คะแนน ต่อ ส.ส.หนึ่งคน ดังนั้นถ้าเรายึดตามสูตรนี้ ก็จะรู้ว่าใครจะได้ ส.ส.เท่าไหร่ ไม่มีอะไรซับซ้อน แต่ที่เป็นเรื่องน่าห่วงมาก เพราะ กกต.เองยังไม่รู้วิธีคำนวณที่ถูกต้องคืออะไร ทั้งที่ กกต.ควรรู้วิธีการที่ถูกต้องก่อนการเลือกตั้งเสียด้วยซ้ำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในฐานะผู้สนับสนุนพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า กกต.มั่วมาตั้งแต่ต้น ความจริงต้องศึกษาข้อกฎหมายให้เสร็จสิ้นกระบวนความก่อนจัดการเลือกตั้ง ไม่ใช่ว่าเลือกตั้งเสร็จมาควานหาว่าวิธีการคิด ทุกอย่างจึงนำไปสู่ความไม่น่าเชื่อถือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) โพสต์คลิปวิดีโอตอนหนึ่งระบุว่า ตอนนี้มีการสร้างกระแสในโลกโซเชียลมีเดียและผ่านสื่อต่างๆ อย่างเป็นกระบวนการเพื่อทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย เช่น ตั้งข้อกล่าวหาว่า กกต.จัดการเลือกตั้งแล้ว ไม่ใช่การเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ มีการทุจริตการเลือกตั้ง ทำให้คนพวกหนึ่งไขว้เขวไปได้ และมีกระบวนการล่ารายชื่อถอดถอน กกต. ซึ่งเชื่อว่าคงวุ่นวายสับสนไปเป็นเดือนๆ หรืออาจ 2-3 เดือน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ขณะนี้เขาเล่นงาน กกต.ก่อน ถ้าตรงนี้ทรุดลง ก็อาจลามไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. เพื่อทำลายความชอบธรรมที่ พล.อ.ประยุทธ์จะตั้งรัฐบาล ตรงนี้น่าเป็นห่วง&amp;rdquo; นายสุเทพกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หน้าสำนักงาน กกต. นายสรวิชญ์ สุวรรณนึก ประธานสภานักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง เดินทางมายื่นหนังสือถึง กกต. เพื่อเรียกร้องให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. และขอให้ กกต.ออกมาแสดงความรับผิดชอบ เพื่อเป็นบรรทัดฐานในการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานต่างๆ ว่าการทำงานนั้น ต้องคำนึงถึงประชาชนและอยู่บนหลักของความสุจริตและเที่ยงธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความเคลื่อนไหวทางการเมืองนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. กล่าวในช่วงท้ายในพิธีมอบรางวัลองค์กรที่มีความเป็นเลิศในการบริหารจัดการด้านการเงินการคลัง ครั้งที่ 5 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561 ว่าขอพูดอีกครั้งในเรื่องการสืบทอดอำนาจนั้น ยืนยันว่าไม่ใช่ นี่คือการเป็นประชาธิปไตยที่ทุกคนต้องการ ที่ต้องการให้มีการเลือกตั้งก็ว่ากันไป ไม่ได้ต้องการไปเกี่ยวข้อง ไปเกี่ยวข้องได้ที่ไหน ไปสั่งเขาได้ที่ไหน เมื่อเลือกตั้งกันมาแล้ว ทุกคนเป็นคนเลือก ก็จบกันตรงนั้น แล้วก็ไปแก้ปัญหากันมาให้ได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อย่างวันนี้หนังสือพิมพ์รายใหญ่ฉบับหนึ่งพาดหัวข่าวสองชั้น ตัวเท่าหม้อแกง ถามว่าท่านต้องการความขัดแย้งอีกหรืออย่างไร รับผิดชอบกันด้วยนะ ไม่อยากเอ่ยชื่อ ไปหากันเอาเองเป็นประจำ&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
เนวินประกอบเสี่ยหนู
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกระแสข่าวคุณหญิงสุดารัตน์จะลดบทบาทในพรรค ว่าเป็นข่าวที่เห็นบนหน้าหนังสือพิมพ์บางฉบับ ซึ่งยังไม่มีอะไร ยังเป็นปกติ ส่วนเรื่องแคนดิเดตนายกฯ นั้น พรรคมี 3 คน คือ คุณหญิงสุดารัตน์, นายชัชชาติ และนายชัยเกษม ทั้งหมดยังทำหน้าที่ตามที่พรรคมอบหมาย วันนี้ยังไม่ใช่เวลาของการมาเลือกนายกฯ อีกทั้งวันนี้ผลคะแนนดิบเลือกตั้งก็ยังไม่เห็นว่าเป็นอย่างไร จึงคิดว่าไม่ควรมีการทำให้เกิดประเด็นใหม่ๆ เพื่อก่อให้เกิดความขัดแย้งภายใน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกระแสข่าว ส.ส.บางส่วนไม่ลงนามในสัตยาบันของพรรค นายภูมิธรรมกล่าวว่า ขณะนี้มีกระบวนการสร้างให้เกิดความแตกแยกภายในพรรคการเมือง คิดว่าไม่เป็นประโยชน์ ไม่ควรทำ และสัตยาบันเป็นเรื่องที่ 7 พรรคการเมืองพูดคุยกัน ไม่ได้มีอะไรมาก หรือไปบังคับข่มขู่ใคร เป็นเพียงการยืนยันว่าจะรักษาระบอบประชาาธิปไตยให้เดินไปข้างหน้า ส่วนที่ว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เป็นข่าวลือของหนังสือพิมพ์บางฉบับเท่านั้น และขออย่าสร้างความแตกแยกในหมู่ประชาชนเลย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่บ้านพักภายในโรงโม่หินศิลาชัย ต.อิสาณ อ.เมืองฯ จ.บุรีรัมย์ ของนายชัย ชิดชอบ อดีตประธานรัฐสภา, นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวการจัดตั้งรัฐบาล ว่าขณะนี้มีแต่เพียงการคาดการณ์ ต้องรอวันที่ 9 พ.ค. ที่ กกต.จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ เพราะตอนนี้การคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เรายังไม่ทราบเลยว่าพรรคได้เท่าไหร่&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่ไปร่วมงานฉลองมงคลสมรสของบุตรชายนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ว่าได้พูดคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ได้พบ เพราะมีคนมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก จึงไม่ได้เจอกับใคร เพียงนำของขวัญแต่งงานไปให้บ่าวสาว และดื่มน้ำเพียง 2-3 แก้วเท่านั้น
นายอนุทินให้สัมภาษณ์อีกว่า ยืนยันไม่เคยพบ พล.อ.ประยุทธ์ในงานแต่งงานลูกนายวิษณุ และถ้าพบกันก็ไม่จำเป็นต้องปิดบัง เพราะผ่านการเลือกตั้งแล้ว&amp;nbsp;
เมื่อถามว่า ไม่คุยการเมืองกับใครเลย นายอนุทินกล่าวว่า คุยไม่ได้ จะเห็นว่ามีการเลือกตั้งใหม่ นับคะแนนใหม่ในหลายเขต ระบบบัญชีรายชื่อจะคำนวณแบบไหนยังไม่ทราบ และเมื่อถามว่ามีใครโทร.มาจีบหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มี ว่าจะไปจีบเขาอยู่ และไม่ได้เนื้อหอมอย่างที่พูดกัน เนื้อเหม็นอีกต่างหาก ขณะนี้ยังไม่รู้อะไรเป็นอะไร รอวันที่ 9 พ.ค.อย่างที่ กกต.บอก &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตลอดการให้สัมภาษณ์ของนายอนุทิน อยู่ในสายตาของนายเนวิน ชิดชอบ ตลอด เพราะนายเนวินไม่อยากให้สัมภาษณ์ประเด็นการเมืองกับสื่อมวลชน เพราะยังไม่มีความชัดเจน พร้อมกับเดินเข้ามาดึงนายอนุทินออกจากวงสัมภาษณ์เพื่อรับประทานอาหารเที่ยงร่วมกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33004</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, จตุพร พรหมพันธุ์, ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, พรรคพลังประชารัฐ, พริษฐ์ วัชรสินธุ, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, สุเทพ เทือกสุบรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลือกตั้งใหม่, แสวง บุญมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190404/image_big_5ca615802997e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
