<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>4294</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2018 12:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2018 12:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตผู้ว่ากทพ. ฟ้องศาลปค.เพิกถอนมติปลด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ที่มาภาพ&amp;nbsp;http://konkidbuak.com/column/column_detail/83/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มี.ค.61- นายณรงค์ เขียดเดช อดีตผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ( กทพ.) เข้ายื่นฟ้อง การทางพิเศษแห่งประเทศไทย พล.อ.วิวรรธน์ สุชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการการทางพิเศษ &amp;nbsp;เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-3 ต่อศาลปกครองกลางขอให้มีคำพิพากษาเพิกถอนมติคณะกรรมการกทพ. &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ที่ให้ตนเองพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากขาดคุณสมบัติ เนื่องจากเห็นว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขอให้ศาลกำหนดมาตรการบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาโดยสั่งระงับมติกทพ.ที่ให้พ้นจากตำแหน่งไว้ก่อนจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณรงค์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ครม.มีมติแต่งตั้งให้ตนดำรงตำแหน่งผู้ว่ากทพ. ในวันที่ 12 ม.ค. 59 &amp;nbsp;ซึ่งเวลานั้นตนดำรงตำแหน่งเป็นรองผู้ว่ากทพ.อยู่ &amp;nbsp;และเป็นผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์กทพ. ต่อมาในวันที่ 13 ม.ค.59 มีการประชุมบอร์ดกทพ. ตนก็ได้มีการลงนามสัญญาจ้างเป็นผู้ว่ากทพ. ตามคำแนะนำของประธานบอร์ด และในวันที่ 15 ม.ค. &amp;nbsp;59 ตนได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นผู้จัดการสหกรณ์ เพราะเห็นว่าภารกิจของ ผู้ว่ากทพ. มีมากอาจทำให้งานสหกรณ์เสียหาย แต่ก็กลับมีการไปร้องเรียนว่าการเป็นผู้จัดการสหกรณ์ฯดังกล่าวเข้าข่ายขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่ง และคสช.ได้มีคำสั่งเมื่อ 5 ก.ค. 60 ให้ตนไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก่อนที่วันที่ 14 ก.พ. 61 บอร์ดกทพ. มีมติให้ตนพ้นจากตำแหน่งโดยอ้างจากเหตุดังกล่าวว่าทำให้ขาดคุณสมบัติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; สหกรณ์ออมทรัพย์ของกทพ. เป็นสวัสดิการของพนักงานกทพ. ไม่มีเงินออมของคนนอกเลย และผู้จัดการสหกรณ์ฯมีหน้าที่เพียงปฏิบัติตามมติคณะกรรมการสหกรณ์เท่านั้น แต่ บอร์ดกทพ.กลับอ้างว่า &amp;nbsp;เป็นสหกรณ์ที่แสวงหาผลกำไร แล้วนำมาเป็นเหตุอ้างว่า ผมขาดคุณสมบัติให้พ้นจากตำแหน่ง ทั้งๆ &amp;nbsp;ที่ก็มีหนังสือของทั้งคณะกรรมการกฤษฎีกา และกรมส่งเสริมสหกรณ์ ยืนยันชัดเจนว่า สหกรณ์ออมทรัพย์กทพ. เป็นสหกรณ์ที่ไม่แสวงหาผลกำไร และไม่ทำให้คนที่มาทำหน้าที่ตรงนี้ขาดคุณสมบัติ &amp;nbsp;อีกทั้งถ้าใช้บรรทัดฐานนี้ สหกรณ์ออมทรัพย์ของทหาร ตำรวจ เป็นสวัสดิการของหน่วยงานนั้น ๆ &amp;nbsp;ผู้บริหารหน่วยงานนั้นที่ดำรงตำแหน่งในสหกรณ์ก็ต้องผิดหมด &amp;nbsp;ซึ่งถือว่าไม่ถูกต้อง และการที่ผมลาออกจากการเป็นผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์กทพ. &amp;nbsp;หลังรับตำแหน่งผู้ว่ากทพ. 2 วันก็ไม่ใช่เพราะกลัวว่าจะทำให้ขาดคุณสมบัติการดำรงตำแหน่ง แต่เพราะเห็นว่าภารกิจผู้ว่าฯมีมาก จึงไม่ควรทำหน้าที่ทั้ง 2 ตำแหน่ง &amp;nbsp;จึงเห็นว่ามติดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย &amp;nbsp;&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4294</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทพ., ณรงค์ เขียดเดช, ถอนมติ, ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย, ฟ้องร้อง, ศาลปกครอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180305/image_big_5a9cd903acebe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3552</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2018 22:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2018 06:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชี้มติเลิกจ้าง’ผู้ว่าการกทพ.’ลับๆล่อๆ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม เปิดเผยถึงกรณีที่คณะกรรมการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กพท.) มีมติให้นายณรงค์ เขียดเดช ผู้ว่าการ กทพ. พ้นจากตำแหน่งว่า ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวจากบอร์ด กทพ. ซึ่งปกติเป็นอำนาจของบอร์ดอยู่แล้วที่จะพิจารณาดำเนินการ แต่หลังจากนี้อาจจะมีการเชิญบอร์ดมาสอบถามถึงเรื่องดังกล่าวต่อไป ซึ่งตามหลักการแล้ว หากมีการสอบสวนข้อเท็จจริง และมีผลสรุปออกมา หน่วยงานต้นสังกัดต้องนำผลมารายงานให้กระทรวงคมนาคมรับทราบ ก่อนที่จะมีมติใดๆ ออกไป.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านแหล่งข่าว กทพ. กล่าวว่า ภายหลังที่ พล.อ.ประยุทธ์ ลงนามในคำสั่งย้ายนายณรงค์ ไปปฎิบัติหน้าที่สำนักนายกรัฐมนตรีเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค. 2560 เป็นต้นไปนั้น พร้อมกับมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งจากกการประชุม 5 ครั้งที่ผ่านมานั้น ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะเดียวกันยังได้เชิญกรมส่งเสริมสหกรณ์เข้าชี้แจงในประเด็นดังกล่าว ซึ่งได้รับหนังสือยืนยันต่อคณะกรรมการฯ ว่า &amp;ldquo;กรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;rdquo; ไม่ใช่องค์กรที่แสวงหากำไร จึงมองว่า มติเลิกจ้างนายณรงค์นั้น ไม่เป็นธรรม และเชื่อว่านายณรงค์ จะดำเนินการฟ้องร้องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;มติของบอร์ด กทพ.ในการเลิกจ้างนั้น รู้สึกว่าแปลกๆ เพราะหากที่ประชุมมีติอย่างไร ควรจะรายงานเรื่อง พร้อมแนบความเห็นมาให้กระทรวงคมนาคม เพื่อที่กระทรวงคมนาคมจะได้สรุปเรื่องส่งไปยังสำนักนายกรัฐมนตรี ก่อนที่จะแทงเรื่องกลับมาว่าเป็นยังไง บอร์ด กทพ. ถึงจะค่อยไปดำเนินการต่อไป แต่ครั้งนี้ เงียบ และไม่มีการรายงาน พร้อมทั้งมีมติในการประชุมลับเมื่อวันที่ 14 ก.พ. 2561 ที่ผ่านมา&amp;rdquo; แหล่งข่าว กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3552</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, การทางพิเศษแห่งประเทศไทย, ณรงค์ เขียดเดช, ผู้ว่าการ กทพ., ไพรินทร์ ชูโชติถาวร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180220/image_big_5a8c42b568053.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
