<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111292</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 17:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2021 17:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.ก้าวไกล หวังรัฐคุ้มครองชาวบางกลอย ข้องใจขึ้นมรดกโลกทั้งที่มีปัญหาละเมิดสิทธิฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ค.64 - ที่รัฐสภา นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) เพื่อพิจารณาศึกษาด้านผู้สูงอายุ ผู้พิการ และกลุ่มชาติพันธุ์ ในคณะกมธ.กิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายสุรพงษ์ กองจันทึก เลขานุการคณะอนุกมธ.เพื่อพิจารณาศึกษาด้านผู้สูงอายุฯ แถลงกรณีองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ขึ้นทะเบียนผืนป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐพล กล่าวว่า ขอตั้งข้อสังเกต และข้อกังวลใจของกลุ่มชาติพันธุ์ คณะกรรมการ 21 ชาติ รวมถึงประเทศไทยได้เป็นกรรมการในการพิจารณาครั้งนี้ด้วย โดยการพิจารณาประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ตัวแทน และผู้เชี่ยวชาญเรื่องสิทธิมนุษยชน ขององค์การสหประชาชาติ ให้ข้อเสนอแนะว่าควรชะลอการขึ้นทะเบียนผืนป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก เนื่องจากในพื้นที่ยังมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบางกลอย จนถึงปัจจุบันยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในฐานะประธานคณะอนุกมธ.ฯ ขอให้ข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา คณะอนุกมธ.ฯ ของเราไปหารือร่วมกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยกสม.มีข้อสังเกต เสนอแนะรัฐบาลให้ชะลอการเสนอการขึ้นทะเบียนมรดกโลก แต่รัฐบาลโดย รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็ยังนำเสนอ จนท้ายที่สุดเป็นที่มาในการรับรองป่าแก่งกระจายเป็นมรดกโลก และข้อสังเกตในรายงานของกมธ.กิจการเด็กฯ ได้มีรายงานนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งครม.ได้พิจารณาและตอบรับมา หนึ่งในนั้นให้ชะลอและยุติการดำเนินคดีกับประชาชนในพื้นที่ที่ยังมีปัญหากว่า 80 คน จึงกังวลว่าเมื่อประกาศให้เป็นมรดกโลก รัฐไทยจะดูแลและเยียวยา เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้อเสนอไม่ได้ร้องขอเกินกว่าอภิสิทธิ์หรือเกินกว่าสิทธิ์ที่ควรจะได้ แต่เป็นข้อเสนอที่มาจากรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น มาตรา 70 ระบุว่า รัฐควรส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ ดังนั้น การประกาศผืนป่าแก่งกระจานให้เป็นมรดกโลก เราจะเฝ้าติดตามในหลายประเด็น และหวังว่ารัฐบาลจะใช้คำว่ามรดกโลก เพื่อการพัฒนากลุ่มชาติพันธุ์อยางยั่งยืน ไม่ใช่เพื่อการกดเราไว้&amp;rdquo; นายณัฐพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ตั้งข้อสังเกตหรือไม่ว่าเหตุใดการพิจารณาขึ้นทะเบียนผืนป่าแก่งกระจานครั้งนี้ผ่านอย่างง่ายดาย นายณัฐพล กล่าวว่า การพิจารณาครั้งนี้มีกรรมการจากประเทศไทยร่วมอยู่ด้วย อีกทั้งมีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่าหากไม่ได้เป็นการพิจารณาที่ประเทศจีน จะได้รับการทะเบียนหรือไม่ และประเทศใหญ่ที่เคยให้ข้อสังเกตเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนบางประเทศ ไม่ได้พูดถึงประเด็นดังกล่าวในการพิจารณาครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์ กล่าวว่า แก่งกระจานถือเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพค่อนข้างสูง นอกจากพืช และสัตว์ ยังมีมนุษย์อาศัยที่นี่นับพันปี ซึ่งพบว่าที่บ้านใจแผ่นดิน มีขวานหินสมัยโบราณ อายุประมาณ 3 พันปี เป็นสิ่งบ่งบอกว่ามีการสร้างชุมชนตรงนี้มา 2 &amp;ndash; 3 พันปีแล้ว สิ่งที่คณะกรรมการมรดกโลกให้ข้อสังเกตกับไทยมา 3 ข้อ คือ 1.ต้องสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับการปรับปรุงพื้นที่รอบขอบเขตมรดกโลก 2.ต้องรับประกันว่าจะจะมีการคุ้มครองการบริหารจัดการพื้นที่อย่างเต็มที่ และ 3.ต้องรับประกันว่าจะมีการปรึกษาหารือร่วมกับชุมชนท้องถิ่น และสนับสุนนการมีส่วนร่วมในท้องถิ่น ซึ่งรัฐต้องทำให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 1 ธ.ค.64 ในส่วนนี้เรากังวลว่าชาวบ้านอยู่มานานแล้ว แต่การดูแลยังไม่ดีนัก โดยหลายประเทศตั้งข้อสังเกตถึงการไม่ดูแลเรื่องการละมิดสิทธิมนุษยชน แม้ในปึ 2532 ทุ่งใหญ่นเรศวร - ห้วยขาแข้ง ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก รัฐให้กะเหรี่ยงในพื้นที่อยู่ได้ตามวิถีชีวิตของเขา โดยอยู่กันอย่างสงบสุข ตนอยากให้เกิดภาพนี้ขึ้นมาอีกครั้งกับผืนป่าแก่งกระจาน โดยจะต้องให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมจริงๆในการบริหารจัดการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า ขอเสนอไปยังรัฐบาล 1.รัฐต้องยอมรับการมีตัวตน และการมีอยู่ของชุมชนกะเหรี่ยงในเขตมรดกโลกแก่งกระจาน ในฐานะชุมชุนท้องถิ่นดั้งเดิม 2.ต้องให้ความคุ้มครอง พัฒนาคุณภาพชีวิตชาวกะเหรี่ยงให้ดำรงชีวิตตามวิถีวัฒนธรรม ตามมติครม. เมื่อวันที่ 3 ส.ค.2553 3.รัฐต้องยุติการจับกุมดำเนินคดีชาวกะเหรียงดั้งเดิม 28 คน ที่เป็นชนเผ่าพื้นเมืองเดิมในพื้นที่มรดกโลก ตลอดจนสนับสนุนให้คนเหล่านี้มีส่วนร่วมในการจัดการพื้นที่ และ 4.รัฐต้องเร่งรัดเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ ที่อยู่ระหว่างการยกร่างให้เข้าสู่การพิจารณาของสภาโดยเร็ว หวังว่ารัฐจะให้ความสนใจเรื่องนี้อย่างจริงจัง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111292</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มชาติพันธุ์, กลุ่มป่าแก่งกระจาน, ณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์, บางกลอย, มรดกโลก, ส.ส.ก้าวไกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210727/image_big_60ffd64248fc6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44995</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2019 15:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2019 15:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อนาคตใหม่จี้หาคนฆ่า&#039;บิลลี่&#039;มาลงโทษ &#039;ช่อ&#039;ก็มาดันพรบ.ป้องกันการทรมานฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ย.62 - นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ กลุ่มชาติพันธุ์ พรรคอนาคตใหม่(อนค.) แถลงข่าวกรณีการเสียชีวิตของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงโป่งลึก-บางกลอย ที่เพิ่งพบศพ ว่า ตนในฐานะตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์ ขอแสดงความเสียใจต่อกรณีนายพอละจี และขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งจับกุมผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งขอให้นำเรื่องป่ากับคนขึ้นมาพิจารณาบนโต๊ะ &amp;nbsp;เพื่อให้คนกับป่าอยู่ร่วมกันได้ เพราะที่ผ่านมามีการเอาคนออกจากป่า ซึ่งต้องถามว่าทำให้ป่าเพิ่มขึ้นหรือไม่ &amp;nbsp;เราไม่ต้องการให้การสูญหายหรือความขัดแย้งเกิดขึ้นอีก ขอให้กรณีนายพอละจีเป็นกรณีสุดท้ายที่จะทำให้เกิดความขัดแย้ง เพราะป่านั้นเราสามารถปลูกทดแทนได้ แต่คนไม่สามารถสร้างทดแทนได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นปัญหาใหญ่และเกี่ยวข้องกับกรณีนายพอละจี คือการที่ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายและกลไกที่มีประสิทธิภาพมากพอในการจัดการกับกรณีการซ้อมทรมานและการบังคับบุคคลสูญหาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ประเทศไทยเคยลงนามในอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลจากการสูญหายโดยการถูกบังคับ ของสหประชาชาติ(ยูเอ็น) และประเทศไทยเคยเกือบจะมีพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ซึ่งผลักดันมาตั้งแต่ปี 2557 โดยเข้าสู่วาระการพิจารณาของที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) แต่สุดท้ายมีการวิพากษ์วิจารณ์กันมากมาย จนร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวหายสาบสูญไปจากสภาฯ โดยไม่มีเหตุผลแน่ชัดว่าเกิดจากอะไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พรรคอนาคตใหม่ขอยืนยันว่าร่างพ.ร.บ.ป้องกันการทรมานฯเป็นกฎหมายสำคัญ ที่จะทำให้ประเทศไทยได้ทำตามหลักสิทธิมนุษยชนสากลตามที่เราได้ลงนามไว้ในกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งกรณีของนายพอละจีแสดงให้เห็นว่ากฎหมายยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการรับมือกับคดีบุคคลสูญหาย เช่น ภรรยาของนายบิลลี่ไปแจ้งความ ตำรวจก็บอกว่าในกรณีบุคคลสูญหายนั้น ญาติมีภาระต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับการสูญหายเอง ไม่ใช่ภาระของเจ้าหน้าที่รัฐเหมือนกรณีทั่วไป&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พรรณิการ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ พรรคอนาคตใหม่ยืนยันจะผลักดันเรื่องนี้อย่างเต็มที่ และหวังว่าจะมีการตรวจสอบตัวบทกฎหมายของร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวเพื่อให้กฎหมายออกมาอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม คาดว่าร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวจะไม่สามารถผลักดันได้ทันในสมัยประชุมสภาฯนี้ คงต้องรอสมัยประชุมสภาฯครั้งหน้า ซึ่งจะต้องถามรัฐบาลด้วยเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44995</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มชาติพันธุ์, ณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์, บิลลี่, พอละจี รักจงเจริญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190904/image_big_5d6f753762326.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
