<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78403</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 19:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 19:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก้าวไกล ชงแก้ &#039;ม.116&#039; โทษยุยงปลุกปั่น เหลือแค่ก่อความไม่สงบ อ้างรัฐใช้เป็นเครื่องมือปิดปากปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.63 -&amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายวรภพ วิริยะโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล&amp;nbsp;นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล เตรียมยื่นเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 หรือโทษของการยุยงปลุกปั่น เพื่อไม่ให้มาตรานี้ถูกใช้เป็นเครื่องมือการเมืองในการคุกคามประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรภพ กล่าวว่า มาตรา 116 หรือที่เรียกว่าเป็นโทษของการยุยงปลุกปั่น ได้กลายเป็นกฎหมายอาญาหมวดความมั่นคง ที่ถูกนำมาใช้เป็นครื่องมือทางการเมือง โดยเฉพาะตั้งแต่รัฐบาล คสช. จนมาถึงรัฐบาลปัจจุบัน เนื่องจากเป็นข้อกฎหมายที่ตีความได้กว้าง เพราะการใช้คำว่า เพื่อให้เกิดความกระด้าง กระเดื่อง และเพื่อให้ล่วงละเมิดกฎหมาย ทำให้รัฐบาลใช้มาตรา 116 ฟ้องประชาชนที่ออกมาแสดงความคิดเห็นหรือจัดกิจกรรมทางการเมืองที่ต่อต้านรัฐบาลหลายสิบคดีอย่างต่อเนื่อง อาทิ กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง, กลุ่มคนรณรงค์ประชามติสมัยรัฐบาล คสช. มาจนถึง กลุ่มผู้ชุมนุม นิสิต นักศึกษา และประชาชนปลดแอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงแม้ว่าศาลจะยกฟ้องเกือบทุกคดีที่ฟ้องในสมัยรัฐบาล คสช. แต่รัฐบาลก็ยังใช้มาตรานี้อย่างต่อเนื่องเหตุผลเพราะเป็นโทษอาญาหมวดความมั่นคง ที่มีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 7 ปี ทำให้ตำรวจสามารถขอศาลเพื่อออกหมายจับได้ โดยไม่จำเป็นต้องออกหมายเรียกก่อน และทำให้ศาลต้องเรียกเงินประกันตัวที่สูงหลักแสนบาท ซึ่งเป้าหมายของกระบวนการนี้คือ การใช้กฎหมายมาเป็นเครื่องมือในการข่มขู่ คุกคามต่อแกนนำผู้จัดชุมนุมและผู้ที่แสดงความเห็นแตกต่างต่อรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรภพ กล่าวต่อไปว่า การดำเนินคดีลักษณะนี้คือการใช้กฎหมายเพื่อปิดปากประชาชน ปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงความเห็นต่างตามระบอบประชาธิปไตย นอกจากนี้ ข้อกฎหมายของมาตรา 116 ที่ตีความได้กว้างจนเกินเจตนารมย์ของโทษอาญา หมวดความมั่นคงของรัฐ เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ควรจะต้องแก้ไข เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมย์ของมาตรานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พรรคก้าวไกล จึงขอยื่นแก้ไขประมวลอาญา มาตรา 116 เพื่อทำให้ข้อกฎหมายมีความชัดเจน และยุติการใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองของทุกรัฐบาล โดยในร่างกฎหมายที่เสนอต้องการเปลี่ยนข้อกฎหมายที่มีความคลุมเครือหรือตีความอย่างกว้างได้ จากการยุยง &amp;lsquo;เพื่อให้เกิดความกระด้างกระเดื่อง&amp;rsquo; และ &amp;lsquo;เพื่อให้ล่วงละเมิดกฎหมาย&amp;rsquo; จะแก้ไขให้กลายเป็นเฉพาะ &amp;lsquo;เพื่อให้เกิดความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร ถึงขนาดมีการทำร้ายร่างกาย หรือก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตของผู้อื่นหรือประชาชน หรือทำลายทรัพย์สินของทางราชการหรือสาธารณะ&amp;rsquo; และลดโทษจำคุกจาก 7 ปี เหลือเพียง 3 ปี ให้เหมาะสมกับโทษทางอาญาอื่นๆ เพื่อไม่ให้ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองด้วยการให้ตำรวจออกหมายจับได้ โดยไม่ต้องใช้หมายเรียกได้อีก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคืบหน้า นายวรภพ กล่าวว่า ขณะนี้ทางพรรคก้าวไกลได้รวบรวมรายชื่อ ส.ส. 20 รายชื่อ เพื่อยื่นให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่างแก้ไขมาตรา 116 &amp;nbsp;โดยดำเนินตามขั้นตอนของรัฐสภา เพื่อผลักดันให้แก้ไขข้อกฎหมายดังกล่าวมีความชัดเจน เเละเพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายบริหารหรือตำรวจใช้อำนาจ โดยมิชอบ เพื่อปิดปากประชาชนและปิดกั้นเสรีภาพในการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78403</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุกคามประชาชน, ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์, ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, ประมวลกฎหมายอาญา, มาตรา 116, ยุยงปลุกปั่น, วรภพ วิริยะโรจน์, ส.ส.พรรคก้าวไกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200923/image_big_5f6b3b180d011.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70604</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชช.ลุ้นสิ้นปีใช้ชีวิตปกติไร้โควิด19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศบค.พบผู้ป่วยรายใหม่ 5 ราย กลับจากอินเดีย-คูเวต-สหรัฐ-ญี่ปุ่น ไร้ติดเชื้อในประเทศ 41 วัน สวนดุสิตโพลเผยประชาชนคลายกังวลโควิด ลุ้นสิ้นปีกลับสู่ภาวะปกติ ตร.คุมเข้ม 11 ประเทศเข้าไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ประจำวันว่า มีผู้ป่วยรายใหม่ 5 ราย ทั้งหมดอยู่ในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) โดยเดินทางมาจากประเทศอินเดีย 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 42 ปี อาชีพพนักงานนวด เดินทางมาถึงไทย 23 มิ.ย. เข้าพัก State Quarantine ที่กรุงเทพฯ และตรวจหาเชื้อ 3 ก.ค. ผลตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ, คูเวต 2 ราย เป็นชายไทย อายุ 42 และ 57 ปี อาชีพรับจ้าง เดินทางมาถึงไทย 29 มิ.ย. เข้าพัก State Quarantine ที่กรุงเทพฯ และตรวจหาเชื้อ 3 ก.ค. ผลตรวจพบเชื้อ ทั้งหมดไม่มีอาการ, สหรัฐอเมริกา 1 ราย เป็นนักศึกษาหญิงไทย อายุ 17 ปี เดินทางมาถึงไทย 29 มิ.ย. เข้าพัก State Quarantine ที่กรุงเทพฯ และตรวจหาเชื้อ 3 ก.ค. ผลตรวจพบเชื้อไม่มีอาการ และญี่ปุ่น 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 38 ปี อาชีพพนักงานบริษัท เดินทางมาถึงไทย 30 มิ.ย. เข้าพัก State Quarantine ที่กรุงเทพฯ และตรวจหาเชื้อ 2 ก.ค. ผลตรวจพบเชื้อไม่มีอาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศต่อเนื่อง 41 วันแล้ว หายป่วยแล้ว 3,071 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,190 ราย เสียชีวิตสะสม 58 ราย ส่วนสถานการณ์ทั่วโลก ยอดผู้ติดเชื้อรวม 11,380,633 ราย อาการรุนแรง 58,530 ราย รักษาหายแล้ว 6,439,666 ราย เสียชีวิต 533,449 ราย อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด 1.สหรัฐอเมริกา จำนวน 2,935,770 ราย 2.บราซิล จำนวน 1,578,376 ราย 3.รัสเซีย จำนวน 674,515 ราย 4.อินเดีย จำนวน 673,904 ราย 5.เปรู จำนวน 299,080 ราย ขณะที่ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 97
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า วันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษาเป็นวันสำคัญทางศาสนา ทำให้มีประชาชนจำนวนมากเดินทางไปทำบุญ จนบางแห่งเกิดความแออัด และมีความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ จึงขอความร่วมมือวัดทุกแห่งให้ปฏิบัติตามมาตรการของกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และกระทรวงสาธารณสุข ที่กำหนดอย่างเคร่งครัด เช่น จัดจุดคัดกรองวัดไข้ จัดพื้นที่เว้นระยะห่างไม่ให้เกิดความแออัด จัดจุดให้บริการล้างมือ จัดระบบระบายอากาศให้ถ่ายเท จัดชุดสำหรับฉันอาหารเฉพาะรูป พระภิกษุสงฆ์ทุกรูป และประกอบพิธีกรรมให้สั้นลง สำหรับผู้มาทำบุญนั้น ขอให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา เลี่ยงการหยิบจับของที่มีสัมผัสร่วม เช่น ที่กรวดน้ำ ราวบันได และปฏิบัติตามข้อกำหนดของศาสนสถานเรื่องการเว้นระยะห่างอย่างเคร่งครัด และเมื่อกลับถึงบ้านให้เปลี่ยนเสื้อผ้าอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายทันที เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19
คุมเข้ม 11 ประเทศเข้าไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน (ฉบับที่ 12) ลงวันที่ 30 มิ.ย.63 และคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ที่ 7/2563 เรื่องแนวปฏิบัติตามข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน (ฉบับที่ 6) ลงวันที่ 30 มิ.ย.63 ประกอบกับประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่องกำหนดเงื่อนไขในการอนุญาตให้อากาศยานทำการบินเข้าออกประเทศไทย (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 2 ก.ค.63 ซึ่งห้ามอากาศยานขนส่งบุคคลทำการบินเข้ามายังท่าอากาศยานประเทศไทยเว้นแต่เป็นกรณี 11 กลุ่มผู้โดยสารนั้น โดยทั้ง 11 กลุ่มจะต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคสำหรับผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับแรก ในการเตรียมตัวก่อนเดินทาง ผู้โดยสารต้องตรวจสอบว่าเป็นบุคคลตามข้อยกเว้น 11 ประเทศหรือไม่ พร้อมกับเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องตามเงื่อนไขบุคคลแต่ละประเภท โดยติดต่อสถานทูตไทยหรือกงสุลไทยประจำประเทศต้นทาง เพื่อขอหนังสือรับรอง ซึ่งผู้โดยสาร (เฉพาะบุคคลบางประเภท) ต้องมีใบรับรองการตรวจ COVID-19 FREE โดยวิธี RT-PCR มีอายุไม่เกิน 72 ชั่วโมง ก่อนการเดินทาง, ประกันภัยครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลโรคโควิด-19 ตลอดระยะเวลาในไทยไม่น้อยกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมเข้ารับการกักตัวของรัฐ หรือการกักตัวในพื้นที่ควบคุมโรคแห่งรัฐทางเลือก หรือคุมตัวไว้สังเกตตามมาตรการควบคุมโรค ตามเงื่อนไขของแต่ละประเภท และเมื่อเข้ามาภายในราชอาณาจักรแล้ว ผู้เดินทางต้องโหลดแอปพลิเคชันเพื่อติดตามอาการ เข้าสถานที่ต่างๆ และรายงานสุขภาพตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ขานรับนโยบายรัฐบาลและข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง ในกรณีอนุญาตให้ต่างชาติเข้ามาในประเทศไทยตามการผ่อนปรนของ ศบค. โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. ขับเคลื่อนการปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรการที่กำหนด เพื่อการควบคุมและป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดระลอกใหม่ในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พร้อมหน่วยร่วมปฏิบัติทุกภาคส่วน ยังคงมาตรการเข้มข้นในกระบวนการคัดกรองและกักกันคนไทย หรือบุคคลที่ได้รับการยกเว้นที่เดินทางกลับเข้ามาในประเทศ ตามมาตรการและแนวทางที่กรมควบคุมโรคกำหนดไว้โดยเคร่งครัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สวนดุสิตโพล&amp;rdquo; มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,109 คน (สำรวจทางออนไลน์) ระหว่างวันที่ 1-4 ก.ค.2563 เรื่อง &amp;ldquo;การใช้ชีวิตของประชาชน หลังผ่อนคลายมาตรการโควิด-19&amp;rdquo; สรุปผลได้ดังนี้ ความวิตกกังวลของประชาชนกับสถานการณ์โควิด-19 ณ วันนี้ที่ยังไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศกว่า 30 วัน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 52.93 มีความกังวลลดลง รองลงมาร้อยละ 29.94 กังวลเหมือนเดิม และร้อยละ 12.44 ไม่กังวล ขณะที่ร้อยละ 4.69 กังวลมากขึ้น&amp;nbsp;
หวังสิ้นปีโควิดจบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความคาดหวังอยากให้โควิด-19 ของไทยเข้าสู่สถานการณ์ปกติเมื่อใด ส่วนใหญ่ร้อยละ 39.40 ระบุว่า ภายในสิ้นปี 2563 รองลงมาร้อยละ 27.95 กลางปี 2564 ร้อยละ 23.90 ปลายปี 2564 และร้อยละ 8.75 ไม่แน่ใจ คาดเดายาก/อาจดีขึ้นเมื่อค้นพบวัคซีน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าประชาชนมีส่วนช่วยในการควบคุมสถานการณ์โควิด-19 ได้อย่างไรบ้าง ส่วนใหญ่ร้อยละ 94.77 ระบุว่า สวมหน้ากากอนามัย รองลงมาร้อยละ 88.19 ล้างมือบ่อยๆ ร้อยละ 81.24 เว้นระยะห่างทางสังคม ร้อยละ 79.80 ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง และร้อยละ 76.92 ไม่ไปในสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หลังจากสถานการณ์โควิด-19 เริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น ประชาชนอยากให้รัฐบาลดำเนินการฟื้นฟูอย่างไรบ้าง ส่วนใหญ่ ร้อยละ 77.55 ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างเข้มงวด รองลงมา ร้อยละ 71.78 มีมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง, ร้อยละ 69.43 เน้นการสร้างงาน สร้างอาชีพ, ร้อยละ 65.64 ช่วยเหลือคนตกงาน และร้อยละ 57.26 ส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กล่าวโดยสรุป ประชาชนถึงแม้จะมีความกังวลต่อสถานการณ์โควิด-19 ลดลง แต่ก็ยังอยากให้เฝ้าระวังกันอย่างเข้มงวด ยังคงต้องสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ รวมถึงปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขของไทยอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ยังอยากให้รัฐบาลช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐ และคณะ ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าราชอาณาจักรไทยตามข้อตกลงพิเศษ ในฐานะแขกทางการ ไม่ต้องกักตัว 14 วัน โดยใช้หัวเรื่องว่า &amp;quot;เมื่อภรรยา ส.ส. เดินทางกลับบ้าน&amp;quot; ว่า &amp;quot;นี่หรือครับ รัฐไทย ที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน เห็นข่าวนี้แล้วมีรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาทันที เพราะเป็นคนหนึ่งที่รับรู้ความรู้สึกของภรรยาผมมาโดยตลอด ด้วยความที่ต้องเดินทางไปทำงาน ออกนอกประเทศไปนาน เดินทางกลับประเทศก็ไม่ได้ เพราะติดช่วงวิกฤติโควิดที่ผ่านมา รอคิวจากสถานทูตไทยในสิงคโปร์อยู่แรมเดือน พอกลับเข้ามาในประเทศก็ยังกลับเข้าบ้านไม่ได้ เพราะต้องกักตัวทำ state quarantine กลับก็เหมือนไม่ได้กลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่พวกเราเข้าใจครับ ว่าพวกเราต้องเข้าสู่กระบวนการเหล่านี้ ด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมโดยรวม เพราะหากมีผู้ติดเชื้อหลุดเข้าประเทศแม้แต่รายเดียว ก็อาจเกิดเป็นเหตุการณ์ super spreader ได้ และเมื่อถึงตอนนั้น ก็คงไม่มีใครรับผิดชอบแทนคนไทยเกือบ 70 ล้านคนทั่วประเทศที่จะต้องถูกล็อกดาวน์อีกรอบได้ แต่พวกเรามิอาจต่อว่านายพลที่เดินทางมาจากต่างประเทศได้ แต่สิ่งที่เราต้องช่วยกันประณามในครั้งนี้ก็คือ วิธีเลือกปฏิบัติของกองทัพไทยที่ไร้ความรับผิดชอบต่อสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่ละครับ ประเทศที่ผู้มีอำนาจมาจากทหาร มีระบบการบังคับบัญชาแบบแบ่งแยกชนชั้น ที่เหมาะที่จะเอาไว้ใช้บัญชาการกับการรบเมื่อต้องการความเด็ดขาด แต่ไม่ใช่ในประเทศที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่ประชาชนเป็นใหญ่ในสังคมนะครับ&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70604</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200705/image_big_5f01e16842670.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65987</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2020 10:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2020 10:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนุกปาก!&#039;3เกลอก้าวไกล&#039;จี้เลิกพรก.ฉุกเฉินเหตุกระทบคนหาเช้ากินค่ำย้อนถามใครฉุกเฉินกันแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15 พ.ค.63-เมื่อวันพฤหสบดีที่ผ่านมา นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กรุงเทพฯพรรคก้าวไกล, นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.กรุงเทพฯพรรคก้าวไกล, และนายจิรวัฒน์ อรัญกานนท์ ส.ส.กรุงเทพฯพรรคก้าวไกล ร่วมจัดรายการเฟซบุคไลฟ์ทางเพจพรรคก้าวไกลในชื่อ &amp;ldquo;3 เกลอก้าวไกล&amp;rdquo; ชวนคุยกันเรื่องผลกระทบเกี่ยวกับ พ.ร.ก.การบริหารแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;[&amp;ldquo;บิลลี่&amp;rdquo; อัดรัฐไม่ให้ความสำคัญแต่แรก เหตุต้องออก &amp;ldquo;พ.ร.ก.&amp;rdquo; ทำประชาชนร่วมแบกรับกรรม]
โดยในช่วงหนึ่งของรายการ นายจิรวัฒน์ ระบุว่า ถ้าเราย้อนไทม์ไลน์ไปดูให้ดี เราจะเห็นได้ว่าเหตุที่มาของการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ก็เพราะการบริหารจัดการที่ล้มเหลวของรัฐ ที่ไม่ให้ความสำคัญตั้งแต่แรก ถ้าเราย้อนไปดูจะเห็นว่าโรคเริ่มระบาดที่เมืองอู่ฮั่นประเทศจีนตั้งแต่เมื่อเดือนธันวาคม 2562 แล้วจีนประกาศปิดเมืองล่าช้าจนกระทั่งคนออกนอกประเทศไปก่อนหลายล้านคน ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายที่ชาวจีนมากันเป็นจำนวนมาก แต่ประเทศไทยก็ยังไม่ได้เตรียมมาตรการทางสาธารณสุขรองรับตั้งแต่เกิดเรื่องนี้ขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาจึงมีการมาประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้โควิดเป็นโรคติดต่ออันตรายเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ต้องใช้เวลาสามเดือน กว่าที่จะมีการประกาศให้เป็นโรคอันตราย แล้วต่อมาจึงมาประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯในวันที่ 26 มีนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรวัฒน์ ระบุว่า ถ้ามีการมอนิเตอร์ตั้งแต่เดือนมกราคม ถ้ามีการเตรียมมาตรการ เราคนไทยจะไม่ต้องแบกต้นทุนทางเศรษฐกิจร่วมกันแบบนี้ อาจจะไม่ต้องปิดเมืองและเคอร์ฟิวขนาดนี้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือยอดผู้ติดเชื้อที่สูงขึ้น ต้นเหตุก็มาจากการบริหารงานของภาครัฐที่ล้มเหลวและไม่ให้ความสำคัญตั้งแต่แรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;[&amp;ldquo;เท้ง&amp;rdquo; เป็นงง รัฐออกแอพฯ 5 หน่วยงาน 5 แอพฯ ซ้ำกันทุกตัว แนะปรับเหลือตัวเดียวให้ทุกคนใช้แบบไม่งง]
ส่วนณัฐพงษ์&amp;nbsp; ระบุว่าถ้าเราดูจากสิ่งที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-2019) หรือ ศบค. ที่แถลงตัวเลขผู้ติดเชื้อในช่วงที่ผ่านมาออกมาค่อนข้างต่ำ เราจะเห็นได้ว่ามันไม่มีเหตุผลที่จะต้องคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯเอาไว้อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเปิดเมืองมีความน่ากลัวในเรื่องการแพร่ระบาดระลอกที่สองก็จริง อย่างเช่นในไต้หวันที่เริ่มมีตัวเลขระลอกที่สองเกิดขึ้นมาแล้ว แต่การป้องกันก็ยังสามารถนำเทคโนโลยีมาใช้ได้ เช่นเทคโนโลยี contact tracing ที่ติดตามประวัติบุคคลที่ตรวจพบว่าติดเชื้อ ซึ่งต่างประเทศใช้กันไปนานพอสมควรแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เท่าที่ตัวเองเห็นวันนี้ ทางการไทยปล่อยแอพพลิเคชั่นออกมาหลายตัว แต่ทำเหมือนๆกันซ้ำๆกัน เช่นไทยแคร์, หมอชนะ, แอร์แทร็ก, และล่าสุดไทยชนะ ซึ่งออกมาโดย 5 หน่วยงานของรัฐ แต่เป็นแอพพลิเคชั่นที่ใช้ในแบบเดียวกันทำซ้ำกันหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า พูดให้ถึงที่สุด เราสามารถใช้แอพพลิเคชั่นมาแทนมาตรการที่เข้มงวดใน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯได้ เช่นก่อนเข้าออกอาคารสถานที่ให้แสกน qr code เพื่อบันทึกประวัติในการเดินทางเข้าออกสถานที่ต่างๆว่าไปที่ไหนมาบ้าง เมื่อตรวจพบว่าติดเชื้อขึ้นมาก็จะสามารถติดตามความเสี่ยงได้ แต่สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทุกคนมาใช้แอพพลิเคชั่นเดียวกัน ไม่ใช่ใช้กันคนละแอพพลิเคชั่นแบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;[&amp;ldquo;กาย&amp;rdquo; ย้อนถามวันนี้ยัง &amp;ldquo;ฉุกเฉิน&amp;rdquo; จริงหรือไม่? หรือฉุกเฉินของใครกันแน่?]
ด้านนายณัฐชา กล่าวตอนหนึ่งว่า ถ้าถามถึงเหตุผลที่ยังคงต้องใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯในวันนี้ แม้ตัวเลขจะต่ำลงแล้วก็ตาม ตนคิดว่าน่าจะเป็นเพราะความคุ้นเคยในการใช้อำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเสียมากกว่า เพราะในอดีตเคยเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดเหนืออำนาจสามฝ่ายในสมัยเป็นหัวหน้า คสช. ที่ใช้อำนาจได้ตามใจชอบจนคุ้นชิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐชา ระบุต่อว่า ทุกวันนี้ตนลงพื้นที่มา พบประชาชนจำนวนมากมีความรู้สึกว่าการคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯเอาไว้อยู่เป็นเพราะความกลัวส่วนบุคคล เป็นเพราะ พล.อ.ประยุทธ์กลัวการเคลื่อนไหวทางการเมือง เพราะสถานการณ์ในขณะนี้ไม่มีความจำเป็นที่รัฐบาลจะต้องได้รับสถานะและอำนาจที่มากเกินไปขนาดนี้แล้ว จึงทำให้ตนเชื่อว่านี่เป็นการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯจากความกังวลในสถานการณ์ทางการเมืองมากกว่าการควบคุมโรคติดต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงต้องถามว่าคำว่าสถานการณ์ฉุกเฉินวันนี้เป็นความฉุกเฉินของใคร ขอให้บอกกับประชาชนตรงๆไปว่าวันนี้สถานการร์ดีขึ้นอย่างไร แล้วทำไมยังต้องใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯอยู่ แต่ถ้ายังยืนกรานว่าต้องใช้ต่อไปนั่นแสดงว่ากลัวเหตุการณ์ทางการเมืองหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;[&amp;ldquo;บิลลี่&amp;rdquo; แนะใช้กฎหมายปกติควบคุมโรคได้ - วอนหยุดฝืนใช้ พ.ร.ก.ทำลายชีวิตคนจน]
ในส่วนของนายจิรวัฒน์ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ระบุว่าถ้าตัวเลขเป็นไปตามที่ ศบค.ระบุ ก็ต้องชื่นชมรัฐบาลที่ทำสำเร็จในการควบคุมโรค แต่คำถามก็คือวันนี้เรายกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯได้หรือไม่ คำตอบคือได้ เรามี พ.ร.บ.โรคติดต่อฯและกลไกลทางกฎหมายปกติได้ ให้คนที่มีอำนาจมากที่สุดคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นพระเอกของการบริหารสถานการณ์นี้ ภายใต้นโยบายและคำสั่งการโดยนายกรัฐมนตรีอยู่ ซึ่งนี่เป็นจุดที่ไม่แตกต่างกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่การใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯวันนี้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการออกมาใช้ในมาตรการควบคุมโรคติดต่อ มีข้อแตกต่างจากกฎหมายปกติ เช่นการให้อำนาจเบ็ดเสร็จที่กระทบสิทธิเสรีภาพของประชาชน อย่างการห้ามบุคคลออกนอกเคหะสถาน ต่อมาคือการให้อำนาจเจ้าหน้าที่ของรัฐในการไม่ต้องรับผิดทางแพ่งและอาญาจากการปฏิบัติหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งต้องถามว่าสถานการณ์วันนี้เราอยู่ในกรอบที่ต้องห้ามบุคคลใดออกนอกเคหะสถานตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯหรือไม่ ตนต้องเรียนตามตรงว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯนี้ เป็น พ.ร.ก.ที่ทำลายคนจน การกำหนดช่วงเวลาเคอร์ฟิวก็ไม่สอดคล้องกับคนจนที่หาเช้ากินค่ำ ที่ต้องเตรียมของทำมาค้าขายในช่วงดึกหรือช่วงเช้ามืด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นตนจึงขอแนะนำ ว่าสถานการณ์วันนี้ต่อให้ไม่มี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯก็สามารถบริหารจัดการภายใต้ พ.ร.บ.โรคติดต่อได้ ซึ่งให้อำนาจรัฐบาลในการควบคุมสถานการณ์ได้อย่างเพียงพอแล้ว ถ้าวันนี้ไม่มีการผ่อนคลายสถานการณ์ตรงนี้แล้วคนจนที่ได้รับผลกระทบจะทำมาหากินตามปกติได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65987</URL_LINK>
                <HASHTAG>3เกลอก้าวไกล, การระบาดของไวรัสโควิด-19, จิรวัฒน์ อรัญกานนท์, ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์, ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, ยกเลิกพรก.ฉุกเฉิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200515/image_big_5ebe0f5b2d38b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59738</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2020 13:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2020 13:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส้มหวานเปิดชื่อ 5 ส.ส.ที่ยังไม่สมัครเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มี.ค.63&amp;nbsp;- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า &amp;nbsp;สำหรับ ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ ที่เดินทางมาสมัครสมาชิกพรรคก้าวไกลในวันนี้ จากจำนวน 55 คนก่อนหน้านี้ ล่าสุดที่เวลา 13.00 น. มีมาสมัครแล้วจำนวนทั้งสิ้น 50 คน ขาดเพียง 5 คน ประกอบไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.เขตบางแค กรุงเทพมหานคร ซึ่งเพิ่งเดินทางกลับมาจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปินส์ และตัดสินใจกักตัวเอง 14 วัน เพื่อดูอาการและป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างไรก็ตาม นายณัฐพงษ์โพสต์ข้อความยืนยันว่าไปต่อกับ #บ้านใหม่หัวใจเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่มีอาการป่วยไม่สามารถมาร่วมประชุมวันนี้ได้ แต่ได้โพสต์ทวิตเตอร์ยืนยันว่าทันทีที่หายป่วยแล้วจะรีบมาสมัครสมาชิกพรรคให้เร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.นายองค์การ ชัยบุตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่อยู่ระหว่างการใส่เฝือกขาและทำกายภาพบำบัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.นายวินท์ สุธีรชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ไม่ได้เดินทางมาร่วมประชุมในวันนี้โดยยังไม่ได้แสดงเหตุผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.นายจุลพันธ์ โนนศรีชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ได้สมัครสมาชิกเข้าร่วมกับพรรคชาติไทยพัฒนาไปแล้วตามที่ปรากฏในข่าวเมื่อวานนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59738</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, พรรคก้าวไกล, พรรคอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200314/image_big_5e6c710c871c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59724</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2020 10:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2020 10:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ณัฐพงษ์-ส.ส.ส้มหวาน&#039; แจ้งไม่ได้เดินทางไปร่วมสมัครสมาชิกพรรคก้าวไกล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มี.ค. 63 - นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ &amp;nbsp;ส.ส.กรุงเทพฯ อดีตพรรคอนาคตใหม่ โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อคืนที่ผ่านมาว่า หลังจากพิจารณาอย่างรอบคอบร่วมกับเพื่อน ส.ส. บางท่านแล้ว เช้านี้ (14 มี.ค. 63) ผมคงไม่ได้เดินทางไปร่วมสมัครสมาชิก #พรรคก้าวไกล นะครับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอดีวันที่ 11-12 มี.ค. 63 ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสเดินทางไปเป็นหนึ่งในวิทยากรบรรยายเพื่อเล่าประสบการณ์ของตนเองตลอดช่วงการเลือกตั้งหาเสียงในฐานะผู้สมัคร (อดีต) พรรคอนาคตใหม่ ในงานสัมมนา Socdem Asia ที่จัดขึ้นในกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในงานนี้จะมีตัวแทนพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยจากหลาย ๆ ประเทศในเอเชียที่ชนะการเลือกตั้งในเขตพื้นที่ของตนเองมาแบ่งปันประสบการณ์ กลยุทธ์ วิธีการ และเทคนิคต่าง ๆ ที่ใช้ในการหาเสียงให้กับเพื่อนร่วมอุดมการณ์เดียวกันในประเทศอื่น ๆ ได้ฟัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาที่นี่ก็ได้ความรู้หลากหลายครับ ทำให้เราเข้าใจบริบทในประเทศต่าง ๆ บางประเทศเขาทำแบบเราไม่ได้และเราก็ทำแบบเขาไม่ได้ เพราะค่านิยม วัฒนธรรม ประเพณี ศาสนา และโครงสร้างทางสังคมระหว่างเรากับเขาต่างกันออกไป เสียดายที่ผมไม่สามารถเล่าประสบการณ์ที่ได้รับจากการสัมมนาครั้งนี้แบบลงรายละเอียดได้มากนัก เพราะกฎข้อหนึ่งของงานสัมมนาที่นี่ก็คือ เราต้องช่วยกันรักษาความลับของเพื่อนร่วมอุดมการณ์ (comrades) ของพวกเราอย่างดีที่สุดครับ :)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จริง ๆ ก่อนเดินทางผมก็ศึกษาข้อมูลดีแล้วว่าฟิลิปปินส์ไม่ได้ถูกจัดอยู่ในประเทศกลุ่มเสี่ยงสูงตามที่ สธ. ประกาศ จึงไม่น่าเข้าข่ายต้อง self quarantine 14 วัน แต่เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังเครื่องผมขึ้นจากกรุงมะนิลาเพื่อบินกลับไทยในวันที่ 12 มี.ค. 63 ปธน.โรดริโก ดูเตร์เตของประเทศฟิลิปปินส์ก็ประกาศปิดกรุงมะนิลาเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ #โควิด19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมมาทราบข่าวอีกทีก็ช่วงบ่าย ๆ ของเมื่อวาน (13 มี.ค. 63) แล้ว และหลังจากที่ผมได้ปรึกษากับทางพรรคและเพื่อน ส.ส. บางท่านแล้ว ผมจึงมีความจำเป็นต้องงดไม่เดินทางไปเข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้เพื่อให้เกิดความสบายใจและความปลอดภัยกับประชาชนที่จะมาร่วมงานทุกท่านครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระหว่างนี้ ถึงแม้ฟิลิปปินส์จะยังไม่ได้ถูกจัดให้อยู่ในประเทศกลุ่มเสี่ยงสูงอย่างจีนหรืออิตาลีก็ตาม ผมจะหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมกิจกรรมที่มีคนแออัด และจะเฝ้าสังเกตดูอาการของตนเองอย่างใกล้ชิดต่อไปครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังยืนยันว่าไปต่อกับ #บ้านใหม่หัวใจดวงเดิม นะครับผม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59724</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, พรรคก้าวไกล, ส.ส.บางแค, อนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200314/image_big_5e6c4c69d17c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48846</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2019 12:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2019 12:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.ติดตามงบฯโวยลั่นสภา!ไร้เงาผู้ว่ากทม.เข้าแจงกรณีจ้างเอกชนกำจัดขยะมูลฝอย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ต.ค 62 - &amp;nbsp;เมื่อเวลา 12.00 น.ที่รัฐสภา นายทายาท เกียรติชูศักดิ์ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย และ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.กทม.พรรคอนาคตใหม่ &amp;nbsp;กรรมาธิการ(กมธ.)การศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ &amp;nbsp;สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกันแถลงว่า ที่ประชุมกมธ.พิจารณาเรื่องร้องเรียนกรณี กทม.จัดสรรงบประมาณในการจ้างเอกชนกำจัดขยะมูลฝอย แต่มีเหตุขัดข้องให้กรรมาธิการฯไม่สามารถพิจารณาได้ เนื่องจากทางผู้ว่ากทม. ส่งคนที่ไม่เกี่ยวข้องมาชี้แจง หลังกรรมาธิการเชิญ ผู้ว่ากทม. และปลัด กทม. มาชี้แจง ซึ่งแสดงถึงการไม่ให้ความสำคัญในกระบวนการตรวจสอบการใช้งบประมาณแผ่นดิน &amp;nbsp;ที่ประชุมจึงไม่รับคำชี้แจงดังกล่าว เพราะต้องการให้ผู้ว่า กทม. มาชี้แจงด้วยตัวเองว่ามีส่วนเกี่ยงข้องหรือรับผิดชอบอย่างไร จะมาอ้างว่าเรื่องเกิดจากผู้บริหารชุดเก่าไม่ได้ &amp;nbsp;เพราะขนาดพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) ยังดินทางมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการความมั่นแห่งรัฐฯ ด้วยตัวเองจึงขอเรียกร้องผู้บริหารระดับสูงของ กทม. ให้ความสำคัญ และให้ความร่วมมือเดินทางมาชี้แจงด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48846</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณ, ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, ทายาท เกียรติชูศักดิ์, ผู้ว่ากทม., พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190619/image_big_5d0a2aa4c1f4b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
