<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41125</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2019 15:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2019 15:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด้ง&#039;ณัฏฐ์&#039;พ้นรองเลขาฯกกต.สังเวยเลือกตั้ง เจ้าตัวโพสต์สั้นๆหนังเศร้าแต่ฉันก็โอเคเพราะอยู่คนเดียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค.62- &amp;nbsp; พ.ต.อ.จรุงวิทย์ &amp;nbsp;ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.)​ ได้ลงนามในคำสั่งสำนักงาน กกต. เรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายพนักงานประเภทบริหารระดับสูง และคำสั่งเรื่องมอบอำนาจของ เลขาธิการ กกต.ให้รองเลขาธิการ กกต.และผู้อำนวยการ สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งปฏิบัติหน้าที่แทน และได้มีหนังสือแจ้งคำสั่งทั้ง 2 ฉบับไปยังสำนักงาน กกต. ประจำจังหวัดทุกจังหวัดและกรุงเทพมหานครแล้ว โดยให้คำสั่งดังกล่าว มีผลนับตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค.เป็นต้นไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่น่าสนใจของคำสั่งทั้ง 2 ฉบับ คือการปรับย้ายนายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการ กกต.ที่รับผิดชอบงานการเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา &amp;nbsp;ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง แล้วเลื่อนตำแหน่ง นายไพบูลย์ &amp;nbsp;เหล็กพรหม &amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง ขึ้นดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการ กกต.รับผิดชอบงานด้านการมีส่วนร่วมฯ โดยให้นายเมธา ศิลาพันธ์ รองเลขาธิการ กกต.ที่รับผิดชอบงานด้านการมีส่วนร่วมฯไปรับผิดชอบงาน ด้านบริหารการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในการเลือกตั้ง ส.ส.ที่ผ่านมา กกต. ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าผิดพลาดในการจัดการเลือกตั้ง ตั้งแต่การแบ่งเขตเลือกตั้งการกำหนดวันเลือกตั้ง &amp;nbsp;ว่าเอื้อประโยชน์ต่อคสช. และพรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;การจัดส่งบัตรเลือกตั้งนิวซีแลนด์มาไม่ทัน จนไม่สามารถนับเป็นคะแนนได้ &amp;nbsp;ความผิดพลาดในระบบการรายงานผลการนับคะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลคะแนนการเลือกตั้ง &amp;nbsp;หรือสูตรการคิดคำนวณจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ &amp;nbsp;ที่ค้านสายตาประชาชน &amp;nbsp;รวมถึงการไม่สามารถชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจและเชื่อมั่นในการจัดการเลือกตั้งของ กกต.ได้ &amp;nbsp;ซึ่งภารกิจเหล่านี้ขณะนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของนายณัฏฐ์ &amp;nbsp;และมีการคาดการณ์ว่าหลังการเลือกตั้งอาจมีการย้ายนายณัฏฐ์พ้นจากตำแหน่งดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ที่ทำให้การปรับย้ายครั้งนี้ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในหมู่พนักงาน &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ กกต. ว่าสำนักงานอาจดำเนินการไม่ถูกต้อง เนื่องจากเห็นว่า แม้ตำแหน่ง ผอ.สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งจะมีชื่ออยู่ในระนาบเดียวกับตำแหน่งรองเลขาธิการ กกต. คือบริหารระดับสูงแต่ก็เป็นตำแหน่งเทียบเท่า &amp;nbsp;ที่รู้กันว่ามีศักดิ์ต่ำกว่ารองเลขาธิการ กกต. โดยในอดีตที่เคยปฏิบัติหากมีการปรับย้ายรองเลขาธิการ กกต. จะเป็นการเลื่อนขึ้นตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิ แต่ปัจจุบันตำแหน่งดังกล่าวตามระเบียบบริหารงานบุคคลของสำนักงาน กกต. ปี 2561 ถูกกำหนดเป็นตำแหน่งวิชาการที่ยังไม่มีการออกหลักเกณฑ์การเข้าสู่ตำแหน่ง &amp;nbsp;ขณะเดียวกันก็มีรายงานว่า กกต. มีแนวความคิดที่จะให้สำนักงานเปิดตำแหน่งที่ปรึกษาประจำสำนักงานขึ้นมารองรับ แต่สำนักงานฯยังเห็นว่าอาจจะมีปัญหาข้อกฎหมายไม่รองรับและงบประมาณไม่เพียงพอ จึงยังไม่มีการดำเนินการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามใน กกต.ชุดที่แล้วเมื่อปี 2561 ที่มีการเลื่อนตำแหน่งนายกฤช เอื้อวงศ์ จาก ผอ. สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งขณะนั้นขึ้นดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการ กกต. โดยไม่ผ่านกระบวนการสมัครสอบคัดเลือก ก็เกิดการร้องเรียน ว่าตำแหน่ง ผอ.สถาบันฯเป็นแค่ตำแหน่งเทียบเท่า &amp;nbsp;ไม่ใช่ตำแหน่งบริหารที่มีศักดิ์เท่ารองเลขาธิการ &amp;nbsp;ซึ่งพนักงาน กกต.ส่วนมากเห็นด้วยกับข้อร้องเรียนดังกล่าว &amp;nbsp;รวมทั้งเห็นว่าเมื่อนายกฤช เลื่อนขั้นเป็นรองเลขาธิการกกต.แล้ว &amp;nbsp;การที่คำสั่งสำนักงาน กกต.ให้นายกฤช เป็นรองเลขาธิการ &amp;nbsp;ที่อยู่ในลำดับอาวุโสน้อยกว่า &amp;nbsp;นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต.ที่รับผิดชอบงานพรรคการเมือง &amp;nbsp;ก็เท่ากับสำนักงานฯ ยอมรับแล้วว่า ทั้งสองตำแหน่งไม่ใช่ตำแหน่งบริหารที่มีศักดิ์เท่ากัน โดยตำแหน่ง ผอ.สถาบันมีศักดิ์ต่ำกว่า &amp;nbsp;มิฉะนั้นแล้ว &amp;nbsp;คำสั่งสำนักงาน ต้องให้นายกฤชเป็นรองเลขาฯที่อยู่ในลำดับอาวุโสสูงกว่านายแสวง เพราะนายกฤช &amp;nbsp;ขึ้นตำแหน่ง ผอ.สถาบันฯก่อนนายแสวงเข้าสู่ตำแหน่งรองเลขาฯ &amp;nbsp;ทำให้ การปรับย้ายนายณัฏฐ์ จากรองเลขาธิการ กกต.มาเป็น ผอ.สำนักพัฒนาการเมือง จึงถูกมองเป็นการลดชั้นและเป็นการลงโทษกรณีผิดพลาดในการจัดการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื่องจากวันนี้ (16 ก.ค.) เป็นวันหยุด พบว่า พนักงานของสำนักงาน กกต. รวมทั้งลูกน้อง เมื่อรับทราบคำสั่งดังกล่าวที่ออกเมื่อค่ำวานนี้ &amp;nbsp;ต่างก็เข้าไปแสดงความคิดเห็นและให้กำลังใจนายณัฏฐ์ ในเฟสบุ๊คส่วนตัว ขณะที่นายณัฏฐ์เองยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดๆ โพสต์เพียงสั้นๆ ว่า &amp;ldquo;หนังเศร้าแต่ฉันก็โอเคเพราะอยู่คนเดียว&amp;rdquo;.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41125</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., จรุงวิทย์ ภุมมา, ณัฎฐ์ เล่าสีห์สวกุล, รองเลขาฯกกต.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180818/image_big_5b78183e0676b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24310</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/12/2018 17:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/12/2018 17:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.คอนเฟิร์มใช้รูป &#039;ชวน&#039; ขึ้นป้ายหาเสียงได้ แม้ไม่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ธ.ค.61 - นายณัฎฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีจะสามารถใช้รูปนายชวน หาเสียงได้หรือไม่ว่า สามารถทำได้ ถึงแม้ไม่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ ก็นำรูปขึ้นได้ เพราะเป็นโลโก้หรือแบรนด์ของพรรคไปแล้ว ซึ่งไม่มีข้อห้ามใดๆ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24310</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., คณะกรรมการการเลือกตั้ง, ชวน หลีกภัย, ณัฎฐ์ เล่าสีห์สวกุล, หาเสียงเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181207/image_big_5c0a0613b5e55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23912</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2018 15:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2018 15:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดบัตรเลือกตั้ง 2 รูปแบบชง 7 เสือกกต.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;10 ธ.ค.61 - นายณัฎฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งของกกต.ว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นการทำงานของสำนักงาน โดยออกแบบไว้ 2 รูปแบบ รูปแบบแรก มีข้อมูลครบถ้วน ทั้งเบอร์ ชื่อ และโลโก้พรรคการเมือง รูปแบบนี้ออกแบบเสร็จไปในระดับหนึ่งแล้วและได้มีการทาบทาม บริษัทที่มีศักยภาพในการผลิต แล้วจำนวนหนึ่ง โดยจากการประสานยืนยันว่าทุกบริษัทสามารถพิมพ์ บัตรรูปแบบดังกล่าวแยกเป็นรายเขตได้ครบทั้ง350เขต ระบบป้องกันการปลอมแปลงบัตรมีมาตรฐานไม่ต่างจากที่ผ่านมา และจัดส่งได้ทันตามกำหนดเวลา ซึ่งอยู่ระหว่าง กำหนดทีโออาร์ ก่อนประกวดราคา แต่ต้องรอการตัดสินใจ เลือกรูปแบบบัตรของกกต.ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นายณัฎฐ์ กล่าวว่า รูปแบบที่ 2 คือบัตรที่มีเพียงหมายเลขผู้สมัคร ซึ่งรูปแบบนี้เกิดจากเมื่อได้รูปแบบบัตรที่มีข้อมูลสมบูรณ์แล้วและมีการไปประชุมกับหน่วยงานสนับสนุนระบุว่า การขนส่งบัตรไปยังผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรซึ่งจะต้องเป็นบัตรของเขตเลือกตั้งที่ผู้นั้นมีสิทธิอยู่ ในรอบแรกไม่มีปัญหา แต่หากเกิดปัญหาบัตรที่ส่งพลัดหลง หรือส่งไม่ถึงมือ การจะส่งบัตรสำรอง ต้องส่งคนตรงเขต ไปให้อาจมีปัญหา มีข้อเสนอว่าให้พิมพ์บัตรโหล เพราะถ้าเกิดปัญหา บัตรที่ส่งพัดหลงก็สามารถนำบัตรจากที่อื่นทดแทนได้ ซึ่งถ้ากกต.จำเป็นจะต้องพิมพ์บัตรลักษณะนี้ สำนักงานก็จะอุดช่องว่าง โดยจะมีการส่ง ข้อมูลผู้สมัคร พรรคการเมืองของเขตที่ผู้ลงทะเบียนฯมีสิทธิไปให้ทราบด้วย และได้มีการผลิตเครื่องสมาร์ทโหวตเพื่อบริการข้อมูล ผู้สมัครพรรคการเมืองผ่านทางอินเตอร์เน็ต เพียงผู้มีสิทธิกรอกข้อมูลเลขข้อมูลเลข ประจำตัว 13 หลัก ในมือถือก็จะขึ้นข้อมูล ผู้สมัครในเขตเลือกตั้งที่ตนเองมีสิทธิให้ทราบ รวมทั้งมีการผลิตโปสเตอร์ขนาดเล็ก ที่มีรายชื่อของผู้สมัคร ทุกพรรคติดไว้ยังสถานที่ลงคะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;quot;ทั้งหมดยังเป็นเพียงข้อมูล ที่สำนักงานจะเสนอเพื่อประกอบการตัดสินใจของกกต. ไม่ได้หมายความว่ากกต.ตัดสินใจ แล้ว เรากำลังจะประชุมเพื่อหาทางออก ที่ดีที่สุด ในกรณีบัตรเลือกตั้งต่างประเทศ&amp;nbsp;พลัดหลง ถ้าเรายืนยันจะผลิตบัตรเฉพาะเขตที่มีข้อมูลครบถ้วนหากเกิดปัญหาเราจะส่งบัตรสำรองไปได้ทันหรือไม่ ซึ่งวันอังคารที่11ธ.ค.สำนักงานฯจะมีการคุยกับหน่วยงานสนับสนุนเพื่อหาข้อสรุปและเสนอกกต.แล้ว เพราะจำเป็นต้องทำทีโออาร์ส่งหาผู้รับจ้างแล้ว ดังนั้น คาดว่าไม่เกินต้นสัปดาห์หน้าจะได้ข้อสรุปทั้งหมด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;รองเลขากกต.ยังกล่าวอีกว่า เรื่องรูปแบบของบัตรเลือกตั้งไม่คิดว่ามีประเด็นเรื่องผิดกฎหมาย เพราะทั้งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายเลือกตั้งก็ไม่ได้เขียน ระบุเพียงลักษณะรูปแบบของบัตรให้เป็นไปตามที่กกต. กำหนด และมองว่าแม้เป็นบัตรที่มีหมายเลขอย่างเดียวก็ไม่ได้ขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายเพราะกกต. ก็พยายามนำเสนอข้อมูลผู้สมัครและพรรคการเมืองให้กับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในทุกช่องทาง จนถึงที่หน้าหน่วยเลือกตั้งครบถ้วนอยู่แล้ว แต่สำนักงานฯก็จะพยายาม ทำรูปแบบที่สมบูรณ์และบริหารจัดการแก้ปัญหาที่มีอยู่ให้ได้ซึ่งก็จะหารือ กับกระทรวงการต่างประเทศว่าเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะกำหนดให้มีประเทศที่เป็นเซ็นเตอร์ของ กลุ่มประเทศนั้นๆ แล้วทำหน้าที่เก็บรักษาสต๊อกบัตร เลือกตั้ง 350 เขตไว้จำนวนหนึ่ง ถ้าหากเกิดกรณีฉุกเฉิน ก็ให้บินเอาบัตรของเขตนั้นๆไปส่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องลงทุน มองแล้วอาจไม่คุ้ม แต่เมื่อรัฐธรรมนูญให้คนในต่างประเทศ&amp;nbsp;ได้ใช้สิทธิด้วย ก็ต้องมองข้ามเรื่องของงบประมาณ และมองว่าทำอย่างไรเขาถึงจะได้ใช้สิทธิ&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม ผู้มีสิทธิที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว มีประมาณ 2 แสนคนแต่ครั้งนี้ด้วยระบบการสื่อสารที่พัฒนาขึ้น พรรคการเมืองมีการสื่อสารกับผู้มีสิทธิในต่างประเทศได้สะดวกมากขึ้นผ่านทางแอพพลิเคชั่นต่างๆ และ การลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์ ทำได้ง่ายผ่านทางมือถือ จึงคาดว่าจะมีผู้ลงทะเบียน ขอใช้สิทธิเพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23912</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ณัฎฐ์ เล่าสีห์สวกุล, บัตรเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181210/image_big_5c0e1e5b7a9e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23710</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2018 12:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/12/2018 12:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.แจกใบเหลือง 158  ผู้สมัคร ส.ว.- ร้องศาลฎีกาขอคืนสิทธิได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ธ.ค.61 - นายณัฎฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กล่าวถึงการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครเป็นสมาชิกวุฒิสภา ว่า จากการตรวจสอบระบบมีการตกหล่นของยอดผู้สมัครทั่วประเทศ โดยสรุปยอดผู้สมัครทั่วประเทศอย่างเป็นทางการมีทั้งสิ้น 7.215 คน แบ่งเป็นสมัครด้วยตนเอง 6,706น และองค์กรเสนอชื่อ 509 คน ซึ่งหลังปิดการรับสมัครได้มีการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ซึ่งผู้อำนวยการเลือกได้ตัดสิทธิไม่ประกาศรายชื่อให้เป็นผู้สมัครจำนวน 158 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ส่วนใหญ่มีปัญหาถูกตัดสิทธิเพราะเป็นสมาชิกพรรคการเมือง หรือเป็นเครือญาติกัน ซึ่งผู้ที่ไม่ได้รับการประกาศชื่อให้เป็นผู้สมัครทั้งหมด สามารถใช้สิทธิยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 8 ธ.ค. แม้จะเป็นวันเสาร์แต่ทางศาลฎีกาก็อำนวยความสะดวกเปิดรับคำร้องและพยานหลักฐานโดยยื่นผ่านทางศาลจังหวัด ซึ่งการเลือกระดับอำเภอจะมีขึ้นในวันที่ 16 ธ.ค. แต่จากการประสานงานทางศาลฎีกาจะเร่งในการพิจารณาวินิจฉัย คาดว่าอย่างช้าจะเสร็จภายในวันที่ 14 ธ.ค. หรืออย่างเร็วอาจจะเสร็จทันภายในวันที่12 ธ.ค. ที่กกต.จะจัดพิมพ์และแจกเอกสารการแนะนำของผู้สมัครแต่ละคนให้กับผู้สมัครทุกคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองเลขาธิการกกต.กล่าวว่าการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครส.ว. เป็นอำนาจของผู้อำนวยการเลือกที่จะตรวจสอบได้โดยตลอด หากพบว่าขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามก็จะลบรายชื่อผู้สมัครรายนั้นออกได้ทันที หรือแม้แต่เมื่อได้รับการเลือกเป็นส.ว.แล้ว หากกกต.พบว่าขาดคุณสมบัติก็สามารถทำความเห็นเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นสภาพการเป็นส.ว.ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฎฐ์ กล่าวด้วยว่าขณะนี้ถือว่ากกต.มีความพร้อมในการบริหารจัดการเลือกส.ว.ระดับอำเภอเต็มที่แล้ว โดยจะมีการลงคะแนนเลือกทั้ง 2 สาย ใน 197 อำเภอ ใน 52 จังหวัด ขณะที่ 52 อำเภอ ใน 28 จังหวัด จะไม่มีการดำเนินการเลือกเพราะไมมีผู้สมัคร ส่วนอำเภอที่เหลือจะไปรายงานตัวอย่างเดียวเพราะมีผู้สมัครไม่เกิน 3 คน ก็จะผ่านไปคัดเลือกระดับจังหวัดได้เลย ซึ่งเมื่อผู้สมัครน้อยลง ทางกกต.ก็ได้มีมติแจ้งไปสำนักงานกกต.จังหวัดว่าในอำเภอของจังหวัดนั้นหากไม่ต้องมีการเลือกก็ไม่ต้องมีการจัดประชุม ซึ่งก็จะทำให้สามารถประหยัดงบประมาณไปได้ระดับหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับอำเภอทั่วประเทศมีทั้งหมด 928 อำเภอดังนั้นจะมีอำเภอที่ไม่ต้องมีการลงคะแนนเลือกส.ว.เนื่องจากมีผู้สมัครไม่ถึงเกณฑ์ 3 คนโดยทั้งหมดจะถือเป็นผู้ผ่านไปคัดเลือกในระดับจังหวัด รวม 679 อำเภอ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า 4 จังหวัดคือ พังงา ระนอง ชุมพร และสุมทรสาคร ที่อาจไม่ต้องลงคะแนนเลือกระดับจังหวัดเพราะมีผู้สมัครไม่เกิน 4 คน ซึ่งทั้งหมดก็จะถือเป็นผู้ผ่านไปคัดเลือกในระดับประเทศเลย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23710</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., คณะกรรมการการเลือกตั้ง, ณัฎฐ์ เล่าสีห์สวกุล, สมัครส.ว., สมัครสมาชิกวุฒิสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181207/image_big_5c0a0613b5e55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16699</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2018 13:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2018 13:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งทุกจังหวัดแบ่งเขตเลือกตั้ง3แบบส่งกกต.เลือก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย. 61 - ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกรณีที่มีหนังสือแจ้งไปยังผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดให้ดำเนินการเตรียมเรื่องของการแบ่งเขตเลือกตั้งว่า เป็นการเตรียมการไว้สำหรับกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ที่คาดว่าจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาช่วงกลางเดือนก.ย. และหากมีการเลือกตั้งตามที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศไว้ว่าจะเป็นช่วงก.พ. 62 และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุจะใช้ช่วงเวลา 90 วัน ระหว่างรอการบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้งให้เกิดประโยชน์สูงสุด ฉะนั้นในการทำไพรมารีโหวตผู้สมัครจะลงเขตไหน พรรคจะส่งผู้สมัครในพื้นที่ใด จะต้องมีข้อมูลการแบ่งเขตก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในส่วนของกกต. ใช้ฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรของปี 2559 ที่มีการสรุป ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2560 ดำเนินการคำนวณการแบ่งเขตไว้เบื้องต้น แต่เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงของจำนวนราษฎรรายอำเภอ ซึ่งอาจมีผลทำให้จำนวนส.ส.ของแต่ละเขตมีการเปลี่ยนแปลงได้ จึงได้มีประสานไปยังผู้อำนวยการสำนักทะเบียนกลางราษฎรของทราบข้อมูล และได้แจ้งยังผู้อำนวยการ กกต.ประจำจังหวัดให้ดำเนินการตรวจสอบอีกครั้งว่า จำนวนราษฎรล่าสุดจะมีผลทำให้ค่าเฉลี่ยกลางเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรื่องที่ทำเป็นปัจจัยพื้นฐานที่จะนำไปสู่กระบวนการไพรมารีโหวต ถ้าคสช.ออกคำสั่งมาตรา 44 ให้กกต.ดำเนินการแบ่งเขตได้ เราก็จะใช้ข้อมูลราษฎร ณ วันที่ 31 ธ.ค.60 เป็นหลัก ซึ่ง ผอ.กกต.ประจำจังหวัดก็จะทำหน้าที่แบ่งเขต 3 รูปแบบ และติดประกาศรูปแบบของการแบ่งเขตทั้ง 3 รูปแบบ เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียพรรคการเมือง เป็นเวลา 10 วัน ก่อนจะประมวลความคิดเห็นและส่งมายังกกต.ให้พิจารณาคัดเลือกรูปแบบที่ดีที่สุดให้แล้วเสร็จ&amp;nbsp; ซึ่งทั้งกระบวนการจะต้องทำให้เสร็จภายใน 60 วันนับแต่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ประกาศในราชกิจจานุเบกษา หรือคาดว่าประมาณ กลางเดือน พ.ย. เรื่องของการแบ่งเขตต้องแล้วเสร็จ และเข้าสู่กระบวนการไพรมารีโหวตได้ &amp;quot;นายณัฏฐ์ ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองเลขาธิการ กกต. กล่าวว่า การแบ่งเขตทั้งรูปแบบที่แต่ละจังหวัดจะดำเนินการ ร้อยละ 80 จะเป็นการแบ่งตามโซนนิ่งของอำเภอ เว้นแต่บางอำเภอที่มีเทศบาลนคร และเป็นชุมชนหนาแน่น อาจจะต้องแบ่งอำเภอออกเป็น 2 เขต แต่จะไม่มีการแบ่งตำบล และยึดหลักไม่กระทบกับความคุ้นเคยพื้นที่ของประชาชนที่จะไปใช้สิทธิเลือกตั้ง นอกจากนี้จากการที่รัฐบาลได้ขอความร่วมมือในเรื่องการประหยัดงบประมาณเลือกตั้ง และกฎหมายใหม่ได้กำหนดจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งต่อหน่วยเลือกตั้งเพิ่มขึ้นจากเดิม 800 คนต่อหน่วย มาเป็น1,000 คนต่อหน่วย ทางสำนักงานกกต.ได้มีหนังสือแจ้งไปยังผอ.กกต.ประจำจังหวัดทุกจังหวัดขอให้ประสานไปยังสำนักงานทะเบียนอำเภอว่าจะสามารถขยายหรือรวมหน่วยงานได้หรือไม่ แต่ต้องให้ไม่กระทบต่อความคุ้นเคยในการใช้สิทธิของประชาชน โดยจากเดิมที่มีหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศประมาณ 96,000 หน่วย ตั้งเป้าลดลงอย่างน้อย 3 เปอร์เซ็นต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หากรัฐบาลมีการขยับวันเลือกตั้งจากเดือนก.พ. 62 ไปเป็นพ.ค. 62 เขตเลือกตั้งและจำนวนส.ส.จะยังคงเดิมหรือไม่ นายณัฏฐ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีระบุแล้วว่าช่วงเวลาของการเลือกตั้งเร็วที่สุดคือ ก.พ.&amp;nbsp; ช้าที่สุดคือ พ.ค. 62 ซึ่งสำนักทะเบียนกลาง กระทรวงมหาดไทยจะมีการแจ้งเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรแต่ละปี ในช่วง มี.ค. ของปีถัดไป ดังนั้นหากวันเลือกตั้งขยับไปเป็นเดือนพ.ค. 62 ต้องมีการแบ่งเขตใหม่ ตามจำนวนประชากรที่มีการประกาศใหม่ ซึ่งจะดันให้ทุกอย่างขยับออกไปอีก 60 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองเลขาธิการ กกต. ยืนยันด้วยว่า จำนวนเขตเลือกตั้งและจำนวนส.ส.ที่ลดลงไม่ได้เกิดจากการกำหนดกกต. แต่เป็นผลมาจากรัฐธรรมนูญที่กำหนดจำนวนส.ส.แบ่งเขตลดลงจาก 375 เป็น 350 คน และจำนวนประชากรต่อส.ส. 1 คนมีการเปลี่ยนแปลงในทุกปี.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16699</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ณัฎฐ์ เล่าสีห์สวกุล, เลือกตั้งส.ส., แบ่งเขตเลือกตั้ง, ไพรมารีโหวต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180903/image_big_5b8cd82edb430.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
