<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101752</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2021 18:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2021 18:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปาฏิหาริย์ไม่มีจริง! ส.ส.ก้าวไกล วินิจฉัยเสร็จสรรพ &#039;ธรรมนัส&#039; หลุด ส.ส. -รมต.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ค.64 - นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญ นัดอ่านคำวินิจฉัยคดี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ว่าเคยต้องคำพิพากษาของศาลในประเทศออสเตรเลียให้จำคุก และถือว่าต้องพ้นจากสมาชิกภาพ ส.ส. และ รมต. ตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ในวันที่ 5 พ.ค. นี้ ว่า กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แม้ ร.อ.ธรรมนัส จะได้รับคะแนนเสียงไว้วางใจ แต่เมื่อพวกตนพิจารณาพยานหลักฐานต่างๆ แล้ว เชื่อได้ว่า ร.อ.ธรรมนัส เคยต้องคำพิพากษาจำคุกในประเทศออสเตรเลียจริง ย่อมถือว่ามีลักษณะต้องห้ามในการลงสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ ม. 98 (10) เป็นเหตุให้พ้นสมาชิกภาพ ส.ส. และความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง พวกตนในนามพรรคก้าวไกล จึงได้ร่วมกันลงชื่อยื่นคำร้องต่อประธานรัฐสภา และต่อมาประธานรัฐสภาได้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตั้งแต่เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตนเชื่อมั่นว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะได้พิจารณาประเด็นสำคัญ 2 ประการด้วยกัน ประการแรกพิจารณาว่า ร.อ.ธรรมนัส เคยต้องคดีเกี่ยวกับยาเสพติดและถูกจำคุกในศาลในประเทศออสเตรเลียจริงหรือไม่ โดยในประเด็นนี้ ล่าสุดคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนฯ ที่มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เป็นประธาน ได้ส่งเอกสารสรุปของ กมธ.ให้กับศาลรัฐธรรมนูญประกอบการพิจารณาไปแล้ว และข้อมูลจากการแถลงข่าวนั้นแม้ ร.อ.ธรรมนัส จะปฏิเสธข้อกล่าวหาจากคดียาเสพติด แต่มิได้ปฏิเสธการเคยถูกดำเนินคดีในประเทศออสเตรเลีย ซึ่งคงเป็นประเด็นที่ศาลต้องพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่สอง คือ คำพิพากษาของศาลต่างประเทศถือว่ามีผลผูกพันต่อประเทศไทยหรือไม่ หากเป็นกรณีพลเมืองโดยทั่วไป ตนยังย้ำหลักว่าต้องถือว่าเขาเคยได้รับโทษแล้ว และถือว่ามีสิทธิพลเมืองเฉกเช่นเดียวกับประชาชนคนอื่น แต่สำหรับกรณีคุณสมบัติของ ส.ส. และ รัฐมนตรีนั้น มีการกำหนดไว้เป็นการเฉพาะ ในอดีตกระทรวงมหาดไทยได้ทำหนังสือสอบถามไปยังกฤษฎีกา ซึ่ง ศ.ดร.อมร จันทรสมบูรณ์ เลขาฯ กฤษฎีกา ปรมาจารย์ด้านกฎหมายมหาชน ได้ทำบันทึกเป็นเรื่องเสร็จที่ 276/2525 วินิจฉัยว่า &amp;ldquo;บุคคลที่เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุกไม่ว่าในประเทศหรือต่างประเทศตั้งแต่สองปีขึ้นไป ...ในวันเลือกตั้ง ซึ่งมิใช่ความผิดอันได้กระทำโดยประมาทแล้ว ย่อมถือได้ว่าบุคคลนั้นเป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้าม...&amp;rdquo; โดยนัยดังกล่าวจึงเป็นที่เข้าใจได้ว่าคำวินิจฉัยของศาลต่างประเทศนั้น ย่อมถือนำมาประกอบการวินิจฉัยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร ส.ส. และผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีได้ และเชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญก็จะพิจารณาไปในแนวทางเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ด้วยเหตุผลดังกล่าว แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะได้วินิจฉัยคดีหลายเรื่องที่อาจสร้างความไม่มั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน แต่ผมยังเชื่อมั่นสำหรับกรณีของ ร.อ.ธรรมนัส นั้น ไม่มีเหตุผลใดที่ศาลจะวินิจฉัยเป็นอื่นไปได้ และเชื่อว่าศาลจะวินิจฉัยว่า ร.อ.ธรรมนัส มีลักษณะต้องห้ามมิให้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. และคงต้องพ้นจากตำแหน่ง ส.ส. และรัฐมนตรี อย่างแน่นอน สมดังบทเพลงที่ว่าปาฏิหาริย์ไม่มีจริง&amp;rdquo; นายณัฐวุฒิ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101752</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐวุฒิ บัวประทุม, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210425/image_big_6084db67bb4ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100622</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2021 09:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2021 09:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทุกเม็ด! ก้าวไกล รำลึก &#039;ปลายฝน&#039; เหยื่อโควิดระลอกแรก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 เม.ย.64 - นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล และรองประธานคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้พิการ ผู้สูงอายุ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ กล่าวถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาหรือโควิด-19 ระลอกใหม่ว่า นอกจากจะส่งผลกระทบต่อปัญหาสุขภาพ การเข้าถึงวัคซีน การตกงาน การเข้าไม่ถึงการเยียวยาต่าง ๆ ที่พรรคได้นำเสนอไปแล้ว อีกเรื่องที่น่าเป็นห่วงคือผลกระทบทางสังคม ทั้งกลุ่มผู้พิการ ผู้สูงอายุ ความรุนแรงในครอบครัว การฆ่าตัวตาย ตลอดจนผลกระทบต่อเด็กที่ต้องอยู่บ้านเนื่องจาก รร.และศูนย์เด็กเล็กต้องปิดตัวลง พร้อมเตือนรัฐบาลเร่งประสานงานท้องถิ่น อสม. และ อพม. ปรับระบบคัดกรองและให้ความช่วยเหลือในรูปแบบเชิงรุกโดยเร่งด่วนเป็นรูปธรรม ก่อนประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเหมือนปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อีกสามวันจะครบรอบ 1 ปีการฆ่าตัวตายของคุณปลายฝน อ่ำสาริกา หญิงสาวอายุเพียง 19 ปี ที่ตัดสินใจจบชีวิตลงภายหลังจากที่ได้รับผลกระทบจากโควิดระลอกแรก และไม่ได้รับการเยียวยาจากรัฐบาล พรรคก้าวไกลเองไม่เคยลืมกรณีดังกล่าว โดยได้มอบหมายให้นายจิรัฎฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 4 เจ้าของพื้นที่ ติดตามสภาพครอบครัว โดยเฉพาะบุตรของคุณปลายฝนเป็นระยะ เพราะเห็นว่ากรณีนี้เป็นหนึ่งในภาพสะท้อนความผิดพลาดของรัฐบาลในการให้ความช่วยเหลือผู้ได้ร้บผลกระทบจากโควิดระลอกแรก เหมือนที่เกิดขึ้นอีกหลายกรณี จนมีการฆ่าตัวตายมากเป็นประวัติการณ์&amp;rdquo; นายณัฐวุฒิระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการติดตามการทำงานของรัฐบาลและแนวทางการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนนั้น เมื่อวันศุกร์ที่ 23 เมษายนที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคได้มอบหมายการดำเนินการต่าง ๆ โดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค และนางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค ดูแลผลกระทบและการแก้ปัญหาเชิงมหภาค โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร และนายแพทย์วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ติดตามการทำงานของรัฐบาลด้านสุขภาพ วัคซีน การดูแลผู้ป่วยและผู้มีภาวะเสี่ยงต่าง ๆ นายสุเทพ อู่อ้น นายทวีศักดิ์ ทักษิณ นางสาววรรณวิภา ไม้สน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ติดตามการแก้ปัญหาการตกงานและการเยียวยาของรัฐบาลต่อผู้ใช้แรงงาน สำหรับตน รวมถึงนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม.เขตบางขุนเทียน นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.นครปฐม เขต 3 เป็นต้น ได้รับมอบหมายให้ติดตามการให้ความช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น คนทำงานกลางคืน พนักงานบริการ ศิลปิน นักดนตรี และกลุ่มเปราะบางต่าง ๆ ที่อาจตกหล่นจากการให้ความช่วยเหลือ โดยพรรคก้าวไกลจะใช้ ส.ส. และองคาพยพของพรรคทั้งในส่วนกลางและต่างจังหวัดประสานการทำงานอย่างเป็นระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การทำงานของพรรคก้าวไกลมิใช่เป็นไปเพื่อจับผิดการทำงานของรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ที่ทำงานกันอย่างหนัก แต่ต้องการเสนอแนะการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งปัญหาระยะสั้น เช่น การจัดหาและฉีดวัคซีน การหาเตียงให้กับผู้ป่วย ตลอดจนการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการจำเป็นของรัฐบาล อีกทั้งต้องการเสนอการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่จะส่งผลต่อพี่น้องประชาชนและประเทศชาติในระยะยาว โดยเฉพาะการใช้งบประมาณปี 2565 ที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาในปลายเดือน พ.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการดูแลผู้ได้รับผลกระทบทางสังคมที่ตนเองได้รับมอบหมาย ทั้งกลุ่มผู้พิการ ผู้สูงอายุ ความรุนแรงในครอบครัว การฆ่าตัวตาย ตลอดจนผลกระทบต่อเด็กที่ต้องอยู่บ้านเนื่องจาก รร.และศูนย์เด็กเล็กต้องปิดตัวลงนั้น พรรคพบว่าในการระบาดระลอกแรก จะเป็นการแก้ปัญหาอย่างไม่เป็นระบบ มีหลายกรณีที่ได้รับการประสานงานหรือร้องเรียนมา ต้องใช้วิธีประสานกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพ้ฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือบางครั้งเป็น ส.ส.ในพื้นที่เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือ ซึ่งหากปล่อยให้เป็นแบบปีที่ผ่านมา ก็จะเกิดความล่าช้าไม่ทันการณ์ เช่น ผู้ป่วยติดเตียงที่ขาดอาหาร ยา หรือบางครอบครัวที่ตกงานจนนำไปสู่การที่พ่อหรือแม่หรือลูกหรือคนในครอบครัวต้องฆ่าตัวตาย เชื่อว่าทุกคนก็คงเจ็บปวดและไม่อยากให้เกิดขึ้นแบบกรณีของ &amp;ldquo;ปลายฝน&amp;rdquo; อีก โดยตลอดระยะเวลาการระบาดของโควิดระลอกใหม่ เริ่มมีเรื่องร้องเรียนแบบนี้เข้ามาเป็นระยะ ดังเช่นเมื่อวานนี้ก็มีผู้ร้องเรียนกรณีการใช้ความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งตนเองก็ได้ประสานงานกับผู้ใหญ่ของกระทรวง พม.ให้เร่งเข้าไปดำเนินการช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ด้วยสถานการณ์แบบนี้ จะรอตั้งรับจนกว่าจะมีผู้มาแจ้งหรือร้องเรียนก่อนไม่ได้ แต่ต้องทำงานเชิงรุกในการแก้ไขปัญหา จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งประสานไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ประจำหมู่บ้าน (อพม.) ปรับระบบการคัดกรองและให้ความช่วยเหลือในรูปแบบการทำงานเชิงรุกต่อกลุ่มเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และกลุ่มเปราะบางต่าง ๆ โดยเร่งด่วนเป็นรูปธรรม ให้สมกับที่เคยประกาศว่า &amp;ldquo;จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;rdquo; ก่อนประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเหมือนปีที่ผ่านมา&amp;rdquo; นายณัฐวุฒิกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100622</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐวุฒิ บัวประทุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_6062d678102a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97767</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2021 14:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2021 14:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.ก้าวไกล สุดกังวลคดีม็อบ ทำคนไม่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มี.ค.64 - &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล และรองประธานคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรมหาชน และกองทุน กล่าวถึงกรณีการดำเนินคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมต่างๆ ตลอดกว่า 1 ปีที่ผ่านมา จนล่าสุดการสลายการชุมนุมและจับกุมผู้ชุมนุมของกลุ่ม REDEM ที่สนามหลวง ในวันที่ 20 มีนาคม 2564 อย่างรุนแรง และในเหตุการณ์สลายการชุมนุมหมู่บ้านทะลุฟ้า ข้างทำเนียบรัฐบาล 2 รอบ ในวันที่ 28 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้ถูกจับกุมถึง 99 คน ทั้งๆ ที่เป็นการชุมนุมที่ขออนุญาตและเป็นการชุมนุมโดยสงบนั้น ได้สร้างความไม่เชื่อมั่นของประชาชนต่อเจ้าหน้าที่ในการบังคับใช้กฏหมายและปฏิบัติการที่รุนแรงเกินเหตุ สะเทือนไปถึงสิทธิของผู้ถูกจับกุมในกระบวนการยุติธรรมตลอดสาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตนเห็นว่า เจ้าหน้าที่ต้องเคารพสิทธิการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออกของประชาชนที่ได้รับการรองรับตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ยิ่งเป็นการชุมนุมที่แจ้งขออนุญาตตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 แล้ว แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจ กลับอ้างเหตุการควบคุมโรคระบาด และใช้กฎหมายอื่นๆ เช่น พ.ร.บ.ควบคุมโรคฯ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไปจนถึง พ.ร.บ.ความสะอาดฯ ซึ่งเป็นกฎหมายเชิงเทคนิค มาดำเนินการกับผู้ชุมนุม โดยไม่เป็นไปตามกฎหมาย เช่น สลายการชุมนุมโดยไม่ได้ขอคำสั่งศาลก่อน อีกทั้งเป็นการจับกุมและทำร้ายผู้ชุมนุมอย่างรุนแรง ทั้งๆ ที่ผู้ชุมนุมมิใช่อาชญากร ในขณะที่การรวมตัวกันของผู้คนเป็นจำนวนมากในเหตุอื่น ทั้งการแสดงดนตรี ทั้งงานเลี้ยงต่างๆ จนถึงล่าสุดงาน &amp;ldquo;รัตนโกเซิร์ฟ&amp;rdquo; ที่มีศิลปิน นักแสดงไปร่วมงานไถเสก็ต ไม่ไกลจากหมู่บ้านทะลุฟ้าโดยไม่มีการใส่หน้ากากอนามัย กลับสามารถจัดได้ และไม่มีใครถูกดำเนินคดีเหมือนกันกับผู้ชุมนุม ทำให้ถูกมองว่าตำรวจปฏิบัติเป็นสองมาตรฐานหรือเลือกใช้กฎหมายกับเฉพาะบางกลุ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกหนึ่งประเด็น เมื่อมีการจับกุมผู้ชุมนุมหลายครั้งเจ้าหน้าที่มิได้ปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น การนำผู้ถูกจับกุมไปควบคุมตัวที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 หรือ บก.ตชด.1 หรือล่าสุดที่ กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 2 หรือ บก.ปส. ทั้งๆ ที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.83 ระบุไว้ชัดเจนว่าให้มีการนำตัวผู้ถูกจับไปยังที่ทำการของพนักงานสอบสวนในท้องที่ที่ถูกจับโดยทันที แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่มีคำอธิบายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเป็นลายลักษ์อักษร ว่าอะไรคือข้อกฎหมายที่ให้ตำรวจนำผู้ถูกจับไปที่ บก.ตชด.ภาค 1 ได้ และรวมถึงสิทธิในการพบทนายโดยทันที สิทธิที่จะได้รับการรักษาพยาบาล เหมือนดังล่าสุดที่มีผู้ชุมนุมเกิดอาการชักเกร็งหลังถูกจับกุม สิทธิที่จะได้พบญาติ นี่ยังไม่นับอีกหลายกรณี เช่น กรณีการจับกุมเด็กและเยาวชน ที่ตนเองได้เข้าไปมีส่วนติดตามคดีในหลายครั้งซึ่งพบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจขาดความเข้าใจต่อกฎหมายและไม่มีทักษะในการจัดการคดีที่เด็กและเยาวชนตกเป็นผู้ต้องหา ขนาดมีโอกาสไปสอนนักศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยในประเด็นเกี่ยวกับ กฎหมายการคุ้มครองเด็ก ยังถูกนักศึกษาตั้งคำถามว่า &amp;ldquo;อาจารย์ยังเชื่ออยู่ว่ากฎหมายและกระบวนการยุติธรรมในประเทศนี้เป็นธรรมจริง&amp;rdquo; ตนเองก็ยังสะอึกไปกับประโยคดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างที่สาม คือหลักประกันในการชั้นราชทัณฑ์ ในฐานะที่ตนเคยเป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการวิสามัญพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ... สมัยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จนกลายมาเป็น พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 ในวันนี้ ขณะยกร่างกฎหมายเราพูดกันมากถึงการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง แต่ในวันนี้กลับมีเสียงสะท้อนและความกังวลหลายประการในการดูแลผู้ต้องขัง ซึ่งไม่อยากจะโทษไปที่เจ้าหน้าที่ในระดับผู้ปฏิบัติงาน แต่เป็นเรื่องที่ รมต.ยุติธรรม และผู้ใหญ่ในกรมราชทัณฑ์ ต้องสร้างหลักประกันว่าผู้ต้องขังต้องได้รับการดูแลอย่างปลอดภัย อยู่ในสถานะที่ในทางกฎหมายสันนิษฐานว่าเขายังเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าศาลจะได้ตัดสิน โดยการกล่าวเช่นนี้ตนมิได้ต้องการเรียกร้องอภิสิทธิ์ให้แก่ผู้ถูกจับกุมที่เป็นผู้ชุมนุมคนใด แต่ต้องการให้ราชทัณฑ์ได้ทำหน้าที่ในการดูแลและแก้ไขฟื้นฟูผู้ต้องขังจริง ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายณัฐวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนได้พูดไปหลายครั้งคือหลังพิงสุดท้ายของกระบวนการยุติธรรม คือ ศาลยุติธรรม ในอดีตที่ผ่านมาเราเชื่อมั่นในศาลสถิตย์ยุติธรรมมาโดยตลอดว่าจะสามารถให้ความยุติธรรมอันเป็นที่ยุติและเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง แต่นับตั้งแต่คดีอากง และการฆ่าตัวตายของผู้พิพากษา นายคณากร เพียรชนะ ที่ได้กล่าวประโยคอมตะไว้ว่า &amp;ldquo;คืนคำพิพากษาให้ผู้พิพากษา คืนคำยุติธรรมให้กับประชาชน&amp;rdquo; ทำให้สังคมคลางแคลงสงสัยต่อกระบวนการยุติธรรมมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งตอนนี้มีการพูดกันว่าในที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา มีผู้พิพากษาศาลฎีกาบางท่านได้ตั้งคำถามถึงสิทธิในการประกันตัวและการต่อสู้คดีของผู้ต้องหาและจำเลยว่าเพราะเหตุใดศาลถึงไม่ให้ประกันตัว ทั้งๆ ที่ไม่มีเงื่อนไขที่จะไม่ให้ประกันตัว ยิ่งเป็นเรื่องที่ศาลต้องแถลงข่าวสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนว่าจะไม่มีผู้ใดสามารถแทรกแซงในการออกคำสั่งและพิจารณาพิพากษาคดีอันเป็นอิสระของผู้พิพากษาในทุกระดับชั้นได้&amp;rdquo; อีกทั้งศาลต้องแสดงบทบาทตรวจสอบถ่วงดุลย์การใช้อำนาจฝ่ายบริหาร เช่น การออกคำสั่งทางปกครองหรือการกระทำทางปกครอง รวมถึงการดำเนินการตามกฎหมายต่างๆ &amp;nbsp;นั้น ผู้ไม่เห็นด้วยย่อมนำเสนอหรือฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรมหรือศาลปกครอง ที่จะได้พิจารณาตามกฎหมายและกรอบอำนาจหน้าที่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่กระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ต้นทางต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน ก่อนที่จะไม่เหลืออะไรให้เราเชื่อมั่นและศรัทธากันจริงๆ&amp;quot; นายณัฐวุฒิ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97767</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวไกล, ณัฐวุฒิ บัวประทุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_6062d678102a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97559</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2021 18:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2021 18:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แรมโบ้&#039;ซัด &#039;ณัฐวุฒิ ก้าวไกล&#039; มีสมองหรือเปล่าหลับหูหลับตาหนุนม็อบผิดกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มีนาคม 64 นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง นายณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้าพรรคก้าวไกลที่บอกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจฉวยโอกาสในวันเลือกตั้งท้องถิ่นและคนกลับบ้านไปใช้สิทธิขอคืนพื้นที่หมู่บ้านทะลุฟ้า อีกทั้งเป็นการเอาใจนายกฯไม่นึกถึงกฎหมายนั้น โดยระบุว่าการขอคืนพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นทำตามกฎหมาย และทำตามขั้นตอนทุกประการ ซึ่งตำรวจได้ออกมาแถลงชัดเจนแล้วว่ากลุ่มผู้ชุมนุมมีการทำผิดในเรื่องอะไรบ้าง

ทั้งมีการบุกรุกล้ำสถานที่สาธารณะ และสถานที่ราชการ&amp;nbsp; มีการลักทรัพย์สินไฟฟ้าน้ำประปา การทุบทำลายสิ่งของราชการและของประชาชน ก่อความสกปรก และยังขวางประตูทางเข้าออกฝั่งถนนพระราม 5 ทำให้ผู้คนที่สัญจรไปมาได้รับความเดือดร้อน มีการใช้เครื่องขยายเสียงรบกวนเวลาเรียนของเด็กนักเรียนบริเวณในพื้นที่จนได้รับผลกระทบการเรียนการสอนอย่างหนัก

นอกจากนี้ยังพบกัญชาอัดแท่ง น้ำใบกระท่อม อาวุธมีด ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ถือว่าเป็นการทำผิดกฎหมายหลายอย่างแล้ว ดังนั้นการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเขาขอคืนพื้นที่ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องและเจ้าหน้าที่ทั้งตัวแทนกทม.สำนักงานเขต สำนักอนามัย ผู้ดูแลตามกฎหมายก็ได้มาชี้แจงตามประกาศของผู้ว่าฯ กทม. ได้มีการแจ้งเตือนให้ยุติการชุมนุมมาอย่างต่อเนื่องหลายครั้งแล้วแต่ผู้ชุมนุมก็ยังฝ่าฝืนกฎหมายไม่สนใจใดๆทั้งสิ้น

&amp;quot;นายณัฐวุฒิ มีมันสมองหรือไม่ หรือคงหูหนวกตาบอดที่ไม่รู้ว่าการชุมนุมผิดกฎหมาย คิดแต่จะดันทุรังเข้าข้างม็อบให้ท้ายผู้ชุมนุมหรือให้การสนับสนุน ทั้งนี้ก็ควรมองให้รอบด้านกว่านี้ อย่าเอาแต่เข้าข้างม็อบจนไม่รู้เรื่องว่าม็อบทำผิดกฎหมายอะไรบ้าง และการขอคืนพื้นที่ครั้งนี้ของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มองถึงความถูกต้องเป็นหลัก ไม่ได้มองว่าวันนี้จะเป็นวันอะไร มีคนน้อย หรือผู้ร่วมชุมนุมเดินทางกลับไปลงคะแนนเลือกตั้งหรือไม่&amp;nbsp;

อีกทั้งการที่นายณัฐวุฒิ บอกว่าการขอคืนพื้นที่เป็นการเอาใจนายกฯ ที่จะมีการถ่ายรูปหมู่ ครม.ชุดใหม่นั้น ตนเองก็มองว่าต่อให้ในทำเนียบไม่มีกิจกรรมใดๆเลย กลุ่มผู้ชุมนุมก็ไม่ควรออกมาชุมนุมในลักษณะนี้ที่มีการตะโกนด่าทอ ใช้เครื่องเสียงปราศรัยเสียงดังจนสร้างความเดือดร้อน ให้กับนักเรียน ข้าราชการตลอดวันจนเรียนหนังสือและทำงานไม่ได้ รวมถึงผู้ชุมได้ปราศรัยจาบจ้วงก้าวล่วงสถาบันอย่างต่อเนื่องและยังสร้างความเดือนร้อนให้ประชาชนแถวนั้นในการทำมาหากินและสัญจรไปมา กระทำอย่างนี้นี่หรือ ที่นายณัฐวุฒิ พรรคก้าวไกล บอกชุมนุมสงบสันติ ไม่ผิดกฎหมาย มีสมองเอาไว้คิดบ้างอย่าใช้เพียงเพื่อคิดปลุกระดมให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองและยุยงให้คนทำผิดกฎหมาย สุดท้ายคนที่สนับสนุนก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วยเช่นกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97559</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐวุฒิ บัวประทุม, หมู่บ้านทะลุฟ้า, เสกสกล อัตถาวงศ์, แรมโบอีสาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210321/image_big_6056ccc886ea7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94003</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2021 20:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2021 19:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก้าวไกล เคาะบทลงโทษ  4 ส.ส.โหวตแหกมติพรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.พ.64 - ที่พรรคก้าวไกล มีการประชุมคณะกรรมการวินัยและจรรณยาบรรณสมาชิกพรรคก้าวไกล ครั้งที่ 2/2564 &amp;nbsp;โดย นายณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า การประชุมในวันนี้เป็นวาระปกติ แต่ดังที่ทราบกันดีว่าในการลงมติตามญัตติอภิปรายไม่ไว้วางในรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล มีสมาชิก 4 ท่าน ได้แก่ นายคารม พลพรกลาง , นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ , นายพีระเดช คำสมุทร และนายขวัญเลิศ พานิชมาท ได้ลงมติไว้วางใจ นายอนุทิน ชาญวีระกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นหนึ่งในรัฐมนตรีที่พรรคก้าวไกล เป็นผู้อภิปราย และเห็นสอดคล้องกันว่า นายอนุทิน เป็นผู้บริหารจัดการวัคซีนผิดพลาด เอาประชาชนไปกระจุกเสี่ยงจากวัคซีนแหล่งเดียว ไม่สนใจคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความรู้ความสามารถ ขาดความโปร่งใส ขัดขวางกลไกการตรวจสอบ ทั้งที่เงินทุกบาทที่ซื้อวัคซีนล้วนเป็นเงินภาษีที่มาจากหยาดเหงื่อแรงงานของประชาชน และหากมีการฉีดวัคซีนล่าช้าจะส่งผลให้ปัญหาปากท้องลากยาวไม่จบสิ้น ประชาชนทุกข์ยากแสนสาหัส คนตกงาน สูญเสียอาชีพ รายได้ฝืดเคือง และทำมาหากินด้วยความยากลำบาก จึงทำให้ไม่อาจไว้วางใจได้ ซึ่งการลงมติไว้วางใจดังกล่าวยังขัดกับความรู้สึกของประชาชน สมาชิก และผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกลจำนวนมาก จึงทำให้ต้องนำเอาพฤติการณ์ของสมาชิกทั้ง 4 คน เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการวินัยฯ ในครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลการประชุม คณะกรรมการวินัยฯ ทั้ง 5 คน มีความเห็นในทิศทางเดียวกันว่า ภายหลังการลงมติดังกล่าว สมาชิกทั้ง 4 มีการให้ข้อมูลต่อสาธารณะและสื่อมวลชนเพิ่มเติมในหลายครั้งหลายวาระ ซึ่งจากการตรวจสอบรายละเอียดพบว่า มีข้อความหลายประการที่ส่งผลเสียหาย โดยเฉพาะต่ออุดมการณ์และแนวทางทำงานของพรรค นอกจากนี้ ยังพบว่า สมาชิกทั้ง 4 ได้ขาดการร่วมกิจกรรมต่างๆของพรรค รวมถึงขาดการเข้าร่วมประชุมพรรคอย่างต่อเนื่องและยาวนานพอสมควร ซึ่งทางพรรคมีข้อมูลหลักฐานที่บันทึกไว้อย่างชัดเจน โดยพฤติกรรมเหล่านี้เข้าข่ายผิดวินัยร้ายแรงตามข้อบังคับพรรค ข้อ 119 กล่าวคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากเป็นการทำผิดวินัยทั่วไป คณะกรรมการวินัยฯ มีสิทธิลงโทษได้ 4 อย่าง ได้แก่ การตักเตือน การภาคทัณฑ์ &amp;nbsp;การตัดสิทธิที่พึงมีในฐานะสมาชิกพรรคการเมือง และการให้พ้นสมาชิกภาพจากพรรคการเมือง ส่วนกรณีกระทำผิดวินัยร้ายแรง คณะกรรมการวินัยฯมีสิทธิลงโทษได้ 2 อย่างคือ การตัดสิทธิที่พึงมีในฐานะสมาชิกพรรคการเมือง และการให้พ้นสมาชิกภาพจากพรรคการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับสมาชิกทั้ง 4 คน คณะกรรมการวินัย เห็นตรงกันว่า ให้ตัดสิทธิที่พึงมีในฐานะสมาชิกพรรคการเมือง ส่วนสาเหตุที่ไม่ตัดสินให้พ้นจากสมาชิกภาพพรรคการเมืองนั้น เหตุผลเป็นไปตามที่หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคให้เหตุผลก่อนหน้านี้ คือเพื่อไม่ให้มีผลต่อสัดส่วนการทำงานต่างๆในการขับเคลื่อนทางการเมืองในสภาผู้แทนราษฎรและเพื่อไม่ให้เป็นการเตะหมูเข้าปากหมาสมประโยชน์นักการเมืองและพรรคการเมืองที่กำลังทำการเมืองแบบเก่าและรอคอยอยู่&amp;rdquo; นายณัฐวุฒิ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ รายละเอียดบทลงโทษ ในส่วนของพรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรค รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า พรรคจะไม่ส่งสมาชิกทั้ง 4 ลงรับสมัครเลือกตั้งครั้งถัดไปและจะดำเนินการตามระเบียบพรรคเพื่อให้ถอด นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ออกจากการเป็นรองเลขาธิการพรรค ซึ่งเป็นอำนาจเลขาธิการพรรคดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ พรรคก้าวไกล ไม่อนุญาตให้สมาชิกทั้ง 4 เข้าร่วมกิจกรรมและไม่อนุญาตให้ใช้ชื่อพรรคในการทำกิจกรรมต่างๆทางการเมือง รวมถึงส่วนที่เป็นโควต้าเวลาของพรรคการเมือง เช่น การปรึกษาหารือ การตั้งกระทู้ถามสด การนั่งเป็นกรรมาธิการคณะต่างๆ หรือการอภิปรายในสัดส่วนโควต้าของพรรค พรรคขอตัดสิทธิในสัดส่วนเหล่านี้สำหรับสมาชิกทั้ง 4 และในฐานะรองหัวหน้าพรรค ขอเรียนว่าเพื่อให้การดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง พรรคจึงขอสงวนสิทธิในการส่ง ส.ส. หรือสมาชิกพรรคลงทำงานในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด เชียงราย และชลบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ของสมาชิกทั้ง 4 คนทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอยืนยันอีกครั้งว่า การกระทำผิดดังกล่าว เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณะ มีความชัดเจน มีข้อมูล มีพยานหลักฐาน คณะกรรมการวินัย จึงขอตัดสินโทษต่อสมาชิกทั้ง 4 ดังที่แจ้งไว้ต่อสื่อมวลชน&amp;rdquo; นายณัฐวุฒิ ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94003</URL_LINK>
                <HASHTAG>คารม พลพรกลาง, ณัฐวุฒิ บัวประทุม, พรรคก้าวไกล, พิธา ลิ้มเจริญรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210223/image_big_6034ee9a3845b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92220</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มั่นใจ3ป.รอดซักฟอก โพลเชื่อปรับครม.ครั้งใหญ่/ฝ่ายค้านตั้ง2วอร์รูมงัดรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซูเปอร์โพลเผยประชาชนคาดหวังข้อมูลซักฟอกรัฐบาล เชื่อ ครม.มีปัญหา หลังอภิปรายน่าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งใหญ่ แต่มั่นใจ 3 ป.ผ่านฉลุย ขณะที่เพื่อไทยได้โควตา 15 คน เจ้าของฉายา &amp;quot;สุทิน คลังแสง&amp;quot; นำทีม ฝ่ายค้านตั้ง 2 วอร์รูมสู้รัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2564 ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนามเรื่อง เชื่อมั่น 3 ป. ผ่าน กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,730 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 1-5 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พบว่าส่วนใหญ่หรือร้อยละ 90.9 คาดหวังต่อข้อมูลของฝ่ายค้านแน่น น่าเชื่อถือ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ในขณะที่ร้อยละ 9.1 ไม่คาดหวัง นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 90.2 ระบุ พรรคร่วมฝ่ายรัฐบาลทำงาน มีปัญหาจริง ตามที่ฝ่ายค้านตั้งโจทย์ ในขณะที่ร้อยละ 9.8 ระบุไม่ได้มีปัญหาในการทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจคือ เกือบร้อยละร้อย หรือร้อยละ 99.3 ระบุหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องการให้มีการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งใหญ่ อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 98.3 ระบุฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองมากกว่าผลประโยชน์ชาติ และร้อยละ 93.0 ระบุต้นเหตุอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ ปล่อยปละละเลย ทุจริต ขนแรงงานเถื่อน บ่อนพนัน ยาเสพติด และอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 86.8 เชื่อมั่นต่อ 3 ป. ได้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะสามารถผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ ฉลุย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าวว่า &amp;ldquo;แผ่นดินนี้ศักดิ์สิทธิ์&amp;rdquo; ใครทำอะไรไว้ไม่ดีต่อชาติบ้านเมืองทั้งที่แยบยลและไม่แยบยล ย่อมจะมีพลังอะไรบางอย่างจัดการ &amp;ldquo;กวาดให้เรียบ&amp;rdquo; ยิ่งถ้าขั้วอำนาจใดมีรากลึกแข็งแกร่งเกินไป ขั้วอำนาจที่เหลือก็จะอ่อนแอ ยวบยาบ และบ้านเมืองก็จะเคลื่อนยาก เสาหลักต่างๆ อาจจะโคลงเคลง เพราะขาดความสมดุลแห่งอำนาจ (Balance of Power) ที่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าวต่อว่า ดังนั้น การถ่วงดุลอำนาจต่างๆ โดยเฉพาะการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีต่อแผ่นดินนี้เป็นเรื่องจำเป็น และหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจจำเป็นต้องพิจารณาการเปลี่ยนแปลงที่มากกว่าการปรับคณะรัฐมนตรี นั่นคือ การถ่วงดุลอำนาจไม่ให้ใครมีอำนาจคับฟ้า มากจนเกินไป เพราะอำนาจเป็นแหล่งผลประโยชน์ ที่ถ้าใครครอบครองมากเกินไปก็จะแข็งแกร่งมากเกิน จนขั้วอำนาจอื่นๆ ที่เหลืออยู่จะอ่อน ยวบยาบในวันหนึ่งข้างหน้า จนความเดือดร้อนทุกข์ยากของประชาชนจะถูกละเลย โดยเสียงที่ทุกข์ยากของประชาชนจะไปไม่ถึงผู้ปกครองสูงสุด &amp;ldquo;สมมาตรแห่งอำนาจ&amp;rdquo; จึงจำเป็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า การอภิปรายครั้งนี้พรรคเพื่อไทยได้รับการจัดสรรเวลาอภิปราย 19 ชั่วโมง 45 นาที มี ส.ส.ที่จะขึ้นอภิปราย 15 คน อภิปรายรัฐมนตรีจำนวน 5 คน แต่ขอไม่เปิดเผยว่าเป็นรัฐมนตรีคนไหนบ้าง โดยมี ส.ส.บางคนที่อภิปรายรัฐมนตรีมากกว่า 1 คน เบื้องต้นได้คุยกับ ส.ส.ที่จะอภิปรายรัฐมนตรีไว้บ้างแล้ว โดยวันที่ 10 ก.พ. ทางพรรคเพื่อไทย จะมีการประชุมผู้อภิปรายเพื่อจัดเรียงลำดับการอภิปราย มั่นใจว่าข้อมูลที่จะให้ในการอภิปรายครั้งนี้มีหลักฐานชัดเจน และไม่มีการซ้ำประเด็น เนื้อหาตรงจุด ไม่มีออกนอกเรื่องอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อ ส.ส.ที่จะขึ้นอภิปรายในครั้งนี้ อาทิ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค, นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม, นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. และ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย แถลงข่าวว่า การอภิปรายในครั้งนี้ทุกอย่างเป็นความลับ มีเพียง ส.ส.ในตำแหน่งเท่านั้นที่ดำเนินการ เพราะเกรงว่าจะถูกครหาว่าข้อสอบรั่วเหมือนครั้งที่ผ่านมา และขอชี้แจงว่าการอภิปรายครั้งที่แล้ว รัฐบาลเพิ่งข้ามาบริหารประเทศ เพียงไม่นานก็มีการอภิปราย งบประมาณก็ยังไม่ได้ใช้ จึงอภิปรายได้จำกัด แต่ครั้งนี้ประเทศมีวิกฤติ รัฐบาลบริหารมาได้ครึ่งเทอม มีทั้งวิกฤติโควิด-19 วิกฤติเศรษฐกิจและสังคม ถ้าพรรคฝ่ายค้านไม่มีข้อมูลคงไม่อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีได้ถึง 10 คน และทุกวันนี้ก็ยังตกลงเรื่องของเวลาอภิปรายไม่ได้ เพราะข้อมูลแน่น จึงขอให้มั่นใจ ส่วนที่บางฝ่ายกังวลว่าการแถลงข่าวของตนเป็นการเฉลยการบ้านนั้น งานนี้เป็นเพียงแอพพิไทเซอร์ ขอให้รอดูเมนคอร์ส มันแน่ๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ในเบื้องต้นนั้น ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจมาจากการทำงานร่วมกันของ 6 พรรคฝ่ายค้านเดิม บวกกับอีก 1 พรรค คือพรรคไทยศรีวิไลย์ เราเห็นตรงกันว่าญัตติไม่มีปัญหา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เองก็ตรวจสอบแล้วบอกว่าญัตติที่เรายื่นไปไม่ขัดข้อบังคับหรือขัดรัฐธรรมนูญ ซึ่งเรื่องเนื้อหาการอภิปราย พรรคก้าวไกลยืนยันชัดเจนว่าเราไม่ได้อภิปรายถึงสถาบัน แต่เป้าหมายของเราจะอภิปรายหัวหน้ารัฐบาล ว่าตลอดการบริหารราชการเเผ่นดินที่ผิดพลาด ได้นำเอาสถาบันมาเป็นเครื่องมือทำลายล้างประชาชนผู้เห็นต่างอย่างไรบ้าง นี่คือสิ่งที่รัฐบาลจะต้องตอบให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า สำหรับภาพรวม ฝ่ายค้านจะมีการจัดตั้งทีมวอร์รูม 2 ทีมหลักใหญ่ๆ ดูแลทั้งในเเละนอกห้องประชุม คือ 1.วอร์รูมเตรียมการอภิปราย มีคีย์แมนหลักแต่ละพรรค คอยประสานงานเตรียมการมากว่า 1 เดือนแล้ว 2.วอร์รูมระหว่างอภิปราย นำโดย นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย และนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล คอยมอนิเตอร์ ส่วนเรื่องเนื้อหาอภิปราย แต่ละพรรคต้องรับผิดชอบเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งในส่วนของก้าวไกล แบ่งเป็น 2 ทีมใหญ่ๆ ทีมที่ 1 มีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นหัวหน้าทีม และนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล คอยช่วยดูเนื้อหา ส่วนทีมที่ 2 พรรคมอบหมายตน ดูกรณีหากถูกพาดพิง เราได้เตรียมขุนพลไว้รับมือหากรัฐบาลไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับแล้วหลายคน อาทิ นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ส.ส.กทม. และนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรคก้าวไกล เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรามั่นใจว่าข้อมูลฝ่ายค้านไม่มีช่องโหว่ ข้อมูลศึกซักฟอกรอบนี้จะส่งผลสะเทือนรัฐมนตรีบางคนในรัฐบาล ในกรณีข้อกล่าวหาที่มีมูล เราจะยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.ด้วย ขอให้ผู้ชมทางบ้านติดตามให้ดี เรามั่นใจน้ำหนักข้อมูลดีกว่าการอภิปรายครั้งก่อน และมั่นใจข้อมูลจะนำไปสู่การลาออกของรัฐมนตรีบางคน เพื่อเเสดงความรับผิดชอบต่อการบริหารงานที่ผิดพลาด แน่นอนว่าเสียงของฝ่ายค้านในสภาไม่สามารถล้มรัฐบาลได้ แต่พยานหลักฐานที่ฝ่ายค้านนำมาตีแผ่ครั้งนี้ จะนำไปสู่การรับผิดชอบของรัฐบาลในการลาออกจากตำแหน่ง&amp;quot; นายณัฐวุฒิกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศพระราชกฤษฎีกาปิดประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง พ.ศ.2564 &amp;nbsp;ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง พ.ศ.2563 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ.2563 นั้น บัดนี้ จะสิ้นกำหนดเวลาหนึ่งร้อยยี่สิบวันตามสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 122 และมาตรา 175 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาปิดประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2564.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92220</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรวัฒน์ อรัณยกานนท์, ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์, ณัฐวุฒิ บัวประทุม, ธีรัจชัย พันธุมาศ, ประเสริฐ จันทรรวงทอง, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, สุทิน คลังแสง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210206/image_big_601ea5017d010.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92203</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2021 18:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2021 18:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ก้าวไกล&#039; ฟุ้งซักฟอกรัฐบาล มีพยานหลักฐานทำ รมต.บางคนลาออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.พ.64 - นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า ในเบื้องต้นนั้น ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจมาจากการทำงานร่วมกันของ 6 พรรคฝ่ายค้านเดิม บวกกับอีก 1 พรรค คือพรรคไทยศรีวิไลย์ เราเห็นตรงกันว่าญัตติไม่มีปัญหา นายชวน หลักภัย ประธานสภาฯ เองก็ตรวจสอบแล้วบอกว่าญัตติที่เรายื่นไปไม่ขัดข้อบังคับ หรือขัดรัฐธรรมนูญ ซึ่งเรื่องเนื้อหาการอภิปราย พรรคก้าวไกลยืนยันชัดเจนว่า เราไม่ได้อภิปรายถึงสถาบันฯ แต่เป้าหมายของเราจะอภิปรายหัวหน้ารัฐบาล ว่าตลอดการบริหารราชการเเผ่นดินที่ผิดพลาด ได้นำเอาสถาบันฯ มาเป็นเครื่องมือทำลายล้างประชาชนผู้เห็นต่างอย่างไรบ้าง นี่คือสิ่งที่รัฐบาลจะต้องตอบให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อไปว่า สำหรับภาพรวม ฝ่ายค้านจะมีการจัดตั้งทีมวอร์รูม 2 ทีมหลักใหญ่ๆ ดูแลทั้งใน เเละนอกห้องประชุม คือ 1.วอร์รูมเตรียมการอภิปราย มีคีย์แมนหลักแต่ละพรรค คอยประสานงานเตรียมการมากว่า 1 เดือนแล้ว 2.วอร์รูมระหว่างอภิปราย นำโดย นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย และนายพิจารณ์ เชาว์พัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล คอยมอนิเตอร์ ส่วนเรื่องเนื้อหาอภิปราย แต่ละพรรคต้องรับผิดชอบเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งในส่วนของก้าวไกล แบ่งเป็น 2 ทีมใหญ่ๆ ทีมที่ 1 มีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นหัวหน้าทีม และนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล คอยช่วยดูเนื้อหา ส่วนทีมที่ 2 พรรคมอบหมายตน ดูกรณีหากถูกพาดพิง เราได้เตรียมขุนพลไว้รับมือหากรัฐบาลไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับแล้ว หลายคน อาทิ นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ส.ส.กทม. และนายณัฐชา&amp;nbsp;&amp;nbsp;บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรคก้าวไกล เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรามั่นใจว่าข้อมูลฝ่ายค้านไม่มีช่องโหว่ ข้อมูลศึกซักฟอกรอบนี้จะส่งผลสะเทือนรัฐมนตรีบางคนในรัฐบาล ในกรณีข้อกล่าวหาที่มีมูล เราจะยื่นเรื่องต่อป.ป.ช. ด้วย ขอให้ผู้ชมทางบ้านติดตามให้ดี เรามั่นใจน้ำหนักข้อมูลดีกว่าการอภิปรายครั้งก่อน และมั่นใจข้อมูลจะนำไปสู่การลาออกของรัฐมนตรีบางคน เพื่อเเสดงความรับผิดชอบต่อการบริหารงานที่ผิดพลาด แน่นอนว่าเสียงของฝ่ายค้านในสภาฯ ไม่สามารถล้มรัฐบาลได้ แต่พยานหลักฐานที่ฝ่ายค้านนำมาตีแผ่ครั้งนี้ จะนำไปสู่การรับผิดชอบของรัฐบาลในการลาออกจากตำแหน่ง&amp;quot; นายณัฐวุฒิ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92203</URL_LINK>
                <HASHTAG>การอภิปรายไม่ไว้วางใจ, ณัฐวุฒิ บัวประทุม, พรรคก้าวไกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200818/image_big_5f3b98305c3ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
