<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67491</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โหวตพรก.กู้เงินฉลุย ฝ่ายค้านโผล่หนุน/บิ๊กตู่อัด&#039;สำเนียงส่อภาษา&#039;ไม่ขัดตั้งกมธ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สภาโหวตอนุมัติ พ.ร.ก. 3 ฉบับ กู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาท &amp;ldquo;ก้าวไกล&amp;rdquo; แฉ พ.ร.ก.หุ้นกู้ 4 แสนล้านเอื้อ 4 นายทุนใหญ่ ซัดให้อำนาจคลังล้นฟ้าเฉือนเนื้อคนจนช่วยคนรวย ส.ส.พท.ไล่ &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; ลาออก &amp;ldquo;ขุนคลัง&amp;rdquo; โต้ไม่ได้อุ้มคนรวยไม่มีอำนาจล้นฟ้า &amp;nbsp;ยังถูกตรวจสอบได้ตามกระบวนการศาล &amp;ldquo;สมคิด&amp;rdquo; ลั่นไม่พึ่งไอเอ็มเอฟ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; โต้เอื้อเศรษฐี แค่ต้องการดูแลลูกจ้าง-พนักงานไม่ให้ตกงาน ปัดขวางตั้ง กมธ.วิสามัญฯ แต่ห่วงจะทำให้ล่าช้า เหน็บ ส.ส.ก้าวไกล &amp;ldquo;สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล&amp;rdquo; เปิดคะแนนโหวตฝ่ายค้านเสียงแตก &amp;ldquo;เสรีรวมไทย&amp;rdquo; งดออกเสียง 5 ส.ส.เศรษฐกิจใหม่เทคะแนนให้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา เวลา 09.30 น. วันที่ 31 พฤษภาคม มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาพระราชกำหนดกู้เงิน 3 ฉบับ จำนวน 1.9 ล้านล้านบาท และ พ.ร.ก.การประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2563 เป็นวันที่ห้า ซึ่งเป็นวันสุดท้าย ภายหลังที่ประชุมได้โหวตลงมติผ่าน พ.ร.ก.ทั้ง 4 ฉบับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประชุมช่วงเช้า มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ คนที่สองทำหน้าที่ประธาน โดย น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า การออกกฎหมาย พ.ร.ก. ช่วยเอสเอ็มอี 5 แสนล้าน และ พ.ร.ก.หุ้นกู้ 4 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นการลำเอียงและบิดเบี้ยวช่วยนายทุน โดยเฉพาะ พ.ร.ก.หุ้นกู้ที่ครอบคลุมอุ้มคนรวยกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่เงินช่วยเหลือเอสเอ็มอีได้เพียงแค่ 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น โดยหุ้นกู้สามารถช่วยเหลือเอกชนได้ 125 ราย เฉลี่ยรายละ 3.2 พันล้านบาท ขณะที่เอสเอ็มอีช่วยได้ 1.9 ล้านราย เฉลี่ยรายละ 2.6 แสนบาท แตกต่างกัน 1.2 หมื่นเท่า สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลเข้าข้างลำเอียงให้กับทุนใหญ่ทั้งที่ความจริงทุนใหญ่ไม่ตายง่ายๆ เพราะแบงก์ปล่อยกู้ให้ง่ายกว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สำหรับทุนใหญ่ 125 ราย รวมกัน 8.9 แสนล้าน แต่เกือบครึ่งเป็นของ 4 กลุ่มทุนใหญ่คือ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) มีสัดส่วน 21 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นมูลค่า 1.85 แสนล้านบาท บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด 11 เปอร์เซ็นต์ &amp;nbsp;9.7 หมื่นล้านบาท บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (เอสซีจี) 8 เปอร์เซ็นต์ 7.5 หมื่นล้านบาท และบริษัท ช.การช่าง จำกัด 2 เปอร์เซ็นต์ 1.5 หมื่นล้านบาท ที่เข้าข่ายได้รับประโยชน์ อีกทั้งกลุ่มเหล่านี้มีส่วนร่วมในเครือข่ายประชารัฐ มีความใกล้ชิดกับรัฐบาลทหารอย่างแน่นแฟ้น จึงเสนอให้ทุนใหญ่เหล่านี้ปฏิเสธความช่วยเหลือจากรัฐบาล&amp;rdquo; น.ส.ณธีภัสร์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ณธีภัสร์กล่าวต่อว่า การตั้งคณะกรรมการเพื่อกลั่นกรอง พ.ร.ก.หุ้นกู้ 4 แสนล้าน ส่วนใหญ่เป็นคนของกระทรวงการคลังและแบงก์ชาติ ขอตั้งข้อสังเกตว่าตั้งกันเองชงกินกันเองหรือไม่ และกฎหมายยังให้อำนาจล้นฟ้า สามารถผ่อนผันเลือกบริษัทเอกชนเข้าร่วมตาม พ.ร.ก.ดังกล่าวนี้ได้ ยังมีคนในกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เข้าไปเป็นคณะกรรมการดังกล่าว ขณะที่ กบข.มีหุ้นกู้ 1.1 ล้านล้านบาท จะส่งผลให้มีส่วนในการตัดสินใจว่าจะอุ้มหรือไม่อุ้มหุ้นกู้รายใดบ้าง การรู้ข้อมูลวงในถือเป็นการได้เปรียบเอกชนรายอื่นหรือไม่ ขัดกันแห่งผลประโยชน์หรือไม่ ในมาตรา 19 ที่ให้อำนาจ รมว.คลังตีเช็คเปล่าซื้อตราสารหนี้ในตลาดรองมูลค่าเท่าไหร่ก็ได้ ซึ่งมีความเสี่ยงเป็นอย่างมาก อาจจะขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 วรรค 3 กระทรวงการคลังจะต้องรับผิดชอบด้วยภาษีประชาชน ถือเป็นการเฉือนเนื้อคนจนไปอุ้มคนรวยหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย อภิปรายตอนหนึ่งว่า ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พูดมาตลอดตั้งแต่จะไม่เป็นนายกฯ ไม่ยึดอำนาจ ไม่เล่นการเมืองต่อ แต่สุดท้ายแล้วก็สืบต่ออำนาจ รัฐบาลชุดนี้คิดแบบไม่เห็นหัวประชาชน รวบอำนาจเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว สร้างภาระหนี้สินให้ประชาชนชั่วลูกชั่วหลาน ตอนนี้เมืองไทยจะล้มละลาย วิธีการแก้มีอย่างเดียว โดยคนคนเดียวคือประยุทธ์ ออกไปเถอะ รับรองโควิดหาย เศรษฐกิจดี
ขุนคลังปัดมีอำนาจล้นฟ้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) อภิปรายว่า สิ่งที่น่าห่วงที่สุดเวลานี้ไม่ใช่แนวรบด้านสุขภาพ แต่เป็นแนวรบด้านเศรษฐกิจ แก้โควิดต้องแก้พองาม ไม่ให้คนอดตาย แก้แบบบ้าระห่ำเจ๊งกันทั้งประเทศ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ให้ฉายานักกู้แห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา ตนขอต่ออีกนิดว่า เป็นนักกู้แห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา บิดาแห่งความเหลื่อมล้ำ เพราะแม้จะเยียวยายังเหลื่อมล้ำ รัฐบาลยังไม่บอกว่าจะกู้เงินจากที่ไหน เพราะถ้ารัฐบาลกู้จากไอเอ็มเอฟหรือธนาคารโลกก็จะต้องเข้าโปรแกรมที่มีผลต่อชีวิตของประชาชน ดูแผนการใช้เงินแล้วไม่ใช่การฟื้นฟูและการกระตุ้นเพื่อให้เกิดการหมุนของเงินเท่านั้นตลอด 6 ปีที่ผ่านมา เงินไม่ได้หมุน แต่กลับไปอยู่กับกลุ่มทุนไม่กี่กลุ่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 13.15 น. นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง ชี้แจงว่า เราไม่ต้องการให้เกิดผลกระทบจนเป็นวิกฤติ รัฐบาลมุ่งเน้นจัดการทั้งด้านสาธารณสุข เรื่องเศรษฐกิจ การเยียวยา ก็ต้องเสริมสภาพคล่องสำหรับประชาชน ผู้ประกอบการ รัฐบาลดำเนินการให้มีความต่อเนื่อง เสริมสร้างความเข้มแข็ง ทั้งประชาชน เอกชน และผู้ประกอบการขนาดเล็ก เรื่องพันธบัตรมีการกำหนดให้ซื้อได้ไม่เกิน 2 ล้านบาท เรื่องหนี้สาธารณะ แม้จะอยู่ในสถานการณ์โควิด ก็เชื่อว่าจะยังอยู่ในระดับ 40 เปอร์เซ็นต์ พ.ร.ก.ไม่ได้ให้อำนาจกระทรวงการคลังล้นฟ้า เพราะมาตรา 5 แม้ให้เพราะให้ดำเนินการ การใช้อำนาจของรัฐมนตรี ยังต้องอยู่ภายใต้ความสุจริต โปร่งใส และบนหลักการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ยังอยู่ภายใต้การตรวจสอบของกระบวนการยุติธรรมและศาล หากไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยรัฐมนตรียังใช้ช่องทางศาลตรวจสอบการใช้อำนาจ รมว.การคลังได้ ยืนยันไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ไม่ได้อุ้มคนรวย ไม่ได้อุ้มบริษัทใหญ่ แต่มีความจำเป็นจริงๆ ที่จะต้องดูแลเสถียรภาพระบบการเงิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่นายกฯ ยังคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะกลัวนักศึกษาชุมนุมใช่หรือไม่ ชอบขู่ประชาชนว่าถ้าเกิดการระบาดรอบสองใครจะรับผิดชอบ ขอให้ท่านลาออกไปเลย การประกาศล็อกดาวน์ก็ทำให้เศรษฐกิจพังทั้งระบบ มีคนตกงาน 8 ล้านคน และจะเพิ่มขึ้นอีกจำนวนมาก สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือ เมื่อนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เดินทางไปจีนบ่อย ขอให้นำสิ่งดีๆ กลับมา เช่น บิ๊กดาต้า เอไอ ถ้าผมเป็นรัฐบาลจะทำ อัดฉีดเงิน 4.5 ล้านล้านเพื่อฟื้นชีวิต ที่เรียกว่า modern lifestyle อัดฉีด 2 ล้านล้านบาท ให้ไปเลย คนละ 4 หมื่นบาท จะเกิดกำลังซื้ออย่างมหาศาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ กล่าวว่า ตนผ่านต้มยำกุ้งมาแล้ว เมื่อไหร่เศรษฐกิจมีปัญหา จะพันไปตลาดเงินทันที เวลานี้ตลาดตราสารใหญ่มาก สมัยปี 2540 รัฐบาลต้องตามไปเก็บศพด้วยการไปซื้อหนี้เสียจากธนาคาร ดังนั้นเวลานี้เราจะไม่ทำอย่างนั้น จึงเป็นที่มาของ พ.ร.ก.ดูแลตราสารหนี้ อย่าไปคิดว่าจะเป็นการอุ้มเจ้าสัว แต่มาตรการตาม พ.ร.ก.จึงเป็นสิ่งจำเป็น เป็นหลังพิง ประเทศไทยโชคดีที่เราทำให้โครงสร้างของประเทศมีความน่าเชื่อถือ ไม่ต้องไปหาไอเอ็มเอฟ เพราะมีหนี้ต่อจีดีพีน้อยมาก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไม่เคยคิดจะเข้ามาแทรกแซง แต่ถ้าครั้งนี้ ธปท.ไม่เข้ามาก็จะทำให้ตลาดเงินตลาดทุนอยู่ไม่ได้ เพื่อไม่ให้การเมืองเข้ามาแทรกแซง จะให้คนกลางเข้ามากลั่นกรองการใช้เงินโดยรับฟังจากภายนอกด้วย โดยวันที่ 5 มิ.ย.จะเริ่มกระบวนการรับฟังความคิดเห็น เหตุการณ์ 3 เดือนนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ยังมีอีกยาวที่ต้องทำงานด้วยกันถ้าจะมาตรวจสอบความโปร่งใส ย่อมเป็นสิ่งที่ดี&amp;nbsp;
นายกฯ ลั่นไม่มีทุจริต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อเวลา 15.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปว่า &amp;quot;มีการกล่าวว่าผมไปเอื้อประโยชน์อะไรต่างๆ ผมไม่เคยไปได้ประโยชน์อะไรกับใครจากเศรษฐีอะไรต่างๆ เขาไม่เคยเสนอเงินให้รัฐบาลสักบาท แต่ผมต้องการให้ดูแลลูกจ้างพนักงานไม่ให้ว่างงาน นั่นคือสิ่งที่คาดหวัง หลายท่านอาจจะไม่เข้าใจ ก็ขอให้เข้าใจ เงินทุกเงินมีเจ้าของทั้งสิ้น ถ้าให้ไปแล้วไม่ได้กลับมาเลยล้มละลายแล้วใครจะรับผิดชอบ ผมพูดแล้วต้องรับผิดชอบ ต้องทำงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ไม่ให้มีปัญหาทางด้านกฎหมาย ตอนนี้กำลังดูว่าเงินก้อนที่มีอยู่จะทำอย่างไร เอสเอ็มอีที่เข้าถึงไม่ได้ให้เข้าได้มากขึ้น ไม่ได้เอื้อประโยชน์รายใหญ่รายเล็ก อย่าไปคิดแบบนั้น ถ้าคิดแบบนั้นก็บริหารไม่ได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทตนยินดีให้มีการตรวจสอบทุกประการ ถือว่าเงินกู้ดังกล่าวคือเงินแผ่นดิน ต้องมีการดำเนินการตามกฎหมายทุกประการ มีการเสนอแผนงานมาจากข้างล่างว่ามีการทุจริตหรือไม่ ซึ่งก็ยังไม่ทุจริตเลย ซึ่งต้องผ่านขั้นตอนละเอียดมาตั้งแต่ต้นไม่อย่างนั้นเสนอขึ้นมาข้างบนไม่ได้ ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ โดยจัดให้มีเว็บไซต์สำนักงานสภาการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติให้ติดตามการดำเนินการโครงการต่างๆ เรื่องการจะตั้ง กมธ.วิสามัญ ตนไม่ได้ไปคัดค้าน เป็นเรื่องของสภา สมาชิกพิจารณากัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอให้ทุกท่านเชื่อมั่น ไว้ใจผมและรัฐบาล เหมือนช่วงที่ผ่านมาแม้จะมีใครไม่ชอบก็ตาม แต่ขอให้เราก้าวผ่านไปด้วยกัน ยืนยันว่าจะบริหารราชการแผ่นดินบนพื้นฐานของข้อมูลที่รอบด้าน เหมาะสม โดยการสนับสนุนจากคณะกรรมการและที่ปรึกษาด้านต่างๆ&amp;rdquo;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวทิ้งท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนายกฯ ชี้แจงเสร็จ นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นประท้วงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ว่ารู้สึกว่าปล่อยให้นายกฯ ใช้กิริยาวาจาเสียดสีรุนแรงในสภา ฉะนั้นขอให้ประธานสภาฯ ควบคุมการประชุม อย่าปล่อยให้นายกฯ กระทำกับผู้แทนฯ เหมือนที่ผู้บังคับบัญชาทำกับพลทหารในค่ายทหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ลุกขึ้นตอบโต้ว่า &amp;quot;ผมนั่งอยู่ตรงนี้ ก็ฟังมาหลายคน จำได้ว่าเราเคยมีสุภาษิตหนึ่ง ซึ่งผมต้องระมัดระวังตรงนั้นให้ได้ คือคำว่าสำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล ที่ผ่านมาไม่มีเลยหรือที่ผมพูดอย่างนี้ ที่ผมพูดแบบนี้ร้ายแรงมากเลยหรือ ผมไม่ไปต่อล้อต่อเถียงกับท่านอยู่แล้ว แต่เป็นห่วงคนรุ่นต่อไปว่าเด็ก เยาวชนจะเป็นอย่างไรต่อไป ผมไม่ได้ไปพูดก้าวร้าวกับใคร พูดแต่เสียงดัง เน้นสาระ ผมจะไม่เปลี่ยนแปลงตัวเองอีกแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนชี้แจงว่า กรณีนายกฯ ตนฟังอย่างยุติธรรม ที่นายกฯ ได้กล่าวไปถือว่าเบา กล่าวที่พวกเราพูดถึงท่านเยอะเลย เพราะฉะนั้นไม่มีประเด็นที่ไม่เหมาะสมหรือขัดข้อบังคับ ดังนั้นการประท้วงไม่มีผล จากนั้นนายชวนแจ้งที่ประชุมว่า การอภิปรายทั้ง 2 ฝ่าย และรัฐบาล ที่ตกลงใช้เวลา 48 ชั่วโมง ครม.และพรรคร่วมรัฐบาล 24 ชั่วโมง ถือว่ากระบวนการทุกอย่างจบแล้ว ต่อไปเป็นการลงมติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น เวลา 16.00 น. ที่ประชุมสภามีมติเสียงข้างมากอนุมัติพระราชกำหนดจำนวน 3 ฉบับ ดังนี้ 1.พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563 ที่ประชุมมีมติเสียงข้างมากอนุมัติ 274 คะแนน โดยไม่มีการลงมติไม่เห็นด้วย แต่มี ส.ส.ใช้สิทธิงดออกเสียงจำนวน 207 คน 2.พ.ร.ก.ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563 ที่ประชุมมีมติเสียงข้างมากอนุมัติ 275 คะแนน ไม่เห็นด้วย 1 คะแนน งดออกเสียง 205 คะแนน 3.พ.ร.ก.การรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ พ.ศ.2563 ที่ประชุมมีมติเสียงข้างมากอนุมัติ 274 คะแนน ไม่เห็นด้วย 195 คะแนน งดออกเสียง 12 คน
ผลโหวตฝ่ายค้านเสียงแตก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตามขั้นตอนจะส่งให้วุฒิสภาพิจารณาต่อไป โดยหากสภาผู้แทนราษฎรอนุมัติ แต่วุฒิสภาไม่อนุมัติ และสภาผู้แทนราษฎรยืนยันการอนุมัติด้วยคะแนนเสียงไม่มากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎรให้พระราชกำหนดนั้นตกไป ถ้าวุฒิสภาอนุมัติพระราชกำหนดนั้นจะมีผลใช้บังคับเป็นพระราชบัญญัติต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 16.00 น. ที่ประชุมพิจารณา พ.ร.ก.การประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2563 โดยนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ชี้แจงสาระสำคัญ พ.ร.ก.ดังกล่าว ว่าเป็นการกำหนดให้การประชุมตามที่กฎหมายกำหนดสามารถดำเนินการได้ด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ยกเว้นไม่ให้ใช้กับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และรัฐสภา การประชุมเพื่อจัดทำคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล การประชุมตามกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างหน่วยงานรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ประชุมได้แสดงความเห็นอย่างกว้างขวาง โดย ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลอภิปรายเห็นด้วย ขณะที่ ส.ส.ฝ่ายค้านอภิปรายไม่เห็นด้วย เนื่องจากเห็นว่าไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนต้องออกเป็น พ.ร.ก. ควรตรากฎหมายออกเป็น พ.ร.บ.ตามขั้นตอนปกติ หลังจาก ส.ส.อภิปรายอย่างกว้างขวางครบทุกคนแล้ว ที่ประชุมลงมติเห็นชอบกับ พ.ร.ก.ดังกล่าวด้วยคะแนน 270 ต่อ 11 งดออกเสียง 176 จากนั้น จึงสั่งปิดประชุมในเวลา 18.30 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผลการออกเสียงใน พ.ร.ก. 3 ฉบับ มีความน่าสนใจตรงที่ พ.ร.ก.การรักษาเสถียรภาพระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เนื่องจากปรากฏว่ามี ส.ส.งดออกเสียงจำนวน 12 คน ประกอบด้วย 1.นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นไปตามบรรทัดฐานที่ผู้ทำหน้าที่ประธานการประชุมจะใช้สิทธิงดออกเสียง 2.นางสาวธนภร โสมทองแดง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย 3.นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย 4.นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย 5.นายเพชร เอกกำลังกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย 6.นายเรวัต วิศรุตเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย 7.นายวัชรา ณ วังขนาย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย 8.นายวิรัตน์ วรศสิริน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย 9.พล.ต.ท.วิศณุ ม่วงแพรสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย 10.นายสมบติ ศรีสุรินทร์ ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย 11.นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ซึ่งเป็นไปตามบรรทัดฐานที่ผู้ทำหน้าที่ประธานการประชุมจะใช้สิทธิงดออกเสียง 12.นายอำไพ ก้องมณี
อย่างไรก็ตาม แม้นายชวนและนายสุชาติจะลงมติงดออกเสียง แต่ปรากฏว่านายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ได้ลงมติเห็นด้วยกับ พ.ร.ก. ซึ่งก่อนหน้านี้เคยลงมติไว้วางใจรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจมาแล้ว &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ส.ส.ที่ลงมติเห็นด้วยกับ พ.ร.ก.ดังกล่าว นอกจากมี ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลอย่างเป็นทางการแล้ว ยังมี ส.ส.ของพรรคเศรษฐกิจใหม่และพรรคเพื่อไทยจำนวนหนึ่งลงมติเห็นด้วย ซึ่งเป็นส.ส.ที่เคยลงมติไว้วางใจรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจมาก่อนหน้านี้ ได้แก่ 1.นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ 2.นางสาวพรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย 3.นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย 4.นายภาสกร เงินเจริญกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ 5.นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ 6.นางมารศรี ขจรเรืองโรจน์ &amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ 7.นายสุภดิช อากาศฤกษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ขณะที่นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ &amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ที่ลงมติไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.ก.ตามแนวทางของฝ่ายค้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายประทวน สุทธิอำนวยเดช ส.ส.ลพบุรี พรรคพลังประชารัฐ ได้ใช้กดบัตรลงมติในช่องไม่ลงคะแนนเสียง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับในส่วน พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจฯ ที่มีมติเห็นชอบ 274 คะแนน ไม่มีการลงมติไม่เห็นด้วยมี ส.ส.ใช้สิทธิงดออกเสียงจำนวน 207 คน ในคะแนนที่ลงมติเห็นชอบมาจาก ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลทั้งหมด รวมถึง น.ส.พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย 3.นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทยด้วย เช่นเดียวกับ ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่ทั้ง 5 คนที่ลงมติให้ความเห็นชอบ ยกเว้นนายมิ่งขวัญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พ.ร.ก.ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจฯ ที่สภามีมติ 275 คะแนน ไม่เห็นด้วย 1 คะแนน งดออกเสียง 205 ส่วนใหญ่ ส.ส.ที่โหวตเห็นด้วยเป็นกลุ่มเดียวกับ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯ เว้นแต่นายเชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์ ส.ส.บึงกาฬ พรรคเพื่อไทย ที่ลงมติไม่เห็นด้วย ต่างจากมติของฝ่ายค้านที่เห็นควรให้งดออกเสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 16.15 น. ที่ห้องแถลงข่าว แกนนำฝ่ายค้าน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน และ ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย, นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ, &amp;nbsp;นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ร่วมแถลงชี้แจงหลังพรรคร่วมฝ่ายค้านลงมติโหวต พ.ร.ก.กู้เงินทั้ง 3ฉบับ ที่มีคะแนนเสียงแตกต่างกัน โดย น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านมีจำนวนเสียง 210 เสียง ในวันนี้พรรคเพื่อไทยขอลาป่วย 2 คน และได้แจ้งลาประชุมไว้แล้ว พรรคก้าวไกล หัวหน้าพรรคเข้ารับการผ่าตัดก็ได้ลาป่วย ยืนยันว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านได้โหวตไปในทางเดียวกัน 100 เปอร์เซ็นต์ แต่เสียงที่ยังขาดไม่เท่ากันบ้าง ก็เป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส.ฝ่ายค้านบางคน ซึ่งต้องมีการตรวจสอบกันอีกครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวภายหลังว่า การประชุมถือว่าเรียบร้อยดี แต่มีหลายอย่างที่จะนำไปพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติมมากยิ่งขึ้น ส่วนที่เป็นกังวลก็ได้ชี้แจงไปบ้างแล้ว และรองนายกฯ ก็ชี้แจงได้ดี วันนี้เราต้องปรับรูปแบบการฟัง การพูด และการอภิปรายบ้าง ไม่เช่นนั้นก็จะสับสนอลหม่าน ประชาชนฟังแล้วไม่เข้าใจ และยิ่งทำให้การเดินหน้าไปได้ช้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่นายกฯ ระบุว่า ไม่ขัดข้องข้อเสนอตั้ง กมธ.วิสามัญตรวจสอบการใช้เงินกู้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เป็นเรื่องการพิจารณาในระยะต่อไป จะมาถามอะไรตอนนี้ ซึ่งตนก็บอกว่าไม่ขัดข้องหากพิจารณากันแล้วจากในงานของสภา ถ้าสามารถตั้งได้ก็ตั้งได้ แต่ในพรรคก็ต้องร่วมกันหารือว่าจะตั้งหรือไม่ตั้งอย่างไร ถ้าทำให้ดีขึ้น และได้รับความไว้วางใจมากขึ้น แต่ต้องไม่ทำให้ชักช้าจนไม่ทันการณ์ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเกรงว่าจะทำให้เกิดความล่าช้า และจะไม่ตรงกับความต้องการของประชาชน เพราะมีเงินแต่ออกไปทีหลัง ก็เหมือนเขาหมดลมไปแล้ว จึงต้องให้ตอนนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67491</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, ประทวน สุทธิอำนวยเดช, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วิสาร เตชะธีราวัฒน์, ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ, ศุภชัย โพธิ์สุ, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, สุทิน คลังแสง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200531/image_big_5ed3aaf0ac79c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67433</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2020 12:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2020 12:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ก้าวไกล&#039;ฉะออกพ.ร.ก.หุ้นกู้4แสนล้านเฉือนเนื้อคนจนอุ้มนายทุนเครือข่ายประชารัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค.63- &amp;nbsp;เมื่อเวลา 09.30 น.มีการประชุมสภาพิจารณาพ.ร.ก.กู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาทเป็นวันที่ 5 โดยมีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯคนที่สองทำหน้าที่ประธาน น.ส. ณธีภัสร์ &amp;nbsp;กุลเศรษฐสิทธิ์ ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล กล่าวอภิปรายว่า การออกกฎหมายพ.ร.ก. ช่วยเอสเอ็มอี 5 แสนล้าน และพ.ร.ก. หุ้นกู้ 4 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นการลำเอียงและบิดเบี้ยวช่วยนายทุน โดยเฉพาะพร.ก.หุ้นกู้ที่ครอบคลุมอุ้มคนรวยกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่เงินช่วยเหลือเอสเอ็มอีได้เพียงแค่ 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น โดยหุ้นกู้สามารถช่วยเหลือเอกชนได้ 125 ราย เฉลี่ยรายละ 3.2 พันล้านบาท ขณะที่เอสเอ็มอี ช่วยได้ 1.9 ล้านราย &amp;nbsp;เฉลี่ยรายละ 2.6 แสนบาท แตกต่างกัน 1.2 หมื่นเท่า สัดส่วนตรงนี้สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลเข้าข้าง ลำเอียงให้กับทุนใหญ่อย่างชัดเจน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ณธีภัสร์ กล่าวด้วยว่า ทั้งที่ความจริงทุนใหญ่ไม่ตายง่ายๆ เพราะแบงก์ปล่อยกู้ให้ง่ายกว่า แต่คนที่จะตายคือเอสเอ็มอีคนเล็กคนน้อยที่รัฐบาลมองว่าเขาไร้ค่า นอกจากนี้สำหรับทุนใหญ่ 125 รายรวมกัน 8.9 แสนล้าน แต่เกือบครึ่งเป็นของ 4 กลุ่มทุนใหญ่ คือ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) มีสัดส่วน 21 เปอร์เซ็นต์ &amp;nbsp;คิดเป็นมูลค่า 1.85 แสนล้านบาท บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด &amp;nbsp;11 เปอร์เซ็นต์ &amp;nbsp;9.7 หมื่นล้านบาท บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (เอสซีจี) &amp;nbsp;8 เปอร์เซ็นต์ 7.5 หมื่นล้านบาท และ บริษัท ช.การช่าง จำกัด &amp;nbsp;2 เปอร์เซ็นต์ 1.5 หมื่นล้านบาท ที่เข้าข่ายได้รับประโยชน์ อีกทั้งกลุ่มเหล่านี้มีส่วนร่มในเครือข่ายประชารัฐ มีความใกล้ชิดกับรัฐบาลทหารอย่างแน่นแฟ้น ดังนั้นตนเองจึงเสนอให้ทุนใหญ่เหล่านี้ปฎิเสธความช่วยเหลือจากรัฐบาล ก็จะส่งผลให้ประเทศชาติไม่ต้องใช้วงเบินถึง 4 แสนล้านบาท และควรเอาไปช่วยเอสเอ็มอีเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส. ณธีภัสร์ &amp;nbsp;กล่าวต่อว่า นอกจากนี้การตั้งคณะกรรมการเพื่อกลั่นกรอง พ.ร.ก. หุ้นกู้ 4 แสนล้าน ส่วนใหญ่เป็นคนของกระทรวงการคลังและแบงก์ชาติ &amp;nbsp;ซึ่งขอตั้งข้อสังเกตว่าตั้งกันเองชงกินกันเองหรือไม่ และกฎหมายยังให้อำนาจล้นฟ้า สามารถผ่อนผันเลือกบริษัทเอกชนเข้าร่วมตามพ.ร.ก. ดังกล่าวนี้ได้ นอกจากนี้ยังมีคนในการที่กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เข้าไปเป็นคณะกรรมการดังกล่าว ขณะที่กบข. ก็ถือเป็นผู้เล่นรายใหญ่ เพราะมีหุ้นกู้ 1.1 ล้านล้านบาท &amp;nbsp;จะส่งผลให้มีส่วนในการตัดสินใจว่าจะอุ้มหรือไม่อุ้มหุ้นกู้รายใดบ้าง &amp;nbsp;และการที่กบข. รู้ข้อมูลวงในจะถือเป็นการได้เปรียบเอกชนรายอื่นหรือไม่ จะถือเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์หรือไม่ และขัดกับหลักธรรมาภิบาลสากลหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เธอระบุ ว่า ซึ่งแตกต่างจากสำนักงานประกันสังคม ที่มีการลงทุนหุ้นกู้มากกว่าแต่ไม่ได้เข้ามาอยู่ในคณะกรรมการดังกล่าว หรือเป็นเพราะว่า กบข. สำคัญกว่าสำนักงานประกันสังคมหรือไม่ เพราะส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้แรงงาน นอกจากนี้ตนเองยังเป็นห่วงในมาตรา 19 ที่ให้อำนาจ รมว.คลัง ตีเช็คเปล่าซื้อตราสารหนี้ในตลาดรองมูลค่าเท่าไหร่ก็ได้ ซึ่งมีความเสี่ยงเป็นอย่างมาก และมาตราดังกล่าวนี้อาจจะขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 วรรค 3 ซึ่งเป็นข้อจำกัดของการใช้ดุลพินิจหากเกิดความเสียหายขึ้น กระทรวงการคลังจะต้องรับผิดชอบด้วยภาษีประชาชน ถือเป็นการเฉือนเนื้อคนจนไปอุ้มคนรวยหรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67433</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวไกล, ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์, ประชุมสภาพ.ร.ก.เงินกู้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200531/image_big_5ed33e22e9d94.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44056</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2019 17:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2019 17:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.ข้ามเพศพรรคอนาคตใหม่ปล่อยโฮกลางสภา! หลังแพ้โหวตตั้งกมธ.หลากหลายทางเพศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค.62 - ที่รัฐสภา (เกียกกาย) นายธัญญ์วาริน สุขะพิศิษฐ์, น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์, นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ และ น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ จ.ชลบุรี ในฐานะ ส.ส.กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ ร่วมแถลงข่าวภายหลังจาก สภาผู้แทนราษฎรมีการลงมติในการขอจัดตั้งคณะกรรมาธิสามัญสำหรับผู้มีความหลากหลายทางเพศแยก จากคณะกรรมาธิการสามัญ กิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และกลุ่มความหลากหลายทางเพศ แล้วได้มีการแปรญัตติ ซึ่งสมาชิกเห็นด้วย 101 เสียง เเละไม่เห็น 365 เสียง งดออกเสียง 13 เสียง นั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธัญญ์วาริน กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณ ส.ส.ทุกท่านที่ร่วมสนับสนุนและโหวตให้พวกเรา และขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกคนที่ทำให้พวกเราได้เข้ามายืนอยู่ในสภา ทั้งนี้ ส.ส.มีหน้าที่หลักคือการทำงานเพื่อตอบเเทนสังคม ดังนั้น สิ่งที่เราจะทำอันดับเเรกคือการจัดตั้ง กมธ.ผู้มีความหลากหลายทางเพศ เนื่องจากปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาที่ถูกทับถมมาอย่างยาวนาน ที่ทำให้ขาดความเป็นมนุษย์และตัดตอน ความฝัน ในการลงมติครั้งนี้ถือว่าเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการเมืองไทยเเละรัฐสภาไทย ในการร่วมจัดตั้งคณะกรรมาธิการสมัญเเยกออกมา เพื่อดูเเลสิทธิเเละความเท่าเทียมของผู้มีความหลากหลายทางเพศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธัญวรินทร์ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ว่า ตนขอโทษกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่ยังไม่สามารถทำตามเป้าหมายได้ แต่ยืนยันจะสู้ต่อไป อย่าเพิ่งผิดหวังในตัวเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; การขับเคลื่อนจากนี้ไป สิ่งที่เราจะทำอย่างเเรก ตั้งอนุกรรมาธิการที่มีความหลากหลายทางเพศ และยกร่างแก้ไข พ.ร.บ.คู่ชีวิต ให้มีความเท่าเทียมกันทุกคน ไม่ใช่แค่เพียงเพศชายเเละเพศหญิงเท่านั้้น แต่เพื่อความเท่าเทียมกันทุกเพศ เพื่อสิทธิ เสรีภาพ ความเท่าเทียมของคนใน ทุกระดับ&amp;rdquo; ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ กล่าวทั้งน้ำตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฏร มีมติให้ตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.)สามัญ จำนวน 35 คณะ ตามเดิม &amp;nbsp;โดยไม่เห็นด้วยกับการแปรญัตติของน.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ และนายธัญญ์วาริน สุชะพิสิษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ที่เสนอให้ตั้งคณะกมธ.อีก 1 คณะ คือ คณะกมธ.ผู้มีความหลากหลายทางเพศ นั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรากฏว่า นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ทวีตข้อความว่า &amp;ldquo;พวกเราแพ้โหวตไม่สามารถตั้งคณะกรรมาธิการสิทธิความหลากหลายทางเพศฯ ในสภาผู้แทนฯ ได้ ได้แต่เพียงไปต่อท้ายกรรมาธิการเด็ก เยาวชน สตรีฯ #อนาคตใหม่ จะแถลงข่าว และแสดงข้อมูลให้เห็นว่ามีส.ส.จากพรรคใด ร่วมโหวตสนับสนุนพวกเราและร่วมสนับสนุนประเด็นความหลากหลายทางเพศอย่างจริงใจบ้างครับ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44056</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์, ธัญญ์วาริน สุขะพิศิษฐ์, พรรคอนาคตใหม่, ส.ส.หลากหลายทางเพศ, เพศภาพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190822/image_big_5d5e6d57e9739.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44055</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2019 17:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2019 17:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.ข้ามเพศพรรคอนาคตใหม่ปล่อยโฮกลางสภา! หลังแพ้โหวตตั้งกมธ.หลากหลายทางเพศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค.62 - ที่รัฐสภา (เกียกกาย) นายธัญญ์วาริน สุขะพิศิษฐ์, น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์, นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ และ น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ จ.ชลบุรี ในฐานะ ส.ส.กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ ร่วมแถลงข่าวภายหลังจาก สภาผู้แทนราษฎรมีการลงมติในการขอจัดตั้งคณะกรรมาธิสามัญสำหรับผู้มีความหลากหลายทางเพศแยก จากคณะกรรมาธิการสามัญ กิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และกลุ่มความหลากหลายทางเพศ แล้วได้มีการแปรญัตติ ซึ่งสมาชิกเห็นด้วย 101 เสียง เเละไม่เห็น 365 เสียง งดออกเสียง 13 เสียง นั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธัญญ์วาริน กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณ ส.ส.ทุกท่านที่ร่วมสนับสนุนและโหวตให้พวกเรา และขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกคนที่ทำให้พวกเราได้เข้ามายืนอยู่ในสภา ทั้งนี้ ส.ส.มีหน้าที่หลักคือการทำงานเพื่อตอบเเทนสังคม ดังนั้น สิ่งที่เราจะทำอันดับเเรกคือการจัดตั้ง กมธ.ผู้มีความหลากหลายทางเพศ เนื่องจากปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาที่ถูกทับถมมาอย่างยาวนาน ที่ทำให้ขาดความเป็นมนุษย์และตัดตอน ความฝัน ในการลงมติครั้งนี้ถือว่าเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการเมืองไทยเเละรัฐสภาไทย ในการร่วมจัดตั้งคณะกรรมาธิการสมัญเเยกออกมา เพื่อดูเเลสิทธิเเละความเท่าเทียมของผู้มีความหลากหลายทางเพศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธัญวรินทร์ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ว่า ตนขอโทษกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่ยังไม่สามารถทำตามเป้าหมายได้ แต่ยืนยันจะสู้ต่อไป อย่าเพิ่งผิดหวังในตัวเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; การขับเคลื่อนจากนี้ไป สิ่งที่เราจะทำอย่างเเรก ตั้งอนุกรรมาธิการที่มีความหลากหลายทางเพศ และยกร่างแก้ไข พ.ร.บ.คู่ชีวิต ให้มีความเท่าเทียมกันทุกคน ไม่ใช่แค่เพียงเพศชายเเละเพศหญิงเท่านั้้น แต่เพื่อความเท่าเทียมกันทุกเพศ เพื่อสิทธิ เสรีภาพ ความเท่าเทียมของคนใน ทุกระดับ&amp;rdquo; ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ กล่าวทั้งน้ำตา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44055</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์, ธัญญ์วาริน สุขะพิศิษฐ์, พรรคอนาคตใหม่, ส.ส.หลากหลายทางเพศ, เพศภาพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190822/image_big_5d5e6d57e9739.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
