<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104773</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2021 12:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2021 12:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ณัฎฐพล&#039;ร่อนใบลาออกส.ส.แล้ว! ไม่รอศาล เปิดทางหลานประภัตรนั่งผู้แทนฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค. 64 - นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่ศาลสั่งจำคุกและให้หยุดปฎิบัติหน้าที่ ในคดีชุมนุมกปปส.ปี 2557 ตนได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง ส.ส.เรียบร้อยแล้ว โดยใบลาออกลงวันที่ 29 พ.ค. 2564 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของตน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่ลาออกมาจากเหตุผลส่วนตัว เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่าการต่อสู้ทางคดีความต้องใช้เวลายาวนาน จึงต้องการสู้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องของภาระหน้าที่ในส่วนของส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งนี้ ขณะนี้ตนอยู่ระหว่างการหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งศาล จึงตัดสินใจลาออกเพื่อจะได้ให้มีการดำเนินการเลื่อนบุคคลที่อยู่ในลำดับถัดไปขึ้นมาทำหน้าที่ คือ นายยุทธนา โพธสุธน ซึ่งเป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ และเคยเป็น ส.ส.มาก่อน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104773</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฎฐพล ทีปสุวรรณ, พปชร., ยุทธนา โพธสุธน, ลาออก, ส.ส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b474022f1ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94170</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2021 20:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2021 20:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ณัฏฐพล&#039; ยอมรับผิดชอบผลกระทำ พร้อมขอฝากอนาคตการศึกษาไทย หลังหลุดตำแหน่ง รมต.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ.64 - นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และอดีตแกนนำ กปปส. ซึ่งถูกศาลอาญาตัดสินลงโทษจำคุก 6 ปี 16 เดือน จากคดีกบฏ กปปส. ซึ่งมีผลให้หลุดจากตำแหน่งรัฐมนตรีทันที ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ผมตระหนักในผลของการกระทำของผมอยู่เสมอว่า สิ่งที่ตัดสินใจทำไปนั้นเพื่ออะไร เมื่อได้รับโอกาสให้เข้ามาอยู่ ณ ตำแหน่งนี้ก็ยังคงอยู่ในหลักการนั้น ผมจึงตั้งมั่นอยู่เสมอว่า จะต้องพลิกการศึกษาไทยให้ได้ เพราะคือปัจจัยหลักที่ช่วยสร้างศักยภาพที่สำคัญให้กับประเทศ สิ่งที่ได้วางรากฐานไว้ในกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหาร ข้าราชการ บุคลากรในกระทรวงศึกษาธิการ ผมเพียงแค่หวังว่าสิ่งเหล่านี้จะได้รับการถ่ายทอดต่อไป เดินหน้าทำงานต่อ ทำให้ระบบการศึกษาไทยแข็งแกร่งเป็นพื้นฐานที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอขอบคุณบุคลากรทุกท่านในกระทรวงศึกษาธิการที่เห็นด้วยกับแนวทางการแก้ไขปัญหาระบบการศึกษาไทยและร่วมเดินทางกันมากว่า 1 ปีครึ่ง ถึงผมจะไม่สามารถอยู่ตรงนี้ได้จนเห็นแผนงานทั้งหมดสัมฤทธิ์ผล แต่ผมขอฝากอนาคตของการศึกษาไทยไว้กับพวกท่านด้วยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94170</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปปส., คดีกบฏ กปปส., ณัฎฐพล ทีปสุวรรณ, ศาลอาญา, โทษจำคุก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210208/image_big_6021443da94ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93671</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2021 15:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2021 15:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดเบื้องหลังผลลงมติไว้วางใจ &#039;อนุทิน&#039; สูงสุด &#039;ณัฎฐพล&#039; ต่ำสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.พ.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผลการลงมติในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในส่วนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่ได้คะแนนไว้วางใจมากที่สุดคือ &amp;nbsp;275 &amp;nbsp;ไม่ไว้วางใจ &amp;nbsp;201 งดออกเสียง 6 นั้น พบว่า มีส.ส.พรรคก้าวไกล 4 คน แหกมติพรรคลงมติไว้วางใจนายอนุทินคือ นายขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.ชลบุรี นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายพีรเดช คำสมุทร ส.ส.เชียงราย นายเอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย รวมถึงนายอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาชาติ ร่วมโหวตไว้วางใจด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนคะแนนงดออกเสียง 6 เสียง เป็นของพรรคประชาธิปัตย์ 3 เสียง ได้แก่ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี รวมถึงพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย นายอารี ไกรนรา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ รวมถึงตัวนายอนุทินเองที่ลงมติงดออกเสียงด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังพบว่า นายวันนิวัติ สมบูรณ์ ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย นายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย นายเพชร เอกกำลังกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย พล.ต.ท.วิศณุ ม่วงแพรสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย &amp;nbsp;นายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;ไม่ปรากฏลงคะแนน &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้เสียงไว้วางใจน้อยที่สุดในจำนวน 10 รัฐมนตรี คือ &amp;nbsp;258 เสียง ไม่ไว้วางใจ 215 &amp;nbsp;งดออกเสียง 8 เสียง นั้น พบว่า นายอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ซึ่งเป็นฝ่ายค้าน ได้โหวตไว้วางใจนายณัฎฐพล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลที่ลงมติไม่ไว้วางใจนายณัฏฐพล &amp;nbsp;ประกอบด้วย นายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค พรรคไทรักธรรม นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธรรมไทย พล.ต.ทรงกลด ทิพย์รัตน์ หัวหน้าพรรคพลังชาติไทย และส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่ทั้งหมด 6คน &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน ส.ส.ที่งดออกเสียง ได้แก่ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังไทยรักไทย น.ส.ศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลเมืองไทย นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ นายยรรยงก์ ถนอมพิชัยธำรง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย &amp;nbsp;และนายณัฎฐพลที่ลงคะแนนงดออกเสียงตัวเอง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่ไม่ปรากฏลงคะแนน ประกอบด้วย ส.ส.พรรคเพื่อไทย จำนวน 3 คน ได้แก่ น.ส.พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี นายวันนิวัติ สมบูรณ์ ส.ส.ขอนแก่น นายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด &amp;nbsp;พรรคเสรีรวมไทย จำนวน 2 คน ได้แก่ นายเพชร เอกกำลังกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พล.ต.ท.วิศณุ ม่วงแพรสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ได้แก่ นายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา ไม่ปรากฏลงคะแนน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93671</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฎฐพล ทีปสุวรรณ, ลงมติไม่ไว้วางใจ, อนุทิน ชาญวีรกูล, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210220/image_big_6030bd0514fe5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93517</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2021 07:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2021 07:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ตัดพ้อส.ส.ใช้คำดูถูกเหยียดหยามห่วงมีคนแอบข้างหลังเด็กบานปลายใครจะเอาอยู่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
19 ก.พ.62 - เมื่อเวลา22.20น. คืนวันพฤหัสบดี หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงว่า ในฐานะนายกฯ กำชับดูแล ไม่ให้เกิดการทำผิดกฎหมาย ไม่ให้เกิดการทุจริต ขอบคุณในข้อมูลที่พูด ไม่สบายใจ เวลาฝ่ายรัฐบาลชี้แจง มักถูกขัดจังหวะบ่อยครั้ง การตอบคำถาม ไม่ใช่ว่าตนตอบไม่ตรง แต่ตอบในภาพใหญ่ ยอมรับว่า การศึกษาของเรามีปัญหา พรบ.การศึกษา จะได้เข้ามาในวาระแรกในการประชุมครั้งหน้า สิ่งสำคัญ ต้องปฏิรูปการศึกษา ต้องมีการเปลี่ยนแปลง ปรับปรุง แก้ไข เป็นไปตามกฎหมาย ตามระเบียบ ไม่อยากให้การแก้ปัญหากลับไปที่เดิม เปลี่ยนรมว.ทุก2-3เดือน ก็แก้ไม่ได้ แต่ต้องแก้ทั้งระบบ การจะแก้อะไรก็ตาม ต้องแก้ที่ตัวเราเองก่อน เอาตัวออกจากตรงโน้น เหมือนตน เอาตัวออกจากปัญหาเหล่านั้น แล้วมองจะแก้ปัญหาอย่างไร ค่อยเอาตัวเราเข้าไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในการชี้แจงไม่สบายใจ เข้ามาครั้งนี้ เป็นรัฐบาลประชาธิปไตยมา2ปี &amp;nbsp;บรรยากาศสภาฯครั้งแรกยังดูดีกว่าครั้งนี้ ครั้งนี้มีการกล่าวคำ อาฆาตมาดร้าย ดูถูกเหยียดหยามมากขึ้น แต่จะอดทน ที่ฟัง เป็นห่วง การใช้คำว่า นักเรียนเลว เราไม่เคยมองเขาเป็นอย่างนั้น เขาเป็นอนาคตของชาติ ทำไมต้องให้เขามีปัญหากับกฎหมาย ผมไม่เข้าใจ มีคนไปแอบข้างหลัง ไม่สงสารเข้าหรือ วันนี้ควรให้เขาเรียนหนังสือ การพูดจาต่างๆ มันสอดคล้องกับภายนอกทั้งสิ้น ถ้าบานปลายไปทั้งหมด ใครเอาอยู่ ใครจะเอาอยู่&amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93517</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฎฐพล ทีปสุวรรณ, นักเรียนเลว, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210217/image_big_602cba1c7630e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93516</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ตัดพ้อส.ส.ใช้คำดูถูกเหยียดหยามห่วงมีคนแอบข้างหลังเด็กบานปลายใครจะเอาอยู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
19 ก.พ.62 - เมื่อเวลา22.20น. คืนวันพฤหัสบดี หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงว่า ในฐานะนายกฯ กำชับดูแล ไม่ให้เกิดการทำผิดกฎหมาย ไม่ให้เกิดการทุจริต ขอบคุณในข้อมูลที่พูด ไม่สบายใจ เวลาฝ่ายรัฐบาลชี้แจง มักถูกขัดจังหวะบ่อยครั้ง การตอบคำถาม ไม่ใช่ว่าตนตอบไม่ตรง แต่ตอบในภาพใหญ่ ยอมรับว่า การศึกษาของเรามีปัญหา พรบ.การศึกษา จะได้เข้ามาในวาระแรกในการประชุมครั้งหน้า สิ่งสำคัญ ต้องปฏิรูปการศึกษา ต้องมีการเปลี่ยนแปลง ปรับปรุง แก้ไข เป็นไปตามกฎหมาย ตามระเบียบ ไม่อยากให้การแก้ปัญหากลับไปที่เดิม เปลี่ยนรมว.ทุก2-3เดือน ก็แก้ไม่ได้ แต่ต้องแก้ทั้งระบบ การจะแก้อะไรก็ตาม ต้องแก้ที่ตัวเราเองก่อน เอาตัวออกจากตรงโน้น เหมือนตน เอาตัวออกจากปัญหาเหล่านั้น แล้วมองจะแก้ปัญหาอย่างไร ค่อยเอาตัวเราเข้าไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในการชี้แจงไม่สบายใจ เข้ามาครั้งนี้ เป็นรัฐบาลประชาธิปไตยมา2ปี&amp;nbsp; บรรยากาศสภาฯครั้งแรกยังดูดีกว่าครั้งนี้ ครั้งนี้มีการกล่าวคำ อาฆาตมาดร้าย ดูถูกเหยียดหยามมากขึ้น แต่จะอดทน ที่ฟัง เป็นห่วง การใช้คำว่า นักเรียนเลว เราไม่เคยมองเขาเป็นอย่างนั้น เขาเป็นอนาคตของชาติ ทำไมต้องให้เขามีปัญหากับกฎหมาย ผมไม่เข้าใจ มีคนไปแอบข้างหลัง ไม่สงสารเข้าหรือ วันนี้ควรให้เขาเรียนหนังสือ การพูดจาต่างๆ มันสอดคล้องกับภายนอกทั้งสิ้น ถ้าบานปลายไปทั้งหมด ใครเอาอยู่ ใครจะเอาอยู่&amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93516</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฎฐพล ทีปสุวรรณ, นักเรียนเลว, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210218/image_big_602e8bba75cda.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82807</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2020 18:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2020 18:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปรับใหญ่วิชาประวัติศาสตร์  &quot;ณัฏฐพล&quot;ย้ำต้องนำเสนอข้อเท็จจริง เยาวชนจะรับหรือไม่  ไม่ใช่ปัญหา  ถือเป็นสิทธิ  แต่ศธ. จะต้องนำเสนอข้อมูลความจริงครบทุกด้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4 พ.ย.63-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ขณะนี้ทางกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีแนวคิดที่จะนำเรื่องราวที่ดีต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยที่ผ่านมา นำมาเผยแพร่สู่สถานศึกษา และขับเคลื่อนสร้างความเข้าใจให้แก่นักเรียนไม่ว่าจะเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่างๆ โครงการลูกเสือไทย หรือประวัติศาสตร์ไทยที่จะนำเนื้อหามาบรรจุไว้ในการปรับปรุงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 สำหรับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำรินั้นบางโครงการก็ไม่ได้ถูกบรรจุไว้ในหลักสูตร เช่น โครงการแก้มลิงของรัชกาลที่ 9 เด็กมีความเข้าในถึงโครงการนี้อยู่จำนวนเท่าไหร่ และที่มาที่ไปของโครงการมีความเป็นมาอย่างไร เพราะโครงดังกล่าวก็ไม่ได้มีการบรรจุไว้ในหลักสูตรเดิม เนื่องจากรัชกาลที่ 9 ไม่ใช่กษัตริย์นักรบแต่คือกษัตริย์นักพัฒนา ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ควรจะถูกบันทึกไว้ในการเรียนประวัติศาสตร์ด้วย เพราะถือเป็นพื้นฐานความสำเร็จการพัฒนาที่เกิดขึ้นต่อประเทศไทย โดยขณะนี้คณะทำงานปรับหลักสูตรกำลังรวบรวมข้อมูลต่างๆว่าจะนำมาใส่ไว้ในวิชาสังคมศึกษาหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรามีความจำเป็นที่ต้องบูรณาการหลักสูตรต่างๆ เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปัจจุบัน โดยรูปแบบการนำเสนอเรื่องราวต่างๆ ในห้องเรียนของครูผู้สอนจะต้องเปลี่ยนใหม่ ซึ่งไม่ใช่การสอนเพื่อให้เด็กมานั่งจดและท่องจำอย่างเดียว แต่ต้องกาสร้างเด็กและเยาวชนในอนาคตให้สัมผัสถึงโครงการเข้าใจพื้นฐานของประเทศไทยว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไรด้วย โดยมีใครที่ทำการสำรวจการพัฒนาจนถึงตอนนี้ประวัติศาสตร์ในอดีตได้สร้างอะไรไว้ให้แก่คนรุ่นหลังบ้าง เพื่อที่คนที่ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์จะได้มีความคิดไปในทิศทางเดียวกัน และต่อยอดไปสู่คนรุ่นต่อไป เนื่องจาก ศธ.ต้องการให้เด็กและเยาวชนรับรู้ข้อมูลประวัติศาสตร์ไทยอย่างครบถ้วนทุกด้าน และผมเชื่อมั่นว่าเด็กจะมีความภูมิใจในความเป็นไทยอย่างแน่นอน&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า ปัจจุบันเราถือว่ามีข้อมูลอยู่พอสมควร แต่การรวบรวมเพื่อนำเสนอในรูปแบบที่น่าสนใจนั้น ตนได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไปรวบรวมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านต่างๆ และประวัติศาสตร์ไทย เพื่อวางแนวทางการเผยแพร่สู่สถานศึกษาทั่วประเทศแล้ว และในการบูรณาการเรื่องหลักสูตรจะต้องให้ทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมดำเนินการ รวมถึงยอมรับในความเป็นจริง เพราะ ศธ.มีหน้าที่นำเสนอประวัติศาสตร์ที่เป็นข้อเท็จจริง&amp;nbsp;
สำหรับการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนนั้น มีคณะทำงานที่กำลังดำเนินการอยู่ โดยแบ่งตามศาสตร์ของแต่ละเรื่อง ดังนั้นตนคิดว่าคงต้องใช้ระยะเวลา เพราะการดำเนินการในครั้งนี่ถือเป็นการพลิกประวัติศาสตร์การศึกษาไทย ที่จะทำให้เด็กของเราเรียนได้อย่างสนุกสนาน และเข้าใจในหลักสูตรที่เรียน ซึ่งจะต้องมีการปรับเปลี่ยนในเรื่องการดำเนินเสนอข้อมูลอย่างแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ผมคิดว่าข้อมูลหลายๆ อย่างตอนนี้ เด็กๆ ยังได้รับข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน ทำให้การผสมผสานในการตัดสินใจ อาจจะไปในทิศทางที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง อีกทั้งผมไม่ต้องการให้ผู้เรียนจดจำแค่ว่าปีไหนเกิดเหตุการณ์อะไรบ้าง แต่ต้องการให้เห็นความสำคัญที่มาที่ไปของประวัติศาสตร์ในอดีตจนนำไปสู่ผลกระทบด้านดีหรือไม่ดี &amp;nbsp;ให้กับประเทศไทย เพราะการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ในอดีตต้องเรียนรู้จากบนพื้นฐานความเป็นจริงเท่านั้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายณัฏฐพลกลาวว่า &amp;nbsp;ทั้งนี้ในส่วนของระยะเวลาในการดำเนินการ ตนมองว่าไม่ควรใช้เวลานาน เพราะตอนนี้เราเห็นความจำเป็น และความตื่นตัว เพียงแต่ว่าในบริบทที่ต้องทำความเข้าใจจริงๆ เป็นเรื่องละเอียด การที่หลายคนมองว่าแค่ใส่ประวัติศาสตร์เข้าไปแล้วสถานการณ์ทุกอย่างก็จะเปลี่ยนแปลง หรือดีขึ้นนั้น มันไม่เป็นความจริง เพราะเรื่องเหล่านี้อยู่ที่วิธีการนำเสนอ ส่วนเยาวชนจะรับหรือไม่นั้น ก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร เพราะถือเป็นสิทธิของนักเรียน แต่ตนเพียงขอโอกาสให้ ศธ.ได้นำเสนอข้อมูลที่ครบทุกด้านเท่านั้นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้ออกมาเปิดเผยว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ วธ.ประสานงานกับศธ. &amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพิจารณารายละเอียดปรับเนื้อหาของการจัดการเรียนการสอนด้านศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ของไทยเพื่อสร้างการรับรู้และเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ในระดับชั้นต่างๆ กลับมาอีกครั้ง ซึ่งเดิมเคยมีวิชานี้อยู่ แต่ภายหลังได้มีการปรับเรื่องของกลุ่มสาระวิชารวมกันให้อยู่ในวิชาสังคมศึกษา ทำให้เด็กและเยาวชนอาจไม่ได้มีการเรียนรู้ประวัติศาสตร์เป็นการเฉพาะ &amp;nbsp;หรือรับรู้รายละเอียดเนื้อหา จึงเห็นว่าควรให้แยกวิขาประวัติศาสตร์ออกจากวิชาสังคมศึกษา เป็นวิชาประวัติศาสตร์โดยเฉพาะ ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา &amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการแล้วเสร็จภายในปีการศึกษาที่ 2 ของปี 2563 &amp;nbsp;เพื่อให้ทันการใช้ในการเปิดภาคเรียนปีการศึกษาที่ 1 ของปี 2564 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82807</URL_LINK>
                <HASHTAG>#วิชาประวัติศาสตร์, ณัฎฐพล ทีปสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201029/image_big_5f9a9eec827f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78143</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2020 17:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2020 17:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ยูเอ็น “พอใจ ศธ. เปิดรับฟังความเห็นนร.ทุกแพลตฟอร์ม เผยเห็นไม่บ่อยนักในโลกนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21ก.ย.63- &amp;nbsp;นางสาว กีต้า ซับบระวาล ผู้ประสานงานแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย หรือยูเอ็น (Ms.Gita Sabharwal United Nations Resident Coordinator in Thailand) เข้าเยี่ยมคารวะ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ &amp;nbsp;ณ ห้องดำรงราชานุภาพ กระทรวงศึกษาธิการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังเสร็จสิ้นการเข้าเยี่ยมคารวะในครั้งนี้ นายณัฏฐพล เปิดเผยว่า ทาง นางสาว กีต้า &amp;nbsp;ได้แสดงความเข้าใจ และชื่นชม กรณีที่ กระทรวงศึกษาธิการของไทย เปิดโอกาสในการรับฟังความคิดเห็นของนักเรียนในช่วงที่ผ่าน ซึ่งเป็นแนวทางหรือวิธีการแก้ไขที่ไม่เคยได้เห็นบ่อยๆ ที่ใดก็ตามในโลกนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นางสาว กีต้า ยังได้สอบถามความคืบหน้าหลังจากได้พูดคุยและรับเรื่องร้องเรียนจากนักเรียนแล้ว ทางกระทรวงศึกษาของไทย จะมีการดำเนินการอย่างไร นายณัฏฐพล กล่าวว่า ตนเองได้อธิบายว่า &amp;nbsp;ที่ผ่านมา เราได้เปิดแพลตฟอร์มในการรับความคิดเห็นผ่านหลายช่องทาง รวมถึงผ่าน www.nataphol.com &amp;nbsp;โดยทุกแพลตฟอร์มที่เราเปิดรับ ต้องทำให้ข้อมูลของผู้แสดงความคิดเห็น หรือร้องเรียนเข้ามา มีความปลอดภัยด้วย ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ ถือเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อกระทรวงศึกษาเกือบทุกเรื่อง ที่เราสามารถนำมาใช้ในการขับเคลื่อน หรือเพื่อการปฏิรูป และการพัฒนาการศึกษาไทยให้รวดเร็วในทุกด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฏฐพล กล่าวด้วยว่า โดยในเรื่องของแนวทางการขับเคลื่อน เช่น การพิจารณาการโยกย้ายตำแหน่งครู &amp;nbsp;ซึ่งเป็นเรื่องอนาคตของครู ส่วนนี้ต้องมีการปรับปรุงแก้ไข ซึ่งไม่เป็นปัญหา เพราะถือเป็นข้อร้องเรียนของครูที่กระทรวงให้ความสำคัญ รวมถึงเรื่องหลักสูตรครู &amp;nbsp;ซึ่งอยู่ในแผนที่กระทรวงศึกษาจัดวางไว้อยู่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเรียนคุณกีต้า ไปว่า ข้อมูลที่เข้ามา เป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการขับเคลื่อนการศึกษาไทยในทุกด้าน ซึ่งในเกือบทุกเรื่องที่ร้องเรียนเข้ามาเป็นไปตามแผนที่กระทรวงศึกษาวางแนวทางเอาไว้ด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อข้อถามที่ว่า มีความกังวลเรื่องม๊อบหรือไม่ นายณัฏฐพล กล่าวว่า สิ่งที่ ศธ. ดำเนินการ ไม่ว่าผลหรืออะไรก็ตาม รวมถึงข้อแนะนำจากการเปิดเว็บไซด์ เรารับฟังความคิดเห็นหมดทุกเรื่อง และตอบโจทก์ได้หมดแล้ว ทำให้นักเรียนเข้าใจ &amp;nbsp;หากนักเรียนยังรู้สึกอึดอัด หรือมีปัญหา สามารถร้องเรียนมาได้ &amp;nbsp;โดยเรามีแนวทางในการแก้ไขที่แน่นอน &amp;nbsp;และไม่มีปัญหาใดที่ ศธ. รับเรื่องร้องเรียนมาแล้วแก้ไขไม่ได้ เพียงแต่เป็นเรื่องของความเหมาะสมในเวลาที่จะทำ เพราะบางเรื่องถ้าฟังแล้วก่อให้เกิดความแตกแยก หรือไม่เหมาะสมก็จะขอไว้ก่อน&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78143</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศธ., กีต้า ซับบระวาล, ณัฎฐพล ทีปสุวรรณ, ผู้ประสานงานแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย, ยูเอ็น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200921/image_big_5f687990cc674.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
