<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115385</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2021 12:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2021 12:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุทิน&#039; อ้าง​อภิปรายประเด็นซ้ำเป็นกลยุทธ์ ยังมั่นใจ &#039;ณัฐชา&#039; มีข้อมูลลับซักฟอกไอโอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ย.64 - ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย​ และประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจวันที่สาม ว่า ในช่วงเช้าจะอภิปรายเก็บตกเรื่องโควิด และเรื่องทุจริตพุ่งเป้าไปที่นายกรัฐมนตรี โดยเริ่มที่นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ นายอนุดิษฐ นาครทรรพ ส.ส.กทม. และนายวิสาร เตชะธีรวัฒน์&amp;nbsp;ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย​ จากนั้นจะไล่เรียงรัฐมนตรีที่เหลือ ซึ่งบางคนได้เริ่มพูดถึงไปบ้างแล้วพร้อมนายกฯ จากนั้นจะเจาะรายตัว เริ่มที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และในวันที่สาม จะอภิปรายจะเริ่มที่นายสุชาติ ชมกลิ่น นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ และปิดท้ายด้วยนายชัยวุฒิ&amp;nbsp;ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เราคาดหมายว่าจะปิดอภิปรายได้เร็วขึ้นโดยอาจเป็นในช่วงบ่ายหรือเย็นที่จะมีอภิปรายสรุป ที่ผ่านมาเราบริหารเวลาได้ดี เป็นไปตามที่แบ่งสรรกันมา แต่เป็นที่สังเกตว่ารัฐบาลตอบน้อยกว่าเดิมโดยไม่ทราบสาเหตุ มีเพียงนายกฯ ที่ตอบ ส่วนคนอื่นตอบน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทิน กล่าวว่า ส่วนกรณีมีการประท้วงประเด็นซ้ำนั้น เป็นกลยุทธ์ ในการอภิปรายครั้งนี้ เป็นเรื่องที่เราต้องโฟกัส ต้องจัดคนมาพูดซ้ำ เพราะบางครั้งผู้ชมอาจจะฟังไม่ทัน หรือตามไม่ทัน หรือบางครั้งต้องการให้รัฐมนตรีตอบมาเพื่อเห็นช่องก็จะได้พูดต่อไป แต่คำตอบของรัฐบาลเมื่อวานนี้ยังไม่ชัดเจนและน่าผิดหวัง เพราะนายกฯ ก็ยังวนที่เดิม และปฏิเสธไม่ยอมรับความจริง เช่น เรื่องตัวเลขเศรษฐกิจ ทั้งที่ฐานะการคลังเริ่มมีปัญหา เศรษฐกิจมหภาค จุลภาค มีความลำบากของชาวบ้านเห็นภาพได้ชัด แต่ท่านก็ปฏิเสธ จึงเป็นที่น่าหนักใจ และน่าเห็นใจประชาชน เมื่อท่านไม่ยอมรับความจริงก็จะเกิดการผิดพลาดในการแก้ปัญหา ขณะที่การท่องเที่ยว นายกฯ ยังยืนยัน ว่าวันนี้มีรายได้จากการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวเดินหน้าได้ปกติในระดับที่ท่านพอใจ ซึ่งเป็นเรื่องที่ห่างไกลจากความจริง เช่นเดียวกับเรื่องการลงทุนก็ถือว่าล้มเหลวชัดเจน นักลงทุนรายเก่าถอนตัวรายใหม่ก็ไม่มา ท่านก็ยังยืนยันว่ามีการลงทุนอยู่เยอะและกำลังจะเข้ามา ก็เป็นเรื่องน่าหนักใจที่ท่านไม่ยอมรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงไฮไลท์ในโค้งสุดท้ายของการอภิปราย นายสุทิน กล่าวว่า ในสถานการณ์บ้านเมืองลำบากอย่างนี้ ประชาชนยังต้องโหยหาปัจจัยในการดำรงชีพ โดยเฉพาะวัคซีน โดยเฉพาะชุดตรวจโควิด ยารักษาโรค และเรื่องการมายาไส้ อีกก็ยังมีการทุจริตหลายรายการ ยังมีการใช้งบประมาณไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง และไม่คำนึงถึงประชาชน เราจะเปิดให้เห็นตั้งแต่การจัดงบประมาณที่ไม่ชอบโดยท่านนายกฯ การทุจริตทำลายชีวิตเกษตรกรฐานรากลำบากมากค นใช้แรงงานถูกเลิกจ้างต้องกลับไปอยู่บ้านต้องไปพึ่งพาภาคการเกษตร การทุจริตทางเกษตรกรณียางพาราเป็นเรื่องที่ชี้ชัด รวมถึงทุจริตงบกองทัพหลายๆเคส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประท้วงของฝ่ายรัฐบาลเข้าใจได้ว่าองครักษ์พิทักษ์รัฐบาลเยอะ ทุกคนก็แอคชั่นฝ่ายค้านก็ต้องระมัดระวังเรื่องข้อบังคับเปิดช่องให้ประท้วงได้น้อยที่สุด ถ้าประท้วงโดยไม่มีเหตุผลประธานก็ไม่เอาด้วย จะเป็นการโวยวายไป กรณีบอกว่าเราเตรียมข้อมูลมันไม่แน่น ถือเป็นธรรมดารัฐบาลก็ต้องด้อยค่าฝ่ายค้าน แต่การอภิปรายของเรา แต่เรื่องนี้ต้องถาม ประชาชน ถ้าถามรัฐบาลก็ต้องบอกว่าจืดชืด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามการอภิปรายยุคใหม่ไม่ใช่ประเภทบู๊ล้างผลาญ คอการเมืองที่ยึดติดกับค่านิยมที่ต้องบู๊ล้างผลาญก็อาจจะผิดหวัง แต่วันนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลซึ่งอาจจะไม่สามารถกระชากอารมณ์ได้เท่าที่ควร ส่วนกรณี นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม.พรรคก้าวไกล เปิดเอกสารมานั้น ตนยังไม่ได้คุยกันแต่เชื่อว่าผู้เชี่ยวชาญของทางพรรคก้าวไกลมีความพร้อมอยู่แล้ว พร้อมที่จะอธิบายและต่อสู้ ส่วนตัวเจอกับเขาก็ยังมั่นใจ บางอย่างไม่ได้พูดในที่ประชุม คิดว่าจะเหลือไว้ขึ้นศาล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115385</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์, ฝ่ายค้าน, พรรคเพื่อไทย, สุทิน คลังแสง, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210902/image_big_61305a8a31c8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 21:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 21:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทันควัน! กองทัพภาค 2 แจ้งความ &#039;ส.ส.ก้าวไกล&#039; ใช้เอกสารเท็จปั่นขบวนการไอโอ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย.64 - พลตรีสวราชย์ แสงผล โฆษกกองทัพภาคที่ 2 ขอชี้แจงต่อกรณี ผู้อภิปราย นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพฯ พรรคก้าวไกล ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เมื่อ 31 สิงหาคม 2564 ใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญโดยนำเสนอข้อมูลเรื่อง &amp;quot;ปฏิบัติการไอโอของกองทัพบก โดย นายณัฐชาฯ ได้เปิดเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการ ไอโอโดยกล่าวอ้างว่าใช้เอกสารของกองทัพภาคที่ 2 เป็นหลักฐานประกอบการอภิปรายกองทัพภาคที่ 2 ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. กรณีการนำเอกสารมาประกอบการอภิปราย จากการตรวจสอบเอกสารเบื้องต้นพบว่า ไม่ใช่เอกสารจริงโดยพบพิรุธว่า 1) หนังสือที่นำมาแสดงเป็นหนังสือที่ทำขึ้นในห้วงเดือน มีนาคม ถึงเดือน กรกฎาคม 2564 ลายมือชื่อของแม่ทัพภาคที่ 2 ท่านปัจจุบันในหนังสือทั้ง 2 ฉบับ ไม่ตรงกับลายมือชื่อจริง
2) นามสกุลของ แม่ทัพภาคที่ 2 ท่านปัจจุบันในหนังสือฉบับหนึ่งพิมพ์ไม่ถูกต้อง 3) ลายมือชื่อของ รองแม่ทัพภาคที่ 2 ไม่ตรงกับลายมือชื่อจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มีลายมือชื่อของผู้อำนวยการกองยุทธการกองทัพภาคที่ 2 ที่ลงนามในหนังสือฉบับนั้นซึ่งปัจจุบัน ท่านดังกล่าวได้ปรับย้ายไปดำรงตำแหน่งใหม่แล้วเป็นเวลากว่า 2 ปีเศษตั้งแต่ ตุลาคม 2561 และนามสกุลสะกดไม่ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5) กำลังพลที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าไม่เคยมีการจัดทำหนังสือดังกล่าว โดยเมื่อตรวจสอบการออกเลขที่หนังสือแล้วเป็นของ กองยุทธการกองทัพภาคที่ 2 ซึ่งเลขหนังสือที่ออกจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2564 มีเลขหนังสือถึงแค่ลำดับที่ 851 ยังไม่ถึงลำดับที่ 1121 ตามเอกสารที่ผู้อภิปรายนำมาแสดงแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6) ตามเลขที่คำสั่งที่ปรากฏ (เลขที่ 1107/2564) หน่วยมิได้เคยออกคำสั่งเกี่ยวกับเรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการศูนย์ฯแต่อย่างใด อีกทั้ง รายชื่อคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการสารสนเทศ กองทัพภาคที่ 2 (ศปสท.ทภ. 2) ชั้นยศไม่ตรงกับความเป็นจริง เช่น ระดับผู้อำนวยการกอง ซึ่งต้องมีชั้นยศ พันเอก แต่ในเอกสารมีชั้นยศเป็น พันโท ในส่วนของแม่ทัพน้อยที่ 2 ต้องมีชั้นยศ พลโท ไม่ใช่ พลตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7) การพิมพ์หนังสือราชการตามระเบียบงานสารบรรณปกติจะมีการตรวจสอบความถูกต้อง ความเป็นระเบียบ รวมถึงการสะกดคำให้ถูกต้องตามหลัก แต่หนังสือฉบับดังกล่าวมีคำผิด แม้กระทั่งชื่อ นามสกุลของผู้ที่ต้องลงนาม
จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทัพภาคที่ 2 ขอยืนยันว่าเอกสารดังกล่าวข้างต้นถือเป็นเอกสารอันเป็นเท็จ ที่ได้มีการปลอมแปลงทั้งรูปแบบไม่เป็นไปตามระเบียบของทางราชการ รวมทั้งการลงลายมือชื่อไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง หน่วยจึงได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา เป็นหลักฐานแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. กรณีมีการอภิปรายว่ามีการเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงกำลังพลพร้อมทั้งมีคลิปเสียงและรูปภาพประกอบ กองทัพภาคที่ 2 ขอยืนยันว่า หน่วยไม่เคยได้รับการสนับสนุนงบประมาณตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด รวมทั้งไม่ทราบที่มาของคลิปเสียงโดยเฉพาะอย่างยิ่งรูปภาพการยืนต่อแถวรับเบี้ยเลี้ยงตามที่กล่าวอ้างนั้น เป็นภาพเก่าของการจ่ายเบี้ยเลี้ยงตามปกติของหน่วยก่อนการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 สังเกตได้จากกำลังพล ไม่มีการสวมหน้ากากอนามัยตามมาตรการที่กองทัพภาคที่ 2 กำหนดจึงเรียนมาเพื่อทราบในข้อเท็จจริง เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด ต่อการดำเนินการของหน่วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115346</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์, พล.ต.สวราชย์ แสงผล, ไอโอกองทัพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f89ae9998b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115315</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 17:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 17:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ณัฐชา&#039; ท้ากองทัพฟ้องศาลตัดสินเอกสารซักฟอกไอโอ หลัง &#039;บิ๊กช้าง&#039; แฉของเก๊</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงาน สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงบ่าย ภาพรวม ส.ส.เพื่อไทย อภิปรายถึงการทำงานของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการแก้ไขปัญหาโรคระบาดลัมปีสกินที่ล้มเหลว ไม่ดูแลเกษตรกร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งเวลา 14.45 น. นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม.พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นสอบถาม พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า อยากให้ตอบให้ชัดอีกครั้งว่าคลิปวิดีโอ และรูปต่างๆที่ตนใช้อภิปรายถึงปฏิบัติไอโอนั้นจริงหรือไม่ การที่บอกว่าลายเซ็นไม่เหมือนบ้าง พิมพ์ชื่อผิดบ้าง ตนไม่อาจไปสอนภาษาไทยในกองทัพได้ ส่วนเรื่องเลขที่หนังสือในกองทัพ คิดว่าไม่ได้เป็นเรื่องที่เหนือบ่ากว่าแรงของรมช.กลาโหม เพราะเป็นหนังสือภายในภายใต้การบังคับบัญชา แต่สิ่งที่ต้องตอบชัดๆกับประชาชนวันนี้ว่าภารกิจปลอมตัวเป็นประชาชนที่มอบหมายให้หน่วยงาน กรม กองต่างๆเป็นความจริงหรือไม่ และภารกิจหลักฐานที่ได้มาชี้แจงในสภาฯในแต่ละภาพมีบุคคลจริงๆ ชั้นยศจริง ตนไม่สามารถไหว้วานเขามาถ่ายภาพได้ และถามว่าในภาพนั้นที่เห็นชัดเจนว่าเป็นการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารที่ไปด้อยค่าฝ่ายตรงข้าม และสนับสนุนงานของรัฐบาล นี่คือภารกิจฝ่ายความมั่นคงใช่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนเอกสารที่ท่านบอกไม่จริง แต่ผมบอกว่าจริง ขอให้ไปว่ากันในชั้นศาล ผมยินดีรับผิดชอบทุกเอกสารที่นำมาเสนอในที่นี่ ยินดีให้ศาลตัดสิน และขอเชิญพยานทั้ง 100&amp;nbsp;กว่าคนในบัญชีรายชื่อ และกอ.รมน. 20 กว่าคน เพราะยกหูโทรแล้ว เขาบอกเองว่าไม่ค่อยเต็มใจทำเท่าไหร่ แต่เป็นการบังคับบัญชาตามสายงาน ดังนั้นขอให้ไปว่ากันในชั้นศาล&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพล.อ.ชัยชาญ ชี้แจงว่า ตอบไปชัดเจนแล้ว เอกสารหลักฐานที่ให้มาเป็นการตรวจสอบเบื้องต้นว่าเป็นเอกสารที่ไม่จริง&amp;nbsp;ซึ่งตอนนี้กองทัพบก และกองทัพภาคที่ 2 ที่ได้รับความเสียหายกำลังตรวจสอบเอกสารทั้งหมด รวมถึงคลิปที่นำมาอภิปรายนั้นเป็นจริงหรือไม่&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายณัฐชาพยายามจะลุกขึ้นตอบโต้อีกครั้ง แต่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุม ตัดบทไม่ให้มีการโต้แย้งอีก พร้อมระบุว่า นี่ไม่ใช่การอภิปรายฯรมช.กลาโหม จากนั้นได้เชิญคิวส.ส.คนต่อไปอภิปราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115315</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์, บิ๊กช้าง, พรรคก้าวไกล, พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล, อภิปรายไม่ไววางใจ, ไอโอกองทัพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f58f47e7db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115062</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2021 17:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2021 17:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โฆษกก้าวไกล&#039; ซัด &#039;คารม&#039; เนรคุณประชาชน เสนอตัวอุ้ม &#039;อนุทิน-ศักดิ์สยาม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ส.ค. 2564 - นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่มีรายชื่อ นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จะร่วมทีมเป็นองครักษ์พิทักษ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 2 รัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย ว่า ตนและพรรคก้าวไกลไม่ได้รู้สึกแปลกใจ เพราะที่ผ่านมาสื่อมวลชน และพี่น้องประชาชนก็ทราบดีอยู่แล้วว่าบุคคลคนนี้ได้ทรยศต่อคะแนนเสียงของพี่น้องประชาชนที่เลือกพรรคอนาคตใหม่เข้ามา และคงเป็นตัวนายคารมเองที่ต้องไม่ลืมว่าเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทุกคะแนนมาจากความนิยมต่อพรรคไม่ใช่เสียงสนับสนุนตัวนายคารมเอง แต่หากมองว่ามีจุดยืนที่แตกต่างกัน เดินทางไปต่อด้วยกันไม่ได้ก็สามารถทำได้ด้วยการลาออก จากนั้นจะไปรับใช้ใครให้เต็มที่อย่างที่ใจอยากทำก็ได้ คิดว่าถ้านายอนุทินจะรักเขาก็รักเพราะความสามารถไม่ใช่ เพราะตำแหน่งที่มี แต่ไม่ควรอ้างการทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้มาจากความเชื่อมั่นของประชาชนต่อแนวทางพรรคหนึ่งเพื่อไปรับใช้อีกพรรคหนึ่งที่ประชาชนไม่ศรัทธา การกระทำเช่นนี้ไม่สง่างาม เหมือนคนหน้าไหว้หลังหลอก เป็นเพียงลิ่วล้อที่หวังได้ประโยชน์จากการทรยศเสียงของประชาชนเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายอนุทิน คือบุคคลที่มีหนี้ต้องชดใช้ให้ประชาชน ส.ส.ที่มีความเชื่อแบบอดีตพรรคอนาคตใหม่หรือที่เป็นพรรคก้าวไกลในวันนี้ จะไม่มีทางปกป้องคนแบบนี้ ในสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีผู้เสียชีวิตไปแล้วนับหมื่นคน บางคนตายข้างถนน บางคนตายคาบ้าน เหล่านี้ล้วนเป็นผลสืบเนื่องมาตรการการควบคุมโรคที่ผิดพลาด การจัดสรรวัคซีนอย่างล่าช้าไม่ทั่วถึง เป็นความล้มเหลวบนการบริหารงานของรัฐบาล และกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;ซึ่งหากนายคารมยังเลือกที่จะโอบอุ้มความล้มเหลวที่ประชาชนต้องแบกรับด้วยชีวิต ศพแล้วศพเล่าเสียชีวิตไปจนเชิงตะกอนแทบไม่พอเผา หากไม่ช่วยทวงถามความรับผิดชอบแต่ยังปกป้องก็คงต้องบอกได้คำเดียวว่า นี่เป็นการเนรคุณประชาชอย่างถึงที่สุดของนายคารม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ตนในฐานะโฆษก ต้องอภัยแทนพี่น้องประชาชนอีกครั้ง เชื่อว่าพฤติกรรมในสภาของนายคารมหลังจากนี้จะเป็นการประจานตัวนายคารมเองต่อสาธารณะ พวกเราพรรคก้าวไกลขอยืนยันในความตั้งใจทุ่มเทสรรพกำลังเพื่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจซึ่งจะเนื้อหาสาระ น่าจะเป็นประโยชน์กว่าการให้ความสำคัญกับบุคคลที่ไม่แม้จะรักเกียรติของตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมคิดว่า นายคารมไม่ควรได้รับเกียรติว่าเป็นตัวแทนของประชาชนด้วยซ้ำ เพียงแต่ขอฝากให้พี่น้องประชาชนร่วมจดจำว่าบุคคลเช่นนี้คือผู้ที่ทรยศต่อความไว้วางใจกับประชาชน&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115062</URL_LINK>
                <HASHTAG>คารม พลพรกลาง, ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์, พรรคก้าวไกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612cac4962f1f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109546</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2021 13:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2021 13:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ส.ก้าวไกล&#039; ชี้ติดโควิดจากทนายส่วนตัว ยอมควัก 2 หมื่นจ่ายค่าตรวจเชื้อกลุ่มเสี่ยง 21 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13&amp;nbsp;ก.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในช่วงเช้าวันนี้(13&amp;nbsp;ก.ค.)นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม.และโฆษกพรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นผู้ติดเชื้อโควิด ได้ประสานสถานพยาบาลเอกชนให้เข้ามาตรวจ&amp;nbsp;Rapid Antigen Test ทราบผลตรวจภายใน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;นาที ให้กับส.ส.และสมาชิกพรรค รวมไปถึงข้าราชการ และเจ้าหน้าที่คณะกรรมาธิการ ที่มีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนายณัฐชาจำนวน&amp;nbsp;21&amp;nbsp;คน ที่บริเวณด้านหน้าทางเข้าอาคารรัฐสภา ฝั่งสภาผู้แทนราษฎร โดยนายณัฐชาเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด เพื่อคัดกรองเบื้องต้น เพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และความปลอดภัยของสังคม ทั้งนี้สำหรับกลุ่มเสี่ยงที่ตรวจ&amp;nbsp;Rapid Antigen Test&amp;nbsp;แล้วพบเชื้อ จะต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจรูปแบบ&amp;nbsp;RT PCR&amp;nbsp;อีกครั้งหนึ่ง เพราะการตรวจรูปแบบดังกล่าว มีความแม่นยำอยู่ที่&amp;nbsp;98%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เข้ารับการตรวจรูปแบบ&amp;nbsp;RT PCR&amp;nbsp;โดยออกค่าใช้จ่ายเอง&amp;nbsp;2,500&amp;nbsp;บาท ซึ่งจะทราบผลตรวจภายใน&amp;nbsp;48&amp;nbsp;ชั่วโมง ส่วน ส.ส.ของพรรค คนอื่นๆได้เข้ารับการตรวจ โควิด-19&amp;nbsp;แล้ว ซึ่งทั้งหมดมีผลเป็นลบ และจะมีการตรวจอีกครั้ง เพื่อความมั่นใจในสัปดาห์หน้า โดยกลุ่มผู้สัมผัสความเสี่ยงสูงของพรรคทั้ง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;คน จะต้องกักตัวเป็นเวลา&amp;nbsp;14&amp;nbsp;วัน ส่วนผู้ที่ไม่ได้มีประวัติสัมผัส หรือใกล้ชิดนายณัฐชา จะยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายณัฐชา กล่าวถึงอาการติดโควิดของตนว่า อาการปวดหัวลดลงแล้ว แต่ยังคงตาแดงสองข้างและคัดจมูก น้ำมูกไหล &amp;nbsp;และในวันนี้ (13&amp;nbsp;ก.ค.) ให้แล็บโรงพยาบาลเอกชนไปตรวจให้เจ้าหน้าที่รัฐสภาที่มีความใกล้ชิดกับตน เพื่อความมั่นใจ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่ร่วมประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.)การเมือง ที่ประชุมไปเมื่อวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ก.ค.ที่ผ่านมา ตนจึงได้ให้แล็บของโรงพยาบาลเอกชนมาตรวจ โดยตนออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดเป็นเงินประมาณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หมื่นกว่าบาท ซึ่งทั้ง&amp;nbsp;21&amp;nbsp;คนที่มาตรวจ ปลอดภัยทุกคน แต่ยังคงให้กักตัวรอดูอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐชา กล่าวยืนยันว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ได้เดินทางไปที่อื่น และไล่ตรวจบุคคลที่มาพบตนในสภาฯ ปรากฎว่าส.ส.พรรคก้าวไกล เจ้าหน้าที่พรรค รวมทั้งทีมงานในสำนักงานของตนก็ไม่มีใครพบเชื้อ มีเพียงกลุ่มเดียวที่พบเชื่อคือ กลุ่มของทนายความส่วนตัวของตน ที่มาพบเมื่อวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ก.ค. คือนายพีรณัฐ วงศ์สวัสดิ์ ตอนนี้ตรวจและพบเชื้อ ซึ่งทราบว่านายพีรณัฐ มีประวัติเดินทางมาจากต่างจังหวัด และคนใกล้ชิดในศูนย์ทนายความ ก็พบเชื้อเช่นกัน จึงคาดว่าตนน่าจะติดจากนายพีรณัฐแน่นอน เพราะทำงานด้วยกันในห้องทำงานส่วนตัวที่สภาฯ แม้จะรับประทานอาหารคนละกล่อง แต่มีบางช่วงที่ถอดหน้ากาก ดังนั้นที่ตนบอกว่าติดเชื้อที่สภาฯ ก็มาจากกรณีนี้ เพราะตลอดสัปดาห์ไม่ได้ลงพื้นที่ มาทำงานที่สภาฯอย่างเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐชา กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ประธานสภาฯสั่งงดประชุมสภาฯ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สัปดาห์นั้น ไม่ได้มาจากที่ตนติดเชื้อ แต่เป็นเพราะมีบุคคลภายนอกเดินทางเข้ามาพบปะส.ส.ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดขณะนี้ จึงกังวล แต่ส่วนตัวเห็นว่างานสภาฯเป็นเรื่องจำเป็น ไม่ควรงดประชุมไปมากกว่านี้ เนื่องจากประชาชนมีเรื่องเดือดร้อนมาก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109546</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์, ติดโควิด, พรรคก้าวไกล, ส.ส.ก้าวไกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c0676aec0e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106659</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2021 10:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2021 10:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดือดพลั่ก! ก้าวไกล โต้ ส.ส.ปัดเศษ พปชร.กลัวแพ้เลือกตั้ง เปลี่ยนกติกาไปเรื่อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มิ.ย.64 - นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กรุงเทพฯ โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ระบุว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเป็นการสืบทอดอำนาจให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมไม่เป็นความจริง ในส่วนการแก้ไขระบบเลือกตั้งกลับไปใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ก็เป็นประเด็นที่เห็นพ้องต้องกัน กับพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมระบุว่ากรณีที่พรรคก้าวไกลไม่เห็นด้วยเป็น เพราะกังวลว่าพรรคตัวเองจะสูญพันธุ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายณัฐชากล่าวว่า นายไพบูลย์ อย่าพยามเบี่ยงประเด็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนการแก้ไขระบบเลือกตั้งกลับไปใช้บัตรสองใบนั้น พรรคก้าวไกลกลัวเพลี่ยงพล้ำในกติกาดังกล่าว เพราะที่ผ่านมาการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 60 พวกตนในนามพรรคอนาคตใหม่เดิมก็ได้พิสูจน์ แล้วว่าแม้ในกติกาที่บิดเบี้ยวนั้นก็สามารถชนะเลือกตั้งได้จำนวน ส.ส.มาแล้วมากกว่า 80 คน ก่อนที่จะโดนพิษผู้คุมกติกาการเลือกตั้งจากผลงานของ คสช. ทำให้เสียจำนวน ส.ส.ไปเพื่อแลกกับได้ ส.ส.ปัดเศษอย่างคุณไพบูลย์ เข้ามาในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเป็นนั่งร้านช่วยแก้ปัญหาเสียงปริ่มน้ำในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งคงไม่ใช่คำพูดที่เกินไปอย่างแน่นอนหากจะพูดว่าถ้าไม่มี ส.ส.ปัดเศษ และ ส.ว. 250 คน จาก คสช.ประทานมาวันนั้น ในวันนี้จะไม่มีนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาสร้างความเสียหายและทำลายความหวังของประเทศในทุกๆวันแบบนี้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐชา กล่าวต่อว่า จุดยืนของพรรคก้าวไกลต่อการแก้รัฐธรรมนูญ คือ เสนอระบบการเลือกตั้งเป็น &amp;lsquo;ระบบจัดสรรปันส่วนผสม&amp;rsquo; ที่ใช้ &amp;lsquo;บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ&amp;rsquo; กล่าวคือ เลือก ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 1 ใบ และเลือกพรรคการเมืองอีก 1 ใบ โดยนำคะแนนเลือกพรรคการเมืองมาใช้คำนวณจำนวน ส.ส. พึงมีของแต่ละพรรค เพื่อให้เสียงของประชาชนไม่ตกน้ำ และได้สัดส่วน ส.ส. ของแต่ละพรรคตามเจตนารมณ์ของประชาชนมากที่สุด ซึ่งหมายถึงเสียงของประชาชนส่วนทุกเสียงต้องถูกนับ รวมถึงเสียงส่วนใหญ่ที่ประกาศว่าไม่เอาการสืบทอดอำนาจต่อไปของ พล.อ.ประยุทธ์ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรากับพรรคเพื่อไทยเห็นตรงกันเรื่องการเลือกตั้งแบบจำนวนบัตรสองใบ เพียงแต่ระบบบัตรสองใบมีหลายแบบ เรามีมุมมองต่อระบบการเลือกตั้งปี 2540 ที่แตกต่างกันก็เท่านั้น พรรคเพื่อไทยอาจยืนยันในระบบที่เขาคุ้นเคยไม่ได้หมายความว่าเขาจะเห็นด้วยกับพรรคพลังประชารัฐอย่างที่คุณไพบูลย์บอก เพราะถ้าทำแบบนั้นเขาจะเอาหน้าที่ไหนไปพบกับประชาชนที่เลือกพวกเขาได้ แต่เรามีข้อเสนอใหม่ที่ต้องการให้ระบบการเลือกตั้งที่ตอบสนองเจตจำนงของประชาชนที่สุด หรือพัฒนาต่อเนื่องไปจากระบบเลือกตั้งในปี 40 ที่หลายคนเห็นตรงกันว่า พอใช้ไประยะหนึ่งก็มองเห็นจุดที่ต้องแก้ไข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่น ยังเสียงตกน้ำไม่ถูกนับอยู่ หรือเป็นการเลือกตั้งที่ทำให้พรรคการเมืองซึ่งอาจจะมีประเด็นเฉพาะไม่สามารถมีพื้นที่ในสภาได้ เช่น พรรคที่อาจจะเน้นในแนวทางแบบพรรคแรงงาน พรรคที่อาจจะเน้นแนวทางแบบอนุรักษ์ หรือพรรคของชาว LGBTQ+ เป็นต้น ซึ่งระบบปี 40 พรรคที่ไม่มีพื้นที่ฐานเสียงแบบเขตเลือกตั้งชัดเจน แต่อาจจะมีคนที่ต้องการผลักดันประเด็นของเขากระจายอยู่มากมายทั่วประเทศและต้องการผลักดันวาระของเขาในสภา ระบบจัดสรรปันส่วนผสมจะสามารถตอบโจทย์เหล่านี้ได้มากกว่าระบบแบบปี 40 ที่ผลออกมาแล้วหากไม่เป็นพรรคใหญ่ก็มีแค่พรรคเล็กไปเลย หลายวาระที่ควรได้รับการผลักดันอย่างมีพลังในสภาผู้แทนราษฎรก็จะจมหายไปดังนั้น ระบบบัตรสองใบ ที่ประชาชนสามารถเลือกคนที่ใช่ เลือกพรรคที่ชอบได้ และมีวิธีการคำนวณจัดสรร ส.ส. ตามสัดส่วนจริงหรือระบบ MMP แบบเยอรมัน จึงเชื่อว่าเป็นระบบที่เหมาะสมและตอบสนองเจตจำนงประชาชนมากที่สุด&amp;rdquo;
.
นอกจากนี้ นายณัฐชา ยังฝากไปถึงนายไพบูลย์ ว่า หากมองในทางกลับกัน คงจะมีแต่นักการเมืองปัดเศษเท่านั้นที่กลัวการพ่ายแพ้และจ้องจะแก้กติกาทุกครั้งที่ตัวเองกำลังจะเสียประโยชน์ ทั้งที่เรื่องเหล่านี้เคยเป็นหลักการที่อ้างถึงอย่างสวยหรูในการเขียนรัฐธรรมนูญ 60 แต่ก็ไปตัดตอนทำเทียมเลียนแบบระบบที่ดีให้เหลือสภาพเป็นเพียงของก็อปเกรด c จนเมื่อมารู้ว่าทำถึงขนาดนี้แล้วก็ยังมีพรรคอนาคตใหม่ที่กลายมาเป็นพรรคก้าวไกลในเวลานี้มีความเข้มแข็งมากและนั่งในหัวใจประชาชนได้ก็เริ่มที่จะหาวิธีการกำจัดออกไปด้วยการหากติกาใหม่เรื่อยไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106659</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์, พรรคก้าวไกล, แก้ไขรัฐธรรมนูญ, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210217/image_big_602cb15e7951f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105819</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 17:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 17:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสกสกล&#039; จวกยับ ส.ส. ก้าวร้าว ฉีก พรก.กู้เงิน ทิ้งกลางสภาฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย.64 - นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.พรรคก้าวไกล อภิปรายไม่รับร่างพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มเติมวงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท พร้อมกับฉีกร่าง พ.ร.ก. ในระหว่างการอภิปรายนั้น โดยระบุว่าเป็นเรื่องธรรมดาของฝ่ายค้านที่จะไม่โหวตรับร่างนี้ เพราะพรรคก้าวไกล และฝ่ายค้านไม่เคยเห็นถึงความสำคัญกับเรื่องนี้ และยังไม่เข้าใจว่าพ.ร.ก.กู้เงินมีความสำคัญกับประชาชนอย่างไรบ้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งที่พ.ร.ก.กู้เงินจะถูกนำไปใช้ในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ โควิด-19 ทั้งใช้จ่ายเกี่ยวกับการแพทย์และสาธารณสุข การวิจัยและพัฒนาวัคซีนภายในประเทศ รวมไปถึงช่วยเหลือเยียวยาให้แก่ประชาชนทุกสายอาชีพ และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดโควิด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสกสกล กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันที่ผ่านมาทำให้เห็นว่านายกฯ และรัฐบาลได้ใช้งบประมาณในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศรวมถึงแก้ไขสถานการณ์โควิดอย่างไรไปบ้างแล้ว ยืนยันมีผลงานที่ชัดเจน และมีโครงการต่างๆออกมาให้กับประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ซึ่งได้รับการชื่นชมจากประชาชน เช่นโครงการคนละครึ่ง ม.33 โครงการเราชนะ แต่ที่ฝ่ายค้านไม่เห็นน่าจะเป็นเพราะไม่เปิดใจ และไม่ยอมรับในผลงานของนายกฯ มากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;กล่าวอีกว่าขอพรรคก้าวไกล และฝ่ายค้านอย่ากังวลถึงการใช้งบประมาณ เพราะงบประมาณทุกบาททุกสตางค์นำไปใช้อย่างคุ้มค่าเป็นประโยน์กับประชาชนทุกคน และประเทศชาติ ขณะเดียวกันนายกฯยืนยันว่าการใช้งบประมาณมีความโปร่งใส ไม่มีการทุจริต ซึ่งที่ผ่านมาก็เป็นเช่นนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ไม่แปลกใจที่เห็นนายณัฐชา จะมีพฤติกรรมฉีก พ.ร.ก. ในระหว่างอภิปรายให้คนทั้งประเทศดู ซึ่งผมมองว่ามีลักษณะที่ก้าวร้าว เพราะพรรคก้าวไกลชอบไปอยู่ตามม็อบ 3 นิ้ว และไม่แปลกใจหากจะไม่เห็นชอบร่าง พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้านบาท &amp;nbsp;เนื่องจากเอาทุกเรื่องไปเป็นประเด็นทางการเมือง สร้างข่าวเท็จให้ประชาชนเข้าใจในตัวนายกฯ และรัฐบาลผิด อยากเข้ามาเป็นรัฐบาลจนหน้ามืดตามัว จนไม่สนใจว่าประชาชนจะลำบากมากน้อยเพียงใด ประเทศจะเกิดวิกฤติอย่างไรบ้าง​ และแม้พรรคก้าวไกล หรือฝ่ายค้านจะไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.ก. นี้ แต่ตนเองก็ยังยืนยันว่าพรรคร่วมรัฐบาลยังเหนียวแน่น และส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลจะรับร่างนี้อยู่แล้ว เพราะพรรคร่วมรัฐบาลมองเห็นถึงความสำคัญของประเทศและประชาชน ที่จะต้องร่วมกันแก้ไขปัญหาให้สถานการณ์คลี่คลายและประเทศเดินหน้าไปให้ได้&amp;quot; นายเสกสกล กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105819</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์, เสกสกล อัตถาวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c0911302ff8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
