<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2021 12:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2021 12:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3 ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล โวย ศบค.จัดสรรวัคซีนไม่ทันใจประชาชนในพื้นที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.64 - ที่รัฐสภา นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน ส.ส.กาญจนบุรี พรรคภูมิใจไทย และนายศาสตรา ศรีปาน ส.ส.สงขลา พรรคพลังประชารัฐ แถลงถึงการจัดสรรวัคซีนของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไว้รัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า ขอเรียกร้องไปยังศบค. ที่ดูแลเรื่องวัคซีนให้กระจายวัคซีนอย่างเหมาะสม ยกตัวอย่างการจัดสรรวัคซีนใน จ.สงขลา ซึ่งมีประชากร 1.48 ล้านคน ช่วงเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ได้รับวัคซีน 2.7 หมื่นโดส เดือน มิ.ย. จะได้รับอีก 5.8 หมื่นโดส ซึ่งถือว่าน้อยมาก ทั้งนี้ ในฐานะที่ตนเป็น ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคฯ เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข หลายคนจึงถามว่าทำไมไม่บอกรัฐมนตรี ตนอยากบอกว่า หากทำเช่นนั้นก็จะไม่เป็นธรรมกับคนไทย อีกทั้งอำนาจในการกระจายวัคซีนขึ้นอยู่กับศบค. วันนี้เราจึงต้องเรียกร้องไปยังศบค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส.ส.ทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน เราไม่ได้ต้องการวัคซีนเพื่อให้จังหวัดตัวเองได้มากที่สุด แต่ปัญหาคือวันนี้จะเอาวัคซีนที่ไหนมาให้คนที่ลงทะเบียน จึงต้องมาเรียกร้องศบค. และทราบว่านายกรัฐมนตรี รับรู้เรื่องท้วงติงของส.ส.แล้ว จึงให้ศบค.ทบทวนรูปแบบการลงทะเบียนใหม่ และจัดการวัคซีนใหม่ ส.ส.ไม่นิ่งนอนใจที่จะดูแลประชาชนทุกเรื่อง วันนี้วัคซีนเป็นเรื่องของวาระแห่งชาติ จึงขอฝากนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ให้ทราบว่าเจตนาของฝ่ายนิติบัญญัติ เรารับฟังเสียงประชาชนในพื้นที่ บทบาทของส.ส.เราต้องแสดงออกเพื่อให้วัคซีนกระจายไปทั่วถึงคนไทยทุกคน&amp;rdquo;&amp;nbsp;นายณัฏฐ์ชนน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายยศวัฒน์ กล่าวว่า เราต้องการที่จะให้ประชาชนทุกคนได้รับวัคซีน ซึ่งไม่มีนัยยะอื่นใด วันนี้มีหลายจังหวัดไม่ใช่แค่ จ.กาญจนบุรี ที่เป็นจังหวัดชายแดน และเป็นจังหวัดท่องเที่ยวที่ตกขบวน การที่ตนออกมาให้ศบค.ทบทวน เพราะเล็งเห็นถึงความสำคัญของสุขภาพความปลอดภัยประชาชนเป็นอันดับหนึ่ง รวมถึงเศรษฐกิจ ซึ่งจ.กาญจนบุรี เป็นชายแดนด้วยหากมีคนลักลอบเข้ามา และนำพาเชื้อเข้ามาด้วยจะเกิดอะไรขึ้นกับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมา จ.กาญจนบุรี จึงขอให้ศบค.ให้ความสำคัญเมืองชายแดน และเมืองเศรษฐกิจ จึงขอให้ศบค. ทบทวนและพิจารณาการจัดลำดับการจัดสรรวัคซีนโควิด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104346</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ, ยศวัฒน์ มาไพศาลสิน, วัคซีนโควิด, ศบค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210527/image_big_60af2e3fab2b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62518</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2020 13:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2020 13:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สงขลาระอุ!โควิดการเมือง &#039;ศิริโชค&#039; ปะทะเดือด ส.ส.พรรคภูมิใจไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 เม.ย.63 - นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่ นายศิริโชค โสภา อดีต ส.ส. สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าไม่กักตัว 14 วัน หลังเดินทางกลับด้วยเครื่องบินจาก กรุงเทพฯ ว่า ที่ตนต้องเดินไปกรุงเทพฯ เพราะมีความจำเป็นจริงๆ เนื่องจากหมอนัดตรวจร่างกายในวันที่ 23 มี.ค. ตน ต้องเดินทางไปตามแพทย์นัดทุกเดือนโดยระหว่างการตรวจในครั้งนี้ ได้สอบถามหมอว่า สามารถตรวจโควิดด้วยเลยได้หรือไม่ ทางหมอก็ตอบว่า การตรวจโควิดนั้น ต้องป่วยหรือมาจากพื้นที่เสี่ยง มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย แต่หากไม่ได้อยู่ในกลุ่มนี้คงจะไม่เห็นอาการอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฏฐ์ชนน กล่าวต่อว่า หลังจากอยู่กรุงเทพฯ 3-4 วันก็มีการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตนจึงต้องเดินทางกลับบ้านที่สงขลา และมีความจำเป็นต้องไปงานศพ เพราะตนเป็นประธาน เรารับปากประชาชน อีกทั้งยังมีความสนิทสนมและตลอดการเดินทางไป กรุงเทพฯ และกลับ สงขลา ตนไม่ได้เข้าใกล้กลุ่มเสี่ยง หรือผู้ติดเชื้อเลย ทั้งยังทำตามคำแนะนำของภาครัฐทุกประการ ตนตระหนักดีในวิกฤตไวรัสโควิด เพราะก่อนที่ตนจะเดินทางถึงสงขลา ที่สนามบินก่อนขึ้นเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ มีจุดตรวจคัดกรองอย่างเข้มงวดอย่างละเอียดมาก ตนก็ผ่านขั้นตอนตามปกติ เมื่อถึงสนามบินสงขลา ก็มีด่านตรวจอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมยืนยันได้ทุกที่ที่ผมผ่าน มีการตรวจโรคอย่างเข้มงวด ไม่ว่าจะที่โรงพยาบาลหรือสนามบินทั้งขาเข้าขาออก ทุกอย่างเช็คละเอียดมากไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง เมื่อผมเข้าไปในงานศพ ผมก็รักษาระยะห่างตามมาตรฐานของสาธารณสุข และเมื่อเสร็จพิธีแล้วผมก็เดินทางกลับทันที จากนั้นตนก็ไม่ได้ออกงานไปไหน แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ผมเดินทางไปด่านนอก แต่ผมนั่งอยู่แต่ในรถแล้วก็ไลฟ์สดในเรื่องของการปิดด่าน เมื่อไลฟ์จบตนก็กลับเลย ไม่ได้ลงจากรถไปไหน นี่อาจทำให้นายศิริโชคคิดว่าผมไม่ได้กักตัว เจตนาผมคือจะให้ดูว่าด่านยังไม่ได้ปิดและมีผลกระทบกับชาวสวนยาง ยืนยันว่าผมรู้ตัวเองว่าสถนการณ์วันนี้เป็นอย่างเรา ผมป้องกันตัวเองและคนรอบข้างเสมอ โดยช่วงนี้ตนตรวจร่างกายกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทุกวัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฏฐ์ชนน กล่าวอีกว่า ตนรู้สึกไม่สบายใจประชาชนเดือดร้อนทั่วประเทศจากวิกฤตโควิด ต้องการความช่วยเหลือจากส.ส. เพื่อปิดช่องว่างจากการทำงานของรัฐบาล แต่กลับมีบุคคลทางการเมืองหรือ อดีต ส.ส. ออกมาแสดงพฤติกรรมสร้างความเบื่อหน่ายแก่ประชาชน ในการจับผิดส.ส. ใส่ร้ายเพื่อจะได้รับความนิยมทางการเมือง ตนยืนยันว่าเราดูแลตัวเองและระมัดระวังตลอดในการสุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อและทำตามมาตรฐานสาธารณสุขทุกประการ เพื่อที่เราจะได้ดูแลชาวบ้านได้ ตนให้ความเคารพ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ นายอภิสิทธิ์ เวชาชาชีวะ อดีตนายกฯ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม ในฐานะนักการเมืองอาวุโสและมีความเป็นสุภาพบุรุษทางการเมือง ตนหวังที่จะเห็นนักการเมืองรุ่นใหม่อย่าเอาการเมืองมาทำลายคู่แข่งเพราะประชาชนจะไม่ได้อะไร ต้องทำงานอย่าทำลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมอยากฝากถึง นายศิริโชค ควรยึดความเป็นสุภาพบุรุษให้ได้สักครึ่งหนึ่งของท่านอภิสิทธิ์ แม้เวลานี้ท่านไม่ได้เล่นการเมืองแต่ท่านไม่เคยไปให้ร้ายป้ายสีผู้ใด&amp;quot; ส.ส. สงขลา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายศิริโชค &amp;nbsp;โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้ทันควันว่า ขอให้เป็นครั้งสุดท้าย อย่าโกหกประชาชนอีกเลยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากที่เงียบไปนาน วันนี้คุณณัฎฐ์ชนน ก็ได้ออกมายอมรับความจริง คือเพิ่งกลับมาจาก กทม. ในวันที่ 27 มีค. ( จำนน ต่อหลักฐาน) และก็ยอมรับอีกว่าไม่ได้กักตัว อ้างว่าแค่ไปงานเดียวที่ตนเองเป็นประธานงานศพ ( ในความเป็นจริงไปอีกหลายงาน ทั้งที่ลงในเฟ๊สบุ๊ค และไม่ได้ลงในเฟ๊สบุ๊ค สัมผัสประชาชน โดยที่ใส่หน้ากาก และไม่ใส่หน้ากาก)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมอยากให้เข้าใจคำว่า &amp;ldquo;ใส่ร้าย &amp;ldquo; หมายถึง การเอาข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง มากล่าวร้ายกัน แต่คุณณัฎฐ์ชนน ยอมรับเองว่า ข้อมูลที่ผมนำมาแสดงเป็นข้อเท็จจริงทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอฝากไปถึงคุณณัฏฐ์ชนน ในฐานะที่เคยเป็นผู้ช่วย สส. เก่าของผม อย่าพยายามบิดเบือน ว่าเป็นเรื่องการเมืองเลยครับ มันเป็นเรื่องความปลอดภัยของสังคม จึงทำให้ผมต้องออกเปิดเผยข้อมูลนี้ เพราะการกักตัวเป็นมาตรการที่สกัดกั้น โรค โควิด 19 ได้ดีที่สุด และเป็นสิ่งที่ผมรณรงค์มาตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตรวจ คัดกรอง วัดอุณหภูมิ ที่คุณณัฎฐ์ชนน อ้างนั้น ถ้าแก้ไขปัญหาได้จริง รัฐบาลคงไม่ต้องประกาศเคอร์ฟิวส์ ปิดเมือง และกักตัวประชาชน คนที่ติดเชื้อส่วนใหญ่ไม่มีอาการ จึงต้องมีการกักตัว 14 วัน แม้กระทั่งคนที่ไปตรวจ แล้วไม่พบเชื้อโควิด19 ( กรณี รมช. ถาวร ) ก็ยังต้องกักตัวหากมาจากพื้นที่เสี่ยง ไม่เว้นว่าท่านจะใหญ่แค่ไหน หรือมีตำแหน่งอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในยามวิกฤตเราเรียกร้องความร่วมมือจากประชาชน คนที่เป็นผู้แทนยิ่งต้องปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่าง เพราะไม่ใช่เรื่องความปลอดภัยส่วนบุคคล แต่เป็นความปลอดภัยของสังคม ถ้าคุณณัฏฐ์ชนน ยังทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย แล้วท่านจะไปขอความร่วมมือจากประชาชนได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกผม และพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงาน ในการแก้ไขปัญหาโรคโควิด 19 แต่เราต้องอยู่บนพื้นฐานความจริง อย่าปกปิดข้อมูล ที่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยของสังคม และเมื่อนั้น เราจะก้าวข้ามวิกฤต ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62518</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ, ศิริโชค โสภา, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200408/image_big_5e8d6dedbebf8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42798</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟิตจัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ไม่เพียงแต่รุ่นใหญ่ที่ได้รับมอบหมายเป็นรัฐมนตรีในค่ายสีน้ำเงิน จะทำงานแบบไม่มีวันหยุดตามนโยบาย อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จนล่าสุดมีผลโพลออกมารับรองว่า พรรคปฏิบัติการภูมิใจไทย ทำตามสัญญาที่หาเสียงไว้มาเป็นอันดับหนึ่ง แซงหน้าพรรคการเมืองอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่บรรดา ส.ส.ของพรรคก็ไม่น้อยหน้าเดินหน้าทำงานไม่หยุดเช่นกัน โดยเฉพาะ ส.ส.ใต้จำนวน&amp;nbsp; 8 คนที่มีโอกาสเข้ามา สามารถทลายความเชื่อเดิมๆ จากพรรคการเมืองเก่าเจ้าของพื้นที่ลงได้ โดยอาศัยนโยบายแก้ปัญหาปากท้องเป็นตัวชูโรงนำหน้าการเมือง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยหนึ่งในแปดคนที่ฟิตจัดเป็นพิเศษ คือ ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.เขต 7 จังหวัดสงขลา ผู้ที่คว่ำแชมป์เก่าจากพรรค ปชป.ที่ชื่อ ศิริโชค โสภา เจ้าของฉายาวอลเปเปอร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส.ส.สงขลา พรรคภูมิใจไทยคนนี้บอกว่า ในฐานะ ส.ส.ทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ ตนจะเน้นทำงานตามนโยบายพรรคที่หาเสียงทันที โดยจะชูการแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องเป็นอันดับแรก เพราะชาวบ้านเบื่อหน่ายปัญหาการเมืองที่ทำให้ประเทศหยุดการพัฒนามาเป็นเวลานาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ในฐานะที่ตัวเองเกิดมาจากครอบครัวชาวสวนยาง จึงรู้เรื่องยางและรู้วิธีที่จะทำให้ผลผลิตมีราคาดี โดยเสนอแนวทางแก้ไข 7 ข้อ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.ต้องเปิดตลาดการค้ายางให้มากขึ้น อาทิ ตลาดในแอฟริกา 2.รัฐบาลกับพ่อค้าต้องมีนโยบายไปในทิศทางเดียวกัน 3.ต้องให้ข้อมูลที่เป็นจริงแก่เกษตรกร 4.สรรหาคนเก่งมาดูแลการยางฯ 5.ต้องส่งเสริมการแปรรูปผลิตภัณฑ์ 6.ต้องนำงานวิจัยมาใช้อย่างเป็นรูปธรรม และ 7.ใช้ระบบ 4.0 จัดการปัญหาราคายาง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส.ส.สงขลาจากค่ายภูมิใจไทยคนนี้บอกว่า ตนเสนอแนวทางนี้ต่อรัฐบาล ต่อสภา เเละจะเสนอตั้ง กมธ.การดูแลยกระดับราคาพืชผลโดยใช้การแบ่งปันผลกำไร ตามนโยบายของพรรคภูมิใจไทยที่วางไว้ และจะสานต่อนโยบายเปลี่ยนสวนปาล์มเป็นสวนน้ำมัน สร้างโรงไฟฟ้าปาล์มน้ำมันในพื้นที่ควบคู่ไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เชื่อว่าหากทำได้ทำสำเร็จ เลือกตั้งครั้งหน้า ภท.เข้าไปอยู่ในใจพี่น้องชาวใต้เพิ่มขึ้นแน่นอน&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส.ส.สงขลาจากพรรคปฏิบัติการภูมิใจไทยกล่าวด้วยความมั่นใจ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;ช่างสงสัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42798</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, ช่างสงสัย, ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2a90cec635d.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40796</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2019 14:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2019 14:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมาพันธ์สาธารณสุขชายแดนใต้ยื่น4ข้อ&quot;ภูมิใจไทย&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12ก.ค.62- สมาพันธ์บุคลากรสาธารณสุขชายแดนใต้ยื่นข้อเสนอ ส.ส. พรรคภูมิใจไทย 4 ประเด็นหลัก ปรับปรุงกฎระเบียบที่ไม่เป็นธรรม ยกฐานะ อสม. สางค่าตอบแทนบุคลากรสาธารณสุขทุกวิชาชีพ และตั้งกรมบริการสุขภาพปฐมภูมิเพื่อรองรับภาระงานนโยบายด้านสุขภาพปฐมภูมิ หวังพรรคภูมิใจไทยนำไปพิจารณาเป็นนโยบายกระทรวงสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายริซกี สาร๊ะ เลขาธิการสมาพันธ์บุคลากรสาธารณสุขชายแดนใต้ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ ตนได้ยื่นข้อเสนอแก่ ส.ส. พรรคภูมิใจไทย ประกอบด้วย ดร.นาที รัชกิจประการ และ นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ซึ่งมาร่วมเวทีประชุมรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการยกระดับศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในการพัฒนาสุขภาพชุมชน ที่มหาวิยาลัยราชภัฎสงขลา เพื่อให้พรรคภูมิใจไทยนำไปพิจารณาประกอบการกำหนดนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข โดยข้อเสนอมีทั้งหมด 4 ประเด็น ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่ 1.การปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย ระเบียบ ประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ไม่เสมอภาคเป็นธรรม มี 5 ข้อย่อย คือ 1.1 เสนอ พ.ร.บ.อาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ 1.2 ปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ สวัสดิการ ความก้าวหน้าที่ไม่เสมอภาคเป็นธรรมต่อลูกจ้าง 1.3 เสนอระเบียบออกจากสำนักงาน ก.พ. และตั้ง ก.สธ. ขึ้นมาบริหารจัดการและดูแลบุคลากรสาธารณสุข และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในสังกัดด้วยตัวเอง 1.4 เสนอกองทุนการออมเพื่อสุขภาพแห่งชาติ เพื่อลดงบประมาณของรัฐในการซ่อมสุขภาพและเป็นหลักประกันการดูแลสุขภาพในการก้างสู่สังคมสูงอายุ และ 1.5 เสนอ พ.ร.บ.ที่สนับสนุนการส่งเสริมป้องกันโรค โดยมุ่งนโยบาย &amp;quot;ไม่ป่วยจ่ายเท่าไหร่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่ 2.การยกฐานะ สิทธิ สวัสดิการ ค่าตอบแทน ค่ารักษาพยาบาล อสม.มี 2 ข้อย่อย คือ 2.1 ยกฐานะ อสม. พัฒนาเป็น Care Giver หรือ Community Public Health Assistance หรือ Health Promotion Assistance เพื่อช่วยสนับสนุนบุคลากรสาธารณสุขในระดับปฐมภูมิ &amp;nbsp;และ 2.2 ปรับปรุงค่าป่วยการ อสม. ค่าตอบแทน สิทธิ สวัสดิการ และค่ารักษาพยาบาลให้มีความเหมาะสมต่อภาระงานและสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่ 3. การยกฐานะ สิทธิ สวัสดิการ ค่าตอบแทนบุคลากรสาธารณสุขทุกวิชาชีพ ทุกสายงานในกระทรวง มี 2 ข้อย่อย คือ 3.1 การบรรจุราชการ การปรับตำแหน่ง ความก้าวหน้า โดยในส่วนของงานบริหารบุคคลในจังหวัดชายแดนใต้ (ว.16 ชายแดนใต้) ให้มีการปรับตำแหน่งคนที่มีคุณสมบัติครบตามหลักเกณฑ์อย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง, การเรียกบรรจุผู้ที่สอบขึ้นบัญชี (ว.80) ให้หมดก่อนบัญชีจะหมดอายุ, การบรรจุเป็นข้าราชการ การปรับตำแหน่ง การพิจารณาใช้ตำแหน่งว่างของทุกวิชาชีพ ทุกสายงานอย่างเป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ, การทบทวนการยุบเลิกการบรรจุข้าราชการอย่างไม่เป็นธรรมของหลายสายงานในกระทรวง และ การไหลเลื่อนตำแหน่งสู่ระดับที่สูงขึ้นจนถึงระดับชำนาญการพิเศษขึ้นไป และเข้าสู่ตำแหน่งบริหารได้ทุกวิชาชีพทุกสายงานโดยไม่มีเงื่อนไขกีดกันความก้าวหน้าระหว่างวิชาชีพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.2 ค่าตอบแทน ค่าจ้าง เงินเดือน โดยขอให้พิจารณาเยียวยากรณีความเหลื่อมล้ำเงินเดือนและอายุราชการของบุคลากร เช่น กลุ่มอดีตพนักงานของรัฐที่ถูกฉีกสัญญาทุนจนอายุราชการหาย เงินเดือนเหลื่อมล้ำ หรือกลุ่มอดีตลูกจ้างประจำที่ไปศึกษาต่อเพื่อความก้าวหน้าและถูกลดเงินเดือนอย่างไม่เป็นธรรม นอกจากนี้ยังเสนอให้ปรับค่าจ้างลูกจ้างทุกประเภทในอัตราไม่น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำของกฎหมายแรงงาน, เสนอปรับค่าตอบแทนฉบับที่ 5 (ค่าเวร ค่าหัตถการ) ให้เหมาะสมต่อภาระงานและสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน, เสนอยกเลิกเงินค่าตอบแทนฉบับ 10, 11 และ 12 โดยยกร่างหลักเกณฑ์เงื่อนไขเงื่อนไขค่าตอบแทนฉบับใหม่ให้เสมอภาค เป็นธรรม ครอบคลุมทุกวิชาชีพ ทุกสายงาน โดยใช้เงินงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรจากรัฐบาลเท่าเดิม รวมทั้งสนับสนุนค่าตอบแทนวิชาชีพ เงินประจำตำแหน่งระดับชำนาญการขึ้นไป และปรับปรุงเงินเพิ่มพิเศษสำหรับผู้ปฏิบัติหน้าที่ให้บริการการแพทย์และสาธารณสุข (พดส.) สำหรับวิชาชีพสาธารณสุขชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่ 4.การจัดตั้งกรมบริการสุขภาพปฐมภูมิเพื่อรองรับภาระงานนโยบายด้านสุขภาพปฐมภูมิในชุมชนเมือง ชนบท พื้นที่กันดาร ห่างไกลและยากลำบาก มี 2 ข้อย่อย คือ 4.1 การลงทุน รพ.สต. 1 หมื่นแห่ง งบหมื่นล้านบาท บุคลากร 1 หมื่นคน (เติมคน เงิน ของ ให้ครบถ้วนครอบคลุมหน่วยบริการปฐมภูมิทุกแห่งโดยไม่เลือกปฏิบัติ) 4.2 การจัดสรรงบประมาณโดยการโอนไปยัง รพ.สต. โดยตรง เพื่อให้ รพ.สต.ได้รับงบประมาณครบถ้วน และมีศักยภาพในการดูแลประชาชนได้อย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายริซกี กล่าวว่า หลังจากที่ยื่นข้อเสนอแก้ตัวแทนพรรคภูมิใจไทยแล้ว ในโอกาสต่อไปจะเข้ายื่นข้อเสนอแก่ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคพลังประชารัฐ เพื่อนำไปประกอบการกำหนดนโยบายของรัฐบาลอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40796</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคภูมิใจไทย, ชายแดนใต้ยื่น4ข้อเสนอพรคคภูมิใจไทย, ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ, นาที รัชกิจประการ, ริซกี สาร๊ะ, สมาพันธ์บุคลากรสาธารณสุขชายแดนใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190712/image_big_5d28378d53223.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33232</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คว่ำ &#039;วอลเปเปอร์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกพื้นที่เลือกตั้งที่สร้างความสนใจให้คอการเมืองไม่ใช่น้อยคือ เขต 7 จังหวัดสงขลา เมื่อ ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ จากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) สามารถคว่ำ วอลเปเปอร์-ศิริโชค โสภา แชมป์เก่าเจ้าของพื้นที่จากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และเป็นคนสนิท อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคลงได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับ ณัฏฐ์ชนน แม้เป็นน้องใหม่ในฐานะผู้แทน แต่ที่ผ่านมาก็ทำงานการเมืองอย่างต่อเนื่อง ทั้งพรรคไทยรักไทย ประชาธิปัตย์ และสนามท้องถิ่นในตำแหน่ง ส.จ.สงขลา เขตอำเภอจะนะ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนมาสวมเสื้อภูมิใจไทยภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ที่มอบหมายงานสำคัญให้ คือกรรมการยุทธศาสตร์ด้านยางพารา และยังเปิดโอกาสให้ลงสมัคร ส.ส.เขต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนเคล็ดลับที่ทำให้คว่ำ วอลเปเปอร์ ได้นั้น ณัฏฐ์ชนน บอกว่าขายภาพการเป็นคนทำงานและเป็นคนพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมาก็ทำงานอย่างต่อเนื่องจริงๆ โดยอาศัยสื่อออนไลน์ติดต่อสื่อสารกับชาวบ้าน แตกต่างจากคู่แข่งอย่าง ปชป.ซึ่งเป็นคนต่างถิ่น ที่ผ่านมาเข้ามาได้ก็เพราะเสาไฟฟ้ายี่ห้อ ปชป.ช่วยไว้&amp;nbsp; ประกอบกับสถานการณ์ในพื้นที่ขณะนั้นชาวบ้านต้องการ เปลี่ยน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม แม้เจ้าของพื้นที่เดิมจะพยายามดิ้นรนทุกวิธีทาง โค้งสุดท้ายถึงขนาดท่านชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ เขียนจดหมายขอร้องให้ชาวบ้านสนับสนุน ศิริโชค โสภา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ตนก็แก้เกมโดยให้ลูกชายวัย 9 ขวบเขียนจดหมายอ้อนชาวบ้านให้ช่วยเลือก &amp;ldquo;ผมซึ่งเป็นคนในพื้นที่เข้าไปทำงาน&amp;rdquo; จนสุดท้ายผลการเลือกตั้งออกมา ตนในฐานะผู้สมัครจาก ภท.ก็สามารถชนะแชมป์เก่าที่มาจาก ปชป.ได้สำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ภายหลังผลคะแนนออกมา มีคนโทรศัพท์มาแสดงความยินดีจำนวนมาก และไม่น่าเชื่อแม้คนใน ปชป.เองยังโทร.มายินดี บอกว่าน้องสุดยอดมาก&amp;rdquo; ว่าที่ ส.ส.เขต 7 สงขลา ณัฏฐ์ชนน บอก. &lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;right&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:right&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่างสงสัย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33232</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, ช่างสงสัย, ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ, ศิริโชค โสภา, อนุทิน ชาญวีรกูล, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2a90cec635d.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
