<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118689</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 09:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 09:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีพร้อม จับมือ ซีพี ออลล์ เดินเกมส์กระตุ้นเศรษฐกิจ รุกช่วยรายย่อยสู่เส้นทางโมเดิร์นเทรด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค. 2564 นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.) หรือดีพร้อม เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในช่วงระยะเวลาเกือบ 2 ปีนี้ ยังคงส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของเอสเอ็มอีทั่วประเทศ โดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้สั่งการให้ ดีพร้อม ดำเนินมาตรการเร่งด่วน &amp;ldquo;พร้อมสู้ อยู่ได้ ไปรอด&amp;rdquo; เพื่อแก้ปัญหาหลายด้านของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ผ่านมาตรการต่าง ๆ โดยล่าสุดได้ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรเอกชน บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ดำเนินโครงการความร่วมมือส่งเสริม พัฒนา ต่อยอด ผู้ประกอบการเข้าสู่โมเดิร์น เทรดในรูปแบบการจับคู่ธุรกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อหวังสร้างโอกาสในการจำหน่ายสินค้าให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและวิสาหกิจชุมชนผ่านช่องทางร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ทั้งแบบการวางจำหน่ายในร้านและแบบออนไลน์เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างรายได้และขยายฐานผู้บริโภคแม้ในช่วงวิกฤติโควิด - 19 ตลอดจนประสานความร่วมมือจากผู้นำด้านการค้าปลีกในการเปิดพื้นที่ให้สินค้าจากผู้ประกอบการทั่วประเทศได้มีโอกาสทดสอบตลาดอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดีพร้อมและซีพี ออลล์ จะร่วมกันพัฒนาสินค้าจากผู้ประกอบการอย่างครบวงจร เพื่อให้สินค้าชุมชนและสินค้าที่ผลิตโดยเอสเอ็มอีได้มีโอกาสวงาจำหน่ายทั้งบนช่องทางออนไลน์ www.shopat24.com และในร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ที่มีอยู่กว่า 10,000 สาขาทั่วประเทศ เพื่อให้มีโอกาสเติบโตได้เช่นเดียวกับกลุ่มสินค้าแบรนด์ดังที่เป็นที่นิยมของตลาด โดยดีพร้อมและซีพี ออลล์ จะร่วมกันยกระดับผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐาน ตรงตามความต้องการของตลาด และยังร่วมกันส่งเสริมผู้ประกอบการให้เข้าใจถึงสถานการณ์ตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป&amp;quot;นายณัฐพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล กรรมการผู้จัดการ (ร่วม) บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่นและเซเว่น เดลิเวอรี่ กล่าวว่า การผนึกกำลังกับ ดีพร้อม ในการช่วยเหลือเอสเอ็มอีไทยที่มีศักยภาพในการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและตรงกับความต้องการของผู้บริโภคให้มีโอกาสในการขายและการสร้างรายได้ โดย เซเว่นฯ เชื่อว่า จุดแข็งในเรื่องช่องทางการขาย ทั้ง Online และ Offline ที่เซเว่นฯ มีอยู่จะสามารถช่วยนำสินค้าที่ผ่านการคัดเลือกจากการแมทชิ่งไปถึงมือลูกค้าทั่วประเทศได้ เพื่อนำพาเอสเอ็มอีก้าวข้ามวิกฤตไปด้วยกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118689</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐพล รังสิตพล, ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี, อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.), โมเดิร์นเทรด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615a61af52e3a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111603</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2021 09:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2021 09:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสอ.งัด 5 มาตรการเร่งด่วนช่วยผู้ประกอบการ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
30 ก.ค. 2564 นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กรมฯได้ทำการสำรวจผู้ประกอบการพบเจอในช่วงสถานการณ์การโควิด-19แพร่ระบาด พบ 8 ปัญหาที่ ประกอบไปด้วย 1. ปัญหาด้านการตลาด 66.82% &amp;nbsp;2. ปัญหาด้านการเข้าถึงแหล่งเงินทุน 21.92% 3. ปัญหาด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม 13.74% &amp;nbsp;4. ปัญหาด้านวัตถุดิบและปัจจัยเอื้อในการประกอบธุรกิจ 11.40% 5. ปัญหาด้านการเพิ่มผลิตภาพการผลิ 11.28% 6.ปัญหาด้านการจัดการ เช่น การขนส่ง บุคลากร 9.50% 7. ปัญหาด้านต้นทุน 8.16% และ 8. ปัญหาด้านการพัฒนาอัตลักษณ์ของผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ 8.16%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จึงร่งแผนระยะสั้นเพื่อช่วยเหลือเร่งด่วนใน 60 วัน ผ่านมาตรการต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบภายใต้แนวนโยบาย โควิด 2.0 &amp;ldquo;พร้อมสู้-อยู่ได้- ไปรอด ประกอบด้วย 5 มาตรการหลัก ได้แก่ 1.การจัดการโควิดในองค์กร 2. การตลาดภายใต้โควิด 3.เปลี่ยนค่าใช้จ่ายเป็นเงินทุน 4.สร้างเครือข่ายพันธมิตร และ 5.ปรับโมเดลธุรกิจ ซึ่งทั้ง 5 มาตรการคาดว่าจะคาดว่าจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้กว่า 8,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จากการแพร่ระบาดของโควิด-19ระลอกใหม่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทยในวงกว้าง ซึ่งตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี) ไทยโต เพียง 1% จากที่ในไตรมาสแรกของปี 2564ที่ตัวเลข 2.6% ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นจากติดลบ 6.1% ในปี 2563 ขณะเดียวกันสถานการณ์ภาพรวมของเอสเอ็มอี ที่มีจำนวน 3.1 ล้านล้านราย ในปี 2564 น่าจะยังคงน่ากังวล เพราะเมื่อพิจารณาถึงโครงสร้างทางเศรษฐกิจของไทยนั้น ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว บริการ และกลุ่มค้าส่งค้าปลีก โดยจากข้อมูลสถิติพบว่า GDP SMEs ในปี 2563 ซึ่งปรับตัวลบ 9.1% และได้ประเมินว่าในปี 2564 คาดว่า จะติดลบที่ 4.8%&amp;quot;นายณัฐพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามจากการดำเนินงานโครงการ/กิจกรรม มาตรการเร่งด่วนต่าง ๆ รวมถึงการส่งเสริมผู้ประกอบการให้สามารถดำเนินธุรกิจภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดในระลอกใหม่นี้ ดีพร้อม คาดว่าในปีงบประมาณ 2564 จะสามารถช่วยส่งเสริมและยกระดับผู้ประกอบการในภาคส่วนอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้จำนวนรวม 3,356 กิจการ 11,955 คน 982 ผลิตภัณฑ์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111603</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม, ณัฐพล รังสิตพล, สถานการณ์การโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210525/image_big_60acab6755047.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104113</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2021 14:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2021 14:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสอ.มั่นใจอุตฯอาหารปี64โตสดใสมูลค่าทะลุ 1.1ล้านล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ค. 2564 - นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดี กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.) เปิดเผยว่า จากสถาการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมหลายสาขา แต่อุตสาหกรรมอาหารยังได้รับประโยชน์จากสถานการณ์ดังกล่าว โดยจะเห็นได้จากรายงานของสถาบันอาหาร ได้รายงานว่าในปี 2563 อุตสาหกรรมอาหารของไทยในช่วง 11 เดือน อยู่ที่ 981,430 ล้านบาท หดตัวลดลงจากปี 62 ที่ 7.39% แต่แนวโน้มในปี 2564 นี้ มีการคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมอาหารจะขยายตัวเพิ่มมากขึ้น 12% และจะมีมูลค่าราว 1.08 -1.10 ล้านล้านบาท เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีความต้องการเลือกสินค้าอาหาร หรือวัตถุดิบ เพื่อมาประกอบอาหารเองเพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราเล็งเห็นถึงโอกาส และความสำคัญของการขับเคลื่อนของภาคอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มให้สามารถเดินหน้าต่อได้ ภายใต้สถานการณ์ของการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ จึงเร่งออกมาตรการและแนวทางการสนับสนุนและช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยให้กลับมาขยายตัวเพิ่มขึ้นโดยเร็วในหลายรูปแบบ หนึ่งในนั้นคือการขยายช่องทาง และเพิ่มโอกาสทางการตลาด เพื่อเพิ่มช่องทางการขายให้แก่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารอย่างต่อเนื่อง ผ่านเวทีการแสดงสินค้านานาชาติในรูปแบบออนไลน์เสมือนจริงในงานแสดงสินค้าอาหาร 2564 หรือ THAIFEX-ANUGA ASIA 2021&amp;rdquo;นายณัฐพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการจัดงานเกิดจากการบูรณาการร่วมกันระหว่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศร่วมกับหอการค้าไทย โดยกสอ.ได้ร่วมสนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้ ภายใต้แนวคิด Driving the next normal ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม &amp;quot;สู่วิถีใหม่&amp;rdquo; เพื่อส่งเสริมให้อุตสาหกรรมอาหารเติบโตได้อย่างต่อเนื่องภายในปี 2564 จึงได้สนับสนุนผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารที่มีศักยภาพและความพร้อมเข้าร่วมงานในครั้งนี้ จำนวน 20 ราย เข้าร่วมในงานครั้งนี้ ซึ่งคาดว่าการสนับสนุนในครั้งนี้จะช่วยสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้พบปะผู้ซื้อชาวต่างชาติที่เข้ามาร่วมงานกว่า 1,230 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104113</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.), ณัฐพล รังสิตพล, ปี2564, อุตสาหกรรมอาหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210525/image_big_60acab6755047.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85460</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2020 07:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2020 07:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสอ.ลุยอาร์เซ็ปทำอินดัสตรีบับเบิลดันการค้าอุตฯอาหาร – เกษตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ย. 2563 นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.) เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างเข้มข้น หลังจากได้รับผลกระทบการแพร่ระบาดโควิด-19 ทั้งการเสริมสภาพคล่องให้กับธุรกิจ การพัฒนาทักษะผู้ประกอบการ การส่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจฐานราก และการขยายผลความร่วมมือทางด้านอุตสาหกรรมกับประเทศต่าง ๆ ผ่านนโยบายการสร้างพันธมิตรในด้านอุตสาหกรรมระหว่างกัน หรืออินดัสตรีบับเบิล เช่น นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น ซึ่งเตรียมขยายผลไปยังประเทศสมาชิกพันธมิตรทางการค้าระดับภูมิภาค หรืออาร์เซป (อาเซียน 10 ประเทศ และออสเตรเลีย จีน ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ และเกาหลีใต้) เพื่อสร้างโอกาสให้กับภาคอุตสาหกรรมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ได้หารือร่วมกับนายอัทสึชิ ทาเคทานิ เลขาธิการองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ เจโทร เพื่อเดินหน้านโยบายขับเคลื่อนมาตรการอินดัสตรีบับเบิลระหว่างไทย &amp;ndash; ญี่ปุ่น ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการส่งเสริมความร่วมมือพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารระหว่างสองประเทศ ผ่านการให้ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีที่ทางญี่ปุ่นมีความเชี่ยวชาญ ซึ่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ได้เดินทางไปศึกษาดูงาน ณ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเริ่มความร่วมมือในการพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม เชื่อมโยงกับองค์ความรู้ด้านเครื่องจักรกลที่ทันสมัยที่เหมาะสมกับกระบวนการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร ยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไปสู่การเป็น อุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต รวมทั้งหารือเพื่อการลงทุนระหว่างภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทย ซึ่งพอใจภาพรวมการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในปัจจุบัน ที่มีอัตราการหดตัวลดลง จากมาตรการส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมทุกด้าน

&amp;quot;เชื่อว่าความร่วมมือระหว่างสองประเทศในครั้งนี้ จะสามารถเพิ่มศักยภาพให้กับอุตสาหกรรมอาหารให้มีความแข็งแกร่ง รองรับความต้องการของผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชีย สร้างรายได้ ให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี กระตุ้นอัตราการจ้างงาน และมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของ 2 ประเทศได้ดีมากยิ่งขึ้น&amp;quot;นายณัฐพล กล่าว

สำหรับการดำเนินมาตรการอินดัสตรีบับเบิล ไทย-ญี่ปุ่นที่ผ่านมา ของกสอ. ได้ส่งเสริมแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อการดำเนินธุรกิจของภาคอุตสาหกรรมระหว่าง 2 ประเทศ มีกิจการที่เข้าร่วมแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้นกว่า 200 กิจการ เกิดการจับคู่ทางธุรกิจจำนวนกว่า 35 กิจการ สร้างยอดขายได้กว่า 259.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดิมกว่า16.56%


ส่วนกรอบความร่วมมืออินดัสตรีบับเบิลกับประเทศนิวซีแลนด์ที่ผ่านมา เป็นพันธมิตรในด้านอุตสาหกรรมเกษตร เนื่องจากนิวซีแลนด์ถือเป็นประเทศที่มีความเชี่ยวชาญด้านการแปรรูปสินค้าเกษตร เพื่อการส่งออกเช่นเดียวกับไทยทั้งในด้านความปลอดภัยอาหาร และการทำเกษตรกรรมยั่งยืน โดยไทยจะนำเสนอองค์ความรู้การพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรมที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ตามหลักการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หรือบ้านบึงโมเดล ซึ่งพิสูจน์ได้ชัดเจนแล้วว่าแม้ในภาวะวิกฤตก็ยังสามารถดำเนินกิจการได้อย่างมั่นคง
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85460</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสอ., ณัฐพล รังสิตพล, อาร์เซ็ป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0e5349a3d1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68093</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2020 07:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2020 07:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสอ.ลุยปรับโครงสร้างหนี้อุตสาหกรรมช่วยเหลือ 678 กิจการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย. 2563 นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.) เปิดเผยว่าสชกสอ.ได้ ให้ความช่วยเหลือผ่านมาตรการพักชำระหนี้ ตามนโยบายของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยจะขับเคลื่อนมาตรการฟื้นฟูอุตสาหกรรม ดีพร้อมทันที 90 วัน ผ่านการพิจารณาปรับลดโครงสร้างหนี้เงินทุนหมุนเวียน เพื่อการส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมไทย ใน 7 กลุ่มอุตสาหกรรม


ได้แก่ 1.อาหาร 2.เครื่องดื่ม 3. ผ้าและเครื่องแต่งกาย 4. ของใช้และเครื่องประดับตกแต่ง 5. ศิลปะประดิษฐ์และของที่ระลึกที่สะท้อนวิถีชีวิตภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น 6. สมุนไพรที่ไม่ใช่ยาและอาหาร และ 7. อุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่สนับสนุนเกื้อกูลกลุ่มวิสาหกิจชุมชน หรือเอสเอ็มอี ใน 7 อุตสาหกรรมข้างต้น โดยปรับลดโครงสร้างหนี้เงินทุนหมุนเวียน กลุ่มลูกหนี้ที่ค้างชำระมากกว่า 6 งวด และยังไม่ได้ดำเนินการทวงหนี้ตามกระบวนการกฎหมาย มีสิทธิขอขยายเวลาชำระหนี้สูงสุดไม่เกิน 6 ปี &amp;nbsp;


&amp;ldquo;แนวทางดำเนินงานปรับโครงสร้างหนี้ ฯ จะเปิดให้ยื่นได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 30 ก.ย. 2563 โดยประสานได้ที่ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ โดยกสอ. คาดการณ์ว่าการปรับโครงสร้างหนี้เงินทุนหมุนเวียน จะสามารถฟื้นฟูลูกหนี้ค้างชำระให้สามารถชำระหนี้ได้และปรับระดับมาอยู่ในกลุ่มลูกหนี้ปกติ รวมมูลค่าหนี้ค้างชำระกว่า 57 ล้านบาท และช่วยเหลืออุตสาหกรรมได้ 678 กิจการ&amp;quot; นายณัฐพล กล่าว

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68093</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ภาคอุตสาหกรรม, ณัฐพล รังสิตพล, ปรับโครงสร้างหนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0e5349a3d1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62351</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2020 10:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2020 10:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กสอ.ดัน7บริษัทสิ่งทอปรับผลิตหน้ากากผ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เมษายน 2563 นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.) เปิดเผยถึง มาตรการผลักดันผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้อยู่รอดท่ามกลางวิกฤต โควิด-19 ในระยะเร่งด่วนว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรม เร่งหาแนวทางการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการใช้องค์ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์และบริการ ดังนั้น ทาง กสอ. มีแผนช่วยเหลือผู้ประกอบการภายใต้โครงการ &amp;ldquo;สร้างมูลค่าเพิ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์&amp;rdquo; โดยเบื้องต้นได้แนะนำ 7 บริษัทสิ่งทอ ซึ่งครอบคลุม ผลิตภัณฑ์ชุดกีฬา เสื้อผ้าแฟชั่น ฯลฯ ปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตสินค้าเดิมหันมาผลิตหน้ากากผ้า เพื่อรองรับความต้องการของประชาชน พร้อมทั้งสนับสนุนการสร้างรายได้ เพื่อให้ขับเคลื่อนธุรกิจแบบเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยบริษัทสิ่งทอที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว มีดังนี้ 1. บริษัท ยงสง่า จำกัด 2. บริษัท มณีอินเนอร์แวร์ จำกัด 3. บริษัท ยูเนี่ยนไทย กรุ๊ป จำกัด 4. บริษัท เค็นเน็ต เท็กไทล์ จำกัด 5. บริษัท เวิลด์นิตติ้ง แอพพาเรล จำกัด 6. บริษัท ไฮย์คอว์ลิตี้ การ์เมนท์ จำกัด และ 7. บริษัท แอพพาเรล ครีเอชั่น จำกัด โดยทั้งหมดได้เริ่มผลิตหน้ากากผ้าจำหน่ายสู่ตลาดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามข้อมูลจากกระทรวงอุตสาหกรรม ปัจจุบันภาพรวมของผู้ประกอบการสิ่งทอไทย มีกำลังการผลิตหน้ากากผ้าได้มากกว่า 187,000 ชิ้นต่อวัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62351</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสอ., ณัฐพล รังสิตพล, หน้ากากผ้า, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0e5349a3d1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56432</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2020 10:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2020 10:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมคิด&#039;ไล่บี้ กสอ.ปั้นปั้นนักธุรกิจแสนราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.พ. 2563 นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.) เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ในการร่วมประชุมและติดตามโครงการประชารัฐสร้างไทย พัฒนาปักษ์ใต้ ขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน ร่วมกับ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เมื่อเร็วๆนี้ นายสมคิดได้เน้นย้ำนโยบายให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดกลไกการพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม โดยสั่งการให้กสอ.เร่งดำเนินการเรื่องด่วน 3 ด้าน คือ 1.การสร้างนักธุรกิจเกษตร 100,000 ราย ร่วมกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธกส.) 2.การสร้างระบบนิเวศเครื่องจักรกลการเกษตรและเครื่องจักรแปรรูปผลิตผลเกษตร และ 3.การจัดตั้งกองส่งเสริมเกษตรอุตสาหกรรมภายใต้การกำกับดูแลของ กสอ.ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ภายใน 3 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กสอ.อยู่ในระหว่างการปรับโครงสร้างภายในองค์กร โดยกำลังจัดตั้งกองส่งเสริมเกษตรอุตสาหกรรมเป็นหน่วยงานภายในขึ้น เพื่อรองรับภารกิจที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกลไกการส่งเสริมและสร้างนักธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม รวมทั้งสร้างระบบนิเวศเครื่องจักรกลการเกษตรและเครื่องจักรแปรรูปผลิตผลเกษตรด้วยการนำระบบดิจิทัลแพลตฟอร์มมาใช้&amp;quot;นายณัฐพลกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กสอ.จะเร่งดำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวข้อง อาทิ การส่งเสริมอุตสาหกรรมแปรรูปทางการเกษตร โดยเฉพาะเครื่องมือในการแปรรูปทางการเกษตร นวัตกรรมในการยืดอายุผลผลิต รวมทั้งการส่งเสริมการตลาด การทำงานแบบบูรณาการเพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่าง กสอ. สถาบันการเงิน และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อส่งเสริมเกษตรกรเอสเอ็มอี และการท่องเที่ยวแบบวิถีชุมชน โดยรักษาวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของชุมชนไว้ รวมถึงการเข้าถึงแหล่งเงินทุน การให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการตลาด เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน ให้มีขีดความสามารถในการแข่งขัน ตลอดจนการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ชุมชนอย่างต่อเนื่องอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน กสอ. ได้จัดโครงการ Genius The Idol(จีเนียส ดิ ไอดอล) ซึ่งเป็นหลักสูตรที่เน้นปั้นผู้ประกอบการเกษตรอัจฉริยะ โดยทุ่มงบประมาณกว่า 96 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการเกษตรอุตสาหกรรม ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และมาตรฐาน ให้กับเกษตรอุตสาหกรรม ซึ่งสอดรับกับข้อสั่งการของรองนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กสอ.ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล โดยได้ประกาศนโยบายการดำเนินงานของ กสอ.ในปี 2563 ตามแนวทาง &amp;ldquo;ปั้น ปรุง เปลี่ยน เอสเอ็มอี ให้ดีพร้อม (DIProm)&amp;rdquo; เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานให้สอดคล้องตามข้อสั่งการเร่งด่วนของรัฐบาล ซึ่งเรื่องการส่งเสริมเกษตรอุตสาหกรรมเป็นนโยบายสำคัญที่ กสอ. ต้องเร่งขับเคลื่อนและทำให้เกิดเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56432</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.), ณัฐพล รังสิตพล, ปั้นนักธุรกิจหน้าใหม่, โครงการประชารัฐสร้างไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0e5349a3d1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
