<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89299</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2021 19:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2021 19:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บัวแก้ว&#039; โต้ข่าวลือในเมียนมา ยันไทยเห็นความสำคัญแรงงานเพื่อนบ้าน ปฏิบัติอย่างให้เกียรติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ม.ค.64 -&amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวในประเทศเมียนมา ถึงการดูแลแรงงานเมียนมาในไทย ซึ่งทำให้เกิดความเข้าใจผิดต่อรัฐบาลไทยว่า รัฐบาลไทยภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้าใจดีว่าโควิด-19 เป็นโรคระบาดระดับโลก และมีความสำคัญ เชื้อไวรัสสามารถที่แพร่ระบาดไปทุกคน ทุกเชื้อชาติ ทุกสัญชาติ ไม่เว้น ซึ่งเราตระหนักดีว่าโควิด-19 เป็นโรคที่ไร้พรมแดนและไร้สัญชาติ รัฐบาลไทยไม่เคยมองพี่น้องผู้ใช้แรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเป็นคนอื่นไกล แรงงานเมียนมา แรงงานกัมพูชา แรงงานลาวในประเทศไทยก็ทำคุณประโยชน์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอุตสาหกรรมและเป็นผู้ที่สมควรได้รับการปฏิบัติอย่างมีเกียรติและมีศักดิ์ศรี เหมาะสมที่จะดูแลเหมือนกับคนในประเทศ เมื่อเจ็บป่วยก็ต้องได้รับการบริการทางการแพทย์เทียบเท่ากับคนไทยในชาติ เพราะเขาทำงานในประเทศไทย ซึ่งเป็นหลักที่หน่วยงานไทยทุกหน่วยงานยึดถือปฏิบัติมาตลอด ก็ขอให้พี่น้องผู้ใช้แรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านวางใจว่า หน่วยงานของไทยที่เกี่ยวข้องและคนไทยไม่ได้มองพี่น้องผู้ใช้แรงงานเป็นอื่นใด นอกจากคือเพื่อนของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐภาณุ กล่าวว่า ทั้งนี้เพื่อเป็นการช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกกับผู้ใช้แรงงาน ก่อนหน้านี้คณะรัฐมนตรี ก็ได้มีมติผ่อนผันให้แรงงานทั้ง 3 สัญชาติ สามารถทำงานได้เป็นกรณีพิเศษต่อไปอีก 2 ปี ตามเงื่อนไขและข้อกำหนด รวมถึงรัฐบาลไทยได้เชิญเอกอัครราชทูตเมียนมาประจำประเทศไทย ไปตรวจเยี่ยมแรงงาน ให้กำลังใจและหารือกันถึงความต้องการของพี่น้องผู้ใช้แรงงานในจ.สมุทรสาครด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89299</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการต่างประเทศ, ณัฐภาณุ นพคุณ, แรงงานเมียนมา, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200522/image_big_5ec7b501a7ba3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79480</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอหนู&#039;ยํ้าสธ. รับเปิดประเทศ กต.สั่งเข้ม&#039;วีซ่า&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทยติดเชื้อเพิ่ม 2 ราย กลับจากอังกฤษ-แอฟริกาใต้ &amp;nbsp;&amp;quot;อนุทิน&amp;quot; การันตี สธ.เตรียมพร้อมมาตรการทุกด้านรองรับเปิดประเทศ บัวแก้วสั่งสถานทูตไทยทั่วโลกสกรีนเข้มออกวีซ่า STV ศูนย์ต้านเฟกนิวส์แจง รพ.ราชวิถี ตรวจพบชาวเมียนมาติดโควิดข่าวปลอม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เปิดเผยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทยว่า พบผู้ป่วยรายใหม่ 2 ราย จึงมียอดผู้ป่วยยืนยันสะสมอยู่ที่ 3,585 ราย มีผู้ที่หายป่วยและกลับบ้านเพิ่ม 2 ราย ทำให้มียอดสะสมของผู้ที่รักษาหายแล้วอยู่ที่ 3,388 ราย มียอดสะสมผู้เสียชีวิตยังอยู่ที่ 59 ราย รักษาตัวในโรงพยาบาล 138 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ 2 ราย แบ่งเป็นผู้ที่กลับจากประเทศสหราชอาณาจักร 1 ราย เป็นนักศึกษาหญิงไทย อายุ 27 ปี เดินทางมาถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา เข้าพักในสถานที่กักกันของรัฐใน จ.สมุทรปราการ ตรวจหาเชื้อครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 ต.ค. พบเชื้อ แต่ไม่มีอาการ ถูกส่งเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสมุทรปราการ และผู้ที่กลับจากประเทศแอฟริกาใต้ 1 ราย เป็นนักศึกษาชายไทย อายุ 19 ปี เดินทางมาถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 28 ก.ย. เข้าพักในสถานที่กักกันของรัฐที่กรุงเทพฯ ตรวจหาเชื้อครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 ต.ค. ผลพบเชื้อ แต่ไม่มีอาการ ถูกส่งเข้ารับการรักษาในสถาบันประสาทวิทยา กรุงเทพฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ชี้แจงกรณีที่มีข่าวปรากฏในสื่อต่างๆ เกี่ยวกับประเด็นเรื่องชาวเมียนมามาตรวจไทรอยด์ที่โรงพยาบาลราชวิถี แล้วพบติดเชื้อโควิด-19 ว่าได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ ซึ่งหากมีการพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทางเพจเฟซบุ๊ก &amp;ldquo;ศูนย์ข้อมูล COVID-19&amp;rdquo; จะมีการอัพเดตจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ พร้อมรายละเอียด ดังนั้น ประชาชนอย่าตื่นตระหนก และขอให้เลือกรับข่าวสารที่มาจากหน่วยงานของรัฐเท่านั้น นอกจากนี้ขอความร่วมมือไม่ส่งหรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์แพทย์ชนบท โรงพยาบาลบุรีรัมย์ สาขา 3 จ.บุรีรัมย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีการผ่อนคลายมาตรการไปจนถึงการเปิดประเทศอย่างมีข้อจำกัดเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจว่า เรื่องการผ่อนคลายเป็นอำนาจการตัดสินใจของ ศบค. แต่ทางกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นฝ่ายเสนอเรื่องขั้นตอนและมาตรการ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยด้านสุขภาพ ซึ่ง สธ.ได้เตรียมการรองรับไว้หมดแล้ว ทั้งสถานบริการ การสำรองยา เวชภัณฑ์ ประสบการณ์ และองค์ความรู้ สำหรับการเปิดประเทศจะเลือกเปิดในกลุ่มจังหวัดที่มีความพร้อมสูงสุดก่อน ส่วนประชาชนคนไทย ยังต้องขอความร่วมมือให้สวมหน้ากาก ล้างมือ และเว้นระยะห่างกันบ้าง วิธีการเหล่านี้พิสูจน์มาแล้วว่าช่วยป้องกันโควิด-19 ได้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงกรณีการตรวจลงตราประเภท Special Tourist Visa (STV) ซึ่งอนุญาตให้คนต่างชาติซึ่งผ่านมาตรการควบคุมโควิด-19 ตามที่ สธ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนด เข้ามาท่องเที่ยวแบบพำนักระยะยาวในประเทศไทยว่า กระทรวงการต่างประเทศได้เน้นย้ำไปยังสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลกให้เตรียมความพร้อมและซักซ้อมแนวทางการดำเนินการตรวจลงตราประเภท STV อย่างรัดกุมในทุกขั้นตอน พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์แนวทางในการขอรับการตรวจลงตรา STV ออกสู่สาธารณชนให้กว้างขวางที่สุด ทั้งนี้ คุณสมบัติสำคัญข้อแรก จะต้องเป็นชาวต่างชาติจากพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่ำจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยว่า เตรียมเสนอ ศบค.ในช่วงสัปดาห์หน้าให้เพิ่มจำนวนแฟนบอลให้เข้าชมได้ 50% ของความจุสนาม เพราะจากการแข่งขัน 4 นัดที่ผ่านมา ซึ่งทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และไม่มีการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79480</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้องศักด ยอดมณี, ณัฐภาณุ นพคุณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201004/image_big_5f79d8a0db7a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77884</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล่ามแรงงานไทย สังเวยพิษ&#039;โควิด&#039; รายที่59ของปท.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สธ.แจงล่ามแรงงานไทยเสียชีวิตจากโควิดรายที่ 59 เปิดไทม์ไลน์ติดเชื้อ-ป่วยหนักที่ซาอุฯ ก่อนผลตรวจเป็นลบส่งกลับมารักษาต่อที่ไทย บัวแก้วเผยข่าวดีเข้าสหราชอาณาจักรฉลุยไม่ต้องกักตัว 14 วันแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 กันยายน ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เปิดเผยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทย ว่า พบผู้ป่วยรายใหม่ 7 ราย ในสถานที่กักตัวของรัฐ ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสมอยู่ที่ 3,497 ราย มียอดสะสมของผู้ที่รักษาหายแล้วอยู่ที่ 3,328 ราย จำนวนผู้เสียชีวิตสะสมยังคงที่ 58 ราย รักษาตัวในโรงพยาบาล 111 ราย สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ รายที่ 1 มาจากบังกลาเทศ เป็นชาย สัญชาติบังกลาเทศ อายุ 42 ปี อาชีพพนักงานบริษัท เดินทางมาถึงไทยวันที่ 2 ก.ย. เข้าพักสถานที่กักกันของรัฐใน กทม. และตรวจหาเชื้อครั้งที่ 2 ในวันที่ 13 ก.ย. ผลตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายที่ 2-4 มาจากซาอุดีอาระเบีย เป็นนักเรียนหญิงไทย 2 ราย อายุ 14 และ 9 ขวบ และชายไทย อายุ 61 ปี อาชีพพนักงานบริษัท มาถึงไทยเมื่อวันที่ 5 ก.ย. เข้าพักสถานที่กักกันของรัฐใน กทม. และตรวจหาเชื้อครั้งที่ 2 ในวันที่ 16 ก.ย. ผลตรวจพบเชื้อ โดยพบว่าผู้ป่วยบางรายมีอาการจมูกไม่ได้กลิ่น มีน้ำมูก, รายที่ 5 มาจากกาตาร์ เป็นชายไทย อายุ 41 ปี อาชีพรับจ้าง เดินทางมาถึงไทยวันที่ 13 ก.ย. เที่ยวบินเดียวกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า 1 ราย เข้าพักสถานที่กักกันจังหวัดชลบุรี และตรวจหาเชื้อครั้งที่ 1 ในวันที่ 16 ก.ย. ผลตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายที่ 6 มาจากปากีสถาน เป็นชาย สัญชาติปากีสถาน อายุ 10 ขวบ เดินทางมาถึงไทยวันที่ 13 ก.ย. และตรวจหาเชื้อครั้งที่ 1 ในวันที่ 16 ก.ย. ผลตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ และรายที่ 7 มาจากซาอุดีอาระเบีย เป็นชายไทย อายุ 50 ปี อาชีพรับจ้าง เดินทางมาถึงไทยวันที่ 5 ก.ย. เที่ยวบินเดียวกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า 8 ราย เข้าพักสถานที่กักกันของรัฐใน กทม. และตรวจหาเชื้อครั้งที่ 2 ในวันที่ 16 ก.ย. ผลตรวจพบเชื้อ พบว่ามีประวัติติดเชื้อโควิด-19 เดือน ก.ค. 63&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค พร้อมด้วย นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์, ผศ.นพ.พจน์ อินทลาภาพร อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ กลุ่มงานอายุรศาสตร์ โรงพยาบาล (รพ.) ราชวิถี แถลงข่าวกรณีมีรายงานผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สมศักดิ์กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และยืนยันว่ามีผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตที่ รพ.ราชวิถีจริง โดยไทม์ไลน์ของผู้เสียชีวิต ชายไทย อายุ 54 ปี อาชีพล่ามของสำนักงานแรงงานของไทยในกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เป็นเวลานานกว่า 10 ปี ผู้ป่วยเริ่มไม่สบายอาการเล็กน้อย ตั้งแต่ต้นเดือนก.ค. ได้รับการตรวจที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย ต่อมาวันที่ 21 ก.ค. ตรวจพบเชื้อโควิด-19 แต่ยังไม่ได้นอน รพ. และกลับไปรักษาอาการที่บ้าน จากนั้นวันที่ 26 ก.ค. ผู้ป่วยเริ่มมีอาการมากขึ้น หายใจไม่ทั่วท้อง มีไข้ และไอ จึงได้เข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาล ต่อมาอาการแย่ลง ต้องย้ายจากแผนกสามัญไปแผนกไอซียู และผู้ป่วยมีอาการหยุดหายใจ เมื่อวันที่ 10 ส.ค. แพทย์ปั๊มหัวใจและใส่ท่อช่วยหายใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเคสนี้ ผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่ประเทศซาอุฯ จำนวน 4 ครั้ง พบว่าเป็นบวก 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 21 ก.ค. และวันที่ 5 ส.ค. และเป็นลบ 2 ครั้ง คือ เมื่อวันที่ 25 ส.ค. และวันที่ 30 ส.ค. หลังจากนั้น สธ.ได้รับการประสานงานจากกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงแรงงานว่า ผู้ป่วยและญาติอยากให้เดินทางกลับประเทศไทยเพื่อดูแลอาการป่วย ดังนั้น จึงให้ผู้ป่วยเดินทางกลับประเทศไทย ด้วยเครื่องบินพยาบาลจากกรุงริยาด วันที่ 1 ก.ย. เวลา 20.30 น. และวันที่ 2 ก.ย. เวลา 01.36 น. ทีมแพทย์จาก รพ.ราชวิถี ได้ไปเตรียมรอรับผู้ป่วยจากเครื่องบินพยาบาล โดยป้องกันการสัมผัสผู้ป่วยด้วยแคปซูลทรานเฟอร์ ขณะเดินทางผู้ป่วยไม่ได้ใส่ท่อช่วยหายใจและมีอาการหอบเหนื่อยมากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาวันที่ 3 ก.ย. เวลา 08.00 น. ผู้ป่วยอาการแย่ลง จึงต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ฆ่าเชื้อทางหลอดเลือดดำ และทำการเพาะเชื้อแบคทีเรีย เราได้ดูแลผู้ป่วยใน รพ.ราชวิถี ตั้งแต่วันที่ 3-18 ก.ย. อาการทรงๆ ทรุดๆ และช่วงอาทิตย์หลังทรุดมาตลอด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ผศ.นพ.พจน์กล่าวว่า การประเมินช่วงแรกผู้ป่วยมีปัญหาปอดอักเสบที่มีต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนส่งตัวมา ถึงแม้ว่าการติดเชื้อโควิด-19 จะดีขึ้นตามลำดับ แต่มีการติดเชื้อปอดอักเสบจากแบคทีเรียดื้อยาแทรกซ้อน ตั้งแต่ก่อนเดินมาถึงประเทศไทย แต่ได้รับยาปฏิชีวนะมาต่อเนื่อง รพ.ราชวิถี จึงให้ยารักษาปอดอักเสบจากแบคทีเรียต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ระบบทางเดินหายใจและปอด พบว่าปอดด้านขวามีเงาทึบอยู่ ซึ่งเป็นผลมาที่ผู้ป่วยมีภาวะการอักเสบของปอดอย่างรุนแรงจากโควิด-19 ที่เรียกว่า เออาร์ดีเอส เมื่อเริ่มฟื้นสภาพจะมีภาวะพังผืดในปอด ทำให้ผู้ป่วยหายใจลำบาก หลังจากเข้ารับการรักษาได้ไม่ถึง 10 ชั่วโมง จึงต้องใส่ท่อช่วยหายใจอีกครั้ง เนื่องจากผู้ป่วยหายใจได้ไม่ไหว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ผู้ป่วยมีโรคประจำตัวคือ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง เมื่อเข้ารักษาที่ รพ.ราชวิถี ได้ติดตามระดับน้ำตาลในเลือดค่อนข้างสวิงอยู่ที่ 100-440 ทำให้ควบคุมน้ำตาลได้ไม่ดี ส่งผลต่อการรักษาการติดซ้ำจากเชื้อแบคทีเรียดื้อยามีความยากขึ้น ระหว่างรักษามีการติดเชื้อซ้ำต่อเนื่องและได้รับยาปฏิชีวนะหลายขนานแต่ร่างกายตอบสนองได้ไม่ดี กระทั่งวันที่ 16 ก.ย. ต้องเพิ่มยาควบคุมความดันเลือด เนื่องจากมีการติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรงถึง 3 ชนิด ด้วยสภาพของปอดอักเสบต่อเนื่อง จึงทำให้ร่างกายโดยรวมทรุดลงรวดเร็ว ร่วมกับการทำงานของอวัยวะอื่นล้มเหลว และมีภาวะไตวายที่เป็นผลจากการติดเชื้อ ปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน จึงทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณกล่าวว่า ผู้เสียชีวิตรายนี้เป็นผู้ติดเชื้อมาจากต่างประเทศ และนับเป็นผู้ป่วยในประเทศไทยเมื่อวันที่ 4 ก.ย. ลำดับที่ 3,430 ของไทย โดยการส่งตัวมาเป็นไปตามมาตรฐานการควบคุมโรค ไม่มีผู้สัมผัสเพิ่มเติม ซึ่งจากการที่ผู้ป่วยด้วยโรคโควิด-19 เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่องรวม 54 วัน จนกระทั่งเสียชีวิต ทางระบาดวิทยาจึงอาจจะต้องนับว่าผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 รายที่ 59 ถึงแม้สาเหตุการเสียชีวิตคือติดเชื้อ ดื้อยาหลายขนาน และอาการไม่ดีขึ้น แต่โดยอ้อมส่วนหนึ่งคือเพราะโควิด-19 ทำให้ปอดเป็นแผล อักเสบทั้ง 2 ข้าง ทั้งนี้้ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้เชี่ยวชาญในคณะกรรมการวิชาการภายใต้พระราชบัญญัติโรคติดต่อ 2558 ให้ความเห็นเพิ่มเติมอีกครั้งในสัปดาห์หน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า สหราชอาณาจักรได้ประกาศเพิ่มประเทศไทยในรายชื่อประเทศ &amp;ldquo;Travel Corridors&amp;rdquo; ของสหราชอาณาจักร ทำให้ผู้ที่เดินทางจากประเทศไทยไม่ต้องกักกันเชื้อโรคเป็นเวลา 14 วัน &amp;nbsp;โดยการปรับเพิ่มรายชื่อประเทศดังกล่าว จะมีผลตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย. เวลา 04.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของสหราชอาณาจักรเป็นต้นไป ซึ่งนับเป็นข่าวดีเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนไทย และส่งผลเชิงบวกอย่างมาก โดยเฉพาะในภาคธุรกิจของไทยและนักเรียนนักศึกษาที่จะสามารถเดินทางไปยังสหราชอาณาจักรได้สะดวกยิ่งขึ้น เป็นผลสืบเนื่องจากการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ประเทศไทยทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77884</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐภาณุ นพคุณ, นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200918/image_big_5f64c9b339066.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63267</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;พ่อทำไว้ให้โดยลูกไม่เห็น&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พ้นเขตสงกรานต์ จังหวัดโน้น-นี้ เริ่มขยุกขยิก จะเปิดเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นัยว่า ชาวบ้าน-ร้านค้า-สถานบริการ เรียกร้อง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็เข้าใจ ต่อให้เป็นกรงทองฝังเพชร คนอยากเป็นนกบินเย้ยธนู มากกว่าเป็นนกเจ็บเฝ้าคอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งเห็นตัวเลขป่วย ยืน ๒ หลัก สัปดาห์เต็ม ก็ยิ่งชะล่าใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยาก &amp;quot;เสี่ยงเป็นศพ&amp;quot;........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มากกว่า &amp;quot;กลัวโลงศพ&amp;quot; เป็นอารมณ์นั้นไปแล้ว?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็อยากจะบอก.....&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทนกันอีกนี้ดดดเถอะ แม่จำเนียร&amp;quot;!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่ารีบเสี่ยงกันนัก โลงศพเป็นของหายากตอนนี้ ทางลาตินอเมริกาตายจนไม่มีไม้ต่อโลง ต้องใช้กระดาษแทนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดู จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ เป็นตัวอย่าง &amp;quot;ดับคึก&amp;quot; ก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดีใจ โควิดหายแล้ว กำราบ-ปราบอยู่หมัดแล้ว ก็เปิดเมือง เข้าสู่โหมดชีวิตใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอ &amp;quot;ลดการ์ด-เปิดเมือง&amp;quot; เท่านั้นแหละ โควิดที่แกล้งสลบโดดผึง ซัดเปรี้ยง ครางกันอ๋อยๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;........มันมารอบ ๒ แล้ววุ้ย!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิงคโปร์ก็ลดการ์ดแบบเดียวกัน แล้วตอนนี้เป็นไง?&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วานซืน โควิดมันตลบหลัง วันเดียวติดเชื้อ ๒-๓ ร้อย ชิงอันดับ &amp;quot;คนป่วยอาเซียน&amp;quot; นำหน้าไทยไปเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวาน (๑๕ เม.ย.) นึกว่าจะอ่อนข้อให้ไทย ที่ไหนได้ ขณะที่ไทย ตัวเลขอยู่ที่ ๓๐&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิงคโปร์บอก...ข้าไม่รอละนะ พรวด..พรวด วันเดียวไปที่ ๓๓๔ !&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนนี้ &amp;quot;ทั้งโลก&amp;quot; ป่วยกว่า ๒ ล้าน ตายกว่าแสน &amp;quot;สหรัฐฯ-ยุโรป&amp;quot; กวาดอันดับป่วย ๑-๑๐ ไปครองเกลี้ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า แล้วจะแก้กันยังไง?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำตอบ ดูท่าทีค่ายตะวันตก &amp;quot;ปล่อยตามกรรม&amp;quot; เรียกว่า อยากตายก็ให้มันตายซะให้เข็ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงที่สุด ติดโควิดเหมือนติดหวัด!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูทั้งโลกกว่า ๒๐๐ ประเทศ มันกว้าง มาดูเฉพาะอาเซียนของเราดีกว่า ใน ๑๐ ประเทศ ว่าประเทศไหน อยู่ในอันดับไหนกันบ้าง?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอาแค่ระดับ &amp;quot;ท็อปไฟว์&amp;quot; ก็พอกระมัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชันศิลปะการสู้ศึกโควิดแต่ละมาตรการของแต่ละรัฐบาลเป็นอันดับไปเรื่อยๆ โดยวัดจากยอดคนป่วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศไหน &amp;quot;ป่วยน้อยสุด&amp;quot; ครองถ้วยทองคำฝังเพชร &amp;quot;โควิด-๑๙&amp;quot; ไปเลย!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ณ ๑๕ เมษายน ๒๕๖๓ ผู้ป่วยโควิดอันดับ ๑-๕ ของอาเซียน เป็นดังนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับ ๑ ฟิลิปปินส์ ป่วย ๒๙๑ สะสม ๕,๒๒๓
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับ ๒ มาเลย์ ป่วย ๑๗๐ สะสม ๔,๙๘๗
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับ ๓ อินโดฯ ป่วย ๒๘๒ สะสม ๔,๘๓๙
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับ ๔ สิงคโปร์ ป่วย ๓๓๔ สะสม ๓,๒๕๒
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับ ๕ ไทย ป่วย ๓๐ สะสม ๒,๖๔๓&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทยเราบ๊วย!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ถ้าชะล่าใจ &amp;quot;การ์ดตก&amp;quot; หลังสงกรานต์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็มีความเป็นไปได้ &amp;quot;จากบ๊วย&amp;quot; ไทยจะป่วยและตายพุ่งแซงหน้าสิงคโปร์ ขึ้นไปทาบอินโดฯ-มาเลย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งฟิลิปปินส์ &amp;quot;อันดับ ๑&amp;quot; ก็เถอะ......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น อย่าเร่าร้อนผ่อนคลายมาตรการกันไวๆ โดยยกเศรษฐกิจจะพังอ้างบ้าง จะอดตายกันหมดแล้วอ้างบ้าง เพื่อกลับไปตามใจชอบเหมือนเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อไม่ต้องการแซงอันดับสิงคโปร์ ต้องอึดเข้าไว้ เชื่อฟังมาตรการรัฐบาลและคำแนะนำหมออีกซักระยะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนถึง วันไหน.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หมอทวีศิลป์ &amp;quot;ยิ้มตาหยี&amp;quot; ขึ้นโพเดียม ประกาศป่วย &amp;quot;เลขตัวเดียว&amp;quot; วันนั้น ค่อยทลายกำแพง ออกไปยืดเส้น-ยืดสาย &amp;quot;เย้ยโควิด&amp;quot; ติดแฮชแท็กไปเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พูดถึง &amp;quot;โฆษก ศบค.&amp;quot;........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีแฟนๆ ถาม ใครกันนะ หนุ่มใหญ่ สมาร์ท กทม.หล่อคูลๆ ที่แถลงข่าวภาคภาษาอังกฤษต่อจากหมอทวีศิลป์นั่นน่ะ ถึงนม-เนยดีจริงๆ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็บอกให้ทราบตรงนี้....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คุณณัฐภาณุ นพคุณ&amp;quot; รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หายสงสัยกันแล้วนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พูดถึงต่างประเทศ วานซืน (๑๔ เม.ย.) มีการประชุมสุดยอดอาเซียนสมัยพิเศษว่าด้วยโควิด เป็นการประชุมผ่านระบบทางไกล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจ คือที่นายกฯ เสนอให้ตั้ง &amp;ldquo;กองทุนอาเซียนเพื่อรับมือกับโควิด-๑๙&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อจัดหาอุปกรณ์, เครื่องมือแพทย์ ให้ประเทศสมาชิกอาเซียน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สนับสนุนการวิจัยและพัฒนายา, วัคซีน เป็นการเริ่มต้นความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม ซึ่งที่ประชุมสนับสนุนข้อเสนอนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้น.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ แสดงความพร้อมของไทย จะมอบ &amp;quot;ชุดตรวจโควิด&amp;quot; ชนิด RT-PCR ที่ผลิตได้เองให้กับทุกประเทศสมาชิกอาเซียน ประเทศละ ๑๐,๐๐๐ ชุดด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตรงนี้ ตอนมีข่าวออกไป บ้างว่าเฟกนิวส์ บ้างว่าไม่เฟก ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นข่าวจริง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเถียง &amp;quot;จริง-ไม่จริง&amp;quot; พวกพยาธิไชส้นเกือกลงมือทำงาน ระดมเมนต์ทันที.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประเทศตัวเองยังไม่พอใช้ รัฐบาลหน้าใหญ่ เที่ยวเอาไปแจกเขาอีก&amp;quot; ประมาณนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็บอกให้ทราบตรงนี้ไว้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ชุดตรวจโควิด&amp;quot; ชนิด RT-PCR ที่นายกฯ จะแบ่งปันให้เพื่อนประเทศอาเซียนนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทยผลิตได้เอง โดยบริษัท &amp;quot;สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด&amp;rdquo; (Siam Bioscience) โรงงานอยู่ที่ บางใหญ่ นนทบุรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นการร่วมมือของ &amp;quot;กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย &amp;quot;มหาวิทยาลัยมหิดล&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่วมกับ &amp;quot;กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์&amp;quot; และ &amp;quot;บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้ร่วมกันวิจัยและพัฒนาชุดตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ ด้วยวิธี RT-PCR เสร็จสมบูรณ์ถึงขั้นตอนผลิตสู่ตลาดแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นวิธีการตรวจมาตรฐาน &amp;quot;องค์การอนามัยโลก-WHO&amp;quot; สำหรับหาเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ ในสภาวการณ์ปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คงเห็นข่าวกันแล้ว เมื่อต้นเมษา. .......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สยามไบโอไซเอนซ์&amp;quot; นำชุดตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ จำนวน ๒๐,๐๐๐ ชุดแรก ไปมอบรัฐบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อนำไปแจกให้ใช้ตามโรงพยาบาลทั่วประเทศ และตามห้องปฏิบัติการที่มีเครื่องตรวจกว่าร้อยแห่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ก็เดินหน้าผลิตเพื่อให้ได้ ๑๐๐,๐๐๐ ชุด พร้อมทยอยส่งมอบให้ครบภายในเมษา.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และจะผลิตให้ครบ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ชุด ภายใน ๖ เดือน นับจากเมษา.!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาเซียน ๑๐ ประเทศ ติมอร์เลสเตอีก ๑ ไทยเราแบ่งปันให้ประเทศละ ๑๐,๐๐๐ ชุด ก็แค่ ๑๑๐,๐๐๐ ชุดเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะซึ้งกันก็ตอนนี้แหละ มีอะไรช่วยกันได้ แบ่งปันกันได้ ก็ทำเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเห็นแก่ตัว โลภ มักได้ เป็นเครื่องหมายคนเลว เอื้อเฟื้อ แบ่งปัน ไม่ยึดประโยชน์เฉพาะตัว เป็นเครื่องหมายคนดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ทำเช่นนั้น ประเสริฐชาติแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องเข้าใจกันว่า ในความเป็นสังคมโลก ถ้าประเทศอื่นๆ ไม่รอด ถึงประเทศตัวเอง &amp;quot;ประเทศเดียว&amp;quot; รอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันก็ไม่รอดและอยู่ไม่ได้!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น ช่วยได้ ต้องช่วยกัน เพื่ออยู่ร่วม แบบนั้น &amp;quot;โลกทั้งโลก&amp;quot; จึงจะรอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีนี้ มาทำความรู้จักกันว่า บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด คืออะไร ทำอะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จู่ๆ ถึงปรากฏเป็นพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยชีวิตคนไทย และเพื่อนอาเซียนได้ขนาดนี้?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชัดๆ ตรงๆ สั้นๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สยามไบโอฯ ก่อตั้ง พ.ศ.๒๕๕๒ เกิดจาก.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระราชปณิธานใน &amp;quot;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร&amp;quot; รัชกาลที่ ๙&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรงทำไว้เพื่ออะไร?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อชีวิตและสุขภาพที่ดีของ &amp;quot;ลูกของพ่อทุกคน&amp;quot; ในความเป็นประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วสยามไบโอฯ ทำอะไร?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คิดค้น-พัฒนา-วิจัย&amp;quot; ผลิตวัตถุดิบยา, ผลิตยา, บรรจุยา และจัดจำหน่าย &amp;quot;ยาชีววัตถุ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่ &amp;quot;ก้าวแรกของการผลิต&amp;quot; จนนำส่ง โดยไม่ต้องพึ่งพา &amp;quot;วัตถุดิบยา&amp;quot; จากภายนอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยสยามไบโอฯ ผลิต &amp;quot;ยาชีววัตถุ&amp;quot; ผ่านเทคโนโลยีชั้นสูงแห่งเดียวของคนไทยและในอุษาคเนย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยาชีววัตถุ&amp;quot; คืออะไร?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นผลิตภัณฑ์ยาที่ได้จากสิ่งมีชีวิต ปัจจุบันยังผลิตจากการใช้เทคโนโลยีการตัดต่อทางพันธุกรรม เพื่อสร้างดีเอ็นเอสายผสม (recombinant DNA หรือ rDNA)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อให้ได้โมเลกุลของ DNA ที่สามารถผลิตโปรตีนที่เหมาะสมสำหรับพัฒนาเป็นยาบำบัดรักษาและป้องกันโรคต่างๆ หลายกลุ่ม..ฯลฯ...(PharmCEpharmce.weebly.com)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครือสยามไบโอฯ ประกอบด้วย ๒ บริษัทหลัก คือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-&amp;ldquo;บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิจัย พัฒนา ผลิตยา เครื่องมือแพทย์ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพต่างๆ โดยวิจัย-พัฒนา-ผลิต &amp;quot;ครบวงจร&amp;quot; ตั้งแต่ตัวยาสำคัญและสารออกฤทธิ์จนถึงผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-&amp;quot;บริษัท เอเพ็กซ์เซล่า จำกัด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำการตลาดและการขาย ทั้งในประเทศและส่งออก รวมถึงการพัฒนาธุรกิจสร้างเครือข่ายพันธมิตร ทั้งในและนอกประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ...นี่คร่าวๆ นะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พ่อหลวงบนฟ้า&amp;quot; ทรงทำไว้ให้เพื่อลูกๆ ทุกคนได้อยู่สุข และเพื่อบ้านเมืองไทยของทุกคน สืบไพศาลแท้จริง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63267</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐภาณุ นพคุณ, สิงคโปร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08b9fab0d52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
