<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80177</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพชรบุรีสั่งอพยพ น้ำทะลักเข้าเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุทกภัยที่โคราชลาม 10 อำเภอ ปากช่องยังอ่วม &amp;quot;สุวัจน์&amp;quot; ชี้รุนแรงสุดในรอบ 20 ปี รีสอร์ตสวนผึ้งน้ำเจิ่ง เสนาลิงเศร้าวิลล่าสุดรักเสียหายด้วย เพชรบุรีให้ราษฎรในเขตเมืองขนของขึ้นที่สูง เตรียมอพยพ หลังระบายน้ำออกจากเขื่อน อุตุฯ แจ้ง 9 จังหวัดอีสานรับมือฝนอีกระลอกจากอิทธิพล &amp;quot;หลิ่นฟา&amp;quot; กทม.ก็ยังลุ้นระทึกถึง 16 ต.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดนครราชสีมายังส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง ช่วงสายวันที่ 11 ตุลาคมนี้ นายวิเชียร &amp;nbsp;จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา ได้ลงพื้นที่ติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และให้ขวัญกำลังใจประชาชน พร้อมเปิดเผยว่า หลังจากฝนตกหนักตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค.เป็นต้นมา ขณะนี้มีพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยรวม 10 อำเภอ 38 ตำบล 110 หมู่บ้าน 5 ชุมชน ได้แก่ อ.ปากช่อง, อ.ปักธงชัย, อ.เมือง, เขตเทศบาลนครนครราชสีมา, อ.สูงเนิน, อ.สีคิ้ว, อ.ชุมพวง, อ.พิมาย, อ.ห้วยแถลง, อ.ลำทะเมนชัย และ อ.โชคชัย ราษฎรได้รับผลกระทบจำนวน 1,079 ครัวเรือน ถนน 9 สาย สะพาน 2 แห่ง พืชไร่/พืชสวน 4,042 ไร่ และนาข้าว 740 ไร่ แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิเชียรกล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์น้ำยังคงมีผลกระทบในพื้นที่ 3 อำเภอ รวม 6 ตำบล 1 เทศบาลนคร 1 เทศบาลเมือง 11 หมู่บ้าน 5 ชุมชน บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 397 ครัวเรือน ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 6,940 คน โดยเฉพาะ อ.ปากช่อง ได้รับผลกระทบหนักสุด น้ำจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ไหลหลากลงลำตะคอง สถานการณ์ปัจจุบัน ระดับน้ำในพื้นที่ต้นน้ำบ้านท่ามะปราง ต.หมูสี ลดลง และมวลน้ำได้ไหลผ่าน ต.หมูสี, ต.ขนงพระ, ต.หนองน้ำแดง ขณะนี้ได้คงอยู่ในพื้นที่เทศบาลเมืองปากช่อง และจะไหลไปที่บ้านท่าง ต.จันทึก ก่อนไหลลงสู่เขื่อนลำตะคองต่อไป ส่วน อ.ปักธงชัย เสียหายรวม 3 ตำบล 3 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 89 ครัวเรือน 740 คน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อคืนวันเสาร์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยฮุก 31 นครราชสีมา ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านหมู่ที่ 5 และหมู่ที่ 8 ต.จันอัด อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา หลังจากมวลน้ำในคลองลำเชียงไกรช่วงที่ไหลผ่านหมู่บ้านได้เพิ่มปริมาณสูงมากขึ้น และยังไหลเซาะคอสะพานจนทรุดเป็นหลุมขนาดใหญ่ หวั่นว่าน้ำอาจจะล้นตลิ่งไหลทะลักเข้าท่วมในหมู่บ้าน จึงประสานขอเจ้าหน้าที่กู้ภัยในการเข้าช่วยเหลือขนสิ่งของขึ้นที่สูง และเฝ้าระวังอพยพคนถ้าหากสถานการณ์เลวร้ายมากไปกว่านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประธานที่ปรึกษาศูนย์คนโคราชรักจริงไม่ทิ้งกัน กล่าวว่า น้ำท่วมปากช่องครั้งนี้ถือว่ารุนแรงที่สุดในรอบกว่า 20 ปี และแม้ว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย น้ำส่วนใหญ่ไหลลงสู่เขื่อนลำตะคอง แต่ก็ต้องเฝ้าจับตาระดับน้ำในเขื่อน เพราะขณะนี้น้ำเกือบเต็มเขื่อนแล้ว ถ้าน้ำเข้ามากไปอาจจะพังได้ ในส่วนของการช่วยเหลือประชาชน อยากให้รัฐบาลเร่งช่วยเหลือเหมือนการฟื้นฟูเศรษฐกิจจากโควิด-19&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กาญจนบุรี มวลน้ำจากลำน้ำภาชีเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่หมู่ที่ 1 หมู่ที่ 3 หมู่ที่ 4 และหมู่ที่ 6 ต.หนองไผ่ อ.ด่านมะขามเตี้ย เนื่องมาจากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราชบุรี อ.สวนผึ้ง ซึ่งเป็นเขตติดต่อ อ.ด่านมะขามเตี้ย ก็เกิดฝนตกหนัก ทำให้น้ำป่าจากเทือกเขาตะนาวศรีไหลบ่าท่วมพื้นที่ทางการเกษตร และบ้านเรือน รีสอร์ต ที่อยู่ริมทางน้ำถูกน้ำพัดได้รับความเสียหาย ต่อมา นายพงษ์พันธ์ แสงสวุวรรณ รอง ผวจ.ราชบุรี นำคณะลงสำรวจบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำลำภาชี ซึ่งเป็นสะพานสายหลักที่จะเข้าสู่ตัว อ.สวนผึ้ง พบว่าสะพานกำลังมีการก่อสร้างขยายพื้นที่สะพาน จึงทำให้กระแสน้ำกัดเซาะบริเวณคอสะพานที่มีการถมดินใหม่ ส่วนปริมาณน้ำป่าที่ไหลลงมาจากเทือกเขาตะนาวศรีนั้นเริ่มลดลงจากช่วงเย็นเมื่อวานเกือบสองเมตรจากพื้นสะพาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับรีสอร์ตใน อ.สวนผึ้งที่ถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหาย รวมถึงวิลล่า โมรีดา ของนายสมเกียรติ จันทร์พราหมณ์ หรือเสนาลิง พิธีกรรายการโทรทัศน์ เจ้าตัวได้โพสต์ภาพน้ำป่ากำลังท่วมวิลล่า พร้อมระบุว่าน้ำท่วมครั้งนี้หนักกว่าทุกปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพชรบุรี นายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร รอง ผวจ.เพชรบุรี เปิดเผยว่า ปริมาณฝนที่ตกต่อเนื่อง และตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ทำให้เขื่อนเพชรมีปริมาณน้ำมากขึ้น จำเป็นต้องระบายน้ำลงแม่น้ำเพชรบุรีเพิ่มขึ้น ส่งผลน้ำเข้าท่วมพื้นที่ตัวเมืองเพชรบุรี เนื่องจากมีงานก่อสร้างสะพานทางรถไฟ จะทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีสูงกว่าปกติ และมีสิ่งกีดขวางทางน้ำ จึงขอประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่เขตเมืองเพชรบุรีได้เตรียมขนย้ายทรัพย์สินสิ่งของ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียงไปอยู่ในที่ปลอดภัย พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ที่ใช้ในการบรรเทาสาธารณภัย เพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที และให้เตรียมทรายเพื่อให้ประชาชนไว้กั้นขวาง ป้องกันน้ำท่วม และสามารถขอความช่วยเหลือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือแจ้งได้ที่ ปภ.จังหวัดเพชรบุรี โทร.0-3242-6230
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีพื้นที่ประสบปัญหาอุทกภัย 5 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา กาญจนบุรี ราชบุรี จันทบุรี ระยอง และเพชรบุรี โดยที่จังหวัดนครราชสีมา น้ำป่าที่ไหลหลากจากเขาใหญ่ลงสู่ต้นน้ำลำตะคอง และไหลล้นเข้าท่วมพื้นที่บ้านคลองเดื่อ บ้านวังประดู่ บ้านคลองเพล บ้านโต่งโต้น บ้านท่ามะปรางค์ ต.หมูสี ปัจจุบันเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ส่วนปริมาณน้ำที่ไหลหลากนี้จะไหลลงอ่างเก็บน้ำลำตะคอง ที่ปัจจุบันยังสามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีกประมาณ 76 ล้าน ลบ.ม. โดยไม่กระทบกับพื้นที่ด้านท้ายน้ำ รวมไปถึงในเขตอำเภอเมืองนครราชสีมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของการช่วยเหลือระบายน้ำที่ท่วมขังในเขตอำเภอเมืองเนื่องจากระบายน้ำไม่ทันนั้น สำนักเครื่องจักรกลได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในลำน้ำบริบูรณ์ บริเวณประตูระบายน้ำ (ปตร.) จอหอ 6 เครื่อง และที่ลำน้ำลำตะคอง บริเวณ ปตร.ข่อยงามอีก 3 เครื่อง พร้อมกำจัดผักตบชวาบริเวณใต้สะพานรถไฟ ท้าย ปตร.จอหอ เพื่อให้น้ำระบายได้สะดวก นอกจากนี้ยังได้นำรถแบ็กโฮ 5 คัน เข้าไปขุดลอกคลองสาบใหญ่ฝั่งขวา-ปตร.โพธิ์เตี้ย ต.หมื่นไวย อ.เมืองนครราชสีมา รวมระยะทาง 11 กม. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ลงสู่ลำน้ำบริบูรณ์ให้เร็วขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่เขื่อนลำพระเพลิง มีปริมาณน้ำในเขื่อน 148 ล้าน ลบ.ม. (ร้อยละ 95 ของความจุอ่าง) แนวโน้มน้ำไหลลงอ่างลดลงอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันได้ระบายน้ำเพื่อการบริหารจัดการน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม ด้วยการระบายลงคลองส่งน้ำสายใหญ่วันละ 1.55 ล้าน ลบ.ม. และระบายลงลำน้ำธรรมชาติวันละ 3.28 ล้าน ลบ.ม. รวมระบายน้ำทั้งสิ้นวันละ 4.83 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งการระบายน้ำนี้ส่งผลกระทบบ้างเล็กน้อยในพื้นที่ลุ่มต่ำ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่การเกษตรในเขต อ.ปักธงชัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดกาญจนบุรี มีน้ำเอ่อล้นตลิ่งในเขต 2 อำเภอ ได้แก่ อ.ด่านมะขามเตี้ย ปริมาณน้ำในลำน้ำลำภาชีเพิ่มสูงขึ้น เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบริเวณพื้นที่หมู่ที่ 3 บ้านหินแด้น ต.หนองไผ่ และหมู่ที่ 6 บ้านท่าไม้ยาว และ อ.บ่อพลอย เกิดน้ำป่าไหลหลาก ทำให้ลำน้ำลำตะเพินเอ่อล้นตลิ่ง ด้านเหนือสถานีวัดน้ำ K.49 เข้าท่วมพื้นที่เกษตรกรรม (ไร่อ้อย) โครงการชลประทานกาญจนบุรีได้เตรียมเครื่องสูบน้ำที่พร้อมจะเข้าไปช่วยเหลือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดราชบุรี เกิดน้ำหลากล้นตลิ่งแม่น้ำภาชี เข้าท่วมพื้นที่ราษฎร รวมทั้งพื้นที่เกษตรกรรม ในเขต อ.สวนผึ้ง (ต.ตะนาวศรี และ ต.สวนผึ้ง) อ.จอมบึง (ต.ด่านทับตะโก และ ต.แก้มอ้น) ลำห้วยแม่ประจันต์ อ.ปากท่อ (ต.ยางหัก) แนวโน้มระดับน้ำในลำภาชีเริ่มลดลงแล้ว และการคาดการณ์ โครงการชลประทานราชบุรีได้ประสานกับสำนักงานชลประทานที่ 13 เพื่อสนับสนุนเครื่องจักรเครื่องมือเข้าไปช่วยเหลือแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดจันทบุรี มีน้ำป่าไหลหลากเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ 2 อำเภอ คือ อ.สอยดาว (บริเวณหมู่ที่ 1 หมู่ที่ 5 หมู่ที่ 9 และหมู่ที่ 12 ต.ทรายขาว และหมู่ที่ 11 ต.ทับช้าง) และ อ.โป่งน้ำร้อน บริเวณด่านบ้านแหลม ต.เทพนิมิต ปัจจุบัน อ.สอยดาว สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ในส่วน อ.โป่งน้ำร้อน ระดับน้ำยังทรงตัว หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม คาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 1-2 วันนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดระยอง มีน้ำท่วมขังถนนสายแหลมมะขาม ซ.2 ถึงร้านอาหารต้นทางรัก ม.2 ต.ทับมา อ.เมืองระยอง ระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 0.10-0.50 เมตร โครงการชลประทานระยองร่วมกับเทศบาลตำบลทับมา ได้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากไม่มีฝนตกในพื้นที่ คาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติภายในวันที่ 11 ต.ค.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี อ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน ปัจจุบันมีปริมาณน้ำ 315 ล้าน ลบ.ม. (ร้อยละ 44 ของความจุอ่าง) ปิดการระบายน้ำ ส่วนอ่างเก็บน้ำแม่ประจันต์มีปริมาณน้ำในอ่าง 38 ล้าน ลบ.ม. (90% ของความจุอ่าง) ระบายน้ำ 20 ลบ.ม.ต่อวินาที เนื่องจากมีปริมาณน้ำมาก จำเป็นต้องระบายน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม ส่วนอ่างเก็บน้ำห้วยผากมีปริมาณน้ำ 15 ล้าน ลบ.ม. (ร้อยละ 56 ของความจุอ่าง) ปิดการระบาย ทั้งนี้ จากการระบายน้ำของอ่างเก็บน้ำแม่ประจันต์ ประกอบกับปริมาณน้ำที่เกิดจากฝนตกด้านท้ายอ่าง จะไหลไปรวมกับแม่น้ำเพชรบุรีที่มาจากเขื่อนแก่งกระจานและห้วยผาก ก่อนเข้าสู่เขื่อนเพชร ซึ่งจะเป็นตัวควบคุมการระบายน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีที่จะไหลลงไปสู่พื้นที่ตัวเมืองจังหวัดเพชรบุรีต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 4 เรื่อง พายุระดับ 3 (โซนร้อน) &amp;ldquo;หลิ่นฟา&amp;rdquo; บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง (มีผลกระทบถึงวันที่ 12 ตุลาคม 2563) ความว่า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 ต.ค.63 พายุระดับ 3 (โซนร้อน) &amp;ldquo;หลิ่นฟา&amp;rdquo; ได้เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองกวางงาย ประเทศเวียดนามแล้ว มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้มีแนวโน้มอ่อนกำลังลงเป็นพายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) และพายุระดับ 1 (หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง) ตามลำดับ ส่งผลกระทบให้ด้านตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างมีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนตกหนักบางแห่งและมีลมแรงบริเวณจังหวัดมุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ นครราชสีมา สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสำเริง แสงภู่วงศ์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เลขานุการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ออกประกาศ กอนช.ระบุว่า กอนช.ได้ประเมินสถานการณ์น้ำจากฝนคาดการณ์ พบว่ามีพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในช่วงวันที่ 11-16 ต.ค. ดังนี้ 1.เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมขังบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคตะวันออก จ.ปราจีนบุรี สระแก้ว ระยอง จันทบุรีและตราด ภาคกลาง จ.ชัยนาท กทม. สมุทรปราการ สมุทรสาคร ราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ภาคใต้ จ.ระนอง พังงา กระบี่ และตรัง 2.เฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่งบริเวณคลองพระสทึง จ.สระแก้ว แม่น้ำมูลและแม่น้ำลำตะคอง จ.นครราชสีมา แม่น้ำแม่กลอง จ.ราชบุรี แม่น้ำเพชรบุรี จ.เพชรบุรี แม่น้ำเจ้าพระยา จ.อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80177</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร, ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล, ปากช่อง, วิเชียร  จันทรโณทัย, สำเริง แสงภู่วงศ์, สุวัจน์ ลิปตพัลลภ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201011/image_big_5f82fb9f9eb6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16045</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เมืองเพชร&#039;อ่วมน้ำท่วม10-40ซม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองเพชรอ่วม! ท่วม 10-40 ซม. &amp;quot;วัดใหญ่&amp;quot; สมัยอยุธยาจมบาดาล ทุเรียนกว่าพันไร่ยืนต้นตาย สทนช.ผวาฝนถล่มซ้ำ สั่งเฝ้าระวังต่อเนื่อง เขื่อนวชิราลงกรณระบายน้ำผ่านสปิลเวย์รอบ 16 ปี พังงาเจอน้ำป่า-ดินถล่ม เดือดร้อนหลายหมู่บ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ &amp;nbsp;เปิดเผยความคืบหน้าสถานการณ์น้ำใน จ.เพชรบุรี ว่า จากการตรวจสอบล่าสุด เขื่อนแก่งกระจาน มีปริมาณน้ำ 767 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ลดลง 6 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 108% น้ำล้นทางระบายน้ำ (สปิลเวย์) สูง 1.24 ม. ลดลงจากเมื่อวันที่ 22 ส.ค. 13 เซนติเมตร (ซม.) ปริมาณน้ำไหลเข้า 13.41 ล้าน ลบ.ม. ลดลง 6 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณการระบายน้ำออก 19.75 ล้าน ลบ.ม. ลดลง 6 ล้าน ลบ.ม. ภาพรวมน้ำไหลลงเขื่อนแก่งกระจานและปริมาณน้ำไหลลงแม่น้ำเพชรบุรีแนวโน้มลดลง ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีแนวโน้มลดลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสภาพน้ำในพื้นที่ท้ายน้ำ ระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรี เมื่อเวลา 06.00 น. บริเวณ อ.แก่งกระจาน ที่สถานีวัดกรมชลประทาน ต่ำกว่าระดับตลิ่งแล้ว 32 ซม. แนวโน้มลดลง อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี ที่สถานีวัดกรมชลประทาน สูงกว่าระดับตลิ่ง 51 ซม. แนวโน้มทรงตัว อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ยังคงต้องเร่งระบายน้ำลงแม่น้ำเพชรบุรีเพื่อรองรับปริมาณน้ำหากเกิดฝนตกหนัก ทั้งนี้ ทุกหน่วยงานยังคงให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องในการเร่งระบายน้ำที่เอ่อล้นออกจากพื้นที่นอกคันกั้นน้ำเทศบาลที่มีระดับต่ำกว่าตลิ่ง และสนับสนุนเครื่องจักร เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ เพื่อการสัญจรทางน้ำสนับสนุนในพื้นที่อย่างเต็มที่ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์ฝนทั่วประเทศนั้น ปัจจุบันยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยมีพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักถึงหนักมาก 13 จังหวัด ได้แก่ ภาคเหนือ น่าน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร ภาคตะวันออก จันทบุรี ตราด ภาคใต้ ระนอง พังงา กระบี่ ภูเก็ต ตรัง และสตูล โดย 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีฝนตกปานกลางถึงหนักในภาคเหนือ น่าน 120.0 มิลลิเมตร (มม.), กำแพงเพชร 95.0 มม., เชียงราย 86.5 มม., &amp;nbsp;อุตรดิตถ์ 43.0 มม., พะเยา 37.4 มม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุบลราชธานี 77.0 มม., บึงกาฬ 52.6 มม., &amp;nbsp;ภาคตะวันตก กาญจนบุรี 37.6 มม. และภาคใต้ พังงา 212.5 มม., ภูเก็ต 170.5 มม., สตูล 133.0 มม., &amp;nbsp;นราธิวาส 35.2 มม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากสถานการณ์ฝนที่ยังตกอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ทางศูนย์ฯ ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ที่อยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวังนอกจากเขื่อนแก่งกระจาน โดยเน้นย้ำตามข้อสั่งการของ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ในการบริหารจัดการน้ำ ที่ต้องเร่งพร่องน้ำ เพื่อรองรับปริมาณฝนที่ตกเหนือเขื่อน โดยประสานจังหวัดและพื้นที่เตรียมการป้องกันและช่วยเหลือพื้นที่ได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำ ได้แก่ เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร ปริมาณน้ำ 543 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 104%, เขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี มีปริมาณน้ำ 8,032 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 91%, เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก ปริมาณน้ำ 194 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 87%, เขื่อนปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ปริมาณน้ำ 332 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 85%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.เพชรบุรี สถานการณ์น้ำท่วมกินบริเวณกว้างบนถนนหลายสายในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี โดยเฉพาะถนนเส้นหน้าวัดใหญ่สุวรรณารามวรวิหาร ถนนหน้าห้างสหไทย ถนนหน้าเรือนจำ ถนน 18 เมตร ถนนหน้าสถานีรถไฟถึงแยกรุ่งฤดีเก่า ที่มีน้ำท่วมขังสูง ระดับ 10-40 ซม. รถทุกชนิดหากไม่มีความจำเป็นควรหลีกเลี่ยง สำหรับภายในวัดใหญ่สุวรรณารามวรวิหาร ซึ่งถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวด้านอารยธรรมชื่อดังของจังหวัดเพชรบุรี มีน้ำท่วมขังทั้งในพระอุโบสถที่เป็นสถาปัตยกรรมทรงไทยสมัยอยุธยา ศาลาการเปรียญที่เป็นตำหนักไม้สักทั้งหลัง และพื้นที่โดยรอบของตัววัดมีน้ำท่วมขังสูง โดยมวลน้ำได้เริ่มเข้าท่วมในพื้นที่วัดตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 22 ส.ค.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สถานการณ์น้ำยังไม่มีแนวโน้มลดลง เนื่องจากเขื่อนเพชรยังระบายน้ำท้ายเขื่อนจำนวนมาก อยู่ที่ 156.93 ลบ.ม.ต่อวินาที หรือวันละ13.5585 ล้าน ลบ.ม. เปิดน้ำเข้าคลองส่งน้ำสายใหญ่ 4 สาย รวม 109.89 &amp;nbsp;ลบ.ม.ต่อวินาที รวมทั้งสิ้น 266.82 ลบ.ม.ต่อวินาที เขื่อนแก่งกระจาน มีปริมาณน้ำ 766.954 ล้าน ลบ.ม. หรือ 108.02 % มีน้ำไหลลง 13.405 ล้าน ลบ.ม. เปิดระบายน้ำ 228.55 ลบ.ม.ต่อวินาที หรือวันละ 19.7467 ล้านลบ.ม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทุเรียนสายพันธุ์หมอนทองกว่า &amp;nbsp;400 ต้น ในพื้นที่ 10 ไร่ ของนายภาคภูมิ ทองโล่ง อายุ 78 ปี ที่ปลูกอยู่ภายในพื้นที่หมู่ 4 บ้านหนองเขาอ่อน ต.กลัดหลวง อ.ท่ายาง เริ่มยืนต้นตายหลังจากถูกน้ำท่วมขังติดต่อกันมากว่า 2 สัปดาห์แล้ว โดยนายภาคภูมิเปิดเผยว่า น้ำไม่เคยท่วมมานาน 15-16 ปีแล้ว ครั้งนี้รุนแรงมาก ถึงแม้จะทำคันดินเสริมป้องกันแล้ว แต่ก็ต้านทานน้ำไม่อยู่ โดยมวลน้ำได้เข้าท่วมอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เครียดมาก เนื่องจากต้นทุเรียนกำลังจะตาย ซึ่งถือว่าเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ในชีวิต นอกจากนี้ ในพื้นที่ใกล้เคียงยังมีเกษตรกรที่ปลูกทุเรียนรวมแล้วกว่า 1,000 ไร่ ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในแม่น้ำเพชรบุรี ระดับน้ำเริ่มลดลงและจะลงต่อเนื่อง แต่ลงอย่างช้าๆ เนื่องจากมีน้ำในแม่น้ำบางส่วนไหลล้นตลิ่งในที่ต่ำขอบ ๆ แม่น้ำไหลย้อนกลับมาลง ซึ่งมีปริมาณค่อนข้างมาก ทำให้ช่วงเวลาของการลดลงช้ามากขึ้น คาดว่าวันที่ 24 ส.ค.น่าจะไหลดีขึ้นและลงเร็วขึ้น ส่วนน้ำที่ไหลเข้ามาในตัวเมืองตอนนี้ส่วนใหญ่มาจากทางท่อระบายน้ำมากกว่า วิธีการเอาออกคือเร่งระบายด้วยเครื่องสูบน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน โรงเรียนในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี ได้แจ้งประกาศหยุดการเรียนการสอนชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 24-26 ส.ค.61 รวม 12 แห่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เขื่อนวชิราลงกรณ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี นายไววิทย์ แสงพานิชย์ ผอ.เขื่อนวชิราลงกรณ พร้อมกับเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้สังเกตสถานการณ์ ระบายน้ำของเขื่อน โดยได้เริ่มทำการระบายน้ำเพิ่ม ผ่านทางระบายน้ำล้นสปิลเวย์เป็นวันแรก เฉลี่ยระบายน้ำประตูละ 5 ล้าน ลบ.ม. รวม 2 บาน 10 ล้าน ลบ.ม. ขณะเดียวกัน ระบายน้ำผ่านช่องทางปกติ วันละ 43 ล้านลบ.ม. รวมเป็น 53 ล้าน ลบ.ม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไววิทย์กล่าวว่า ถือเป็นการเปิดประตูระบายน้ำผ่านสปิลเวย์ในรอบ 16 ปี โดยกำหนดไว้ 5 วัน จากนั้นจะติดตามสถานการณ์น้ำไหลเข้าเขื่อน เพื่อพิจารณาปรับแผนการระบายน้ำต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านที่มีบ้านเรือนอาศัยอยู่บริเวณริมแม่น้ำแควน้อย ด้านใต้เขื่อน ต่างยังวิตกกันว่า ระดับน้ำจะสูงขึ้นมากหรือไม่ ต่างเตรียมขนทรัพย์สินสิ่งของขึ้นที่สูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.พังงา หลังจากฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่คืนที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา ทำให้มีเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะที่ถนนสายตำบลบางไทร-ปากวีป บริเวณบ้านดอกแดง อ.ตะกั่วป่า น้ำป่าจากบนภูเขาไหลหลากลงลำคลองบางม่วง ได้ซัดทางเบี่ยงที่กำลังมีการสร้างสะพานจนขาด ทำให้รถไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ ขณะที่ในพื้นที่ตำบลคลองเคียน อ.ตะกั่วทุ่ง น้ำป่าจากบนภูเขาและที่สูงได้ไหลหลากเข้าท่วมขังในหลายหมู่บ้าน และได้ท่วมถนนจนเสียหายหลายจุด แต่รถยังสัญจรไปมาได้ พร้อมกับมีดินสไลด์ลงริมถนนอีกหลายจุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครพนม สถานการณ์ปริมาณน้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นเร็วอย่างผิดปกติ เพราะมีปัจจัยบวกจากประเทศเพื่อนบ้านปล่อยน้ำจากเขื่อนลงมาสมทบ โดยโครงการชลประทานฯ รายงานระดับน้ำในแม่น้ำโขงของสถานีตรวจวัดชุมชนหนองแสง เขตเทศบาลเมืองนครพนม เวลา 12.00 น. ระดับน้ำอยู่ที่ 12.10 เมตร ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 90 ซม. ส่งผลให้ร้านปลาจุ่มที่ขึ้นชื่อของจังหวัด จำนวน 10 แห่ง ตั้งอยู่ริมฝั่งโขง ต.อาจสามารถ หมู่ 6 อ.เมืองฯ ได้รับผลกระทบเสียหาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16045</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร, สำเริง แสงภู่วงค์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไววิทย์ แสงพานิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180823/image_big_5b7ec15a4e206.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14759</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้น3เขื่อนใหญ่พร่องนํ้า!20จว.เสี่ยงจม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ศูนย์ ฉก.รัฐบาล&amp;quot; ออกประกาศฉบับแรก เตือน 5 อำเภอ จ.เพชรบุรี รับมือน้ำท่วม ก่อนช่วงค่ำพลิก เชื่อเขื่อนแก่งกระจานรับมือได้ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ห่วงสถานการณ์ สั่งทุกหน่วยพร้อมรับมือ กำชับ ทร.ส่งกำลังพลและเรือเร่งผลักดันน้ำ &amp;quot;สทนช.&amp;quot; นัดทุกหน่วยประชุมแผนระบายน้ำ 3 เขื่อนใหญ่ 6 ส.ค.นี้ &amp;quot;ปภ.&amp;quot; &amp;nbsp;แจ้ง 20 จว.เสี่ยงเฝ้าระวังเกิดอุทกภัยฉับพลัน &amp;quot;กทม.&amp;quot; มั่นใจเอาอยู่ &amp;quot;โพล&amp;quot; เผย ปชช.เสนอรัฐเตรียมแผนรองรับภัยพิบัติทุกรูปแบบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 ส.ค. นายสำเริง แสงภู่วงศ์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ ออกประกาศฉบับที่ 1/2561 เรื่องสถานการณ์แม่น้ำเพชรบุรี ระบุว่า ด้วยมีฝนตกหนักต่อเนื่องในลุ่มน้ำเพชรบุรีบริเวณเหนือเขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ช่วงระหว่างวันที่ 19-20 ก.ค.2561 ส่งผลให้มีน้ำไหลหลากเข้าเขื่อนอย่างรวดเร็ว มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับยังมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณน้ำล้นทางระบายน้ำล้นของเขื่อนลงสู่แม่น้ำเพชรบุรีในวันนี้ (5 ส.ค.) เวลาประมาณ 24.00 น. โดยจะเริ่มส่งผลกระทบต่อพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเพชรบุรีตั้งแต่ท้ายเขื่อนแก่งกระจานจนถึงเขื่อนเพชรบุรี ประกอบด้วย 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแก่งกระจาน อำเภอบ้านลาด อำเภอท่ายาง อำเภอเมืองฯ และอำเภอบ้านแหลม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คาดว่าจะถึงตัวเมืองเพชรบุรีตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค. เป็นต้นไป โดยระดับน้ำจะสูงกว่าตลิ่งประมาณ 10-15 ซม. ดังนั้นขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กรมชลประทาน ผู้ว่าราชการจังหวัด และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เตรียมพร้อมเผชิญเหตุ และแจ้งเตือนให้ประชาชนที่อยู่บริเวณริมแม่น้ำเพชรบุรี เตรียมรับสถานการณ์และเฝ้าระวังระดับน้ำแม่น้ำเพชรบุรีไหลเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป&amp;quot; ท้ายประกาศศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในเวลาประมาณ 20.00 น. พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ส่งข่าวเข้าในห้องไลน์สื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล ระบุว่า รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ ได้รับรายงานล่าสุดจากอธิบดีกรมชลประทาน ซึ่งส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพิ่มขึ้นเพื่อช่วยเจ้าหน้าที่ในระดับจังหวัดดูแลบริหารจัดการน้ำเขื่อนแก่งกระจาน พบว่าในช่วงนี้ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนเฉลี่ย 21 ล้าน ลบ.ม/วัน หรือ 245 ลบ.ม/วินาที ส่วนอัตราการระบายน้ำสูงสุดของอาคารระบายน้ำล้นฉุกเฉิน (สปิลเวย์) 1,380 ลบ.ม/วินาที มากกว่า 5 เท่าของปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อน ดังนั้นไม่ล้นสันเขื่อนหรือ overtop แน่นอน รวมทั้งตัวเขื่อนมีความมั่นคงแข็งแรง มีการติดตั้งเครื่องมือวัดพฤติกรรมเขื่อน และการตรวจสอบบำรุงรักษาตามข้อกำหนดอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ ที่เขื่อนแก่งกระจาน สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำเมื่อวันที่ 5 ส.ค.61 เวลา 06.00 น. มีปริมาณน้ำ 701.36 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 100% ปริมาณน้ำไหลเข้า 21.04 ล้าน ลบ.ม. มีปริมาณน้ำไหลออก 9.61 ล้าน ลบ.ม. แนวโน้มจะมีปริมาณน้ำไหลผ่านทาง ระบายน้ำล้นลงแม่น้ำเพชรบุรี ในวันนี้ (5 ส.ค.61) ยังคงมีปริมาณน้ำไหลลงอ่างอย่างต่อเนื่อง คาดว่าระดับน้ำจะสูงถึงสันทางระบายน้ำล้นคืนวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติยังระบุว่า ในส่วนที่เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำ มีปริมาณน้ำ 648 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 101% ปริมาณน้ำไหลเข้า 6.39 ล้าน ลบ.ม. มีปริมาณน้ำไหลออก 3.80 ล้าน ลบ.ม. แนวโน้มจะมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างลดลง และจะเพิ่มการระบายน้ำเป็น 4.15 ล้าน ลบ.ม.ต่อวันสภาพน้ำในพื้นที่ท้ายน้ำยังคงปกติ คาดว่าจะไม่มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากไม่มีน้ำล้นตลิ่ง การบริหารจัดการน้ำ ควบคุมการระบายน้ำออกจากเขื่อน 3.50 ล้าน ลบ.ม. และเพิ่มการระบายน้ำโดยวิธีกาลักน้ำ และเครื่องสูบน้ำอีก 0.3 ล้าน ลบ.ม. ทั้งนี้ การแจ้งเตือนและการช่วยเหลือ มีการแจ้งและให้ติดตามสถานการณ์น้ำในจังหวัดสกลนคร บึงกาฬ นครพนม ซึ่งลําน้ำอูนและลําน้ำสงครามไหลผ่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำ มีปริมาณน้ำ 7,403 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 84 % ปริมาณน้ำไหลเข้า 89.29 ล้าน ลบ.ม. มีปริมาณน้ำไหลออก 36.00 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างมีแนวโน้มลดลง สภาพน้ำในพื้นที่ท้ายน้ำยังคงปกติ ทั้งนี้ ปริมาณน้ำที่ระบายเพิ่มไม่ล้นตลิ่ง แต่อาจส่งผลกระทบต่อบริเวณรีสอร์ตที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแควน้อย โดยการบริหารจัดการน้ำ ได้มีการทยอยเพิ่มการระบายน้ำให้เป็น 43 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน ภายในวันที่ 6 ส.ค. การแจ้งเตือนและการช่วยเหลือ มีการแจ้งให้พื้นที่ท้ายเขื่อนตามลําน้ำแควน้อยให้ทราบถึงแผนการระบายน้ำของอ่างเก็บน้ำ
บิ๊กตู่ห่วง &amp;#39;แก่งกระจาน&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์น้ำในแม่น้ำ/ลำน้ำ โดยแม่น้ำสายสำคัญ ที่ภาคเหนือ ประกอบด้วย ลําน้ำน่าน อําเภอเวียงสา จังหวัดน่าน มีแนวโน้มสูงขึ้น ให้เฝ้าระวัง, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลําน้ำสายใหญ่ เริ่มมีระดับน้ำลดลง แต่ยังมีน้ำล้นตลิ่งในบางแห่ง ในลําน้ำยัง บริเวณจังหวัดร้อยเอ็ด ลําเซบาย บริเวณจังหวัดยโสธร และลําน้ำสงคราม บริเวณจังหวัดนครพนม, ภาคกลางและภาคใต้ ปริมาณน้ำในลําน้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ ส่วนแม่น้ำระหว่างประเทศคือ แม่น้ำโขง ปริมาณน้ำในแม่น้ำที่ไหลจากประเทศจีนยังคงที่ แต่ฝนที่ตกสะสมในประเทศลาว ทำให้ยังมีมวลน้ำไหลลงมายังแม่น้ำโขง ส่งผลให้ระดับน้ำล้นตลิ่งบริเวณจังหวัดนครพนม สูง 34 ซม. มุกดาหาร 36 ซม. และอุบลราชธานี 45 ซม. ทั้งนี้ ระดับน้ำในลําน้ำโขงมีแนวโน้มสูงขึ้น ให้เฝ้าระวังในบริเวณดังกล่าวเป็นพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังและติดตามปริมาณน้ำในเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ โดยเฉพาะที่เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี หลังจากที่ได้รับทราบรายงานว่าปริมาณน้ำในเขื่อนเพิ่มสูงขึ้น เพราะมีฝนตกอย่างต่อเนื่องติดต่อกันหลายวัน และมีโอกาสที่น้ำจะล้นสปิลเวย์หรือทางน้ำล้น และไหลเข้าสู่เขื่อนเพชรบุรีและตัวเมืองเพชรบุรี ตามลำดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตลอดเส้นทางของน้ำจะทำให้น้ำไหลลงข้างทาง ซึ่งอาจจะกระทบบ้านเรือนริมทางน้ำ รีสอร์ต และพื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.แก่งกระจาน และ อ.ท่ายาง โดยภาพรวมคาดว่าระดับน้ำในปีนี้จะสูงมากกว่าปีก่อนโดยอยู่ที่ประมาณ 80 เซนติเมตร ถึง 1 เมตร และจะส่งผลให้น้ำท่วมขังราว 1-2 เดือน ซึ่งนานกว่าปีก่อนที่ขังนาน 1 เดือน&amp;quot; พล.ท.สรรเสริญกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายกฯ ได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ผ่านกระทรวงมหาดไทย ให้แจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงเพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม โดยขนย้ายทรัพย์สินมีค่าขึ้นที่สูง และวางแผนการดำเนินชีวิตในช่วงที่น้ำท่วม ส่วนหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ให้เตรียมดูแลทั้งเรื่องเส้นทางคมนาคม การสาธารณสุข โรงพยาบาล ไฟฟ้า ประปา รวมถึงจุดอพยพประชาชนและการจัดหาอาหารและสิ่งของที่จำเป็นให้พร้อม
เร่งระบายน้ำ 3 เขื่อนใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ระหว่างนี้กรมชลประทานได้เร่งพร่องน้ำออกจากเขื่อน ส่วนจุดที่มีคันกั้นน้ำก็จะลดระดับเพื่อเปิดทางให้น้ำไหลออก ช่วยบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับบ้านเรือน รีสอร์ต และพื้นที่การเกษตร นอกจากนี้ กองทัพเรือยังได้ส่งเรือผลักดันน้ำและกำลังพลลงไปช่วยดำเนินการในพื้นที่โดยเร่งด่วน&amp;quot; โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะประธานการประชุมคณะทำงานอำนวยการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ กล่าวว่า ในวันที่ 6 ส.ค.นี้ คณะทำงานอำนวยการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ จะประชุมสรุปข้อเสนอแผนระบายน้ำและแผนรองรับผลกระทบที่ให้กรมชลประทานและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กลับไปปรับปรุงแผนการระบายน้ำใน 3 เขื่อนขนาดใหญ่ ที่มีปัญหาน้ำเกินระดับการบริหารจัดการร้อยละ 90-100 จนปริมาณน้ำทางน้ำล้น (Spillway) คือ เขื่อนน้ำอูน จังหวัดสกลนคร, เขื่อนแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี และเขื่อนวชิราลงกรณ จังหวัดกาญจนบุรี โดยให้เร่งระบายน้ำหรือพร่องน้ำออกจากเขื่อนภายใน 10 วัน ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนใหม่ และมีพื้นที่อาจกระทบต่อประชาชนที่อยู่ท้ายน้ำและริมน้ำบางพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมเกียรติกล่าวถึงแผนระบายน้ำเขื่อนแก่งกระจานว่า จะยังใช้ 2 ทางคือ ระบายลงเขื่อนเพชร และระบายลงแม่น้ำเพชรบุรี มีพื้นที่ได้รับผลกระทบบริเวณ อำเภอท่ายาง แก่งกระจาน บ้านลาด อำเภอเมืองฯ และอำเภอบ้านแหลม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คาดการณ์ปริมาณน้ำจะไหลเข้าพื้นที่ตัวเมืองเพชรบุรีจะยืดเวลาออกไปเช่นกัน หลังระดมระบายน้ำจากเขื่อนแก่งกระจานออกไปได้มากขึ้น ในเบื้องต้นยังคงเร่งระบายน้ำออกจากเขื่อนเพชร เพื่อเตรียมรับน้ำใหม่ที่จะล้นจากเขื่อนแก่งกระจาน โดยประเมินว่าในปีนี้ตั้งแต่เขื่อนแก่งกระจานถึงเขื่อนเพชร จะเกิดน้ำท่วมประมาณ 1-2 เดือน เพราะปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์เดียวกับปี 2560&amp;quot; เลขาฯ สทนช.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.เพชรบุรี นายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร รอง ผวจ.เพชรบุรี พร้อมคณะ ลงพื้นที่คลองกะลาตาย บ้านคลองยอ หมู่ 2 บ้านม่วงงาม ต.ถ้ำรงค์ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี เพื่อสำรวจและนำแบ็กโฮขุดลอกเปิดทางน้ำที่ล้นมาจากแม่น้ำเพชรออกทางประตูระบายน้ำคลองกะลาตาย โดยน้ำจะไหลผ่านตำบลถ้ำรงค์ ตำบลท่าเสน ตำบลไร่มะขาม ตำบลดอนยาง ตำบลนาพันสาม ออกสู่คลอง D 18 และลงสู่ทะเล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิกล่าวว่า เครือข่ายภาคประชาชนได้เสนอคลองห้วยกะลาตาย ที่ปัจจุบันมีวัชพืชขึ้นรกทึบ และเป็นคลองดิน แต่คลองดังกล่าวจะสามารถช่วยระบายน้ำได้ จึงเข้ามาช่วยสนับสนุนทางจังหวัดในเรื่องของรถแบ็กโฮเพื่อใช้ในการขุดลอกคลองห้วยกะลาตาย เพื่อให้น้ำได้ระบายได้อีกหนึ่งช่องทาง ซึ่งจะระบายน้ำได้ในอัตรา 10 ลบ.ม/วินาที ซึ่งจะช่วยในตัวเมืองได้เยอะ โดยน้ำจะออกผ่านท่าเสนไปถึงคลอง D18 อีกทั้งยังมี อีก 2 พื้นที่ที่สามารถดำเนินการในลักษณะเดียวกันได้คือ คลอง D25 ซึ่งมีพื้นที่เขตรอยต่อระหว่างช่องสะแก &amp;nbsp;โพธิ์พระ บางจาน ปากทะเล และบางแก้ว ซึ่งกำลังเร่งดำเนินการขุดลอกวัชพืชและผักตบชวา เพื่อเปิดช่องทางให้น้ำไหลออกสู่ทางทะเลได้เร็วขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายมานะ เพิ่มพูล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กล่าวถึงสาเหตุเขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี น้ำล้นเขื่อนอย่างรวดเร็วว่า สืบเนื่องมาจากการบุกรุกป่าตามแนวชายแดน มีการเปิดพื้นที่ป่าสมบูรณ์ ในพื้นที่ป่าต้นน้ำเพชรบุรี บริเวณใจแผ่นดิน ห้วยสามแพ่ง บางกลอยบน และห้วยเต่าดำ พบการเปิดพื้นที่ป่า อย่างต่อเนื่องทำให้ฝนที่ตกมา ถึงแม้จะไม่มาก แต่ป่าที่ถูกเปิดไม่สามารถเก็บซับน้ำไว้ได้ เมื่อฝนตกปริมาณน้ำฝนที่ตกก็จะไหลลงตามแม่น้ำเพชรเข้าเขื่อนอย่างรวดเร็ว จนทำให้ปริมาณน้ำเข้าเติมเต็มอย่างเร็วกว่าปกติ
เตือน 20 จว.เสี่ยงรับมือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะผู้อำนวยการกลางกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) กล่าวว่า กอปภ.ก.ได้สั่งให้จังหวัดเสี่ยงภัยจำนวน 20 จังหวัด แยกเป็นพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำล้นตลิ่ง ได้แก่ เพชรบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี จังหวัดริมแม่น้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร อุบลราชธานี รวมทั้งพื้นที่ฝั่งอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์คลื่นลมแรง ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมรับมือภาวะอุทกภัย น้ำท่วมฉับพลัน และคลื่นลมแรงในระยะนี้ โดยจัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยติดตามสภาพอากาศ ตรวจวัดปริมาณฝน สังเกตการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำ รวมถึงจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตลอด 24 ชั่วโมง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) นายสมพงษ์ เวียงแก้ว รองปลัด กทม. กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่ กทม.ว่า ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและภาคกลางอยู่ในระดับปกติ ขณะที่ปริมาณน้ำภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีค่อนข้างมาก สำหรับข้อกังวลว่าปริมาณน้ำในเขื่อนที่มีจำนวนมาก และจะส่งผลกระทบในพื้นที่ภาคอีสานจะกระทบต่อพื้นที่ กทม.นั้น กทม.ยืนยันว่าไม่มีผลกระทบในช่วงนี้ เนื่องจากเขื่อนแก่งกระจานจังหวัดเพชรบุรี หากน้ำเอ่อล้นก็จะกระทบทางภาคตะวันตก ปริมาณน้ำจะไหลลงออกสู่ทางภาคใต้และฝั่งตะวันตก ส่วนเขื่อนน้ำอูน จังหวัดสกลนคร ที่มีปริมาณน้ำเริ่มวิกฤติ น้ำจะไหลออกสู่แม่น้ำโขง จึงช่วยเสริมความมั่นใจให้ กทม.ในระดับหนึ่ง ว่าน้ำจะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ กทม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 6 เรื่อง &amp;quot;คลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ และฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย&amp;quot; ระบุว่า ในช่วงวันที่ 5-9 ส.ค.61 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่มไว้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง &amp;quot;ประชาชนคิดอย่างไร? กรณีภัยพิบัติจากน้ำท่วม&amp;quot; พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 47.99 ระบุเป็นภัยธรรมชาติ มีโอกาสเกิดขึ้นได้ทุกพื้นที่ ควบคุมได้ยาก รองลงมาร้อยละ 34.26 ระบุภาครัฐควรหาแนวทางป้องกัน วิธีการรับมือ มีระบบเตือนภัยที่ดี &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อข้อถามที่ว่า ประชาชนคิดว่าสาเหตุของภัยพิบัติจากน้ำท่วมและดินโคลนถล่ม พบร้อยละ 64.01 มาจากการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ตัดไม้ทำลายป่า และร้อยละ 40.41 ระบุสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ภาวะโลกร้อน ส่วนคำถามที่ว่า ประชาชนคิดว่าควรมีวิธีป้องกันภัยพิบัติจากน้ำท่วมและดินโคลนถล่ม อย่างไร พบร้อยละ 54.82 เสนอปลูกป่า ปลูกพืชคลุมดิน ไม่ทำลายป่า เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้น และร้อยละ 34.84 ระบุบริหารจัดการน้ำให้เป็นระบบ กักเก็บ และผันน้ำให้มีปริมาณเหมาะสม &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงข้อเสนอแนะ/สิ่งที่อยากบอกรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้น ร้อยละ 43.14 ระบุให้สำรวจความเสียหาย จัดส่งอุปกรณ์ สิ่งของ เครื่องใช้ สิ่งที่ต้องการอย่างเร่งด่วน รองลงมาร้อยละ 36.60 ระบุกำหนดให้ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นวาระสำคัญ เป็นต้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14759</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชยพล ธิติศักดิ์, ณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร, พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มานะ เพิ่มพูล, สมพงษ์ เวียงแก้ว, สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ, สำเริง แสงภู่วงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เขื่อนวชิราลงกรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180805/image_big_5b6714fe4246f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13006</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>15จว.พร้อมรับ ฝนถล่ม-น้ำท่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุตุฯ เตือนคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ประชาชนระวังอันตรายจากน้ำท่วม โดยจะมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ปภ.พร้อมรับมือ 15 จังหวัดจ่อเกิดอุทกภัย ตั้งแต่เพชรบุรีจนถึงสตูล ปัตตานีเจอแล้ว ลมพัดหลังคาปลิว บ้านเรือนเสียหาย 70 หลัง ด้านสถานการณ์ภาคเหนือ 10-14 ก.ค. ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเรื่อง &amp;quot;คลื่นลมแรง และฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 8-12 กรกฎาคม 2561)&amp;quot; ฉบับที่ 10 ลงวันที่ 08 กรกฎาคม 2561 ความว่า ในช่วงวันที่ 8-12 กรกฎาคม 2561 คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และบริเวณอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมามีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับภาคใต้มีฝนตกหนักบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พยากรณ์อากาศในรอบสัปดาห์ ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 8-9 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 10-14 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ ตลอดช่วง กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคกลาง ในช่วงวันที่ 9-14 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออก ในช่วงวันที่ 9-14 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) ในช่วงวันที่ 9-14 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากทางตอนบนของภาค ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 20-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) ในช่วงวันที่ 9-14 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 9-14 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า จากปริมาณน้ำฝนและสภาพอากาศ ตามแบบจำลองพยากรณ์นี้ พบว่า จ.เชียงรายมีเมฆปกคลุมจำนวนมาก ฝนจะตกสะสมที่ 30-60 มิลลิเมตรต่อวัน ไปจนถึงวันที่ 12 กรกฎาคม ซึ่งหากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องอาจส่งผลให้พื้นที่รับน้ำหรือพื้นที่ต่ำเกิดน้ำท่วม เนื่องจากปริมาณน้ำฝนสะสมจะมีมากกว่า 300 มิลลิเมตร สำหรับพื้นที่บริเวณถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อาจไม่รับผลกระทบเรื่องปริมาณน้ำฝนที่ไหลเข้าถ้ำทันทีในวันนี้ แต่อาจส่งผลกระทบในอีก 1-2 วันข้างหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง แจ้งว่า ด้วยประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 1 (270/2561) ลงวันที่ 6 ก.ค.61 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 6-12 กรกฎาคม 2561 ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยฝั่งอันดามันจะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และฝั่งอ่าวไทยตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมาจะมีคลื่นสูง 2 เมตร รวมทั้งส่งผลให้มีปริมาณน้ำฝนสะสมมากขึ้น กับมีฝนตกชุกหนาแน่นและตกหนัก อาจส่งผลให้เกิดภาวะอุทกภัยน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม ซึ่งมีจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังและเตรียมรับมือ ภาคกลาง 6 จังหวัด ได้แก่ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้ 9 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี พัทลุง ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากคำเตือนดังกล่าว นายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร รอง ผวจ.เพชรบุรี กล่าวว่า เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์พายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเพชรบุรี ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด ปฏิบัติตามคำแนะนำของทางราชการในการเตรียมรับสถานการณ์ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานบูรณาการอย่างสอดคล้องตามแผนเผชิญเหตุ เตรียมความพร้อมเครื่องมือ อุปกรณ์กู้ชีพ กู้ภัย และกำลังเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือประชาชน กู้ภัยและบรรเทาสาธารณภัย ตลอด 24 ชั่วโมง หน่วยงานเจ้าท่า ประมง และตำรวจน้ำออกลาดตระเวนแจ้งเตือนการเดินเรือ ให้เดินเรือด้วยความระมัดระวัง มีอุปกรณ์ชูชีพให้เพียงพอ ตรวจสภาพความพร้อมก่อนออกเรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หากเกิดสถานการณ์ให้รายงานไปยังศูนย์อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภายใน 24 ชั่วโมง ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ Phet.dpm59@gmail.com โทรสาร 0-3242-6230
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พังงา มีรายงานว่า ประชาชนชาวเกาะปันหยี อ.เมืองพังงา เร่งขนข้าวของเครื่องใช้ลงเรือเพื่อนำเข้าในพื้นที่เกาะปันหยี ก่อนฝนตกหนัก คลื่นลมแรง ซึ่งพบว่าสีน้ำบริเวณชายฝั่งอ่าวพังงามีสีขุ่น เป็นสัญญาณว่าปริมาณน้ำจากลำคลองต่างๆ ไหลลงสู่อ่าวพังงาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่มีประกาศจังหวัดพังงา จากผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ให้เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ อันตรายจากน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ถ้ำ น้ำตก ล่องแก่ง และเส้นทางเดินป่า โดยประกาศแจ้งเตือนให้ปฏิบัติตามมัคคุเทศก์ท้องถิ่น หรือเจ้าหน้าที่ตามแหล่งท่องเที่ยวอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยและไม่ให้เกิดอันตรายจากกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว ห้ามเข้าไปในถ้ำขณะฝนตกหนัก โดยเฉพาะถ้ำที่มีน้ำไหลผ่าน ให้ระมัดระวังอันตรายหากมีฝนตกหนัก น้ำไหลหลากให้รีบออกมาทันที ให้ติดตามประกาศแจ้งเตือนลมมรสุม หรือสภาวะฝนตกหนักในพื้นที่ โดยงดกิจกรรมทุกชนิดที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางในทะเล แม่น้ำ ลำคลอง หรือพื้นที่เสี่ยงน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน เช่น เกาะ แก่ง เส้นทางเดินป่า เมื่อเกิดน้ำท่วมขังเป็นเวลานานในพื้นที่เสี่ยงหลุมยุบ ให้ระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเข้าไปในบริเวณดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัตตานี เมื่อค่ำวันเสาร์ เกิดพายุฝนและลมกระโชกแรงในพื้นที่ อ.เมือง และ อ.ยะรัง โดยเฉพาะหาดรูสะมีแล หมู่ 6 ต.รูสะมีแล อ.เมืองปัตตานี ซึ่งมีร้านอาหารกว่า 30 ร้าน กระแสลมแรงทำให้ต้นไม้ใหญ่หักโค่นทับหลังคาร้าน รวมทั้งเพิงที่นั่งรับประทานอาหารถูกแรงลมพายุพัดหอบปลิวออกไปทั้งแถบ บรรดาลูกค้าที่นั่งรับประทานอาหารหนีกันจ้าละหวั่น โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ร้านเสียหายกว่า 10 หลัง &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้น ที่กองร้อยอาสาสมัครจังหวัดปัตตานี ที่ 1 ตั้งอยู่ที่ ต.รูสะมีแล อ.เมือง ถูกลมพายุ เสียหายบางส่วน ขณะที่บ้านเรือนประชาชนในเขต อ.เมือง เสียหายราว 70 หลัง ส่วนใหญ่หลังคาปลิว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13006</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, กรุงเทพมหานคร, ณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร, ปริมณฑล, ฝนฟ้าคะนอง, วันชัย ศักดิ์อุดมไชย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180708/image_big_5b42198ab2269.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
