<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22174</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปทุมธานีจัด2งานใหญ่ลอยกระทง สืบตำนานแห่งสายน้ำวิถีไทยรามัญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เป็นประธานการแถลงข่าวงานเทศกาลลอยกระทง &amp;ldquo;ปทุมบูชา ตระการตาเพ็ญเดือนสิบสอง&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ตำนานสายน้ำปทุมธานี วิถีไทยรามัญ&amp;rdquo; โดยมีนางดลวสา บุญเลิศ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดปทุมธานี นายผล ดำธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นางวันทนา ดำธรรม รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดปทุมธานี นายชาธิป รุจนเสรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นางกาญจนี รุจนเสรี รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดปทุมธานี นางสาวฐิต์ณัฐ สมบัติศิริ วัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี นายวีรวัฒน์ วงศ์ศุปไทย รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี เข้าร่วมงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพินิจเปิดเผยว่า จังหวัดปทุมธานีเตรียมพร้อมจัดงานประเพณีลอยกระทงประจำปี 2561 เพื่อเล่าขานตำนานดอกบัวแห่งเมืองปทุม และสะท้อนเอกลักษณ์ของชุมชนชาติพันธุ์ไทย-รามัญซึ่งอยู่อาศัยในจังหวัดปทุมธานีมายาวนาน พร้อมกิจกรรมมากมาย โดยเฉพาะการประกวดกระทงชิงถ้วยรางวัลจากนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ในงาน &amp;ldquo;ปทุมบูชา ตระการตาเพ็ญเดือนสิบสอง&amp;rdquo; บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด (หลังเก่า) ปทุมธานี และงาน &amp;ldquo;ตำนานสายน้ำปทุมธานี วิถีไทยรามัญ&amp;rdquo; บริเวณวัดสุราษฎร์รังสรรค์ อำเภอสามโคก ในวันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดปทุมธานีมีนโยบายในการส่งเสริม ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม รวมทั้งอนุรักษ์ ฟื้นฟู สืบสานประเพณีท้องถิ่นให้คงอยู่อย่างยั่งยืน และในวันที่ 22 พ.ย.นี้ ตรงกับวันลอยกระทง จังหวัดปทุมธานี โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด จะจัดงานประเพณีลอยกระทง 2 แห่งด้วยกัน คือ งาน &amp;ldquo;ปทุมบูชา ตระการตาเพ็ญเดือนสิบสอง&amp;rdquo; บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด (หลังเก่า) ปทุมธานี และงาน &amp;ldquo;ตำนานสายน้ำปทุมธานี วิถีไทยรามัญ&amp;rdquo; บริเวณวัดสุราษฎร์รังสรรค์ อำเภอสามโคก ซึ่งงานที่จะจัดขึ้นทั้ง 2 แห่งจะสื่อสะท้อนถึงเอกลักษณ์ของจังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นเมืองดอกบัวและเอกลักษณ์ของชุมชนชาติพันธุ์ไทย-รามัญ ซึ่งอยู่อาศัยในจังหวัดปทุมธานีมาเป็นเวลาช้านานภายในงานจะมีกิจกรรมต่างๆ มากมายเพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้มีส่วนร่วมและซึมซับในประเพณีที่ดีงามของไทย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพินิจกล่าวอีกว่า เมืองปทุมธานีเริ่มปรากฏในประวัติศาสตร์ชาติไทยไม่น้อยกว่า 300 ปีมาแล้ว ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ตามประวัติจะกล่าวถึงชุมชนชาวมอญที่อพยพเข้ามาอยู่อาศัยหลายระลอก ณ ชุมชน &amp;quot;บ้านสามโคก&amp;quot; ที่ต่อมากลายเป็น &amp;quot;เมืองสามโคก&amp;quot; หรืออำเภอสามโคกในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับที่มาของชื่อ &amp;quot;ปทุมธานี&amp;quot; มาจากพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ได้เสด็จประภาสเมืองสามโคก เหล่าพสกนิกรซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวมอญมีความปลาบปลื้มใจเป็นล้นพ้น จึงได้พากันนำดอกบัวหลวงที่มีขึ้นอยู่มากมาย ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเป็นราชสักการะอยู่เป็นเนืองนิจ ยังความซาบซึ้งในพระราชหฤทัย ร.2 เป็นอย่างยิ่งและได้พระราชทานนามเมืองสามโคกเสียใหม่ว่า &amp;quot;เมืองประทุมธานี&amp;quot; เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2358 ต่อมารัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ใช้คำว่า &amp;quot;จังหวัด&amp;quot; แทนคำว่า &amp;quot;เมือง&amp;quot; และให้เปลี่ยนการเขียนชื่อจังหวัดปทุมธานีใหม่เป็น &amp;quot;ปทุมธานี&amp;quot; มาจนถึงทุกวันนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางสาวฐิต์ณัฐ สมบัติศิริ วัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี เปิดเผยว่า งานประเพณีลอยกระทงทั้ง 2 แห่ง จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา โดยตกแต่งบริเวณงานให้ได้บรรยากาศย้อนยุค ผู้ที่มาร่วมลอยกระทงและเข้าชมงานจะได้รับความเพลิดเพลินจากกิจกรรมต่างๆ ทั้งการแสดงประเพณีและวัฒนธรรมพื้นบ้าน การสาธิตประดิษฐ์กระทงในรูปแบบการรักษาสิ่งแวดล้อมจากภูมิปัญญาท้องถิ่น การออกร้านของผู้ค้าต่างๆ ในท้องถิ่น การประกวดหนูน้อยนพมาศ และการประกวดกระทง ซึ่งปีนี้ได้รับเกียรติจากนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี มอบถ้วยรางวัลมาให้สำหรับการประกวดกระทง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยงาน &amp;ldquo;ปทุมบูชา ตระการตาเพ็ญเดือนสิบสอง&amp;rdquo; บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด (หลังเก่า) ทีมที่ได้รางวัลชนะเลิศจะได้รับถ้วยรางวัลจากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้รับถ้วยรางวัลจากนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้รับถ้วยรางวัลจากนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม และรางวัลชมเชยได้รับถ้วยรางวัลจากนายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนงาน &amp;ldquo;ตำนานสายน้ำปทุมธานี วิถีไทยรามัญ&amp;rdquo; บริเวณวัดสุราษฎร์รังสรรค์ อำเภอสามโคก ทีมที่ได้รางวัลชนะเลิศจะได้รับถ้วยรางวัลจากผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี และผู้บริหารระดับจังหวัดตามลำดับเช่นกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้นแล้ว เพื่อให้เป็นการเชื่อมโยงวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามเข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ ยังได้จัดการประกวดภาพถ่ายภายในงานอีกด้วย โดยตัดสินจากยอดไลค์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งรูปที่มียอดกดไลค์มากที่สุดจะได้รับรางวัลเงินสด พร้อมใบประกาศนียบัตรจากทางจังหวัด โดยผู้ที่อยู่ในงานจะได้ร่วมลุ้นกันอย่างสนุกสนานแน่นอน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22174</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาญจนี รุจนเสรี, ชาธิป รุจนเสรี, ฐิต์ณัฐ สมบัติศิริ, ตำนานสายน้ำปทุมธานี วิถีไทยรามัญ, ปทุมบูชา ตระการตาเพ็ญเดือนสิบสอง, ผล ดำธรรม, วันทนา ดำธรรม, วิถีไทย, วีรวัฒน์ วงศ์ศุปไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181117/image_big_5bf00d9ec956e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21279</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตักบาตรพระร้อยทางเรือ ประเพณีเก่าแก่ริมฝั่งเจ้าพระยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วัดชินวรารามวรวิหาร (พระอารามหลวง) อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี นายผล ดำธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วยนางวันทนา ดำธรรม รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดปทุมธานี นายพิษณุ ประภาธนานันท์ นายอำเภอลาดหลุมแก้ว นางสาวฐิต์ณัฐ สมบัติศิริ วัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี หัวหน้าส่วนราชการและประชาชนร่วมประเพณีตักบาตรพระร้อยทางเรือ ซึ่งเป็นประเพณีเก่าแก่ของวัดที่อยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองฝั่งแม่น้ำ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การตักบาตรพระร้อย เป็นประเพณีตักบาตรทางน้ำในช่วงเทศกาลออกพรรษา ที่ชาวปทุมธานี โดยเฉพาะชาวไทยเชื้อสายมอญ ปฏิบัติกันมานานนับร้อยปี เพราะจังหวัดปทุมธานีมีแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่าน ทำให้เกิดลำคลองหลายสายขึ้น เพื่อใช้เป็นเส้นทางการคมนาคม ใช้ในการชลประทาน ใช้ในการอุปโภคบริโภค อีกทั้งบ้านเรือนประชาชนแต่เดิมจะตั้งอยู่ริมแม่น้ำลำคลองเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งในช่วงออกพรรษาเป็นช่วงน้ำหลาก บรรยากาศชุ่มชื่นการสัญจรไปมาทางเรือสะดวก ดังนั้น การตักบาตรพระสงฆ์จึงใช้เรือในการบิณฑบาตบริเวณท่าน้ำหน้าบ้านประชาชน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ย้อนถึงประวัติความเป็นมา และพิธีปฏิบัติในประเพณีเก่าแก่นี้ หากวัดใดที่จะจัดพิธีตักบาตรพระร้อยต้องแจ้งกำหนดวันเสียก่อน ซึ่งประเพณีจะเริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ ไปจนถึงวันแรม 13 ค่ำ เดือน 11 วนเวียนกันไปในแต่ละวัด ถึงวันงานทางวัดจะนิมนต์พระเพื่อร่วมพิธีแต่เช้ามืด จากนั้นจึงจัดลำดับโดยการแจกหมายเลขก่อนหลัง เสร็จแล้ววัดเจ้าภาพจึงถวายภัตตาหารเช้าแก่พระที่ร่วมพิธี การตักบาตรพระร้อยจะเริ่มประมาณสองโมงเช้า นำโดยเรือพระพุทธวัดเจ้าภาพซึ่งส่วนใหญ่นิยมใช้เรือกระแชง ภายในเรือจะตั้งพระพุทธรูป โต๊ะหมู่บูชา ดอกไม้ธูปเทียน จากนั้นจึงเป็นเรือพระสงฆ์เรียงตามลำดับหมายเลขที่ได้รับ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เอกลักษณ์ของประเพณีคือการทำบุญตักบาตรจะประกอบขึ้นในเรือ ชาวบ้านจอดเรือจับเข้ากันเป็นพวง จัดเตรียมอาหารมาใส่บาตรพ่อพายท้าย แม่พายหัว ลูกนั่งกลางลำเรือ ส่วนพระภิกษุสงฆ์ลงเรือนั่งเป็นประธาน มีศิษย์วัดนั่งหัวเรือ ท้ายเรือคอยสาวเรือไปตามพวงหรือรับอาหารบิณฑบาต แม้วิธีปฏิบัติจะแปรเปลี่ยนไปบ้างตามยุคสมัย แต่ภาพความศรัทธาสามัคคียังคงดำรงสะท้อนออกมาจากผู้คนนับร้อย ผู้เฒ่าผู้แก่ หนุ่มสาว ยืนเรียงเป็นทิวแถว ขบวนเรือประดับแม่น้ำอย่างมีชีวิต อีกทั้งอาหารคาวหวาน หมี่กรอบ ผัดเผ็ด ผลไม้ ส้ม องุ่น กล้วยหอม ขนมถ้วยฟู ข้าวต้มหมัด ข้าวเม่าทอด ขนมตาล ขนมสอดไส้ แต่ละบ้านจัดเตรียมแยกไว้เป็นอย่างๆ เพื่อทำบุญตักบาตรในรุ่งเช้า หลังตักบาตรเสร็จแล้ว กลางวันปิดทองพระประธานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ มีการละเล่นรำพาข้าวสารและทอดผ้าป่า
การตักบาตรพระร้อยในปัจจุบันส่วนใหญ่จะพบเห็นในลักษณะที่ &amp;ldquo;พระสงฆ์รับบาตรอยู่ในเรือ ส่วนชาวบ้านนั่งรออยู่ริมฝั่งแม่น้ำ ลำคลอง หรือบนแพ บนโป๊ะ&amp;rdquo; เป็นส่วนใหญ่ มีส่วนน้อยที่รอตักบาตรอยู่ในเรือ ประชาชนที่มาตักบาตรพระร้อยมีทั้งคนในพื้นที่ละแวกวัด คนในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีที่ทราบกำหนดวันตักบาตร และคนจากจังหวัดใกล้เคียงที่ต้องการสัมผัส และมีส่วนร่วมในประเพณีตักบาตรพระร้อยทางเรือ ที่พบเห็นได้น้อยเต็มทีแล้ว และส่วนใหญ่จะใช้เส้นทางคมนาคมทางบกขนสำรับคาวหวานมาเตรียมใส่บาตรที่ริมแม่น้ำ ไม่ได้ขนลงเรือมาเหมือนในสมัยก่อนเพราะหลายๆ บ้านไม่มีเรือใช้แล้ว อีกทั้งปัจจุบันมีการสร้างประตูน้ำกั้นปากคลองที่จะออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา จึงไม่สะดวกต่อการนำเรือออกมา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประเพณีตักบาตรพระร้อย ชาวบ้านมาด้วยใจที่เปี่ยมศรัทธา ถึงช่วงวันออกพรรษาประจำปี ต่างเตรียมข้าวของ ทั้งอาหารคาวหวาน อาหารแห้ง พืชผักผลไม้ พระจำนวนกว่าร้อยรูปนั่งบนลำเรือล่องเลาะริมฝั่งน้ำเจ้าพระยา ให้ชาวบ้านได้ทำบุญใส่บาตรอย่างอิ่มอุ่น ริมน้ำเจ้าพระยาจึงเนื่องแน่นด้วยผู้คนซึ่งร่วมกันสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมที่ยึดถือปฏิบัติกันมานับร้อยปีให้ดำรงอยู่ต่อไป&amp;rdquo;.
พงศ์พัทธ์ วงศ์ยะลา / ปทุมธานี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21279</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฐิต์ณัฐ สมบัติศิริ, พงศ์พัทธ์ วงศ์ยะลา, พิษณุ ประภาธนานันท์, วัดชินวรารามวรวิหาร, วิถีไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181103/image_big_5bdd9fee6b388.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
