<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51511</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2019 16:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2019 16:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “กษิต” กระชวกกมธ.สภาเละเทะ ชี้ถูกใช้เป็นที่ซับน้ำตาคนอกหักจากรัฐมนตรี  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 1 ธ.ค. ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย &amp;nbsp;สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (สป.ยธ.) จัดเสวนาเรื่อง &amp;ldquo;คณะกรรมาธิการรัฐสภา ประชาชนหวังพึ่งพาได้แค่ไหน&amp;rdquo; โดยมีผู้ร่วมงานประกอบด้วย นายกษิต ภิรมย์ &amp;nbsp;อดีตรมว.การต่างประเทศ &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะ กรธ.การกฎหมาย การยุติธรรม และ สิทธิมนุษยชน สภาฯ &amp;nbsp;น.ส.กัลยา รุ่งวิจิตรชัย &amp;nbsp;ส.ส.สระบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) &amp;nbsp;ในฐานะประธานกมธ.การสื่อสารมวลชน โทรคมนาคม ดิจิตอล และ เศรษฐกิจ สภาฯ &amp;nbsp;พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการสป.ยธ. &amp;nbsp;นายสุรพงษ์ กองจันทึก ประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรม &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า ตั้งแต่โตขึ้นมาสนใจการเมือง และไม่เคยเห็นว่ากมธ.มีบทบาทเท่ากับปัจจุบัน จึงเกิดคำถามว่าทำไมจู่ๆทำไมคนจึงมาสนใจ ทั้งนี้ ตนเห็นว่าสถานการณ์สภามีเสียงปริ่มน้ำ จึงทำให้บทบาทฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านมีความสนใจเท่าๆกัน &amp;nbsp;ดังนั้นคนที่สนใจฝ่ายค้านก็สนใจ ก็จะติดตามภารกิจ และทำอะไรแปลกใหม่ๆเพิ่มขึ้น อย่างเช่นกมธ.การกฎหมายฯ จากเดิมเคยแต่ทำแต่เรื่องร้องเรียน &amp;nbsp;แต่ปัจจุบัน กมธ.สามารถใช้สื่อออนไลน์ ผ่านการไลฟ์สด โดยรายงานประเด็นที่น่าสนใจเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กมธ.ไม่มีอำนาจยุ่งเกี่ยวกับคดีความ แต่เราสามารถเรียกฝ่ายต่างๆเข้ามาชี้แจงเพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินคดี หรือบางครั้งกมธ.ยังเป็นพื้นที่ให้คู่กรณี 2 ฝ่ายมาประนีประนอมให้เกิดความเข้าใจตรงกันและเรื่องยุติและจบลงในชั้นกมธ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดิฉันเชื่อว่า 10 ปีที่ผ่านมาเพราะการเมืองเกิดความขัดแย้งสุดขั้วประชาชนหมดศรัทธาในระบบประชาธิปไตย และระบบรัฐสภา ดังนั้น กมธ. 35 คณะหากพร้อมใจทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนไปเรื่อยๆ โดยไม่มีเรื่องทุจริต รวมทั้งสะท้อนให้เห็นว่าคนที่มาอยู่ในกมธ.เดียวกัน ที่ประกอบร่วมกันหลายพรรคการเมืองสามารถทำได้และแก้ปัญหาให้บ้านเมืองได้สำเร็จ ก็จะฟื้นศรัทธาให้ประชาชนมั่นใจในระบบประชาธิปไตยและรัฐสภา และเชื่อว่าการยึดอำนาจ และ การลงประท้วงบนท้องถนนเสียเลือดเนื้อก็จะไม่เกิดขึ้น&amp;rdquo; น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า และยอมรับว่ามีการใช้ตำแหน่งกมธ.มาทำมาหากินจริง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกษิต กล่าวว่า &amp;nbsp;ตนคิดว่า 35 คณะ เป็นการแบ่งเค้ก หลังจากหลายคนตกสำรวจไม่ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการ และรัฐมนตรีช่วยว่าการ ส่วนตัวคิดว่าควรปรับให้กมธ.ลดลง เพราะบางคณะซ้ำซ้อนกัน &amp;nbsp; และเปลี่ยนมาทำในเรื่องที่เกิดปัญหาของประเทศ &amp;nbsp;4-5 ประเด็น โดยลดคณะกมธเหลือ ประมาณ 20 คณะ อาทิ ทำในเรื่องการสร้างความปรองดอง การแก้ปัญหาความเหลื่อล้ำในด้านต่างๆ เช่น การเมือง เศรษฐกิจ สังคม &amp;nbsp;การศึกษา การแพทย์ ที่อยู่อาศัย ระบบสาธารณปโภคไม่ทั่วถึง &amp;nbsp;กระบวนการยุติธรรม รวมทั้งปฏิรูประบบข้าราชการ กองทัพ ตำรวจ เพื่อให้ข้าราชการอย่าทำตัวเป็นเจ้านาย แต่ต้องเป็นขี้ข้าประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีพวกหากินกับกมธ. ที่เข้าไปเป็นที่ปรึกษา โดยเฉพาะร้อยละ70 ไม่ใช่ส.ส.ไม่ได้เรื่อง และคนที่เข้าไปไม่ตอบสนองของการแก้ปัญหาต่างๆ &amp;nbsp; บางคนเป็นเด็ก ในพรรค หรือ ลิ่วล้อเข้าไปต้องการมีชื่อติดบัตร เพื่อเข้าไปของานต่างๆ ไปเบ่งที่นู้นเบ่งที่นี้ ดูว่ามีโครงการอะไรที่เข้าไปมีส่วนรวมได้ หรือไม่ และหากโชคดีก็ไปดูงานเมืองนอก ถือเป็นการคอรัปชั่นประเภทหนึ่ง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; กมธ.ใช้ข้าราชการตัวเล็กเป็นกระสอบทรายเช่นกรณี &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี &amp;nbsp; รัฐมนตรี ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ไม่มาชี้แจงกรธ.เพราะมองว่าเป็นเวทีประหัตประหาร &amp;nbsp; จึงทำให้ กมธ.ได้ระบายอารมณ์ข้าราชการที่มาแทนนายเพื่อหวังให้ข้าราชการดังกล่าวไปบอกเจ้าของพวกเขา รวมทั้งเรื่องบางเรื่อง ที่ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ควรจะทำให้โปร่งใส มิใช่อ้างว่าเป็นความลับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.กัลยา กล่าวยอมรับว่าในสมัยก่อน กมธ.เป็นอย่างที่นายกษิตพูด เช่นการตั้งคนในเข้ามากมธ.เพื่อต้องการบัตรกมธ.เพื่อทำมาหากิน &amp;nbsp;หรือ บางคนมีคนฝากเข้ามา &amp;nbsp;ตนดูเคยตรวจคุณสมบัติไม่ตรงกับคณะตัวเอง ตนก็ปฏิเสธมาแล้ว &amp;nbsp;รวมทั้งยังเคยถูกคนแอบอ้างเอานามบัตรมาแสดงเป็นที่ปรึกษากมธ. ทั้งที่ตรวจสอบแล้วไม่มีเคยมีการแต่งตั้งก็มี &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสุรพงษ์ กล่าวว่า การแบ่งกมธ. มีการแบ่งเค้ก ข้อดีมีการกระจายให้ทั่วถึง แต่ข้อเสียทำให้คนที่เข้าไปได้ไม่ตรงกับเชี่ยวชาญ ส่งผลให้งานใจกมธ.ไม่มีประสิทธิภาพ และบางครั้งยังมีการจัดกมธ.แบบต่างตอบแทน &amp;nbsp; รวมทั้งมีกมธ.บางคนที่เป็นข่าวขณะนี้ทำแต่เรื่องส่วนตัว แต่ไม่ได้ทำเรื่องส่วนรวม และการทำงานของกมธ.ในบางชุด &amp;nbsp;ตัวประธาน ก็มีเรื่องที่สนใจ และมุ่งทำเรื่องส่วนตัว &amp;nbsp;ขณะที่สื่อมวลชนก็ชอบนำเสนอเรื่องเหล่านี้ด้วย &amp;nbsp;อีกทั้ง ยังกมธ.ยังไม่ทำหน้าที่โดยยึดความเป็นกลาง ใช้เวทีอัดฝ่ายตรงข้าม ส่วนพวกเดียวกันก็ไม่ตรวจสอบ แถมยังยอมรับความถูกต้องอีกด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.วิรุตม์ &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;การทำงานกมธ.ไม่ควรเป็นความลับ และไม่มีการบันทึก ถือเป็นความชั่วร้าย ที่คนทุจริต กลัว ทั้งที่คนสุจริตต้องกล้าเปิดเผย &amp;nbsp;เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนเข้าไปนั่งฟังตลอดเวลา จะทำให้ระบบตรวจสอบได้ดีขึ้น &amp;nbsp;และปิดโอกาสการซูเอี๋ย อีกทั้ง ไม่ต้องการให้ประธานกมธ. สามารถครอบงำการทำหน้าที่สมาชิกได้ &amp;nbsp;และการใช้คำสั่งเรียกต้องประสิทธิภาพและให้ตัวจริงมา ขณะที่การทำงานไม่ต้องรอผู้ร้อง แต่สามารถทำงานเชิงรุกไปแก้ปัญหาได้ทันที &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51511</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.สภา, กษิต ภิรมย์, ณะกรรมาธิการรัฐสภา ประชาชนหวังพึ่งพาได้แค่ไหน, น.ส.พรรณิการ์ วานิช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191201/image_big_5de3833de742f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
