<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71984</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2020 11:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2020 11:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2ปปช.ป้ายแดงทำงานวันแรก &#039;โฆษก&#039;จ่อแถลงคดีใหญ่ปลายสัปดาห์นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค. 63 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ​ เมื่อเวลา 08.30 น. นายณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา&amp;nbsp; และ นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข&amp;nbsp; กรรมการ ป.ป.ช. เข้าทำงานเป็นวันแรก หลังได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช. โดยได้มีการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในสำนักงาน ป.ป.ช. ก่อนเริ่มงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายสุชาติ&amp;nbsp; กล่าวว่า การทำงานคงขึ้นอยู่กับกรรมการ ป.ป.ช.ชุดเดิม ว่าจะมีนโยบายในการบริหารจัดการคดีอย่างไร พวกเราคงจะต้องรับนโยบาย และปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ของ ป.ป.ช. ส่วนกรณีปัญหาเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ป.ป.ช.จะมีการแก้ไขอย่างไรนั้น การเป็นนักกฎหมายจะช่วยให้การทำงานด้านสืบสวนสอบสวนเป็นไปอย่างรอบคอบ ทั้งนี้​ เข้าใจว่าสำนวนของ ป.ป.ช.ไม่สามารถเปิดเผยได้จนกว่าเรื่องจะไปสู่การพิจารณาของศาล แต่โดยส่วนตัวเห็นว่า หากคดีใดที่สั่งฟ้องเรียบร้อยแล้ว และไม่ส่งผลกระทบต่อการสอบสวน&amp;nbsp; ก็ควรจะมีการเผยแพร่ความเห็นส่วนตัวของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ได้ลงมติในคดีนั้นต่อสาธารณะ&amp;nbsp; เพื่อป้องกันข้อครหาว่า ป.ป.ช.ไต่สวนสำนวนไม่เป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐจักร กล่าวว่า เคยทำงานเป็นอนุกรรมการ ป.ป.ช. และเห็นว่าสิ่งแรกจะต้องเร่งสร้างกำลังคนของ ป.ป.ช.ให้เก่ง นอกจากนั้นจะต้องสร้างขวัญกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ และควรกระจายอำนาจจากคณะกรรมการป.ป.ช.ให้กับป.ป.ช.ประจำจังหวัดมากขึ้นให้มีอำนาจตัดสินใจบางเรื่อง เพื่อให้คดีค้างเก่าเดินหน้าได้อย่างรวดเร็ว ส่วนแนวทางการทำงานนั้น ขอให้รอดูว่าตนทำงานได้หรือไม่ อย่างไรก็ตามการไต่สวนในทุกสำนวนก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหาและผู้ร้องมากที่สุด เพื่อให้เกิดความเกิดความเท่าเทียมและเป็นประโยชน์กับประชาชน โดยในเรื่องที่มีการกล่าวหา จะต้องสอบทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งฝ่ายผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหา เพื่อให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย และ ป.ป.ช.จะต้องมีความเป็นกลางในการตัดสินใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีข่าวว่า ป.ป.ช.มีมติชี้มูลในคดีฮั้วประมูลการจัดงานอีเวนต์ประชาสัมพันธ์โครงการสร้างอนาคตใหม่ประเทศไทย Roadshow Thailand 2020&amp;nbsp; วงเงิน 240 ล้านบาทว่า มีนักการเมืองถูกชี้มูลในคดีนี้ตามที่มีข่าวจริง&amp;nbsp; แต่ขณะนี้ ป.ป.ช.กำลังจัดทำรายละเอียดอยู่ ดังนั้นจึงขอให้รอฟังรายละเอียดอีกครั้งในการแถลงของโฆษก ป.ป.ช. ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดโฆษก ป.ป.ช.จะเป็นผู้แถลงในช่วงปลายสัปดาห์นี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71984</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา, ป.ป.ช., วรวิทย์ สุขบุญ, สุชาติ ตระกูลเกษมสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200720/image_big_5f152165c7ef7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68088</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ชวน&quot;ซักเองต่อหน้า&quot;สุชาติ&quot; เบื้องหลัง พท.อุบอิบ-ทำเงียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อยู่ในช่วงวัดใจ &amp;quot;ประธานวุฒิสภา-พรเพชร วิชิตชลชัย&amp;quot; ในการจะนำรายชื่อ 2 ว่าที่กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่วุฒิสภาลงมติเห็นชอบไปเมื่อวันที่ 26 พ.ค. ขึ้นทูลเกล้าฯ พร้อมกันไปเลยทั้งสองชื่อหรือไม่ คือ สุชาติ ตระกูลเกษมสุข อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งมีนบุรี อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กับณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา อัยการอาวุโส หลังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับ &amp;quot;คุณสมบัติของสุชาติ&amp;quot; ในฐานะที่เป็นอดีต สนช.ที่ทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติในช่วงรัฐบาล คสช. 5 ปี แล้วมาสมัครและได้รับเลือกจากที่ประชุมวุฒิสภา จะเข้าข่ายคุณสมบัติต้องห้ามการเป็น ป.ป.ช.หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จนทำให้มีการเคลื่อนไหวของฝ่ายต่างๆ ที่ต้องการทำให้เรื่องนี้เคลียร์เสียก่อนจะได้ไม่เกิดปัญหาภายหลัง ไม่ว่าจะเป็นกรณี &amp;quot;ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย&amp;quot; ที่ยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้เสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองวินิจฉัยให้สะเด็ดน้ำว่า การที่ &amp;quot;สุชาติ&amp;quot; พ้นจากตำแหน่ง สนช.มายังไม่ครบ 10 ปี จะมีลักษณะต้องห้ามการเป็น ป.ป.ช. ตาม พ.ร.บ.ป.ป.ช.ฯ หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกันฝ่ายค้านก็มีขยับเช่นกัน ที่ทำผ่าน นิคม บุญวิเศษ ส.ส.พรรคพลังปวงชนไทย ที่ทำหนังสือขอคัดค้านการให้นายสุชาติเข้าดำรงตำแหน่ง ป.ป.ช. โดยส่งเรื่องผ่าน &amp;quot;ชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่น่าสนใจ ซึ่งหลายคนหากไม่สังเกตความเคลื่อนไหวดังกล่าวของฝ่ายค้านอาจแปลกใจว่าทำไมงานนี้ &amp;quot;พรรคเพื่อไทย&amp;quot; เงียบผิดปกติ ไม่ออกมาเทกแอคชั่นอะไร ทั้งที่เป็นพรรคแกนนำฝายค้าน น่าจะเข้าทางเพื่อไทยในการ &amp;quot;ขย้ำวุฒิสภา-ป.ป.ช.-องค์กรศาล&amp;quot; แต่กลับให้พรรคเล็กอย่างพลังปวงชนไทยขยับแทน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เบื้องลึกเบื้องหลังเรื่องก็เพราะ เพื่อไทย หากขยับอะไรไปจะทำให้ &amp;quot;หัวหน้าพรรคเพื่อไทย-สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภา&amp;quot; ติดร่างแหไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุก็เพราะ ในการลงมติเลือกผู้สมัครเป็น ป.ป.ช. ในชั้นกรรมการสรรหาฯ ที่มี &amp;quot;ไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา&amp;quot; เป็นประธาน ปรากฏว่า กว่าที่สุชาติจะฝ่าด่านกรรมการสรรหาฯ มาได้นั้น กรรมการต้องมีการลงคะแนนกันถึงสามรอบ จนสุดท้ายสุชาติจึงเบียดชนะ &amp;quot;ปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1&amp;quot; มาได้ ซึ่งปรากฏว่า &amp;quot;สมพงษ์ หน.เพื่อไทย&amp;quot; ลงคะแนนเห็นชอบให้สุชาติได้เป็นว่าที่ ป.ป.ช.คนใหม่ด้วย จนเป็นมติ กก.สรรหาฯ 7 ต่อ 1 ส่วน 1 คะแนนที่ไม่เลือกสุชาติไม่ใช่ใครที่ไหน ก็คือ &amp;quot;ชวน-ประธานสภาฯ&amp;quot; ที่เป็นหนึ่งในกรรมการสรรหาฯ นั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาจเพราะเหตุนี้ ส.ส.ฝ่ายค้านเลยรู้กันว่า ต้องกระทุ้งผ่าน &amp;quot;ชวน&amp;quot; ให้ขยับเรื่องนี้ โดยต้องไม่ทำโดย ส.ส.เพื่อไทย เพื่อกัน &amp;quot;สมพงษ์&amp;quot; ออกมานั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ก่อนที่กรรมการสรรหาฯ 7 เสียงจะหนุนสุชาติให้ได้เป็นว่าที่ ป.ป.ช.ก็พบว่า ตอนลงมติรอบแรกและรอบที่สอง บางคน จริงๆ ก็ไม่ได้เลือกสุชาติ ไม่ว่าจะเป็นไสลเกษ ประธานศาลฎีกาฯ-ปิยะ ปะตังทา ประธานศาลปกครองสูงสุด รวมถึงตัวสมพงษ์ หน.เพื่อไทยเองด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เมื่อการลงคะแนนผ่านมาถึงรอบที่ 3 แล้วยังหาข้อยุติไม่ได้ เพราะ &amp;quot;สุชาติ-ปรเมษฐ์&amp;quot; คะแนนเบียดกัน ไม่มีใครได้ถึงเกณฑ์ เลยทำให้ในรอบที่ 3 ทางประธานศาลฎีกาฯ-ประธานศาลปกครองสูงสุด-หัวหน้าพรรคเพื่อไทย จึงเปลี่ยนใจหันมาเลือกสุชาติจนคะแนนนำโด่ง 7 เสียง มีแค่ชวน หลีกภัย ที่ยืนกรานลงมติไม่เอาสุชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และยิ่งน่าสนใจขึ้นไปอีกเมื่อพบว่า ตอนเรียก &amp;quot;สุชาติ&amp;quot; มาแสดงวิสัยทัศน์ต่อหน้ากรรมการสรรหาฯ ที่มีประธานศาลฎีกานั่งหัวโต๊ะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ชวน&amp;quot; ได้เป็นผู้ตั้งคำถามสุชาติอย่างหนักกลางที่ประชุม เช่น &amp;quot;แปลกใจทำไมไม่คิดเอาดีเป็นผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ทำไมถึงตัดสินใจมาเป็น ป.ป.ช.ครับ&amp;quot; หรือคำถามที่ว่า &amp;quot;ท่านเข้าไปเป็น สนช.ได้อย่างไรครับ&amp;quot; และประเด็นเรื่องคุณสมบัติของสุชาติที่กำลังถูกวิจารณ์ขณะนี้ ก็พบว่าเป็น &amp;quot;ชวน&amp;quot; คนนี้ที่ซักถามเรื่องนี้ไว้แล้วด้วยข้อความดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ท่านคิดว่า วุฒิสภา สมาชิกวุฒิสภาไม่ตีความคุณสมบัติอันนี้ ท่านเป็นห่วงหรือไม่ครับ คุณสมบัติเรื่องการเคยเป็น สนช. เขาจะตีความ หมายถึงเคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ซึ่งเป็นลักษณะห้ามอย่างหนึ่ง ซึ่งเราก็พูดกันอยู่ครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยสุชาติตอบแบบชัดถ้อยชัดคำดังนี้ &amp;quot;ผมก็เป็นห่วงอยู่เหมือนกัน ในเรื่องการตีความ&amp;quot; จากนั้นได้ยกเหตุการณ์ในอดีตที่ สนช. ที่นายสุชาติเคยเป็นอยู่ด้วย เคยมีข้อถกเถียงเรื่องคุณสมบัติคนที่ถูกเสนอชื่อเป็น กสทช.มาเปรียบเทียบ แล้วก็จบการพูดไว้เพียงเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความคลุมเครือดังกล่าวก็อยู่ที่ทั้งพรเพชร-ผู้ตรวจการแผ่นดิน-ศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ว่าจะทำเรื่องนี้ให้กระจ่างชัด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นภายหลังหรือไม่. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68088</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ชวน หลีกภัย, ณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา, ปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์, พรเพชร วิชิตชลชัย, ศรีสุวรรณ จรรยา, สมพงษ์ อมรวิวัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200607/image_big_5edcf2cde33f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67683</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระบบ&#039;เพื่อนช่วยเพื่อน&#039;? ตั้งสนช.เป็นป.ป.ช.ส่อขัดรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ส.ว.มีไว้ทำไม&amp;rdquo; ถูกนำมาพูดถึงอีกหลายครั้ง หลังถูก ส.ส.ฝ่ายค้าน และสังคมภายนอกออก ออกมาตั้งคำถามหลังทำงานมาเป็นเวลา 1 ปี พร้อมดูแคลนว่ามีหน้าที่ลงมติเลือก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ เท่านั้น ท่ามกลางข้อกล่าวหาเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; สืบทอดอำนาจถูกต้องตามกฎหมายได้สำเร็จ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุดการใช้อำนาจของ วุฒิสภา ร้อนฉ่าขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมท้าทายหลักกฎหมายขัดกันแห่งผลประโยชน์หรือไม่ หลังได้ลงมติเห็นชอบให้ นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข เป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)&amp;nbsp; ในการประชุมลับเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจจะขัดรัฐธรรมนูญ 2560 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ปี 2561 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื่องจาก นายสุชาติ (ขณะดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์) เคยได้รับการแต่งตั้งจาก คสช.ให้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2559 และพ้นจากตำแหน่ง สนช.เมื่อเดือนพฤษภาคม 2562 นับถึงปัจจุบันพ้นตำแหน่งมาเพียง 1 ปี เท่ากับพ้นตำแหน่งไม่เกิน 10 ปี อันเป็นการขัดต่อลักษณะต้องห้ามที่กฎหมายบัญญัติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ พ.ร.ป.ว่าด้วย ป.ป.ช.มาตรา 11 (18) บัญญัติว่ากรรมการ ป.ป.ช.ต้องไม่มีลักษณะต้อง ห้ามดังนี้ &amp;ldquo;เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการการเมือง หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นในระยะสิบปีก่อนเข้ารับการสรรหา&amp;rdquo;&amp;nbsp; ประกอบกับคณะกรรมการ ป.ป.ช.เคยมีความเห็นว่า สนช.ถือเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง&amp;nbsp; ตามมาตรา 6 แห่งรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว 2557 ที่บัญญัติให้ สนช.ทำหน้าที่สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา จึงมีหน้าที่ยื่นแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินพร้อมเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และที่สำคัญ รธน.2560 มาตรา 263 บัญญัติว่า &amp;ldquo;ในระหว่างที่ยังไม่มีสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาตาม รธน.นี้ ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติที่ตั้งขึ้นตาม รธน.แห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ยังคงทำหน้าที่รัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาต่อไป และให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้ รธน.นี้ ทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา ตามลำดับ ตามบทบัญญัติแห่ง รธน.นี้ และให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติสิ้นสุดลงในวันก่อนวันเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปที่จัดขึ้นตาม รธน.นี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อนึ่ง ในการประชุมลับของวุฒิสภาได้ลงมติให้ความเห็นชอบบุคคลไปดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช. 2 คน ได้แก่ นายณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา อดีตผู้ตรวจอัยการและอัยการอาวุโส ได้ 224 คะแนน และ นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข&amp;nbsp; อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ชำนัญพิเศษ ได้ 219 คะแนน แต่กรณีนายณัฐจักรไม่ขัดต่อลักษณะต้องห้าม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น เพื่อมิให้เกิดปัญหาตามมาจนเกิดเป็น &amp;ldquo;วิกฤติวุฒิสภา&amp;rdquo; ประธานวุฒิสภาควรระงับหรือชะลอการทูลเกล้าฯ รายชื่อนายสุชาติไว้ก่อนจนกว่าจะได้ข้อยุติที่สังคมยอมรับได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านแหล่งข่าวจากรัฐสภากล่าวว่า หลังจากวุฒิสภาลงมติเห็นชอบนายสุชาติและนายณัฐจักรเป็นกรรมการ ป.ป.ช.ผ่านไป 3 วัน ในวันที่ 29 พฤษภาคม กรรมการสรรหากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) มีนายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกาเป็นประธาน ได้ประชุมและพิจารณาคุณสมบัติผู้สมัครเป็น กสม. 36 คน ปรากฏว่าได้ลงมติด้วยเสียงส่วนใหญ่ให้ตัดออกไป 2 คน ได้แก่ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก หรือ &amp;ldquo;บิ๊กแป๊ะ&amp;rdquo; อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม และ น.ส.จินตนันท์ ชญาต์ร ศุภมิตร กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ เนื่องจากมีลักษณะต้องห้าม เพราะเคยเป็น สนช.จากการแต่งตั้งของ คสช. และพ้นจากตำแหน่งไม่เกิน 10 ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะในรายของ พล.อ.นิพัทธ์ นั้น คณะกรรมการสรรหาเคยเพิกถอนสิทธิการเป็นผู้สมัคร กสม.มาครั้งหนึ่งแล้วเมื่อกลางปีที่แล้ว ด้วยมีลักษณะต้องห้ามดังกล่าว แต่ก็ยังมาสมัครอีก อาจเห็นว่านายสุชาติซึ่งเคยเป็น สนช.มาด้วยกัน ยังผ่านการสรรหาของคณะกรรมการสรรหา ป.ป.ช.มาได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แหล่งข่าวกล่าวว่า กรรมการสรรหา กสม.ได้อภิปรายแสดงความเห็นยืนยันต้องตัดชื่อ พล.อ.นิพัทธ์ และ น.ส.จินตนันท์ออกไป เพราะมีลักษณะต้องห้าม ขัดต่อ รธน.และกฎหมายประกอบ รธน.ว่าด้วย กสม. ซึ่งบัญญัติไว้ในมาตรา 10 (18) ด้วยถ้อยคำเดียวกันกับกฎหมายประกอบ รธน.ว่าด้วยป.ป.ช. แม้ว่าวุฒิสภาเพิ่งลงมติเห็นชอบเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมาให้นายสุชาติเป็นกรรมการ ป.ป.ช. ถือว่ากรณีนี้เป็นเรื่องหลักการ ความเป็นอิสระ ไม่ฝักใฝ่การเมืองเป็นคุณสมบัติสำคัญ การเป็น สนช.ปฏิเสธไม่ได้ว่า คสช.แต่งตั้ง และปัจจุบันคนใน คสช.และ สนช.มาดำรงตำแหน่งเป็นคณะรัฐมนตรี เป็น ส.ว.&amp;nbsp; หากคนเหล่านี้มาเป็นกรรมการองค์กรอิสระอาจปกป้องช่วยเหลือกันเอง การยืมนาฬิกาเพื่อนราคาแพงลิบลิ่วเกือบ 30 เรือนมาใส่ตั้งนานยังไม่มีความผิด เป็นกรณีตัวอย่างที่สังคมเห็นๆ กันอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บทบัญญัติของ รธน.ก็ชัดแจ้งอยู่แล้วว่า สนช.เปรียบได้กับ ส.ส. ส.ว. ทำหน้าที่ในนาม ส.ส. ส.ว.ในกฎหมายประกอบ รธน. ก็ห้าม สนช.ไปเป็นกรรมการ ป.ป.ช. กสม. แต่ทำไมวุฒิสภาจึงลงมติเลือกอดีต สนช.ไปเป็นกรรมการ ป.ป.ช. และหาก สนช. 2 คนที่ลงสมัครเป็น กสม.ผ่านคณะกรรมการสรรหาไปได้ รับรองได้เลยว่า ส.ว.ต้องลงมติเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น เพราะ ส.ว.ส่วนใหญ่เป็นทหารและเคยเป็น สนช.มาแล้ว เรียกว่าพวกกันทั้งนั้น แต่ถ้าเป็นเอ็นจีโอ หรือเป็นสื่อมวลชน วุฒิสภาชุดนี้จะลงมติคว่ำสถานเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน นายเจษฎ์ โทณะวณิก ที่ปรึกษาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ 60 (กรธ.) กล่าวว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 263 ให้อำนาจ สนช.ทำหน้าที่เป็น ส.ส.และ ส.ว. ทั้งนี้หากตีความ สนช.เป็น ส.ส.และ ส.ว.ด้วย ก็จะเข้าลักษณะต้องห้ามตาม รธน. มาตรา 216 ประกอบ 202 (4) เป็นหรือเคยเป็น ส.ส. ส.ว. หรือข้าราชการการเมืองในระยะเวลา 10 ปี ไม่สามารถเป็นองค์กรอิสระได้ แต่หากตีความมาตรา 263 ว่า สนช.ทำหน้าที่แทน ส.ส.และ ส.ว.เฉยๆ ไม่ถือว่าเป็น ส.ส.และ ส.ว.นั้น ก็ไม่เข้าลักษณะต้องห้าม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ ในความเห็นของตัวเองคิดว่า สนช.ทำหน้าที่เหมือน&amp;nbsp; ส.ส.และ ส.ว. มีสวัสดิการเงินเดือนเทียบเท่าทุกอย่าง และอีกด้านหนึ่งก็เป็นข้าราชการการเมืองอีกด้วย จึงถือว่าผู้ที่เคยเป็น สนช.ยังไม่พ้นระยะเวลา 10 ปี ไม่สามารถเป็นกรรมการในองค์กรอิสระได้ เพราะหากไม่เข้าช่อง ส.ส.หรือ ส.ว. ก็ไม่พ้นข้าราชการการเมืองอยู่ดี และสุดท้ายหากสังคมยังไม่คลายความสงสัยอาจต้องมีการยื่นตีความโดยศาลรัฐธรรมนูญต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ถือว่าเป็นเรื่องน่าคิด เพราะรัฐธรรมนูญ 60 เปิดโอกาสให้คนเป็น สนช.สามารถเป็นวุฒิสภาได้ และสุดท้ายก็มี สนช.ได้เป็นวุฒิสภาจำนวนมาก และต่อมามี อดีต สนช.มาลงสมัครองค์กรอิสระ และสุดท้ายมีมติได้รับเลือก ก็แสมือนกับเพื่อนช่วยเพื่อน ถือว่าขัดกันแห่งผลประโยชน์ แม้สุดท้ายอาจไม่ผิดรัฐธรรมนูญ แต่เป็นเรื่องน่าวิเคราะห์ต่อไปว่าเหมาะสมหรือไม่&amp;quot;&amp;nbsp; อดีตที่ปรึกษา กรธ.ให้ความเห็นปิดท้าย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67683</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา, พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สุชาติ ตระกูลเกษมสุข, เกษมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200602/image_big_5ed65b415c974.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66974</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2020 15:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2020 15:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วุฒิสภาลงมติเห็นชอบ&#039;ณัฐจักร-สุชาติ&#039;นั่งกรรมการป.ป.ช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
26 พ.ค.63- ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม มีวาระพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลปรากฏว่าที่ประชุมวุฒิสภา ลงคะแนนเห็นชอบนายณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา และนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข เป็นผู้ได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งกรรมการป.ป.ช. โดยนายณัฐจักร ได้รับคะแนนเห็นชอบ 224 ต่อ 11 เสียง ไม่ออกเสียง 4 เสียง และนายสุชาติ ได้รับคะแนนเห็นชอบ 219 เสียง ต่อ 12 เสียง ไม่ออกเสียง 8 เสียง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66974</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการป.ป.ช., ณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา, นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข, ประชุมวุฒิสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200526/image_big_5eccc8039e7d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
