<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63173</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2020 09:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2020 09:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>COVID-19 กับมาตรการช่วยเหลือภาคธุรกิจ และประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวทีพิจารณ์นโยบายสาธารณะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ COVID-19 การระบาดยังคงแพร่กระจายไปสู่ประเทศต่างๆ มากขึ้น โดยจำนวนผู้ป่วยในจีนทรงตัว และกำลังลดลง ขณะที่ประเทศอื่นๆ ยังคงมีผู้ป่วยสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในยุโรปและสหรัฐฯ ที่เข้าสู่ภาวะวิกฤตมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทั่วทุกมลรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลได้ออกมาตรการทางกฎหมายของไทยที่มีเพื่อรับมือมีดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่ 1 กระทรวงสาธารณสุขออกประกาศเรื่อง ชื่อและอาการของโรคติดต่ออันตราย&amp;nbsp;(ฉบับที่ 3) พ.ศ.2563&amp;nbsp;โดยกำหนดให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;หรือโรคโควิด-19 (Coronavirus Disease 2019&amp;nbsp;:&amp;nbsp;COVID-19)&amp;nbsp;เป็นโรคติดต่ออันตรายตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ ปี&amp;nbsp;2558&amp;nbsp;ผลของประกาศดังกล่าวทำให้ พนักงานควบคุมโรคติดต่อมีอำนาจในการสั่งให้แยกกัก กักกัน หรือคุมตัวไว้สอบสวน ดังนี้ เมื่อมีคำสั่งให้ผู้เดินทางกลับจากประเทศที่มีความเสี่ยงต้องทำการกักตัวเองในเคหสถาน 14 วัน หากไม่ดำเนินการ ถือว่ามีความผิดตามมาตรา 51 พ.ร.บ.โรคติดต่อ ปี 2558 มีโทษปรับไม่เกิน 2&amp;nbsp;หมื่นบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่ 2 กระทรวงสาธารณสุขออกประกาศเรื่อง ท้องที่นอกราชอาณาจักรที่เป็นเขตติดโรคอันตราย กรณีโรคติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ปี 2563 มีการกำหนดให้สาธารณรัฐเกาหลี สาธารณรัฐประชาชนจีน (รวมถึงเขตบริหารพิเศษมาเก๊าและเขตบริหารพิเศษฮ่องกง) สาธารณรัฐอิตาลี และสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย&amp;nbsp;โดยเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อมีอำนาจในการดำเนินการตามกฎหมายได้ทันที เช่น นำผู้ที่สงสัยว่าติดเชื้อมารับการตรวจหรือกักกัน ณ สถานที่ที่กำหนด รวมถึงดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่มีหน้าที่ต้องแจ้งเมื่อพบผู้ที่ติดเชื้อหรือสงสัยว่าติดเชื้อ แต่ไม่ยอมแจ้งหรือไม่แจ้งภายในเวลาที่กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่ 3 กระทรวงสาธารณสุขออกประกาศเรื่อง กำหนดผู้ป่วยฉุกเฉินโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ กรณีโรคติดเชื้อโควิด-19 โดยกำหนดให้ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาลโดยฉุกเฉินจากสถานพยาบาลตามมาตรา 36 แห่ง&amp;nbsp;พ.ร.บ.สถานพยาบาล ปี&amp;nbsp;2541&amp;nbsp;ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย&amp;nbsp;พ.ร.บ. สถานพยาบาล (ฉบับที่ 4) ปี 2559 กำหนดให้สถานพยาบาลมีหน้าที่ต้องควบคุมและดูแลให้มีการช่วยเหลือเยียวยาผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาลโดยฉุกเฉิน เพื่อให้ผู้ป่วยพ้นจากอันตรายตามมาตรฐานวิชาชีพและตามประเภทของสถานพยาบาลนั้นๆ และหากมีความจำเป็นต้องส่งต่อหรือผู้ป่วยต้องการจะไปรับการรักษาที่สถานพยาบาลอื่น สถานพยาบาลนั้นต้องจัดให้มีการส่งตัวไปยังสถานพยาบาลอื่นตามความเหมาะสม หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากมาตรการต่างๆที่ทะยอยออกมาเรื่อยๆทำให้ทุกคนต้องอยู่แต่ในบ้าน สถานบริการที่มีนับตั้งแต่ร้านค้าถีงห้างสรรพสินค้าต้องปิดตัวลง ให้เหลือเฉพาะด้าน อาหาร ยา และสิ่งอุปโภคเท่านั้น มีผลทำให้ บริษัท ร้านค้า ร้านบริการต่างๆต้องปิดตัวลง ส่งผลให้ แรงงานตกงาน บริษัทให้ลดเวลาทำงาน ลดเงินเดือน หรือเลิกจ้าง มีผลต่อประชาชนส่วนรวมเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางรัฐบาลก็ได้ออก พรก.ดูแลและเยียวยา ระยะที่ 1, 2 และ3 ออกมา ก็ต้องให้กำลังใจรัฐบาลในการพยายามจัดการปัญหา covid 19 ซึ่งกำลังถาโถมมาเป็นระลอกคลื่น และสิ่งที่จะช่วยธุรกิจให้อยู่รอดต่อไป ก็ขอเสนอแนะ ปัจจัยต่างๆที่เอื้อหนุนให้ผ่านพ้นไปได้ คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.มาตรการช่วยเหลือภาคธุรกิจและ SMEs
-โดยให้เยียวยาธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก ขยายระยะเวลาการชำระภาษีเงินได้ประจำปี 2563 ออกไปอย่างน้อย 3 เดือน&amp;nbsp;
-ให้ บสย.เป็นผู้ค้ำประกัน 80% ถึง 100% ของสินเชื่อที่ให้กับธุรกิจ SMEs เพื่อให้ SMEs ได้รับประโยชน์มากขึ้น
-อนุญาตให้พักชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย
-สนับสนุน SMEs ที่เป็นธุรกิจส่งออกและขาดสภาพคล่อง
-ช่วยเหลือภาคธุรกิจให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ โดยไม่มีการคิดอัตราดอกเบี้ย เป็นเวลา 1 ปี
-สนับสนุนค่าจ้างแก่ SMEs เป็นจำนวนเงิน 50% ของค่าใช้จ่ายพนักงาน เป็นระยะเวลา 6 เดือน&amp;nbsp;
-การให้ความช่วยเหลือต่อธุรกิจ ทุกบริษัทที่เข้ามาช่วยประเทศแก้ไขปัญหาประเทศ เช่น บริษัทที่ปรับไลน์การผลิตโดยใช้กําลังการผลิตที่มีมาผลิตสินค้าทางการแพทย์ที่ขาดแคลน&amp;nbsp;
-การให้เงินสนับสนุนต่อ สินค้าที่ผลิตมาเพื่อช่วยเหลือประชาชน เช่น น้ำยาฆ่าเชื้อต่างๆ ตู้อบฆาเชื้อ อุโมงค์ฆ่าเชื้อ และให้สถาบันการศึกษา สนับสนุนห้องแลป นักวิจัยร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์
-ตั้งกองทุน &amp;ldquo;Covid Fund&amp;rdquo; เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการค้นคว้าเกี่ยวกับวัคซีนและวิธีการรักษา Covid-19-อย่าปิดโรงงานที่ผลิตสินค้าที่จำเป็นต่างๆ ควรมีการควบคุม กำกับที่ดีมาทดแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) มาตรการดูแลประชาชน ครัวเรือนและการจ้างงาน
-การปรับลดภาษีรายได้ส่วนบุคคล
&amp;nbsp;-ผ่อนปรนการชำระค่างวดผ่อนบ้าน งวดรถและไม่มีการรายงานข้อมูลไปที่ศูนย์ข้อมูลเครดิต (ควรยกเลิกศูนย์นี้)&amp;nbsp;
-ให้เงินช่วยเหลือบุคคลและครอบครัวที่มีบุตร &amp;nbsp;โดยไม่ต้องตรวจสอบเนื่องจากเป็นการช่วยคนที่ปฎิบัติตาม กฏระเบียบของรัฐ (เป็นเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ เป็นอันตรายต่อชีวิต)
-สินเชื่อบุคคล ที่เข้าถึงง่าย โดยไม่มีดอกเบี้ย เพื่อให้ทุกคนเข้าได้อย่างทั่วถึง
-สนับสนุนการจ้างงานเพื่ออุปโภค บริโภค ไม่ควรเอาเงินงบประมาณจ้างคนไปสร้างถนน ขุดลอกต่างๆที่ไม่จำเป็นอีกต่อไป
-ให้เงินช่วยเหลือลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบแบบถาวร และแบบชั่วคราว (permanent, self-employed) ที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;
-ให้ประชาชนสามารถกู้เงินฉุกเฉินได้คนละ 10,000 &amp;ndash; 30,000 บาท โดยไม่มีการคิดอัตราดอกเบี้ย
-คืนเงินอาหารกลางวันให้ผู้ปกครองภายหลังการปิดโรงเรียน จนถึงเดือนกรกฎาคม และดูแลธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
-ให้เงินช่วยเหลือแก่ผู้ว่างงานคนละ 10,000 บาทต่อเดือน โดยจ่ายทุก 2 สัปดาห์ เป็นระยะเวลา 6 เดือน
-อนุญาตให้ถอนเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพื่อการเกษียณอายุได้ก่อนกำหนด
-สนับสนุนเงินทุนใน โครงการ จ้างงานเพื่อพัฒนาบุคลากรและสนับสนุนการจ้างงานใน SMEs โดยเน้นในธุรกิจสนับสนุน สินค้าที่ขาดแคลนและที่ใช้ในทางการแพทย์เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งสำคัญต่อจากนี้ไปคือ &amp;ldquo;การสร้างงาน ต้าน covid&amp;rdquo; รัฐบาลต้องกล้าที่จะคิดและหาหนทางใหม่ๆ เพื่อช่วยประชาชน ไม่ใช่ใช้วิธีเดิมๆที่ ยุคสมัยก่อนใช้แก้ไขได้ นำมาใช้ในปัจจุบัน ซึ่งบริบทได้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ต้องนำคนรุ่นใหม่ๆมาช่วยงานจำนวนมากๆ ให้โอกาสและเน้นความคิดสร้างสรรค์ จะนำประเทศก้าวข้าม คำกล่าวที่ว่าเป็น&amp;rdquo;ประเทศทันสมัยแต่ไม่พัฒนา&amp;rdquo;&amp;nbsp;
เชื่อมั่นประเทศไทย คนไทยทำได้ (อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ภก.ณัฐพศุตม์ ภัทธิราสินสิริ
อนุกรรมาธิการและเลขานุการ&amp;nbsp;
คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง วุฒิสภา
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63173</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐพศุตม์ ภัทธิราสินสิริ, เวทีพิจารณ์นโยบายสาธารณะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200402/image_big_5e854ba1af8e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
