<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74701</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2020 14:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2020 14:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สอศ.ของบฯ1.9พันล้านหนุนปวส.เรียนฟรี ผลพลอยได้ เท่ากับช่วยเหลือนร.ยากจน 4แสนครอบครัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17ส.ค.63- สอศ. เสนอของบฯ 1.9 พันล้าน หนุนโครงการ ปวส.เรียนฟรี &amp;nbsp;ยกเหตุผลเป็นกำลังแรงงานหลักผลักดันเศรษฐกิจของประเทศ &amp;nbsp;ชี้เด็กส่วนใหญ่ที่มาเรียนฐานะยากจน &amp;nbsp;ถ้าแจ้งเกิดโครงการจะช่วยเหลือได้ถึง 4 แสนครอบครัว

นายณรงค์ แผ้วพลสง เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กอศ.) กล่าวว่า ภาพรวมของการรับนักศึกษาอาชีวศึกษา ปีการศึกษา 2563 นี้ ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) มีผู้เรียนเพิ่มขึ้นจากปีการศึกษาที่ผ่านมาประมาณ ร้อยละ 10 ทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งถือว่าเป็นไปตามเป้าหมายหลักที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ตั้งไว้ แม้จะไม่ได้เต็มที่ เนื่องจากติดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 โดยสาขาที่ได้รับความนิยมมีผู้สมัครเข้าศึกษาจำนวนมาก ได้แก่ สาขากลุ่มเครื่องยนต์ สาขาไฟฟ้า และสาขาเกษตรกรรม เป็นต้น ทั้งนี้ตนมองว่าสาเหตุหนึ่งที่ส่งผลให้จำนวนผู้เรียนอาชีวศึกษาเพิ่มมากขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากการเปิดสาขาวิชาใหม่ ๆ ที่เป็นความสนใจจากสังคม อีกทั้งขณะนี้ สอศ.ได้เตรียมที่จะผลักดันให้มีการงดเก็บค่าเล่าเรียนในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) เนื่องจากเด็กกลุ่มนี้ถือเป็นกำลังหลักที่เป็นแรงงานของประเทศ และส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเด็กยากจน ซึ่ง สอศ.ได้เริ่มดำเนินโครงการดังกล่าวตั้งแต่ปีการศึกษา 2563 โดยได้เสนอของบประมาณเพื่อดำเนินการ จำนวน 1,900 ล้านบาท ทั้งนี้ตนมองว่าโครงการนี้จะสามารถช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้ได้ถึง 400,000 ครอบครัว

นายณรงค์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม สอศ.ยังได้ขับเคลื่อนโครงการสร้างศูนย์ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา (Excellent Center) ตามนโยบายของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ที่ต้องให้มีศูนย์ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา สำหรับธุรกิจต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับแต่ละบริบทของแต่ละภูมิภาคนั้น ขณะนี้วิทยาลัยอาชีวศึกษาแต่ละแห่งของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้มีการกำหนดสาขาวิชาที่มีความโดดเด่นของแต่ละวิทยาลัยแล้ว แต่ในส่วนของสาขาอื่นๆ ที่เป็นความต้องการของสังคมในพื้นที่นั้นๆ วิทยาลัยก็ยังคงเปิดการเรียนการสอนอยู่ เพื่อที่จะดึงให้ผู้ที่สนใจเข้ามาเรียน เพียงแต่ให้วิทยาลัยยกระดับสาขาที่มีความโดดเด่นชัดเจนของตัวเองขึ้นมา 1 สาขา เท่านั้น โดยดูจากความต้องการของตลาดแรงงานในพื้นที่ หรือความถนัดเฉพาะด้านของแต่ละวิทยาลัย ทั้งนี้ สอศ.จะมุ่งส่งเสริมอย่างเต็มที่ และในระยะยาวเชื่อว่าวิทยาลัยจะสามารถผลิตวิชาชีพเฉพาะทางในด้านนั้นๆ ได้

//////////////////////////////////////////////&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74701</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ปวส., ชงปวส.เรียนฟรี, ณรงค์ แผ้วพลสง, สอศ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200723/image_big_5f193b6d0c8f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70021</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2020 12:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2020 12:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อควาเรียมสงขลายังเคว้งยันต้องอัดงบฯปรับปรุงอีก100ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

29มิ.ย.63-สอศ. ขอตรวจสอบรายละเอียด อควาเรียมสงขลา ก่อนตัดสินใจเดินหน้าต่อ &amp;ldquo;ณรงค์ .&amp;rdquo; คาด ใช้ งบฯ ไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท ส่วนประเด็นมอบ ก.ทรัพยากรฯ ยังต้องหารือในรายละเอียด เหตุมีค่าใช้จ่ายในการดูแลสูง ต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน

นายณรงค์ แผ้วพลสง เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) กล่าวถึงโครงการก่อสร้างศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือ อควาเรียม ทะเลสาบสงขลา วิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)ว่า ขณะนี้เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียด ว่า จะมีการดำเนินการก่อสร้างปรับปรุงต่อในรายการใดบ้าง เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ ซึ่งตนคาดว่าการใช้งบประมาณคงไม่น้อยกว่าหลัก &amp;nbsp;100 ล้านบาทอย่างแน่นอน อีกทั้งในเบื้องต้นตนยังรู้สึกกังวล ว่า หากของบประมาณในช่วงนี้รัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณให้ได้หรือไม่ เนื่องจากประเทศกำลังอยู่ในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ส่วนประเด็นที่จะมอบให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปดำเนินการนั้น ยังต้องหารือในรายะเอียดเพิ่มเติม เนื่องจากทั้งกระทรวงทรัพยากรฯ และ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา (อบจ.) เองต่างก็เห็น ว่า หากมีการก่อสร้างเสร็จจะต้องมีงบประมาณในการดูแลอความเรียมแต่ละวันค่อนข้างสูงในการใช้จ่ายจึงต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน

&amp;ldquo;ผมเข้าใจส่วนราชการ ว่า เมื่อมีการจัดประมูลเกิดขึ้นแล้วก็ต้องมีการดำเนินการตามข้อกำหนดจัดซื้อจัดจ้าง (TOR) ซึ่งการจะมาปรับลดแบบหรือปรับลดรายละเอียดตามที่ผู้รับเหมาเสนอ ไม่ว่าจะมีปัญหาในอดีตเรื่องอะไรก็ตามระหว่างการก่อสร้างก็ต้องว่ากันไปตาม TOR ที่กำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม อาคารอควาเรียมสงขลาไม่ได้ปล่อยทิ้งร้าง โดยบางส่วนในอาคารที่มีการตรวจรับงานก็ได้มีการปรับใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ เช่น ประชุมสัมมนา บริบาลสัตว์น้ำ เป็นต้น&amp;rdquo;เลขาฯ กอศ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70021</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณรงค์ แผ้วพลสง, สอศ., อควาเรียมสงขลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191119/image_big_5dd3e0e31c498.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63352</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2020 16:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2020 16:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สอศ.ยอมรับ&quot; โควิด&quot;กระทบการรับนศ.ลดลง เร่งอุดช่องโหว่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
16เม.ย.63-นายณรงค์ แผ้วพลสง เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) กล่าวถึงกระบวนการรับนักศึกษาของวิทยาลัยอาชีวศึกษา ว่า การดำเนินการรับนักศึกษาของอาชีวศึกษานั้น เราดำเนินการตั้งแต่ช่วงต้นปีพ.ศ.2563 แล้ว อีกทั้งกลุ่มวิทยาลัยที่จำนวนรับน้อยกว่าจำนวนผู้สมัครก็มีน้อย ดังนั้นการรับนักศึกษาของอาชีวะจึงไม่มีปัญหา โดยแต่ละวิทยาลัยก็อยู่ระหว่างการดำเนินการรับนักศึกษาผ่านระบบออนไลน์ แต่อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ก็ได้มีการประกาศปฏิทินการรับนักศึกษา เพื่อให้สอดคล้องกับกำหนดการภาคเรียนที่ปี 1 ปีการศึกษา 2563 ในวันที่ 1 กรกฎาคม ตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ซึ่งจะรับนักศึกษาช่วงสุดท้ายระหว่างวันที่ 3-12 มิถุนายน ทั้งนี้การรับนักศึกษาของอาชีวะ แตกต่างกับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เนื่องจากเราเปิดกว้างให้เด็กที่สนใจเรียนสามารถสมัครได้ทุกคน และหากเลือกสมัครในสาขาที่มีผู้สมัครครบแล้ว จะมีครูของแต่ละวิทยาลัยให้คำแนะนำเกี่ยวกับสาขาที่มีความใกล้เคียงและสามารถต่อยอดไปยังสาขาที่ผู้เรียนต้องการที่จะศึกษาได้ ดังนั้นจึงไม่ต้องเป็นห่วงว่าเมื่อเข้ามาสมัครแล้วจะไม่ได้เรียนในสายอาชีพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เราต้องยอมรับว่ามีผลกระทบต่อการรับนักศึกษาอย่างแน่นอน ซึ่งจะต้องมีการปรับวิธีปฏิบัติ โดย สอศ.ก็เดินหน้าขับเคลื่อนในหลายเรื่อง เช่น การขอยกเว้นค่าเทอมของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) การลดค่าเทอมของระดับการศึกษาต่างๆ เป็นต้น สำหรับเรื่องของการฝึกปฏิบัตินั้น ผมยืนยันว่าเราจำเป็นต้องฝึก แต่จะต้องมีวิธีการวิทยาลัยจะต้องเป็นผู้วางแผนในการจัดการเรียนการสอน อาจจะมีการนำทฤษฎีมาสอนผ่านระบบออนไลน์ก่อน หรือจัดให้มีการฝึกทักษะภาษาและเทคโนโลยี ทั้งนี้ห้องฝึกปฏิบัติการจะต้องเปิดปกติ โดยอาจจะแบ่งกลุ่มนักศึกษาให้เข้ามาฝึกปฏิบัติจำนวนน้อย และวิทยาลัยจะมีการสร้างสถานที่สมมุติให้เด็กได้ฝึกปฏิบัติงานด้วย&amp;rdquo;เลขาฯ กอศ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณรงค์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ สอศ.กำลังพัฒนาแอพพลิเคชั่นด้านภาษา ทั้งภาษาอังกฤษและจีน เพื่อที่จะเป็นเครื่องมือให้เด็กได้สามารถโหลดไปฝึกทักษะการใช้ภาษาได้ฟรีในข่วงที่วิทยาลัยยังไม่เปิดการเรียนการสอน อีกทั้งจะมีการอบรมเรื่องทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital literacy) ให้กับทั้งครูและนักศึกษาด้วย ซึ่งเราจะสร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาเทคโนโลยีพระเจ้าเกล้าพระนครเหนือ มีร่วมอบรมครูต้นแบบ และจากนั้น สอศ.ก็จะให้ครูเหล่านี้ไปผู้ถ่ายทอดและอบรมครูในรุ่นต่อไป เพื่อที่จะให้ครู สังกัด สอศ.ทุกได้ ได้มีความรู้และมีทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนำไปสู่การพัฒนาการศึกษาในอนาคต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63352</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, การรับนักเรียนอาชีวะ, ณรงค์ แผ้วพลสง, สอศ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191119/image_big_5dd3e0e31c498.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62414</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2020 17:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2020 17:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยกเครื่องบริหารงบฯ สอศ. เอาเนื้องานเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่ขอแต่สร้างตึก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7เม.ย.63-นายณรงค์ แผ้วพลสง เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการขับเคลื่อนงานอาชีวะศึกษาในปี 2563 ว่า ตนได้ประชุมร่วมกับผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ผู้บริหารวิทยาลัยอาชีวศึกษาทุกแห่ง รวมถึงการรับฟังความคิดเห็นเสียงสะท้อนจากผู้ปกครอง โดยการบริหารจัดการอาชีวศึกษาจะต้องมีการปรับปรุงเนื้องานอย่างหลากหลาย โดยเฉพาะการเพิ่มจำนวนผู้เรียนสายอาชีพและการสร้างคุณภาพเด็กอาชีวะให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้วางนโยบายการบริหารจัดการอาชีวศึกษาใหม่ โดยได้มอบเป็นแนวทางให้ผู้บริหารวิทยาลัยอาชีวศึกษาไปขับเคลื่อน คือ ต่อจากนี้ไปตนจะยกเลิกวิธีการบริหารงบประมาณของสอศ.แบบเดิม และขอให้วิทยาลัยอาชีวศึกษาทุกแห่งรับทราบกติกาให้ชัดเจนด้วยว่า จะเอาเนื้องานเป็นตัวตั้งในการของบประมาณของทุกวิทยาลัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมาแต่ละวิทยาลัยมักจะเสนอขอเงินงบประมาณในการสร้างอาคาร สร้างสนามฟุตบอล เป็นจำนวนหลักล้านบาท ซึ่งผมไม่ต้องการการเสนอของบประมาณในลักษณะนี้ ดังนั้นวิทยาลัยแต่ละแห่งจะต้องไปคิดโครงการที่จะขับเคลื่อนการบริหารจัดการอาชีวศึกษาที่มีประสิทธิภาพ เช่น โครงการวิชาชีพที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เรียน หรือการสร้างภาพลักษณ์อาชีวะศึกษา โดยจะทำโครงการใดก็ได้แต่ขอให้เพิ่มยอดผู้เรียนไปด้วย ผมถึงจะให้งบประมาณไปดำเนินการ เป็นต้น&amp;rdquo;เลขาฯ กอศ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62414</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณรงค์ แผ้วพลสง, ปรับปรุงบริหารงบประมาณ สอศ., สอศ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191010/image_big_5d9eecccc504e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61594</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2020 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2020 16:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สอศ. เตรียม&quot;จำแนกโรค&quot;วิทยาลัยอาชีวะเจอปัญหาเด็กลด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31มี.ค.63-นายณรงค์ แผ้วพลสง เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชน มีข้อเรียกร้องที่ต้องการให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ดูแลกลุ่มวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนขนาดเล็กที่ประสบปัญหาผู้เรียนลดลง ว่า ขณะนี้ตนกำลังเซ็ตระบบและวิเคราะห์ข้อมูลวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนและรัฐ ซึ่งปัญหาวิทยาลัยอาชีวศึกษาขนาดเล็กมีผู้เรียนลดน้อยลงนั้นไม่ใช่มีแค่วิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนที่ได้รับผลกระทบ แต่วิทยาลัยอาชีวศึกษาของรัฐก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ตนจะต้องมาคลี่ปัญหาเหล่านี้ใหม่ อีกทั้งตนยังต้องการทบทวน ว่า สาเหตุที่แท้จริงของปัญหาวิทยาลัยอาชีวะเอกชนคืออะไร เพราะการก่อตั้งวิทยาลัยขึ้นมาหนึ่งแห่งต้องมีค่าใช้จ่ายไม่ว่าจะเป็นค่าบุคลากร ค่าวัสดุการเรียนการสอน ซึ่งเจ้าของวิทยาลัยเอกชนบางแห่งที่ตั้งขึ้นก็มีเงินทุนสูง แต่บางแห่งก่อตั้งวิทยาลัยเพื่อธุรกิจ คือ การกู้เงินมาทำ ดังนั้นจะต้องวิเคราห์ดูว่าวิทยาลัยอาชีวะเอกชนขนาดเล็กที่ได้รับผลกระทบและอยู่ไม่ได้เกิดจากอะไร เช่น ไม่ได้คุณภาพจนไม่มีเด็กมาสมัครเรียนหรือไม่ หรือในเขตพื้นที่นั้นๆ มีวิทยาลัยของรัฐรับเด็กไปหมด เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้ในหลายพื้นที่มีวิทยาลัยมากกว่าเด็ก และอีกหลายพื้นที่เด็กก็มีจำนวนมากกว่าวิทยาลัย ดังนั้นในพื้นที่ที่มีเด็กมากกว่าวิทยาลัยแต่ไม่มีเด็กไปสมัครเรียนก็เท่ากับเป็นการสะท้อนเรื่องคุณภาพ ซึ่งเราต้องมานั่งแยกโรคและทบทวนกันด้วยเหตุผลตามข้อเท็จจริง ไม่ใช่ว่าใครอยากจะก่อตั้งวิทยาลัยขึ้นใหม่แต่เมื่อบริหารจัดการได้ไม่ดีไม่มีคุณภาพ กลับต้องการให้รัฐเข้ามาช่วยอุ้ม ซึ่งวิธีการแบบนี้ไม่ถูกต้องและผมไม่ต้องการกติกาลักษณะนี้แน่นอน &amp;rdquo;เลขาฯ กอศ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61594</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณรงค์ แผ้วพลสง, สอศ., อาชีวะเจอปัญหาเด็กลด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191119/image_big_5dd3e0e31c498.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59220</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2020 09:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2020 09:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อเปิดห้องเรียนอาชีวะม.ต้นในโรงเรียนสังกัดสพฐ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
9 มี.ค.63-เตรียมเปิดห้องเรียนอาชีวศึกษา ใน รร.สังกัด สพฐ. เจาะกลุ่มเด็กม.ต้น เรียนหลักสูตรด้านวิชาชีพ &amp;ldquo;ณรงค์&amp;rdquo; เชื่อ เด็กจะสนใจเรียนวิชาชีพมากขึ้น คิกออฟ ภาคเรียนที่ 1/2563 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณรงค์ แผ้วพลสง เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้นโยบายมอบให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ไปคิดการเพิ่มผู้เรียนสายอาชีพ ว่า จะสามารถดำเนินการในแนวทางใดได้บ้าง ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ ทั้ง สพฐ.และ สอศ.ได้ประชุมร่วมกันตามข้อสั่งการของ รมว.ศธ. มีข้อสรุปว่า จะมีการเปิดห้องเรียนอาชีวศึกษาขึ้นในโรงเรียนสังกัด สพฐ.ทั่วประเทศ โดยจะเป็นการจัดการเรียนการสอนสายอาชีพตั้งแต่ระดับชั้นมัยมศึกษาปีที่ 1-3 สำหรับหลักสูตรการเรียนการสอนนั้น จะเป็นหลักสูตรด้านวิชาชีพ เช่น หลักสูตรโรโบติกส์ เป็นต้น ซึ่งเด็กสามารถเลือกเรียนตามที่ตัวเองสนใจได้ และตนคิดว่าเด็กจะสนใจเรียนวิชาชีพมากขึ้น โดยขณะนี้ สอศ.อยู่ระหว่างการวางแผนดำเนินการปรับปรุงหลักสูตรให้เหมาะสมกับกลุ่มผู้เรียนอยู่

นายณรงค์ กล่าวต่อว่า สำหรับหลักสูตรการเรียนการสอน จะเป็นหลักสูตรที่ได้รับความนิยมและเป็นหลักสูตรที่เป็นความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อที่เด็กสำเร็จการศึกษาแล้วมีทักษะวิชาชีพก็อาจจะเป็นเจ้าของสถานประกอบการเอง หรือมีงานทำตามสาขาวิชาชีพเหล่านั้นที่ตัวเองเรียนมา หรือเด็กอาจจะอยากเรียนเพิ่มเติมต่อในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ได้ เนื่องจากได้เรียนพื้นฐานมาแล้ว ซึ่งจะเป็นวิธีการหนึ่งในการเพิ่มผู้เรียนสายอาชีพเช่นเดียวกัน ทั้งนี้การดำเนินโครงการเปิดห้องเรียนอาชีวศึกษาในโรงเรียน สพฐ.นี้ จะตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ เพราะประเทศไทยยังขาดแคลนช่างเทคนิคและช่างเทคโนโลยี อีกทั้งเด็กเรียนจบแล้วมีงานทำอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ห้องเรียนอาชีวะในสพฐ.จะเริ่มขับเคลื่อนได้ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 นี้ทันที
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59220</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., ณรงค์ แผ้วพลสง, สอศ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191010/image_big_5d9eecccc504e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58961</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2020 17:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2020 17:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สอศ. เตรียมผลิตหน้ากากอนามัย เพิ่มอีก 50,000-100,000 ชิ้น แจกฟรีประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
5มี.ค.63-นายณรงค์ แผ้วพลสง เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) กล่าวว่า ตามที่ขณะนี้ประเทศไทยเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา หรือ โควิด 19 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้รับมอบหมายจากนายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ให้ผลิตหน้ากากป้องกันโควิด-19 และฝุ่นละอองPM2.5 จำนวน 50,000 ชิ้น ซึ่งทาง สอศ.ได้ขอความร่วมมือไปยังวิทยาลัยทั่วประเทศที่มีศักยภาพและมีความพร้อมในการผลิตหน้ากากอนามัย รวมถึงเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ โดยวิทยาลัยทั่วประเทศกำลังดำเนินการอยู่ และขณะนี้ได้ขอความร่วมมือให้ผลิตเพิ่มอีก 50,000-100,000 ชิ้น เพื่อรองรับความต้องการของประชาชนในประเทศ อย่างไรก็ตาม รมว.ศธ.ได้มีการติดตามและมอบหมายให้ สอศ.ผลิตหน้ากากอนามัยต่อเนื่อง รวมถึงได้ขอความร่วมมือไปยังวิทยาลัยอาชีวะทั่วประเทศที่มีความพร้อม มีศักยภาพในการผลิตหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ดำเนินการผลิตแจกให้แก่ประชาชนต่างๆในพื้นที่ ท้องถิ่น เพื่อรองรับปัญหาการขาดแคลนหน้ากากอนามัยต่อไป ทั้งนี้ สำหรับการดำเนินการผลิตหน้ากากอนามัยที่ผ่านมานั้น ปัญหาที่ประสบ คือเรื่องของไส้กรองมาตรฐาน เนื่องจากหาซื้อได้ยากขึ้น ซึ่งขณะนี้ สอศ.และวิทยาลัยได้มีการประสานไปยังสถานประกอบการต่างๆ เพื่อดำเนินการจัดซื้อไส้กรองคุณภาพ เพียงพอต่อการผลิตเพิ่มอีก 50,000-100,000 ชิ้น อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สอศ.และวิทยาลัยต่างๆ มีความพร้อมอย่างมากในการให้ผลิตหน้ากากอนามัย โดยแต่ละวิทยาลัยได้มีการจัดสรรงบประมาณมาใช้ในการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งเป็นงบประมาณในส่วนที่สอศ.ได้จัดสรรให้วิทยาลัยแต่ละแห่งไปบริหารจัดการวิทยาลัยอยู่แล้ว ดังนั้น หากมีการสั่งผลิตเพิ่มเชื่อว่ามีงบประมาณเพียงพอในการดำเนินการ และหากได้รับงบประมาณจัดสรรเพิ่มจากรัฐบาลก็จะสามารถผลิตได้อีกจำนวนมาก&amp;quot;เลขาฯ กอศ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณรงค์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่มีความกังวลว่าอาจจะไม่มีนักศึกษาหรือบุคลากรมาร่วมผลิตหน้ากากอนามัย เนื่องจากเป็นช่วงปิดภาคเรียนนั้น สอศ.ได้ให้วิทยาลัยแต่ละแห่ง ดูแลนักศึกษา บุคลากรที่มาร่วมผลิตเป็นอย่างดี และไม่ได้มีการเกณฑ์นักศึกษาหรือบุคลากรให้มาทำ แต่การเข้าร่วมจะเป็นไปตามความสมัครใจของนักศึกษา และบุคลากร โดยนักศึกษาที่มาร่วมผลิตหน้ากากอนามัยจะได้รับค่าแรงชั่วโมงวันละ 25 บาท ซึ่งนักศึกษาทุกคนที่เข้าร่วม เชื่อว่าพวกเขาพร้อมและมีใจที่จะทำ เพราะถือเป็นโอกาสที่พวกเขาได้มีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อสังคม มีจิตอาสา และเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยประเทศป้องกันโรคโควิด-19 ร่วมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58961</URL_LINK>
                <HASHTAG>#หน้ากากอนามัย, ณรงค์ แผ้วพลสง, สอศ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200305/image_big_5e60cd2ba6987.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
