<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112619</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2021 18:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 08:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่องอสังหาฯ ทำเลทองอีอีซีรอพลิกฟื้น1-2 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จากปี 2563 ต่อเนื่องมาถึงปี 2564 ในขณะนี้ส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นวงกว้าง นับเป็นตัวแปรสำคัญต่อตลาดใหญ่ที่มีศักยภาพและโอกาสสูงกว่าพื้นที่อื่นอย่างเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ทำเลเป้าหมายของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งต้องระมัดระวังในการลงทุนมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอเปิด 5 พันยูนิต
นายณภัทรชัย ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่อีอีซี ในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นปัจจัยลบที่สำคัญที่กระทบต่อกำลังซื้อในภาคอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียมในพื้นที่เมืองพัทยา พบว่ามีคอนโดมิเนียมเหลือขายอยู่ในตลาดอีกมากกว่า 20,000 ยูนิตที่รอการระบาย
ขณะที่อัตราการดูดซับปรับตัวช้าลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากกำลังซื้อต่างชาติโดยเฉพาะกลุ่มกำลังซื้อจากประเทศจีนไม่สามารถเดินทางเข้ามาในพื้นที่ได้ ส่งผลให้ผู้พัฒนาชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่ในพื้นที่พัทยาออกไป แต่พบว่ายังคงมีการเปิดตัวโครงการใหม่บ้างแต่กระจายตัวออกไปในพื้นที่อื่นๆ เช่น ใจกลางเมืองศรีราชา บางแสน หรือในพื้นที่อำเภอเมืองชลบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างไรก็ตาม มีการเลื่อนการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ในพื้นที่ออกไป เป็นเพียงแค่การรอจังหวะที่เหมาะสมเท่านั้น เนื่องจากผู้พัฒนารายใหญ่ในพื้นที่และจากกรุงเทพฯ หลายราย เช่น บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ บมจ.แอสเซทไวส์ และ บจ.คัลเลอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ใช้เวลาในช่วงนี้ศึกษาโครงการใหม่ เพื่อเตรียมพร้อมที่จะเปิดตัวในอนาคตเมื่อตลาดกลับสู่ภาวะปกติ &amp;nbsp;ซึ่งพบในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี นั้นมีอุปทานใหม่ของโครงการคอนโดมิเนียมอีกว่า 5,000 ยูนิตที่รอการเปิดตัวในอนาคต โดยกระจายตัวอยู่ในทุกพื้นที่ เช่น ใจกลางเมืองระยอง ศรีราชา บางแสน หรือแม้กระทั่งในพื้นที่พัทยาทั้งในโซนจอมเทียน จอมเทียนสาย 2 และเขาพระตำหนัก เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3 จังหวัดอีอีซีคึกคัก
นายณภัทรชัย กล่าวว่า ตลาดแนวราบในพื้นที่อีอีซีในช่วงที่ผ่านมา แม้การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะกระทบกับกำลังซื้อบ้างบางส่วน ส่งผลให้อัตราการขายปรับตัวช้าลงเมื่อเทียบกับในช่วงก่อนการแพร่ระบาดของไวรัสดังกล่าว แต่ยังคงไม่มากนักเมื่อเทียบกับตลาดคอนโดมิเนียม ภาพรวมการเปิดตัวโครงการใหม่ของตลาดบ้านจัดสรรยังคงคึกคักทั้งในพื้นที่ฉะเชิงเทรา ระยอง และชลบุรีเอง โดยเฉพาะในพื้นที่แหล่งงานและในพื้นที่โดยรอบพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ยังคงได้รับความสนใจจากผู้พัฒนา ทั้งผู้พัฒนารายใหญ่ในพื้นที่และกรุงเทพฯ เข้าไปพัฒนาโครงการใหม่เป็นจำนวนมาก ในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 ที่ผ่านมานั้นพบว่าทุกโครงการที่เปิดขายใหม่ในช่วงที่ผ่านมายังคงได้รับความสนใจจากกำลังซื้อในพื้นที่เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดังนั้น ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่อีอีซี หลังสถานการณ์โควิด-19 กลับเข้าสู่ภาวะปกติ นักท่องเที่ยวต่างประเทศและนักท่องเที่ยวไทยสามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ภาพรวมตลาดจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง เนื่องจากในพื้นที่อีอีซียังคงเป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ และยังคงเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศ เม็ดเงินการลงทุนจากทั้งภาครัฐและเอกชนมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 500,000 แสนล้านบาท ที่กำลังหลั่งไหลเข้าสู่พื้นที่นี้ จะเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่จะส่งผลให้พื้นที่อีอีซีจะยังคงเป็นทำเลทองที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในอนาคต ซึ่งแน่นอนว่าจากปัจจัยดังกล่าวย่อมเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญให้เกิดการขยายตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ปี 65 อสังหาฯ อีอีซีดีขึ้น
นายณพงศ์ ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โอเชี่ยน พรอพเพอร์ตี้ จำกัด บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอก 3 ตั้งแต่ปลาย มี.ค. จนถึงปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อภาพรวมอสังหาริมทรัพย์พื้นที่อีอีซี ซึ่งตลาดมีการชะลอตัวมาตั้งแต่ปี 2562 ที่เริ่มใช้มาตรการคุมเข้มสินเชื่อภาคอสังหาริมทรัพย์ หรือ &amp;ldquo;แอลทีวี&amp;rdquo; ต่อด้วยวิกฤติโควิด-19 ในปี 2563 จนถึงปัจจุบันที่ส่งผลกระทบมาอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ ถ้ามองในภาพรวมตลาดอสังหาฯ อีอีซีจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในอีก 1-2 ปีข้างหน้า หลังจากที่รัฐบาลสามารถควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 และสามารถเปิดประเทศได้อีกครั้ง การเดินทางได้ปกติ เพราะต้องยอมรับว่าโครงการอีอีซีให้สิทธิพิเศษในการลงทุน มีเป้าหมายในการดึงชาวต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย เมื่อทุกประเทศได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน ต่างก็มีการชะลอการลงทุนในต่างประเทศไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;เวลานี้เรายังไม่รู้ว่าวิกฤติโควิดจะจบเมื่อไหร่ ทำให้ภาคเอกชนไม่มีความมั่นใจ รวมถึงกำลังซื้อที่ลดลงด้วย ส่งผลให้ภาคเอกชนไม่กล้าที่จะขยายการลงทุนเพิ่ม และบางส่วนก็มีชะลอการลงทุนออกไปก่อน รอจังหวะเวลาที่เหมาะสม เช่นเดียวกับตลาดอสังหาฯ ในกรุงเทพฯ จะเห็นว่าตัวเลขของโครงการเปิดตัวใหม่ในครึ่งปีแรก 2564 ลดลงไปถึง 50% ถ้ามองไกล ภาพรวมน่าจะดีขึ้นในปี 2564-2565 คาดหวังว่าประเทศไทยจะได้รับอานิสงส์ด้านการท่องเที่ยวหลังจากเปิดประเทศ คนจีนจะกลับเข้ามา เพราะเศรษฐกิจจีนเติบโตดีขึ้น&amp;rdquo; นายณพงศ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เชื่อรัฐเดินหน้าลงทุนต่อ
นายณพงศ์ กล่าวว่า สำหรับโครงการอีซีซีนั้นเป็นหนึ่งในโครงการยุทธศาสตร์ของประเทศไทยที่จะเป็น &amp;ldquo;เครื่องยนต์&amp;rdquo; ขับเคลื่อนประเทศและกระตุ้นให้เศรษฐกิจไทยเติบโตในภูมิภาคเอเชีย โดยในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลได้มีการลงทุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญไปแล้วอย่างมาก ดังนั้น รัฐบาลจะยังเดินหน้าผลักดันโครงการนี้ต่อไปอย่างแน่นอน &amp;nbsp;และขณะนี้โครงการเมกะโปรเจ็กต์สำคัญมีความคืบหน้าอย่างมาก ทั้งรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และ สนามบินอู่ตะเภา นอกจากนี้ได้มีการเซ็นสัญญาจัดจ้างไปแล้วในหลายๆ โครงการ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ในส่วนของแผนงานในช่วงครึ่งปีหลัง 2564 นายณพงศ์กล่าวว่า โอเชี่ยนฯ เร่งสร้างยอดขายจากเรียลดีมานด์ในตลาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดแคมเปญสำหรับผู้ซื้อโครงการ &amp;ldquo;โอเชี่ยน พอร์โตฟิโน่ จอมเทียน-พัทยา&amp;rdquo; คอนโดมิเนียมตกแต่งพร้อมเข้าอยู่ ขนาดห้อง Over-Size Unit 1-2 ห้องนอน พื้นที่กว้าง 80-133 ตารางเมตร (ตร.ม.) ในราคาเริ่มต้นเพียง 6.9 ล้านบาท ที่สามารถชมวิวทะเลแบบพาโนรามา และสัมผัสบรรยากาศ &amp;ldquo;มารีน่า ไลฟ์สไตล์&amp;rdquo; ท่าจอดเรือยอชต์หรูระดับเวิลด์คลาส แลนด์มาร์กสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองพัทยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รอเวลาการฟื้นตัว
นางกมลภัทร แสวงกิจ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย ดีดี พร็อพเพอร์ตี้ ได้ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมในงานแถลงข่าวการจัดงาน PropertyGuru Thailand Property Awards ต่อประเด็นตลาดอสังหาริมทรัพย์ในโซนอีอีซีว่า การลงทุนอสังหาฯ ในพื้นที่อีอีซี ปัจจุบันอยู่ในภาวะชะลอตัวเช่นเดียวกับภาวะตลาดโดยรวม &amp;nbsp;อีกทั้งรัฐบาลได้ประกาศให้จังหวัดชลบุรี ระยอง เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 หลังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการตัดสินใจชะลอการลงทุนออกไปก่อน รวมถึงผู้ประกอบการบางรายที่ประกาศลงทุนก็ได้เลื่อนการเปิดโครงการออกไป&amp;nbsp;
อย่างไรก็ดี เมื่อภาพรวมเศรษฐกิจทั่วโลกดีขึ้น ซึ่งตอนนี้ทางฝั่งยุโรปบรรยากาศเริ่มดีขึ้น ส่วนภูมิภาคเอเชียคงต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง ในการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ได้ หรือการจัดสรรวัคซีนฉีดให้กับประชาชนได้ทั่วถึงแล้ว จะทำให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวดีขึ้น ซึ่งก็จะส่งผลต่อการพื้นตัวของพื้นที่อีอีซีด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;ที่ผ่านมารัฐบาลก็ยังคงมีทุ่มเม็ดเงินลงทุนด้านการพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานในแถบอีอีซีอย่างต่อเนื่อง ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะการก่อสร้างต้องใช้ระยะเวลานาน เป็นการเตรียมพร้อมรองรับการลงทุนภาคเอกชน เมื่อสามารถควบคุมการระบาดโควิด-19 ได้แล้ว เมื่อถึงตอนนั้นเศรษฐกิจในโซนอีอีซีก็จะดีขึ้น&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นางกมลภัทรกล่าวด้วยว่า ตอนนี้ดีเวลลอปเปอร์อาจมองว่าสถานการณ์ตลาดค่อนข้างวิกฤติ แต่ในวิกฤติก็ยังมีโอกาสในการขาย หรือทำตลาดได้ แม้ว่าลูกค้าคนไทยมีศักยภาพการซื้อน้อย แต่อาจมองหาโอกาสการขายใหม่ๆ เช่น การนำโครงการไปขายในต่างประเทศ แต่สิ่งสำคัญก็คือการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักก่อน เพื่อสร้างความไว้วางใจ โดยการันตีจากผลรางวัลที่ได้รับ ไม่ว่าจากในประเทศหรือต่างประเทศ จะทำให้โอกาสในการขายได้มากขึ้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112619</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมลภัทร แสวงกิจ, คอลลิเออร์ส ประเทศไทย, ณพงศ์ ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์, ณภัทรชัย ทวีวงศ์, ดีดี พร็อพเพอร์ตี้, เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี), โอเชี่ยน พรอพเพอร์ตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210808/image_big_610fc11639254.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78614</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2020 16:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2020 16:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โอเชี่ยน พรอพเพอร์ตี้&#039;ชี้กำลังซื้อคนกรุงดันคอนโดพัทยาฟื้นตัวเร็ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ย.2563 นายณพงศ์ ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โอเชี่ยน พรอพเพอร์ตี้ จำกัด บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์คุณภาพครบวงจร เปิดเผยว่า สำหรับตลาดคอนโดมิเนียมหรูในพัทยาเริ่มส่งสัญญาณบวก โดยตลาดกลับมาฟื้นตัวได้เร็ว หลังสถานการณ์การระบาดโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย จากปัจจัยหลายส่วนด้วยกัน นอกจากพัทยาจะเป็นเมืองเศรษฐกิจสำคัญ และเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมแล้ว ยังมีปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ เช่น การขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้การเดินทางสะดวกมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้เพื่อรองรับการเติบโตของเมืองพัทยาในอนาคต และการท่องเที่ยวที่จะกลับมาบูมอย่างมากอีกครั้ง ทาง โอเชี่ยน พรอพเพอร์ตี้ &amp;nbsp;จึงได้ใช้งบลงทุนประมาณ 200 ล้านบาท รีโนเวทโรงแรม โอเชี่ยน มารีน่า ยอช์ท คลับ ครั้งใหญ่ คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงต้นปีหน้า โดยหันมาเน้นกลุ่มลูกค้าที่เป็นกลุ่มครอบครัวมากขึ้น ตามเทรนด์การท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมี 6 ปัจจัยสำคัญที่ทำให้พัทยาเป็นทำเลที่น่าสนใจ คือ 1. ระยะทางขับรถไม่ไกลจากกรุงเทพฯ &amp;nbsp;2. สถานที่ท่องเที่ยวมีความหลากหลาย 3. สิ่งอำนวยความสะดวกเพียบพร้อม 4. สาธารณูปโภคได้รับการพัฒนาอย่างดี 5. พัทยาเป็นหนึ่งใน
ทำเลยอดนิยมในการซื้อบ้านหลังที่สองและ 6. การพัฒนาโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่รัฐบาลผลักดันอย่างเต็มที่ในช่วงที่ผ่านมา
&amp;nbsp;
นายณพงศ์ กล่าวต่อว่า พัทยาถือเป็นหนึ่งในทำเลหลักของการพัฒนาโครงการของ โอเชี่ยน พรอพเพอร์ตี้ ซึ่งพบว่าในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา ยอดขายโครงการโอเชี่ยน พอร์โตฟิโน่ จอมเทียน-พัทยา มีการซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2563 สามารถสร้างยอดขายได้กว่า 250 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังพบว่ากลุ่มลูกค้าที่เข้ามาซื้อไม่ใช่เฉพาะกลุ่มนักธุรกิจที่มีเงินเย็นและมีรายได้สูงเท่านั้น แต่ยังมีลูกค้ากลุ่มใหม่ๆทั้งนักธุรกิจรุ่นใหม่ อายุน้อย รวมถึงลูกค้าชาวจีนที่อาศัยและทำธุรกิจในประเทศไทย สนใจโครงการฯเข้ามาเลือกซื้อมากขึ้นด้วย
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;โครงการคอนโดมิเนียมไฮไรส์ โอเชี่ยน พอร์โตฟิโน่ จอมเทียน-พัทยา มีความต้องการซื้อจากลูกค้าชาวต่างชาติเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะชาวจีนที่มองหาบ้านหลังที่สองในประเทศที่มีความปลอดภัย และมีระบบสาธารณสุขที่ดี จากโอกาสดังกล่าว&amp;nbsp;
โอเชี่ยน พรอพเพอร์ตี้ มีแผนขยายตลาดลูกค้าชาวจีนเพิ่มขึ้น จากเดิมที่เน้นขายกลุ่มลูกค้าคนไทยเป็นหลัก แต่ปัจจุบันได้มีการทำตลาดผ่านทางเอเจนซี่จีนในพื้นที่ จนปัจจุบันห้องชุดเหลืออยู่ไม่ถึง 10% แล้ว จากจำนวน 268 ยูนิต&amp;rdquo;นายณพงษ์ กล่าว
&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตามคาดว่าในอีก 2-3 ปีข้างหน้าอสังหาริมทรัพย์ และการท่องเที่ยวในพัทยาจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง เพราะพัทยามีโปรเจคลงทุนค่อนข้างเยอะ ส่วนหนึ่งเกิดจากโครงการอีอีซีที่ภาครัฐให้การสนับสนุนและลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ โครงการรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมต่อ 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณพงษ์ กล่าวว่าขณะที่รถไฟความเร็วสูง ซึ่งมีแผนพัฒนาสถานีพัทยาในรูปแบบ TOD จะเพิ่มศักยภาพของพัทยาเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางความเจริญแห่งใหม่ในรูปแบบมิกซ์ยูสที่มีศูนย์การค้า โรงแรม ที่อยู่อาศัย ศูนย์การประชุม และแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ของคนไทยและต่างชาติ รวมถึงเมกะโปรเจคต่าง ๆ ที่ภาคเอกชนเข้าไปลงทุนอีกหลายโครงการในช่วงที่ผ่านมา จะเป็นแรงกระตุ้นที่สำคัญที่จะส่งผลให้ตลาดคอนโดเมืองพัทยาจะกลับมาได้รับความนิยมของกลุ่มลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าซื้อหาและลงทุนสำหรับเป็นบ้านพักตากอากาศเพิ่มมากขึ้นในอนาคต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78614</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอนโดมิเนียมหรูในพัทยา, ณพงศ์ ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์, โอเชี่ยน พรอพเพอร์ตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200925/image_big_5f6db42796f2d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
