<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68560</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2020 09:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2020 09:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขยะเกลื่อนชายหาดบางแสน &#039;นายกณรงค์ศักดิ์&#039; บอกคนมาเที่ยวไม่ต้องตกใจ จนท.จะเร่งเก็บ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย.63 - จากกรณีที่นายณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข รับผิดชอบดูแลชายหาดบางแสน ได้มีการโพสต์ข้อความว่า &amp;nbsp;&amp;quot;พรุ่งนี้ใครมาบางแสน ไม่ต้องแปลกใจว่าจะเจอขยะนะครับ แต่ทางเจ้าหน้าที่พยายามเก็บให้ทัน 10.00 น. เพื่อให้หาดพร้อมรับนักท่องเที่ยวครับ ช่วงฤดูมรสุม ขยะถูกพัดมาจากทะเลจำนวนมหาศาล ครับ&amp;quot; เพื่อเป็นการบอกเตือนให้กับนักท่องเที่ยวที่มาชายหาดบางแสนต้องทำใจหากพบขยะจำนวนมาก บริเวณชายหาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า บริเวณชายหาดยังมีขยะหลงเหลือแต่ไม่มากเท่าใด เนื่องช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่และพนักงานของเทศบาลได้มีการนำรถมาเก็บขยะบริเวณชายหาด พร้อมทั้งให้พนักงานเดินเก็บ เพื่อให้ขยะมีปริมาณลดน้อยลง ส่วนน้ำทะเลไม่ใส่เท่าที่ควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามนายวิภาค บุศราคำ อายุ 56 ปี พ่อค้าห่วงยางกล่าวว่า ขยะส่วนใหญ่มาจากแม่น้ำบางปะกง หรือน้ำท่วมกรุงเทพฯ จะมีการปล่อยน้ำลงสู่ทะเล จะทำให้ขยะบริเวณชายหาดบางแสนมีจำนวนมากต้องเก็บกันทุกวัน ส่วนบริเวณชายหาดบางแสนไม่มีคนทิ้งแล้ว ขยะที่เกิดจากร้านค้า เตียงผ้าใบ จะรับผิดชอบเก็บมาทิ้งใส่ถังขยะจนหมด รวมทั้งนักท่องเที่ยวเริ่มปฏิบัติตามที่ทางเทศบาลขอร้องให้นำขยะไปทิ้งในถังขยะที่เตรียมไว้ ส่วนเรือเดินทะเลอาจจะมีการทิ้งขยะบ้างแต่ถือว่านิดหน่อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้นางสาวสมใจ รอบคอบ อายุ 20 ปี นายกรณิศ สะทิ อายุ 20 ปี มาเที่ยวชายหาดบางแสนได้มีจิตอาสาช่วยเก็บขวดพลาสติก เพื่อนำไปให้คนขายของเก่านำไปขายอีกทางหนึ่ง และยังเป็นการลดขยะบริเวณชายหาดบางแสนอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงนี้เป็นฤดูมรสุมจะทำให้น้ำทะเลพัดเข้าหาฝั่ง จะทำให้ขยะที่ประชาชนทิ้งตามแม่น้ำลำคลองไหลมาตามแม่น้ำต่างๆ ทั้งแม่น้ำบางปะกง แม่น้ำเจ้าพระยา หลังจากนั้นจะไหลลงสู่ทะเล ส่งผลให้น้ำทะเลพัดขยะเข้าสู่ชายหาดบางแสน ส่วนน้ำทะเลบางแสนจะใส่สะอาด จะเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนกุมภาพันธ์ หรือเป็นช่วงหน้าหนาว ลมบกจะพัดขยะเข้าสู่ทะเล ทำให้ขยะไปอยู่กลางทะเล จะส่งผลให้น้ำทะเลใสสะอาดตลอดช่วงหน้าหนาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68560</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยะ, ชายหาด, ณรงค์ชัย คุณปลื้ม, บางแสน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200613/image_big_5ee44009aa2e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67442</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2020 13:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2020 13:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เทศบาลเมืองแสนสุขปรับ&#039;หาดบางแสน&#039;รับเปิดหาด 1 มิ.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค.63-นายณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองแสนสุข ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า ขออนุญาตสรุปก่อนที่จะเริ่มเปิดหาดบางแสนพรุ่งนี้ครับ สิ่งที่ท่านจะเห็นความเปลี่ยนแปลงหลังจากเปิดหาดพรุ่งนี้ 1 มิ.ย. โดย 1.ทุกวันจันทร์ จะเป็นวันหยุดของชายหาดบางแสนตลอดแนวตั้งแต่หาดบางแสนล่าง(หาดวอนนภา) หาดทรายบางแสน และ แหลมแท่น ซึ่งจะห้ามให้มีการประกอบกิจการค้าขายสินค้าบนพื้นที่ทางสาธารณะบริเวณชายหาดทั้งหมดครับ คือ จะไม่มีการกางร่ม และ เก้าอี้ผ้าใบ รวมถึงแผงลอยอาหาร ไก่ย่าง ฯลฯ ใดๆ บนพื้นที่หาดทั้งหมด หากวันจันทร์ใดที่ตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์ ให้เลื่อนไปยังวันถัดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. วันที่ 5 มิ.ย. เป็นต้นไป ผู้ประกอบการชายหาดบางแสนจะกลับมาประกอบกิจการ จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มตากปกติ ยกเว้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผู้ประกอบการสามารถวางอุปกรณ์การขายและบริการค้างไว้ที่ชายหาดได้ (โดยต้องพับเก็บหลังปิดกิจการรายวันให้เรียบร้อย ห้ามกางเก้าอี้และร่มค้างไว้เด็ดขาด) โดยจะอนุญาตเฉพาะวันศุกร์ถึง วันอาทิตย์ เท่านั้น เว้นแต่กรณีเป็นวันหยุดต่อเนื่องให้ทำการขออนุญาตเป็นครั้งๆไป วันอื่นๆให้เก็บกลับบ้านทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. เทศบาลได้ลดพื้นที่ของล๊อคเก้าอี้ผ้าใบลง ให้เหลือ 15 เมตร และ ให้จัดวางเก้าอี้ผ้าใบแต่ละชุดห่างกันตามมาตรการ Social distancing และรวมถึงมีการคัดกรอง ผู้ที่จะเข้ามาใช้บริการเก้าอี้ผ้าใบ โดยมีการ วัดอุณหภูมิ การสวมใส่หน้ากาก การจัดเตรียม แอลกอฮอล์ 4. เทศบาลเมืองแสนสุขได้พื้นที่ชายหาดคืนมาประมาณ 1 กิโลเมตร โดยจะจัดสรรเป็นเขต ปลอดร่ม และ เก้าอี้ผ้าใบ เป็น 7 พื้นที่ ตลอดแนวชายหาด ตั้งแต่วงเวียนบางแสน และ บริเวณปากซอย บางแสนซอย 1 ถึง ซอย 5 และ บริเวณ ทางลงเรือบริเวณศาลเจ้าพ่อแสน (หน้าโรงแรม บางแสนเฮอริเทจ ) แต่ละพื้นที่จะมีความกว้างไม่เท่ากัน และรวมกันแล้ว 7 เขต รวมแล้วจะได้พื้นที่ว่างให้ประชาชนได้ใช้พื้นที่ประมาณ 1 กิโลเมตร ประชาชน นักท่องเที่ยว ที่ไม่ประสงค์นั่งเก้าอี้ผ้าใบ สามารถเลือกไปใช้พื้นที่หาดทราย ตามเขตปลอดร่มและเก้าอี้ผ้าใบได้ 7 เขต ตลอดแนวชายหาดบางแสน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. บริเวณล๊อคเก้าอี้ผ้าใบ บริเวณเขตบางแสนล่างและแหลมแท่น ซึ่งไม่มีหาดทราย เทศบาลจะจัดพื้นที่จอดรถให้ประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้ใช้บริการเก้าอี้ผ้าใบได้จอดรถ ล๊อคละ1 คัน และ ห้ามผู้ประกอบการใช้พื้นที่จอดรถนี้โดยเด็ดขาด ให้สำรองให้ประชาชน อื่นๆที่ไม่ได้ใช้บริการเก้าอี้ผ้าใบได้ใช้ จอดรถชั่วคราว
ส่วนด้านหน้าล๊อคเก้าอี้ผ้าใบสามารถให้ผู้ใช้บริการเก้าอี้ผ้าใบจอดรถได้หน้าล๊อคของตนเท่านั้น ห้ามให้ไปจอดในพื้นที่ ที่สำรองให้ประชาชนที่ไม่ได้ใช้บริการเก้าอี้ผ้าใบ 6.เทศบาลได้ปลูกต้นมะพร้าวทดแทนและเสริมในบริเวณชายหาดบางแสนตลอดแนวกว่า 200 ต้น เพื่อเพิ่ม ร่มเงาและ พื้นที่สีเขียวให้กับชายหาด 7. เทศบาลเมืองแสนสุขจะยกเลิกที่ตั้งวางถังขยะเดิมทั้งหมด โดยให้ผู้ประกอบการชายหาดรัยผิดชอบขยะของร้านตนเองทั้งหมด โดยเทศบาลจะจัดรถมารับขยะ เป็นระยะๆ เทศบาลจะจัดให้มี ถังยะสำหรับนักท่องเที่ยวในเขตปลอดร่ม ปลอดเก้าอี้ผ้าใบ และ บริเวณริมถนนเรียบชายหาดบางแสน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. เนื่องจากชายหาดบางแสนเป็นพื้นที่สาธารณะ ตามกฏหมายห้ามไม่ให้มีการ สูบบุหรี่ และ จำหน่าย และ บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้หลีกเลี่ยงครับ เพราะหาก จนท. ส่วนกลางมาตรวจพบ ท่านอาจถูกลงโทษ ทั้งผู้จำหน่ายและ ผู้บริโภค 9. เวลาการให้บริการประกอบกิจการของผู้ประกอบการที่ถือใบอนุญาตของเทศบาล บนชายหาดและพื้นที่สาธารณะชายหาดบางแสน ตั้งแต่ หาดบางแสนล่าง(หาดวอนนภา) ไปจนถึง สุดล๊อคเก้าอี้ผ้าใบแหลมแท่น วันธรรมดา อังคาร-พฤหัส ให้ประกอบกิจการได้ตั้งแต่เวลา 6.00 -18.00 น. ศุกร์-อาทิตย์ และ วันหยุดนักขัตฤกษ์ ให้ประกอบการได้ ตั้งแต่ 6.00 -20.00 น. ผู้ประกอบการสวนหย่อมแหลมแท่น และ แผงลอยอาหารริมถนนบางแสนสาย 1 ฝั่งตะวันออก (ฝั่งโรงแรม) ให้ประกอบกิจการได้ตั้งแต่ 16.00-22.00 น. วันจันทร์ต้องหยุดประกอบการทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10. นักท่องเที่ยวที่เข้ามาบางแสน ให้ปฏิบัติดังนี้ 10.1 สวมใส่หน้ากากอนามัย &amp;nbsp;10.2 รักษาระยะห่างระหว่างกันจาก กลุ่มอื่น 10.3 ใช้สเปรย์หรือ เจลแอลกอฮอล์ หรือ ล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้งก่อนและหลังการสัมผัสวัสดุต่างๆ โดนเฉพาะก่อนหลังการบริโภคอาหารและเครื่องดื่ม &amp;nbsp;10.4 ให้ทิ้งขยะในถังขยะที่จัดเตรียมไว้ และหากในบริเวณที่ไม่มีถังขยะให้นำขยะกลับไปทิ้งที่อื่นที่มีถังขยะ ห้ามทิ้งบนชายหาดและพื้นที่สาธารณะ &amp;nbsp;10.5 ให้นักท่องเที่ยวออกจากพื้นที่ชายหาดบางแสนไม่เกิน 22.00 น. 10.6 ห้ามประชาชน นักท่องเที่ยว ทำอาหารและปรุง, ประกอบอาหารทุกชนิดบริเวณชายหาดบางแสนตลอดแนวขายหาดบางแสน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11. เทศบาลเมืองแสนสุขจะจัดให้ผู้ประกอบการเก้าอี้ผ้าใบได้ทำการคัดกรอง โดย มีการวัดอุณหภูมิ การทำความสะอาดเก้าอี้ ก่อน-หลังมีการให้บริการเช่าเก้าอี้ผ้าใบ และ บริการ เจลหรือ สเปรย์แอลกอฮอล์ให้ผู้ใช้บริการ 12.ผู้ประกอบการประเภทอื่นๆ ให้ใช้มาตรการทางสาธารณสุขที่รัฐบาลประกาศ 13. หากจำนวนนักท่องเที่ยวหนาแน่นเกินไป เทศบาลและ สภ.แสนสุข ประเมินแล้วอาจเกิดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโรคได้ จะสงวนสิทธิ์ในการปิดถนน ห้ามเข้าพื้นที่ชายหาดบางแสนเป็นการชั่วคราว จนกว่าปริมาณนักท่องเที่ยวเบาบางลง จะเปิดให้เข้าได้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอความร่วมมือร่วมใจของประชาชนและผู้ประกอบการ ที่น่ารักทั้งหลาย ปฏิบัติตามกฏระเบียบอย่างเคร่งครัด เพื่อที่เราจะได้ท่องเที่ยวและประกอบกิจการได้อย่างสบายใจและราบรื่นครับ สิ่งที่บางแสนอาจจะยังไม่เปลี่ยนแปลงคือ ปริมาณขยะปริมาณมหาศาลที่ถูกพัดมาจากทะเล ที่เทศบาลต้องจัดเก็บ และอาจมีตกค้างมห้นักท่องเที่ยวเห็นอยู่บ้าง แต่จะพยายามเก็บให้เรียบร้อยมากที่สุดครับ ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม และอีกอย่างที่ยังคงอยู่ ก็คือ นายกฯคนนี้ ที่คงที่ คงทน ปากกล้า ขาแข็ง ไม่หวั่นแม้ เจออะไรๆมามาก เพื่อบางแสนของผม และ ของเราทุกคนครับ มาช่วยกันทำให้บางแสนเป็นเมืองท่องเที่ยวน่าอยู่กันนะครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67442</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณรงค์ชัย คุณปลื้ม, หาดบางแสน, เทศบาลเมืองแสนสุข, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200531/image_big_5ed353064ac9c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67306</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลดล็อกกิจการอื้อ! &#039;โรงหนัง-ร้านนวด&#039;เฮ/ดันวิษณุดูเลิกพรก.ฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศบค.คลายล็อกเฟส 3 เริ่ม 1 มิ.ย. ลดเคอร์ฟิวเหลือ 5 ทุ่มถึงตี 3 ผ่อนปรน 14 กิจการ/กิจกรรม โรงหนัง-ร้านนวด-ฟิตเนส-สนามพระ-เปิดห้างถึง 3 ทุ่ม&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; สั่งทุกกิจการที่ผ่อนคลายมาตรการต้องเข้มข้น ตั้ง &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; คุม คกก.รองรับหลังเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 1 ก.ค. สธ.ออกแบบห้องเรียนแบบใหม่ คู่ขนานกับเรียนออนไลน์ ปลดล็อกบางแสนให้เล่นน้ำทะเลได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม เวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 11.50 น. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทย มีผู้ป่วยรายใหม่ 11 ราย ทั้งหมดเดินทางกลับมาจากคูเวต และอยู่ในสถานกักตัวของรัฐ เป็นทั้งผู้ป่วยที่มีอาการและไม่มีอาการ ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 3,076 ราย หายป่วยสะสม 2,945 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมยังคงที่ 57 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม การไม่มีผู้ติดเชื้อภายในประเทศวันนี้ ถือเป็นสถานการณ์ที่เข้ากับมาตรการในประเทศไทยที่กำลังจะเข้าสู่การผ่อนคลายในระยะที่ 3 ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อใหม่ 115,572 ราย เป็นตัวเลขที่น่าตกใจ ทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 5,905,415 ราย เสียชีวิต 362,024 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ในที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ นายกฯ ได้ขอบคุณคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ร่วมมือในการควบคุมและป้องกันโรคจนผลลัพธ์ออกมาแบบนี้ ทำให้ได้รับคำชมจากต่างประเทศ ขณะที่เช้าวันเดียวกัน นายกฯ ได้เยี่ยมชมนวัตกรรมของศูนย์นวัตกรรมของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง อาทิ รถตู้โมบายล์ ระบบตรวจจับอุณหภูมิ ตู้เก็บเชื้อความดันลบ เครื่องช่วยหายใจแบบพกพา ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ และชื่นชมว่าเป็นการสร้างนวัตกรรม ลดต้นทุน เพราะผลิตและพัฒนาใช้เองได้ ต่อไปถ้าสามารถจำหน่ายได้จะเป็นสินค้าที่มีมูลค่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงการขยายเวลาประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) ว่ามีเหตุผลเพื่อให้การบริหารสถานการณ์ในภาพรวมของประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เอกภาพ และอยากให้ทุกฝ่ายเข้าใจถึงเจตนาของการขยายเวลาการประกาศใช้ ถ้าสถานการณ์ดีขึ้นก็จะนำไปสู่การผ่อนปรนระยะที่ 4 และจะนำไปสู่การยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไป แต่ต้องเตรียมความพร้อมเพื่อให้มีความต่อเนื่อง ราบรื่น ควบคุมสถานการณ์ได้ ต้องมีมาตรการรองรับ โดยใช้พระราชบัญญัติโรคติดต่อและกฎหมายอื่นๆ ที่จะมาแทน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เชื่อมต่อการทำงานในวันที่ไม่มี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในที่ประชุม ศบค.ได้พิจารณาประเด็นสำคัญที่ต้องดำเนินการเมื่อเข้าสู่การผ่อนปรนระยะที่ 3 ซึ่งใช้เวลาในการพิจารณานานพอสมควร โดยประเด็นสำคัญของกิจการ/กิจกรรม ที่ได้รับการผ่อนปรนในระยะที่ 3 ที่เป็นกิจการ/กิจกรรมที่มีความเสี่ยงปานกลางไปถึงสูง ต้องมีมาตรการคัดกรองพนักงานและผู้ใช้บริการที่มีอาการไข้ ไอ หอบเหนื่อย จาม หรือเป็นหวัด ต้องรายงานหน่วยงานรับผิดชอบกรณีพบผู้เข้าเกณฑ์สอบสวนโรคต้องดำเนินการตามแนวทางที่กำหนด และทุกกิจการ/กิจกรรม ต้องมีการลงทะเบียนเข้า-ออกสถานที่ เพิ่มมาตรการใช้แพลตฟอร์มไทยชนะ หรือใช้การบันทึกข้อมูลหากไม่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเป็นการติดตามและควบคุม อีกทั้งยังให้พิจารณานวัตกรรมการลงทะเบียนเข้า-ออกสถานที่ เช่น การจองคิวแบบออนไลน์ เพื่อให้บริการรูปแบบใหม่ในระยะยาว&amp;nbsp;ซึ่งต้องทำทุกกิจการ/กิจกรรมที่ได้รับการผ่อนคลายในรอบนี้ ต้องเข้มข้นกว่าเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุม ศบค.ยังได้หารือถึงการเปิดการเรียนการสอนตามที่มีการกำหนดไว้ในวันที่ 1 ก.ค. ขณะนี้ยังยึดกรอบเวลาดังกล่าวอยู่ แต่ให้พิจารณาเปิดการเรียนการสอนในบางโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล มีอัตราการระบาดของโรคไม่มาก หรือห้องเรียนที่มีจำนวนผู้เรียนไม่มาก รวมถึงมีการพูดคุยถึงโรงเรียนเอกชน ขณะที่โรงเรียนในเมืองอาจให้พิจารณาเหลื่อมเวลาเรียน 3 วันต่อสัปดาห์ แต่ยังไม่มีข้อสรุป ซึ่งที่พิจารณากันตรงนี้เป็นส่วนของเด็กโต ไม่ใช่เด็กเล็กที่ยังมีประเด็นว่าต้องอยู่กันอย่างใกล้ชิด ยังต้องมีเวลานอนด้วยกันอยู่ อาจเป็นความเสี่ยงได้ ส่วนเรื่องโรงเรียนนานาชาติที่มีการร้องเรียนว่าควรเปิดเรียนเร็วเพื่อให้ทันกระแสของโลกและมาตรฐานของต่างประเทศนั้น ยังไม่มีข้อสรุป ทั้งนี้ นายกฯ มอบให้ รมว.ศึกษาธิการไปศึกษาหาข้อสรุปของแต่ละเรื่องมานำเสนอ ศบค.ชุดใหญ่ต่อไป
คลายล็อก 14 กิจการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แถลงว่า ศบค.ได้พิจารณาข้อเสนอของคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 ในการผ่อนปรนในระยะที่ 3 โดยที่ประชุมได้ข้อสรุปในประเด็นแรกคือ การผ่อนผันการใช้อาคารโรงเรียน สถานศึกษา เพื่อใช้สอบคัดเลือกและอบรมระยะสั้น แต่ยังไม่ได้เปิดให้มีการเรียนการสอน ส่วนโรงเรียนนอกระบบเฉพาะเอกชน ให้เปิดเฉพาะวิชาชีพ ศิลปะ และการกีฬา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ที่ประชุมยังมีมติให้ผ่อนปรนกิจกรรมด้านเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิต ได้แก่ 1.ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ เปิดดำเนินการจนถึงเวลา 21.00 น. 2.ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม หรือสถานที่จัดนิทรรศการ จำกัดพื้นที่รวมไม่เกิน 20,000 ตารางเมตร และให้ปิดไม่เกินเวลา 21.00 น. 3.สนามพระเครื่อง ศูนย์พระเครื่อง สามารถเปิดบริการได้ แต่ต้องห้ามให้มีคนมาชุมนุมหนาแน่นและไร้ระเบียบ 4.ร้านเสริมสวย แต่งผม หรือตัดผม สำหรับบุรุษหรือสตรี ซึ่งการให้บริการที่จะทำได้เพิ่มนั้น คือ การทำสีผม รายละไม่เกิน 2 ชั่วโมง และห้ามมีผู้นั่งรอในร้าน 5.ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เด็กก่อนวัยเรียน เปิดเพื่อให้เจ้าหน้าที่ประกอบอาหารสำหรับเด็ก เพื่อแจกจ่ายเครื่องดื่มและอาหารกลางวันให้ผู้ปกครองนำกลับไปให้เด็ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งมีมติผ่อนปรนกิจกรรมด้านการออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพหรือสันทนาการ ได้แก่ 1.คลินิกเวชกรรมเสริมความงาม สถานเสริมความงาม สถานที่สัก หรือเจาะผิวหนัง หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย สามารถทำได้ทั้งตัว จากเดิมที่อนุญาตให้ทำตั้งแต่คอลงไป โดยในระยะที่ 3 จะเปิดให้ทำใบหน้าได้ แต่ยังมีความกังวลการสัมผัสใบหน้าที่อาจจะแพร่เชื้อได้ จึงแนะนำผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ สวมหน้ากากอนามัยระหว่างรับบริการ ขณะที่การสักคิ้วยังพอทำได้ แต่อย่าเพิ่งไปทำศัลยกรรมจมูก 2.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ สปา และสถานประกอบการนวดแผนไทย สามารถเปิดได้ นวดฝ่าเท้าได้​ แต่งดการอบตัว อบสมุนไพร อบไอน้ำแบบรวม นวดใบหน้า​ ส่วนกิจการอาบน้ำ กิจการอาบอบนวด​ ก็ยังไม่ผ่อนคลาย​ให้เปิดได้​
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.สถานที่ออกกำลังกาย ฟิตเนส ให้เปิดสถานที่ออกกำลังกายฟิตเนสทั้งในและนอกห้างสรรพสินค้า โดยผ่อนคลายให้สามารถทำกิจกรรมได้ทั้งหมด แต่มีข้อจำกัดระยะเวลาในการใช้บริการ และจำนวนผู้ใช้บริการ 4.สนามกีฬา เพื่อออกกำลังกายหรือฝึกซ้อม ได้แก่ ฟุตบอล ฟุตซอล บาสเกตบอล และวอลเลย์บอล โดยไม่มีการแข่งขัน และมีรวมกิจกรรมไม่เกิน 10 คนไม่นับผู้เล่น รวมถึงมวยอนุญาตให้เปิดค่ายฝึกซ้อมกับอุปกรณ์โดยไม่มีคู่ซ้อม 5.สถานที่เล่นโบว์ลิง สเกต หรือโรลเลอร์เบลด หรือการละเล่นอื่นๆ ในทำนองเดียวกัน เปิดเฉพาะการออกกำลังกายหรือการฝึกซ้อม 6.สถาบันลีลาศหรือสอนลีลาศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7.สระน้ำ เพื่อการเล่นกีฬาหรือกิจกรรมทางน้ำในบึง เช่น เจ็ตสกี ไคท์เซิร์ฟ บานาน่าโบ๊ต ซึ่งต้องไม่เป็นการแข่งขัน และต้องจำกัดจำนวนผู้เล่นและมีมาตรการการทำความสะอาด ซึ่งยังไม่รวมถึงกิจกรรมตามชายทะเล 8.โรงภาพยนตร์ โรงละคร โรงมหรสพ ซึ่งการฉายภาพยนต์แต่ละเรื่องต้องมีผู้เข้าร่วมไม่เกิน 200 คน ส่วนโรงมหรสพแบบเฉพาะลิเก ลำตัด การแสดงพื้นบ้าน งดแสดงดนตรี คอนเสิร์ต และ 9.สวนสัตว์ หรือสถานที่จัดแสดงสัตว์ จำกัดผู้ร่วมกิจกรรมที่เป็นการรวมกลุ่ม อย่างไรก็ตาม เราทราบดีว่ากิจกรรมเหล่านี้มีความเสี่ยงแพร่เชื้อค่อนข้างสูง มาตรการที่ต้องทำควบคู่ไปก็คือ ต้องสวมหน้ากากอนามัย การวัดไข้ เว้นระยะห่าง จำกัดจำนวนคน เป็นต้น
ลดเคอร์ฟิว 5 ทุ่มถึงตี 3
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนมาตรการบังคับด้านกฎหมาย ยังควบคุมการเดินทางเข้าราชอาณาจักรทั้งทางบก เรือ และอากาศ ทุกช่องทางยังเข้มข้นเหมือนเดิม แต่คนที่เดินทางเข้ามาอาจมีเชื้อ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวล ขณะที่มาตรการห้ามออกนอกเคหสถานนั้น จะมีการผ่อนคลายตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.เป็นต้นไป โดยปรับลดเวลาเป็น 23.00-03.00 น. เพื่อผ่อนปรนให้ 1 ชั่วโมง เป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงกิจกรรมบางอย่างให้ผู้คนกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ&amp;nbsp;สำหรับการเดินทางห้ามจังหวัดนั้น อนุญาตให้เดินทางข้ามได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.เป็นต้นไป แต่ไม่ถือว่าเสรีมาก เพราะเห็นว่าบ้านยังเป็นที่ปลอดภัยที่สุด แต่การเดินทางมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตและกระตุ้นเศรษฐกิจ ดังนั้นจึงต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของทางราชการ เจ้าหน้าที่สามารถสอบถามถึงเหตุผล ความจำเป็นในการเดินทางและระยะเวลาที่จะใช้ ทั้งนี้ กรณีที่ประชาชนเริ่มมีการจองที่พักตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ถือว่ามีความเหมาะสมแค่ไหนในช่วงเวลานี้นั้น ก็ต้องไปดูว่าไปเที่ยวที่ไหน ถ้าไปชายทะเลยังไม่เปิด แต่ถ้าเป็นสถานที่ทางวัฒนธรรมเปิดให้บริการแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เหตุผลที่ยังไม่ยกเลิกเคอร์ฟิว เพราะมีเรื่องสำคัญตอนนี้เรายังห้ามดื่มสุราในร้านอาหาร แต่ให้ซื้อกลับไปกินที่บ้าน เนื่องจากมีคนบางกลุ่มใช้ช่วงเวลานี้มั่วสุมทำไม่ถูกกฎหมาย ซึ่งเป็นสาเหตุของการแพร่ระบาดของโรค จึงต้องมีเคอร์ฟิวกำกับ อาจจะไม่สะดวก แต่จำเป็นในช่วงเวลานี้ ถ้าสังเกตจะเห็นว่าเราพยายามลดลงไปเรื่อยๆ&amp;quot; เลขาธิการ สมช.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.สมศักดิ์เปิดเผยด้วยว่า หลังประชุม ศบค. ได้เสนอนายกฯ ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาศึกษาเพื่อรองรับกรณีหากยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน หลังมีการขยายการบังคับใช้ถึงวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิ.ย. โดยนายกฯ เห็นชอบหลักการด้วย ซึ่งจะมีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน คณะกรรมการชุดนี้จะมีหน้าที่พิจารณาว่า ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ก.ค. หากไม่มีพ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว และสมมติจะมีการเปิดประเทศ จะใช้กฎหมายฉบับใดมาใช้แทน เพราะต้องมีมาตรการดูแลป้องกันดูแลที่เหมาะสม&amp;nbsp;ทั้งนี้ สำหรับรายชื่อคณะกรรมการนายวิษณุ จะนำเสนอนายกฯ เพื่อแต่งตั้งต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้รายงานต่อที่ประชุม ศบค. ถึงพฤติกรรมการป้องกันตัวเองของประชาชน โดยพบว่าลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ยกเว้นการใส่หน้ากากที่ประชาชนยังให้ความสำคัญ ประชาชนเดินทางข้ามจังหวัดมากขึ้น โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่ามีประชาชนเดินทางออกนอกจังหวัดถึง 26% และมีกิจกรรมในการพบปะรวมกลุ่มกันมากขึ้น ในสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่า มีคนไทย 11% ไปร่วมกิจกรรมทางสังคม ทั้งนี้ ว่าคนส่วนใหญ่จะยังคงเดินทางไปแค่สถานที่ซึ่งมีความสำคัญต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ได้แก่ ตลาดสด ซูเปอร์มาร์เก็ต ที่ทำงาน สถานพยาบาล ร้านอาหาร และร้านตัดผม และจากการสำรวจพบว่า การจัดมาตรการป้องกันของแต่ละสถานที่ยังทำได้ไม่ดี ควบคุมได้เพียง 57% โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานที่นันทนาการ และศาสนสถาน ทำได้น้อยกว่า 50% ส่วนความก้าวหน้าในการพัฒนาวัคซีน ขณะนี้ไทยกำลังทดลองในสัตว์ คาดว่าผลของการการทดสอบ 10 แบบ ใน 5 ประเทศ จะใช้เวลา 6-12 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้รายงานการปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงว่าภาพรวมการตรวจ และการดำเนินการของชุดตรวจ พบว่าจับกุมผู้กระทำความผิด ฝ่าฝืนได้น้อยลง ประชาชน ร้านค้า ให้ความร่วมมืออย่างดี มีกิจกรรมมั่วสุมลดลง
90% ร่วมมือป้องโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเฉลิม พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้รายงานการปฏิบัติการของศูนย์ปฏิบัติการด้านมาตรการป้องกันและช่วยเหลือประชาชนว่า ได้ดูแลผู้ถูกกักตัวใน&amp;nbsp;State Quarantine&amp;nbsp;ที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สามารถรองรับผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศได้เพิ่มขึ้น และรายงานถึงกิจกรรมที่ยังไม่อนุญาตให้เปิดดำเนินการจำนวน 47,164 แห่ง อนุญาตให้เปิดกิจการ/ กิจกรรมได้ 291,394 แห่ง ทั้งนี้ จากการประเมินผลการดำเนินการตามมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 2 ประชาชนให้ความร่วมมือตามมาตรการป้องกันโรคเกิน 90%
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รายงานภาพรวมการใช้งาน&amp;nbsp;Platform &amp;ldquo;ไทยชนะ&amp;rdquo; ว่ามียอดสะสมร้านค้าใช้งาน 125,408 ร้าน จำนวนผู้ใช้งาน 15,592,611 คน ตั้งแต่ 17-28 พ.ค. ส่วนผลการประเมินกิจการ/กิจกรรม ตามมาตรการ ผลคะแนนเกิน 90% ในทุกประเภทธุรกิจ เช่น การถ่ายทำรายการโทรทัศน์ ธนาคาร คลินิกเสริมความงาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ&amp;nbsp;รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับให้ทุกหน่วยในสังกัดบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุข ฝ่ายปกครอง ทหาร และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงการผ่อนปรนกิจการและกิจกรรมในเฟส 3 กรณีโรงภาพยนตร์ว่า ขณะนี้ได้มีการซักซ้อมความพร้อมของการเปิดชมภาพยนตร์แล้ว นอกจากเรื่องการทำความสะอาดหลังสิ้นเสร็จแต่ละรอบการชมภาพยนตร์แล้ว ยังมีข้อกำหนดเรื่องของการนั่งชมภาพยนตร์ด้วย โดยให้นั่งชมติดกันได้มากสุดแค่ 2 คน จากนั้นเว้นระยะห่าง 3 ที่นั่ง เพื่อให้ได้ระยะห่างที่เหมาะสม 1-2 เมตร และแต่ละแถวที่นั่งในโรงภาพยนตร์ยังต้องนั่งเยื้องสลับกันเพื่อให้เกิดความห่าง ไม่ใกล้ชิด สิ่งสำคัญในระหว่างการชมภาพยนตร์ที่ต้องขอความร่วมมือเด็ดขาด คือการห้ามรับประทานน้ำดื่มและป๊อปคอร์นโดยเด็ดขาด เนื่องจากต้องถอดหน้ากากอนามัยและอาจสัมผัสใบหน้า ละอองฝอยน้ำลายอาจกระเด็นออกมาได้ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.พรรณพิมลยังกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนในวันที่ 1 ก.ค. ว่าบทเรียนการเปิดภาคเรียนในต่างประเทศช่วงโควิด-19&amp;nbsp;ในสวิตเซอร์แลนด์ ที่รัฐบาลเป็นผู้ประกาศล่วงหน้าให้มีการเปิดโรงเรียนและแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่มเล็กทำความสะอาดมือบ่อยๆ การรักษาระยะห่าง สุขอนามัยของระบบในโรงเรียน สลับช่วงเวลาพักของนักเรียน ในส่วนของญี่ปุ่นเน้นเปิดโรงเรียนในชั้นเรียน ที่มีความจำเป็นในการสอบเพื่อขึ้นชั้นเรียน โดยมีการจดการเรียนแบบกลุ่มเล็กๆ ใช้หลายห้องคัดกรองก่อนเข้าโรงเรียนช่วงหน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงกีฬาแบบกลุ่ม&amp;nbsp;ส่วนฝรั่งเศสกับเกาหลีใต้ เป็น 2 ประเทศที่ไทยต้องระมัดระวังอย่างมาก โดยฝรั่งเศสพบว่าเมื่อเปิดเรียนแล้วมีนักเรียนติดเชื้อ 70 รายในเนิร์สเซอรีกับประถม&amp;nbsp;หลังจากอนุญาตให้มีการเปิดเรียน
ทดลองเรียนแบบใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับขณะนี้มีคู่มือการปฏิบัติสำหรับสถานศึกษาในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งได้จัดทำร่วมกันระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการ&amp;nbsp;โดยได้มีการเข้าไปทดลองในโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งว่า การคัดกรองนักเรียนตอนเช้าเป็นอย่างไร อีกทั้งพบว่าความร่วมมือของเด็กในการสวมหน้ากากอนามัยค่อนข้างดี ซึ่งครูเป็นส่วนสำคัญในการช่วยสนับสนุนที่จะทำให้การจัดการเกิดขึ้นได้ ส่วนการล้างมือจะให้เด็กมีการล้างมือทุกครั้งเวลาเปลี่ยนชั้นเรียน หรือทำกิจกรรมต่างๆ ส่วนการเว้นระยะห่าง โรงเรียนจะมี 3 พื้นที่หลักคือ ห้องเรียน โดยมีการเว้นระยะห่างของโต๊ะนักเรียนส่งผลให้มีเด็กที่เรียนในห้องจาก 40 คนเหลือ 20 กว่าคน ซึ่งเด็กครึ่งหนึ่งจะไม่สามารถใช้ห้องเรียนได้ในเวลาเดียวกัน จึงต้องมีการออกแบบว่าจะเชื่อมโยงการเรียนการสอนกับเด็กอย่างไร โดยทางเลือกมีหลายรูปแบบ ทั้งการทำพื้นที่ชั่วคราวในโรงเรียนเพื่อให้เกิดการเรียนแบบคู่ขนานกัน หรือเรียนออนไลน์แล้วผลัดกันมาเรียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนมาตรการในการรับ-ส่งนักเรียน แม้ว่าผู้ปกครองจะมีการตกลงกันเองในเรื่องของการจัดการรถรับ-ส่งนักเรียน แต่จะต้องมีการลงทะเบียนแจ้งให้โรงเรียนทราบ และมีการซักซ้อม รวมถึงจัดการทำความสะอาดภายในรถทุกวันก่อนออกมารับนักเรียนแต่ละคน และในรถรับ-ส่งจะต้องมีผู้ดูแลนักเรียนนอกจากพนักงานขับรถ รวมถึงจัดเว้นระยะห่างของนักเรียน สวมใส่หน้ากาก และงดการเล่น แตะ หรือสัมผัสกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการใส่หน้ากากอนามัยของนักเรียน อธิบดีกรมอนามัยกล่าวว่า เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ขวบไม่แนะนำให้ใส่หน้ากากอนามัย แต่เด็กที่ไปโรงเรียนส่วนใหญ่จะอายุเกิน 2 ขวบครึ่งขึ้นไป&amp;nbsp;ซึ่งจะมีหน้ากากที่มีขนาดของเด็กที่ใส่แล้วพอดีกระชับ โดยจากการคุยกับเด็กเล็กเขาก็มีความเข้าใจ และบอกว่าแม้อึดอัดก็ต้องใส่ ถ้าผู้ปกครองสนับสนุนเด็กจะใส่หน้ากากอนามัยได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล&amp;nbsp;ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การระบาดของโรคในโรงเรียนแม้ว่าพบนักเรียนที่ติดเชื้อแค่ 1 ราย ก็ต้องให้ความสำคัญ จะต้องมีการสอบสวนโรคว่าเด็กติดเชื้อกันเองในโรงเรียนหรือนำเชื้อมาจากที่บ้าน เพื่อสามารถจัดการการแพร่ระบาดได้อย่างท่วงที ส่วนจะต้องมีการปิดโรงเรียนหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับแต่ละราย ถ้าเด็กไม่ได้มีการรวมกลุ่มกันทำกิจกรรมกับนักเรียนห้องอื่นๆ ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะปิดโรงเรียน แต่อาจจะปิดแค่ห้องเรียนที่พบเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ มีกลุ่มผู้ประกอบการรถทัวร์ท่องเที่ยวทั่วไทย และเจ้าของรถทัวร์ท่องเที่ยวทั่วไทย หรือรถบัสรับจ้างไม่ประจำทาง ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ผ่านนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ช่วยเหลือหลังจากได้รับความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยให้คณะรัฐมนตรีเยียวยาและลดหย่อนผ่อนผันในบางกรณี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เปิดเผยภายหลังนำเสนอผลงานนวัตกรรมทั้ง 7 ชิ้นให้แก่นายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย รถตู้โมบายล์ ระบบตรวจจับอุณหภูมิด้วยกล้องถ่ายภาพความร้อน เครื่องช่วยหายใจ เครื่องผลิตโอโซนสำหรับฆ่าเชื้อเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ ตู้ตรวจเชื้อแบบความดันบวก ตู้ตรวจเชื้อแบบความดันลบ และหุ่นยนต์ลำเลียงอาหารและเวชภัณฑ์ ว่ามีแนวคิดที่จะจัดตั้งศูนย์วิจัย และพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ เพื่อเตรียมพร้อมในการรับมือวิกฤติโรคระบาดที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ชลบุรี นายณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข ได้รับการอนุมัติจากนายภัครธรณ์&amp;nbsp;เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ในฐานะประธานกรรมการควบคุมโรคติดต่อ จ.ชลบุรี เห็นชอบให้เปิดชายหาดทะเลบางแสน จึงมีปรับภูมิทัศน์ และเร่งจัดระเบียบเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินลงไปเล่นน้ำทะเลได้ แต่ยังไม่อนุญาตให้พ่อค้าแม่ค้าไปขายอาหารได้ ซึ่งต้องมีการจัดล็อกเตียงผ้าใบให้เข้าระบบแบบใหม่&amp;nbsp;New normal&amp;nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณรงค์ชัยเปิดเผยว่า ชายหาดบางแสนคาดว่าจะเปิดได้ในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ เฉพาะนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาเล่นน้ำได้ แต่ยังไม่เปิดให้ขายอาหาร ส่วนวันที่ 2 และ 4 มิ.ย. จะให้ผู้ประกอบการทดสอบนำล็อกเตียงมาตั้งแบบใหม่ จากนั้นในวันที่ 5 มิ.ย. จะเปิดให้ขายอาหารได้ และเที่ยวเต็มระบบแบบใหม่ อย่างไรก็ตามหาดบางแสนจะหยุดขายอาหารทุกวันจันทร์ แต่นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวได้ แต่ถ้าตรงกับวันหยุดชดเชยหรือวันหยุดนักขัตฤกษ์จะเลื่อนวันหยุดเป็นวันอังคารแทน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67306</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณรงค์ชัย คุณปลื้ม, นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา, สุภรณ์ อัตถาวงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย, เฉลิม พรหมเลิศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200529/image_big_5ed1057965e3c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60565</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซื้อหน้ากากบริจาค เป็นเหยื่อแก๊งตุ๋น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แก๊งต้มตุ๋นเริงร่า ฉวยโอกาสหากินบนความทุกข์ของประชาชน หลอกขายชุดป้องกันไวรัสโควิด-19 แคดดี้สาวใจบุญสั่งซื้อทางออนไลห์หวังจะนำไปบริจาคให้ รพ.ชะอำ สูญ 3,350 บาท โร่เข้าแจ้งความตำรวจ อีกรายซื้อหน้ากากร่วม 4 พันได้แต่ลม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 22 มีนาคมนี้ น.ส.จุรีพร พฤกษ์วิบูลย์ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1061/11 ถนนชลประทาน อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี อาชีพแคดดี้สนามกอล์ฟ เลควิว รีสอร์ท แอนด์ กอล์ฟ คลับ ได้นำเอกสารหลักฐานเข้าแจ้งความต่อ ร.ต.ท.หญิงพัชราภรณ์ บุญเพ็ง ร้อยเวรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรชะอำ ว่าได้ถูก น.ส.พิมพร ศรีเชื้อ อายุ 26 ปี ชาวตำบลดอนนางหงส์ จังหวัดนครพนม หลอกขายชุดป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ผ่านเฟซบุ๊ก ชื่อกลุ่ม ซื้อ-ขาย ชุดป้องกันสารเคมี และหน้ากากอนามัยทุกชนิด ในราคาในราคาตัวละ 320 บาท บวกค่าจัดส่งอีก 150 บาท รวม 3,350 บาท โดยโอนเงินผ่านเลขบัญชี 774-0-21187-0 ธนาคารกรุงไทย สาขาเทสโก้ โลตัส ธาตุพนม จ.นครพนม ของ น.ส.พิมพร โดยอาศัยเหตุการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 มาหลอกให้เหยื่อหลงเชื่อ เมื่อโอนเงินซื้อสินค้าไปแล้วก็เชิดเงินหนีไม่สามารถติดต่อได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.จุรีพรเล่าว่า ตนได้ทักเข้าไปในเพจเฟซบุ๊ก ชื่อกลุ่ม ซื้อ-ขายชุดป้องกันสารเคมี และหน้ากากอนามัยทุกชนิด ติดต่อหาซื้อชุดป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 10 ชุด เพื่อนำไปบริจาคให้แก่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลชะอำ เนื่องจากปัจจุบันนี้ชุดป้องกันและหน้ากากอนามัยของทางโรงพยาบาลขาดแคลนอย่างหนัก จากนั้นได้มี น.ส.พิมพรทักเฟซบุ๊กส่วนตัวมาหาตน แจ้งว่ามีสินค้าชุดป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ในราคาตัวละ 350 บาท แต่จะลดราคาให้เหลือตัวละ 320 บาท ตนจึงสั่งชุดป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 10 ตัว เพื่อจะนำไปบริจาค โดยโอนเงินผ่านบัญชีชื่อ น.ส.พิมพร ศรีเชื้อ อีกฝ่ายนัดหมายจะจัดส่งชุดให้ในวันศุกร์และเสาร์ที่ 21 มี.ค.63 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งถึงกำหนดนัด ปรากฏว่าของยังไม่มา น.ส.จุรีพรจึงได้ติดต่อไปทางเฟซบุ๊ก ขอดูสลิปจัดส่งของเพื่อให้แน่ใจว่าได้ส่งของมาให้แล้ว แต่ น.ส.พิมพรไม่ส่งสลิปให้ดู อ้างต่างๆ นานาว่ามีสาเหตุติดขัด จากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อผู้ก่อเหตุได้อีกเลย น.ส.จุรีพรคิดว่าโดนหลอกแน่ จึงเดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.ชะอำ เพื่อให้เอาผิดกับหญิงรายนี้ไม่ให้ไปก่อนเหตุที่ไหนอีก พร้อมฝากบอกถึงผู้ก่อเหตุว่าสถานการณ์ปัจจุบันนี้อย่าฉวยโอกาสซ้ำเติม เป็นคนไทยต้องช่วยเหลือกัน ซึ่งปัจจุบันทางโรงพยาบาลชะอำ เจ้าหน้าที่ที่ช่วยเหลือผู้ป่วย ยังขาดแคลนอุปกรณ์หน้ากากอนามัย ชุดป้องกันเชื้อโรคโควิด-19 จำนวนมาก สมควรที่ทุกคนจะได้ช่วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานเจ้าหน้าที่ธนาคารทำการอายัดบัญชีดังกล่าว และออกหมายเรียก น.ส.พิมพร ศรีเชื้อ มาสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ่างทอง ที่ สภ.เมืองอ่างทอง ร.ต.ท.สุขสันต์ ปัสสาวะกัง รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง ได้รับแจ้งจาก น.ส.คชาภรณ์ นิยมจิตร์ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 98/32 ถนนลำท่าแดง ต.ศาลาแดง อ.เมือง จ.อ่างทอง ว่าถูกมิจฉาชีพหลอกให้ซื้อหน้ากากอนามัยพร้อมเจล สูญเงินไปเป็นจำนวน 3,800 บาท โดยตนได้สั่งซื้อสินค้าประเภทหน้ากากอนามัยและแอลกอฮอล์เจล โอนเงินไปให้เมื่อวันที่ 20 มี.ค.63 เวลาประมาณ 12.03 น. ผ่านธนาคารออมสิน เลขที่บัญชี 020291654760 ชื่อบัญชี น.ส.วิภารัตน์ อินประสิทธิ์ หลังจากได้โอนเงินไปแล้ว ไม่สามารถติดต่อผู้ขายได้อีกเลย คิดว่าถูกหลอกเสียเงิน จึงได้เดินทางมาแจ้งความเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามผู้ก่อเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.คชาภรณ์ ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนได้สั่งซื้อหน้ากากอนามัยในราคากล่องละ 250 บาท จำนวน 9 กล่อง และแอลกอฮอล์เจล ขวดละ 150 บาท จำนวน 10 ขวด ผ่านทางเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า แพร วา มีการโพสต์ขายในกลุ่มของจังหวัดอ่างทองในหลายๆ กลุ่ม ซึ่งจำหน่ายในราคาถูกกว่าท้องตลาดปัจจุบัน แต่หลังจากโอนเงินและมีการติดต่อเพื่อขอดูรายละเอียดในการส่งสินค้าก็ถูกบ่ายเบี่ยง จากนั้นก็ถูกบล็อก ไม่สามารถติดต่อได้ นอกจากตนแล้วยังมีผู้เสียหายอีกหลายรายใน จ.อ่างทอง ที่ถูกหลอกเช่นกัน และล่าสุดก็ยังคงมีการโพสต์ขายอยู่ตลอดเวลา มีการเปลี่ยนชื่อเฟซ แต่ใช้โปรไฟล์เดียวกัน เป็นรูปหญิงสาวหน้าตาดี จึงอยากฝากเตือนเป็นอุทาหรณ์ให้คนอื่นอย่าหลงเชื่อ อย่าเห็นแก่สินค้าราคาถูก มิเช่นนั้นจะถูกหลอกแบบตน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำหนังสือขอตรวจสอบเส้นทางการเงินบัญชีที่ผู้เสียหายได้โอนเงินค่าสินค้าไปให้ เพื่อทำการสืบสวนหาต้นตอ นำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชลบุรี เพจเฟซบุ๊ก Varity Skuna ได้เผยแพร่ภาพพร้อมข้อความระบุว่า &amp;quot;ประกาศปิดผับ ปิดห้าง วัยรุ่นก็มารวมตัวกันที่นี่อยู่ดีฮะ /ณ หาดวอน เอาไงดีครับท่านผู้มีอำนาจ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยภาพดังกล่าวเป็นภาพของวัยรุ่นจำนวนมากที่ได้มานั่งพบปะสังสรรค์กันบริเวณหาดวอน อ.บางแสน จ.ชลบุรี และไม่ได้สวมใส่แมสก์กันโควิด-19 แต่อย่างใด ซึ่งหลังจากที่ได้มีการโพสต์ข้อความดังกล่าวออกไป ได้มีชาวโลกออนไลน์เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก พร้อมกับต่อว่ากลุ่มคนดังกล่าวว่าไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคม เป็นประชากรกลุ่มด้อยคุณภาพซึ่งจะนำพาให้คนอื่นตายไปด้วย พร้อมกับขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการอย่างเข้มงวด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองแสนสุข ได้ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กว่า ตนไม่มีอำนาจที่จะดำเนินการกับกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว แต่ได้โทรศัพท์หาผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางจังหวัดได้เรียกประชุมทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้เฉพาะบางแสน แต่ทั่วทั้งจังหวัดชลบุรีที่มีที่สาธารณะ มีคนชุมนุมกัน และเทศบาลจะทำประกาศพร้อมป้ายแจ้งห้าม และขอความร่วมมือในการยกเลิกการชุมนุมบริเวณชายหาดสาธารณะตลอดแนว และแจ้งผู้ประกอบการให้เลิกประกอบกิจการตามกำหนดเวลาอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งมาตรการป้องกันควบคุมโรคในการทำความสะอาดสถานที่และภาชนะใส่อาหาร และให้รถสายตรวจออกตรวจตลอดเวลา และหากจำเป็นอาจประสานตำรวจเพื่อดำเนินการปิดถนนบางช่วงบางตอนต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60565</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรีพร พฤกษ์วิบูลย์, ณรงค์ชัย คุณปลื้ม, พิมพร ศรีเชื้อ, ร.ต.ท.สุขสันต์ ปัสสาวะกัง, ร.ต.ท.หญิงพัชราภรณ์ บุญเพ็ง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200322/image_big_5e776945191cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
