<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>44848</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คำสอนโบราณกาลนานมา  แฝงแง่คิดห่วงใย..ไม่ตกยุค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่อให้โลกไฮเทคไปไกลสักแค่ไหน แต่ทว่าความเชื่อโบราณของคนรุ่นปู่ย่าตายายก็ยังเป็นประโยชน์กับคนรุ่นลูกหลานอยู่เสมอ เพราะคติข้อคิดเล็กๆ น้อยๆ ที่คนวัยเก๋าพร่ำสอน หรือบ่นให้ได้ยินบ่อยๆ นั้น ล้วนแล้วแต่แฝงแง่คิดที่ดีๆ เอาไว้ หากว่าเราคิด เชื่อ และทำตาม เป็นต้นว่า ห้ามตัดผมวันพุธเพราะถือสิ่งที่ไม่มงคล กระทั่งการใส่เสื้อผ้าตามสีประจำวัน ที่ช่วยเสริมโหวงเฮ้งทำให้การงานลุล่วง หรือการห้ามตัดเล็บตอนกลางคืน ที่เสี่ยงได้รับบาดเจ็บจากกรรไกรตัดเล็บ เป็นต้น สิ่งที่กล่าวมาถือเป็นกุศโลบายเตือนใจเตือนสติลูกหลาน ที่คนหลัก 6 หยิบยกความเชื่อโบราณมาบอกกล่าวเล่าสิบคนเจนเอ็กซ์ วาย แซด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ไม่ลอดใต้ถุน-ไม้ค้ำยัน-ราวตากผ้า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(กฤติเดช ศิลปสุวรรณ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เริ่มจากคุณลุง กฤติเดช ศิลปสุวรรณ ประธานชมรมลีลาศสวนลุมฯ วัย 77 ปี บอกว่า &amp;ldquo;นอกจากเรื่องการคิดดีทำดีแล้ว ความเชื่อของคนรุ่นปู่ย่าอย่างการ &amp;ldquo;ห้ามลอดคานใต้ถุนบ้าน-ไม้ค้ำยัน-ราวตากผ้า&amp;rdquo; ซึ่งความเชื่อนี้มีกุศโลบายแฝงเอาไว้ว่า ถ้าเด็กที่ซุกซนไปเล่นหรือไปวิ่งลอดคาน หรือไม้ค้ำยันต่างๆ ไม้ก็จะร่วงลงมาตีหัว ทำให้ได้รับบาดเจ็บได้ หรือวิ่งชนคานใต้ถุนบ้าน อาจทำให้ศีรษะแตกหรือหัวโนเป็นต้น สิ่งเหล่านี้ถ้าสังเกตให้ดีจะมีประโยชน์ในแง่ของการเฝ้าระวังอุบัติเหตุจากการเล่นซนได้ครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;ห้ามตัดเล็บตอนกลางคืน&amp;rdquo; คำโบราณสอนใจที่ป้องกันอันตรายเลือดออกยางตกจากการที่กรรไกรตัดเล็บ เพราะปัญหาสายตามองไม่ชัดเจนยามค่ำคืน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ห้ามตัดเล็บ-สระผมเวลากลางคืน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ณภัสวรรณ จิลลานนท์)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่อกันที่ พี่น้อย-ณภัสวรรณ จิลลานนท์ วัย 68 ปี บอกว่า &amp;ldquo;ที่ผ่านมาก็เคยได้ยินคุณยายและคนทั่วไปพูดว่า &amp;ldquo;ห้ามสระผมตอนกลางคืน&amp;rdquo; เพราะว่าเวลาที่สระผมกลางคืนนั้น ศีรษะของเด็กจะไม่แห้ง ทำให้คันศีรษะและผมร่วงได้ รวมถึง &amp;ldquo;ห้ามตัดเล็บกลางคืน&amp;rdquo; เพราะเวลากลางคืนสายตาเด็กๆ อาจจะไม่ดี ทำให้ไปตัดโดนนิ้วได้รับบาดเจ็บเลือดตกยางออกค่ะ ซึ่งคำโบราณเหล่านี้อันที่จริงแล้วดูเหมือนเป็นข้อห้าม แต่มันเป็นกิมมิกที่สะท้อนให้รู้ว่า ผู้ใหญ่เป็นห่วงเด็กและไม่ต้องการให้ได้รับบาดเจ็บนั่นเองค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ความเชื่อโบราณ ห้ามใช้หวีหัก กุศโลบายสอนลูกหลาน ที่สะท้อนความห่วงใยเรื่องความปลอดภัยจากการใช้อุปกรณ์ที่ชำรุด)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ห้ามใช้หวีหัก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(นรีวรรณ จินตกานนท์)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน นรีวรรณ จินตกานนท์ อุปนายกสมาคมติดตามการพัฒนาสตรีในประเทศไทย วัย 75 ปี บอกว่า &amp;ldquo;ส่วนตัวเคยรู้จักและเคยได้ยินคำโบราณที่ว่า &amp;ldquo;ห้ามใช้หวีหัก&amp;rdquo; เพราะถ้าซี่หวีหัก 1 ซี่ ก็จะทำให้ซี่ต่อไปๆ หักตามมาอีก ดังนั้นเราใช้หวีต่อไปก็จะทำให้เกิดอันตรายกับศีรษะได้ หรือบางครั้งซี่หวีที่หักอาจจะร่วงหล่นลงไปในชามข้าว ตรงนี้ก็จะทำให้ทิ้งแทงปาก และอาจหลุดเข้าไปในกระเพาะอาหารก็เป็นได้ ส่วนตัวพี่มองว่าคำโบราณเหล่านี้ อันที่จริงแล้วผู้ใหญ่ต้องการเตือนลูกหลาน เพื่อให้ไม่เกิดอันตรายมากกว่าค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;เทวดาคุ้มครองบ้านที่หมั่นปัดกวาดเช็ดถู&amp;rdquo; กุศโลบายรักษาความสะอาดที่อยู่อาศัย ป้องกันสมาชิกเจ็บป่วยจากฝุ่นละอองและสัตว์มีพิษ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เชื่อโบราณ จะบานบุรี&amp;rdquo;, &amp;ldquo;เทวดาคุ้มครองบ้านที่หมั่นปัดกวาดเช็ดถู&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(มะลิ พูนสวัสดิ์)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คุณป้ามะลิ พูนสวัสดิ์ คลังปัญญาผู้สูงอายุ จ.สมุทรปราการ วัย 78 ปี บอกว่า &amp;ldquo;สมัยก่อนเราเคยได้ยินเด็กๆ วัยรุ่นพูดว่า ถ้า &amp;ldquo;เชื่อโบราณ จะบานบุรี&amp;rdquo; ซึ่งหมายว่าคำสอนของคนรุ่นเก่าเป็นสิ่งที่ล้าสมัย แต่ความหมายที่แท้จริงของคำโบราณดังกล่าวนั้น มันสื่อถึงความเจริญรุ่งเรืองและงอกงาม เฉกเช่นดอกบานบุรีที่มีสีเหลืองทองสวยงาม ดังนั้นคำโบราณดังกล่าวในยุคปัจจุบันก็จะกลับกันว่า &amp;ldquo;เชื่อโบราณ ไม่บานบุรี&amp;rdquo; เพราะคำสอนของคนสมัยก่อนไม่ใช่สิ่งที่เชย ตรงกันข้ามกลับเป็นเรื่องที่ทำให้เด็กวัยรุ่นพบเจอแต่เรื่องดีๆ และไม่ทำในสิ่งที่เป็นโทษกับตัวเองค่ะ นอกจากนี้ยังคำโบราณที่บอกว่า &amp;ldquo;เทวดาจะคุ้มครองบ้านที่หมั่นปัดกวาดเช็ดถู&amp;rdquo; ซึ่งบางครอบครัวยุคใหม่ก็ยังยึดถือคำสอนโบราณนี้อยู่ เพราะการที่บ้านสะอาดไม่ใช่เทวดาจะช่วยคุ้มครอง แต่จะทำให้สมาชิกในบ้านไม่เจ็บป่วยหรือเป็นโรคต่างๆ ค่ะ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44848</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤติเดช ศิลปสุวรรณ, คุณภาพชีวิต, ณภัสวรรณ จิลลานนท์, นรีวรรณ จินตกานนท์, มะลิ พูนสวัสดิ์, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190902/image_big_5d6d0ff98fd1b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34472</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เทคนิคสูงวัยอย่างมีคุณภาพ จากใจ..ณภัสวรรณ จิลลานนท์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การมีสุขภาพดีและดูอ่อนกว่าวัยไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะทุกอย่างต้องมาจากจิตใจข้างในที่คิดดี จึงจะส่งให้ร่างกายที่แข็งแรง และใบหน้าที่เบิกบานแจ่มใส แต่ที่กล่าวมาล้วนต้องเป็นการดูแลตัวเองแบบไม่บังคับ รวมถึงต้องมีอารมณ์ที่ดีจากการคิดบวก คติการดูแลสุขภาพในแบบฉบับวัยเก๋าที่สวยเด้งกว่าวัยอย่าง พี่น้อย-ณภัสวรรณ จิลลานนท์ เจ้าของบริษัท สยามนุลักษณ์ จำกัด ในวัย 68 ปี ที่ปัจจุบันควบตำแหน่งเจ้าของธุรกิจจำหน่ายคอลลาเจนแบรนด์ &amp;ldquo;Milin&amp;rdquo; นอกจากการเอาใจเรื่องสุขภาพแล้ว การแบ่งเวลาว่างจากการทำธุรกิจโดยการเป็นล่ามแปลภาษาจิตอาสาให้กับตำรวจท่องเที่ยวในตลาดนัดสวนจัตุจักร ทุกวันเสาร์และอาทิตย์มากกว่า 3 ปี เพราะมองว่างการได้ช่วยเหลือคนอื่น นอกจากความภูมิใจแล้ว ยังทำให้ชาวต่างชาติประทับใจประเทศไทยอีกเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ณภัสวรรณ จิลลานนท์)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พี่น้อย-ณภัสวรรณ เล่าให้ฟังว่า ส่วนตัวนั้นรู้สึกภูมิใจที่ตัวเองสามารถเป็นตัวอย่างในการดูแลสุขภาพให้กับคนอื่น แม้ว่าอายุตอนนี้จะล่วงเข้าวัย 68 ปีแล้ว ทั้งนี้ การดูแลสุขภาพของเจ้าตัวจะไม่เน้นความกดดันและไม่บังคับตัวเอง เป็นต้นว่าจะไม่ชอบอดอาหาร และก็ไม่คำนวณแคลอรีเมนูที่รับประทานเข้าไป เพราะนั่นจะทำให้รู้สึกทรมานเวลากินข้าว ขณะเดียวกันก็เป็นคนอารมณ์ดี รักตัวเอง และไม่อยากที่จะเจ็บป่วยเนื่องจากอายุมากแล้ว นอกจากนี้เมื่อเข้าวัยเลข 6 หลายคนมักจะมีปัญหาความเชื่องช้า และก็มักจะไม่สบายบ่อย เป็นนู่นเป็นนี่ รวมไปจนถึงการมีความคิดถอยหลัง แต่เจ้าตัวบอกว่าทำทุกอย่างที่ตรงกันข้ามกับที่กล่าวมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;พี่จะเป็นคนที่ชอบความแอคทีฟ เห็นได้จากการที่เป็นคนชอบทำงาน เพราะไม่อย่างนั้นพี่จะรู้สึกตัวเองเป็นง่อย และเป็นผู้ใหญ่ที่ไร้ค่า ซึ่งทุกวันนี้แม้จะอายุเข้าเลข 6 ปลายๆ แล้ว พี่ก็ยังขับรถเองนะ เพราะจะทำให้เราได้ฝึกการใช้สายตาและสมองให้สัมพันธ์กันเวลาที่ต้องขับรถ เป็นคนชอบทำอะไรเอง ส่วนเรื่องของการเป็นคนอารมณ์ดีนั้น สิ่งสำคัญมาจากนิสัยส่วนตัว อย่างการที่เราเป็นคนไม่เอาอะไรกับใคร และถ้าหากรู้ว่าที่ไหนมีรังสีอำมหิต พี่ก็ไม่เข้าไปใกล้ เนื่องจากเรามีสิทธิ์ที่จะเลือกคบคนค่ะ ที่สำคัญพี่เป็นคนกล้าปฏิเสธถ้าหากว่าเราไม่ชอบในสิ่งนั้นๆ เช่น การที่เพื่อนชวนไปกินข้าววันเกิด และพี่ไม่ไป ก็จะบอกกับเพื่อนไปเลย ส่วนหนึ่งเพราะไม่ชอบจัดงานวันเกิด แต่ไม่ใช่ว่าไม่ชอบใครและจะไม่ไปงานนั้นค่ะ เพราะมันหมดเวลาเกรงใจกัน ทุกอย่างต้องมีช่องว่าง เพราะการที่เราจะเป็นเพื่อนกัน ก็ไม่จำเป็นจะต้องตัวติดกันตลอดเวลาค่ะ แต่อยู่ที่ไหนเราก็เป็นเพื่อนกันได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนของการออกกำลังกายเพื่อกระชากวัยให้ดูสวยใสและแข็งนั้น พี่น้อยเล่าว่า ปัจจุบันชอบ &amp;ldquo;ชกมวย&amp;rdquo; และเลือกเอกเซอร์ไซส์มากว่า 1 ปีแล้ว เพราะได้บริหารร่างกายทุกส่วน ช่วยลดน้ำหนัก ทำให้นอนหลับสบาย ซึ่งก่อนนี้ได้ออกกำลังกาย ด้วยการเต้นระบำหน้าท้องมากกว่า 3 ปี (ตั้งแต่อายุ 65-67 ปี) แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ได้อดอาหารอย่างที่หลายคนคิด เพราะทุกวันนี้ยังกินข้าวขาหมูอยู่เลย ซึ่งเคล็ดลับอ่อนกว่าวัยของพี่อีกอย่างหนึ่ง คือการนอนให้ได้วันละ 8 ชั่วโมงสำหรับคนวัยพี่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เหตุผลที่พี่เลือกชกมวย เพราะเป็นคนที่ไม่ชอบเล่นอะไรเหมือนใคร และพี่ก็จะไม่ชอบเล่นโยคะ เพราะมองว่ามันเชื่องชา และเป็นกีฬาของผู้สูงวัย ชอบกีฬาที่แอคทีฟและได้เหงื่อ ซึ่งการต่อยมวยของพี่ไม่ใช่การชกกับเป้าหรือนวม แต่เป็นการชกแบบศอก เข่า กระโดดเตะ และศอกกลับหน้ากลับหลังกับครูสอนมวยไทย เล่นวันละ 1 ชั่วโมง และก็จะไม่ฟิกซ์วันออกกำลังกายเช่นกัน ถ้าว่างวันไหนก็ไปชกค่ะ ที่ผ่านก็เคยเต้นระบำหน้าท้องมา 3 ปี พอเต้นได้ดีแล้วก็อยากลองเอกเซอร์ไซส์อย่างอื่นดูบ้างค่ะ จึงมาลงเอยที่ชกมวย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ตอนนี้จะอายุ 68 ปีแล้ว แต่ถ้าถามว่าการใช้ชีวิตเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน ระหว่างก่อนและหลังวัยหลัก 6 ขอบอกว่าชีวิตทั้งก่อนและหลังไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก เช่น เมื่อก่อนเคยทำงานหนัก (เป็นแอร์โฮสเตสสายการบิน) มีวินัย และเป็นคนที่ตรงเวลา โดยเฉพาะเวลาที่นัดคนอื่น ก็จะไปก่อนเวลาเสมอ ทุกวันนี้เราก็ยังคงทำอย่างนั้นอยู่ ซึ่งถ้าเราเป็นคนมีระเบียบวินัย ก็จะทำให้เรามีความผิดพลาดน้อยที่สุด อย่างไรก็ตาม เราต้องมีจุดมุ่งหมายหรือไกด์ไลน์ที่บอกมา เพื่อให้เราใช้ชีวิตตามสิ่งที่ตั้งเป้าเอาไว้ ที่สำคัญเมื่อก่อนพี่เป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ทุกวันนี้ก็ยังทำอย่างนั้นอยู่ค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนเรื่องของงานจิตอาสา อย่างการช่วยเป็นล่ามแปลภาษาให้กับนักท่องเที่ยวที่ตลาดนัดจตุจักรนั้น พี่น้อยบอกว่า ทำมานานกว่า 3 ปีแล้ว ส่วนหนึ่งเพราะมีความรู้ด้านภาษาอังกฤษ เนื่องจากเคยเป็นแอร์โฮสเตส ก็มีทั้งที่ให้ข้อมูลร้านค้าในจตุจักรกว่า 9 พันร้าน และถามเส้นทาง นอกจากนี้ก็ช่วยแปลภาษาให้กับตำรวจนักท่องเที่ยว กรณีที่นักท่องเที่ยวถูกกระชากกระเป๋า ช่วยโทร.ประสานสถานทูตและโทร.อายัดบัตรเอทีเอ็มให้นักท่องเที่ยว ทำตั้งแต่ 09.00-16.00 น. ทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;สิ่งที่ได้จากการเป็นจิตอาสา มันทำให้เรามีความสุข และรู้สึกว่าดีกว่าการที่เรานอนอยู่กับบ้าน ทั้งนี้ การได้ช่วยคนอื่น โดยเฉพาะกับนักท่องเที่ยว ก็ไม่เพียงทำให้รู้สึกภูมิใจกับการทำหน้าที่ แต่ยังทำให้ประเทศไทยเป็นที่ประทับใจของผู้มาเยี่ยมเยือนเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะการไม่ทอดทิ้งเมื่อเขาได้รับความเดือดร้อนจากการพักอยู่ในบ้านเรา แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ก็ตาม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พี่น้อย ปิดท้ายกับสิ่งที่อยากฝากไปถึงลูกหลาน แม้ว่าจะมีไม่มีทายาท แต่มีหลานๆ ที่อยู่ห่างไกลกัน ว่าการที่เราทำตัวให้เป็นคนดีและคิดดีกับคนอื่น มีความจริงใจกับคนรอบข้าง ที่สำคัญมีมารยาทในการดำเนินธุรกิจ หรือทำธุรกิจด้วยความมีคุณธรรมและจริยธรรม มีจิตสำนึกที่ดี ที่สำคัญเมื่อเราต้องการให้คนอื่นมานับถือเรา เราเองก็ต้องนับถือตัวเอง พูดง่ายๆ ว่าการที่เราทำตัวเองให้เป็นตัวอย่างที่ดี แน่นอนว่าลูกหลานๆ ก็จะทำตามเราค่ะ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34472</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, ณภัสวรรณ จิลลานนท์, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc1a2e411ece.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
