<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>32937</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุทธรณ์ลดโทษบอย ร่วมเบนซ์ฟอกเงิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุทธรณ์ลดโทษ &amp;quot;บอย นาคคำ&amp;quot; จำคุก 2 ปี 18 เดือน ร่วม &amp;quot;เบนซ์ เรซซิ่ง&amp;quot; ฟอกเงินค้ายาเสพติด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 เมษายนนี้ ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีฟอกเงินหมายเลขดำ ฟย.24/2560 ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 3 เป็นโจทก์ฟ้องนายณัฐพล หรือบอย นาคคำ นักค้ายาเสพติด เป็นจำเลยฐานสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ตามฟ้องโจทก์สรุปว่า นายณัฐพลตกเป็นจำเลยเนื่องจากพบว่าตั้งแต่ปี 2555-2560 มีการโอนเงินที่ได้มาจากการค้ายาเสพติดให้กับกลุ่มของนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือเบนซ์ เรซซิ่ง นำไปซื้อทรัพย์สินและรถยนต์หรู เพื่อปกปิดที่มาของทรัพย์สิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 12 มิ.ย.2562 ว่าการกระทำของนายณัฐพล จำเลย เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5 (1) (2), 9 วรรคสอง จำเลยรับสารภาพและให้การเป็นประโยชน์ จึงพิพากษาลงโทษจำคุก 4 ปี 18 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาจำเลยได้ยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลลงโทษสถานเบา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยช่วงเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เบิกตัวนายณัฐพลซึ่งอยู่ในชุดนักโทษและไม่ได้ประกันตัว มาจากเรือนจำกลางบางขวาง เพื่อฟังคำพิพากษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยได้มีการโอนเงินที่ได้จากการกระทำผิดค้ายาเสพติดหลายครั้ง ซึ่งพฤติการณ์มีความร้ายแรงแตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยนั้นหนักเกินไป อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน ศาลอุทธรณ์เห็นควรแก้โทษให้เหมาะสม จึงพิพากษาแก้ลดโทษเป็นจำคุกนายณัฐพล 2 ปี 18 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายณัฐพลยังเป็นจำเลยในคดีที่ถูกฟ้องต่อศาลอาญาซึ่งศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาไปแล้ว 1.คดีหมายเลขดำ อย.1883/2560 ข้อหาร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (คีตามีน) ไว้ในครอบครองเกินปริมาณที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดไว้เพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต และสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และได้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้สมคบกัน ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 20 ปี ปรับ 4 แสนบาท โดยศาลอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 เม.ย.2561&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.คดีหมายเลขดำ อย.1257/2560 ข้อหาร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (คีตามีน) ไว้ในครอบครองเกินปริมาณที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (ไนเมตาซีแพม) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 5 ปี จำเลยให้การับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน โดยศาลอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 10 พ.ค.2561&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.คดีหมายเลขดำ อย.2187/2560 ข้อหาสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและได้มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมตแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และพยายามจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิต ปรับ 1 ล้านบาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกตลอดชีวิต ปรับ 5 แสนบาท โดยศาลอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 22 ส.ค.2561.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32937</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐพล นาคคำ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190403/image_big_5ca4be5b156f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
